|
ชุดตรวจโรคเอดส์ด้วยตนเองที่บ้าน
โพสต์เมื่อ:
21:52 วันที่ 5 ก.พ. 2549 ชมแล้ว:
91,436
ตอบแล้ว:
8
จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 ก.พ. 2549 (22:01)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 ก.พ. 2549 (22:03) เอดส์เป็นโรคที่ค้นพบเมื่อปีค.ศ. 1981 (พ.ศ.2524) ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยชายหนุ่มรัก ร่วมเพศ 5 คน ที่ป่วยเป็นปอดบวมจากเชื้อแปลกๆ ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Pneumocystis Carinii Pneumonia ภายในอีก 1 เดือนต่อมา มีชายรักร่วมเพศอีก 26 คน ป่วยเป็นโรคมะเร็ง Kaposi s sarcoma ซึ่งตามปกติโรคนี้จะเกิดในคนอายุมากหรือคนที่มีภูมิคุ้มกันของร่างกายเสียไป และ ยังมีผู้ป่วยอีกหลายราย เป็นโรคปอดบวม และติดเชื้อชนิดฉวยโอกาส ชายหนุ่มที่ป่วยทุกรายไม่มี ีรายใดที่มีโรคร้ายแรงประจำตัวมาก่อน จากการตรวจผู้ป่วยทุกราย ทำให้ทราบว่าการทำงานของเซลล์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานโรคนั้น เสียไป ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ และในที่สุดผู้ป่วยก็เสียชีวิตลงเพราะระบบภูมิคุ้มกันโรคบก พร่อง หลังจากนั้นการแพร่ระบาดของโรคนี้ก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีใคร ทราบสาเหตุว่าเกิดจากเชื้อชนิดใด ซึ่งมีผลทำให้ในปัจจุบัน โรคร้ายชนิดนี้เป็นที่กล่าวถึงกันทั่วโลกในฐานะมฤตยูชนิดใหม่ที่เรียกว่าเอดส์ (Aids) มันเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไวรัสเอดส์ หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า HIV (เอช-ไอ-วี) ซึ่งย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus เมื่อไวรัสเอดส์เข้าสู่ร่างกายจะ เข้าไปภายในเซลล์บางชนิดของร่างกาย จะมีการฟักตัวระยะหนึ่งซึ่งอาจนานเป็นปีหรือนานกว่า 10 ปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ต่อมาไวรัสจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย จนสามา รถทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เสื่อมหรือเสียไปเรื่อยๆ ผู้ป่วยจึงมักมีการติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย ใน ที่สุดร่างกายก็ไม่สามารถทนทานได้ ซึ่งจะเสียชีวิตลงในที่สุด และไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ จนถึง ตอนนี้มีมากกว่า 163 ประเทศที่พบโรคเอดส์ในประเทศของตนแล้ว โรคเอดส์จึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกประเทศ อเมริกาก็เช่นกัน มันเป็นปัญหาระดับชาติของพวกเขา ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีเพิ่ม 40,000 คนต่อปี ผู้ที่ติดเชื้อ HIV และทนทุกข์ในความเงียบ ชาวอเมริกันกว่า ครึ่งล้านที่มีเชื้อ HIV ส่วนสถิติทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 16,000 คนต่อวัน ผู้ที่ติดเชื้อทุกคนล้วนเป็น ผู้ที่มีปูนหลังอันหลากหลาย อย่างเช่น การใช้สารเสพติดโดยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างชายกับหญิง ชายกับชายหรือหญิงกับหญิง ถ้าไม่ป้องกันก็มีสิทธิติดโรคนี้ได้เช่นกัน เอดส์จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นได้กับทุกประเทศและกับคนทุกชนชั้น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นขั้น สุดท้ายของการติดเชื้อ HIV มันมักจะปรากฏอาการภายใน 8-12 ปี หลังจากได้รับเชื้อไวรัส ผู้ที่ติดเชื้อ ส่วนใหญ่ยังไม่แสดงอาการ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้ ไวรัสตัวนี้สามารถหลบซ่อนจากระบบภูมิคุ้มกัน ในร่างกายได้ทุกทาง ไวรัส HIV สามารถกลายพันธุ์ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปรับแต่งตนเอง เพื่อให้ก้าวนำความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย จากนั้นไวรัสจะเริ่มทำลายระบบภูมิคุ้มที่เรียกว่า ทีเซลล์ (T cell) โดยการเกาะติดกับทีเซลล์ ซึ่งมันจะ เจาะเข้าไปในนิวเคลียสของทีเซลล์ และเริ่มต้นกระบวนการสร้างเอชไอวีใหม่ ไวรัสใหม่จะปรากฏตัว จากทีเซลล์ที่กำลังจะตายแล้วก้าวต่อไปทำให้เซลล์อื่นๆ ติด ระบบภูมิคุ้มกันก็ค่อยๆ ล่มสลายอย่างช้าๆ แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ การรักษาช่วยให้ผู้ติดเชื้อ HIV สามารถอยู่ได้อีกนานหลายปี เพราะพวกเขาใช้ยาที่เรียกว่า คอกเทลยา (drug cocktail) ซึ่ง ประสิทธิภาพของยาตัวนี้ ช่วยลดปริมาณไวรัสในเลือดได้ มันคือความก้าวหน้าอันน่าทึ่งที่จะรักษาผู้ ป่วยโรคนี้ แต่ก็ทำได้เฉพาะบางคนเท่านั้น เพราะหลายคนที่มีเชื้อ HIV ใช้ยาตัวนี้ไม่ได้ผลและส่งผล ข้างเคียงที่อันตรายกลับมาแทน ยาตัวนี้อาจเป็นเพียงตัวควบคุมไวรัสเท่านั้น ซึ่งเรารู้ว่ามันอันตราย มาก แต่มันคือความหวังที่เรามีทุกวันนี้ เพราะการมีตัวยาใหม่ มันช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ผู้คนยังคงล้มตายเพราะไม่มีหนทางรักษาเอดส์ และวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อคงยังอีกไกล คนติดเชื้อ HIV ในปัจจุบัน พวกเขาคือตัวแทนของโรคที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่ม หรือเพศใด เราจะสูญเสียทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ นั่นคือเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเจริญเติบโต ไปเรื่อยๆ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและค่านิยมไปในทิศทางที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องจำเป็น และ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันตัวจากโรคร้ายคือความสุขในครอบครัว และต้องอาศัยความรับผิดชอบ ของทุกฝ่าย โดยเฉพาะคุณพ่อและสามีทุกคน ที่เป็นสาเหตุหลักของการนำเชื้อเอดส์ไปติดแม่บ้านและ ทารก เอดส์ จะไม่มีทางก้าวมาสู่ตัวคุณได้เลย ถ้าคุณไม่ไปลองดีกับมัน http://www.nextstep.co.th/mysci/aids.html http://www.multiculturalhivhepc.net/thai/pdf/hiv01_tha.pdf ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ก.พ. 2549 (18:46) ผมสงสารผู้ที่ติดเชื้อเอดส์จากสามีที่ชอบเที่ยวกลางคืนครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ก.พ. 2549 (13:33) เห็นด้วยคะ vav..._@thaimail (IP:203.156.131.153,192.168.1.218,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 27 เม.ย. 2549 (19:48) เดี๋ยวนี้คนเป็นเอดส์กันมากขึ้นโดยเฉพาะเพศที่3 อีกทั้งยาที่ใช้กันในตอนนี้ก็ช่วยได้แค่ประคับประคองอาการ ทางที่ดีป้องกันตัวเองทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ดีกว่าครับ ถ้าจะดียิ่งขึ้นก็อย่าไปมี เพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่สามีภรรยาของเราจะดีที่สุด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 16 พ.ค. 2549 (01:17) สวัสดีครับ ผม ต่อครับ ได้ดุเว็บเเล้วสนใจน่ะคัรบเพราะผมเองต้องการที่จะสร้างเว็บขึ้นมา โดยที่มีทั้งการโพสรูปเเล้วเเสดงความคิดด้วยเเต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเองต้องการที่จะช่วยให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อและทำให้ สังคมนี้มีทางออกให้ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ให้รู้จักโทษของพิษภัยโรคต่างๆ โดยทางเว็บเรานั้นคิดว่าจะมีวัยรุ่นอายุตำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้เว็บเรา ทางเราจึงต้องการสอบถามทางเว็บ ท่านว่าหากเราต้องการบุคลที่ สามารถตอบคำถาม ต่างๆๆได้อย่างสมบูรณ์ อาทิเช่น "หากเป็นโรคเอสด์เเล้ว ควรไปรักษาที่ไหน อย่างไร ..." และสามารถให้คำตอบได้ เท่านั้นเองครับ เว็บที่ผมทำเองนั้นสำเร็จเพียง 40 % เท่านั้นครับเเต่ผมต้องการติดต่อให้ทราบเเน่ชัดว่า ทางเราเเละทาง คุณสารมารถร่วมกันทำให้วัยรุ่นไทยนั้นติดโรคได้น้อยลงได้ มันคือคือความภาคภูมิใจของผมเเละเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนเช่นกันครับ หากทางคลีนิครักสนใจที่จะเป็นคนที่จะให้ความรู้ทางเรื่องเพศ ข่าวสารต่างๆและตอบปัญหานั้นเพื่อช่วยให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อและทำให้สังคมดีขึ้นขอให้ติดต่อกลับมาที่เราครับ ผมเองเป็นตัวเเทนของเว็บและเป็นตัวแทนของวัยรุ่นรวมถึงบุคลที่บริสุทธิ์ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง lukter_loveyou@hotmail.com (IP:202.133.154.76,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 ม.ค. 2551 (18:21) การตรวจHIV ที่ได้ผลรวดเร็วถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับยุทธการใหม่ของ CDC ในปี 2000 มากกว่า 30% ของชาวอเมริกันที่มาตรวจการติดเชื้อไม่มาฟังผล ซึ่งใช้เวลาถึงสองอาทิตย์สำหรับการตรวจแบบที่ใช้กันอยู่ การตรวจที่สามารถรอฟังผลได้ทันทีจะช่วยให้สามารถส่งต่อคนที่มีผลบวกไปยังแผนกรักษาได้ทันที ขณะนี้ FDA ได้อนุมัติชุดตรวจ HIVที่รู้ผลทันทีแล้ว 4ชุด แต่มีชุดตรวจยี่ห้อเดียวคือ OraQuick ที่ใช้การขูดเซลล์ที่หลุดลอกในปากได้ โดยจะทราบผลใน 20-40นาที ชุดอื่นๆต้องใช้เลือด โดยของบริษัทMedMIraมีขายตามร้านขายยาในฮ่องกงและรู้ผลภายในเวลา 3 นาทีเท่านั้น เด็กเเนว (IP:203.113.61.231) ตรงบทส่งท้ายที่พูดถึงความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) มีความสำคัญต่อการนำมาใช้งานมาก ปัจจุบันชุดตรวจการติดเชื้อ HIV มีอยู่มากมายหลายหลักการ หลายชื่อชุดตรวจทางการค้า ตัวอย่างเช่น วิธี Enzyme Immuno Assay (Open system) - Abbott HIV -1/2 gO EIA - Enzygnost HIV Integral - Murex HIV 1.2.0 - Murex HIV 1.2.0 เป็นต้น วิธี Machine Based Assay (Automatic/Close system) - Abbott Axs HIV1/HIV2 gO - AxSYM HIV Ag/Ab Combo - Vidas HIV DUO (ที่รพ.ผมใช้) - Access HIV 1/2 New เป็นต้น วิธี Gelatin Particle Agglutinaion - Serodia HIV (ที่รพ.ผมใช้) - SFD HIV 1/2 PA วิธี Rapid test (ผู้เขียนมีประสบการณ์ใช้ตรวจทุกยี่ห้อที่กล่าว) - Bioline HIV 1/2 - Capillus HIV1/HIV2 - Determine HIV 1/2 - (ACON) HIV 1/2 Rapid test Device - CORE HIV - 1&2 - Dipstick HIV 1/2 - HIV 1/2 Dobble Check gold - Immunocomb II HIV 1/2 Bispot - Double check II HIV 1+2 - Double check Gold HIV 1&2 เป็นต้น ดังนั้น ก่อนตรวจเอดส์ หรือ หา Anti - HIV ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ และควรทำการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นักเทคนิคการแพทย์ ดีที่สุดครับ |