วิชาการดอทคอม ptt logo

ชุดตรวจโรคเอดส์ด้วยตนเองที่บ้าน

โพสต์เมื่อ: 21:52 วันที่ 5 ก.พ. 2549         ชมแล้ว: 1,028,384 ตอบแล้ว: 20
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
12922
เอดส์เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่หายขาดแต่สามารถดูแลรักษาให้มีชีวิตอยู่อย่างปกติได้ ถ้าดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครมีเชื้อ HIV หรือไม่ ในประเทศไทยแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อใหม่ถึง 20,000คน

ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาบริษัท OraSure Technologies ได้ประกาศว่ากำลังหาหนทางขายชุดตรวจเชื้อ HIV ตามร้านขายยาทั่วไป FDA (องค์การอาหารและยา) จึงได้จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะนี้ชุดตรวจ OraQuick มีการใช้อย่างกว้างขวางตามคลีนิกทั่วไปในอเมริกา ซึ่งการตรวจจะคล้ายๆกับการตรวจการตั้งครรภ์

ในปี 1985 หลังจากที่เพิ่งมีการพัฒนาชุดตรวจการติดเชื้อ HIV ที่อเมริกาก็ได้มีการเรียกร้องให้ออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ติดเชื้อจากการแบ่งแยกทางสังคม หมอต้องขออนุญาตผู้ป่วยก่อนจึงจะมีสิทธิ์ตรวจเลือดหาโรคติดเชื้อได้ ในหลายๆรัฐได้มีข้อกำหนดไว้ว่าบุคลากรทางการแพทย์มีหน้าที่ให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการตรวจ HIV ทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่มีผลบวกต่อ HIV จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่ว่าด้วยวิธีการรายงานผลที่เป็นบวก ในบางรัฐห้ามระบุลงในเอกสารทางการแพทย์ด้วยซ้ำว่าผู้ป่วยติดเชื้อ HIV

ในปี 1986 นักธุรกิจชื่อ Elliott Millenson ได้เสนอ FDA เกี่ยวกับการผลิตชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองที่บ้าน FDA ที่ตอนนั้นยังไม่ค่อยเชื่อว่านี่จะเป็นความคิดที่ดี แต่ก็ใช้เวลาคิดอย่างหนักสองปีก่อนที่จะประกาศว่า การตรวจ HIV ควรจะกระทำโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น Millensonจึงได้ฟ้อง FDA ส่งผลให้มีการพิจารณาที่ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการตรวจ HIVด้วยตนเองในปี 1989
ถึงกระนั้น นักลงทุนก็ต้องผิดหวังเมื่อ ทั้งนักการเมือง สมาคมแพทย์อเมริกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) และกลุ่มผู้เรียกร้องเพื่อชาวรักร่วมเพศ คัดค้านความคิดนี้ โดยให้เหตุผลว่า การตรวจ HIV ที่บ้านอาจได้ผลที่ไม่ถูกต้องและเพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ เนื่องจากเคยมีกรณีมาแล้วว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกระโดดจากสะพาน Golden Gate เพื่อฆ่าตัวตายหลังจากที่เขาทราบว่าตนมีผลเลือดเป็นบวก
อย่างไรก็ดีความกลัวในประเด็นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นอีก เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็ได้มียารักษาโรคที่ได้ผลดีมากขึ้น FDA จึงได้เปลี่ยนท่าทีในปี 1996 และอนุมัติชุดทดสอบ HIV จากสองบริษัท หนึ่งในนั้นก็เป็นของ Millensonด้วย ทั้งสองชุดนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปแต่ว่าผู้ซื้อต้องส่งผลเลือดมาตรวจยืนยันด้วย ภายในหนึ่งสัปดาห์คุณก็จะรู้ผลและได้รับคำปรึกษาจากศูนย์โดยไม่เสียค่าบริการและไม่มีใครรู้ว่าคุณคือใคร
ถึงแม้จะมีคนค้านว่าการให้คำปรึกษาแบบได้พบกับคนไข้จริงๆจะได้ผลดีกว่า แต่อีกฝ่ายก็บอกว่าการตรวจที่บ้านช่วยให้คนทั่วไปได้รับการตรวจมากขึ้น และที่สำคัญคือความเป็นส่วนตัวและความลับของคนไข้จะถูกเก็บรักษาได้ดีกว่า
ภายในเวลาเพียง 1ปี ชุดทดสอบนี้ก็ขายได้มากกว่า 175,000ชุด และก็ไม่พบว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น เชื่อได้ว่าการรับรู้ผลที่บ้านไม่ส่งผลต่อความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับกองสาธารณสุขที่เป็นกังลลว่าผู้คนอาจจะระมัดระวังต่อการติดเชื้อน้อยลงหลังจากที่มียารักษาโรคแล้ว นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ผู้ที่ทราบว่าตนติดเชื้อ HIV จะปรับปรุงพฤติกรรมให้มีความเสี่ยงน้อยลง ชี้ให้เห็นว่า ยิ่งคนได้รับการตรวจมากก็น่าจะยิ่งลดการแพร่กระจายการติดเชื้อได้ และเพิ่มโอกาสให้คนติดเชื้อได้รับการรักษามากขึ้น

โชคร้ายที่ว่า มีชาวอเมริกันที่มีผลเลือดบวกอีกประมาณ 25% ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อแล้ว โดยกองสาธรณสุขเชื่อว่าประชากรกลุ่มนี้น่าจะอธิบายจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ปีละ 40,000คน ตั้งแต่ปลายยุค 90 ถือว่าอเมริกาประสบความล้มเหลวในการต่อสู้กับเอดส์ จำนวนผู้ที่ตายจากการติดเชื้อเอดส์คงที่แทนที่จะลดลง และในบางพื้นที่มีอัตราการติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ผู้ที่ติดเชื้อในอเมริกาส่วนมากได้รับบริการทางการแพทย์ทั่วไปดี แต่ไม่ได้รับการตรวจเชื้อHIV จนกระทั่งเมื่อมีอาการแล้ว (มักจะเป็นระยะท้ายๆแล้วถึงมีอาการ) ความจริงที่น่าใจหายนี้ทำให้ CDC ได้ออกคำแนะนำใหม่ให้ตรวจHIVเป็นroutine เหมือนการตรวจเลือดทั่วไป รวมถึงการตรวจหญิงตั้งครรภ์ทุกคน และการตรวจซ้ำทุกปีในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เป้าหมายของ CDC คือลดอุปสรรคในการตรวจเชื้อ รวมถึงความกังวลของคนไข้ และความไม่กระตือรือร้นในการตรวจเชื้อให้คนไข้ของแพทย์ นอกจากนี้นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ CDC ไม่แนะนำให้แพทย์ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อ HIV เมื่อคนไข้มาขอตรวจเลือดอีกต่อไป คำแนะนำเหล่านี้ถือว่าแปลกใหม่ไปจากวิธีแบบเดิมๆที่เป็นอยู่ขณะนี้ ที่จะรักษาผู้ติดเชื้อHIV ต่างจากโรคติดเชื้ออื่นๆทั่วไปและเน้นการตรวจเลือดในคนที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น

การตรวจHIV ที่ได้ผลรวดเร็วถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับยุทธการใหม่ของ CDC ในปี 2000 มากกว่า 30% ของชาวอเมริกันที่มาตรวจการติดเชื้อไม่มาฟังผล ซึ่งใช้เวลาถึงสองอาทิตย์สำหรับการตรวจแบบที่ใช้กันอยู่ การตรวจที่สามารถรอฟังผลได้ทันทีจะช่วยให้สามารถส่งต่อคนที่มีผลบวกไปยังแผนกรักษาได้ทันที
ขณะนี้ FDA ได้อนุมัติชุดตรวจ HIVที่รู้ผลทันทีแล้ว 4ชุด แต่มีชุดตรวจยี่ห้อเดียวคือ OraQuick ที่ใช้การขูดเซลล์ที่หลุดลอกในปากได้ โดยจะทราบผลใน 20-40นาที ชุดอื่นๆต้องใช้เลือด โดยของบริษัทMedMIraมีขายตามร้านขายยาในฮ่องกงและรู้ผลภายในเวลา 3 นาทีเท่านั้น

อย่างไรก็ดี มีปัจจัยอื่นๆที่ต้องพิจารณาก่อนที่อเมริกาจะอนุมัติให้มีการขายชุดตรวจตามร้านขายยาทั่วไป OraSure ผู้ผลิต OraQuick รายงานว่าชุดทดสอบของตนมีความไว 99.3% และมีความจำเพาะเจาะจง 99.8% แต่กองสาธารณสุขใน San Francisco, Los Angeles, New York ได้พบว่ามีผลบวกที่ไม่เป็นจริงค่อนข้างสูง ทำให้มีบางหน่วยงานเลิกใช้ชุดทดสอบนี้แล้ว แต่ Dr. Branson ผู้ที่ทำงานใน CDC กล่าวว่านี่ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปและเลิกใช้ชุดทดสอบนี้ทันที ไม่ว่าอย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผลบวกปลอม 100% คงเป็นไปไม่ได้ และนี่อาจส่งผลทางด้านจิตใจต่อคนที่ตรวจแล้วเจอผลบวก ทั้งๆที่ไม่เป็นจริงนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีช่วงหลังการติดเชื้อใหม่ๆที่จะยังตรวจไม่พบเชื้อ ถ้าตรวจแล้วผลลบอาจทำให้คนนั้นเข้าใจผิดว่าตนไม่ติดเชื้อและกลับไปมีพฤติกรรมเสี่ยงตามเดิมได้
เมื่อชุดตรวจนี้ได้รับการอนุมัติให้ขายได้ทั่วไป แพทย์ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับช่วงที่จะตรวจไม่พบเชื้อและเรื่องผลบวกปลอมนี้ด้วย และคลีนิกทั่วไปควรมีบริการตรวจยืนยันผลด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ เช่นการตรวจโปรตีนของไวรัสโดยตรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ควรรวมอยู่ในการตลาดของการขายชุดทดสอบนี้ด้วย
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่าวิธีเดียวที่จะหยุดการแพร่กระจายโรคเอดส์ในอเมริกาได้คือ ต้องทำให้การตรวจหาเชื้อ HIV เป็นเรื่องง่ายๆเหมือนการตรวจว่าคุณท้องหรือเปล่า ไม่แน่ว่าหลังจากรอมานานถึง 20ปี ในที่สุดชุดตรวจเหล่านี้จะได้รับการอนุมัติจาก FDA ให้วางขายได้เสียที

ข้อมูลจาก
-Home Testing for HIV. New England Journal of Medicine. Feb 2006; 354:437-440
-Branson BM. Home sample collection tests for HIV infection. JAMA 1998;280:1699-1701


ณัฏฐิณี
ร่วมแบ่งปัน131 ครั้ง - ดาว 175 ดวง





จำนวน 17 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 ก.พ. 2549 (22:01)


29031
% ของชาวอเมริกันอายุ 18-64ปีที่ได้รับการตรวจเชื้อHIV ในปี2001

ณัฏฐิณี
ร่วมแบ่งปัน131 ครั้ง - ดาว 175 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 ก.พ. 2549 (22:03)
เอดส์เป็นโรคที่ค้นพบเมื่อปีค.ศ. 1981 (พ.ศ.2524) ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยชายหนุ่มรัก

ร่วมเพศ 5 คน ที่ป่วยเป็นปอดบวมจากเชื้อแปลกๆ ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Pneumocystis Carinii

Pneumonia ภายในอีก 1 เดือนต่อมา มีชายรักร่วมเพศอีก 26 คน ป่วยเป็นโรคมะเร็ง Kaposi

’s sarcoma ซึ่งตามปกติโรคนี้จะเกิดในคนอายุมากหรือคนที่มีภูมิคุ้มกันของร่างกายเสียไป และ

ยังมีผู้ป่วยอีกหลายราย เป็นโรคปอดบวม และติดเชื้อชนิดฉวยโอกาส ชายหนุ่มที่ป่วยทุกรายไม่มี

ีรายใดที่มีโรคร้ายแรงประจำตัวมาก่อน





จากการตรวจผู้ป่วยทุกราย ทำให้ทราบว่าการทำงานของเซลล์ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานโรคนั้น

เสียไป ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ และในที่สุดผู้ป่วยก็เสียชีวิตลงเพราะระบบภูมิคุ้มกันโรคบก

พร่อง หลังจากนั้นการแพร่ระบาดของโรคนี้ก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีใคร

ทราบสาเหตุว่าเกิดจากเชื้อชนิดใด





ซึ่งมีผลทำให้ในปัจจุบัน โรคร้ายชนิดนี้เป็นที่กล่าวถึงกันทั่วโลกในฐานะมฤตยูชนิดใหม่ที่เรียกว่าเอดส์

(Aids) มันเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไวรัสเอดส์ หรือมีชื่อภาษาอังกฤษว่า HIV

(เอช-ไอ-วี) ซึ่งย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus เมื่อไวรัสเอดส์เข้าสู่ร่างกายจะ

เข้าไปภายในเซลล์บางชนิดของร่างกาย จะมีการฟักตัวระยะหนึ่งซึ่งอาจนานเป็นปีหรือนานกว่า 10 ปี

โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ต่อมาไวรัสจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย จนสามา

รถทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เสื่อมหรือเสียไปเรื่อยๆ ผู้ป่วยจึงมักมีการติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย ใน

ที่สุดร่างกายก็ไม่สามารถทนทานได้ ซึ่งจะเสียชีวิตลงในที่สุด และไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ จนถึง

ตอนนี้มีมากกว่า 163 ประเทศที่พบโรคเอดส์ในประเทศของตนแล้ว



โรคเอดส์จึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกประเทศ อเมริกาก็เช่นกัน มันเป็นปัญหาระดับชาติของพวกเขา

ผู้ติดเชื้อรายใหม่มีเพิ่ม 40,000 คนต่อปี ผู้ที่ติดเชื้อ HIV และทนทุกข์ในความเงียบ ชาวอเมริกันกว่า

ครึ่งล้านที่มีเชื้อ HIV ส่วนสถิติทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 16,000 คนต่อวัน ผู้ที่ติดเชื้อทุกคนล้วนเป็น

ผู้ที่มีปูนหลังอันหลากหลาย อย่างเช่น การใช้สารเสพติดโดยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์

ไม่ว่าจะเป็นระหว่างชายกับหญิง ชายกับชายหรือหญิงกับหญิง ถ้าไม่ป้องกันก็มีสิทธิติดโรคนี้ได้เช่นกัน





เอดส์จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นได้กับทุกประเทศและกับคนทุกชนชั้น ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นขั้น

สุดท้ายของการติดเชื้อ HIV มันมักจะปรากฏอาการภายใน 8-12 ปี หลังจากได้รับเชื้อไวรัส ผู้ที่ติดเชื้อ

ส่วนใหญ่ยังไม่แสดงอาการ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้ ไวรัสตัวนี้สามารถหลบซ่อนจากระบบภูมิคุ้มกัน

ในร่างกายได้ทุกทาง ไวรัส HIV สามารถกลายพันธุ์ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปรับแต่งตนเอง

เพื่อให้ก้าวนำความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย



จากนั้นไวรัสจะเริ่มทำลายระบบภูมิคุ้มที่เรียกว่า ทีเซลล์ (T cell) โดยการเกาะติดกับทีเซลล์ ซึ่งมันจะ

เจาะเข้าไปในนิวเคลียสของทีเซลล์ และเริ่มต้นกระบวนการสร้างเอชไอวีใหม่ ไวรัสใหม่จะปรากฏตัว

จากทีเซลล์ที่กำลังจะตายแล้วก้าวต่อไปทำให้เซลล์อื่นๆ ติด ระบบภูมิคุ้มกันก็ค่อยๆ ล่มสลายอย่างช้าๆ





แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ การรักษาช่วยให้ผู้ติดเชื้อ

HIV สามารถอยู่ได้อีกนานหลายปี เพราะพวกเขาใช้ยาที่เรียกว่า คอกเทลยา (drug cocktail) ซึ่ง

ประสิทธิภาพของยาตัวนี้ ช่วยลดปริมาณไวรัสในเลือดได้ มันคือความก้าวหน้าอันน่าทึ่งที่จะรักษาผู้

ป่วยโรคนี้ แต่ก็ทำได้เฉพาะบางคนเท่านั้น เพราะหลายคนที่มีเชื้อ HIV ใช้ยาตัวนี้ไม่ได้ผลและส่งผล

ข้างเคียงที่อันตรายกลับมาแทน ยาตัวนี้อาจเป็นเพียงตัวควบคุมไวรัสเท่านั้น ซึ่งเรารู้ว่ามันอันตราย

มาก แต่มันคือความหวังที่เรามีทุกวันนี้ เพราะการมีตัวยาใหม่ มันช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

แต่ผู้คนยังคงล้มตายเพราะไม่มีหนทางรักษาเอดส์ และวัคซีนในการป้องกันการติดเชื้อคงยังอีกไกล



คนติดเชื้อ HIV ในปัจจุบัน พวกเขาคือตัวแทนของโรคที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่ม

หรือเพศใด เราจะสูญเสียทรัพยากรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ นั่นคือเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังเจริญเติบโต

ไปเรื่อยๆ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและค่านิยมไปในทิศทางที่เหมาะสม จึงเป็นเรื่องจำเป็น และ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันตัวจากโรคร้ายคือความสุขในครอบครัว และต้องอาศัยความรับผิดชอบ

ของทุกฝ่าย โดยเฉพาะคุณพ่อและสามีทุกคน ที่เป็นสาเหตุหลักของการนำเชื้อเอดส์ไปติดแม่บ้านและ

ทารก “เอดส์” จะไม่มีทางก้าวมาสู่ตัวคุณได้เลย ถ้าคุณไม่ไปลองดีกับมัน


http://www.nextstep.co.th/mysci/aids.html
http://www.multiculturalhivhepc.net/thai/pdf/hiv01_tha.pdf
ณัฏฐิณี
ร่วมแบ่งปัน131 ครั้ง - ดาว 175 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ก.พ. 2549 (18:46)
ผมสงสารผู้ที่ติดเชื้อเอดส์จากสามีที่ชอบเที่ยวกลางคืนครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2948 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ก.พ. 2549 (13:33)
เห็นด้วยคะ
vav..._@thaimail (IP:203.156.131.153,192.168.1.218,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 27 เม.ย. 2549 (19:48)
เดี๋ยวนี้คนเป็นเอดส์กันมากขึ้นโดยเฉพาะเพศที่3 อีกทั้งยาที่ใช้กันในตอนนี้ก็ช่วยได้แค่ประคับประคองอาการ ทางที่ดีป้องกันตัวเองทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ดีกว่าครับ ถ้าจะดียิ่งขึ้นก็อย่าไปมี เพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่สามีภรรยาของเราจะดีที่สุด
jayjay
ร่วมแบ่งปัน106 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 16 พ.ค. 2549 (01:17)
สวัสดีครับ ผม ต่อครับ ได้ดุเว็บเเล้วสนใจน่ะคัรบเพราะผมเองต้องการที่จะสร้างเว็บขึ้นมา โดยที่มีทั้งการโพสรูปเเล้วเเสดงความคิดด้วยเเต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเองต้องการที่จะช่วยให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อและทำให้ สังคมนี้มีทางออกให้ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ให้รู้จักโทษของพิษภัยโรคต่างๆ โดยทางเว็บเรานั้นคิดว่าจะมีวัยรุ่นอายุตำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้เว็บเรา ทางเราจึงต้องการสอบถามทางเว็บ ท่านว่าหากเราต้องการบุคลที่ สามารถตอบคำถาม ต่างๆๆได้อย่างสมบูรณ์ อาทิเช่น "หากเป็นโรคเอสด์เเล้ว ควรไปรักษาที่ไหน อย่างไร ..." และสามารถให้คำตอบได้ เท่านั้นเองครับ

เว็บที่ผมทำเองนั้นสำเร็จเพียง 40 % เท่านั้นครับเเต่ผมต้องการติดต่อให้ทราบเเน่ชัดว่า ทางเราเเละทาง คุณสารมารถร่วมกันทำให้วัยรุ่นไทยนั้นติดโรคได้น้อยลงได้

มันคือคือความภาคภูมิใจของผมเเละเป็นประโยชน์ต่อหลายๆคนเช่นกันครับ หากทางคลีนิครักสนใจที่จะเป็นคนที่จะให้ความรู้ทางเรื่องเพศ ข่าวสารต่างๆและตอบปัญหานั้นเพื่อช่วยให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อและทำให้สังคมดีขึ้นขอให้ติดต่อกลับมาที่เราครับ

ผมเองเป็นตัวเเทนของเว็บและเป็นตัวแทนของวัยรุ่นรวมถึงบุคลที่บริสุทธิ์ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
lukter_loveyou@hotmail.com (IP:202.133.154.76,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 ม.ค. 2551 (18:21)
การตรวจHIV ที่ได้ผลรวดเร็วถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับยุทธการใหม่ของ CDC ในปี 2000 มากกว่า 30% ของชาวอเมริกันที่มาตรวจการติดเชื้อไม่มาฟังผล ซึ่งใช้เวลาถึงสองอาทิตย์สำหรับการตรวจแบบที่ใช้กันอยู่ การตรวจที่สามารถรอฟังผลได้ทันทีจะช่วยให้สามารถส่งต่อคนที่มีผลบวกไปยังแผนกรักษาได้ทันที

ขณะนี้ FDA ได้อนุมัติชุดตรวจ HIVที่รู้ผลทันทีแล้ว 4ชุด แต่มีชุดตรวจยี่ห้อเดียวคือ OraQuick ที่ใช้การขูดเซลล์ที่หลุดลอกในปากได้ โดยจะทราบผลใน 20-40นาที ชุดอื่นๆต้องใช้เลือด โดยของบริษัทMedMIraมีขายตามร้านขายยาในฮ่องกงและรู้ผลภายในเวลา 3 นาทีเท่านั้น
เด็กเเนว (IP:203.113.61.231)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 27 ม.ค. 2551 (19:06)
ตรงบทส่งท้ายที่พูดถึงความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) มีความสำคัญต่อการนำมาใช้งานมาก ปัจจุบันชุดตรวจการติดเชื้อ HIV มีอยู่มากมายหลายหลักการ หลายชื่อชุดตรวจทางการค้า ตัวอย่างเช่น

วิธี Enzyme Immuno Assay (Open system)

- Abbott HIV -1/2 gO EIA

- Enzygnost HIV Integral

- Murex HIV 1.2.0

- Murex HIV 1.2.0 เป็นต้น

วิธี Machine Based Assay (Automatic/Close system)

- Abbott Axs HIV1/HIV2 gO

- AxSYM HIV Ag/Ab Combo

- Vidas HIV DUO (ที่รพ.ผมใช้)

- Access HIV 1/2 New เป็นต้น

วิธี Gelatin Particle Agglutinaion

- Serodia HIV (ที่รพ.ผมใช้)

- SFD HIV 1/2 PA

วิธี Rapid test (ผู้เขียนมีประสบการณ์ใช้ตรวจทุกยี่ห้อที่กล่าว)

- Bioline HIV 1/2

- Capillus HIV1/HIV2

- Determine HIV 1/2

- (ACON) HIV 1/2 Rapid test Device

- CORE HIV - 1&2

- Dipstick HIV 1/2

- HIV 1/2 Dobble Check gold

- Immunocomb II HIV 1/2 Bispot

- Double check II HIV 1+2

- Double check Gold HIV 1&2 เป็นต้น

ดังนั้น ก่อนตรวจเอดส์ หรือ หา Anti - HIV ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ และควรทำการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นักเทคนิคการแพทย์ ดีที่สุดครับ
santimt101
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 ธ.ค. 2551 (14:47)

หนูก็สงสารกับคนที่เป็นโรคเอดส์มากจังเลยค่ะ


ด.ญ.ศศิณา ด.ญสิรามล (IP:125.24.44.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 ธ.ค. 2551 (17:48)

ไปตรวจมาแล้ว ไม่มีผลเสี่ยง ด้วยวิธี� Immunochromatographic assay


aa (IP:119.42.82.179)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 15 ก.ค. 2552 (05:15)

เรื่องโรดเอดส์  ผมมียามาบอกกับคนที่เป็นโรดเอดส์ตอนนี้ ยาตัวนี้หายได้ภายใน7วัน โลกโรดเอดส์หายไปเลยครับ  เฉพาะผมใช่ยามารักษาคนที่โรดเอดส์สี่คนครับยากรู้ยาโทรมา  089-4027503 ตั้มพัทยา


ประเสริฐ ค้าขาย ตั้ม (IP:125.27.0.35)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 ก.ค. 2552 (15:13)

ช่วยตอบให้หน่อยนะคะเป็นกังวลมากๆๆๆว่าเราจะเป็นโรคเอดส์มั้ย คือไปมีอะไรกับแฟนเก่าอะคะ...ไม่รู้ว่าเค้าจะไปมีอะไรกับใครบ้าง..เวลาผ่านไป 2ปีกว่าๆๆแย้วอะคะ...สังเกตตัวเองแย้วก้อไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีน้ำหนักขึ้นมาอีกต่างหากจาก 45ก.กขึ้น 52ก.กอะคะแต่จะมีอยู่บ้างที่มีเม็ดตุ่มเล็กๆๆๆเหมือนตุ่มยุ่งกัดมีอาการคันนิดๆๆมีไม่มากแย้วก้อหายไปเองนอกนั้นก้อปรกติดีทุกอย่าง ตอนนี้คบกับผู้ชายคนใหม่อะคะคบกันได้จะปีหนึ่งแย้วอะคะ...เมื่อ3 เดือนที่แย้วเค้าไปบริจาคเลือดมาแต่ก้อไม่มีใบอะไรส่งมาที่บ้าน ในกรณีอย่างนี้ไม่มีอะไรส่งมาอยากทราบว่าเราจะเป็นไหมคะ


p (IP:118.172.104.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ธ.ค. 2552 (16:34)

ไปมีอะไรกับแฟน
โดยไม่ใช้ถุงยาง
จะเป็นเอดส์ไหม


kim_narubate@hotmail.com (IP:118.173.44.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 13 ก.พ. 2553 (12:22)
มีขายที่ใหนครับ
jo_zad@hotmail.com (IP:124.157.168.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 28 ก.พ. 2554 (14:29)
ผิดพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ ถ้าหากมีการตรวจเองมีผลเสียมากกว่าได้เพราะ ให้คิดเหมือนกับการซื้อยา หากมีคนทั่วไปสามารถขายยาได้จะมีเภสัชไว้ทำไม ผมในฐานะที่เป็นกลุ่มวิชาชีพการตรวจมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องให้ผลการตรวจมีข้อผิดพลาดได้หลายกรณีทำให้พวกที่ไม่รู้จริงเข้าใจผิดได้
ทนพ. (IP:125.26.254.154)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 28 ก.พ. 2554 (14:37)
saliva มี antigen ต่ำ ทำให้ผลการตรวจไม่มีความไว และความจำเพราะแน่นอน ชุดตรวจนี้สามารถให้ผลบวกได้ก็ต่อเมื่อมีการติดเชื้อเป็นระยะเวลานานแล้วถึงจะมีโอกาสตรวจพบ ซึ่งคง น่าจะไปโรงพยาบาลก่อนที่จะใช้ชุดตรวจนี้แล้วให้ผลบวก
ทนพ. (IP:125.26.254.154)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 28 ก.พ. 2554 (14:47)
เชื่อไวรัส HIV อาศัยในเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่ม T- Lymphocye มากที่สุด มีเพียงเชื้อspecie บาง specie เท่านั้นที่ อาศัยในเชลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่ม Monocyte และเชื้อกลุ่มนี้มีอุบัติการที่น้อยมาก ดังนั้นเมื่อทำการตรวจเชื้อจากน้ำลายทำให้มีความไวในการตรวจต่ำเพราะในน้ำลายมนุษย์มีเชลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่ม Monocyte(macophag) ที่เป็นตัวทำหน้าที่ในน้ำลายเป็นส่วนมากและในน้ำลายมีปริมาณเม็ดเลือดขาวน้อยมากโอกาสที่จะพบเชื้อจึงน้อยตามไปด้วย
ทนพ. (IP:125.26.254.154)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม