ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง

ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง


ความคิดเห็นที่ 76

จ้อ
22 มี.ค. 2549 22:44
  1. ต้องขออภัยทุกๆท่านด้วยนะครับ เนื่องจากสถานะการณ์บ้านเมืองกำลังสับสน ทางเว็บวิชาการมีหลักการที่จะไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองไม่ว่าสถานะการณ์ใดๆก็ตาม ช่วงนี้ความขัดแย้งทางสังคมมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทางทีมงานจึงต้องขอสวงนสิทธิ์ งดรับความคิดเห็นทางการเมืองทั้งหมดเป็นการชั่วคราว ต้องขออภัยสมาชิกทุกๆท่านด้วย และ หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจ ทีมงานวิชาการดอทคอม

ความคิดเห็นที่ 75

CrazyHOrse
15 มี.ค. 2549 18:42
  1. ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน ห้าม ส.ส.สังกัดพรรคการเมือง กับ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง นั้นต่างกัน เพราะอันหลังแปลว่าอาจสังกัดหรือไม่ก็ได้นะครับ ถ้าเป็นอย่างหลังผมไม่ติดใจอะไรครับ แต่ที่ผมพูดถึงเป็นปัญหาของอย่างแรก ดังนั้น 1.เราอาจห้ามบุคคลสังกัดพรรคการเมืองได้ แต่เราจะห้ามความคิดของคนได้หรือไม่? หรือกลายเป็นว่าบางคนทางนิตินัยไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองแต่ทางพฤตินัยสนับสนุนบางพรรค 100% เหลือแต่คนที่มีจริยธรรมก็พยายามทำตามกฏเกณฑ์ พยายามไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ระบบแบบนี้เท่ากับสร้างข้อจำกัดให้คนที่มีจริยธรรมสูงแต่สร้างความได้เปรียบให้กลุ่มที่ไร้จริยธรรมหรือไม่? ต้องลองคิดดู 2.รัฐธรรมนูญฉบับนี้สนับสนุนระบบพรรคการเมืองอย่างชัดเจน (เห็นได้จากส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์) ที่เป็นอย่างนี้ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะพรรคการเมืองสามารถทำให้มีความต่อเนื่องทางนโยบายได้(หากได้รับการเลือกตั้งเข้ามาอีก) แต่รัฐธรรมนูญเองก็ให้เอกสิทธิ์ในการตัดสินใจกับส.ส.ด้วยในระดับหนึ่ง(ถึงส.ส.บางคนโดนไล่ออกจากพรรคเพราะโหวตสวนมติพรรคก็ยังไม่เสียสถานภาพส.ส. โดยสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ - คนละเรื่องกับการลาออกจากพรรคระหว่างดำรงตำแหน่งซึ่งจะเสียสถานภาพทันทีนะครับ) ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นเพราะว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้การออกกฎหมายเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน หากไม่มีส.ส.ที่มีความคิดเห็นในแนวทางเดียวกันมากพอจะทำให้เกิดความขลุกขลักในการบริหาร ซึ่งถ้ามีปัญหามากนายกฯจะต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งส.ส.กันใหม่ แต่ในเรื่องการควบคุมการทุจริต เมื่อได้รับฟังข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ส.ส.สามารถใช้สิทธิ์ไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหารได้ โดยหลักการแล้วฝ่ายบริหารจะต้องลาออกหรือปรับเปลี่ยนครม.(จะทั้งชุด หรือ บางส่วนก็ได้) อันนี้บางยุคบางสมัยรัฐบาลจะแก้ปัญหาโดยการยุบสภา(ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าผิดหลักการ เพราะสภาไม่ได้ผิด แต่ความผิดอยู่ที่ฝ่ายบริหาร) 3.เรื่องที่น่าคิดของรธน.ฉบับนี้คือ เรามีองค์การอิสระจำนวนมาก และที่สำคัญคือการเมืองภาคประชาชนจะต้องอาศัยช่องทางผ่านองค์กรอิสระเหล่านี้ แต่กรรมการองค์การอิสระกลับถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการซึ่งมีคนจากภาคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย(ไม่นับที่ว่ามีการฉีกจารีตในการคัดเลือกคณะกรรมการจากพรรคการเมืองที่ส.ส.ร.คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้น แถมคณะกรรมการบางฝ่ายสาวไปก็จะพบว่ามาจากตำแหน่งที่แต่งตั้งจากภาคการเมืองได้ในทางอ้อมเพราะมาจากส่วนราชการ) ที่น่าคิดคือ องค์การอิสระ ไม่ได้เป็นฝ่ายอะไรเลยใน 3 อำนาจหลักของประชาธิปไตย(บริหาร,นิติบัญญัติและตุลาการ) ถึงแม่ว่าดูแล้วฝ่ายตุลาการจะถูกแทรกแซงได้ยากกว่าใคร แต่ถ้าตำรวจไม่ทำสำนวนหรืออัยการสั่งไม่ฟ้อง การพิจารณาคดีก็ไม่มีทางเกิดขึ้น นั่นคือฝ่ายบริหารอาจแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ส่วนหนึ่งด้วย รัฐธรรมนูญของเรายังมี upside อีกเยอะครับ

ความคิดเห็นที่ 73

แป๋มคุง 100
14 มี.ค. 2549 11:40
  1. จริงๆแล้ว หนูพึ่งจะได้บัตรประชาชนมาไม่นานนี้เอง ยังไม่มีสิทธิอะไรทางกฏหมาย เมื่อ 3 เดือนก่อน หนูหลับหูหลับตาไม่สนใจการเมืองเลย แต่พอมีข่าว ก็เริ่มสนใจการเมืองขึ้นมาทันที เนื่องจากพ่อเป็นคนติดตามข่าว แบบวงใน ทำให้รู้อไรเยอะ

ความคิดเห็นที่ 72

CrazyHOrse
14 มี.ค. 2549 09:33
  1. 1.เรื่องส.ส.ห้ามสังกัดพรรคการเมืองมันจะกลายเป็นเรื่องโอละพ่อแบบเดียวกับส.ว.ห้ามสังกัดพรรคการเมืองน่ะสิครับ แต่ผมเห็นด้วยนะครับว่าส.ส.ต้องเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ตัวเองให้ได้ และมีต้องมีส่วนร่วมสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง 2.เรื่องประชาชนไม่พร้อม ก็ต้องค่อยๆทำให้พร้อม ระหว่างนี้ก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องมีสำนึกอยู่เสมอว่าประชาชนยังไม่พร้อม และฝ่ายการเมืองต้องมีจริยธรรมมากพอที่จะไม่ฉวยโอกาสจากความไม่พร้อมของประชาชนเอามาใช้เป็นฐานอำนาจของตัวเอง(แถมตะโกนปาวๆอีกต่างหากว่า "อย่าดูถูกประชาชน") ประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน คุณภาพของประชาธิปไตย จึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชาชนครับ

ความคิดเห็นที่ 71

14 มี.ค. 2549 02:02
  1. จะฝากความหวังไว้ที่ครูอาจารย์ทุกท่าน ครูอาจารย์บางท่าน ก็ยังไม่เข้าใจ เรื่องการบ้านการเมืองดีเลยครับ ถ้าแยกฝ่ายนิติบัญญัติออกจากฝ่ายบริหารโดยเด็ดขาด ฝ่ายบริหาร ตั้งพรรคการเมืองได้ ฟอร์ม ครม.ไว้ก่อน ให้เดินบิดซ้ายบิดขวาบนเวที เป็นพรรคๆ ให้ประชาชนดูโฉมหน้าและตัดสินใจเลือกเข้ามาบริหารประเทศ ส่วนฝ่ายนิติบัญญัตินั้นก็ให้เลือกจากคนในท้องถิ่นของตัวเอง ที่เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ(ในหน้าที่) ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดๆทั้งสิ้น เพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ และควบคุมการทำงานของรัฐบาล เสนอโครงการต่าง ๆ ให้รัฐบาลดำเนินการ พิจารณายกมือสนับสนุนหรือคัดค้านกฎหมายหรือโครงการต่างๆ.... จะได้หรือไม่ โดยวิธีนี้จะไม่มี สส. ที่สนับสนุนรัฐบาลแบบไม่ลืมหูลืมตา เช่น ในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ได้สังกัดพรรค หรืออาจกล่าวว่า ส.ส.ทุกคนเป็นฝ่ายค้านหมด ก็ได้ ปัญหา ถ้ารัฐบาลจะออกกฎหมาย หรือมีโครงการพัฒนาประเทศสักอย่าง ถ้า สส.ไม่เห็นด้วย จะทำอย่างไร ก็ต้องไว้ใจกัน เชื่อมือกัน ครับ ถ้าค้านตะบี้ตะบัน ไม่มีมีเหตุผล ก็ต้องให้ประชาชนในเขตนั้นเข้าชื่อถอดถอน และถ้าประชาชนเห็นว่า สส.บางจังหวัดดึงงบประมาณของประเทศไปพัฒนาจังหวัดของตนมากเกินไปหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็สามารถให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอถอดถอนได้ แต่ต้องมีจำนวนมากกว่า กรณีแรก ถ้า รัฐมนตรีคนหนึ่งมีโครงการจะสร้างมอเตอร์เวย์ สัก 5 สาย และถ้าโครงการเสร็จก็จะมีค่าคอมมิสชัน และค่าอื่นๆอีก เป็นกอบเป็นกำพอที่จะมีชีวิตอยู่อย่างหรูหราอีกหลายชาติแม้จะหมดอำนาจไปแล้ว และลงทุนซื้อ ส.ส.สักเกินครึ่งของจำนวน สส.ทั้งหมด.....อย่างนี้ก็อันตราย แต่ก็มีวิธีแก้ คือพึ่งศาลปกครอง และจะไม่มี สส.ที่มีคุณธรรมบ้างเลยหรือ ที่คุณ CrazyHOrse บอกว่า ...ประชาชนของเรายังไม่พร้อม ไม่สามารถเลือกคนดีมีความสามารถมาเป็นผู้แทนของตัวเองได้...นั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ จะรอไปอีก 8 ปี ตามแนวคิดของรัฐบาลหอย หรือว่า ทำไป เรียนรู้ไป ลองผิดลองถูกแล้วก็แก้ไขกันไป

ความคิดเห็นที่ 70

CrazyHOrse
14 มี.ค. 2549 00:09
  1. จะเลือกนายกโดยตรงก็ทำได้ มีบางประเทศก็ทำอย่างนี้ ทางนิตินัยอาจแยกอำนาจบริหารออกจากนิติบัญญัติได้เด็ดขาด แต่ในทางปฏิบัติ หากส.ส.ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง จะเป็นเพราะไม่มีศักดิ์ศรีไม่รู้หน้าที่ หวังพึ่งพาการเงินจากพรรค นายทุนพรรค หรือหัวหน้าพรรค หรือถูกกุมไว้โดยกฏหมายบางมาตราที่ให้อำนาจนายกในการตัดส.ส.นอกแถวออกจากสารบบการเมือง จนเกิดเหตุการณ์ที่ส.ส.ทำตัวเป็นพนักงานรับจ้างยกมือ อย่างนี้แยกให้ตายก็แก้ปัญหาไม่ได้ โดยส่วนตัวผมเห็นว่าแก้รธน.ปลดล็อก 90 วันก็เปล่าประโยชน์ถ้านักการเมืองเป็นพวกไร้ศักดิ์ศรี มีอาชีพแค่รับจ้างยกมือ มองกลับไปที่ต้นเหตุ คนแบบนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาก็เป็นเพราะว่าประชาชนของเรายังไม่พร้อม ไม่สามารถเลือกคนดีมีความสามารถมาเป็นผู้แทนของตัวเองได้ ปัญหาประเทศไทยอยู่ที่การศึกษาของประชาชน ถึงผลสำเร็จจะอยู่ในอนาคตหลายปี แต่ถ้าเราไม่เริ่ม มันก็จะไม่มีทางมาถึงครับ ต้องฝากความหวังไว้ที่ครูอาจารย์ทุกท่าน

ความคิดเห็นที่ 68

CrazyHOrse
13 มี.ค. 2549 13:48
  1. ถึงคุณ np นะครับ ลองทำความเข้าใจตามนี้นะครับ 1.ระบอบประชาธิปไตย อำนาจเป็นของปวงชน รัฐธรรมนูญเป็นเหมือนข้อตกลงที่ปวงชนร่างขึ้นมาเพื่อกำหนดวิธีใช้อำนาจร่วมกัน หากรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขสถานการณ์ก็ย่อมปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ 2.เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้นเริ่มต้นขึ้นจากการปฏิวัติของรสช.โดยอ้างเหตุการทุจริตในรัฐบาลสมัยนั้น แต่หลังจากรัฐบาลรักษาการจัดให้มีการเลือกตั้ง นักการเมืองกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันตั้งพรรคใหม่ชื่อสามัคคีธรรม เมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้นได้เสียงข้างมากก็เลือกพล.อ.สุจินดา คราประยูรขึ้นเป็นนายก ว่ากันตามนิตินัยถือว่าถูกต้องทุกประการ แต่ว่ากันตามพฤตินัยนี่คือการฟอกตัวผ่านการเลือกตั้งผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ หากยอมรับเท่ากับว่าการปฏิวัติโดยทหารสามารถทำได้ง่ายๆฟอกตัวให้ถูกกฏหมายได้ง่ายๆแบบนี้ ปัญหาคือว่าตามกฏหมายไม่มีอะไรผิด ฝ่ายเรียกร้องในขณะนั้นใช้ข้ออ้างว่า "นายกต้องมาจากการเลือกตั้ง" เรื่องนี้ผม(บัณฑิตหมาดๆตอนนั้น)ไม่เคยเห็นด้วยเลย เพราะเห็นว่าเราน่าจะแสดงความเห็นตรงๆได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ข้ออ้างแบบนี้ แต่ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าใช้ข้ออ้างไม่เข้าท่าอย่างไร 14 ปีมานี้เราไม่ต้องเจอการปฏิวัติอีกแล้ว และทหารก็หันเหทิศทางเป็นทหารอาชีพที่มีวินัยมากขึ้น แทรกแซงการเมืองน้อยลงมาก ทั้งหมดนี้ต้องถือเป็นคุณูปการของวีรชนผู้ออกมาเรียนร้องในปี 2535 ทุกท่านครับ(ไม่ได้มีผมอยู่ด้วย) ครั้งนี้เหตุการณ์มีทั้งความเหมือนและความต่าง ข้ออ้างในการขับไล่ยังไม่เข้าท่าเหมือนเดิม แต่ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของประชาธิปไตยไทย - การทุจริตเชิงนโยบายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ถึงทุกอย่างจะดูถูกต้องตามนิตินัย(คุ้นๆไหม) แต่การที่ผู้ปกครองประเทศมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมหาศาล(ไม่ใช่มูลค่าหุ้นนะครับ ทรัพย์สิน ลองตรวจสอบดู ถ้าไม่เข้าใจถือเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ทำความเข้าใจเรื่องงบการเงินแล้ว) การเพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะสามารถเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5 เท่าในเวลา 5 ปี ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าคุณได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณบุญคลี ปลั่งศิริ CEO ของ Shin ในช่วงหลังเหตุการณ์ลดค่าเงินบาทที่ประเมินถึงสถานการณ์(ไร้อนาคต)ของธุรกิจสื่อสารในประเทศไทยแล้ว คุณจะเข้าใจเลยว่านโยบายโครงการหมู่บ้านฯลฯ มีบทบาทสำคัญอย่างไรกับการเติบโตของเครือ Shin ในช่วง 4-5 ปีมานี้ - ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นการคานอำนาจของฝ่ายบริหาร,นิติบัญญัติและตุลาการ ทุกวันนี้ฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ภายใต้การครอบงำของฝ่ายบริหาร 100% ในขณะที่องค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญถูกครอบงำ(รายละเอียดขอให้ไปหาอ่านเหตุการณ์การคัดเลือกตัวแทนองค์กรอิสระในช่วง 4-5 ปีที่แล้วนะครับ แล้วจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย) อยากให้ลองค้นคว้าดู เมื่อถึงที่สุดแล้วจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่คุณเถิด

ความคิดเห็นที่ 66

11 มี.ค. 2549 09:05
  1. ผมคิดว่าที่ผมคงจะเขียนความเห็นไม่ดีพอ ทำให้คุณ np ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมเสนอ ผมไม่ได้เสนอให้มีความเท่ากันทุกอย่างในทุกสถานภาพ ไม่ใช่ว่านักเรียนควรเท่าเทียมกับครูโดยการไปนั่งโต๊ะครู หรือทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ที่คนอื่นทำได้ ผมเพียงแค่เสนอให้เห็นว่าคนไทยยังอยู่กับความไม่เท่าเทียมกันหรือระบบยศถาบรรดาศักดิ์ และยังยอมรับกับความไม่เท่าเทียมพื้นฐาน การใช้อภิสิทธิ์ต่างๆมันเกิดขึ้นในทุกระดับ และตามความเห็นของผม มันเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติล้าหลัง คนส่วนใหญ่ต้องการสบายมีอภิสิทธิ์ ก็แค่อยางมีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ได้ตั้งใจทำงานจริง เหมือนกับที่คนโบราณสั่งสอนให้เรียนสูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีความเป็นอยู่ดี มิได้ให้เรียนเพื่อทำงานให้เป็นประโยชน์ คุณลองคิดดูถ้า ผอ.ขสมก ต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงานทุกวัน คุณว่า ขสมก จะพัฒนาดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ หรือไม่เวลาทำงานหัวหน้าคุณไม่เคยเอาเปรียบเลย เวลามีเรื่องที่ต้องใช้แรงงานเยอะๆ หัวหน้าก็มาทำงานด้วยเหมือนลูกน้อง คิดดูซิครับว่าลูกน้องจะเกรงใจและตั้งใจทำงานหรือไม่ อันนี้ผมไม่ได้หมายถึงว่าหัวหน้าต้องทำงานเหมือนกับลูกน้องทุกประการนะครับ หรือในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ไม่มีอภิสิทธิ์ชน อาจารย์ไม่มีที่จอดรถพิเศษ มาสายก็ไม่มีที่จอด ไม่มีห้องน้ำพิเศษถ้ามีคนเยอะก็ต้องรอ ไม่มีโต๊ะกินข้าวพิเศษ นักเรียนก็จะเห็นว่าขนาดคนที่เป็นอาจารย์ แต่ยังอยู่เหมือนนักเรียนหรือคนทั่วไป ผมคิดว่านักเรียนน่าจะซึมซับ และ โตขึ้นคงไม่คิดเอาเปรียบใคร คนไทยส่วนมาก ยังยอมรับความไม่เท่าเทียมกัน ยอมรับยศถาบรรดาศักดิ์ ยอมรับในระบบอภิสิทธิ์ ประเทศชาติถึงไม่เจริญไงครับ ที่คุณ np บอกว่าเวลาซื้อตั๋วรถไฟก็ต้องเข้าคิวกันทั้งนั้น แต่ถ้ามีระดับนายอำเภอหรือผู้ว่ามาละครับ รับรองพนักงานให้ลัดคิว และชาวบ้านก็ไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ มันต่างกับระบบน้ำใจของคนไทยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 65

11 มี.ค. 2549 04:44
  1. ใช่ครับคุณ เบื่อ ไม่มีความเท่าเทียมกันในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอยู่แล้วครับ ในที่มทำงานด้วย ในครอบครัว ก็เช่นกัน ในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ก็ไม่มีความเท่าเทียมกันทั้งนั้น น้องชาย จะนอนกับพี่สะใภ้เหมือนพี่ชายก้ไม่ได้ ลูกบ้านทุกคน จะรับเงินเดือนเท่ากับผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ แต่เวลาซื้อตั๋วรถไฟ ก็ต้องเข้าคิวกันทั้งนั้น ประชาธิปไตย ไม่ได้หมายถึงการเท่าเทียมกัน และไม่ได้หมายถึงการมีสิทธิเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้ ผมอยากจะนิยามว่า " ประชาธิปไตย คือคุณธรรม ของมนุษย์ " ไม่ทราบว่าจะเข้าท่าหรือใช้ได้ หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 64

MathGuy
10 มี.ค. 2549 09:55
  1. คุณ np คุณเบื่อ ให้ภาพสะท้อน มุมมอง ทีน่าสนใจมากครับ ถึงจะดูว่าเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่จริงๆ สิ่งเหล่านี้ แผ่ซึม ปกคลุม และห่อหุ้ม เอาสังคม ของคนที่แตกต่างกัน ในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ฐานะทางการเงิน ฐานะทางสังคม อำนาจ การได้เป็นผู้เล่น ผู้ถือ หรือ เขียนกติกา การเป็นผู้น้อย การเป็นผู้ที่ได้แต่เพียง เป็นบันไดอำนาจ หรือ อภิสิทธิ์ ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ผมผิดหวังพอสมควร "ที่ตรรกศาสตร์" ในการพูด การแสดงความคิดเห็น ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ด้วยการ เล่นคำ ด้วยการ ถือตำแหน่ง หรือฐานะที่ได้เปรียบทางสังคม ด้วยการเห็นเพียงว่า เป็นการเล่นเกมการเมือง ด้วยเพียงต้องการ ยึดมั่นในทิฐิ ไม่ยอมรับฟัง

ความคิดเห็นที่ 63

10 มี.ค. 2549 07:37
  1. เด็กที่เรียนในโรงเรียน เมื่อมีชีวิตอยู่กับการถูกบังคับสิ่งที่ไม่มีเหตุผล เช่น ทำไมต้องตัดผมสั้น ผมสั้นทำให้เรียนดีหรือ ผมสั้นทำให้หล่อ... มีหลายโรงเรียนปลูกสนามหญ้าและยอมให้หมามาขี้ดีกว่าให้เด็กมาออกกำลังกาย เพราะแค่กลัวหญ้าตาย และครูเคยแสดงความกล้าที่จะท้าทายในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่างๆในโรงเรียนหรือไม่ เปล่าเลย แล้วอย่างนี้จะทำให้เด็กนักเรียนซึมซับความเท่าเทียมกัน ความถูกต้องได้อย่างไรกัน

ความคิดเห็นที่ 62

10 มี.ค. 2549 07:18
  1. ไม่มีความเท่าเทียมกันในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอยู่แล้วครับ ห้องน้ำต้องแยกกันระหว่างอาจารย์กับ นักเรียน ไม่รู้ทำไมใช้ร่วมกันไม่ได้ อย่าอ้างว่านักเรียนทำสกปรกเลย เพราะถ้าจำนวนห้องต่อผู้ใช้เท่ากันแล้ว ก็ไม่แน่ว่าห้องน้ำอาจารย์จะสะอาด โต๊ะกินข้าวก็ต้องแยก ที่จอดรถก็จะต้องแยก ว่าเป็นของ หัวหน้า ผอ. ... นักเรียนก็จะเห็นแต่ความไม่เท่าเทียมกัน คนมีตำแหน่งใหญ่ก็จะได้อภิสิทธิ์ นร. ต้องทำความเคารพรุ่นพี่ สำหรับบางสถานศึกษาถึงกับต้องรับใช้ ยังมีอีกเยอะ ชีวิตคนไทยเริ่มจากการยอมรับในสิ่งที่ไม่เท่าเทียมกัน คนส่วมมากไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกันอีกเยอะ ผมเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ จนได้เห็นบางสถาบันที่ต่างประเทศ เค้าไม่มีเรื่องแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 61

10 มี.ค. 2549 07:02
  1. ถ้าคุณเป็นครู ในฐานะครู แม้จะสอนวิชาอื่น แต่เรื่องความเป็นประชาธิประไตย คุณก็ต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นแบบประชาธิปไตยอยู่แล้ว เช่น มีคนพูดก็ต้องมีคนฟัง จะแย่งกันพูดไม่ได้ มีการยอมรับข้อสรุปผลการทดลองของหลายกลุ่มที่มีเสียงข้างมาก ผลการทดลองของกลุ่มที่มีเสียงข้างมากอาจจะผิดจากข้อเท็จจริงก็ได้ ซึ่งครูจะต้องหาวิธีการให้ความรู้เพื่อให้ข้อสรุป ตรงกันและถูกต้องตามความเป็นจริง เอาเป็นว่า คุณต้องสอนประชาธิปไตยในโรงเรียน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม แต่เหตุการบ้านเมืองตอนนี้ คุณจะนำไปสอนประชาธิปไตยในโรงเรียนได้อย่างไร ในเมื่อของจริงมันไม่เป็นไปตามกคิกา

ความคิดเห็นที่ 60

MathGuy
10 มี.ค. 2549 00:32
  1. สมมติว่า เรามีนายกคนใหม่ ชื่อว่า นายสะอาด แล้วสักประมาณ 1 เดือน ให้สื่อ ข่าวต่างๆ ทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า ตอนนี้ เรามีนายกชื่อว่า นายสะอาด ให้ชาวบ้านทุกคน รู้ว่า นายสะอาด คือ นายก แล้วสุ่มเลือกหมู่บ้าน ของพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ที่ไหนก็ได้ สมมติว่า เป็น ชาวบ้านตำบลเป็นสุข ทางการแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่า นายกสะอาด จะมาเยี่ยม คำถาม คือ ชาวบ้านจะออกมาต้อนรับ นายกสะอาด ด้วยความความยินดี ดีใจ หรือไม่ เพียงใด ต่อมาไม่กี่วัน นายสะอาด เกิดเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ต้องถึงแก่เสียชีวิต ทำให้เราได้นายกคนใหม่ชื่อว่า นายสีเทา ไม่กี่วัน ทั้งประเทศก็รู้ว่า นายสีเทา เป็นนายก ทางการแจ้งให้ชาวบ้านเป็นสุขทราบว่า นายกสีเทา จะมาเยี่ยม คำถาม คือ ชาวบ้านจะออกมาต้อนรับ นายกสีเทา ด้วยความความยินดี ดีใจ หรือไม่ เพียงใด ป้าบุญเต็ม อยู่ตำบลเป็นสุข มาตลอดชีวิตกว่า 50 - 60 ปี ได้มีโอกาส เห็นนายก มาเยี่ยม ถึงหมู่บ้าน ป้าบุญเต็ม จะรู้สึก ปลื้มใจแค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 59

CrazyHOrse
9 มี.ค. 2549 18:58
  1. ฝากไว้สั้นๆ ถ้าเราถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นที่สุด การทำให้ถูกต้องตามกฏหมายเป็นอัน "ยุติ"ธรรม แล้ว ป่านนี้เราอาจจะยังมีนายกชื่อสุจินดา คราประยูร หรือ อิสระพงศ์ หนุนภักดีก็เป็นได้ ระบบประชาธิปไตยอำนาจเป็นของปวงชน ไม่ใช่เป็นของรัฐธรรมนูญ การล้มล้างการปกครองในคราวพฤษภาทมิฬเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากระบอบทหาร วันนี้เราเจออุปสรรคใหม่ เราก็ต้องฝ่าไปให้ได้ ว่าแล้วนึกถึง "สถาบันสถาปนา" จังครับ

ความคิดเห็นที่ 57

แป๋มคุง 100
9 มี.ค. 2549 17:13
  1. เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ก็น่าจะเล่นตามกติกาประชาธิปไตยนะ อายชาวต่างชาติจริงๆ ที่คนไทยอยู่ๆก็ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ไม่ใช่เหตุผลแต่ด้วยอารมณ์ คนประท้วงกล่าวหาเขาหันกลับมามองตัวเองบ้าง ไม่มีใครที่ถูกใจทุกคนหรอก แค่เขาพัฒนาประเทศเราได้ คุณก็น่าจะพอใจได้แล้วนะ คนเป็น แสนชุมนุมประท้วงกันเป็น พลังยิ่งใหญ่ของประชาชนก็จริงอยู่ แล้ว 19ล้านเสียงหล่ะ ไม่ประชาชนรึ พวกเขารอการเล่นตามกติกา แต่พวกคุณหาทางลัดซะงั้น หาข้อผิดไม่ได้ก็อ้างจริยธรรม พอรู้ว่ามีคนสนับสนุนทักษิณมากก็กล่าวหาว่าไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารครบทั่วถึง คุณเป็นผู้หยั่งรู้หรือยังไง มาหาว่าชาวบ้าน ฉลาดน้อยถูกหลอก อย่างน้อยชาวบ้านก็มีสมองแยกแยะออกว่าอะไร ถูกอะไรผิด พอรู้ว่ายังไงก็สู้ไม่ได้ก็ชักแม่น้ำหาทางบีบเขาออกไป อย่างไร้เหตุผล และยังเล่นประเด็นซ้ำใช้คำพูดไม่เหมาะสมเข้าว่าอย่างไร้สำนึกคนไทย ไม่มองภาพพจน์ชาติ สุดท้ายในฐานะคนกลาง อยากฝากถามว่าอะไร คือความหมายของจริยธรรมในความหมายของคุณ

ความคิดเห็นที่ 55

6 มี.ค. 2549 21:46
  1. สาเหตุของความวุ่นวายในครั้งนี้ก็คือ นายกทักษิณดื้อด้าน ไม่ยอมวางมือทางการเมือง ฝ่ายหนึ่งว่าอย่างนี้ อีกฝ่ายหนึ่ง บอกว่า เป็นเพราะ สนธิ และจำลอง ก่อความวุ่นวายขึ้นมาเอง ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน และดทษฝ่ายตรงข้าม ถามว่า ใครก่อเหตุขึ้นก่อน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าทักษิณ ก่อเหตุก่อน ก่อมานานแล้ว อักฝ่ายหนึ่งบอกว่า สนธิ และจำลองนั่นแหละ ก่อเหตุ ไม่ทำตามกติกา ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เล่นนอกสภา ตอนนี้ แต่ละฝ่าย ถอยไม่ได้ ทั้งๆที่รู้กันว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ แม้แต่ผู้ที่ถือว่าตัวเองเป็นพระ ยังต้องยอมเป็นมาร งานนี้ ใครถอยไม่ได้ แพ้ไม่ได้ แพ้แล้วเสียหน้าอย่างหนัก ดังนั้นต่างฝ่ายต่างสู้จนหมดหน้าตัก ทุ่มสุดตัว ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอชนะไว้ก่อน ชนะแล้ว ใครจะฟื้นฟู ไม่คำนึงถึง ปากก็ว่า เป็นปัญญาชน แต่พฤติกรรมเหมือนเด็กๆ ไม่มีผิด ฝ่ายหนึ่งพยายมดึงเกมให้ถึงวันที่ 2 เมย. ถ้าถึงวันที่ 2 เมย.ละก็ ชนะ ใสอยู่แล้ว อีกฝ่ายหนึ่ง พยายามจะเผด็จศึกให้เสร็จก่อนวันที่ 2 เมย. ถ้ายืดเยื้อไปถึงวันที่ 2 เมย. ละก้อ แทบจะต้องผูกคอตาย 2 เมย. มันช่างเป็นเวลายาวนานเสียเหลือเกิน สำหรับฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่ง มันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน

ความคิดเห็นที่ 50

4 มี.ค. 2549 01:13
  1. ผ่าทางตันได้แล้ว พบช่องทางแล้ว ถ้าจะให้ทักษิณไม่เป็นนายก หรือเลิกเล่นการเมือง ทำดังนี้ 1. นายสนธิ สามพรรคฝ่ายค้านใหญ่ จำลองศรีเมือง นักวิชาการ และผู้ที่ไม่ชอบทักษิณ ทุกคน ต้องช่วยกัน พิมพ์ใบปลิว พิมพ์โปสเตอร์ จัดทำป้ายโฆษณา จัดเวลทีอภิปราย เดินเคาะประตูบ้าน ร้าน ตลาด ชนบท ทุกหัวระแหง ให้ความรู้ ชี้แจงข้อเท็จจริง แก่ประชาชนให้เข้าใจในเรื่องความไม่ดี ไม่เหมาะสมของทักษิณในการที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเล่นการเมือง งัดวิทยายุทธทุกรูปแบบ แม้จะต้องแจกเงินแจกทองก็ต้องนำมาใช้ (แต่ต้องระวัง หาทางเลี่ยงกฎหมายให้ดี) แนะนำประชาชน อย่าให้เลือกทักษิณหรือพรรคไทยรักไทย 2. ในวันเลือกตั้ง ให้ทุกคนออกไปเลือกตั้งให้มากที่สุด แต่อย่าเลือกพรรคไทยรักไทย ให้เลือกพรรคอื่น หรือกาช่อง ไม่เลือก แค่นี้ก็อยู่หมัดแล้วครับ ทักษิณหมดสภาพ หมดรูป หมดเขี้ยว หมดเล็บ แล้วครับ เพราะเขาให้คำมั่นสัญญาประชาคมกระหึ่มทั่งท้องสนามหลวง เผยแพร่ทางสื่อมวลชนทุกแขนงกระจายไปทั่วโลกแล้วว่า ถ้าเขาได้คะแนนเสียงน้อยกว่าจำนวนคนที่ไม่เลือก บวกกับจำนวนคนที่เลือกพรรคอื่น เขาจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี 3. ต้องคุมเข้มอย่างหนักไม่ให้พรรคไทยรักไทยมีการซื้อเสียงเด็ดขาด ซึ่งทำได้กไม่ยาก เพราะมีคนไม่ชอบทักษิณและไทยรักไทยมากมายทั่วทุกชุมชน ถ้าพรรคอื่นจะซื้อเสียงขายเสียงบ้างก็ทำเป็นไม่เห็นเสีย คราวนี้แหละ ไอ้หวังตายแน่ ไม่มีอีกแล้วคนชื่อไอ้ธรรม เอ๊ย คราวนี้แหละ ทักษิณตายแน่ ไม่มีอีกแล้วคนชื่อทักษิณ หรือมีทางใดที่เขาจะลื่นไหลหรือเล็ดลอดไปได้ ให้เสนอมา จะได้ช่วยกันหาทางควบคุมให้อยู่หมัด

ความคิดเห็นที่ 48

2 มี.ค. 2549 23:26
  1. ตามความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 ผมน่ะ ไม่ได้ชอบทักษิณหรอกนะครับ จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น แต่สงสัยว่า ทำไมจะต้องให้เขาวางมือในทางการเมือง หรือยุติบทบาทในทางการเมืองตลอดไป เขาทำผิด พรบ.ข้อไหน อย่างไร เสธ.หนั่น ยังกลับมาเล่นการเมืองได้อีกแล้ว ศาลยังไม่ได้พิพากษาว่าทักษิณผิด ทำไมจะต้องให้เขายุติบทบาททางการเมืองตลอดไปล่ะครับ แค่สงสัย ช่วยอธิบายให้เข้าใจด้วย จะได้ช่วยรุมอีกแรง

ความคิดเห็นที่ 47

2 มี.ค. 2549 14:15
  1. ประชาธิปไตย คือ ไปเลือกตั้ง แล้วก็นับเสียงข้างมาก แล้วเราก็ได้คน มาขีดมาเขียน อะไรที่เป็นกติกา ได้คนมาใช้กติกา 1. ในทางที่สร้างสรรค์ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม 2. บิดเบื่อน ใช้ช่องว่าง ใช้เล่ห์เหลี่ยม เพื่อทำการเพื่อส่วนตัว หรือพวกพ้อง คำว่า ประชาธิปไตย ไม่ได้มีความหมายของคำว่า จริยธรรม หรือ คุณธรรมอยู่เลย ถ้าผู้นำมีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความสามารถ จะให้เป็น การปกครองแบบใด เราก็น่าจะมีความสุขสงบ เต็มเปี่ยมไปด้วย บรรยากาศของ ปัญญาธรรม ความจริงใจ และการให้ การเสียสละ การรู้จักตัวเอง ไม่อวดรู้ อวดเก่งไปทุกเรื่อง ไม่ยอมฟังใคร ขอให้เราต่อสู้ เพื่อธำรง คุณธรรม จริยธรรม เชิดชูการกระทำดี ไม่ยอมต่อการทุจริต ไม่ว่าจะมาในรูปแบบที่เหนือเมฆก็ตาม ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกคุณทักษิณ แต่วันนี้ ผมไม่เห็น ความสง่างาม ผมไม่อยากได้ยิน คำพูด ที่ขาดความจริงใจ คำพูดที่หลอกตัวเอง และคิดว่า จะหลอกคนอื่นๆ ได้อีกต่อไป ผมอยากเห็น คนจริงใจ บริสุทธิ์ใจ มากกว่า และทนไม่ได้ที่จะเห็นตัวเองเป็นคนโง่อีกต่อไป ดีใจที่นักวิชา คนมีความรู้ ในการวิเคราะห์ คนดีต่างๆ ช่วยกันออกมา เสนอทางเลือก ให้ท่านพิจารณาตัวเอง แต่นับวันจะผ่านไป คุณทักษิณ มีแต่จะถลำตัวลึก คนที่อยู่ข้างๆท่าน ก็ไม่มีใครเตือนสติท่านได้ นี่ไม่ต่างจากอะไร กับ แมงเม่าบินเข้ากองไฟ ถ้าท่านมีความดีอยู่บ้าง ขอให้ความดีนั้นเตือนสติ ให้ท่านเห็นสิ่งที่ชอบที่ควร

ความคิดเห็นที่ 45

1 มี.ค. 2549 23:42
  1. ผมน่ะ ไม่ได้ชอบทักษิณหรอกนะครับ จริงๆ ไม่ได้พูดเล่น เพราะ.... ทักษิณรวยมาก รวยล้นฟ้า แต่ผมไม่เคยเห็นถนนทักษิณ สะพานทักษิณ ตึกทักษิณในโรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่เคยเห็นโรงเรียนทักษิณ เห็นแต่กิจการที่เป็นธุรกิจที่สร้างความร่ำกรวยยิ่งๆขึ้น บริษัทขายเครื่องดื่มกระตุ้นประสาท เขาขายดิบขายดีจนรวย ไม่ถึงกับล้นฟ้า แต่เขาก็คืนกำไรให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ทำมาหากินกับคนไทยจนร่ำรวย เขาก็สร้างโรงเรียนกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทักษิณทำมาหากินบนผืนแผ่นดินไทย แต่ผมไม่เห็นเขาคืนกำไรให้แก่ประชาชน ถ้าจะบอกว่า เขาบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรือง แต่ประเทศชาติก็ให้เงินเดือนเขา ให้เกียรติยศชื่อเสียง แก่เขามากมายเกินคุ้มเสียอีก บางคนหาว่า ทักษิณโกงชาติ ขายชาติ ถึงแม้ผมจะไม่ชอบทักษิณ ผมกล้าพูดได้เลยว่า ทักษิณไม่ได้โกง คนอย่างทักษิณจะโกงไปทำไมล่ะครับ เขามีกิจการที่เป็นธุรกิจก่อให้เกิดรายได้โดยสุจริตตั้งหลายอย่าง ถึงแม้จะไม่ทำอะไรเลย อยู่เฉยๆ เงินทองมันก็ ผลิ ดอก ออก ผล ขึ้นมาเอง ดังนั้น เลิกพูดได้แล้วว่าทักษิณโกง แต่ถ้าจะบอกว่า ทักษิณขี้เหนียว ทักษิณเห็นแก่ตัว ทักษิณไม่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ก็สมเหตุสมผลดี ดังนั้น การที่มีคนล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้ทักษิณลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เราก็เห็นด้วย เพราะไม่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่การก่อม้อบชุมนุม เรียกร้อง ด่าทอ นักการเมือง รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ข้าราชาการ หรือประชาชนคนใดคนหนึ่ง เราไม่เห็นด้วย ถ้าคิดว่าเขาผิด ก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี ถ้าเป็นนักการเมือง รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ก็ต้องอภิปรายกันในสภา ถ้าจะมาอภิปรายกันนอกสภาอย่างนี้ ถึงแม้จะไม่ผิด แต่ก็คิดว่ามันไม่น่าจะถูกนะครับ เรื่องอย่างนี้ ผมเคารพนับถือแนวความคิดและหลักการของท่านชวนหลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด เมื่อมีการเรียกร้องให้นายกลาออก นายกกลับไปยุบสภาเสียนี่ เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอีกครั้ง แม้เหตุผลในการยุบสภาจะไม่สมเหตุสมผล แต่....ก็ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยมาแล้ว นะครับ !...!...! กล้า....หรือครับ.....!....!...1 อย่างนี้เล่นด้วยไม่ได้หรอกครับ ถ้ากลัวว่า นายกมหาภัยคนเดิมจะกลับมาอีก (ซึ่งแน่นอน พันเปอร์เซนต์ ต้องกลับมาอยู่แล้ว) ก็ต้องรณรงค์หาเสียง ชี้แจงประชาชนทุกหย่อมหญ้าให้เข้าใจ และตัดสินใจไม่เลือกซีครับ แต่ต้องมีพยานหลักฐานนะครับ มิฉะนั้นอาจโดนฟ้องไม่รู้ด้วย หลังจากชี้ชวนประชาชนให้เข้าใจแล้ว ประชาชนยังเลือกเข้ามาอีกด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ไอ๋หยา...... ตัวคุณเองต้องเอาปี๊บคลุมหัว แทรกแผ่นดินหนีไปให้ไกลที่สุดเสียแล้วหละครับ ถ้าคุณมาก่อม้อบไล่เขาไปอีก เล่นกันนอกสภา เล่นนอกกติกา อย่างนี้ คิดดุซิครับว่ามันถูกต้องไหม และมันก็จะแสดงว่าคุณดูถูกประชาชนส่วนมาก และคุณคิดว่าประชาชนส่วนมากโง่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คุณเท่านั้นเก่งและถูกอยู่คนเดียว เห็นทีคุณจะต้องไปสร้างประเทศขึ้นมาใหม่และเป็นนายกเสียเองแล้วหละครับ ถ้าทักษิณจะวางมืองทางการเมืองสักระยะหนึ่ง ผมก็เห็นด้วย ถ้าเขาเกาะอยู่ข้างเวที เขาจะมองเห็นลู่ทางดีกว่าการขึ้นเวทีเสียเอง ถ้าเขาวางมือตลอดไป นักการเมืองคนอื่นๆ ก็คงจะดีใจที่จะมีโอกาสได้ผุดได้เกิดเสียที ดังนั้น ใคร ๆ ก็คงอยากจะให้ออกหรือวางมือ สำหรับนักวิชาการ และนักธรรมะธรรมโมทั้งหลาย ถ้ารู้กำพืดของทักษิณเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติและไม่ต้องการให้ทักษิณเป็นนายก วิธีที่คิดว่าถูกก็คือ เดินสายรณรงค์เผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนทั่วประเทศทราบเพื่อจะได้ตัดสินใจถูกต้อง และไม่เลือกทักษิณ ไม่ใช่มา เยิ้ว เยิ้ว อยู่ที่ใดที่หนึ่ง แต่เมื่อรณรงค์แล้วประชาชนยังหลับหูหลับตาเลือกเข้ามาอีก แล้วคุณไม่ยอบรับละก้อ จะมีรัฐสภาไว้ทำอะไรล่ะครับ ถ้าหากมีใครคนใดคนหนึ่งก่อม้อบกีดกันไม่ให้คุณเป็นนายกรัฐมนตรีบ้างล่ะ คุณจะคิดอย่างไรครับ ถ้าคุณคิดว่า ถ้าสู้กันในรัฐสภาแล้ว คุณก็ต้องแพ้อยู่วันยังค่ำ เพราะฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว จะอภิปรายกี่วันกี่คืน ก็ต้องแพ้อยู่ดี ก็แสดงว่าวิธีการนี้ (คือการให้พรรคที่มีเสียงมากเป็นรัฐบาล)ไม่ได้เรื่องเสียแล้ว เพราะ ส.ส. ที่คุณเลือกเข้ามาเป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงของคุณ ไปเชียร์และสนับสนับสนุนรัฐบาลโดยไม่ลืมหูลืมตาเสียนี่ แนวทางที่จะขับไล่รัฐบาลได้ก็คือต้องแก้ไขกฎเกณฑ์วิธีการบางสิ่งบางอย่างเสียใหม่ นั่นคือ ส.ส.ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีกำหนดกฎเกณฑ์ที่จะใช้ควบคุม ส.ส.อีกทีหนึ่งเพื่อไม่ให้...เอะอะก็จะขับไล่รัฐบาลอยู่เรื่อย

ความคิดเห็นที่ 44

28 ก.พ. 2549 00:18
  1. คน(คิดว่าตัวเอง) เก่ง และ มองว่าคนอื่นโง่ ไม่มีวันจะลาออก หรือยอมแพ้ง่ายๆ หรอก อำนาจเงิน อำนาจการซื้อ การจัดการ ก็คิดว่าตัวเองเหนือชั้นกว่าใครๆอยู่แล้ว คนที่รู้ตัว รู้จักตัวเอง ถ้าจะต้องแพ้ เขาจะเป็นสุภาพชน แต่เราคงจะหา ความสง่างาม จากคนๆ นี้ไม่ได้แน่นอน ยิ่งกว่านั้น ... เขากำลังจะทำทุกอย่าง เพื่อ(เป็นมาร)ครองเมือง อย่างชนิดที่ ไม่มีใครจะไปแตะต้องเขาได้เลย !

ความคิดเห็นที่ 43

27 ก.พ. 2549 23:48
  1. ช่วยคิดให้ เอาไหม มีคนต้องการให้นายกทักษิณลาออก ก็น่าจะลาออก (ให้สะใจคนอยากให้ออกเสียเลย) วางมือสักสมัยหนึ่ง ก็ยังไม่แก่เกินไป (ดูแต่เสธ.หนั่นซิ แป๊บเดียวก็กลับมาแล้ว) แล้วก็ไปยืนข้างเวทีโดยไม่พูดไม่จา เป็นการพักผ่อนไปในตัว ดูเขาบริหารบ้านเมือง พอครบ 4 ปี ปั๊บ ก็ประกาศเลย "ทักษิณมาแล้ว" แค่นี้แหละครับ ไม่ต้องหาเสียงให้เหนื่อย

ความคิดเห็นที่ 42

โก๋แก่
27 ก.พ. 2549 20:43
  1. [[29033]] โอย เป็นงง แล้วนะเมืองไทย กติกา ก็ไม่สนอยากเล่นอะไรก็เล่น เล่นแบบเด็ก งอแง พูดอะไรก็ไม่ฟัง รู้ว่า เลือกใหม่ก็แพ้ เล่นไม่ให้เลือกมันเสียเลยดีกว่า อยากแก้รัฐธรรมนูญบ้างจัง หาก เข้าชื่อ 50000 ปลดฝ่ายการเมืองได้ ก็อยากเห็น 50000 รายชื่อ ถอดถอน บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ออกจากบุคคลสัญชาติไทย ได้บ้าง สำหรับประชาชนทที่มองเห็น ได้ว่าเขาเหล่านั้นทำให้บ้านเมือง เกิดความเดือดร้อน วุ่นวาย และ เสียหายต่อส่วนรวม จะได้เป็นการคานอำนาจ เด็กงอแง และไร้เหตุผลมุ่งแต่เอาชนะ เซ็งจัง

ความคิดเห็นที่ 41

27 ก.พ. 2549 19:16
  1. งานนี้ ใครผิด ใครถูก เราควรจะอยู่ฝ่ายใด อยากให้ช่วยวิเคราะห์ ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 40

27 ก.พ. 2549 11:26
  1. Oh my goodness! คุณทักษิณ ถือไพ่รอน๊อคมืด อยู่สบายๆ อีกแล้ว เห็นปฏิกริยาฝ่ายค้านเมื่อวันก่อน นึกว่าจะพอฝากผี ฝากไข้ พึ่งเป็นความหวัง หรือทางเลือกใหม่ให้ได้ ไปๆมาๆ ดูจะไม่เป็นท่าเหมือนเดิม เริ่มตั้งแต่วันนี้ (จริงๆเริ่มมานานนมแล้วล่ะ) เราจะได้เห็นได้ยิน คนพูดปด คนเล่นลิ้น คนที่สักแต่ว่าพูด โดยไม่มีปัญญา คุณธรรมอะไร จะเป็นสงคราม ของการอ้างโน่น อ้างนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง เป็นสงครามของการใส่ร้ายป้ายสี สงครามของการเล่นคำ นำเอาโน่น เอานี่มาประติดปะต่อกัน แบบเด็กๆ แล้วก็เชิดหน้าพูดด้วยความหยิ่งลำพอง เพื่อ 1. สร้างภาพดีเลิศให้ตัวเอง 2. สร้างภาพเลวทรามให้ฝ่ายตรงข้าม เกมน้ำเน่า เกมการเมืองการศึกษาต่ำๆ ปัญญาต่ำๆ จริยธรรมต่ำๆ กลับมาให้เรา รู้สึกสะอิดสะเอียนกันอีกแล้ว สงสัยว่า ผมกลับไปให้กำลังใจ กลุ่มที่ทำเพื่อประชาชน ที่ประกอบด้วยประชาชนจริงๆ น่าจะมีคุณค่า ให้ความรู้สึกเป็นมนุษย์มากกว่า เรายังจะยอมรับคนที่ทำผิดและยิ้มระรื่น แล้วยังมาคุยแบบอันธพาลในคราบของผู้ดีหลอกๆ ต่อไปอีกเช่นนั้นหรือ กระบวนการประชาชน กระบวนการปัญญาชน ที่มองเห็นผิดภัยร้ายของระบบที่ครอบงำเราอยู่ในขณะนี้ จงต่อสู้ต่อไป ขอให้กำลังใจ ผู้ที่ทำเพื่อประเทศชาติ ด้วยปัญญาธรรม อย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 39

26 ก.พ. 2549 18:17
  1. กำลังดูกันว่า จะเล่นตามเกม หรือเล่นนอกเกม หรือสร้างเกมใหม่ รู้ๆกัน ว่าคุณทักษิณถนัดเล่นเกมของตัวเอง ขนาดเกือบไม่มีทางหนีทีไล่ก็ยังมีตัวช่วยตัวสุดท้าย ผมว่า ถ้ามีเกมใหม่ น่าจะดูน่าสนใจไปอีกแบบ ( เกมเก่าๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้น )

ความคิดเห็นที่ 38

26 ก.พ. 2549 10:19
  1. อ้าว ! นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยุบสภาเสียแล้ว เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 และกำหนดวันเลือกตั้งทั่วประเทศ เป็นวันที่ 2 เมษายน 2549 แต่.......พรรคการเมืองพรรคอื่นๆ ตกลงกันว่าจะไม่ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะคิดว่า นายกรัฐมนตรียุบสภาโดยไม่สมเหตุสมผล

ความคิดเห็นที่ 37

25 ก.พ. 2549 19:42
  1. อ้าว ! นายกรัฐมนตรี พตท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ยุบสภาเสียแล้ว (24 กุมภาพันธ์ 2549)

ความคิดเห็นที่ 35

อาจารย์โกย
24 ก.พ. 2549 04:41
  1. คงต้องไปเรียนวิชา politicial government ก่อนซะแล้วเรา

ความคิดเห็นที่ 33

ศรีปิงเวียง
21 ก.พ. 2549 17:06
  1. สวัสดีผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านครับ ขอนอกเรื่องที่ความเห็นที่ 30 ครับ น่าคิดครับว่า ทำไมสมัยนี้ รัฐบาลให้ความสำตัญกับนายทุน มากกว่าความเป็นอยู่ของชนส่วนใหญ่? จากข้อความของ อ.แมทกาย สงสัยว่า ต่อไปชีวิตคงจะลำบากมากๆขี้น การเป็นอยู่ตามอัตภาพ คงจะอยู่ในโลกสมัยนี้ ได้อย่างจำกัดๆ ลงทุกที คงจะจริงครับ แต่เราอาจต้องหาหนทางอื่น โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงครับ(แต่จะทำได้แค่ไหน อย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ป.ล. ถ้าใครอยู่เชียงใหม่ ท่านอาจเห็นป้ายสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจนออกนอกหน้า(หรือไม่ประการใดแล้วแต่จะคิด) ป้ายดังกล่าวผมไม่แน่ใจว่า เป็นสิทธิทางประชาธิปไตยหรือเปล่า อาจเหมือนป้าย มีสติยืดเวลา พาชาติพ้นภัย ก็ได้

ความคิดเห็นที่ 31

20 ก.พ. 2549 16:58
  1. จากอดีตที่ผ่านมา อย่างยุคเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ ทำให้ตอนนี้ประชาชนส่วนมาก ปฏิเสธการก่อรัฐประหาร และปฏิเสธการก้าวขึ้นมาของผู้นำที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง วิกฤติการ ทักษิณ นี้ น่าจะเป็นโอกาสที่จะพัฒนาการเมืองอีกขั้น เพียงแต่ว่าจะทำกันหรือไม่เท่านั้นเอง ในตอนนี้ประชาชนจำนวนมากมีความสามัคคี เพราะว่ามีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือไล่นายก เราน่าจะนำความสามัคคีนี้มาพัฒนาการเมืองต่อ โดยการเพิ่มจุดมุ่งหมายอื่นต่อหลังจากที่นายกลงจากอำนาจ เช่นสร้างระบบการตรวจสอบให้เข้มแข็ง และปลูกฝังค่านิยมของสังคมที่จะทำให้ได้สังคมที่ดีขึ้น เช่นค่านิยมที่รังเกียจการคอรัปชั่น หรือนำความสามัคคีนี้ทำให้เกิดประโยชน์อื่น อย่าหยุดแค่ไล่นายก หรือเลือกผู้นำคนใหม่!

ความคิดเห็นที่ 28

MathGuy
17 ก.พ. 2549 19:30
  1. คงไม่ถึงขนาด หาวิธีโค่นล้ม ถ้าได้วิธีคานอำนาจ วิธีปรามกันได้ ก็น่าจะดี ผมดีใจที่ เรามีการพัฒนาทางการเมืองค่อนข้างถือว่า น่าพอใจ หลายๆ ฝ่าย เริ่มตระหนักถึงบทบาทของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะทางฝ่ายนักวิชาการ ... แต่อยากให้มีบทบาทมากกว่านี้ นักศึกษาเอง ก็เป็นพลังที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเขาคืออนาคตของชาติ และกำลังอยู่ในช่วงที่มีอุดมการณ์ มีความคิดสร้างสรรค์ ผู้ใหญ่เองเข้าสู่วัยหนึ่ง เข้าไปอยู่ในระบบ แล้วมักจะสูญเสียพลังเชิงสร้างสรรค์ไปมาก เพราะต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัวของตัวเองเป็นหลัก และหมดพลังที่จะต่อสู้ทำอะไรเพื่อส่วนรวม ที่สำคัญ ตอนนี้ ระบบเงิน ระบบเศรษฐกิจมีอำนาจมหาศาล จนดูเหมือนว่า จะนำทางการเมือง เรื่องจริยธรรม เรื่องปัญญาธรรม เรื่องความรู้จักพอ รู้จักให้ นับวันจะอ่อนด้อยกำลังลง ได้แต่คิดเพ้อฝันว่าสักวัน เราจะมีนายกที่ทั้งเก่งทางโลก และไม่ด่างพร้อย หรือมีข้อกังขาในเรื่องจริยธรรม ปัญญาธรรม

ความคิดเห็นที่ 26

16 ก.พ. 2549 14:16
  1. ดีนายก ฯ โดยตรงก็ดี เพราะว่าเราก็จะได้ทักษิณอีกรอบ และคราวนี้ พวกเล่นการเมืองก็ล้มคนทำงานอย่างทักษิณ ไม่ได้แน่ ๆ เพราะมาจากประชาชนอย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 22

16 ก.พ. 2549 08:17
  1. ผมเลือกข้อ ค แล้วกัน และคัดบางส่วนจาก นสพมาให้ดู เป็นสิ่งที่ถูกใจผมมากครับ จาก http://www.komchadluek.net/column/think/2006/02/yoon16.php นักข่าวถามเลขาธิการ สนนท.(สหพันธ์นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย) น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร ว่า ที่นักศึกษาออกมาร่วมรณรงค์ให้ นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนั้น มีคำตอบหรือเปล่าต่อคำถามยอดฮิตของประเทศในประชาชนบางหมู่เหล่าว่า "ทักษิณไปแล้ว จะเอาใครมาแทน?" ถ้าเป็นผู้ใหญ่รุ่นเก่า พอถูกถามอาจจะชะงักไปพักหนึ่ง พร้อมกับตอบว่า "กรุงศรีอยุธยาย่อมไม่สิ้นคนดี" แต่ผู้นำนักศึกษา พ.ศ.2549 คนนี้ เธอตอบอย่างฉะฉานว่า "เราจะไม่ตอบคำถามนี้ แต่เราจะตอบว่า ไม่เอาทักษิณแล้วจะเอาสังคมแบบไหน ด้วยการปฏิรูปการเมือง ปลดโซ่ตรวนองค์กรตรวจสอบและรัฐสภาที่ถูกแทรกแซง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจแบบทักษิณ ประชาชนรากหญ้าชอกช้ำมาก ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ช่องว่างของสังคมมีมากขึ้น เราต้องบัญญัติว่า กิจการสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อพื้นฐานประจำวันต้องไม่ขาย เช่น ไฟฟ้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย นี่คือสังคมใหม่ที่เราต้องร่วมกันกำหนด..."

ความคิดเห็นที่ 14

9 ก.พ. 2549 09:33
  1. ผมเคยอ่านบทความนึงใน นสพ เค้าว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ นายก ปัญหาอยู่ที่ 19ล้านเสียง .... ผมเองก็เห็นด้วย เพราะว่า ผู้นำแต่ละประเทศจะสะท้อนคุณภาพประชาชนของประเทศนั้น ถ้าเราจะเลือกนายกใหม่ มั่นใจแล้วหรือว่าจะ ไม่หวนคืนแบบเดิม หรืออาจจะได้นายกที่แย่กว่าเดิม ผมเห็นว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดยังเป็นจิตสำนึกของทุกประชาชนทุกคน ตอนนี้สังคมยอมรับการคอรับชั่นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้ามันไม่มากเกินไป ... นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เรามีการคอรับชั่นกันทุกระดับ ตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยจนถึงชั้นผู้ใหญ่ และรวมไปถึงนักการเมือง ในเมื่อทุกคนคุ้นเคยกันแบบนี้จะจัดการยังไงละครับ ผมเองก็ยังคิดว่าการเลือกนายกใหม่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด การแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ใช่ แก้ไขระบบต่างๆก็ยังไม่ถูกจุด ต้องแก้ที่สามัญสำนึกของประชาชาชน

ความคิดเห็นที่ 12

9 ก.พ. 2549 00:09
  1. ประเด็นของกระทู้นี้คือ "ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง " ก. ถึงแล้ว เพราะ....... ข. ยังไม่ถึง เพราะ......

ความคิดเห็นที่ 11

ชื่นใจ
8 ก.พ. 2549 23:15
  1. เหรียญมีสองด้านนะคะ ด้านนึงน่าจะดีอย่างที่ว่า แต่ถ้าพลิกอีกด้าน เค้าอาจจะร่วมด้วยช่วยกันอย่างออกหน้าออกตา หรืออาจจะปากว่าตาขยิบ ต่อหน้าสาธารณชนก็เหมือนจะค้านกัน แต่ลับหลังแล้วสามัคคีกันน่าดู

ความคิดเห็นที่ 9

ศรีปิงเวียง
7 ก.พ. 2549 16:55
  1. "ทำไมผู้แทนราษฏร จะต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำไมผู้แทนราษฎร์จะต้องไปเป็นบริวารของรัฐมนตรี ของรัฐบาล ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องไปปกป้องรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงว่ารัฐบาลทำถูกหรือผิด ทำไมไม่ไห้ผู้แทนเห็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องถูกบังคับให้ยกมือสนับสนุนปกป้องรัฐบาลเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะให้ผู้แทนมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจเองไม่ได้หรือ" ความเห็นของ อ. np นี้น่าฉุกคิดเหมือนกันนะครับ 1. มูลเหตุที่ผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองนี้ มาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง (ซึ่ง ส.ส.ร. คิดผิดอย่างมหันต์ และร้ายกว่านั้น หลายคนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง) 2. อำนาจการตัดสินใจของพรรคอยู่ที่กรรมการพรรคเท่านั้นครับ ซึ่งจริง ๆ จะฝ่าฝืนก็ได้ แต่อาจถูกบังคับทางอื่น เช่น อาจไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งอีก อาจเสียผลประโยชน์ก็ได้ หรือ คิดเองไม่เป็น อยากอยู่อย่างนี้ดีกว่า) 3. ส.ส. ลงมติเพื่อให้ตรงกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเท่านั้น(ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษพอสมควร) พูดง่าย ๆ คือพอเป็นพิธี (ในสมัยที่นายก ชื่อ ทักษิณ) 4. ปกติเราก็ไม่ได้เลือกนายกโดยตรงอยู่แล้ว เพราะ ประการแรก ผู้ที่เสนอรายชื่อคือประธานรัฐสภา ประการที่สอง รัฐธรรมนูญถือว่าผู้สมัตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อคนแรกมีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ประการที่สาม เราไม่มีผู้สมัครอิสระนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ส่วนน้อย?) ตราไว้ วันนี้ขอเพียงเท่านี้ครับ ถ้าความเห็นแรงไปคงต้องขออภัยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 8

7 ก.พ. 2549 12:56
  1. ทำไมจะต้องตั้งกระทู้อีกล่ะครับ หรือว่า การเลือกนายกโดยตรง มันมีปัญหา ถ้ามี ก็พูดถึงปัญหาในกระทู้นี้ก็ได้นี่ครับ ผมเอง เกิดนานแล้ว แต่ความรู้(และความคิด)ในทางการเมือง ไม่ประสีประสาเลย สิ่งที่เราคุยกัน หรือคิดกัน อาจจะมีบางคนกำลังหัวเราะเยาะอยู่ อาจจะมีบางคนที่คิดโง่ๆเหมือนผม ถ้ามีคนชี้แจงให้เข้าใจ ก็อาจจะไม่ต้องเริ่มต้นกันใหม่ก็ได้ แต่ก็ไม่แน่นะ บางคนอาจจะมีความคิดดี และความคิดนั้นอาจจะถูกเผยแพร่ไปถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารบ้านเมืองก็ได้ -------------------------------------------------- สิ่งที่ผมไม่เข้าใจ 1. ทำไมผู้แทนราษฏร จะต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำไมผู้แทนราษฎร์จะต้องไปเป็นบริวารของรัฐมนตรี ของรัฐบาล ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องไปปกป้องรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงว่ารัฐบาลทำถูกหรือผิด ทำไมไม่ไห้ผู้แทนเห็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องถูกบังคับให้ยกมือสนับสนุนปกป้องรัฐบาลเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะให้ผู้แทนมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจเองไม่ได้หรือ 2. อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว ลงมติ ไปทำไม ในเมื่อรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ชนะอยู่วันยังค่ำ ผมยังโง่อยู่อีกหลายเรื่อง ขอทยอยนำมาเสนอ เดี่ยวรับไม่ทันตอนถูกตอกกลับ

ความคิดเห็นที่ 6

7 ก.พ. 2549 00:13
  1. ในอดีต(ที่ไม่นานเท่าไรนัก) ผมและชาวบ้าน เลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงแทนผม ผู้แทนเหล่านั้นบางยุค ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่เลือกเข้ามา แต่บางยุค แทนที่จะเป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงแทนผม กลับปิดหูปิดตา ปิดปากเราเสียนี่ กลายเป็นนกกระสาไปก็มี บางครั้งเปลี่ยนพรรค เปลี่ยนอุดมการณ์ ไปสนับสนุนให้คนที่ผมไม่ชอบ ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียอีก ทำให้ผมเกิดความคิดขึ้นว่า ถ้าเราได้เลือกนายกด้วยมือของเราเอง ท่าจะดี และผู้แทนที่เราเลือกเข้ามานั้น ก็ให้ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา เป็นปากเป็นเสียงแทนเราดูแล ทักท้วงเตือนสติรัฐบาลแทนเราตลอด 4 ปี นี่เป็นเพียงแนวคิดกว้างๆ ส่วนข้อปลีกย่อยที่จะต้องพูดกันยังมีอีกมาก (ถ้ามีผู้แสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยหรือคัดค้าน) กระทู้นี้ อยากฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ถ้าต้องการแสดงความคิดเห็นเรื่องจริยธรรม ก็มี อีกกระทู้หนึ่งแล้ว

ความคิดเห็นที่ 5

ชื่นใจ
6 ก.พ. 2549 18:49
  1. นี่อาจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของอนิจจัง แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเข้าใจว่ามันเป็นอนิจจังแล้วเราจะดูดายได้ "อุเบกขา" ที่แท้จริงนั้นต่างกันลิบลับกับการเพิกเฉยอย่างที่คุณ MathGuy ได้กล่าวมา ความจริงส่วนหนึ่งก็คือ กระแสของโลกในเวลานี้ให้ความสำคัญกับทุน การตักตวงและการอยู่รอด จนคนทั้งหลายอาจเผลอ ลืมนึกถึงจริยธรรมไปบ้าง ทั้งๆที่จริยธรรมนี้เคยเป็นอุปนิสัยส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ การเผลอไผลเช่นนี้จึงพลอยให้คนเราทำสิ่งต่างๆได้โดยไม่อายใจตัวเอง เมื่อไม่อายตนเองจึงไม่จำเป็นต้องอายผู้อื่น แต่ถึงอย่างไรอิฉันก็ยังเชื่อในพลังมด (ขอยืมถ้อยคำของครูไผ่มาใช้นะคะ) การสอนใจตัวเอง ฝึกใจตัวเองเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง จากนั้นจึงขยายสู่คนรอบข้าง เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาค่ะ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกินความพยายามและความตั้งใจจริง นึกถึงสมัยยังเด็ก หลังจบข่าวภาคค่ำ โทรทัศน์ทุกช่อง จะอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาถ่ายทอดทุกวัน แม้ความที่เป็นเด็กขนาดนั้นจะไม่ได้ฟังด้วยความใส่ใจ แต่ด้วยความที่ได้ฟังทุกวัน ทุกๆกระแสพระราชดำรัสที่เคยได้ฟัง จึงยังติดอยู่ในใจมาจนบัดนี้ กระแสพระราชดำรัสหนึ่งมีใจความว่า (ขออภัยนะคะ อิฉันจำไม่แม่นจึงถ่ายทอดไม่ตรงแบบคำต่อคำ แต่ยืนยันว่าหลักใหญ่ใจความไม่บิดเบือนค่ะ) "บ้านเมืองย่อมประกอบด้วยทั้งคนดีและคนไม่ดี การทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองจึงไม่ใช่การทำลายคนไม่ดี แต่เป็นการสนับสนุนคนดีให้โอกาสเป็นผู้นำ" ถึงตอนนี้ นึกเสียดายแทนเด็กๆสมัยนี้ ที่ไม่มีโอกาสได้ซึมซับ สิ่งที่มีคุณค่า ที่อาจจะหล่อหลอมเป็นพื้นฐานทางจริยธรรมของเค้าได้ในอนาคต เพราะโทรทัศน์สมัยนี้เป็นธุรกิจเหลือเกิน และถึงตอนนี้ อิฉันเห็นด้วยที่ทุกท่านแสดงออกอย่างมีเหตุผล มีสติและไม่เพิกเฉยนิ่งดูดาย เมื่อหลายๆ พลังมดรวมกัน ย่อมสร้างสรรสิ่งดีๆ ได้มากมาย

ความคิดเห็นที่ 3

CrazyHOrse
6 ก.พ. 2549 13:31
  1. คุณภาพของประชาธิปไตย อยู่ที่คุณภาพของประชาชน ต้องเริ่มต้นด้วยการพัฒนาคุณภาพของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ถึงจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนก็ต้องทำ รัฐธรรมนูญดีอย่างไร ประชาชนใช้อำนาจของตัวเองไม่เป็นก็เท่านั้น

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น