ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง

ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเลือกนายกโดยตรง ด้วยมือของเราเอง


ความคิดเห็นที่ 33 

ศรีปิงเวียง vcharkarn veditor
21 ก.พ. 2549 17:06
  1. สวัสดีผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านครับ

    ขอนอกเรื่องที่ความเห็นที่ 30 ครับ

    น่าคิดครับว่า ทำไมสมัยนี้ รัฐบาลให้ความสำตัญกับนายทุน มากกว่าความเป็นอยู่ของชนส่วนใหญ่?

    จากข้อความของ อ.แมทกาย

    สงสัยว่า ต่อไปชีวิตคงจะลำบากมากๆขี้น

    การเป็นอยู่ตามอัตภาพ คงจะอยู่ในโลกสมัยนี้ ได้อย่างจำกัดๆ ลงทุกที

    คงจะจริงครับ แต่เราอาจต้องหาหนทางอื่น โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงครับ(แต่จะทำได้แค่ไหน อย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

    ป.ล. ถ้าใครอยู่เชียงใหม่ ท่านอาจเห็นป้ายสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจนออกนอกหน้า(หรือไม่ประการใดแล้วแต่จะคิด)

    ป้ายดังกล่าวผมไม่แน่ใจว่า เป็นสิทธิทางประชาธิปไตยหรือเปล่า

    อาจเหมือนป้าย มีสติยืดเวลา พาชาติพ้นภัย ก็ได้



ความคิดเห็นที่ 9

ศรีปิงเวียง vcharkarn veditor
7 ก.พ. 2549 16:55
  1. "ทำไมผู้แทนราษฏร จะต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำไมผู้แทนราษฎร์จะต้องไปเป็นบริวารของรัฐมนตรี ของรัฐบาล ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องไปปกป้องรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงว่ารัฐบาลทำถูกหรือผิด



    ทำไมไม่ไห้ผู้แทนเห็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องถูกบังคับให้ยกมือสนับสนุนปกป้องรัฐบาลเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

    จะให้ผู้แทนมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจเองไม่ได้หรือ"


    ความเห็นของ อ. np นี้น่าฉุกคิดเหมือนกันนะครับ

    1. มูลเหตุที่ผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองนี้ มาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง (ซึ่ง ส.ส.ร. คิดผิดอย่างมหันต์ และร้ายกว่านั้น หลายคนเป็นสมาชิกพรรคการเมือง)

    2. อำนาจการตัดสินใจของพรรคอยู่ที่กรรมการพรรคเท่านั้นครับ

    ซึ่งจริง ๆ จะฝ่าฝืนก็ได้ แต่อาจถูกบังคับทางอื่น เช่น อาจไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งอีก อาจเสียผลประโยชน์ก็ได้ หรือ คิดเองไม่เป็น อยากอยู่อย่างนี้ดีกว่า)

    3. ส.ส. ลงมติเพื่อให้ตรงกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเท่านั้น(ซึ่งมีทั้งประโยชน์และโทษพอสมควร)

    พูดง่าย ๆ คือพอเป็นพิธี (ในสมัยที่นายก ชื่อ ทักษิณ)

    4. ปกติเราก็ไม่ได้เลือกนายกโดยตรงอยู่แล้ว เพราะ

    ประการแรก ผู้ที่เสนอรายชื่อคือประธานรัฐสภา

    ประการที่สอง รัฐธรรมนูญถือว่าผู้สมัตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อคนแรกมีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี

    ประการที่สาม เราไม่มีผู้สมัครอิสระนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ส่วนน้อย?) ตราไว้

    วันนี้ขอเพียงเท่านี้ครับ ถ้าความเห็นแรงไปคงต้องขออภัยนะครับ



ความคิดเห็นที่ 14

เบื่อ (Guest)
9 ก.พ. 2549 09:33
  1. ผมเคยอ่านบทความนึงใน นสพ เค้าว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ นายก ปัญหาอยู่ที่ 19ล้านเสียง .... ผมเองก็เห็นด้วย เพราะว่า ผู้นำแต่ละประเทศจะสะท้อนคุณภาพประชาชนของประเทศนั้น



    ถ้าเราจะเลือกนายกใหม่ มั่นใจแล้วหรือว่าจะ ไม่หวนคืนแบบเดิม หรืออาจจะได้นายกที่แย่กว่าเดิม



    ผมเห็นว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดยังเป็นจิตสำนึกของทุกประชาชนทุกคน ตอนนี้สังคมยอมรับการคอรับชั่นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้ามันไม่มากเกินไป ... นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

    เรามีการคอรับชั่นกันทุกระดับ ตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยจนถึงชั้นผู้ใหญ่ และรวมไปถึงนักการเมือง ในเมื่อทุกคนคุ้นเคยกันแบบนี้จะจัดการยังไงละครับ



    ผมเองก็ยังคิดว่าการเลือกนายกใหม่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด

    การแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ใช่

    แก้ไขระบบต่างๆก็ยังไม่ถูกจุด



    ต้องแก้ที่สามัญสำนึกของประชาชาชน



ความคิดเห็นที่ 22

เบื่อ (Guest)
16 ก.พ. 2549 08:17
  1. ผมเลือกข้อ ค แล้วกัน

    และคัดบางส่วนจาก นสพมาให้ดู เป็นสิ่งที่ถูกใจผมมากครับ



    จาก http://www.komchadluek.net/column/think/2006/02/yoon16.php



    นักข่าวถามเลขาธิการ สนนท.(สหพันธ์นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย) น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร ว่า ที่นักศึกษาออกมาร่วมรณรงค์ให้ นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนั้น มีคำตอบหรือเปล่าต่อคำถามยอดฮิตของประเทศในประชาชนบางหมู่เหล่าว่า



    "ทักษิณไปแล้ว จะเอาใครมาแทน?"



    ถ้าเป็นผู้ใหญ่รุ่นเก่า พอถูกถามอาจจะชะงักไปพักหนึ่ง พร้อมกับตอบว่า "กรุงศรีอยุธยาย่อมไม่สิ้นคนดี" แต่ผู้นำนักศึกษา พ.ศ.2549 คนนี้ เธอตอบอย่างฉะฉานว่า



    "เราจะไม่ตอบคำถามนี้ แต่เราจะตอบว่า ไม่เอาทักษิณแล้วจะเอาสังคมแบบไหน ด้วยการปฏิรูปการเมือง ปลดโซ่ตรวนองค์กรตรวจสอบและรัฐสภาที่ถูกแทรกแซง ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจแบบทักษิณ ประชาชนรากหญ้าชอกช้ำมาก ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ช่องว่างของสังคมมีมากขึ้น เราต้องบัญญัติว่า กิจการสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อพื้นฐานประจำวันต้องไม่ขาย เช่น ไฟฟ้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย นี่คือสังคมใหม่ที่เราต้องร่วมกันกำหนด..."



ความคิดเห็นที่ 31

เบื่อ (Guest)
20 ก.พ. 2549 16:58
  1. จากอดีตที่ผ่านมา อย่างยุคเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ ทำให้ตอนนี้ประชาชนส่วนมาก ปฏิเสธการก่อรัฐประหาร และปฏิเสธการก้าวขึ้นมาของผู้นำที่ไม่ผ่านการเลือกตั้ง

    วิกฤติการ ทักษิณ นี้ น่าจะเป็นโอกาสที่จะพัฒนาการเมืองอีกขั้น เพียงแต่ว่าจะทำกันหรือไม่เท่านั้นเอง ในตอนนี้ประชาชนจำนวนมากมีความสามัคคี เพราะว่ามีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือไล่นายก เราน่าจะนำความสามัคคีนี้มาพัฒนาการเมืองต่อ โดยการเพิ่มจุดมุ่งหมายอื่นต่อหลังจากที่นายกลงจากอำนาจ เช่นสร้างระบบการตรวจสอบให้เข้มแข็ง และปลูกฝังค่านิยมของสังคมที่จะทำให้ได้สังคมที่ดีขึ้น เช่นค่านิยมที่รังเกียจการคอรัปชั่น หรือนำความสามัคคีนี้ทำให้เกิดประโยชน์อื่น

    อย่าหยุดแค่ไล่นายก หรือเลือกผู้นำคนใหม่!



ความคิดเห็นที่ 62

เบื่อ (Guest)
10 มี.ค. 2549 07:18
  1. ไม่มีความเท่าเทียมกันในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอยู่แล้วครับ



    ห้องน้ำต้องแยกกันระหว่างอาจารย์กับ นักเรียน ไม่รู้ทำไมใช้ร่วมกันไม่ได้ อย่าอ้างว่านักเรียนทำสกปรกเลย เพราะถ้าจำนวนห้องต่อผู้ใช้เท่ากันแล้ว ก็ไม่แน่ว่าห้องน้ำอาจารย์จะสะอาด



    โต๊ะกินข้าวก็ต้องแยก



    ที่จอดรถก็จะต้องแยก ว่าเป็นของ หัวหน้า ผอ. ... นักเรียนก็จะเห็นแต่ความไม่เท่าเทียมกัน คนมีตำแหน่งใหญ่ก็จะได้อภิสิทธิ์



    นร. ต้องทำความเคารพรุ่นพี่ สำหรับบางสถานศึกษาถึงกับต้องรับใช้



    ยังมีอีกเยอะ



    ชีวิตคนไทยเริ่มจากการยอมรับในสิ่งที่ไม่เท่าเทียมกัน คนส่วมมากไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกันอีกเยอะ ผมเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ จนได้เห็นบางสถาบันที่ต่างประเทศ เค้าไม่มีเรื่องแบบนี้



ความคิดเห็นที่ 63

เบื่อ (Guest)
10 มี.ค. 2549 07:37
  1. เด็กที่เรียนในโรงเรียน เมื่อมีชีวิตอยู่กับการถูกบังคับสิ่งที่ไม่มีเหตุผล

    เช่น ทำไมต้องตัดผมสั้น ผมสั้นทำให้เรียนดีหรือ ผมสั้นทำให้หล่อ...

    มีหลายโรงเรียนปลูกสนามหญ้าและยอมให้หมามาขี้ดีกว่าให้เด็กมาออกกำลังกาย เพราะแค่กลัวหญ้าตาย



    และครูเคยแสดงความกล้าที่จะท้าทายในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่างๆในโรงเรียนหรือไม่ เปล่าเลย



    แล้วอย่างนี้จะทำให้เด็กนักเรียนซึมซับความเท่าเทียมกัน ความถูกต้องได้อย่างไรกัน



ความคิดเห็นที่ 66

เบื่อ (Guest)
11 มี.ค. 2549 09:05
  1. ผมคิดว่าที่ผมคงจะเขียนความเห็นไม่ดีพอ ทำให้คุณ np ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมเสนอ ผมไม่ได้เสนอให้มีความเท่ากันทุกอย่างในทุกสถานภาพ ไม่ใช่ว่านักเรียนควรเท่าเทียมกับครูโดยการไปนั่งโต๊ะครู หรือทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ที่คนอื่นทำได้



    ผมเพียงแค่เสนอให้เห็นว่าคนไทยยังอยู่กับความไม่เท่าเทียมกันหรือระบบยศถาบรรดาศักดิ์ และยังยอมรับกับความไม่เท่าเทียมพื้นฐาน การใช้อภิสิทธิ์ต่างๆมันเกิดขึ้นในทุกระดับ และตามความเห็นของผม มันเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติล้าหลัง คนส่วนใหญ่ต้องการสบายมีอภิสิทธิ์ ก็แค่อยางมีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ได้ตั้งใจทำงานจริง เหมือนกับที่คนโบราณสั่งสอนให้เรียนสูงๆจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีความเป็นอยู่ดี มิได้ให้เรียนเพื่อทำงานให้เป็นประโยชน์ คุณลองคิดดูถ้า ผอ.ขสมก ต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงานทุกวัน คุณว่า ขสมก จะพัฒนาดีขึ้นกว่านี้หรือไม่ หรือไม่เวลาทำงานหัวหน้าคุณไม่เคยเอาเปรียบเลย เวลามีเรื่องที่ต้องใช้แรงงานเยอะๆ หัวหน้าก็มาทำงานด้วยเหมือนลูกน้อง คิดดูซิครับว่าลูกน้องจะเกรงใจและตั้งใจทำงานหรือไม่ อันนี้ผมไม่ได้หมายถึงว่าหัวหน้าต้องทำงานเหมือนกับลูกน้องทุกประการนะครับ หรือในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ไม่มีอภิสิทธิ์ชน อาจารย์ไม่มีที่จอดรถพิเศษ มาสายก็ไม่มีที่จอด ไม่มีห้องน้ำพิเศษถ้ามีคนเยอะก็ต้องรอ ไม่มีโต๊ะกินข้าวพิเศษ นักเรียนก็จะเห็นว่าขนาดคนที่เป็นอาจารย์ แต่ยังอยู่เหมือนนักเรียนหรือคนทั่วไป ผมคิดว่านักเรียนน่าจะซึมซับ และ โตขึ้นคงไม่คิดเอาเปรียบใคร



    คนไทยส่วนมาก ยังยอมรับความไม่เท่าเทียมกัน ยอมรับยศถาบรรดาศักดิ์ ยอมรับในระบบอภิสิทธิ์ ประเทศชาติถึงไม่เจริญไงครับ



    ที่คุณ np บอกว่าเวลาซื้อตั๋วรถไฟก็ต้องเข้าคิวกันทั้งนั้น แต่ถ้ามีระดับนายอำเภอหรือผู้ว่ามาละครับ รับรองพนักงานให้ลัดคิว และชาวบ้านก็ไม่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ มันต่างกับระบบน้ำใจของคนไทยนะครับ



ความคิดเห็นที่ 5

ชื่นใจ
6 ก.พ. 2549 18:49
  1. นี่อาจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของอนิจจัง

    แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเข้าใจว่ามันเป็นอนิจจังแล้วเราจะดูดายได้

    "อุเบกขา" ที่แท้จริงนั้นต่างกันลิบลับกับการเพิกเฉยอย่างที่คุณ MathGuy ได้กล่าวมา



    ความจริงส่วนหนึ่งก็คือ กระแสของโลกในเวลานี้ให้ความสำคัญกับทุน การตักตวงและการอยู่รอด

    จนคนทั้งหลายอาจเผลอ ลืมนึกถึงจริยธรรมไปบ้าง

    ทั้งๆที่จริยธรรมนี้เคยเป็นอุปนิสัยส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

    การเผลอไผลเช่นนี้จึงพลอยให้คนเราทำสิ่งต่างๆได้โดยไม่อายใจตัวเอง

    เมื่อไม่อายตนเองจึงไม่จำเป็นต้องอายผู้อื่น



    แต่ถึงอย่างไรอิฉันก็ยังเชื่อในพลังมด (ขอยืมถ้อยคำของครูไผ่มาใช้นะคะ)

    การสอนใจตัวเอง ฝึกใจตัวเองเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง

    จากนั้นจึงขยายสู่คนรอบข้าง เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาค่ะ

    แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกินความพยายามและความตั้งใจจริง



    นึกถึงสมัยยังเด็ก หลังจบข่าวภาคค่ำ โทรทัศน์ทุกช่อง

    จะอัญเชิญกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    มาถ่ายทอดทุกวัน แม้ความที่เป็นเด็กขนาดนั้นจะไม่ได้ฟังด้วยความใส่ใจ

    แต่ด้วยความที่ได้ฟังทุกวัน ทุกๆกระแสพระราชดำรัสที่เคยได้ฟัง

    จึงยังติดอยู่ในใจมาจนบัดนี้

    กระแสพระราชดำรัสหนึ่งมีใจความว่า

    (ขออภัยนะคะ อิฉันจำไม่แม่นจึงถ่ายทอดไม่ตรงแบบคำต่อคำ แต่ยืนยันว่าหลักใหญ่ใจความไม่บิดเบือนค่ะ)

    "บ้านเมืองย่อมประกอบด้วยทั้งคนดีและคนไม่ดี การทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองจึงไม่ใช่การทำลายคนไม่ดี แต่เป็นการสนับสนุนคนดีให้โอกาสเป็นผู้นำ"



    ถึงตอนนี้ นึกเสียดายแทนเด็กๆสมัยนี้ ที่ไม่มีโอกาสได้ซึมซับ

    สิ่งที่มีคุณค่า

    ที่อาจจะหล่อหลอมเป็นพื้นฐานทางจริยธรรมของเค้าได้ในอนาคต

    เพราะโทรทัศน์สมัยนี้เป็นธุรกิจเหลือเกิน



    และถึงตอนนี้ อิฉันเห็นด้วยที่ทุกท่านแสดงออกอย่างมีเหตุผล

    มีสติและไม่เพิกเฉยนิ่งดูดาย



    เมื่อหลายๆ พลังมดรวมกัน ย่อมสร้างสรรสิ่งดีๆ ได้มากมาย



ความคิดเห็นที่ 11

ชื่นใจ
8 ก.พ. 2549 23:15
  1. เหรียญมีสองด้านนะคะ

    ด้านนึงน่าจะดีอย่างที่ว่า

    แต่ถ้าพลิกอีกด้าน เค้าอาจจะร่วมด้วยช่วยกันอย่างออกหน้าออกตา

    หรืออาจจะปากว่าตาขยิบ ต่อหน้าสาธารณชนก็เหมือนจะค้านกัน แต่ลับหลังแล้วสามัคคีกันน่าดู



ความคิดเห็นที่ 28

MathGuy vcharkarn veditor
17 ก.พ. 2549 19:30
  1. คงไม่ถึงขนาด หาวิธีโค่นล้ม



    ถ้าได้วิธีคานอำนาจ วิธีปรามกันได้ ก็น่าจะดี



    ผมดีใจที่ เรามีการพัฒนาทางการเมืองค่อนข้างถือว่า น่าพอใจ



    หลายๆ ฝ่าย เริ่มตระหนักถึงบทบาทของตัวเองมากขึ้น



    โดยเฉพาะทางฝ่ายนักวิชาการ ... แต่อยากให้มีบทบาทมากกว่านี้



    นักศึกษาเอง ก็เป็นพลังที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเขาคืออนาคตของชาติ และกำลังอยู่ในช่วงที่มีอุดมการณ์ มีความคิดสร้างสรรค์



    ผู้ใหญ่เองเข้าสู่วัยหนึ่ง เข้าไปอยู่ในระบบ แล้วมักจะสูญเสียพลังเชิงสร้างสรรค์ไปมาก เพราะต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัวของตัวเองเป็นหลัก และหมดพลังที่จะต่อสู้ทำอะไรเพื่อส่วนรวม



    ที่สำคัญ ตอนนี้ ระบบเงิน ระบบเศรษฐกิจมีอำนาจมหาศาล

    จนดูเหมือนว่า จะนำทางการเมือง



    เรื่องจริยธรรม เรื่องปัญญาธรรม เรื่องความรู้จักพอ รู้จักให้

    นับวันจะอ่อนด้อยกำลังลง





    ได้แต่คิดเพ้อฝันว่าสักวัน เราจะมีนายกที่ทั้งเก่งทางโลก และไม่ด่างพร้อย หรือมีข้อกังขาในเรื่องจริยธรรม ปัญญาธรรม



ความคิดเห็นที่ 47

วริน (Guest)
2 มี.ค. 2549 14:15
  1. ประชาธิปไตย คือ ไปเลือกตั้ง แล้วก็นับเสียงข้างมาก



    แล้วเราก็ได้คน มาขีดมาเขียน อะไรที่เป็นกติกา



    ได้คนมาใช้กติกา



    1. ในทางที่สร้างสรรค์ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม



    2. บิดเบื่อน ใช้ช่องว่าง ใช้เล่ห์เหลี่ยม เพื่อทำการเพื่อส่วนตัว หรือพวกพ้อง



    คำว่า ประชาธิปไตย ไม่ได้มีความหมายของคำว่า จริยธรรม หรือ คุณธรรมอยู่เลย



    ถ้าผู้นำมีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความสามารถ จะให้เป็น การปกครองแบบใด เราก็น่าจะมีความสุขสงบ เต็มเปี่ยมไปด้วย บรรยากาศของ ปัญญาธรรม ความจริงใจ และการให้ การเสียสละ การรู้จักตัวเอง ไม่อวดรู้ อวดเก่งไปทุกเรื่อง ไม่ยอมฟังใคร



    ขอให้เราต่อสู้ เพื่อธำรง คุณธรรม จริยธรรม เชิดชูการกระทำดี

    ไม่ยอมต่อการทุจริต ไม่ว่าจะมาในรูปแบบที่เหนือเมฆก็ตาม



    ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกคุณทักษิณ แต่วันนี้ ผมไม่เห็น ความสง่างาม ผมไม่อยากได้ยิน คำพูด ที่ขาดความจริงใจ คำพูดที่หลอกตัวเอง และคิดว่า จะหลอกคนอื่นๆ ได้อีกต่อไป



    ผมอยากเห็น คนจริงใจ บริสุทธิ์ใจ มากกว่า และทนไม่ได้ที่จะเห็นตัวเองเป็นคนโง่อีกต่อไป





    ดีใจที่นักวิชา คนมีความรู้ ในการวิเคราะห์ คนดีต่างๆ ช่วยกันออกมา เสนอทางเลือก ให้ท่านพิจารณาตัวเอง



    แต่นับวันจะผ่านไป คุณทักษิณ มีแต่จะถลำตัวลึก

    คนที่อยู่ข้างๆท่าน ก็ไม่มีใครเตือนสติท่านได้



    นี่ไม่ต่างจากอะไร กับ แมงเม่าบินเข้ากองไฟ





    ถ้าท่านมีความดีอยู่บ้าง ขอให้ความดีนั้นเตือนสติ

    ให้ท่านเห็นสิ่งที่ชอบที่ควร



ความคิดเห็นที่ 39

วริน (Guest)
26 ก.พ. 2549 18:17
  1. กำลังดูกันว่า จะเล่นตามเกม หรือเล่นนอกเกม หรือสร้างเกมใหม่



    รู้ๆกัน ว่าคุณทักษิณถนัดเล่นเกมของตัวเอง ขนาดเกือบไม่มีทางหนีทีไล่ก็ยังมีตัวช่วยตัวสุดท้าย



    ผมว่า ถ้ามีเกมใหม่ น่าจะดูน่าสนใจไปอีกแบบ



    ( เกมเก่าๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้น )



ความคิดเห็นที่ 40

วริน (Guest)
27 ก.พ. 2549 11:26
  1. Oh my goodness!



    คุณทักษิณ ถือไพ่รอน๊อคมืด อยู่สบายๆ อีกแล้ว



    เห็นปฏิกริยาฝ่ายค้านเมื่อวันก่อน นึกว่าจะพอฝากผี ฝากไข้

    พึ่งเป็นความหวัง หรือทางเลือกใหม่ให้ได้



    ไปๆมาๆ ดูจะไม่เป็นท่าเหมือนเดิม



    เริ่มตั้งแต่วันนี้ (จริงๆเริ่มมานานนมแล้วล่ะ)



    เราจะได้เห็นได้ยิน คนพูดปด คนเล่นลิ้น



    คนที่สักแต่ว่าพูด โดยไม่มีปัญญา คุณธรรมอะไร



    จะเป็นสงคราม ของการอ้างโน่น อ้างนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง



    เป็นสงครามของการใส่ร้ายป้ายสี สงครามของการเล่นคำ

    นำเอาโน่น เอานี่มาประติดปะต่อกัน แบบเด็กๆ แล้วก็เชิดหน้าพูดด้วยความหยิ่งลำพอง เพื่อ



    1. สร้างภาพดีเลิศให้ตัวเอง

    2. สร้างภาพเลวทรามให้ฝ่ายตรงข้าม



    เกมน้ำเน่า เกมการเมืองการศึกษาต่ำๆ ปัญญาต่ำๆ จริยธรรมต่ำๆ

    กลับมาให้เรา รู้สึกสะอิดสะเอียนกันอีกแล้ว





    สงสัยว่า ผมกลับไปให้กำลังใจ กลุ่มที่ทำเพื่อประชาชน

    ที่ประกอบด้วยประชาชนจริงๆ น่าจะมีคุณค่า ให้ความรู้สึกเป็นมนุษย์มากกว่า





    เรายังจะยอมรับคนที่ทำผิดและยิ้มระรื่น แล้วยังมาคุยแบบอันธพาลในคราบของผู้ดีหลอกๆ ต่อไปอีกเช่นนั้นหรือ





    กระบวนการประชาชน กระบวนการปัญญาชน ที่มองเห็นผิดภัยร้ายของระบบที่ครอบงำเราอยู่ในขณะนี้ จงต่อสู้ต่อไป



    ขอให้กำลังใจ ผู้ที่ทำเพื่อประเทศชาติ ด้วยปัญญาธรรม อย่างแท้จริง



ความคิดเห็นที่ 44

วริน (Guest)
28 ก.พ. 2549 00:18
  1. คน(คิดว่าตัวเอง) เก่ง และ มองว่าคนอื่นโง่



    ไม่มีวันจะลาออก หรือยอมแพ้ง่ายๆ หรอก



    อำนาจเงิน อำนาจการซื้อ การจัดการ ก็คิดว่าตัวเองเหนือชั้นกว่าใครๆอยู่แล้ว



    คนที่รู้ตัว รู้จักตัวเอง ถ้าจะต้องแพ้ เขาจะเป็นสุภาพชน



    แต่เราคงจะหา ความสง่างาม จากคนๆ นี้ไม่ได้แน่นอน



    ยิ่งกว่านั้น ... เขากำลังจะทำทุกอย่าง เพื่อ(เป็นมาร)ครองเมือง



    อย่างชนิดที่ ไม่มีใครจะไปแตะต้องเขาได้เลย !



ความคิดเห็นที่ 60

MathGuy vcharkarn veditor
10 มี.ค. 2549 00:32
  1. สมมติว่า เรามีนายกคนใหม่ ชื่อว่า นายสะอาด



    แล้วสักประมาณ 1 เดือน ให้สื่อ ข่าวต่างๆ ทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า ตอนนี้ เรามีนายกชื่อว่า นายสะอาด



    ให้ชาวบ้านทุกคน รู้ว่า นายสะอาด คือ นายก



    แล้วสุ่มเลือกหมู่บ้าน ของพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ที่ไหนก็ได้



    สมมติว่า เป็น ชาวบ้านตำบลเป็นสุข



    ทางการแจ้งให้ชาวบ้านทราบว่า นายกสะอาด จะมาเยี่ยม



    คำถาม คือ



    ชาวบ้านจะออกมาต้อนรับ นายกสะอาด ด้วยความความยินดี ดีใจ หรือไม่ เพียงใด







    ต่อมาไม่กี่วัน นายสะอาด เกิดเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ต้องถึงแก่เสียชีวิต



    ทำให้เราได้นายกคนใหม่ชื่อว่า นายสีเทา



    ไม่กี่วัน ทั้งประเทศก็รู้ว่า นายสีเทา เป็นนายก





    ทางการแจ้งให้ชาวบ้านเป็นสุขทราบว่า นายกสีเทา จะมาเยี่ยม



    คำถาม คือ



    ชาวบ้านจะออกมาต้อนรับ นายกสีเทา ด้วยความความยินดี ดีใจ หรือไม่ เพียงใด







    ป้าบุญเต็ม อยู่ตำบลเป็นสุข มาตลอดชีวิตกว่า 50 - 60 ปี

    ได้มีโอกาส เห็นนายก มาเยี่ยม ถึงหมู่บ้าน

    ป้าบุญเต็ม จะรู้สึก ปลื้มใจแค่ไหน



ความคิดเห็นที่ 64

MathGuy vcharkarn veditor
10 มี.ค. 2549 09:55
  1. คุณ np คุณเบื่อ



    ให้ภาพสะท้อน มุมมอง ทีน่าสนใจมากครับ



    ถึงจะดูว่าเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ



    แต่จริงๆ สิ่งเหล่านี้ แผ่ซึม ปกคลุม และห่อหุ้ม



    เอาสังคม ของคนที่แตกต่างกัน ในเรื่องต่างๆ

    ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ฐานะทางการเงิน ฐานะทางสังคม

    อำนาจ การได้เป็นผู้เล่น ผู้ถือ หรือ เขียนกติกา

    การเป็นผู้น้อย การเป็นผู้ที่ได้แต่เพียง เป็นบันไดอำนาจ

    หรือ อภิสิทธิ์ ของคนอีกกลุ่มหนึ่ง





    ผมผิดหวังพอสมควร "ที่ตรรกศาสตร์" ในการพูด การแสดงความคิดเห็น ถูกใช้เป็นเครื่องมือ



    ด้วยการ เล่นคำ ด้วยการ ถือตำแหน่ง หรือฐานะที่ได้เปรียบทางสังคม



    ด้วยการเห็นเพียงว่า เป็นการเล่นเกมการเมือง



    ด้วยเพียงต้องการ ยึดมั่นในทิฐิ ไม่ยอมรับฟัง



ความคิดเห็นที่ 8

np (Guest)
7 ก.พ. 2549 12:56
  1. ทำไมจะต้องตั้งกระทู้อีกล่ะครับ

    หรือว่า การเลือกนายกโดยตรง มันมีปัญหา

    ถ้ามี ก็พูดถึงปัญหาในกระทู้นี้ก็ได้นี่ครับ



    ผมเอง เกิดนานแล้ว แต่ความรู้(และความคิด)ในทางการเมือง ไม่ประสีประสาเลย



    สิ่งที่เราคุยกัน หรือคิดกัน อาจจะมีบางคนกำลังหัวเราะเยาะอยู่

    อาจจะมีบางคนที่คิดโง่ๆเหมือนผม ถ้ามีคนชี้แจงให้เข้าใจ ก็อาจจะไม่ต้องเริ่มต้นกันใหม่ก็ได้



    แต่ก็ไม่แน่นะ บางคนอาจจะมีความคิดดี และความคิดนั้นอาจจะถูกเผยแพร่ไปถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารบ้านเมืองก็ได้

    --------------------------------------------------



    สิ่งที่ผมไม่เข้าใจ

    1. ทำไมผู้แทนราษฏร จะต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำไมผู้แทนราษฎร์จะต้องไปเป็นบริวารของรัฐมนตรี ของรัฐบาล ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องไปปกป้องรัฐบาลโดยไม่คำนึงถึงว่ารัฐบาลทำถูกหรือผิด



    ทำไมไม่ไห้ผู้แทนเห็นหูเป็นตาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทำไมผู้แทนราษฎรจะต้องถูกบังคับให้ยกมือสนับสนุนปกป้องรัฐบาลเมื่อมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

    จะให้ผู้แทนมีอิสระในการพิจารณาและตัดสินใจเองไม่ได้หรือ



    2. อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว ลงมติ ไปทำไม ในเมื่อรัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ชนะอยู่วันยังค่ำ



    ผมยังโง่อยู่อีกหลายเรื่อง ขอทยอยนำมาเสนอ เดี่ยวรับไม่ทันตอนถูกตอกกลับ



ความคิดเห็นที่ 57

แป๋มคุง 100
9 มี.ค. 2549 17:13
  1. เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ก็น่าจะเล่นตามกติกาประชาธิปไตยนะ อายชาวต่างชาติจริงๆ ที่คนไทยอยู่ๆก็ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ไม่ใช่เหตุผลแต่ด้วยอารมณ์ คนประท้วงกล่าวหาเขาหันกลับมามองตัวเองบ้าง ไม่มีใครที่ถูกใจทุกคนหรอก แค่เขาพัฒนาประเทศเราได้ คุณก็น่าจะพอใจได้แล้วนะ



    คนเป็น แสนชุมนุมประท้วงกันเป็น พลังยิ่งใหญ่ของประชาชนก็จริงอยู่ แล้ว 19ล้านเสียงหล่ะ ไม่ประชาชนรึ พวกเขารอการเล่นตามกติกา แต่พวกคุณหาทางลัดซะงั้น



    หาข้อผิดไม่ได้ก็อ้างจริยธรรม พอรู้ว่ามีคนสนับสนุนทักษิณมากก็กล่าวหาว่าไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารครบทั่วถึง



    คุณเป็นผู้หยั่งรู้หรือยังไง มาหาว่าชาวบ้าน ฉลาดน้อยถูกหลอก อย่างน้อยชาวบ้านก็มีสมองแยกแยะออกว่าอะไร ถูกอะไรผิด



    พอรู้ว่ายังไงก็สู้ไม่ได้ก็ชักแม่น้ำหาทางบีบเขาออกไป อย่างไร้เหตุผล และยังเล่นประเด็นซ้ำใช้คำพูดไม่เหมาะสมเข้าว่าอย่างไร้สำนึกคนไทย ไม่มองภาพพจน์ชาติ



    สุดท้ายในฐานะคนกลาง อยากฝากถามว่าอะไร คือความหมายของจริยธรรมในความหมายของคุณ



ความคิดเห็นที่ 55

ly[lo (Guest)
6 มี.ค. 2549 21:46
  1. สาเหตุของความวุ่นวายในครั้งนี้ก็คือ นายกทักษิณดื้อด้าน ไม่ยอมวางมือทางการเมือง

    ฝ่ายหนึ่งว่าอย่างนี้



    อีกฝ่ายหนึ่ง บอกว่า เป็นเพราะ สนธิ และจำลอง ก่อความวุ่นวายขึ้นมาเอง



    ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน และดทษฝ่ายตรงข้าม



    ถามว่า ใครก่อเหตุขึ้นก่อน



    ฝ่ายหนึ่งบอกว่าทักษิณ ก่อเหตุก่อน ก่อมานานแล้ว



    อักฝ่ายหนึ่งบอกว่า สนธิ และจำลองนั่นแหละ ก่อเหตุ ไม่ทำตามกติกา ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เล่นนอกสภา







    ตอนนี้ แต่ละฝ่าย ถอยไม่ได้ ทั้งๆที่รู้กันว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ แม้แต่ผู้ที่ถือว่าตัวเองเป็นพระ ยังต้องยอมเป็นมาร



    งานนี้ ใครถอยไม่ได้ แพ้ไม่ได้ แพ้แล้วเสียหน้าอย่างหนัก

    ดังนั้นต่างฝ่ายต่างสู้จนหมดหน้าตัก ทุ่มสุดตัว ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอชนะไว้ก่อน



    ชนะแล้ว ใครจะฟื้นฟู ไม่คำนึงถึง

    ปากก็ว่า เป็นปัญญาชน

    แต่พฤติกรรมเหมือนเด็กๆ ไม่มีผิด



    ฝ่ายหนึ่งพยายมดึงเกมให้ถึงวันที่ 2 เมย.

    ถ้าถึงวันที่ 2 เมย.ละก็ ชนะ ใสอยู่แล้ว



    อีกฝ่ายหนึ่ง พยายามจะเผด็จศึกให้เสร็จก่อนวันที่ 2 เมย.

    ถ้ายืดเยื้อไปถึงวันที่ 2 เมย. ละก้อ แทบจะต้องผูกคอตาย





    2 เมย. มันช่างเป็นเวลายาวนานเสียเหลือเกิน สำหรับฝ่ายหนึ่ง



    อีกฝ่ายหนึ่ง มันช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น