ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 26 ส.ค. 2543 (00:00) ...(ต่อ)...
(จาก) ความเห็นที่ 31 โดยคุณ bookaholic
"...กำศรวลศรีปราชญ์
ชื่อเดิมของเพชรน้ำเอกในวรรณคดีไทยเรื่องนี้คือ กำศรวล ไม่ปรากฏหลักฐานผู้แต่งว่าเป็นใคร
หรือว่าแต่งสมัยไหนกันแน่ รู้แต่ว่าเป็นวรรณคดีโบราณสมัยอยุธยา จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ ๒
นายนรินทรธิเบศร์ ได้กล่าวอ้างไว้ในบทโคลง นิราศนรินทร์ บทหนึ่งว่า
กำศรวลศรีปราชญ์พร้อง.........เพรงกาล
จากจุฬาลักษณ์ลาญ.................สวาทแล้ว
ทวาทศมาศสาร.....................สามเทวษ ถวิลแฮ
ยกทัดกลางเกศแก้ว.................กึ่งร้อนทรวงเรียม
และ พระยาตรัง กวีร่วมสมัยของนายนรินทร์ธิเบศร์ได้เอ่ยถึงไว้ใน นิราศตามเสด็จลำน้ำน้อย ว่า
'...กำสรวลสาคเรศสร้อย..........สารศรี ปราชญ์แฮ...'
และใน นิราศถลาง ของพระยาตรัง ก็ได้ย้ำชื่อผู้แต่งไว้อีกครั้งหนึ่งว่า
'...ศรีปราชญ์นิราศท้าว............จุฬาลักษณ์...'
แสดงว่าทั้งนายนรินทรธิเบศร์ และพระยาตรัง เชื่อว่าผู้แต่งวรรณคดีเรื่องนี้ชื่อ " ศรีปราชญ์ "
ความเชื่อนี้ตกทอดมาแต่สมัยใดไม่อาจกล่าวได้ชัด เข้าใจว่าเป็นคำบอกเล่าต่อๆกันมา
จนกระทั่งปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในหนังสือ ตำนานศรีปราชญ์ เรียบเรียงโดย
พระยาปริยัติธรรมดา (แพ ตาละลักษมณ์) ซึ่งกล่าวว่า ศรีปราชญ์เป็นบุตรพระโหราธิบดี
ผู้แต่งหนังสือจินดามณี ชื่อเดิมว่า 'ศรี' ได้ต่อโคลงสมเด็จพระนารายณ์ฯได้เป็นที่ถูกพระทัย
จึงได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ได้รับพระราชทานชื่อเป็น "ศรีปราชญ์ " ได้แต่งอนิรุทธคำฉันท์
และโคลงเบ็ดเตล็ดอีกหลายโคลง
วันหนึ่งศรีปราชญ์ได้แต่งโคลงเกี้ยวพระสนมจนถูกลงพระราชอาญาให้ลอกคูน้ำ
เผอิญพระสนมคู่แค้นเดินผ่านมา ศรีปราชญ์สาดโคลนใส่ จึงถูกสมเด็จพระนารายณ์
เนรเทศไปนครศรีธรรมราช ระหว่างเดินทางได้แต่ง กำศรวล ขึ้น
เมื่อไปถึงนครศรีธรรมราช ได้ลอบรักใคร่กับภรรยาน้อยเจ้าพระยานคร จึงถูกประหารชีวิต
ต่อมาเมื่อสมเด็จพระนารายณ์หายกริ้ว โปรดให้ศรีปราชญ์กลับไปรับราชการตามเดิม
เมื่อทรงทราบว่าเจ้าพระยานครสั่งประหารเสียแล้ว
ก็มีพระบรมราชโองการให้ประหารเจ้าพระยานครตายตกไปตามกัน
หนังสือของพระยาปริยัติธรรมธาดา เป็นที่เชื่อถือกันตลอดมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๕
จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีนักวรรณคดีเห็นด้วยเป็นจำนวนมาก
รวมทั้งอาจารย์ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ซึ่งค้นคว้าและสรุปในทำนองเดียวกัน
แต่เพิ่มรายละเอียดบางตอนว่า
...ศรีปราชญ์มีตัวจริงในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ถูกเนรเทศในสมัยพระเพทราชา
และถูกประหารในแผ่นดินพระเจ้าเสือ
....ศรีปราชญ์เป็นบุตรพระโหราธิบดี มีเรื่องวิวาทกับท้าวศรีจุฬาลักษณ์
พระสนมเอกของพระนารายณ์ และเป็นพระกนิษฐาของพระเพทราชา
ถูกเนรเทศไปนครศรีธรรมราชในสมัยพระเพทราชา โดยฝากไปกับกองทัพเรือ
ของพระยาสุรสงครามและพระยาราชบังสัน ซึ่งยกไปปราบพระยารามเดโช
เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชที่เป็นกบฏแข็งเมือง กำศรวล จึงแต่งประมาณ พ.ศ. ๒๒๓๕...
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล เป็นผู้ตั้งข้อสงสัยในเชิงประวัติของศรีปราชญ์ขึ้น
โดยไม่เชื่อว่า กำศรวล เป็นวรรณคดีที่แต่งสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ทั้งนี้เพราะเปรียบเทียบ
สำนวนภาษากับวรรณคดีเรื่องอื่นๆ ที่มีหลักฐานแน่ชัดว่าแต่งสมัยนั้นแล้ว
ปรากฏว่า กำศรวล ใช้ภาษาเก่ากว่า อนิรุทธ์คำฉันท์ ถึง ๒๐๐ ปี
น่าเชื่อว่าเป็นวรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น คือสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
เทียบสำนวนภาษาได้กับ ลิลิตยวนพ่าย ลิลิตพระลอ และ มหาชาติคำหลวง
นอกจากนี้ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ก็ไม่ปรากฏว่ามีเรื่องเจ้าพระยานครศรีธรรมราชคนใด
ถูกประหารในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
ม.ร.ว.สุมนชาติ สรุปว่า ศรีปราชญ์ในประวัติศาสตร์ไทยต้องมีอย่างน้อย ๓ คน คือ
ศรีปราชญ์ผู้แต่ง กำศรวลศรีปราชญ์
ศรีปราชญ์ผู้แต่ง อนิรุทธ์คำฉันท์ และ
ศรีปราชญ์ผู้ถูกเนรเทศไปนครศรีธรรมราช
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ พ.ณ ประมวลมารค(ม.จ. จันทร์จิรายุ รัชนี) ศึกษาโคลง กำศรวล อย่างจริงจัง
และสรุปว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓
ทรงพรรณนาคร่ำครวญถึงพระสนมเอก "ศรีจุฬาลักษณ์ " ขณะเสด็จไปตีทวายในปีพ.ศ. ๒๐๓๑
ต่อมา สุนีย์ ศรณรงค์ ได้วิจารณ์เชิงประวัติเกี่ยวกับผู้แต่งวรรณคดีเรื่องนี้ มีบางตอนสอดคล้องกับ
การสันนิษฐานของ ม.จ.จันทร์จิรายุ ว่า
..ผู้แต่งเรื่องนี้คือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ พระราชโอรสในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
แต่แตกต่างจาก ม.จ.จันทร์จิรายุ ด้านปีที่แต่ง โดยวิเคราะห์ว่าแต่งในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ
ยังทรงครองราชย์อยู่ เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ เสด็จไปวังช้าง ที่ตำบลไทรย้อย
เมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๐๒๖.....
สาเหตุที่นักวรรณคดีรุ่นใหม่เชื่อว่าผู้แต่งกำศรวล น่าจะเป็นกษัตริย์หรืออย่างน้อยก็เป็นเจ้าฟ้า
ไม่ใช่สามัญชนอย่างศรีปราชญ์ เพราะในโคลงมีบทรำพันถึง ่ศรีจุฬาลักษณ์ ่ ในฐานะคู่ครอง
ไม่ใช่ลักลอบเป็นชู้ โคลงบางบทบรรยายว่าได้ร่วมหอลงโรงกันอย่างเปิดเผย
และได้อยู่กินกันฉันสามีภรรยาเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนจะจากมาในการเดินทาง เช่น
จันทน์จรุงจอกทองทา............ ยังรุ่ง
บยาเยียวเนื้อร้อน.................... เร่งวี
หมายความว่ากวีมีเครื่องใช้ไม้สอยสูงค่า คือจอกทอง ตัวนางเองก็คอยปรนนิบัติพัดวี
เอาอกเอาใจใกล้ชิดสนิทสนม อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นกิจวัตรประจำวันของสามีภรรยา
ไม่ใช่อาการลักลอบซ่อนเร้นพบปะกันชั่วครู่ยาม
นอกจากนี้ การเดินทางของกวี ก็เริ่มต้นอย่างคนสำคัญในบ้านเมืองจะออกเดินทาง ไม่ใช่การถูกเนรเทศ
คือเมื่อออกเดินทางก็มีหญิงสาว (อาจจะหมายถึงสาวสรรกำนัลนาง)มาคอยส่งเต็มฝั่ง
เสนาะนิราศน้อง.................. ลงเรือ
สาวแสนเลวงเต็ม................. ฝั่งเฝ้า
ปัจจุบันนี้ ความเชื่อที่ว่าศรีปราชญ์เป็นผู้แต่ง กำศรวล ถูกลบล้างลงไปแล้ว
ข้อสันนิษฐานของ ม.ร.ว. สุมนชาติ เป็นเรื่องที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด
โดยเฉพาะในแง่ที่ว่า วรรณคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าแก่เกิดก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์
แม้ยังไม่มีข้อยุติว่าผู้แต่งเป็นใครกันแน่ก็ตาม..."
........................................