วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
มูลค่าชีวิต!! (อ่านแล้วจะรู้สึกดีมากๆค่ะ)
โพสต์เมื่อ: 10:50 วันที่ 15 ก.พ. 2549         ชมแล้ว: 12,072 ตอบแล้ว: 140
คัดลอกจาก Forward Mail, Author: unknown ---------------------------------------------------------------------------------------------------

"อย่าหนีนะ ไอ้เด็กขี้ขโมย"
เสียงผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนลั่น พร้อมกับมีเด็กคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งวิ่งผ่านฉัน กับแม่ที่กำลังซื้อเนื้อหมูในตลาดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งแม่และฉันหันไปดูทันเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นแค่แวบเดียว แม่ถามฉัน ว่า "อ้าว นั่นป้าร้านขายของไม่ใช่เหรอ" "ใช่จ้ะแม่ แกวิ่งไล่ใครกันละ" ป้าคนนั้นชื่อว่า 'ป้าหนอม' เป็นแม่ค้าขายขงอชำสารพัดอย่างในตัวตลาดในอำเภอที่ฉันอยู่ มีฐานะจัดว่าดีกว่าแม่ค้าคนอื่นๆ ในละแวกเดียวกันและเป็นที่รู้จักกันว่าแกเป็นคนที่ขี้เหนียวอย่างร้ายกาจ แถมปากจัดที่สุดในตลาดอีกด้วย ใครต่อราคาของมากเกินไป หรือถามราคาแล้วไม่ซื้อ ป้าแกจะโวยวาย ชนิดต้องรีบเผ่นออกจากร้านแทบไม่ทันทีเดียวเสียงเอะอะดังมากขึ้น ฉันหันไปมองป้าหนอม จับข้อมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 12-13 ขวบ ไล่เลี่ยกับฉันซึ่งกำลังดิ้นอยู่ และป้าแกกำลังจะลงไม้ลงมือ แม่จึงเดินเข้าไปถาม

"พี่หนอม มีไรหรอคะ" "ก็ไอ้เด็กเวรนี่นะสิ มันมา ทำทีขอซื้อยาแก้ปวดกับยาธาตุ พอฉันหยิบส่งให้ มันก็วิ่งหนีมาเลยเงินก็ไม่จ่าย" พูดจบป้าหนอมก็ตบหัวเด็กคนนั้นอย่างแรงหนึ่งที และคงจะมีตามมาอีกหลายทีแน่ถ้าแม่ฉันไม่ห้ามไว้

"ตายแล้วพี่หนอม อย่าถึงกับลงไม้ลงมือกันเลยนะ แล้วนี่จะทำไงต่อ" แม่รีบตัดบทเพราะ เห็นว่าเรื่องราวชักจะไปกันใหญ่

"เรียกตำรวจมาเอามันไปเข้าคุกนะสิ เสียนิสัย พ่อแม่ไม่สั่งสอน ยังด็กตัวแค่นี้ก็รึจะเป็นขโมยซะแล้ว ต่อไปก็คงต้องปล้นเขากินหละ"

ฉันสะกิดแม่ทันทีพร้อมกับมองพลางส่ายหัวน้อยๆทำนองว่าอย่าไปยุ่งดีกว่า

แม่ มองฉันแล้วมองเด็กคนนั้น ซึ่งท่าทางเหมือนกำลังจะร้องไห้แม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปพูดกับป้าหนอมว่า "อย่าให้ถึงอย่างนั้นเลยนะพี่หนอม เด็กมันคงอยากซื้อยาแต่ไม่มีเงินนะ เอาเป็นว่าฉันจ่ายให้ละกันนะ กี่บาทกันละ"

ในที่สุดเรื่องก็จบลงโดยการที่แม่ยอมจ่ายเงินค่ายาแก้ปวดกับยาธาตุ แล้วแม่ก็จูงเด็กคนนั้นออกมาจากตลาด แต่ป้าหนอมยังไม่วายเตือนแม่ "ใจดีกับเด็กขี้โขมยแบบนี้ ระวังจะเสียใจทีหลังนะเธอ" แม่ไม่ได้ตอบอะไร

แต่พอเดินห่างจากร้านพอสมควรแล้วก็ถามว่า "ทำไมหนูขโมยของป้าเขาละ" เด็กคนนั้นเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมองแม่ แล้วตอบสะอึกสะอื้นว่า "แม่ผมปวดท้องมากเลยครับ แล้วแม่ก็ไม่มีเงินไปหาหมอ ผมก็เลยต้อง..." แม่มองหน้า เด็กคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยืนผลไม้ที่ซื้อมาให้เด็กคนนั้นถุงหนึ่งแล้วบอกว่า "ทีหลังอย่าขโมยของใครนะ ถ้าไม่มีเงินมาขอเงินน้าไป ซื้อก็ได้นะ น้าชื่อสมพรเปิดร้าน เย็บผ้าอยู่ใกล้ๆนี่เอง ถามคนแถวนี้ก็ได้ รู้จักน้าแทบทุกคนเลยแหละ เอ้า...เอาส้มไปฝากคุณแม่ซิ คนป่วยนะต้องกินผลไม้มากๆ จะได้หายไวๆ รู้มั้ย" แม่เสริมพร้อมกับยิ้ม เด็กคนนั้นอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะรับส้มพร้อมกับพูดขอบคุณแม่แล้วเดินจากไป

หลังจากนั้นพอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ถามแม่ทันที "ทำไมแม่ต้องช่วยเด็กคนนั้นด้วยละ รู้จักกันหรอจ้ะ" แม่ยิ้ม แล้วตอบฉันว่า"ไม่รู้จักหรอก แต่แม่เห็นเด็กคนนั้นรับจ้างหาบขนมขายอยู่แถวบ้านเราน่ะ ลูก แต่แกคงจำแม่ไม่ได้หรอกแม่ซื้อขนมแกอยู่ไม่กี่ครั้งเอง" "แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องช่วยเหลือเขาถ้าเขาเป็นขโมยนี่แม่" ฉันถามต่อ แม่มองหน้าฉันแล้วพูดว่า "แม่เชื่อว่าเด็กที่เคยหาเงินด้วยตัวเองมาก่อนตั้งแต่อายุเท่าๆกับลูก จะต้องเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ รู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ว่ากว่าจะได้มามันเหนื่อยยากขนาดไหน และคนที่มีความรับผิดชอบนะ จะไม่มีทางขโมยของใครนอกจากจะจำเป็นจริงๆ เมื่อเขาไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้วเท่านั้น"

ฉันฟังแล้วก็ถามแม่ต่อว่า "แล้วต่อไปถ้าเขามาขอเงินแม่ไปซื้อยาอีก แม่จะให้เขารึเปล่า" "ให้สิลูกถ้ามันไม่มากไม่มายอะไร" "แล้วแม่ไม่เสียดายเงินหรอ บ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนบ้านป้าหนอมเขานะแม่" "ถึงแม่จะไม่มีเงินทองมากนัก แต่การที่ได้ช่วยเหลือคนที่กำล ังลำบากน่ะ มันทำให้แม่มีความสุข แล้วยังได้บุญอีกด้วยนะ แค่นี้แม่ก็พอใจแล้ว ไม่อยากได้อะไรตอบแทนหรอก"

แล้วแม่ก็พูดต่ออีกว่า "จำไว้นะลูก คนเรานะ ต้องรู้จักให้อภัยและให้โอกาสคนอื่นแก้ตัวเสมอ อย่างเด็กคนนั้น..แม่มั่นใจว่าแกทำไป เพราะรักคุณแม่ของแกจริงๆ แม่ถึงช่วยแกเอาไว้" แล้วแม่ก็พูดต่อว่า "ลูกอาจจะบอกว่าขโมยเป็นสิ่งทีผิด" ใช่...แม่ไม่เถียง แต่บางครั้งคนเราก็ต้องมองด้านอื่นๆบ้าง อย่าคิดแต่เรื่อง ทรัพย์สินเงินทอง ตอนนี้ลูกอาจจะยังฟังไม่เข้าใจ แต่แม่เชื่อว่าสักวันลูกจะเข้าใจเองแหละ"

หลังจากนั้น ฉันกับแม่ก็หันไปคุยเรื่องอื่นๆกันต่อ ฉันเองไม่เคยคิดเรื่องนี้อีกเลย

จนเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งทั้งน้ำตา ว่าคำพูดของแม่ในครั้งนี้ถูกต้องที่สุดจริงๆ

หลังจากนั้นฉันเรียนจบระดับปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฎแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดแล้ว ฉันก็ได้งานทำในโรงงานแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดนั้นเอง เงินเดือนก็พอประมาณสามารถเลี้ยงดูแม่ได้โดยไม่ขัดสนนัก ฉันก็เลยขอร้องให้แม่หยุดรับจ้างเย็บผ้าเพราะอยากให้แม่พักผ่อนบ้างหลังจากทำงานหนัก มาเกือบ 20 ปี เพื่อส่งฉันเรียน แม่ยอม เปิดร้านแต่ก็ยังรับงานเล็กๆ น้อยๆของเพื่อนบ้านมาทำบ้างโดยไม่คิดเงิน แม่บอกว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยจะรู้สึกเบื่อ ฉันก็เลยต้องยอมตามใจแม่

ฉันทำงานอยู่ประมาณ 2-3 ปี แม่ก็เริ่มรู้สึกไม่สบาย เริ่มจากปวดหัวบ่อยขึ้น ช่วงแรกๆไม่กี่ วันก็หายหลังจากนั้นก็เริ่มเป็นนานขึ้นเรื่อยๆ ฉันบอกให้แม่ไปหาหมอแล้วฉันก็พาแม่ไปหาหมอในเมืองหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ทำงานหนักมากเกินไป หมอให้ยามาชุดหนึ่งพร้อมกำชับให้พักผ่อน มากๆจะได้หายเร็วๆหลังจากกินยาตามที่หมอสั่งอาการปวดหัวของแม่ก็หายไป ฉันเริ่มสบายใจขึ้น แต่หลังจากไปหาหมอได้ประมาณหนึ่งเดือนแม่ก็เริ่มกลับมาปวดหัวอีก คราวนี้เป็นหนักมากกว่าครั้งที่แล้ว
ยาที่เคยกินแล้วได้ผลมาก่อนก็ไม่ได้ผลเลย ฉันกังวลใจมากพอถามหมอ หมอก็บอกว่าต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่าโรงพยาบาลต่างจังหวัด หลังจากนั้นฉันรีบพาแม่ไปกรุงเทพฯทันที ไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งหลังจากหมอตรวจแล้วบอกว่ามีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดโดยด่วนหากปล่อยทิ้งไว้อาจไปทับเส้น ประสาททำให้เป็นอัมพาตได้

หรือถ้าผ่าตัดไม่ทันก็อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ฉันตกใจมากขอให้หมอผ่าตัดให้ทันทีแต่หมอบอกว่าโรงพยาบาลที่มีหมอผ่าตัดสมองที่มีความพร้อมที่จะผ่าตัดเนื้องอกในสมองเป็นอีกโรงพยาบาลหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากกว่า ดังนั้นหมอจึงต้องส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลนั้น ฉันก็ตกลง หลังจากถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลดังกล่าวแล้วแม่ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที ขณะที่ฉันรอ อย่ากังวลใจ อยู่ด้านนอก ทั้งเรื่องอาการป่วยของแม่และจากคำพูดของหมอที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนส่งตัวแม่มาที่โรงพยาบาลแห่งนี้หมอบอกให้ทำใจไว้บ้าง เพราะการผ่าตัดสมองเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงมากโอกาสที่คนไข้จะเสียชีวิตมีมาก แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จก็ตาม อีกเรื่องก็คือค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดสมองค่อนข้างสูง เป็นหลักแสนบาท เมื่อรวมกับค่ายาระหว่างพักฟื้น คิดแล้วน่าจะต้องใช้เงินราวๆ ห้าแสนบาท
ฉันได้ยินแล้วแทบลมจับ ฉันจะไปหาเงินห้าแสนบาทมาจากไหน ลำพังเงินเก็บของฉันกับแม่ยังมี ไม่ถึงห้าหมื่นบาทเลย แต่ยังไงฉันก็ต้องรักษาแม่ให้หายส่วนเรื่องเงินไว้คิดทีหลัง

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง เป็นโชคดีของแม่ทีการผ่าตัดประสบผลสำเร็จและไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ ทางโรงพยาบาลบอกให้พักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนก็สามารถไปพักฟื้นที่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลแจ้งรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาให้ฉัน ปรากฎว่าเป็นเงินจำนวนไม่ถึง 1000 บาทเป็นค่าติด ต่อประสานงานเท่านั้น ฉันแปลกใจมากจึงสอบถามกับนางพยาบาล นางพยาบาลบอกว่าคุณหมอที่เป็นคนผ่าตัดและเป็นเจ้าของไข้บอก ไม่ให้คิดเงินกับฉันและแม่ โดยที่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ทราบสาเหตุ

ฉันจึงขอพบคุณหมอคนนั้นเพื่อขอบคุณ นางพยาบาลบอกว่าหลังจากเสร็จคุณหมอก็ถูกส่งตัวไปต่างประเทศทันทีเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดสมองที่อเมริกา แต่คุณหมอได้ฝากจดหมายไว้ให้กับแม่ โดยกำชับกับทางโรงพยาบาลให้ฝากให้ฉันพร้อมกับใบ เสร็จค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของทางโรงพยาบาลในวันที่แม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันกับแม่ก็เปิดอ่านจดหมายของคุณหมอคนนั้น

เมื่ออ่านจบทั้งฉันและแม่ก็ร้องไห้ ออกมาพร้อมกัน เนื้อความในจดหมายมีดังนี้

'ข้าพเจ้านายแพทย์เดชา ทองวิจิตร แพทย์ผู้ผ่าตัด นางสมพร ภู่จันทร์
ขอสรุปค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมดดังนี้
ค่าผ่าตัด 0 บาท
ค่ายาทั้งหมด 0 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นที่เหลือ 0 บาท

รวมเป็นเงินทั้งหมด 0 บาท

ป.ล.
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้รับแล้ว เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วยยาแก้ปวด ยาธาตุ ส้มหนึ่งถุง ขอให้สุขภาพแข็งแรงไปอีกนานๆ นะครับคุณน้า

นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร'

บุปผาหยกไร้ใจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 99 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 108 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3- 4| 5| 6|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 เม.ย. 2549 (09:50)
อ่านแล้วรู้สึกดี ดังคำคมที่ว่า
สิ่งที่ต้องทำ คือ ความดี
สิ่งที่ต้องมี คือ คุณธรรม
สิ่งที่ต้องจำ คือ บุญคุณ
ฅนไทย (IP:58.147.74.219,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 29 เม.ย. 2549 (08:46)
อ่านแล้วซาบซึ้งน้ำตาซึม จริงๆ ไม่รู้ทำไม อยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆจริงๆ
คนคนหนึ่ง (IP:124.120.200.32,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 30 เม.ย. 2549 (17:11)
เพื่อนเคย FW มาให้อ่านแล้วค่ะ แต่อ่านกี่รอบๆก็ยังรู้สึกดีค่ะ
~ ขนมปัง ~ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 131 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 22 พ.ค. 2549 (14:15)
เป็นบทความที่ดีมาก ยิ่งถ้าเป็นเรื่องจริงยิ่งน่าจะ นำมาเป็นบทเรียนให้กับเด็กหรือผู้ใหญ่สมัยนี้ได้รับรู้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยเราอย่างยิ่งครับ
นพพร (IP:203.144.224.34,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 22 พ.ค. 2549 (18:15)
เคยอ่านเจอบทความนี้ในขายหัวเราะ "มือผู้ให้ย่อมอยู่เหนือมือผู้รับเสมอ"
ornyupa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1281 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 129 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 31 พ.ค. 2549 (09:48)
การรู้จักบุญคุณคนย่อมส่งผลให้ได้รับความเจริญเหมือนคุณหมอเดชา เป็นรูปแบบตัวอย่างให้คนในสังคมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน
ติ๋ว (IP:61.19.54.238,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 1 มิ.ย. 2549 (11:55)
อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ
pop (IP:124.120.6.54,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 2 มิ.ย. 2549 (22:32)
ขอบคุณครับ ดีมากจริงๆ
แมคโค (IP:58.147.119.48,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 4 มิ.ย. 2549 (18:05)
ซึ้งจริงๆนะแบบนี้อ่ะ
เรียนมาน้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 54 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 7 มิ.ย. 2549 (15:23)
ถ้าคนไทยเป็นอย่างนี้สัก 50 เปอร์เซ็นต์ คงมีความสุขกันทั่วหน้า
sky48_79@hotmail.com (IP:202.143.164.30,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 8 มิ.ย. 2549 (22:43)
ซึ้งอ่ะซึ้ง
zaiie (IP:203.188.1.86,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 9 มิ.ย. 2549 (11:13)
อ่านกี่ครั้งก็น้ำตาซึมเหมือนกัน ;;
ลอนดอนในสายฝน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 24 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 11 มิ.ย. 2549 (19:55)
พี่ก้องลองอ่านเรื่องนี้ดูสิคะ ดีมาก มีสิ่งดีๆก็อยากแบ่งปันไม่อยากเก็บไว้คนเดียวคะ ตอนนี้พี่คงสนุกนะคะ ขอให้พี่มีสุขภาพแข็งแรงขาหายไวๆ จะได้เล่นกีฬาอย่างที่พี่ชอบได้ และมีความสุขมากๆนะคะ =>
kmixd@hotmail.com (IP:203.209.116.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 11 มิ.ย. 2549 (19:56)
ขอให้มีความสุขมากๆนะจ๊ะ
MISSKWANGGY@HOTMAIL.COM (IP:203.209.116.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 15 มิ.ย. 2549 (19:56)
ตอนนี้กำลังหมดกำลังใจพอดีเลยอะ
ขอบคุณสำหรับคนเขียนบทความนี้มากๆนะค่ะ
มันเป็นแค่ตัวหนังสือที่เราอ่านแต่ตอนนี้มันมีค่าสำหรับกุ๊กมากเลยอะ.....สู้ต่อไปให้ถึงฝัน
ขอเทิดทูลทุกคนที่ทำความดีนะ
กุ๊ก...เด็กวิทย์แสนโง่ (IP:124.121.95.179,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 16 มิ.ย. 2549 (10:00)
บอกตรงๆว่าเข้ามาโดยบังเอิญ มาสดุดหัวข้อนี้ ผมอ่านจนจบ
รู้สึกดีมาก จากที่ผมทำดีอยู่แล้วจะทำดีเพิ่มขึ้น โดยไม่หวังผลตอบแทน ผมจะถือว่าบทความนี้เป็นกำลังแก่ผมอย่างมาก
nung_nakon@hotmail.com (IP:203.148.249.158,192.168.2.45,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 16 มิ.ย. 2549 (21:13)
แม่ค๊าบ ... ตาเทคโนคอมเองนะคะ
ส่งให้แม่อ่านเผื่อแม่จาไปเล่าให้คนอื่นฟังนะคะ
คิดถึงแม่เสมอนะ
ตา
siriorn_t@hotmail.com (IP:124.120.121.226,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 18 มิ.ย. 2549 (18:41)
อ่านแล้วน้ำตาถึงขั้นกันซึมเลยทีเดียวไม่น่าเชื่อเลยนะ
ว่า ตั้ง20 ปีผ่านมายังจำได้ ....
นี่แหละ...ทำดี ย่อมได้ดีสักวัน....
ยาหอม ยาหม่อง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 147 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 21 มิ.ย. 2549 (06:22)
สงสัยว่าหมอมือดีที่สุดจะเป็น เด็กคนนั้นได้อย่างไรเพราะโดยปกติจะต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดสูงและแพทย์ที่ผ่าตัดสมองได้จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นไม่ใช่แพทย์ทั่วไปน่ะ นับจากอายุและประสบการณ์ไม่น่าจะเป็นไปได้ ( เรียนแพทย์ 6 ปี , เฉพาะทางอีก 2-4 ปี) อยู่โรงบาลเอกชนอีกต้องใช้ทุนหลวงก่อน อีก 2ปีแล้วทำไมเขาไม่อยู่โรงบาลรัฐต่อเพื่อช่วยคนจริงๆล่ะ อาจจะขัดๆไปบ้าง แต่ส่วนตัวเชื่ออยู่นะว่าใครทำดีย่อมได้ดี
คนขี้สงสัยจัง (IP:62.253.128.15,86.7.19.97,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 22 มิ.ย. 2549 (20:26)
ในโลกนี้จะมีคนดีๆแบบนี้สักกี่คน

(1 ในนั้นใช่เราป่าวหว่า - -)
NuenG`KunG•~ (IP:203.113.60.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.