ฟิสิกส์ของเสียงนกร้อง
โพสต์เมื่อ:
11:51 วันที่ 24 ก.พ. 2549 ชมแล้ว:
72,951 ตอบแล้ว:
5
ภาพ Syrinx และ นก Canaries แม้ว่าข่าวไข้หวัดนกกำลังเป็นที่ตื่นตระหนกแก่คนทั่วโลก นักฟิสิกส์ที่ มหาวิทยาลัยแห่งนครบัวโนสไอเรส (University of Buenos Aries ) ประเทศอาเจนตินาก็ไม่ได้หวั่นไหวแต่ประการใด พวกเขาทำการศึกษาเสียงร้องของนก และได้ประสบความสำเร็จในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อที่จะอธิบายจังหวะการหายใจของนกขณะที่มันร้องเพลง โดยการจำลองอวัยวะส่งเสียง และ ระบบประสาทของนกด้วยระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear systems) นักวิจัยพบว่าบทเพลงของเหล่าวิหกตัวน้อยๆที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ (ซึ่งประกอบด้วยตัวโน๊ตที่มีความถี่และความยาวต่างๆกัน) สามารถอธิบายได้ด้วยกระบวนการง่ายๆ ผลการวิจัยนี้จะช่วยทำให้เราเข้าใจว่านกเล่านี้เรียนรู้การร้องเพลงได้อย่างไร และอาจนำไปสู่คำอธิบายว่ามนุษย์เรียนรู้ที่จะพูดได้อย่างไร งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Letter Phys. Rev. Lett. 96 058103
เสียงที่นกใช้เพื่อการสื่อสารนั้นโดยส่วนใหญ่เป็นเสียงที่สร้างจากอวัยวะควบคุมเสียงที่เรียกว่า Syrinx ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกล่องเสียงของมนุษย์ (larynx) กล่องเสียง Syrinx ของนกจะเป็นท่อคูที่ตั้งอยู่ระหว่างส่วนต่อของหลอดลม (trachea) และถ่อลมที่ต่อไปยังปอดของนก (brochi) การเปล่งเสียงของ Syrinx จะเป็นการกระพือของเยื่อบางที่เรียกว่า Tympanic membrane ซึ่งเยื่อดังกล่าวจะถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อ Syringeal muscles ที่หุ้มอยู่รอบๆ Syrinx ของนก
นกแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการสร้างเสียงได้ไมเทากัน นกส่วนใหญ่ที่เราเจอซึ่งสัตว์แพทย์จะเรียกว่า นกกลุ่มเกาะคอน (Passeriformes) โดยเราอาจจะแบ่งนกพวกนี้ย่อยเป็นกลุ่มย่อยโดยอาศัยความสามารถในการสร้างเสียงของ syrinx ได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่ม oscine เป็นนกที่มี syringeal muscle จำนวนมาก และสามารถสร้างเสียงได้ดี นกในกลุ่ม oscine นี้อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มนกร้องเพลง song birds ในขณะที่อีกกลุ่มจะมีความสามารถในการสร้างเสียงได้น้อยกว่า เนื่องจากมีกล้ามเนื้อที่ควบคุมการสั่นของ syrinx อยู่น้อยกว่า กลุ่มนนี้มีชื่อเรียกว่า suboscine แต่ยังมีนกอีกบางชนิดที่ไม่จัดอยู่ในกลุ่มนกเกาะคอน (non-passerine) ซึ่งจะมีกล้ามเนื้ออิสระอยู่สองคู่ที่ทำให้การสร้างเสียงของ syrinx คูทั้ง 2 เป็นอิสระจากกันเช่น นกเพนกวินจักรพรรดิ (Emperor Penguin) เป็นต้น
นักชีววิทยาและนักฟิสิกส์สนใจการออกเสียงของนกร้องเพลง เพราะมีความคล้ายคลึงกับการออกเสียงของมนุษย์ พวกเขาศึกษาการกระบวนการร้องเพลงของนกชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Canaries (นกเล็กๆสีเหลือกซึ่งมีชื่อเสียงในการร้องเพลง) ซึ่งกระบวนนี้ควบคุมด้วยระบบควบคุมการเคลื่อนไหว (Motor systems) หลายตัว แต่ระบบที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการออกเสียง ประกอบด้วยการควบคุมกล้ามเนื้อสองส่วน คือกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ (expiratory and inspiratory muscles) และกล้ามเนื้อที่ควบคุมกล่องเสียง (Syringeal muscles) เมื่อนกหายใจออกกล่องเสียงจะสามารถให้โน้ตดนตรีที่มีความถี่อยู่ในช่วง 1 ถึง 2 KHz และ แต่ละ คำ หรือ ตัวโน๊ต ของเสียงนกร้อง จะมีความยาวประมาณ 10 ถึง 300 มิลลิวินาที
นักวิจัยสนใจบทบาทของกล้ามเนื้อทั้งสองกลุ่มนี้กับการสร้างเสียงของนกร้อง ซึ่งเมื่อเข้าใจผลของกล้ามเนื้อแต่ละกลุ่มแล้ว ก็จะช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบควบคุมการเคลื่อนไหวอื่นๆได้
ในทางฟิสิกส์ปัจจัยสำคัญสองอย่างที่ควบคุมเสียงคือ ความดันของอากาศจากปอดที่ผ่านเข้าสู่กล่องเสียง และความยืดหยุ่นของเยื่อสั่น ผลการวิจัยพบว่ากล้ามเนื้อเหล่านี้จะสั่นได้ก็ต่อเมื่อความดันของอากาศที่ไหลเข้ากล่องเสียงมีค่าสูงกว่าค่าๆหนึ่ง ก่อนหน้านี้นักฟิสิกส์บางกลุ่มได้อธิบายการสั่นนี้กับระบบการสั่นแบบไม่เชิงเส้นแบบง่าย เช่น การสั่นของมวลติดปลายสปริงเป็นต้น
ทีมนักวิจัยนำโดย Gabriel Mindlin และ Marcos Trevisan แห่ง University of Buenos Aries ในประเทศอาเจนตินา และ Franz Goller จาก University of Utah สหรัฐอเมริกาได้ พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ที่สามารถพิจารณาระบบประสาทสองชนิดจากสมองที่ควบคุมการหายใจของนก โดยอาศัยแบบจำลองของระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear systems) นักวิจัยทราบว่าขณะที่นกกำลังร้องเพลง บริเวณหนึ่งในสมองของนกที่เรียกว่า HVc จะเริ่มทำงาน และกระตุ้นระบบประสาทในอีกส่วนหนึ่งของสมองที่เรียกว่า RA region และระบบประสาทบางส่วนในโครงสร้างนี้จะกระตุ้นกระแสประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อในกล่องเสียงและปอดของนก
ผลการทดลองซึ่งตรวจวัดความดันอากาศในถุงลมเล็กๆที่อยู่ในปอดของนก (ซึ่งเรียกกันว่า air-sac ) กับการสั่นของกล่องเสียง ถุงลมเล็กๆนี้จะทำหน้าที่ควบคุมการไหลของอากาศผ่านปอด แสดงให้เห็นว่าการร้องเพลงของนก สามารถอธิบายได้ง่ายๆด้วย แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างถุงลมของนกกับระบบประสาท ผลการวิจัยนี้เป็นที่น่าประหลาดใจมาก เพราะคนทั่วไปมักจะคิดว่าพฤติกรรมซับซ้อนอย่างการร้องเพลงของนกซึ่งมีด้วยกันหลายรูปแบบจะต้องอาศัยระบบประสาทที่ซับซ้อนกว่านี้
นักวิจัยยังเชื่อว่าผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสัตว์ชนิดอื่นๆ เขาเชื่อว่าถ้าพฤติกรรมที่หลากหลายของสัตว์สามารถเข้าใจได้ด้วยระบบไม่เชิงเส้น ระบบควบคุมการเคลื่อนไหวเหล่านั้นก็ควรจะเป็นผลมาจากระบบประสาทที่มีความซับซ้อนน้อยกว่าที่เราเคยคิดไว้
เพื่อที่จะทดสอบทฤษฎีของพวกเขา นักวิจัยกำลังค้นหาปรากฏการณ์คล้ายๆกันนี้ในนกชนิดอื่นๆ ที่มีระบบประสาทคล้ายกับนก นก Canaries ระบบใน Non-linear นั้น พฤติกรรมที่ซับซ้อนอาจจะอธิบายได้ด้วย Non-linear equation เพียงสองหรือสามสมการ ดังนั้นพฤติกรรมที่ซับซ้อนของสัตว์อาจจะไม่ต้องใช้ระบบสมการเป็นสิบ หรือร้อยสมการมาอธิบาย นี่คือความน่าประทับใจของ Dynamical system ในวิชาฟิสิกส์
แหล่งข่าวจาก
ฟิสิกส์เว็บ http://www.physicsweb.org/articles/news/10/2/10/1
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
- เว็บไซต์ของ Franz Goller
http://www.biology.utah.edu/faculty2.php?inum=17
- เอกสารประกอบการสอนเรื่องพฤติกรรมนก ผศ.น.สพ. สัมพันธ์ ธรรมเจริญ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
http://www.vet.chula.ac.th/~physio/behav/Bird45doc.pdf
จ้อ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1413 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 245 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1 -
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 มี.ค. 2549 (15:52) บ่อันเดอร์สแตนเด้อ... Non linear System มันหมายความว่าไงยกตัวอย่างทีสิคับ
งงคุง (IP:203.188.61.193,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 11 มี.ค. 2549 (12:48) มิน่าหละจึงเป็น
นักร้องผู้ยิ่งใหญ่ จึงส่งเสียงจิ๊บๆ เจี้ยวจ้าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 10 ก.ค. 2550 (17:25) สิ่งที่ช่วยในการหายใจของนกอารายอ่ะ
bbbbbbbbbbbb (IP:203.113.77.135)