"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"
ทำดี 100 ครั้ง ไม่เท่าตด 1 ครั้ง (อ่านแล้ว ยิ้มออก แน่นอน)
โพสต์เมื่อ:
08:08 วันที่ 3 มี.ค. 2549 ชมแล้ว:
25,416
ตอบแล้ว:
194
Sometimes when you cry, บางครั้ง เมื่อคุณร้องไห้
no one sees your tears.. ไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของคุณ Sometimes when you are in pain, บางครั้ง ที่คุณบาดเจ็บ no one sees your hurt... ไม่มีใครรับรู้ถึงความเจ็บปวดของคุณ Sometimes when you are worried, บางครั้ง ที่คุณกังวล no one sees your stress... ไม่มีใครรับรู้ถึงความเครียดของคุณ Sometimes when you are happy, บางครั้ง เมื่อคุณมีความสุข no one sees your smile... ไม่มีใครสังเกตเห็น รอยยิ้มของคุณ But... แต่ทว่า ... FART Just One Time... ขอเพียงคุณ..ตด..สักครั้ง Everybody Knows! ทุกคนจะรู้ทันที ยิ้มออก แน่นอน Yes !! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 14 มิ.ย. 2549 (03:41)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 24 มิ.ย. 2549 (20:36) โห
Sir Arthur Conan doyle
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 24 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 25 มิ.ย. 2549 (14:52) เคยมีเหมือนกันตอนนั้นอ่ะนั้นดูทีวีกันอยู่ในบ้าน แล้วเด้กๆๆก้อจาดุการ์ตูนเลยแย่งยายดูโทรทัศน์ สักพักนะได้ยินเสียง ปู้ด ปู้ด ปู้ด ปู้ดดดดดดดดดดดดด ตามด้วยกลิ่น อยากบอกว่ากลิ่นทุเรียนชัดๆๆ ม่ายช่ายกลิ่นสตอเบอรรี่ชัว จากนั้นก้อสลายโต๋จาก5-6คน ตงหน้าทีวีหายเรียบเหลือคนเดียวคือยายของหนูเอง (คนที่ตดน่านแหละ ) ก้อเลยป่อยแกหั้ยดูไป ม่ายแย่งแล้ว การ์ตูน (IP:61.19.188.48,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 106 26 มิ.ย. 2549 (16:49) อยากรู้วิธีแก้อาการปวดตดหรือเวลาปวดตดบ่อยๆ เราจะแก้กันอย่างไร crazymad@eminem.com (IP:202.28.54.172,192.168.54.214,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 107 30 มิ.ย. 2549 (12:28) อาจาร์ย คับเรียนไม่รู้เรื่อง เลย ผมจบ ปวช. มา คับ อาจาร์ย สอนเรวไปคับ โจเซ่มูญริญโย่ (IP:203.148.138.67,203.148.149.226, 203.148.138.66,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 3 ก.ค. 2549 (21:33) เจ๋งโครตๆ............ ใบเตย (IP:203.118.97.38,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 4 ก.ค. 2549 (20:47) เหอๆๆเรื่องตดๆๆ ประจำเเหละยิ่งอยู่ รร.ประจำตอนดึกพวกเพื่อน(ตัวเองด้วย บางครั้ง) มันเล่นแข่งกันตด ฮ่าทั้งหอ เหม็นเป็นลมกันเป็นแถบ หุหุ อายเล็กๆๆshy ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 4 ก.ค. 2549 (20:49) ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 6 ก.ค. 2549 (13:15) เอาเป็นว่าอย่าตดในที่ประชุมล่ะ ไม่ใช่เสียมารยาท แต่ประธานจะยกเลิกการประชุม แล้วมันเกี่ยวกันไหมเนี่ย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 6 ก.ค. 2549 (21:05) 555+ อย่างน้อยก็หายเครียดแต่เหม็นแทน 555+ ถ้ามีอีกก็บอกต่อมาที่เมลล์ก็ได้นะครับ 555+ อย่างว่านะ "ตด 1 ทีเขิน 1 ที ตด 2 ทีอาย 2 ที ตดอีกทีวงแตกเลย" 555+ str_1010/str_1010@hotmail.com (IP:61.19.32.98,192.168.0.35,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 7 ก.ค. 2549 (08:43) ตดได้เมีย ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..นานจนแทบจะจำไม่ได้ มีเศรษฐี่ทางบ้านผมกะแล้วกัน เจียงใหม่ ทั่นรวยชนิดกินคำคายทิ้งสามคำ สิบชาติยังไม่หมด ตะแกมีลูกสาวทีง๊าม...งาม แต่เสียอย่างคือไม่พูดมาแต่เกิดแล้ว เมื่อถึงวัยอันควรก็น่าจะมีพระราดชะผัว เป็นตัวเป็นตน เศรษฐีจึงป่าวประกาศชักชวนชายหนุ่มผู้มีความรู้ความสามารถ เพื่อแสดงความสามารถต่อหน้าประชาชี และให้ลูกสาวของตนได้เลือกเป็นคู่ครองพร้อมยกให้สมบัติกินแล้วคายทิ้งอีกสามชาติ บรรดาหนุ่ม หนาน น้อย ทิด อ้ายหลวง ทั่วแคว้นแดนไทย ต่างพากันมาชุมนุม สุดท้ายมีสามคนเข้ารอบชนิดโชกเลือด เก่งพอๆกันทุกอย่าง เศรษฐีหนักใจมาก ครั้นจะถามนาง นางก็คงไม่ตอบว่าจะเลือกใครเพราะไม่มั่นใจว่า ลูกตัวเองเป็นใบ้หรือเปล่า เศรษฐี คิดเงื่อนไขใหม่อยู่นาน และแล้วก็ "คิเอาะแล้ว" จึงบอกให้ชายหนุ่มทั้งสามว่าถ้าใครทำให้ลูกสาวพูดได้จะยกให้พร้อมสมบัติกินแล้วคายทิ้งเพิ่มเป็นห้าชาติ ชายหนุ่มคนแรก กับคนที่ ๒ ต่างพยายามโอ้โลม ปฏิโลมด้วยถ้อยคำหวานปานยกโรงงานน้ำตาลทั่วโลก มาไว้รวมกัน ทำท่าทำทางโรแมนติค แปซิฟิค แอตแลนติค อย่างไรก็ไม่เป็นผล มิหนำซ้ำสาวเจ้าก็ยังมิส่งแม้แต่หางตา ความพยายามของชายหนุ่มทั้งสอง จึงล้มเหลวไป ...คนสุดท้าย... หนักใจคับทั่น เมื่อถึงรอบตนจึงเดินเข้าไปนั่งระยะประชิด พร้อมกับปล่อยตดจากท่อไอเสียส่วนตัว ขับขานออกมาดังกึกก้อง ....อู๊งงงงงง....พร้อมเรอ เอิ้ก เป็นของแถม แล้วชายหนุ่มก็ลุกขึ้น กระทืบเท้า ชี้หน้าสาวเจ้า แล้วร้องด้วยเสียงอันดัง ต่อหน้ามหาชนที่มาลุ้นดูการคัดเลือกเต็มอัฒจรรย์ราวกับดูคู่ชิงฝรั่งเศษกับอิตาลี จนได้ยินไปทั่ว ว่า แน่ะ ดูซิ !น่าตาหมดจด ตดไม่อาย ! ลูกสาวเศรษฐี ได้ยินดังนั้นแล้ว อายจนหน้าแดงปานก้นลิงเสน โกรธจนมีควันจางๆ ออกทางขมับ ทำให้เผลอตัวลุกขึ้น กระทืบเท้าซอยถี่ ตวาดตอบไปว่า คิงน่ะก๊า ตด ! ชายหนุ่มผู้ชาญฉลาดจึงได้ร่วมเรียงเคียงหมอนพร้อมกับกินไปตดไป อย่างสบายอุรา.... เหอ เหอ (IP:58.147.8.17,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 7 ก.ค. 2549 (09:48) ....คำถาม 106 ครับ...... เป็นอาการที่โบราณทั่นเรียก "เถาดาน" เกิดจาก ขี้ดักดาน จึงทำให้เตาปฏิมากรณ์กักไงก็กักไม่อยู่ เริ่มมหันตภัยรั่วแผ่กัมมันตรังสีออกมาเป็นระยะ..ระยะ ถ่ายทิ้งด้วยยาถ่ายซิ ที่ใช้ได้ผลที่สุด มีคนเคยแนะทางเน็ตจากเวปอะไรนานแล้วจำไม่ได้ และที่ผมได้ลงทุนทดสอบด้วยตัวเอง เป็นยาไทยเรียกว่า ยาน้ำระดมพล ยอดยาน้ำไทย ของจตุรพรโอสถ แก้กษัย ระบายอ่อนๆ ส่วนผสมก็มี โกฐทั้งเจ็ด เทียนทั้งเก้า หัวข้าวเย็น สลัดได ดีเกลือฝรั่ง มีขายมากว่าครึ่งศตวรรษ มีขายตามร้านขายยาทั่วไป กินตามที่เขากำหนด นั่งพักเดียวเท่านั้น เหมือนอย่างที่เขาแจ้งไว้ ขุนทหารทั้งกองทัพบก เรือ อากาศ ถูกหมายเรียกระดมกองหนุน มาชุมนุมพลกัน เรียบร้อยพร้อมเพรียง พรึ่บพรั่บ ! ต้องวิ่งเข้าไประบายกำลังพล ออกจากทวารบานประตูด..จากที่ตั้ง....สู่แนวรบใหม่ พุ่งเป็นลำยังกะบั้งไฟยโสธร ครั้งนั้นไม่ทันตั้งตัว ไปเกือบถึง สุดท้ายต้องโน๊ต แปะไว้..ข้างกอง "ขออภัยไปไม่ทัน" ท่านจะรู้สึกโล่งสบาย เดินตัวปลิวเป็นคนใหม่อีกครั้งครับ จ้าววววนาย เหอ เหอ (IP:58.147.8.17,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 17 ก.ค. 2549 (22:05) "ตดหากินเป็นอาชีพ" มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมท สมัยท่านยังหนุ่มได้เขียนบทความเกี่ยวกับฝรั่งคนหนึ่งผู้มีอาชีพตดเป็นทำนองประกอบเพลงร่วมกับวงออร์เคสตร้า ความที่นานมาแล้วเลยจำรายละเอียดตัวบุคคลไม่ได้ แต่คงเหมือนกับเวบนี้ http://www.myspace.com/mrmethane ใคสนใจลองเข้าไปดูได้จ้ะ ยายี (IP:58.9.188.148,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117 17 ก.ค. 2549 (22:55) เวรกำ น่าสงสารอะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 18 ก.ค. 2549 (18:36) h2s ความเห็นเพิ่มเติมที่ 120 20 ก.ค. 2549 (20:02) สุดยอด!.....อ่านแล้วเห็นภาพเลย Mink (IP:124.120.96.207,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 121 27 ก.ค. 2549 (21:39) 5 5 5 5 5 5 5 5 5 ขนาดเด็กวิทย์ที่ยังไม่เคยยิ้ม ยังหัวเราะ ท้องแข็งเลยนะเนี่ย teddyboy_lovry (IP:58.147.54.214,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 122 29 ก.ค. 2549 (01:02) ...ตดแง่วิชาการสักวัน.... คัดจากกระทู้.ของคุณ.PATTERใน dek-d.com ยาวหน่อย แต่ก็ได้ความรู้เยอะ.. ตดเป็นพฤติกรรมรูปแบบหนึ่งที่คนทุกคนทำ และรู้ดีว่าการแสดงพฤติกรรมเช่นนี้อย่างผิดกาลเทศะ จะทำให้คนคนนั้นหน้าแดง และคนรอบข้างในบางครั้งก็ขำ แต่ก็มีหลายครั้งที่ทุกคนจะไม่พูดถึงเพราะถือเป็นเรื่องน่าอาย เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่น่านำมากล่าวถึงกลางธารกำนัลเลย แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางคนสนใจพฤติกรรมด้านนี้ของมนุษย์มาก ซึ่งเขาได้พบว่า คนปกติตดประมาณวันละ 10 ครั้ง ทำให้แก๊สที่ออกมามีปริมาณมากพอที่จะบรรจุลูกโป่งได้ 1 ลูก ถึงแม้จะมีการอ้างว่า ผู้ชายตดบ่อยกว่าผู้หญิง แต่การสำรวจและศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบทำให้เรารู้แล้วว่า ชายและหญิงตดบ่อยพอๆ กัน แต่เมื่อผู้หญิงมีร่างกายที่เล็กกว่าผู้ชาย ดังนั้น ลมที่ผายออกมาจึงมีปริมาตรน้อยกว่าของผู้ชาย เพราะการวิเคราะห์แก๊สที่มนุษย์ปลดปล่อยออกมาทำให้เรารู้ว่า 99% ของแก๊สไม่มีกลิ่น คำถามจึงมีว่าแล้วเหตุใดคนข้างเคียงจึงต้องกลั้นหายใจ (และกลั้นหัวเราะ) ทุกครั้งที่กลิ่นตดโชย การวิจัยตอบคำถามเช่นนี้ คงทำให้คนหลายคนคิดว่า คนช่างสงสัยคนนั้นสนใจเรื่องสัปดน แต่สำหรับ Michael Levitt แห่ง Veterans Administration Medical Center ที่เมือง Minneapolis ในสหรัฐอเมริกาแล้ว ตดเป็นปัญหายิ่งใหญ่ เพราะเขาได้ทุ่มเทชีวิต จิตใจ ศึกษาเรื่องตดนี้มานานถึง 30 ปีแล้ว และได้เขียนบทความลงในวารสารและหนังสือพิมพ์ต่างๆ มากมาย จนทำให้วงการวิชาการยอมรับว่า เขาคือผู้ X วชาญเรื่องตดระดับโลก ในอดีตนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจเรื่องตด คิดว่าสารประกอบพวก indole และ shatole อันเกิดจากการสลายตัวของกรด amino ในกระเพาะทำให้ตดมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อ 21 ปีก่อนนี้ Levitt ก็ได้พบว่า แก๊ส H2S (hydrogen sulphide), methanethiol และ dimethyl sulphide คือสารที่ทำให้ตดเหม็น โดยไม่มี indole และ shatole เลย นอกจากนี้ Levitt ก็ยังสำรวจพบอีกว่า ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ตดเหม็นพอๆ กัน ในงานวิจัยสืบเนื่องของ Levitt ที่ลงพิมพ์ในวารสาร Biochemical Pharmacology ฉบับที่ 62 เมื่อปี พ.ศ. 2544 เขาได้รายงานว่า เซลล์ผนังกระเพาะในร่างกายคนสามารถทำให้กลิ่นเหม็นของตดลดลงได้ 10 เท่า โดยใช้ยาระบายท้องที่มี polyethylene glycol เพื่อให้ลมตดมีแก๊สเหม็นออกมาน้อย และเขายังพบอีกว่า จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในกระเพาะสามารถดูดกลืนแก๊ส และผลิตแก๊สได้ เพราะตัวจุลินทรีย์ไม่ดูดกลิ่นแก๊สไปบ้าง คนเราจะตดทั้งวัน ดังมีสถิติคนที่ตดบ่อยที่สุดในโลกคือ ตดวันละ 34 ครั้ง ได้แก๊สมากถึง 8 ลิตรต่อวัน อนึ่งการพบว่า ตดประกอบด้วยแก๊สไฮโดรเจน และ methane ได้ทำให้คนบางคนคิดว่า นี่คือวิธีหนึ่งที่เราสามารถใช้ในการเตรียมไฮโดรเจนและ methane ได้ Colin Leakey เป็นนักชีววิทยาอีกท่านหนึ่งที่สนใจว่าเหตุใดคนเราจึงต้องตด หรือแม้แต่องค์การบินและอวกาศของสหรัฐฯ (NASA) ก็สนใจเรื่องนี้เช่นกัน เพราะเวลานักบินอวกาศตดในยานอวกาศที่มีบริเวณคับแคบเป็นเวลานานๆ NASA ซึ่งต้องการจะให้บรรยากาศในยานไม่มีกลิ่น จำต้องหาวิธีควบคุมอาหารที่นักบินอวกาศบริโภค เพราะอาหารทุกชนิดที่นักบินอวกาศกินเข้าไปจะมีอิทธิพลต่อกลิ่นตดที่นักบินอวกาศขับออกมาในภายหลัง ความรู้ทางโภชนาการปัจจุบันมีว่า ถั่วทำให้ตดเพราะ 60% ของคาร์โบไฮเดรตที่มีในถั่วเป็นสารประกอบประเภท oligosaccharide อันได้แก่ alpha-galactoside ซึ่งร่างกายของมนุษย์ไม่มีเอ็นไซม์จะย่อยน้ำตาลชนิดนี้ มันจึงถูกส่งผ่านกระเพาะไปอย่างไร้การย่อยสลายใดๆ จนถึงลำไส้ใหญ่แล้วหมักหมมที่นั่น จนจุลินทรีย์เปลี่ยนน้ำตาลเป็นแก๊สเหม็น ดังนั้น ถึงแม้พ่อครัวหรือแม่ครัวจะนำถั่วมาต้ม ทอด ปั่น หรือแช่น้ำอย่างไร ตดก็ยังคงมากและเหม็นเหมือนเดิม และแม้จะกินโซดาไฟ กินขิงหรือกำมะถัน ก็ไม่ทำให้ความเหม็นหวนลดลงแต่อย่างใด Gregory Gray แห่ง Department of Agriculture's Western Regional Research ที่ Albany ในสหรัฐอเมริกา ได้พยายามหาวิธีสกัด alpha-galactoside จากถั่วออกมาก่อนจะให้คนบริโภค และเขาก็ได้พบว่า หากเขานำถั่วมาต้มนาน 3 นาที แล้วปล่อยทิ้งให้เย็นนาน 2 ชั่วโมง จากนั้นก็เทน้ำทิ้งแล้วนำไปแช่ในน้ำเย็นใหม่อีก 2 ชั่วโมง สะเด็ดน้ำทิ้งแล้วแช่อีก 2 ชั่วโมง แล้วสะเด็ดน้ำทิ้งเป็นครั้งสุดท้าย 90% ของน้ำตาลที่มีในถั่วจะถูกกำจัดออกไป (ความอยากกินถั่ว ก็คงถูกกำจัดออกไปด้วย) และถั่วก็จะหมดรสชาติ คราวนี้ตดก็จะไม่เหม็นมาก แต่ปริมาตรตดก็ยังคงเท่าเดิม นอกจากนี้ นักโภชนาการยังได้พบอีกว่า คนที่อมลูกกวาดหรือเคี้ยวหมากฝรั่งเวลากลืนน้ำลายจะกลืนอากาศลงท้องด้วย เพราะหมากฝรั่งมี sorbitol ที่ทำให้อาหารมีรสหวาน ดังนั้น เวลาอยู่ในกระเพาะจุลินทรีย์จะย่อยสลาย sorbitol ทำให้เกิดแก๊สมาก ซึ่งจะมีผลทำให้ตดมาก ดังนั้น เวลาซื้อหมากฝรั่งหากอ่านฉลากแล้วพบว่า หมากฝรั่งนั้นมี sorbitol ก็ไม่ควรซื้อ เพราะจะทำให้คนบริโภคตดบ่อย ส่วนอาหารที่ค้างคืนหากนำออกจากตู้เย็นมาอุ่น นั่นคือการกระตุ้นจุลินทรีย์ที่มีในอาหารให้ทำงานผลิตแก๊ส ดังนั้น หากจำเป็นต้องกินอาหารเหลือ การกินมันในสภาพที่มีอุณหภูมิต่ำ จะไม่ทำให้ตดมาก การกินอาหารที่อุ่นซ้ำแล้วซ้ำอีก จะทำให้ตดบ่อย อนึ่ง การกินเส้นใยเพื่อลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย และป้องกันร่างกายมิให้เป็นมะเร็งนั้น ก็ควรกระทำในปริมาณที่พอเหมาะพอควร คือประมาณ 25 กรัม/วัน เพราะถ้ากินอาหารประเภทกะหล่ำ ถั่วและบรอกโคลีมากจะทำให้ตดมาก นอกจากนี้การลดอาหารประเภทไขมันและน้ำมัน ก็สามารถทำให้การตดลดปริมาณได้ ทั้งนี้เพราะไขมันเป็นสารที่ย่อยยากและถ่ายยาก จึงอาจอยู่ในกระเพาะได้นานถึง 2 ชั่วโมง และนี่ก็คืออาหารสำหรับจุลินทรีย์ในการสร้างแก๊สตด วิธีหนึ่งที่อาจช่วยในการลดแก๊สในกระเพาะคือ กินขิง อบเชย หรือ peppermint เพื่อดูดซึมแก๊สไปได้บ้าง ในวารสาร Food Chemistry ฉบับเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ Jammala Machaiah แห่ง Bhabha Atomic Research Centre ที่เมือง Trombay ในอินเดีย ได้รายงานว่า เวลาเขานำถั่วเหลืองมาอาบด้วยรังสีแกมม่า กรรมวิธีนี้จะลดปริมาณ oligosaccharide ในถั่ว ซึ่งทำให้คนตด โดยในถั่วเหลืองที่ได้รับรังสีน้ำตาลลดลงถึง 70% ซึ่งถ้าแช่น้ำธรรมดาปริมาณน้ำตาลจะลดลงเพียง 35% เท่านั้นเอง งานวิจัยของ Machaiah นี้มีความสำคัญสำหรับสังคมอินเดียมาก เพราะคนอินเดียนิยมกินถั่วมาก และการตดก็คงมีมากและบ่อย แต่การปลดปล่อยเช่นนี้หากผิดสถานที่และเวลาจะทำให้คนบางคนไม่สบายใจ เขาจึงได้ลดปริมาณการบริโภคลง แต่ถั่วเป็นอาหารที่มีคุณค่า ดังนั้น การนำถั่วเหลืองไปอาบรังสี จึงทำให้คนอินเดียบริโภคถั่วเหลืองได้อย่างสบายใจขึ้น เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2545 Kim Young-hwan ผู้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ของเกาหลีใต้ได้เรียบเรียงหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Does a Fart Cath Fire? ซึ่งแปลว่า ตดติดไฟได้ไหมออกขาย โดยมีจุดประสงค์จะทำให้เด็กบาหลีหันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น และท่านรัฐมนตรีท่านนี้คิดว่า หากมีการเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่ "ไม่ควร" หรือ "ลามก" เช่นนี้ เด็กจะซึ้งว่าวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างไร ซึ่งก็ได้รับความสำเร็จดียิ่ง เพราะหนังสือเล่มนี้ติดอันดับขายดีที่สุดเล่มหนึ่งในเกาหลี หนังสือตดของท่านรัฐมนตรีติดไฟจริงๆ (H2, CH4 ที่มีในตดติดไฟได้) ด้วยเหตุนี้ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ของเกาหลีใต้ จึงได้ออกโครงการสนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์เขียนหนังสือให้เด็กอ่านมากขึ้น ที่มาhttp://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/fart.html เหอ เหอ (IP:58.147.36.76,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 123 29 ก.ค. 2549 (16:08) ชอบใจมาก 555555555 ตลกดี ตดคุณคิดว่าไม่สำคัญ แต่ถ้าตดใส่ฉันทำให้ฉันสั่นไปถึงหัวใจ คุณเป็นคนตดคุณรู้บ้างไหม ฉันหนาวฉันร้อนเหมือนดังเป็นไข้ ทุกที ทุกที ผ่านมาขำ (IP:203.113.57.8,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 124 30 ก.ค. 2549 (20:26) ตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตดตตดตดตดตดตดตตดตดตดตดตดตดตดตดตดดตดตดตดตดตตดตดดตดตดตดตดตดตดดตดตดตดต |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |