คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
คุณดีเจขา ขอเพลงลูกทุ่งบ้างซีคะ
โพสต์เมื่อ: 17:26 วันที่ 8 ม.ค. 2544         ชมแล้ว: 3,466 ตอบแล้ว: 32
กระทู้ข้างล่างแบบเพลงหวานๆซึ้ง อยากจะขอเพลงมันส์แซ่บๆน่ะค่ะ แบบนี้ตอนนี้ยังนึกบ่ออกนะคะ แบบซึ้งๆซ่าๆด้วยก็ได้ค่ะ
หรือเพลงเกี้ยวสาวอย่างเพลงทหารอากาศขาดรักหลายๆเวอร์ชั่นก็ยิ่งดี


พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 32 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 2 ม.ค. 2544 (16:12)
ก๊อปมาจากต้นแบบที่นี่ครับ
http://www.geocities.com/SunsetStrip/Club/6329/

พลฯม้ง (IP:203.151.123.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 2 ม.ค. 2544 (22:53)
ต้นแบบน่าจะผิดครับ
สงสัยคุณม้งไม่ใช่คอลูกทุ่งตัวจริงแน่
ลองไปหาของแท้ที่คุณศรชัย เมฆวิเชียรร้อง
จะได้เนื้อร้องและทำนองที่ถูกต้องครับ...

พอดีมีตำราจีบผู้หญิงมาฝาก
สำหรับผู้ชายที่คิดจะเจ้าชู้ทุกคน
คนร้องมีสองคน คือคุณไวพจน์ เพชรสุพรรณ
กับคุณสมัย อ่อนวงษ์ ผลัดกันร้องคนละท่อน
ตรงที่เป็น ... จะมีเอื้อนนะครับ (อื่อ อือ อื๊อ)
ที่เป็น........ก็จะเอื้อนยาวหน่อยแต่ไม่ได้เอื้อนแบบข้างบน
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพลงทำนองลำตัดหรือเปล่า
ลองดูนะครับ

@ ตำราจีบผู้หญิงตอน ๑

ขอเกริ่นกลอนกล่าวเรื่องราวชุดใหม่
ผ่านคำไข...ตำราครู
ขอยกคำกลอนสุนทรภู่
ให้พวกเจ้าชู้...ได้ฟังกัน
ล่ะจะจีบผู้หญิงที่ยากยิ่งแสนยาก
จีบผู้หญิงให้รัก... ต้องรู้ทัน
ว่าหมั่นเพียรขึ้นล่องหาของกำนัล
ติดไม้มือพลัน.... ฝากยาใจ
สาวแก่นั้นคงไม่ขัด แน่ชัดนะคงชื่น
ด้วยของที่เรายื่น... กำนัลให้
ล่ะต้องรู้รอบคอบว่าเขาชอบอะไร
หามาให้ถูกใจ... คงชอบเรา
ล่ะต้องดูให้ดี จะเสียทีเขา
ก็สูญของเปล่าเปล่าเนื้อหนังไม่ได้กิน
ล่ะจะจีบผู้หญิง............. ว่าจะจีบผู้หญิงยากยิ่งต้องเพียร
ตำราตั้งร้อยเกวียนไม่จบไม่สิ้น
ถ้าจะจีบสาวๆ เอาใจถวิล
อย่าด้วยรีบกิน...จะชวดชม
สาวสวยบริสุทธิ์งามผุดขาวผ่อง
ไม่เคยรักเคยลองรส....ภิรมย์
ค่อยเล้าค่อยลูบค่อยจูบจึงจะสม
ค่อยชิดค่อยชมจะสมใจ
ช้าช้าจึงดีได้ทีถึงกลืน
ค่อยชิดค่อยชื่นเพราะใหม่ใหม่
ล่ะอย่าวู่อย่าวามต้องห้ามหักใจ
เดี๋ยวจะบรรลัยไม่ได้เชย
รักไม่อกหักถ้ารักตามตำรา
อย่าเฉื่อยอย่าช้า อย่านิ่งเฉย
ค่อยชิดติดพันหมั่นเกินหมั่นเลย
ค่อยเอื้อนค่อยเอ่ยปากกล้ามือไว
รักเฉี่อยช้าชวดไม่ได้คิดชมชื่น
รักหน่ายคลายคืนต้องช้ำใจ
น้ำขึ้นต้องรีบตักยามรักต้องไวไฟ
ควรหากำไร...ไว้เป็นของเรา
คนที่อกหักมัวรักสัตย์ซื่อ
ก็ไม่ยึดไม่ถือใกล้ชิดเขา
ล่ะไม่หากำไรไว้เป็นของเรา
ช้าไปสูญเปล่า...ไม่ทันการณ์
อยากเชยอยากชิดควรคิดควรอ่าน
ให้ครบตามตำนาน อ่านตอนสองใหม่เอย


@ ตำราจีบผู้หญิงตอน ๒

ขอกล่าวเนื้อหาตามตำราเจ้าชู้
ที่คุณอยากรู้...อยากเรียนกัน
เริ่มเป็นนักจีบก็ต้องจ่ายไม่อั้น
หน้าทนรู้ทันต้องหมั่นกรีดกราย
ล่ะจะจีบผู้หญิง........ล่ะจะจีบผู้หญิงก็อย่านิ่งประหม่า
ชักแม่น้ำทั้งห้ามาสาธยาย
เริ่มเรื่องเพ้อพกโกหกหน้าตาย
หมั่นมองหมั่นหมายหมั่นใกล้ชิดนาง
ปากกล้ามือไวทำใจกล้ากล้า
ค่อยไขว่ค่อยคว้านางมาแนบข้าง
ค่อยชิดค่อยชื่นค่อยชมนาง
ได้ทีแล้วถึงหวังเล่นไม้ตาย
จีบสาวสวยเรียบวางระเบียบท่าที
อย่าด่วนจู๋จี๋ค่อยผ่อนค่อยคลาย
ช้าช้าได้ชมคงสมใจหมาย
จะได้เชยง่ายง่าย... ไม่ยากเย็น
จีบสาวก๋ากั่นต้องให้ทันใจนาง
จีบจิ๊กกี๋ต้องครางเพลงฝรั่งเป็น
จีบสาวสังคมต้องโก้สมทำเด่น
ต้องพานางเที่ยวเล่นอวดเป็นเศรษฐี
ล่ะจะจีบแม่ค้าค่อยหาวจี
พูดจาพาทีหมั่นซื้อของนวล
ล่ะจะจีบสาวแก่ต้องมือแน่ซักหน่อย
ถ้าจีบสาวน้อยน้อยต้องค่อยชิดค่อยชวน
พาดูหนังละครคอยแอบอ้อนเย้ายวน
ค่อยชิดค่อยชวนให้หลงลม
ล่ะจะจีบแม่ม่าย......ถ้าจะจีบแม่ม่ายก็อย่าได้อ้อมค้อม
ได้ทีแล้วตะล่อม...รีบเชยชม
ค่อยคิดค่อยหาตามตำราคงสม
ปลีกย่อยอีกต้องจมค่อยจับหาแนว
ถ้ารักแบบศิลป์ เที่ยวป่ายปีนหน้าต่าง
ถ้าเสียท่าหมดทางแล้วจะต้องมุดช่องแมว
ถ้าริเล่นรักต้องเป็นนักทรหด
ถ้าไปเจอะเอาตะพดเข้าละจอดไม่ต้องแจว
ถ้าไปเจอะไม้ตะพดเข้าจะจอดไม่ต้องแจ้ว...

แจ้ง ใบตอง (IP:202.183.228.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ม.ค. 2544 (23:26)
เพลงสิบหมื่นนี่ มิตร ชัยบัญชาร้องเองอ่ะ พี่พวงร้อย พอร้องเสร็จ แกก็รู้ว่าร้องเพลงสู้เล่นหนังไม่ได้ นี่ถ้าแกไม่ตกเครื่องบินตาย ป่านนี้แกก็ยังเล่นเป็นพระเอกอยู่..

ด.เด็ก (IP:192.150.249.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 3 ม.ค. 2544 (06:06)
ขอบคุณทุกท่านมากเลยค่ะ

คุณม้งยันขา พี่สาวดิฉันเค้าได้ความสวย ดิฉันงี้ได้แต่เซลสมองค่ะ เหอๆๆ เก่งเรื่องเป็น กขค มาแต่เล็ก
พวกหนุ่มๆบางที่มาจีบพี่มักจะแกล้งถามว่า เอ๊ กินข้าวสำรับเดียวกับพี่เค้าไม่ใช่เหรอ สงสัยเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงแน่เลย
พูดแบบนี้นี่โดนดิฉันตัดอนาคตซะหมดอดจีบไปหลายรายเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

คุณแจ้งคะ โห ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ที่ขยันพิมพ์มาให้ซะหลายเพลง เพลงไทดำรำพันนี่ นักเรียนลาวร้องให้ฟัง ดิฉันก็งงว่า
ไทดำไปอยู่ที่ไหนในเมืองลาว ถามเค้าก็ว่าเป็นพวก ลาวเทิง จำพวกหนึ่ง แต่ก็ไม่รู้อะไรมาก ดิฉันเลยอยากได้เนื้อดูว่า
มีเกร็ดประวัติศาสตร์อะไรให้ไปค้นได้บ้างน่ะค่ะ

เว็บที่คุณม้งยันให้มาเด็ดจริงๆค่ะ ขอก๊อปมอบเพลงนี้มาให้หนุ่มไทยใจดีนะคะ

อื้อฮือหล่อจัง
พุ่มพวง ดวงจันทร์

อื้อ ฮื้อ หล่อจัง อ้าฮ้า หล่อจริง คู่ใครนะหนิงเป็นบ้า
นี่แค่มองสบตา ห่างกันตั้งสี่วา อ้าฮ้าใจหายวาบ
อู้ฮู้ เท่ห์จริง อื้อฮื้อ บึกบึน น่ายืนคล้องแขนขนาบ
ดูท่าทางสุภาพ โสดใช่ไหมอยากทราบ งาบซะดีไหมเรา
วงแขนกล้ามเป็นมัด ๆ อุ้ยน่าจะกัดแขนเล่นเบา ๆ
น่ากระซิบเบียดกายกระแซะ แล้ววางมือแหมะไว้บนหัวเข่า
อยากกระซิบเบา ๆ ว่าตอนนี้เหงาใจจังเลย
อื้อ ฮื้อ หล่อจัง อ้าฮ้า มาดแมน นี่แฟนของใครกันเอ่ย
ถ้าพ่องามทรามเชย โจทก์ไม่มีเปิดเผย จะนั่งเข่าเกยคุยด้วยทั้งคืน
อื้อฮื้อ หล่อจัง อ้าฮ้า หล่อจริง อื้อฮื้อ หล่อจัง อ้าฮ้า หล่อจริง

ยังไม่เคยได้ยินเลยค่ะว่าเค้าร้องยังไง

และอีกเพลงหนึ่งนะคะ

สาวอีสานรอรัก
อภิญญา เจริญวงศ์

น้องเป็นสาวขอนแก่นยังบ่เคยมีแฟน บ้านอยู่แดนอีสาน
น้องเป็นสาววัยอ่อน ได้แต่นอนตะแคง ยามเมื่อแลงฝันหวาน
จะมีชายใดไผเดต้องการ จะมีชายใดไผเดต้องการ
หมายปองน้องมั่น แม้นต้องการจะคอย
สาวอีสานบ้านป่า เช้าก็ไปทำนา ค่ำแลงมาเหงาหงอย
เขาว่าน้องเป็นลาว เป็นสาวถิ่นอีสาน ใจน้องนั้นเลื่อนลอย
จงเอ็นดูแน้เดออ้ายเดอ จงปรานีน้องแนจักหน่อย
ฮักน้องบ่อย ๆ พอน้องได้พลอยดีใจ
ใจดวงเดียวที่น้องมีอยู่ เปิดประตูให้แล้วดวงใจ
พี่คงมองว่าน้องต้อยต่ำ หากจะดำก็ดำแต่กาย
สาวอีสานมองเหม่อ นอนละเมอเหม่อคอย ใจเลื่อนลอยคอยหา
เห็นเป็นลูกชาวนา อ้ายจึงบ่ออยากจา บ่อยากมาหมั้นหมาย
คอยแรมปีน้องนี้ยังหน่าย คอย คอย คอย น้องคอยจนอาย
คิดแคลงแหนงหน่ายหรืออ้ายบ่อยากมาแล

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 3 ม.ค. 2544 (23:03)
ผมก็ชอบเพลง ไทดำรำพัน แต่จำเนื้อไม่ได้เหมือนกัน
จำได้คร่าวๆ ว่า
ซิบห้าปี ที่ไทเฮา เสียแดนเมือง...(เฮ เข้าไป)
เคยรุ่งเรือง หมู่ข้าน้อยอยู่สุขสบาย
...ปู่ตา...(อะไรก็ลืม) สร้างเอาไว้
บัดนี่จากไกล ไทเสียดายเด๊...
แล้วก็
...บ้านเคยอยู่ อู่เคยนอนต้องจรจำลา
ปะไฮ่ปะนา น้ำตาไทไหล...

น่าจะมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มานั่งฟังเสวนาด้วยคนครับครับ

แต่ก่อนสมัยเด็กๆ มีอีกเพลงหนึ่งที่ให้เด็กอย่างผมร้องเป็นการสอนให้สีฟัน จำเนื้อได้ประโยคเดียวว่า
... ซิบนาที ที่ไทยแดง ยืนแปรงฟัน (เอ้า - แปรงเข้าไป)....
ลืมหมดแล้วครับ

นกข. (IP:156.106.223.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 ม.ค. 2544 (03:18)
เอ ต้องไปค้นหรือถามให้ได้แล้วค่ะ เพลงไทดำรำพัน นี่ คุณ นกข มาแหย่ความอยากรู้เพิ่มขึ้นมาอีกนี่คะ คิดว่าพวกไทดำนี่ เสียบ้านเสียเมืองไปไม่นานนี่เองน่ะค่ะ หมายถึงว่าไม่เกินร้อยปีมังคะ คงจะเป็นการสู้รบท้องถิ่นอะไรพวกนั้น เดี๋ยวลองไปถามๆดูก่อนละกันค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 4 ม.ค. 2544 (03:19)
กั๊กๆๆ ไม่เคยได้ยินเพลงไทแดงแปรงฟันเลยค่ะ แต่เอ คุณ นกข แปรงตั้งสิบนาทีตามเพลงไปด้วยรึเปล่าคะ เด๋วก็เหงือแต่เหลือกน่ะซีคะ (ฮา)

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 4 ม.ค. 2544 (19:36)
พอดีไปเจอ MP3 เพลงไทยดำรำพันพอดี
อยู่ที่ Web นี้ครับ (ไม่รู้จะทำลิงค์ได้หรือเปล่า)

http://listen.to/laomp3

ผมแวะไปดูที่ห้องสมุดพันทิพย์ คุณข้อยเอง
ได้พิมพ์เนื้อเพลงไว้แล้ว แต่มีบางที่ที่ยังคลาดเคลื่อน
เลยขออนุญาตแกะจากภาษาลาวโดยตรงเลยนะครับ

ไทยดำรำพัน นักร้อง วิเสด วงสะหวัน

ท่อนร้อง...
ซิบฮาปี ที่ไต๋เฮา ห่างแดนดิน (เดินเข้าไป...)
จงเอ็นดู หมู่ข้าน้อยที่พลอยพรากบ้าน
เฮาคนไต หย่ายกันไปทุกถิ่นทุกฐาน
จงฮั่กกันเน้อ ไต๋ดำเฮาหนา

ซิบฮาปี ไต๋ด๋ำเฮาเสียดายเด้ (เดินเข้าไป...)
เมืองเฮาเพ แส่นเสียดาย สูเจ้าเซิ่นหล่า
เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอนต้องจรจำลา
ปะไฮ่ปะนา น้ำตาไตไหล

ซิบฮาปี ที่ไต๋เฮาเสียแดนเมือง (เดินเข้าไป...)
เคยฮุ่งเฮือง หมู่ข้าน้อยอยู่สุขสบาย
ฮุงแก่นตาได้ส่างสาบ้านเมืองไว้ให้
บัดนี้จากไกล ไต๋เสียดายเด้

ท่อนพูด..
ทำมา น้ำตาไต๋ไหล
ยามเมื่อจากไกล สูเจ้าเซิ่นหล่า
อพยพหลบหนี ไพรีมา
ไต๋ดำทั่วหน้า น้ำตาซู้มื้อซู้วัน

ซ้ำท่อนร้อง ๑ เที่ยว

แจ้ง ใบตอง (IP:202.183.228.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 4 ม.ค. 2544 (20:31)
..ตามมาถามจากห้องสมุดครับ..

..มีเพลงเก่าม๊ากกกก.. มากอยู่เพลงนึง..
..เป็นทำนองหมอลำ.. ผู้หญิงร้อง..
..เนื้อร้องจะออกทำนองที่ว่า..

@ เจ้าดอกเอย.. ( เสียงประสานรับ.. )
..เจ้าดอกฮักเอย.. เอ้อ.. เออ.. เออ.. เอ่อ..
..เจ้าดอก.. ( จำไม่ได้แล้ว.. ว่าดอกอะไร.. )
..ชาตินี่.. บ่ได้พี่ชาย..
..ไปโดด.. น้ำตาย..
..หาดทราย.. ตื้น ตื้น..

..อะไรประมาณนี้น่ะครับ..
..ตอนเด็ก เด็กนะ..
..เพลงนี้.. ที่หมู่บ้านผมเขาถือว่า Hot มาก..
..อิ.. อิ.. อิ..
..แต่ไม่ทราบว่า.. ผมจำได้แค่นี้..
..แล้วจะมีใครจำได้หมดไหมครับเนี่ย..
..ขอรบกวนหน่อยนะครับ..

..ญาติระอา.. (IP:209.144.27.28)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 4 ม.ค. 2544 (22:20)
มาต้อนรับคุณญาติระอาค่ะ
หมดท่าจริงๆ เพลงลูกทุ่งพอรู้บ้างไม่กี่เพลง แต่ตายสนิทเรื่องหมอลำ
ใครนึกออกช่วยตอบคุณญาติระอาหน่อยนะคะ

เทาชมพู เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5218 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 178 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 5 ม.ค. 2544 (04:09)
อืมเรืองหมอลำผมจำได้แต่ของคุณ พรศักดิ์ ส่องแสงครับ

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1411 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 239 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 5 ม.ค. 2544 (05:53)
ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ โดยเฉพาะคุณแจ้งค่ะ ขอลองแปลและมั่ววิเคราะห์ตามที่พอทราบเลาๆนะคะ

-----------------------------------------------------------------------
ไทยดำรำพัน นักร้อง วิเสด วงสะหวัน

ท่อนร้อง...
ซิบฮาปี ที่ไต๋เฮา ห่างแดนดิน (เดินเข้าไป...).............. (สิบห้าปีที่ไทเรา ห่างแดนดิน)
จงเอ็นดู หมู่ข้าน้อยที่พลอยพรากบ้าน.........................(จงสงสาร พวกเราที่พลัดพรากบ้ามา)
เฮาคนไต หย่ายกันไปทุกถิ่นทุกฐาน..............................(เราคนไท ย้ายกันไปทุกถิ่นทุกฐาน)
จงฮั่กกันเน้อ ไต๋ดำเฮาหนา..........................................(จงรักกันเด้อ ไทดำเราหนา)

ซิบฮาปี ไต๋ด๋ำเฮาเสียดายเด้ (เดินเข้าไป...)..................(สิบห้าปี ไทดำเราเสียดายแท้)
เมืองเฮาเพ แส่นเสียดาย สูเจ้าเซิ่นหล่า......................(เมืองเราล้มล้าง แสนเสียดาย พวกเจ้ามาเชิญให้เราลาไป)
เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอนต้องจรจำลา............................(เรือนเคยอยู่ อู่เคยนอน ต้องจรจำลา)
ปะไฮ่ปะนา น้ำตาไตไหล..............................................(จากไร่จากนา นำ้ตาไทไหล)

ซิบฮาปี ที่ไต๋เฮาเสียแดนเมือง (เดินเข้าไป...)...............(สิบห้าปี ที่ไทเราเสียแดนเมือง)
เคยฮุ่งเฮือง หมู่ข้าน้อยอยู่สุขสบาย..............................(เคยรุ่งเรือง หมู่ข้าน้อยอยู่สุขสบาย)
ฮุงแก่นตาได้ส่างสาบ้านเมืองไว้ให้................................(รุ้งแก่นตา ได้สร้างสรรบ้านเมืองไว้ให้)
บัดนี้จากไกล ไต๋เสียดายเด้..........................................(บัดนี้จากไกล แสนเสียดายเด๊)

ท่อนพูด..
ทำมา น้ำตาไต๋ไหล.......................................................(ธรรมา นำ้ตาไทไหล)
ยามเมื่อจากไกล สูเจ้าเซิ่นหล่า....................................(ยามเมื่อจากไกล พวกเจ้ามาเชิญให้ลาออกไป)
อพยพหลบหนี ไพรีมา................................................(อพยพหลบหนี ไพรีมา)
ไต๋ดำทั่วหน้า น้ำตาซู้มื้อซู้วัน........................................(ไทดำทั่วหน้า นำ้ตาทุกเมื่อเชื่อวัน)

ซ้ำท่อนร้อง ๑ เที่ยว
----------------------------------------------------------------------------------------------

คำว่า ฮุงแก่นตา หรือ ลุงแก่นตาไม่ทราบนี่ เข้าใจว่าคงเป็นเจ้าผีที่นับถือกันมาแต่โบราณ คล้ายๆกับ พญาแถน ที่ลาวลุ่มนับถือกันมาก่อน ดิฉันเลยแปลมั่วๆเอาว่าเป็น รุ้งแก่นตา ใครทราบว่าคำที่แท้เป็นอย่างไรช่วยบอกหน่อย จะเป็นพระคุณมากค่ะ

ดิฉันได้ยินนักเรียนลาวอพยพร้องให้ฟังน่ะค่ะ ก็สงสัยว่า พวกไทดำ คือใคร อยู่ที่ไหนในลาว แล้วเกิดอะไรขึ้น ถึงต้องพลัดพราจากบ้านเมืองมา สิบห้าปีผ่านไปก็ไม่น่าจะนานมากนัก คงเป็นความสัยบสนจากการสู้รบ ระหว่างขบวนการกู้ชาติ กับฝ่ายรัฐบาลกระมัง ที่อาจจะมีการกวาดล้างหมู่บ้าน เพราะคำว่า "สูเจ้าเซิ่นล่า" เดาเอาว่า ถูกพวกเขา "เชิญ" ให้ลาจากบ้านเกิดเมืองนอนมา ถามนักเรียนลาวก็ไม่ได้ความมาก พวกเขาบอกแต่ว่า รู้สึกไทดำจะเป็นลาวเทิงพวกหนึ่ง

รัดถะบานปะซาซาดลาว จำแนก9น9าดลาวไว้เป็น ลาวสูง ลาวเทิง ลาวลุ่ม ลาวสูงก็พวกขาวเขาน่ะค่ะ อย่างม้ง เมี้ยน(เย้า) ที่มาจากจีน ส่วน ลาวลุ่ม ก็เป็นคนลาวพื้นราบปัจจุบัน ที่เป็นคนที่มีโอกาสทางสังคมมากกว่า ส่วน ลาวเทิง นั้น เป็นชนชาติหลายๆพวก ที่เข้าใจว่าอยู่ในพื้นที่มาแต่โบราณ มีพวก ลั๊วะ ลื้อ ฯลฯ พอคนลาวลุ่มเข้ามามีอำนาจ ก็ยึดที่ทำกิน พวกลาวเทิงที่อยู่มาแต่ดั้งเดิมนี้ ก็ต้องหลีกออกจากพื้นที่ราบลุ่มอุดมสมบูร์ ให้พวกลาวลุ่มครองไป ตัวเองก็ไปอยู่ที่ราบสูงที่กันดารหน่อย แต่ไม่ใช่บนภูบนเขา จึงเรียกว่า ลาวเทิง

มีคำเรียกอีกคำหนึ่งสำหรับ ลาวเทิงนี้ว่า ข่า จิตร ภูมิศักดิ์ สันนิษฐานว่า คงมาจากคำว่า "ข้า" คือพวกที่ถูกเอาลงเป็นทาส ก็ดูจะเข้าเค้าดี ว่าเป็นพวกอยู่ดั้งเดิม ภายหลังกลุ่มที่มีปัจจัยสูงกว่า มีการพัฒนาทางสังคมมากกว่าเข้ามา ก็พ่ายแพ้เพลี่ยงพลำ้ ถูกเอาลงเป็นข้าทาสไป พวกลาวเทิลนี้ มักจะมี ผิวคลำ้ ค่อนมาคล้ายพวกเขมรมากกว่า

แต่นี่ก็เป็นการเดามากกว่าน่ะค่ะ ไม่มีอะไรให้ค้นมาก รู้สึกเป็นเพลงที่เพราะมาก ทั้งเนื้อหา ทำนอง ฟังแล้วทำให้อยากร้องตาม แต่มีอะไรดีๆที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ด้วยนะคะ


ปล คุณญาติระอาคะ ดิฉันไม่ได้อยู่เมืองไทยมานานแล้วค่ะ กลอนลำที่ว่าไม่เคยได้ยินค่ะ หลายเดือนก่อนไปกินข้าวร้านคนไทย พอดีเต้าเปิดเทปหมอลำ กะลังมีหางเครื่องตะลิ้ดติ๊ดชึ่งอยู่พอดี ดิฉันงี้ตกตะลึงตึงตัง ทั้งฉาก ทั้งเครื่องทรง มันวิจิตรอลังการน่าดูเลยค่ะ หมอลำก็เสียงดี สวยด้วย แต่ขออภัย กอนลำมันบ่เป็นตะฟังค่ะ หึหึ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 5 ม.ค. 2544 (17:36)
ม่วนอีหลีเด้อค่ะ ได้ฮ้องเพลงแล้วยังได้ควมฮู่
ขอข้อยรีเควสซักเพลงได้บ่ สาละวัน เตี้ยลง ๆ
น่ะค้าา ผู้ได๋ฮ้องได้ ฮ้องโลด ขอบคุณหลาย
หลายเด้อออ

ก.แก้ว (ตะไภ้ลาว) (IP:203.155.35.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 6 ม.ค. 2544 (10:06)
ได้ความรู้เพิ่มจากคุณ สอบวา ที่ห้องสมุดพันทิพค่ะ เลยก๊อปมาเผื่อคนที่ไม่ได้ไปเห็น คุณสอบวาเธออนุญาติให้ก๊อปมาได้ด้วยความเด็มใจแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13

ผมช่วยเสริมความกระจ่างให้แล้วกันครับ
ไทดำหรือไททรงดำเป็นชนเผ่าไทกลุ่มหนึ่งครับ อยู่ในสายตระกูลเดียวกับคนไทยนี่แหละครับ
คนไทเราแบ่งออกเป็นหลายสายด้วยกัน เพราะความที่เป็นชนเผ่าที่นุ่งห่มด้วยสีดำเป็นหลัก โดยเฉพาะผ้านุ่ง
ผ้าแถบและผ้าเปียว
(ไม่ทราบว่าเคยเห็นไหมครับ สวยงามมาก คล้ายกับแพรวาของไทย แต่ว่าทำด้วยสีดำล้วน แล้วปักด้ายสีต่างๆ
เป็นวงขนดอยู่ตามมุมฉากทั้งสี่มุม ไว้พันโพกหัว หรือพาดบ่า)
ไทยทรงดำ หรือไทดำในเดียนเบียนฟู ไม่นับถือศาสนาใดๆ เลย แม้แต่ศาสนาพุทธ ทั้งนี้ไทยทรงดำจะนับถือผีบ้าน ผีเรือน
ผีบรรพบุรุษ ไทดำแต่ละคน จะมีถุงไต้หรือไถ้เล็กๆ ประจำตัวเปรียบเสมือนไถ้ใส่ขวัญชีวิตและกำลังใจของแต่ละคนไว้
โดยแต่ละคนจะเก็บไถ้ขวัญเหล่านี้ไว้ที่เรือน และให้ผีเรือนคอยช่วยปกปักรักษา
รูปแบบการนับถือศาสนาพุทธ เพิ่งจะมีอิทธิพลกับไทดำเมื่อไม่กี่ปีมานี้ โดยได้รับอิทธิพลจากคนเวียดนามที่ย้ายเข้าไปอยู่
แต่เรื่องของการนับถือผียังมีอิทธิพลกับ “ไทดำ” ทุกคนไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ไทดำ เป็นไทเพียงเผ่าเดียวในตระกูลคนไททั้งหมดที่ยังรักษาประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตไว้อย่างเหนียวแน่น
นอกนั้นกลายไปเกือบหมดแล้วครับ
ศูนย์กลางของไททรงดำอยู่ที่เมืองเดียนเบียนฟู (แปลว่าเมืองที่อยู่ติดชายแดน) หรืออย่างที่คุณพวงร้อยเรียกว่าเมืองแถน
หรือเมืองแถงนี่แหละครับ ซึ่งเมืองเดียนเบียนฟูหรือเมืองแถงนี้เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรสิบสองจุไท
หรือสิบสองเจ้าไทของคนไทในอดีต เนื่องจากแถนหรือแถงแปลว่าพญาแถน
ก็คือเทพยดาที่คอยบันดาลดินฟ้าอากาศและการเก็บเกี่ยวของคนไทนั่นเอง
เมืองเดียนเบียนฟูนั้นอยู่ชายขอบของเวียดนามเหนือ ทางด้านปลายสุด อยู่ติดกับลาวเหนือ
ดังนั้นไททรงดำหรือไทดำบางกลุ่มก็ย้ายข้ามมาอยู่ลาวตอนเหนือเช่นกัน ไทดำจะอยู่ในเขตหัวพันทั้งห้าทั้งหก
แต่ว่าเราจะไม่เรียกเค้าว่าลาวเทิง ลาวลุ่ม เนื่องเพราะเป็นคนละตระกูลกัน แต่จะเรียกกันเฉพาะไปตรงตัวว่าลาวโซ่ง

แต่เดิมนั้นเวียดนามและลาวเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสยาม หรือเสียม บางครั้งอาจประกาศตนเป็นอิสระบ้าง
แต่ว่าก็อยู่ใต้อาณัติของไทยมาโดยตลอด จนกระทั่งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เวียดนามหรือญวนก็เริ่มออกห่างจากไทย
และประกาศตนเป็นอิสระ ตรงนี้ผมจำไม่ค่อยได้ครับว่าอยู่ในสมัยรัชกาลที่สามหรือปล่าว
และไทยได้ไปปราบกบฏในเขตเวียดนาม เมืองหนึ่งที่ไปก็คือเมืองเดียนเบียนฟูนี่แหละ และได้กวาดต้อนผู้คนในเขตนี้มาด้วย
และเส้นทางเดินทัพจากสยามไปเดียนเบียนฟูจะต้องผ่านแขวงหัวพันทั้งห้าทั้งหกด้วย ก็ได้กวาดต้อนลาวโซ่ง
หรือไทดำในเขตลาวมาด้วย
ในเขตหัวพันทั้งห้าทั้งหกจะมีเมืองพวน และเชียงขวางอยู่ด้วย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของลาวพวน พวกนี้ก็ถูกกวาดต้อนมาพร้อมกัน
นี่คือการพรากไทดำจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ที่ประเทศไทย ไทดำที่มาอยู่โดยการกวาดต้อนนี้
เราเรียกว่าไทยโซ่งหรือลาวโซ่ง แต่ในการให้เกียรติเราจะใช้คำว่า “ไทยโซ่ง” แทนไททรงดำ และเรียกลาวพวนว่าไทยพวน
ทั้งนี้ได้โปรดเกล้าให้คนไทยโซ่งและไทยพวนเหล่านี้อยู่ในที่ที่แตกต่างกัน

ไททรงดำที่มาจากเมืองแถนหรือเดียนเบียนฟูนั้น โปรดเกล้าให้อยู่ในเขตเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี กระจายเข้ามาถึงเขตคูบัว
ราชบุรีและนครปฐม อีกส่วนหนึ่งกระจายกันตั้งแต่เขตบางลี่ สุพรรณบุรี บ้านไร่ อุทัยธานีและในหนองมะโมง ของชัยนาท
ส่วนไทยพวนจะอยู่กระจายมากกว่า อยู่ในเขตสระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยนาทและสวรรคโลก
ไททรงดำกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ต้องอพยพเข้ามาอยู่ที่ไทยนั้น อพยพมาในสมัยการแบ่งแยกดินแดน ที่ฝรั่งเศสเข้ามาครอบครองญวน
และได้แบ่งแยกดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงไป ไทยทรงดำกลุ่มนี้ได้ไปสมทบกับกลุ่มเดิมที่ถูกอพยพมาก่อนหน้านั้นแล้ว
บางกลุ่มก็เคยเป็นญาติหรือเป็นพี่น้องกันมาก่อน และได้มาเจอกันในยามนี้
เมื่อไททรงดำเจอกันก็บอกกล่าวกันว่าการจากบ้านเกิดเมืองนอนมานั้น ต้องรักกันไว้ให้แน่นแฟ้น
ส่วนนี้น่าจะเป็นที่มาของเพลงไทดำรำพันครับ

ดังนั้นสิบห้าปีนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นรอยต่อระหว่างกระบวนกู้ชาติกับรัดถะบานลาว
แต่เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของประเทศไทย ประวัติศาสตร์ที่นำพาให้คนไททรงดำกลุ่มหนึ่ง
ที่พลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเจอกันในที่ต่างถิ่นที่ไกลห่างจากบ้านเกิดของตัวเอง มานั่งล้อมวงกัน ดูดอุร่วมสาบานกัน
รำพันร่วมกันและเป็นคำสัญญาร่วมกันว่าต้องรักกัน
แต่ศูนย์กลางของไททรงดำ หรือไทยโซ่ง หรือลาวโซ่ง ที่แข็งแกร่งที่สุดจะอยู่ที่เขาย้อย เพชรบุรี ทั้งนี้จะรักษาประเพณี
วัฒนธรรม วิถีชีวิตกันอย่างเหนียวแน่น เหมือนกับที่เมืองแถนในเวียดนาม โดยเฉพาะการถือผีตระกูลและผีบรรพบุรุษ
ทุกปีในช่วงตรุษญวนนั้น ไทยโซ่งทั้งหมดที่กระจายอยู่ในประเทศไทยจะไปร่วมงานที่เขาย้อย
เพื่อรำลึกถึงวันเวลาที่เค้าเคยอยู่ร่วมกันมาก่อน นึกถึงบรรพบุรุษที่อยู่ที่เมืองแถน
และภาษาไทยโซ่ง กับภาษาไททรงดำบางส่วนก็ยังคงใช้คำที่เหมือนกันอยู่

ส่วนฮุงแก่นตาไม่น่าจะแปลว่ารุ้งแก่นตา
ผมคิดว่าฮุงน่าจะหมายถึงท้าวฮุ่งขุนเจืองที่เป็นเหมือนวีรบุรุษที่มีอำนาจเหนือสองฝั่งแม่น้ำโขงตอนกลางในเขตสิบสองจุไท
และล้านนา พม่า ลาวมากกว่า ท้าวฮุ่งนี้มีอำนาจมาก และเป็นผู้สร้างเมืองแถน
ฮุงแก่นตาน่าจะหมายถึงท้าวฮุ่งขุนเจืองที่เป็นเหมือนขวัญกำลังใจ เป็นศูนย์กลางของกำลังใจชาวไททรงดำมากกว่า
ในส่วนนี้ไว้ถ้าผมเจอผู้รู้ช่วยไขความแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีแล้วกันครับ
ถ้าเราจะนับเหมาเรียกไททรงดำที่อยู่ในลาวว่าเป็นพวกลาวเทิงก็ย่อมได้เหมือนกัน แต่ในด้านชนชาติ
เนื่องจากไททรงดำมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่ที่เดียนเบียนฟู เราจึงเรียกพวกนี้ว่าไททรงดำ
ส่วนลาวเทิงนั้นเราจะหมายถึงชนกลุ่มน้อยที่อยู่กระจัดกระจายกันอยู่ในเขตหล่ายดอย หรือเชิงดอยกันมากกว่า
ในกลุ่มลาวเทิงนี้จะนับว่าพวกข่าหรือขมุเป็นกลุ่มที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคมลาวเลยครับ
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วข่าขมุนี้จะเป็นกรรมกรรับจ้างอยู่ในลาว สรุปความสั้นๆ
ว่าข่าเป็นชนกลุ่มน้อยแค่กลุ่มหนึ่งที่จัดอยู่ในพวกลาวเทิง
แต่คงจะเหมาว่าลาวเทิงทั้งหมดคือข่านั้นไม่ใช่แน่ๆ ครับ
เรื่องนี้ยาวไว้เล่าให้ฟังวันหลังแล้วกันครับ
วันนี้เราคุยเรื่องไททรงดำเท่านั้นกันดีกว่าครับ (ว่าจะเขียนนิดหน่อย ไฉนยาวได้นี่ยังน่าสงสัย? )


จากคุณ : สอบวา (สอบวา) - [5 ม.ค. 22:04:41]

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 9 ม.ค. 2544 (05:26)
ขอคารวะด้วยสาโท 1 ไห...

นกข. (IP:156.106.223.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 31 ต.ค. 2548 (18:29)
คำว่า ฮุงแก่นตา หมายถึง การมองเห็น

"ฮุงแก่นตาได้ส่างสาบ้านเมืองไว้
บัดนี้จากไกล ไต๋เสียดายเด้"

น่าจะหมายความว่า เห็นอยู่กับตาว่าได้สร้างบ้านเมืองไว้แต่ก็จำใจต้องจากลา ช่างน่าเสียดายแท้

ผมรู้ได้ยังไง ?
นั่นก็เพราะว่าผมคือชาวไทยทรงดำนั่นเอง
และคำว่า ฮุงแก่นตา ก็เป็นคำที่ยังใช้กันอยู่ในภาษาไทยโซ่ง หรือไทยทรงดำทุกวันนี้ครับ

เส้นทางแสนไกลสุดขอบฟ้า จากสิบสองจุไทถึงนครปฐม กับระยะเวลายาวนานเกิน ๒ ศตวรรษ ไม่ทำให้ประเพณีแห่งชีวิตของชาว “โซ่ง” หล่นหายระหว่างทาง
wasantong เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 1 ก.ย. 2549 (09:52)
ลำกล่อมทุ่ง

เปิ่นเวินแฟนเพิ่นให้เวินไปใส (เดินเข้าไป)
ขั้นบ่แม่นแฟนไฝ่ขอให้อ้ายเวิ่นมาทางพี่ (นารียอนเปล)
น้องนี่หนาตาดำ ๆ เป็นคนขี้ราย (เดินเข้าไป)
คนขี้ร้ายบ่สมอ้ายเพิ่นบ่สน (เดินเข้าไป)
อุกเดโอ๊ะอุกใจเด่แต่น้องมันจน (เดินเข้าไป)
โอ๋หนออุกเด่ โอ๊ะอุกใจเด่แต่น้องมันจน (เดินเข้าไป)
โอ้ะมะเหลือใจเด่ น้องบ่อได้อ้ายมานอนซ้อน (นารียอนเปล)
เจ้าดอกเอย * เจ้าดอกซ้อนเอย เฮ่อ เออ เอ่อ เฮ่อ เออ เอ่อ เออ เอ๋ย
เจ้าดอกมะลิลา สาวหมอลำต้องกินน้ำตา น้อยวาสนาเพราะบ่าวคนโก้
เออ เฮ่อ เอย เออ เฮ่อ เอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่มมณีอำไพ
น้องเป็นสาวหมอลำ บ่พองามขำ บ่สนใจ
เปิ่นเวิ่นฮักเพิ่นน้องบุญบ่สม (เดินเข้าไป)
บุญน้องบ่สมพี่ชายบ่ก้มเข้ามาใกล้ (นารียอนเปล)
อ้ายเป็นหงส์ลงมาฮายบินไปเวิ่นเวิน *
ฮ้องเฮียกเอิ่นตัวอ้ายเพิ่นบ่เหลียว *
ออนซอนน้องขอฮ่วมหมอนเพิ่นได้บ่เด๋ *
ออนซอนน้องของฮ่อมหมอนเพิ่นได้บ่เด้ *
เจ้าผู้เขียวใบมอนก้อนคำของน้องผู้งามเอ้ย (นารียอนเปล)
เจ้าดอกเอย เจ้าดอกฮักเอย
เฮ่อ เออ เอ่อ เฮ่อ เออ เอ่อ เออ เอ๋ย
เจ้าดอกกำจาย ชาตินี้บ่ได้พี่ชายไปโตนน้ำตายหาดทรายตื้นตื้น
เออ เฮ่อ เอย เออ เฮ่อ เอย เจ้าแจ่ม เจ้าแจ่มมโนนาย
น้องฮักอ้ายปานใดบ่เซื่อคำไผหนอกินน้ำตา
แมงมุม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 6 ก.ย. 2549 (01:42)
13870
ฝั่งหัวใจ
คำร้อง/ทำนอง พยงค์ มุกดา
ฉันเหมือนลอยคอ ลอยคออยู่กลางทะเล
โอ้อ้างว้างว้าเหว่ เพราะเป็นทะเลแห่งความผิดหวัง
แหวกว่ายน้ำตา กว่าสิ้นพลัง
ตะเกียกตะกายหาฝั่ง...ฝั่ง โถช่างว่างเปล่า
ฉันหลงเริงใจ เริงใจอยู่ในวจี
ป้อนคำรักล้นปรี่เหมือนลงนทีแห่งความโง่เขลา
ต้องลมรักลวง เจ็บทรวงนักเรา
กระหน่ำโบยความช้ำเศร้า...เศร้า
เพราะเราผิดหวัง ดังเหมือนคนจะจมน้ำตาย
ทุรนทุราย แหวกว่ายเข้าหาฝั่ง ใครไม่คิดชังคนผิดหวัง
ช่วยรับเมื่อคนพลาดพลั้ง ฉุดขึ้นฝั่งหัวใจ
* ฉันเหมือนลอยคอ ลอยคออยู่ในน้ำตา
เฝ้าแต่หวังใจว่าฟ้าเวทนา คงรอดปลอดภัย
ถ้ามีรักจริงพึ่งพิงพักใจ จะมอบหทัยฉันให้...ให้ ไว้เป็นทาสคุณ

(ซ้ำ)*

Gotz21 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 6 ก.ย. 2549 (05:00)
ฝากเพลงถึงเธอ
มนต์สิทธิ์ คำสร้อย
เรียบ เรียง คำร้อย
ฝาก เพลงลอย
สายลม แผ่วเบา
สื่อรัก พาเอา
รักแห่งสองเรา
ที่ร้างที่ลา ลับห่าง
อยู่แห่งไหน
ขวัญใจเจ้าอย่าชัง
หากได้ฟัง
หวังยังคงเมตตา
ตอบ สัญญา
รักมา กับลม
ลม รักเอยจงล่องลอย
ลอย รักคืนมาร่วมกัน
ฝาก นำ คำร้อง
ผ่าน ลำคลอง
ท้องธาร กว้างไกล
อยู่คุ้ง แควใด
รู้เถิดหัวใจ
พี่ร้อนดั่งไฟ เผาร่าง
เสกมนต์ขลัง
ให้ฟังไม่จืดจาง
จากอารมณ์
ระทมดังแก้วบาง
แตก แล้วนาง
ยามรักจาง ห่างใจ
ลม ช่วย
กระซิบบอก หฤทัย
ใจ ฉันยังมั่นต่อใจ
แม้จนชีพมลาย
ขอตายแทบตักเธอ
ฝาก เพลง ลอยฟ้า
ข้าม ภูผา
ท้องนา ป่าไพร
ได้รับ ยามใด
ดลให้หัวใจ
อ่อนไหวด้วยใจ รักเพ้อ
อยู่แห่งไหน
ให้ใจเจ้า อยากเจอ
อยากมาหา
พี่ยา ที่จากเธอ
ใฝ่ ฝันละเมอ
ขอเธอได้โปรดคืนมา
ใฝ่ ฝันละเมอ
ขอเธอได้โปรดคืนมา...
จิตแผ้ว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 403 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 12 ก.ย. 2549 (11:46)
พี่อุตส่าห์ทำงานก็เพื่อน้อง หวังเก็บเงินเก็บทอง เพื่อเอามาหมั้นแม่ขวัญใจ ถึงงานจะหนักแม้จะเหนื่อยสักเท่าไหร่ ......
(จำไม่ได้แล้ว)
ถ้ารวบรวมเงินได้สักหนึ่งก้อน จะเอาไปหมั้นแม่ขวัญบังอร อย่าได้ตัดรอนนะหล่อนจ๋า ......

ชอบลูกท่งเป็นชีวิตจิตใจ ยิ่งเพลงนี้ในดวงใจเลย (ช่วงจะแต่งงาน)
หนู เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.