|
พบ “โพรแลคติน”ฮอร์โมนควบคุมความสมดุลแคลเซียม
โพสต์เมื่อ:
01:06 วันที่ 11 มี.ค. 2549 ชมแล้ว:
934 ตอบแล้ว:
0
เมธีวิจัย สกว.ศึกษาพบ “โพรแลคติน” ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ไม่เพียงกระตุ้นการหลั่งน้ำนม แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อสมดุลแคลเซียม เชื่อความผิดปกติของกระดูกในโรคบางชนิด อาจมีผลจากโพรแลคติน เร่งวิจัยสร้างองค์ความรู้พื้นฐานหาสาเหตุความผิดปกติของกระดูกในโรคหลายชนิด เพื่อพัฒนาการวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด
ศ.ดร.นทีทิพย์ กฤษณามระ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ประจำปี 2547 ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ “ผลของโพรแลคตินต่อการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้” ในหนูทดลอง เพื่อพิสูจน์ว่า ฮอร์โมนโพรแลคตินอาจเป็นฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งที่มีบทบาทในการควบคุมการดูดซึมแคลเซียมในระยะตั้งครรภ์และให้น้ำนม “ในงานวิจัยได้มีการตัดต่อมใต้สมองที่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนโพรแลคตินจากหนูตัวหนึ่ง มาปลูกถ่ายไว้ใต้เยื่อหุ้มไตของหนูอีกตัวหนึ่ง เพื่อให้มีการสร้างฮอร์โมนโพรแลคตินในปริมาณที่มากกว่าปกติเปรียบเทียบกับหนูทดลองที่มีปริมาณโพรแลคตินปกติ ซึ่งผลจากการทดลองพบว่า โพรแลคตินมีผลต่อการกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ของหนูวัยเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นถึง 40% หนูวัยเจริญพันธุ์ และหนูท้อง สรุปว่าฮอร์โมนโพรแลคติน น่าจะเป็นฮอร์โมนสำคัญอีกตัวหนึ่งที่มีบทบาทในการควบคุมการดูดซึมแคลเซียม” สิ่งที่น่าสนใจ คือมีการพบว่า แคลเซียมที่ได้รับการดูดซึมในปริมาณที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้ถูกขับถ่ายทิ้งในปัสสาวะ คำถามต่อมาคือ เกิดอะไรขึ้นกับแคลเซียมที่ดูดซึมเพิ่มขึ้น แคลเซียมจะต้องถูกเก็บไว้ในร่างกายและเก็บไว้ที่ใด ประเด็นนี้จึงนำไปสู่งานวิจัย “ผลของฮอร์โมนโพรแลคตินในฐานะฮอร์โมนควบคุมเมตาบอลิสของแคลเซียมและกระดูก” ในเวลาต่อมา ซึ่งจากการศึกษาในหนูทดลองได้พบว่า โพรแลคติน นอกจากจะมีบทบาทสำคัญในการดูดซึมแคลเซียมแล้ว ยังพบว่า โพรแลคติน คือฮอร์โมนตัวสำคัญที่มีผลต่อวงจรการสร้างและสลายกระดูก เพื่อให้ร่างกายมีแคลเซียมในเลือดเพียงพอต่อการนำไปใช้ในสภาวะต่างๆ เช่น สร้างกระดูกในสัตว์วัยเจริญเติบโต สร้างกระดูกของลูกในท้อง และอาจจะสำคัญต่อการหลั่งแคลเซียมในน้ำนมเพื่อเลี้ยงลูกแรกเกิดอีกด้วย ศ.ดร.นทีทิพย์ กล่าวว่า การทำงานของโพรแลคติน ยังควบคุมสมดุลแคลเซียมที่ต่างกันในแต่ละช่วงอายุวัย โดยจากการทดลองในสัตว์ที่อยู่ในช่วงการเจริญเติบโต พบว่า โพรแลคตินจะช่วยกระตุ้นการดูดซึมและทำการส่งแคลเซียมไปเก็บไว้ที่กระดูกเพื่อสร้างกระดูก หากในช่วงวัยนี้ในเลือดมีปริมาณแคลเซียมไม่เพียงพอ หรือโพรแลคตินไม่ทำงานจะมีผลให้สัตว์ทดลองอายุน้อยมีกระดูกที่แคระแกรน หากสัตว์ทดลองเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ ต่อมใต้สมองจะมีการสร้างปริมาณฮอร์โมนโพรแลคตินเข้าสู่กระแสเลือดจำนวนมาก เพื่อให้เกิดการดูดซึมแคลเซียมและยังส่งผลต่อวงจรการสร้างและสลายกระดูก เพื่อให้มีแคลเซียมส่งไปยังบริเวณเต้านมมากพอสำหรับสร้างน้ำนม “สิ่งสำคัญในการค้นพบบทบาทหน้าที่ของฮอร์โมน “โพรแลคติน” ไม่เพียงเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ทำให้ทราบว่าถึงภาวะสมดุลแคลเซียมในช่วงต่างๆของอายุ ตั้งแต่การเจริญเติบโต ไปจนกระทั่งถึงช่วงให้นมลูกหรือช่วงอายุมากๆแล้ว ยังสามารถนำไปช่วยในการตอบปัญหากลไกความผิดปกติของโรคเนื้องอกในต่อมใต้สมอง ซึ่งมักจะมีอาการความผิดปกติของกระดูกควบคู่ไปด้วย โดยอาจมีผลมาจากปริมาณโพรแลคตินที่สูงขึ้น จนมีผลโดยตรงต่อวงจรการสร้างและสลายกระดูก” ศ.ดร.นทีทิพย์ กล่าวถึงงานวิจัยที่กำลังดำเนินการภายหลังที่ได้รับทุนเมธีวิจัยอาวุโสว่า ได้มีการก่อตั้งเครือข่ายวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก Consortium for Calcium and Bone Research (COCAB) ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเป็นการรวมกลุ่มนักวิจัยองค์ความรู้พื้นฐาน กับนักวิจัยทางการแพทย์ ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยทำการวิจัยหาสาเหตุของความผิดปกติของกระดูกใน 3 โรค ซึ่งมีมากในประเทศไทย ได้แก่ โรคกระดูกพรุน โรคภาวะเลือดเป็นกรดจากไตไม่สามารถขับกรด และโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย “การเชื่อมงานวิจัยองค์ความรู้พื้นฐานกับการวิจัยทางการแพทย์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่ลึกซึ้งและครบวงจร โดยจะทำการศึกษาในผู้ป่วยเพื่อการรักษา และศึกษาในเชิงลึกเพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติอย่างแท้จริงในสัตว์ทดลองและเซลล์เพาะเลี้ยงควบคู่กันไป เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการวินิจฉัยและการรักษาโรคให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”ศ.ดร.นทีทิพย์กล่าว นับเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อวงการแพทย์ไทย ซึ่งจะนำมาสู่การวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับกระดูกอย่างตรงจุด เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ จาก http://www.manager.co.th/Science/ ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|