วิชาการดอทคอม ptt logo

ระบบนิเวศน้ำจืด

โพสต์เมื่อ: 13:04 วันที่ 16 มี.ค. 2549         ชมแล้ว: 104,995 ตอบแล้ว: 74
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากทราบเกียวกับระบบน้ำจืด (ภายในประเทศไทยครับ)

ขอบคุณครับ


pexxko@hotmail.com(202.183.235.66,,)





จำนวน 41 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 มิ.ย. 2549 (20:07)
อยากได้ไปทำรายงาน
hotcool_145@hotmail.com (IP:125.24.69.99,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 มิ.ย. 2549 (16:15)
หาตามหนังสือ หลักนิเวศวิทยา ครับ หรือ พวก อ. ปรีชาก็ได้ครับ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 มิ.ย. 2549 (16:18)
ภ้ามีโจทย์อะไรก็ถามมาได้นะครับเรื่องเนี้ยะ ผมค่อนข้างถนัด โดยโจทย์โอลิมปิคส่วนใหญ่มักออก เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างต้นน้ำ กับปลายน้ำ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 22 พ.ค. 2550 (18:42)
=ช่วยหน่อยจ้า เราจาต้องเอาไปทำรายงานครับ คัยรู้ช่วยแอดมาคับ







ขอบคุณล่วงหน้า

เยย
lermZa@hotmail.com (IP:124.120.189.47)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 26 พ.ค. 2550 (16:30)
อยากได้เรื่องเกี่ยวกับระบบนิเวศน้ำจืดค่ะ
เบียร์ (IP:125.27.15.220)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 พ.ค. 2550 (20:38)
ระบบน้ำจืดจะเริ่มจาก สาหร่าย โดยบ่อน้ำในตอนแรกจะลึก แล้วจะค่อยๆตื้นขึ้นมาตามลำดับ จนในที่สุดจะเป็นผืนดิน มีไม้ยืนต้น โดยระบบนิเวศน้ำจืดจะวิวัฒนาการมาจาก สาหร่าย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นบุกเบิกก่อน จะไม่มีไลเคนส์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกบนผืนดิน ที่เริ่มจากสาหร่ายก่อนเพราะก้นบ่อมีลักษณะเป็นทราย สภาพไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ทั่วๆไป หลังจากที่มีพวกสาหร่ายและโปรโตซัวมากพอแล้ว แมลงก็จะเริ่มมาวางไข่ และจะมีพืชขึ้น แต่จะเป็นพืชลอยน้ำ เช่น ไข่น้ำ แหน จอก ผักตบชวา เรียกว่าระยะ Floating stage ต่อมาพืชตายและสัตว์ตายจะมีฮิวมัสทับถมกันอยู่ พวกสาหร่ายไฟก็จะเจริญปกคลุมก้นบ่อและทำให้เพิ่มฮิวมัสมากขึ้น เป็นระยะเริ่มของ submerged vegetation stage ต่อมาพืชที่ต้องการดินก็จะขึ้นมา เช่น กก หญ้าเตย อ้อ จะขึ้นที่ขอบบ่อ และบัวจะขึ้นกลางบ่อ พวกนี้ใบโผล่เหนือน้ำเพื่อรับออกซิเจน แต่รากอยู่ในโคลน เรียกว่า Emerging vegetation stage ตอนนี้มีตัวอ่อนแมลงมากพอจึงเป็นอาหารของสัตว์อื่นๆ และจะมีห่วงโซ่อาหารเกิดขึ้น เริ่มมีสัตว์เลื้อยคลาน ต่อจากนั้น เมื่อทุกอย่างตายมากขึ้นก็จะสะสมอยู่ที่ก้นบ่อ ทับถมขึ้นมาจนตื้นเขิน เป็นโคลน หลังจากนั้นบ่อน้ำทั้งบ่อก็จะกลายเป็นโคลนที่ชื้นแฉะ แต่ยังมีน้ำขังบางฤดู หลังจากนั้นเมื่อนานเข้าก็จะกลายเป็นผืนดิน มีหญ้าและไม้ยืนต้นเกิดขึ้น
I'm @0@
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 27 พ.ค. 2550 (09:50)
อยากทราบเกี่ยวกับระบบบนิเวศน้ำจืด
oi_l@thaimail.com (IP:61.19.108.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 มิ.ย. 2550 (13:29)
อยากทราบกลุ่มโซ่อาหาร
000 (IP:203.158.140.133)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 29 มิ.ย. 2550 (10:27)
อยากได้ระบบนิเวศน้ำจืดไปทำรายงานช่วยบอกที
wearp_@hotmail.com (IP:61.19.205.110)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 11 ส.ค. 2550 (12:06)
อยากได้เนื้อหาเยอะๆ
onelonely_hotmail.com (IP:124.120.213.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 16 ส.ค. 2550 (20:21)
ดีดีดดี
kuiolp_025@hotmail (IP:202.14.117.33)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 27 ส.ค. 2550 (15:41)
อยากทราบว่าน้ำจืดมีกี่ประเภท ชนิดใดมีปริมาณมากสุดและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยคะ จะทำงานส่งอาจารย์
nusreen_29@hotmail.com (IP:203.153.172.219)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 28 ส.ค. 2550 (16:57)
ทามไมมีแต่คนถาม ไม่ค่อยมีคนตอบเลย
กิ้วๆ (IP:61.7.174.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 29 ส.ค. 2550 (16:49)
ระบบนิเวศ



สิ่งแวดล้อม คือ สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา แบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบใหญ่ คือ สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ได้แก่ มนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และอีกองค์ประกอบหนึ่ง คือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ คือ ดิน น้ำ ป่าไม้ อากาศ แสง ฯลฯ และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่ สิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน ศิลปกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม เป็นต้น



สิ่งแวดล้อมแต่ละบริเวณจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ ทำให้กลุ่มสิ่งมีชีวิต(community) อาศัยอยู่ในบริเวณแตกต่างกันไปด้วย ดังตัวอย่างในสระน้ำแห่งหนึ่งดังภาพ











ในแหล่งน้ำนี้จะมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตได้แก่สัตว์น้ำ ทั้งตัวเต็มวัย ตัวอ่อน และพืชน้ำนานาชนิด รวมทั้งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และจุลินทรีย์จำนวนมากอาศัยอยู่รวมกัน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์กันไปตามบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม กล่าวคือ พืชและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีคลอโรฟีลล์ เป็นพวกที่สร้างอาหารได้เองโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง จึงเป็นผู้ผลิตแหล่งอาหารที่สำคัญให้แก่สัตว์ ซึ่งจะกินต่อกันเป็นทอดๆ จากสัตว์กินพืช สัตว์กินสัตว์ และสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารต่อไป เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายตายลง ก็จะถูกจุลินทรีย์กลุ่มสิ่งมีชีวิตย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตให้เป็นสารอนินทรีย์กลับคืนสู่แหล่งน้ำ



ในแหล่งน้ำจะมีสารและแร่ธาตุต่างๆละลายปนอยู่ในน้ำ ซึ่งมีปริมาณมากบ้างน้อยบ้างตามฤดูกาล เนื่องจากในหน้าแล้งน้ำก็จะระเหยออกไป ส่วนในฤดูฝนก็จะมีน้ำและสารต่างๆถูกชะล้างจากบริเวณใกล้เคียงไหลลงสู่แหล่งน้ำ จึงทำให้ปริมาณน้ำและสารต่างๆเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ



สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำก็ได้ใช้สารและแร่ธาตุต่างๆในการดำรงชีวิต ได้แก่ การหายใจ การเจริญเติบโต การสังเคราะห์ด้วยแสง ฯลฯ จากกระบวนการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งกระบวนการย่อยสลายของอินทรียสารของพวกจุลินทรีย์ จะมีการปล่อยสารบางอย่างออกสู่แหล่งน้ำ และสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำก็จะใช้สารเหล่านั้นในกระบวนการต่างๆอีก



สารและแร่ธาตุต่างๆจึงหมุนเวียนเข้าสู่สิ่งมีชีวิต และปล่อยออกสู่แหล่งน้ำตลอดเวลาวนเวียนเป็น



วัฏจักร



ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในแหล่งน้ำนี้ เช่น มีปริมาณธาตุไนโตรเจนมากเกินไปก็จะมีผลทำให้พืชน้ำหลายชนิดเจริญเติบโตขยายพันธุ์มากและรวดเร็ว ในระยะแรกๆ สัตว์น้ำที่กินพืชเป็นอาหารจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนในที่สุดพืชที่เป็นแหล่งอาหารจะลดปริมาณลง ทำให้สัตว์กินพืชลดจำนวนลง และมีผลทำให้สัตว์กินสัตว์ลดจำนวนตามไปด้วย เนื่องจากอาหารไม่เพียงพอ



ในขณะที่สัตว์และพืชเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็จะเกิดความแออัด จะมีของเสียถ่ายสู่แหล่งน้ำมากขึ้น ทำให้คุณภาพของแหล่งน้ำนั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการดำรงชีพของสัตว์และพืชบางชนิด แต่ไม่เหมาะสมสำหรับสัตว์และพืชอีกหลายชนิด ในแหล่งน้ำจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และจะพบว่ามีความสัมพันธ์กันภายในอย่างซับซ้อน ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยต่างๆในแหล่งน้ำมีการควบคุมตามธรรมชาติที่ทำให้จำนวนและชนิดของสิ่งมีชีวิตอยู่ในภาวะสมดุลได้



ความสัมพันธ์ในสระน้ำนั้นเป็นตัวอย่างของหน่วยหนึ่งในธรรมชาติ เรียกว่า ระบบนิเวศ



(ecosystem) ซึ่งเป็นระบบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบริเวณนั้น และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่ ได้แก่ ดิน น้ำ แสง ในระบบนิเวศจะมีการถ่ายทอดพลังงานระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ และมีการหมุนเวียนสารต่างๆจากสิ่งแวดล้อมสู่สิ่งมีชีวิตและจากสิ่งมีชีวิตสู่สิ่งแวดล้อม



ระบบนิเวศมีทั้งระบบใหญ่ เช่น โลกของเราจัดเป็นระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่า โลกของสิ่งมีชีวิตหรือชีวภาค (biosphere) ซึ่งรวมระบบนิเวศหลากหลายระบบ และระบบนิเวศเล็กๆ เช่น ทุ่งหญ้า สระน้ำ ขอนไม้ผุ ระบบนิเวศ จำแนกได้เป็น ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ได้แก่ ระบบนิเวศบนบก เช่น ป่าไม้ บึง ทุ่งหญ้า ทะเลทราย ระบบนิเวศน้ำ เช่น แม่น้ำลำคลอง ทะเล หนอง บึง มหาสมุทร ระบบนิเวศอีกประเภทหนึ่งคือ ระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ ระบบนิเวศ ชุมชนเมือง แหล่งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เป็นต้น
---- (IP:222.123.154.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 29 ส.ค. 2550 (16:50)
ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด(freshwaterecosystem) มีทั้งสภาพธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น

(ระบบนิเวศจำลอง) ได้แก่ แม่น้ำ ลำครอง หนอง คู บึง สระ น้ำจืด ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีทั้งแหล่งน้ำนิ่ง น้ำเชี่ยว (ซึ่งไม่พบแพลงตอน) เขตน้ำไหลเอื่อยเหมาะกับสิ่งมีชีวิตที่ว่ายไปมา แพลงตอน ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต พวกที่เกาะติดกับวัตถุ ระบบนิเวศน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและอินทรีย์สารโดยเป็นแหล่งที่อยู่และประกอบอาชีพที่สำคัญของมนุษย์ด้วย ระบบนิเวศจำลอง เป็นการสร้างหรือจำลองระบบนิเวศขึ้นมา โดยจัดเลียนแบบจากระบบนิเวศในธรรมชาติ ซึ่งจัดอยู่ในตู้เลี้ยงปลา (aquarium) ระบบจำลองนี้มีขนาดเล็ก แต่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง และมีอายุของการสมดุลไม่นานเช่น ในตู้เลี้ยงปลา บรรจุน้ำ ดิน ปลา หอย และสาหร่ายหางกระรอก โดยนำอ่างเลี้ยงปลาไปไว้ให้ถูกแสงบ้าง หอย และปลากินสาหร่ายและถ่ายมูล เป็นอาหารของสาหร่าย สาหร่ายให้ออกซิเจนแก่ปลา หอยและสาหร่ายเอง โดย ปลา หอย ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก่สาหร่าย เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงทำให้เกิดสมดุลอยู่ระยะหนึ่งในที่สุดจะเสียสมดุลเมื่อน้ำเริ่มเสียน้ำ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและพืชน้ำจำนวนมากจัดได้ว่า เป็นแหล่งดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต เกือบทุกชนิดรวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่และเป็นแหล่งประกอบอาชีพที่สำคัญของมนุษย์อีกด้วย
---- (IP:222.123.154.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 29 ส.ค. 2550 (16:51)
ระบบนิเวศในน้ำเค็ม



เป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตแบบต่างๆเช่น

- ระบบนิเวศหาดหิน (rocky shore) ประกอบด้วยชายฝั่งทะเล ซึ่งมีทั้งหาดทรายและหาดหิน เป็นบริเวณที่จะถูกน้ำทะเลซัดขึ้นมาตลอดเวลา ฉะนั้นสัตว์ที่อาศัยบริเวณนี้ต้องคงทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ได้แก่ แมลงสาบทะเล (ligio) หอยนางรม ลิ่มทะเล หอยหมวกเจ๊ก (limpets) เพรียงหิน เม่นทะเล ดอกไม้ทะเล สาหร่ายสีแดง

-นิเวศหาดทราย (sandy beach) สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนี้ต้องมีการปรับตัวมาก เพราะคลื่นซัดทรายในสภาพที่รุนแรง เช่น ปูลม เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และมีเหงือกใหญ่ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ทนความแห้งแล้งได้ดี นอกจากนี้ยังมีพวกหอยเสียบ หอยทับทิม ชอบฝังตัวหรือขุดรูอยู่ในทราย

ระบบนิเวศบริเวณไหล่ทวีป ทะเล มหาสมุทร เป็นแหล่งที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย แพลงตอนพืช สัตว์นานาชนิด หญ้าทะเล สาหร่าย กุ้ง หอย ปู ปลา พะยูน โบมา ฯลฯ โดยสิ่งมีชีวิตดังกล่าวอาศัยเป็นแหล่งอาหารในการเจริญเติบโต ทั้งทะเล และมหาสมุทร นับเป็นแหล่งอาหารแหล่งใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิต

-ระบบนิเวศแนวปะการัง (coral reef) หรืออุทยานใต้ทะเล ปะการังสืบพันธุ์ด้วยการแตกหน่อเชื่อมติดกันมีสารหินปูนห่อหุ้มลำตัว กลุ่มก้อนปะการังที่สวยงามมาก ได้แก่ ปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังเห็ด ปะการังต้นไม้ ฯลฯ พบที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี หมู่เกาะลันตา จ. กระบี่ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง และที่อื่น ๆ อีกมาก ระบบนิเวศแนวปะการังเป็นแหล่งที่ให้ความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย แหล่งอนุบาล ตัวอ่อนของสัตว์น้ำแต่ละชนิด เป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายและให้ผลผลิตสูงมากในทะเล

- ระบบนิเวศป่าชายเลน (mangrove forest) ประเทศไทยมีป่าชายเลนหลายแหล่ง แถบจังหวัดชายทะเลในภาคใต้ และภาคตะวันออกเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน้ำกร่อย มีสภาพแวดล้อมต่างจากป่าบกทั้งสภาพดิน ความเป็นกรด-เบส (pH) ความสมบูรณ์ของดิน (N,P,K) ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณป่าชายเลนต้องปรับตัวให้ดำรงชีพอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ในแต่ละช่วงวัน

กลุ่มพืชในป่าชายเลนได้แก่ แสม โกงกาง ลำพู มีรากค้ำจุนช่วยในการพยุงลำต้น มีรากหายใจโผล่พ้นดินขึ้นมา พืชพวกนี้มีใบหนา บางชนิดใบมีขนปกคลุม ใบมีลักษณะอวบน้ำ เพราะมีเนื้อเยื่อกักเก็บน้ำในใบ และที่สำคัญไม่เหมือนพืชอื่น ๆ คือ ผลของพืชพวกนี้มีเมล็ด ซึ่งงอกตั้งแต่อยู่บนต้นแม่ เมื่อหล่นลงสู่พื้นชายเลนก็จะเจริญได้ทันที เพราะผลเรียวยาวเสียบลงในเลนและตั้งเป็นต้น

สัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณป่าชายเลนมีทั้งสัตว์หน้าดิน ได้แก่ หอย ปู ปลาตีน ฯลฯ สัตว์ในดิน และนกจำนวนมาก ป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์อ่อนของสัตว์น้ำ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในทะเลมากที่สุด เพราะเป็นแหล่งที่ตัวอ่อนของสัตว์น้ำพวก กุ้ง หอย ปู ปลา เข้ามาอาศัยร่มเงาและหาอาหาร

ในด้านนิเวศวิทยา ป่าชายเลนจัดว่าเป็นบริเวณที่มีผลผลิตทางชีวภาพสูง มีสัตว์นานาชนิด มีพันธุ์ไม้ที่เป็นพืชสมุนไพร ไม้โกงกางใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานสูงมาก ป่าชายเลนทำให้แผ่นดินงอกเป็นฉากกำบังลม ป้องกันการพังทลายของชายฝั่งรากช่วยกรองกสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ในน้ำลดความเน่าเสียของน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นสถานศึกษาหาความรู้และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อยใจ ปัจจุบันป่าชายเลนมีพื้นที่เหลือไม่ถึง 1,128,494 ไร่เท่านั้น จากที่เคยมีอยู่ถึง 2,229,375 ไร่ชั่วระยะเวลาจากการสำรวจ เมื่อปี พ.ศ. 2504 ถึงปีพ.ศ. 2532
---- (IP:222.123.154.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 30 ส.ค. 2550 (15:02)
อยากได้รูประบบนิเวศที่มี ผู้ผลิต ผู้บริโภค นะค่ะ
เมริน (IP:125.27.74.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 1 ก.ย. 2550 (13:38)
ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด(freshwaterecosystem) มีทั้งสภาพธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น

(ระบบนิเวศจำลอง) ได้แก่ แม่น้ำ ลำครอง หนอง คู บึง สระ น้ำจืด ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีทั้งแหล่งน้ำนิ่ง น้ำเชี่ยว (ซึ่งไม่พบแพลงตอน) เขตน้ำไหลเอื่อยเหมาะกับสิ่งมีชีวิตที่ว่ายไปมา แพลงตอน ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต พวกที่เกาะติดกับวัตถุ ระบบนิเวศน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและอินทรีย์สารโดยเป็นแหล่งที่อยู่และประกอบอาชีพที่สำคัญของมนุษย์ด้วย ระบบนิเวศจำลอง เป็นการสร้างหรือจำลองระบบนิเวศขึ้นมา โดยจัดเลียนแบบจากระบบนิเวศในธรรมชาติ ซึ่งจัดอยู่ในตู้เลี้ยงปลา (aquarium) ระบบจำลองนี้มีขนาดเล็ก แต่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง และมีอายุของการสมดุลไม่นานเช่น ในตู้เลี้ยงปลา บรรจุน้ำ ดิน ปลา หอย และสาหร่ายหางกระรอก โดยนำอ่างเลี้ยงปลาไปไว้ให้ถูกแสงบ้าง หอย และปลากินสาหร่ายและถ่ายมูล เป็นอาหารของสาหร่าย สาหร่ายให้ออกซิเจนแก่ปลา หอยและสาหร่ายเอง โดย ปลา หอย ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก่สาหร่าย เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงทำให้เกิดสมดุลอยู่ระยะหนึ่งในที่สุดจะเสียสมดุลเมื่อน้ำเริ่มเสียน้ำ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและพืชน้ำจำนวนมากจัดได้ว่า เป็นแหล่งดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต เกือบทุกชนิดรวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่และเป็นแหล่งประกอบอาชีพที่สำคัญของมนุษย์อีกด้วย
ยีร (IP:203.154.52.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ก.ย. 2550 (10:29)
ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด(freshwaterecosystem) มีทั้งสภาพธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น

(ระบบนิเวศจำลอง) ได้แก่ แม่น้ำ ลำครอง หนอง คู บึง สระ น้ำจืด ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีทั้งแหล่งน้ำนิ่ง น้ำเชี่ยว (ซึ่งไม่พบแพลงตอน) เขตน้ำไหลเอื่อยเหมาะกับสิ่งมีชีวิตที่ว่ายไปมา แพลงตอน ไม่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต พวกที่เกาะติดกับวัตถุ ระบบนิเวศน้ำจืดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและอินทรีย์สารโดยเป็นแหล่งที่อยู่และประกอบอาชีพที่สำคัญของมนุษย์ด้วย ระบบนิเวศจำลอง เป็นการสร้างหรือจำลองระบบนิเวศขึ้นมา โดยจัดเลียนแบบจากระบบนิเวศในธรรมชาติ ซึ่งจัดอยู่ในตู้เลี้ยงปลา (aquarium) ระบบจำลองนี้มีขนาดเล็ก แต่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง และมีอายุของการสมดุลไม่นานเช่น ในตู้เลี้ยงปลา บรรจุน้ำ ดิน ปลา หอย และสาหร่ายหางกระรอก โดยนำอ่างเลี้ยงปลาไปไว้ให้ถูกแสงบ้าง หอย และปลากินสาหร่ายและถ่ายมูล เป็นอาหารของสาหร่าย สาหร่ายให้ออกซิเจนแก่ปลา หอยและสาหร่ายเอง โดย ปลา หอย ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก่สาหร่าย เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงทำให้เกิดสมดุลอยู่ระยะหนึ่งในที่สุดจะเสียสมดุลเมื่อน้ำเริ่มเสียน้ำ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กและพืชน้ำจำนวนมากจัดได้ว่า เป็นแหล่งดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต เกือบทุกชนิดรวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่และเป็นแหล่งประกอบอาชีพที่สำคัญของมนุษย์อีกด้วย
เด็กเก่งคับ (IP:125.24.54.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 20 ก.ย. 2550 (10:34)
ระบบนิเวศในน้ำเค็ม

เป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตแบบต่างๆเช่น

- ระบบนิเวศหาดหิน (rocky shore) ประกอบด้วยชายฝั่งทะเล ซึ่งมีทั้งหาดทรายและหาดหิน เป็นบริเวณที่จะถูกน้ำทะเลซัดขึ้นมาตลอดเวลาฉะนั้นสัตว์ที่อาศัยบริเวณนี้ต้องคงทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้แก่ แมลงสาบทะเล (ligio) หอยนางรมลิ่มทะเล หอยหมวกเจ๊ก (limpets) เพรียงหิน เม่นทะเล ดอกไม้ทะเล สาหร่ายสีแดง

-นิเวศหาดทราย (sandy beach) สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระบบนี้ต้องมีการปรับตัวมากเพราะคลื่นซัดทรายในสภาพที่รุนแรง เช่น ปูลม เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และมีเหงือกใหญ่ชุ่มชื้นอยู่เสมอทนความแห้งแล้งได้ดี นอกจากนี้ยังมีพวกหอยเสียบ หอยทับทิม ชอบฝังตัวหรือขุดรูอยู่ในทราย

ระบบนิเวศบริเวณไหล่ทวีป ทะเล มหาสมุทร เป็นแหล่งที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยแพลงตอนพืช สัตว์นานาชนิด หญ้าทะเล สาหร่าย กุ้ง หอย ปู ปลา พะยูน โบมา ฯลฯโดยสิ่งมีชีวิตดังกล่าวอาศัยเป็นแหล่งอาหารในการเจริญเติบโต ทั้งทะเล และมหาสมุทรนับเป็นแหล่งอาหารแหล่งใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิต

-ระบบนิเวศแนวปะการัง (coral reef) หรืออุทยานใต้ทะเลปะการังสืบพันธุ์ด้วยการแตกหน่อเชื่อมติดกันมีสารหินปูนห่อหุ้มลำตัว กลุ่มก้อนปะการังที่สวยงามมาก ได้แก่ ปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังเห็ด ปะการังต้นไม้ ฯลฯ พบที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี หมู่เกาะลันตา จ. กระบี่ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง และที่อื่น ๆ อีกมากระบบนิเวศแนวปะการังเป็นแหล่งที่ให้ความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย แหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์น้ำแต่ละชนิด เป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายและให้ผลผลิตสูงมากในทะเล

- ระบบนิเวศป่าชายเลน (mangrove forest) ประเทศไทยมีป่าชายเลนหลายแหล่งแถบจังหวัดชายทะเลในภาคใต้ และภาคตะวันออกเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน้ำกร่อยมีสภาพแวดล้อมต่างจากป่าบกทั้งสภาพดิน ความเป็นกรด-เบส (pH) ความสมบูรณ์ของดิน (N,P,K) ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณป่าชายเลนต้องปรับตัวให้ดำรงชีพอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัน

กลุ่มพืชในป่าชายเลนได้แก่ แสม โกงกาง ลำพู มีรากค้ำจุนช่วยในการพยุงลำต้น มีรากหายใจโผล่พ้นดินขึ้นมาพืชพวกนี้มีใบหนา บางชนิดใบมีขนปกคลุม ใบมีลักษณะอวบน้ำ เพราะมีเนื้อเยื่อกักเก็บน้ำในใบและที่สำคัญไม่เหมือนพืชอื่น ๆ คือ ผลของพืชพวกนี้มีเมล็ด ซึ่งงอกตั้งแต่อยู่บนต้นแม่เมื่อหล่นลงสู่พื้นชายเลนก็จะเจริญได้ทันที เพราะผลเรียวยาวเสียบลงในเลนและตั้งเป็นต้นสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณป่าชายเลนมีทั้งสัตว์หน้าดิน ได้แก่ หอย ปู ปลาตีน ฯลฯ สัตว์ในดิน และนกจำนวนมากป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์อ่อนของสัตว์น้ำ ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในทะเลมากที่สุดพราะเป็นแหล่งที่ตัวอ่อนของสัตว์น้ำพวก กุ้ง หอย ปู ปลา เข้ามาอาศัยร่มเงาและหาอาหารในด้านนิเวศวิทยา ป่าชายเลนจัดว่าเป็นบริเวณที่มีผลผลิตทางชีวภาพสูง มีสัตว์นานาชนิดมีพันธุ์ไม้ที่เป็นพืชสมุนไพร ไม้โกงกางใช้เป็นเชื้อเพลิงที่ให้พลังงานสูงมากป่าชายเลนทำให้แผ่นดินงอกเป็นฉากกำบังลม ป้องกันการพังทลายของชายฝั่งรากช่วยกรองกสิ่งปฏิกูลต่าง ๆในน้ำลดความเน่าเสียของน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นสถานศึกษาหาความรู้และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อยใจปัจจุบันป่าชายเลนมีพื้นที่เหลือไม่ถึง 1,128,494 ไร่เท่านั้น จากที่เคยมีอยู่ถึง 2,229,375 ร่ชั่วระยะเวลาจากการสำรวจ เมื่อปี พ.ศ. 2504 ถึงปีพ.ศ. 2532
เด็กเก่งคับ (IP:125.24.54.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 พ.ย. 2550 (19:31)
ใครรุ้เกี่ยวกับระบบนิเวศน้ำจืดแบบละเอียด อยากได้ ห่วงโซ่อาหารด้วยครับ ขอเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
thanan20@hotmail.com (IP:124.121.101.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 8 พ.ย. 2550 (09:57)
สัตว์หน้าดิน



น้ำจืดมีอะไรบ้าง
อารียา (IP:125.25.27.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 6 ม.ค. 2551 (11:00)
ระบบนิเวศน้ำจืดแบบละเอียดเลยจะต้องทำให้เสด็จใครก็ได้ช่วยผมที่
monk-itachi@hotmail.com (IP:202.91.18.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 6 ม.ค. 2551 (11:04)
ระบบนิเวศคืออะไร

ระบบนิเวศ(Ecosystem)อาจใช้เรียกหน่วยของกลุ่มสิ่งมีชีวิตและปัจจัยแวดล้อม

ในพื้นที่กว้างๆแบบใดแบบหนึ่งโดยเน้นที่ความผูกพันกันของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

โครงสร้างของระบบนิเวศ

1.ส่วนที่เป็นส่วนที่มีชีวิต ได้แก่ พืช สัตว์ต่างๆ ไปจนถึง สัตว์ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้

2.ส่วนที่ไม่มีชีวิต ได้แก่ พลังงาน สสาร สภาพพื้นที่ และสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งพลังงานในระบบนิเวศมี

หลายรูปแบบด้วยกัน เช่น พลังงานความร้อนที่สร้าง สภาพแวดล้อมให้ เหมาะสมและก่อปรากฏการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ อันได้แก่ พลังงานแสง พลังงานไฟฟ้า พลังงานปรมาณู เป็นต้น



ระบบนิเวศมี4 แบบ



ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

ระบบนิเวศในทะเล

ระบบนิเวศป่าชายเลน

ระบบนิเวศป่าไม้













ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

ความสำคัญ

เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำ

เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ต่างๆ

เป็นแหล่งที่ให้น้ำในการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตร

ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำจืด

พืช เช่น จอก สาหร่าย แหน

สัตว์ เช่น หอย ปลาต่างๆ กุ้ง

ปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงชีพ

ปัจจัยต่างๆ ตามธรรมชาติ ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ปริมาณก๊าซออกซิเจน ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปริมาณแร่ธาตุ ความขุ่นใสของน้ำ

ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ ชนิด และปริมาณของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด

ปัจจัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งเมื่อชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ จะไปทำลายสิ่งมีชีวิตใน น้ำบางชนิด ทำให้มีผลกระทบต่อการถ่ายทอดพลังงานและสมดุลทางธรรมชาติในแหล่งน้ำ

สิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ ผู้ผลิต ได้แก่ พืชต่างๆ ซึ่งในแหล่งน้ำมีทั้งที่เป็นพวกแพลงก์ตอน (Plankton) สาหร่ายต่างๆ เฟิร์น และพืชดอก

ผู้บริโภคได้แก่ พวกแพลงก์ตอนสัตว์ แมลงต่างๆ และสัตว์พวกกินซากอินทรีย์

ผู้ย่อยสลาย มีทั้งพวกแบคทีเรีย เห็ด รา

ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด มี 2 ระบบ คือ

ชุมชนในแหล่งน้ำนิ่ง

ชุมชนในแหล่งน้ำไหล

การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในชุมชนแหล่งน้ำไหลแรง

มีโครงสร้างสำหรับเกาะหรือดูดติดกับพื้นผิวอย่างมั่นคง

สามารถสกัดเมือกเหนียวใช้ยึดเกาะ เช่นหอย

มีรูปร่างเพรียว เพื่อลดความต้านทานของกระแสน้ำ

มีรูปร่างแบนราบไปกับพื้นที่ผิวที่เกาะ

ชอบว่ายทวนน้ำอยู่เสมอ

เกาะติดกับพื้นผิวหรือซุกซ่อนตัวตามวัตถุใต้น้ำ



ระบบนิเวศในทะเล

ความสำคัญ

เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด

สิ่งมีชีวิตในทะเล

แพลงก์ตอน มีทั้งแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ เช่น ไดอะตอม กุ้งเคย ตัวอ่อนของเพรียงหิน และยังมีพวกสาหร่าย เช่น สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน

สิ่งมีชีวิตที่ว่ายน้ำเป็นอิสระ เช่น พวกปลาต่างๆ เต่า หมึก ปลาวาฬ ปลาโลมา

สิ่งมีชีวิตหน้าดิน พบอยู่ทั่วไป เช่น ฟองน้ำ ปะการัง เพรียงหิน หอยนางรม ดอกไม้ทะเล ปลิงทะเล ดาวทะเล หอยแครง พลับพลึงทะเล

ระบบนิเวศในทะเลมี 3 ชุมนุม

ชุมชนหาดทราย เป็นบริเวณที่ไม่เหมาะกับการอาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเลทั่วไป เพราะมีสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

ชุมชนหาดหิน เป็นบริเวณที่ประกอบไปด้วยหินเป็นส่วนใหญ่

ชุมชนแนวปะการัง ประกอบด้วยปะการังหลายชนิด มีรูปร่างต่างๆ กัน

ระบบนิเวศป่าชายเลน

ความสำคัญ

เป็นแหล่งอาศัยและขยายพันธุ์สัตว์น้ำ

เป็นตัวกลางทำให้เกิดความสมดุลระหว่างทะเลกับบก

เป็นแหล่งพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายอย่าง

เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์

เป็นฉากกำบังลม ป้องกันการชะล้างที่รุนแรงที่เกิดจากลมมรสุมและเป็นเสมือนกำแพงป้องกันการพังทลายของดิน

รากของพันธุ์ไม้ช่วยกรองสิ่งปฏิกูลต่างๆ ในน้ำ



ลักษณะของป่าชายเลน

ป่าชายเลน เกิดจากการทับถมของตะกอนบริเวณปากแม่น้ำ ประกอบไปด้วยทราย โคลน และดิน บริเวณที่ติดกับปากแม่น้ำเป็น ดินเหนียว ถัดไปเป็นดินร่วนและบริเวณที่ลึกเข้าไปจะมีทรายมากขึ้น นอกจากนี้ บริเวณต่างๆ ของป่าชายเลนยังแตกต่างในด้านของความเป็นกรด-เบส ความเค็ม รวมทั้ง ความสมบูรณ์ ของดิน ซึ่งวัดได้จากปริมาณของไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โปแตสเซียม (K)

ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลน

พืชจะมีรากค้ำจุน เพื่อช่วยพยุงลำต้นไม่ให้ล้ม เมื่ออยู่ในดินเลน

เมล็ดพืชจะงอกตั้งแต่อยู่บนต้นแม่

มีโครงสร้างของใบที่ทำให้สามารถเก็บสะสมน้ำได้มาก และมีโครงสร้างที่ป้องกันการสูญเสียน้ำโดยการคายน้ำ

สิ่งมีชีวิตที่อาศัยตามชายฝั่งป่าชายเลน

พืช ได้แก่ โกงกาง แสมดำ โปรงขาว โปรงหนู รังกะแท้ ชะคราม ตะบูน ตีนเป็ดทะเล ตาตุ่มทะเล ปรงทะเล เทียนทะเล ชลู ลำพู ลำแพน ถั่วขาว ผักเบี้ยทะเล

สัตว์ที่อยู่ตามรากพืช เช่น ปู หอยต่างๆ

สัตว์ที่อยู่ตามหน้าดินตามชายเลน ได้แก่ ปลาตีน ปูเสฉวน ปูแสม ทากทะเล หอยขี้นก กุ้งดีดขัน ปูก้ามดาบ

สัตว์ในดิน ได้แก่ ไส้เดือนทะเล หอยฝาเดียว









ระบบนิเวศป่าไม้

ความสำคัญ

แหล่งรวมพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าต่างๆ ช่วยกำบังลมพายุ

แหล่งต้นน้ำลำธาร ทำให้ฝนตกตามฤดูกาล

ช่วยควบคุมอุณหภูมิบนโลก ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวดิน และอากาศ

ผลิตก๊าซออกซิเจน (O2) และใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แหล่งสะสมปุ๋ยธรรมชาติ

ลดความรุนแรงของน้ำป่าและการพังทลายของหน้าดินที่เกิดจากกระแสน้ำไหลบ่า

ลักษณะของป่าไม้และสังคมสิ่งมีชีวิตในป่าของประเทศไทย เช่น

ป่าพรุ (Freshwater swamp forest) พบตามที่ลุ่มในภาคใต้ เป็นป่าที่มีน้ำจืดขังอยู่ตลอดปี และน้ำมีความเป็นกรดสูง ลักษณะของป่าแน่นทึบ พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ขนาดเล็ก เช่น หวาย หมากแดง เป็นต้น

ป่าสนเขา (Coniferous Forest Biomes) เป็นป่าเขียวตลอดปี ประกอบด้วยพืชพรรณพวกที่มีใบเรียวเล็ก เรียวยาว ขึ้นอย่างหนาแน่น มียอดปกคลุมทึบตลอดปี ไม่มีการผลัดใบ แสงผ่านลงมาถึงพื้นดินน้อย ดินเป็นกรด ขาดธาตุอาหาร สิ่งมีชีวิตที่พบ เช่น แมวป่า หมาป่า หมี เม่น กระรอก และนก

ป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest Biomes) เป็นป่าที่มีฝนตกตลอดปี พืชเป็นพวกใบกว้างไม่ผลัดใบ ปกคลุมหนาแน่น มีอุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช ประกอบด้วยไม้ยืนต้นนานาชนิด พื้นดินมีต้นไม้ขึ้นกระจัดกระจาย เพราะได้รับแสงไม่เพียงพอ พันธุ์ไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ยาง ไม้ตะเคียน บริเวณพื้นดินเป็นพวกเฟิร์น หวาย ไม้ไผ่และเถาวัลย์

ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

ระบบนิเวศน้ำจืด



ระบบนิเวศน้ำจืดแบ่งตามลักษณะของแหล่งน้ำเป็น 2 ประเภท คือ



1. แหล่งน้ำนิ่ง เช่น ทะเลสาบ บึง ถ้าเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ สามารถแบ่งเขตแหล่งน้ำนิ่งได้ 3 เขต คือ



1.1 เขตชายฝั่ง (Litoral zone) เป็นบริเวณรอบๆ แหล่งน้ำแสงส่องได้ถึงก้นน้ำ เป็นเขตที่มีผู้ผลิตและผู้บริโภคมากกว่าเขตอื่นๆ ผู้ผลิตบริเวณชายฝั่ง ได้แก่ พืชที่มีรากยึดอยู่ในพื้นดินใต้ท้องน้ำ บางส่วนของลำต้นฝังอยู่ใต้ดิน และบางส่วนโผล่ขึ้นเหนือน้ำเพื่อรับแสง ส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีเมล็ด เช่น กก บัว แห้วทรงกระเทียม กระจูด เป็นต้น พืชอีกชนิดใจเขตชายฝั่งเป็นพวกที่มีโครงสร้างอยู่ใต้น้ำทั้งหมด โผล่เฉพาะส่วนของดอกขึ้นเหนือน้ำ เช่น สาหร่ายข้าวเหนียว สาหร่ายหางกระรอก ดีปลีน้ำ นอกจากนี้ผู้ผลิตในเขตชายฝั่งยังประกอบด้วยแพลงก์ตอนพืชและพืชลอยน้ำ แพลงก์ตอนพืช ได้แก่ สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน และไดอะตอม พืชลอยน้ำ ได้แก่ จอก แหนไข่น้ำ จอกหูหนู แหนแดง

ผู้บริโภคในเขตชายฝั่งมีจำนวนมากเพราะมีผู้ผลิตอุดมสมบูรณ์สำหรับใช้เป็นอาหาร แหล่งอาศัยและที่หลบซ่อนศัตรู พวกที่เกาะกับวัตถุในน้ำ ได้แก่ หอยขม หอยโข่ง ตัวอ่อนแมลงปอเข็ม ไฮดรา พลานาเรีย โรติเฟอร์ ส่วนพวกที่เกาะพักตัวตามพื้นท้องน้ำ ได้แก่ แมลงปอยักษ์ ชีปะขาว กุ้งก้ามกราม หอยกาบเดียว หอบสองกาบ หนอนตัวกลมชนิดต่างๆ ยุง ฯลฯ พวกที่ว่ายน้ำอิสระ ได้แก่ แมลงต่างๆ เต่า ปลา แพลงก์ตอนที่พบ ได้แก่ ไรน้ำ โคพีพอด พวกที่ลอยตามผิวน้ำ ได้แก่ ด้วงตะพาบ ด้วงสี่ขา จิงโจ้น้ำ



1.2 ผิวน้ำหรือเขตกลางน้ำ (Limnetic zone) นับจากชายฝั่งเข้ามาจนถึงระดับลึกที่แสงส่องถึง มีความเข้มของแสงประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของแสงจากดวงอาทิตย์ ที่ระดับนี้อัตราการสังเคราะห์แสงมีค่าเท่ากับอัตราการหายใจ ในแหล่งน้ำขนาดเล็ก หรือแหล่งน้ำตื้นๆ จะไม่ปรากฎเขตนี้

สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่เป็นแพลงก์ตอนและพวกที่ว่ายน้ำอิสระ มีจำนวนชนิดและจำนวนสมาชิกน้อยกว่าเขตชายฝั่ง แพลงก์ตอนพืช ได้แก่ สาหร่ายสีเขียว ไดอะตอม สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับเขตชายฝั่ง ไดโนแฟลกเจลเลต ยูกลีนา วอลวอกซ์ แพลงก์ตอนสัตว์ ได้แก่ โคพีพอด โรติเฟอร์ ไรน้ำ สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ต่างชนิดกับเขตชายฝั่ง นอกจากนี้สัตว์อื่นๆ ในเขตกลางสระ ได้แก่ พวกที่ว่ายน้ำได้ เช่น ปลา



1.3 เขตก้นน้ำ (Profundal zone) เป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดจนถึงหน้าดินของพื้นท้องน้ำ กล่าวได้ว่า แหล่งน้ำขนาดเล็กจะไม่มีในเขตที่สามนี้ แสงส่องไม่ถึง จึงไม่มีผู้ผลิต สิ่งมีชีวิตที่พบ ได้แก่ รา แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน หนอนเลือด ตัวอ่อนยุง หอยสองกาบ หนอนตัวกลม เป็นต้น สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่มีออกซิเจนต่ำ เช่น ตัวอ่อนของยุงน้ำชนิดหนึ่ง(Phantom) มีถุงลมสำหรับช่วยในการลอยตัวและสำหรับเก็บออกซิเจนไว้ใช้

2. แหล่งน้ำไหล เช่น แม่น้ำ ลำธาร โครงสร้างของกลุ่มสิ่งมีชีวิตน้ำไหลขึ้นอยู่กับความเร็วของน้ำ แหล่งน้ำไหลนี้จึงแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ



2.1 เขตน้ำเชี่ยว เป็นเขตที่มีกระแสน้ำไหลแรง จึงไม่มีตะกอนสะสมใต้น้ำ สิ่งมีชีวิตในบริเวณนี้มักเป็นพวกที่สามารถเกาะติดกับวัตถุใต้น้ำ หรือคืบคลานไปมาสะดวก พวกที่ว่ายน้ำได้จะต้องเป็นพวกที่ทนทานต่อการต้านกระแสน้ำ แพลงก์ตอนแทบจะไม่ปรากฎในบริเวณนี้



2.2 เขตน้ำไหลเอื่อย เป็นช่วงที่มีความลึก ความเร็วของกระแสน้ำลดลง อนุภาคต่างๆ จึงตกตะกอนทับถมกันหนาแน่นในเขตนี้ มักไม่มีสัตว์เกาะตามท้องน้ำ เขตนี้เหมาะกับพวกที่ขุดรูอยู่ เช่น หอยสองกาบ ตัวอ่อนของแมลงปอ ชีปะขาว แพลงก์ตอนและพวกที่ว่ายน้ำได้



การปรับตัวของสัตว์ในแหล่งน้ำไหลโดยเฉพาะเขตน้ำเชี่ยว สัตว์มีการปรับตัวพิเศษเพื่อการอยู่รอดหลายวิธี เช่น

> มีโครงสร้างพิเศษสำหรับเกาะหรือดูดพื้นผิว เพื่อให้ติดแน่นกับพื้นผิว สิ่งมีชีวิตที่มี

อวัยวะพิเศษเช่นนี้ ได้แก่ แมลงหนอนปลอกน้ำ

> สร้างเมือกเหนียว เพื่อใช้ยึดเกาะ เช่น พลานาเรีย หอยกาบเดียว

> มีรูปร่างเพรียว เพื่อลดความต้านทานต่อกระแสน้ำ เช่น ปลา

> ปรับตัวให้แบน เพื่อยึดติดกับท้องน้ำได้แนบสนิทหรือเพื่อให้สามารถแทรกตัวอยู่ใน

ซอกแคบๆ หลีกเลี่ยงกระแสน้ำแรงๆ

3. ปากน้ำ ปากน้ำเป็นบริเวณที่น้ำมาบรรจบกันระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม ทำให้เป็นบริเวณที่มีน้ำ

กร่อยเกิดเป็นชุมชนรอยต่อระหว่างชุมชนน้ำจืดและน้ำเค็ม ลักษณะพิเศษที่เกิดขึ้นคือ มีสภาพทางชีววิทยาที่เอื้ออำนวยที่จะให้ผลผลิตอย่างสูงต่อสังคมมนุษย์

ปากน้ำที่เกิดขึ้นมีหลายชนิด มีภูมิประเทศต่างจากที่อื่นๆ และมีลักษณะทางธรณีที่สำคัญเกิดขึ้น มีการเจริญเติบโตไปจากฝั่งทะเลและจมลงไปจากปากน้ำ เช่น ปากน้ำเจ้าพระยา ปากน้ำเดลาแวร์(Delaware Bay) บางแห่งการเจริญเติบโตไปจากฟยอร์ดที่ลึก เช่น แม่โขง ปากแม่น้ำไนล์

ลักษณะที่สำคัญของปากน้ำมีดังนี้



1. ส่วนประกอบของน้ำคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกระแสน้ำขึ้นน้ำลงและการ

ไหลของแม่น้ำที่มาจากแผ่นดิน ความแตกต่างของปากน้ำนั้นมีความเค็มของเกลือที่ละลายในน้ำอยู่ระหว่าง 1/100 ถึง 34/1000 ppm. (น้ำทะเลมี 35 ppm.)



2. ระดับของแร่ธาตุต่างๆ มีสูง เนื่องจากความสัมบูรณ์ของสารอินทรีย์และการสะสมของ

สารเคมีที่ใช้ในการเกษตรซึ่งมาจากแผ่นดินไหลลงมาในน้ำ



3. อุณหภูมิและกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล วัน และชั่วโมง



4. ออกซิเจนที่ละลายในน้ำและระดับคาร์บอนไดออกไซด์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

ลักษณะต่างๆ เหล่านี้เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า ปากน้ำรองรับการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหว

และความไม่แน่นอน อันเนื่องมาจากมีความเข้มข้นของสารอาหารต่างๆ และฟองน้ำที่เกิดขึ้น ทำให้มีผลผลิตสูงขึ้น จึงมีชุมชนต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยสิ่งมีชีวิต คือ แพลงก์ตอน ปู หอย ปลา เช่น ปากน้ำเดลาแวร์ และกลายเป็นปากน้ำใหญ่ ปากน้ำส่วนใหญ่จะเป็นที่เพาะเลี้ยงดูตัวอ่อนของปลาทะเล



ผลผลิตขั้นปฐมภูมิของปากน้ำจะมาจาก 4 แหล่งใหญ่ๆ คือ



1. แพลงก์ตอนพืช ส่วนมากจะเป็นสาหร่ายเล็กๆ ที่ลอยอยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่างส่องไปถึง

2. พืชที่อยู่ในน้ำมีรากฝังอยู่กับพื้นดิน

3. พืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำบริเวณที่น้ำขึ้นน้ำลง

4. พืชที่ลอยอยู่ผิวน้ำ สาหร่ายเล็กๆ ที่ติดอยู่กับกิ่งไม้หรือติดกับดินทรายที่พัดมาทับถม

ดิน มีใบและลำต้นของพืชอยู่ใต้น้ำ



ผู้ผลิตขั้นปฐมภูมิที่สำคัญในบริเวณปากน้ำคือแพลงก์ตอน ได้แก่ สาหร่ายเล็กๆ ไดอะตอม

และพวกไดโนแฟลกเจลเลต(dinoflagellate) ซึ่งพวกนี้เป็นอาหารของพวกปลาโดยตรง กุ้ง ปู และแพลงก์ตอนสัตว์

พืชที่จมอยู่ใต้น้ำมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตขั้นแรก ทำให้ปากน้ำนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปากน้ำจะมีพวกต้นพืชมากมาย พืชเหล่านี้จะมีปริมาณลดลงถ้ามีมลพิษเกิดขึ้น หรือมีการรบกวน โดยเฉพาะถ้ากระแสน้ำแรงหรือความเค็มลดลง

ชุมชนสัตว์ในบริเวณปากน้ำเป็นพวกสัตว์ที่หากินอยู่กับพื้นดิน เช่น พวกปู หอยสองกาบ และหอยนางรม พวกไส้เดือน และพวกปลาที่ครีบรวมทั้งปลาหมึก ปลาดาว แตงกวาทะเล หอยเม่น ส่วนพวกปลาทะเลนั้นจะเข้ามาหากินในปากน้ำเป็นบางครั้ง

สัตว์ที่อยู่ในปากน้ำนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวต่อสภาวะการที่ไม่คงที่และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างน่าสนใจ กล่าวคือมีการปรับตัวในการควบคุมปริมาณน้ำไหลเข้าและออกจากร่างกายโดยวิธีออสโมซิส นั่นคือความสามารถในการรักษาระดับเกลือและน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลง และยังมีการปรับตัวเกี่ยวกับน้ำขึ้นน้ำลงและสภาพของคลื่นลมต่างๆ สัตว์ที่อยู่ในน้ำลึกๆ จะหลีกเลี่ยงจากคลื่นลมแรงๆ ได้โดยการขุดรูอยู่ในพื้นใต้ทะเล ปลาในบริเวณปากน้ำจะมีเวลาการพัฒนาช้า ตัวอ่อนของปลาจะยังคงอยู่ในไข่นานจนกระทั่งกล้ามเนื้อเจริญดีพอที่จะว่ายน้ำต้านคลื่นแรงๆได้ ไข่ของพวกปลาในบริเวณปากน้ำจะมีไข่แดงมากกว่าปลาทะเลอื่นๆ เพื่อใช้เป็นอาหารในขณะที่ระยะพัฒนาการยาวนาน



ปากน้ำในปัจจุบันมีความกดดันจากเรื่องมลพิษมาก และยังมีผลผลิตทางการค้าสูง เมืองใหญ่ๆ ที่สำคัญหลายเมืองในโลกที่ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำ เช่น นิวยอร์ค ฟิลาเดลเฟีย บัลติมอร์ ซาน ฟรานซิสโก กรุงเทพฯ ไซ่ง่อน โตเกียว ซึ่งมีประชากรหนาแน่น และปากแม่น้ำเหล่านี้มีผลผลิตของปลา หอย ซึ่งเป็นอาหารของมนุษย์ ปากน้ำหลายแห่งได้สูญเสียระบบทางชีววิทยาไปมาก เช่น เดลาแวร์เคยเป็นที่ซึ่งมีปลาและหอยอุดมสมบูรณ์ และสามารถทำเป็นอุตสาหกรรมได้ แต่ในปัจจุบันมีแต่พืชและสัตว์บางชนิดที่พอเหลืออยู่เท่านั้น ดังนั้นจึงมีปัญหาว่า ในปัจจุบันปากน้ำเป็นที่รองรับและดูดซึมของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นที่ขยายตัวของประชากร โดยการถมที่ปากน้ำให้เป็นที่อยู่อาศัยของประชากร เป็นต้น โดยไม่รู้คุณค่าของปากน้ำว่าเป็นที่ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรของโลกที่สำคัญมาก



ระบบนิเวศต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ เป็นระบบที่กว้างใหญ่ ยังมีระบบนิเวศแคบๆ เฉพาะเจาะจง ที่มีองค์ประกอบทางกายภาพและสังคมของสิ่งมีชีวิตที่ต่างไป เช่น ระบบนิเวศนาข้าว ระบบนิเวศขอนไม้ผุ ระบบนิเวศริมกำแพง ระบบนิเวศบนต้นไม้ ฯลฯ









หาปํญหาไม่ได้อะ....และการแก้ปัญหาต้องไปหาที่ไหนอะบอกที่คับ
monk-itachi@hotmail.com (IP:202.91.18.206)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 พ.ค. 2551 (18:41)
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล  มีประโยชน์มาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  โดยเฉพาะความคิดเห็นที่  29  ขอบคุณมากค่ะ 
การบ้านท่วมหัว (IP:124.120.123.152)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 18 มิ.ย. 2551 (23:00)
ไม่มีภาพเลยหรอครับ ....
pongpol007@hotmail.com (IP:124.121.196.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 26 ก.ค. 2551 (10:23)

อยากได้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศจำลองของทุ่งนา  และขอความกรุณาให้ความรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนนะค่ะ  อย่างรวดเร็วได้ไหมค่ะขอร้องหล่ะค่ะ


prettynan999@hotmail.com (IP:117.47.132.240)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 5 ส.ค. 2551 (01:46)

อยากได้ ภาพจำลองเกี่ยวกับคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ เช่น วงจรของออกซิเจนในน้ำ เป็นต้น
อยากได้หมดเลยอ่ะ จะได้เป็นความรู้อ่ะครับ พอดีเรียนมาแล้วไม่เข้าใจมากเท่าไหร่ แต่ถ้าเห็นภาพแล้วคงจะเข้าใจมากขึ้น 
หลายค่าพารามิเตอร์ก็ดีนะครับ........ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากๆๆเลย รวยๆๆๆๆๆครับ


jikko_go@hotmail.com (IP:119.42.66.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 5 ส.ค. 2551 (06:34)
อยากรู้ ระบบนิเวศน้ำจืดอยย่างลึกซึ้ง





ขอหล่ะคับ
strong_zar@hotmail.com (IP:118.174.141.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 13 ส.ค. 2551 (17:44)
ดีระบบนิเวศสวยมาก
แนน (IP:118.174.83.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 13 ส.ค. 2551 (17:46)
สวยมาก ระบบนิเวศใต้น้ำ
น้องแนน (IP:118.174.83.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 13 ส.ค. 2551 (17:49)
รักธรรมชาติ
นุ่น (IP:118.174.83.216)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 16 ก.ย. 2551 (13:15)
55555+รักธรรมชาติหาปํญหาไม่ได้อะ....และการแก้ปัญหาต้องไปหาที่ไหนอะบอกที่คับ
bas.nat.123@hotmail.com (IP:125.24.116.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 9 ต.ค. 2551 (15:52)

เป็นเว็บที่ให้ความรู้ดีมาก


teerapang_jojo@hotmail.com (IP:119.42.70.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 9 ต.ค. 2551 (15:56)

เว็บนี้จะดีมากถ้ามีภาพประกอบมาก


Aod-aod_aod@hotmail.com (IP:119.42.70.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 6 พ.ย. 2551 (17:47)

ขอบคุณค่ะ


ปอ (IP:124.157.239.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 พ.ย. 2551 (12:38)

อยากได้ชื่อสถานที่ที่มีระบบนิเวศน้ำจืดและข้อมูลพื้นที่ที่หาได้ค่ะ


1 (IP:125.25.56.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 22 พ.ค. 2552 (20:54)

ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดมีประโยชน์


annie_9826573@hotmail.com (IP:117.47.31.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 6 ก.ค. 2552 (13:11)

อยากได้ระบนิเวศน้ำกร่อย ไปทำการบ้านคร๊า
หายาก จังเรย


musashi_fino@hotmail.com (IP:118.173.148.72)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 28 ก.ค. 2552 (21:48)
thx v' much and more ^^
yoomzie (IP:124.120.40.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 1 ส.ค. 2552 (09:35)

อยากได้รายละเอียดระบบนิเวศในทะเลสาบ
ถ้าใครมีช่วยส่งให้ที
จะทำรายงานส่ง


thanwisai2@hotmail.com (IP:118.172.235.121)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม