|
" ดอกแก้ว "
โพสต์เมื่อ:
20:40 วันที่ 18 มี.ค. 2549 ชมแล้ว:
2,798
ตอบแล้ว:
11
. . . . . ผมรี่เข้าไปหยิบกระป๋องโค๊กที่ถูกวางทิ้งไว้ใต้ม้านั่งที่ป้ายรถเมล์
มาส่องดู แล้วกระดกกินน้ำหวานที่เหลืออยู่ติดก้นกระป๋องจนเกลี้ยง บีบ กระป๋องเปล่าให้แบน . แล้วยัดใส่ถุงปุ๋ยซึ่งมีขวดน้ำพลาสติกและกระป๋อง เปล่าอัดแน่นอยู่ภายใน จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 มี.ค. 2549 (20:45) . . . . . . . . ไม่รอช้าผมจูงมือดอกแก้วน้องสาวเพียงคนเดียวเบียดฝูงคนที่ยืน รอรถไปยังถังขยะใบใหญ่สามสี่ใบที่ตั้งอยู่ข้างป้ายรถเมล์ เราสองพี่น้องช่วย กันค้นหาขวดน้ำพลาสติกกระป๋องเครื่องดื่มและขยะที่พอมีราคาใส่กระสอบ ขวดพลาสติกนี้ถ้ามีน้ำติดอยู่ก้นขวด หากไม่กินก็ต้องเททิ้งให้หมด . มันจะได้ ไม่หนักถุงเวลาแบก . ทั้งขวดพลาสติก และกระป๋องเปล่าต้องกระทืบให้แบน จะได้ยัดใส่ถุงได้คราวละมากๆ . . . . . . . . ดอกแก้วเคยกระทืบกระป๋องน้ำอัดลมอย่างที่ผมสอน โชคร้ายไป เจอกระป๋องแหว่ง . เศษอลูมิเนียมบาดตีนเข้าลึก . เลือดไหลทะลักออกมา เป็นลิ่มๆ เหม็นคาวเลือดคลุ้ง ตีนบวมเป็นเดือนเด็กห้าขวบอย่างเธอยังเดียง สาเกินกว่าจะรู้จักดูแลตัวเองนัก . . . . . . . . เอ้า กินซะ . ผมยื่นถุงพลาสติกที่มีเศษข้าวเหนียวที่ค้นเจอให้ น้องสาว ดอกแก้วคว้าเข้าปากเคี้ยวจั๊บๆ มองลงในถุงข้าวตาแป๋ว . . . . . . . . ตั้งแต่ตื่นมายังไม่มีอะไรหล่นถึงท้องเราทั้งคู่เลย บางทีวันไหนดีหน่อย เราอาจเจอเศษอาหาร หรืออะไรที่พอกินได้ที่เขาทิ้งแล้ว . ซุกอยู่ในถังขยะให้พอ หายหิวได้บ้าง ไม่ต้อง ไปซื้อให้เปลืองตังค์ . . . . . . . . ที่ไหนที่คนเยอะ . คนพลุกพล่าน . ที่นั่นก็ย่อมมีขยะมากด้วยเช่นกัน ผมจึงไม่อายที่จะคุ้ยถังขยะต่อหน้าคนเยอะๆหากเราอายนั่นหมายถึงเราต้องอด . . . . . . . . เมื่อก่อนเราเคยหากินอยู่แถวหัวลำโพง . . . ที่ๆผู้คนมากหน้าหลายตา เดินกันขวักไขว่ . แม้ว่าขยะจะหาได้ง่ายพอๆกับผู้คนที่หนาตา . แต่การใช้ชีวิต อยู่ที่นั่น มันไม่ง่ายเลย หลายครั้ง ที่ถูกพวกจิ๊กโก๋ในถิ่นนั้น ขู่ไถเงินที่ได้จากการ ขายขวดไปจนเกลี้ยงโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง . . . . . เดี๋ยวกูถีบหงายหลังเลยไอ้เวร . . . . . พวกมันตะคอกใส่หน้าในคราวที่ผมไม่ยอมให้ค่าขวดแก่พวกมัน ปกติ ผมไม่ค่อยกล้าหือกับพวกนี้นักหรอก แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเราสองคนหิวไส้กิ่ว ออกอย่างนั้น . . . . . ครั้งนั้นผมโดนกระทืบจนระบมไปทั้งตัว เงินที่มีอยู่เกือบห้าสิบบาทถูก แย่งไปจนสิ้น . . . . . ไอ้สัตว์ !! กูหาแทบตาย สักวันกูจะฆ่าพวกมึงให้หมด ไอ้เหี้ย ผมถ่มน้ำลายปนเลือดทิ้ง ปาดน้ำตายันตัวลุกขึ้นกอดดอกแก้วที่ยืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆ * * * * * * * * * * ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 18 มี.ค. 2549 (20:55) . . . . . . . หลังจากวันนั้น . เราก็ย้ายทำเลหากินเรื่อยมา . เราเคยนั่งขอทาน ตามสะพานลอยอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่แคล้วถูกขอทานเจ้าถิ่นไล่ตะเพิดเอา อีกเช่นเคย . . . . . . . ชีวิตข้างถนนมันสอนให้ผมรู้ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนเห็นแก่ตัวด้วย กันทั้งสิ้น มือใครยาวสาวได้สาวเอา . . . ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเฉพาะเด็กจรจัด อย่างเราเท่านั้นหรอก แต่มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดอยู่ในสังคมมนุษย์ทุกชนชั้นนั่น แหละ . ผมเชื่ออย่างนั้น . . . . . . . . ข้างถนนนั้นเราต้องเผชิญกับความโหดร้าย . ความอดอยาก และ อันตรายนานา สิ่งที่เป็นเพื่อนกับมาตลอดคือ ความอ้างว้างโดดเดี่ยว โหยหิว และหวาดผวา . . แม้จะมีอิสระเสรี แต่ใครเล่าปรารถนาจะเป็นเช่นนี้ เราสอง พี่น้องก็เช่นกัน . . . . . . . . ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัว . ภาพเราสองคนหนุนตักยาย . . ฟังแก เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง . . . จำความได้ก็มีแต่ยายคนเดียวที่ดูแลเรามาตลอด ยายเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เรามีอยู่ แม้ว่าแกจะแก่ งกๆ เงิ่นๆ . . เดินเหินไม่ สะดวกแต่แกก็พยายามหาข้าวปลามาใส่ปากหลานทั้งสองคนให้หายหิวได้เสมอ ยายไม่เคยเปิดปากเอ่ยเรื่องพ่อแม่ให้เราได้ยิน . . . . . . . . ผมเองก็ไม่สนใจที่จะถาม แค่มีกิน มียายกับดอกแก้ว เพียงเท่านี้ผมก็ มีความสุขอักโข ไม่ต้องการใครอีกแล้ว ป่านนี้พวกเราคงมีความสุขดี ถ้าไม่มีวัน นั้น . วันที่เป็นจุดเริ่มต้นกับการได้ชื่อว่าเป็นเด็กเร่ร่อนของพวกเรา . . วันที่ไฟไหม้ชุมชนข้างกองขยะ . . วันที่หัวใจดวงน้อยของเราเจียนสลาย . . วันที่ไฟอัปรีย์มันพรากทุกอย่างของเราไป . . ไม่เว้นแม้กระทั่งคนแก่ๆ เช่นยาย * * * * * * * * * * * ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 มี.ค. 2549 (09:30) . . . . . . . . . . . . . .พระอาทิตย์เลยหัวไปนานมากแล้วผมแบกกระสอบตัวโก่งเดินลัดเข้า มาในซอยแห่งหนึ่งเพื่อเอาขวดน้ำไปขายให้เฮียเบ้ เหมือนทุกวันโดยมีดอกแก้วเดิน ตามหลังอยู่ใกล้ๆ . . ผมไม่เคยรู้เวลาเป็นโมงยามมานานแล้ว . รู้แต่เมื่อใดหิว เมื่อใด ง่วง เมื่อใดต้องรีบตื่นหรือเมื่อใดได้ขวดเยอะแล้วต้องรีบเอาขวดไปส่ง แลกกับเงินซื้อ ข้าว . . . . . . . . . . . . . . . ไอ้เฮียเบ้มันจะกดราคาเหมือนเมื่อวานหรือเปล่าก็ไม่รู้ . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ไม่รู้จะเอาเปรียบเด็กอย่างเราไปถึงไหน เน๊อะดอกแก้ว . . . . . . . . . . . . . .ผมหันไปดูเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ พบดอกแก้วกำลังยืนเกาะรั้วมอง เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ผมวางกระสอบมองตามเข้าไปในสนามหญ้าหน้าบ้าน . . . . . . . . . . . . . .เด็กอายุไล่เลี่ยกับดอกแก้วสองสามคนกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน เด็กคนหนึ่งปั่นจักรยานวนไปรอบๆ มีหมาขนปุยวิ่งหยอกอยู่ข้างๆ สักพักก็ผลัดกัน แวะไปอ้าปากกินข้าวที่แม่ป้อนให้ แล้วกลับมาเล่นใหม่ ทุกคนล้วนใส่เสื้อผ้าสวย สะอาดและรองเท้าผ้าใบ สีงามตา ท่าทางมีความสุขดี . . . . . . . . . . . . . ..ผมก้มมองตีนดำปี๋ของตังเอง มันเปลือยเปล่าไม่ได้สวมรองเท้ามานาน แล้ว เสื้อผ้าคือชุดเดิมตั้งแต่เริ่มจากชุมชนข้างกองขยะมา มันเก่าและขาดเป็นริ้ว สี ซีดหม่นจนมองไม่ออกว่า แต่เดิมนั้นมันเป็นสีอะไร ดอกแก้วก็ไม่ต่างกันเนื้อตัวมอม แมม ผมยาวรุงรัง สกปรก เหนียวติดกันเป็นกระจุก แข้งขามีแผลพุพองอยู่ทั่ว . . . . . . . . . . . . . . แม่อีดอกแก้ว ข่าวว่ามันเป็นหมอนวดอยู่ย่านซอยหมอเหล็ง มึงลอง ไปตามหามันดูซิ ป้าที่อาศัยอยู่ชุมชนข้างกองขยะด้วยกันบอกผมหลังจากวันไฟไหม้ ครั้งนั้น . . . . . . . . . . . . . . ? แม่ของดอกแก้วรึ.. ผมเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียว ในคราวที่เอาดอกแก้ว ที่ยังแบเบาะมาทิ้งไว้กับยายแล้วก็จากหายไปนับแต่นั้น . . . แน่นอนไม่มีวันเสียล่ะที่ผม กับดอกแก้วจะไปตามหาคนใจดำเช่นนั้นให้เสียเวลา . . . . . . . . . . . . . . เมื่อเสียงท้องร้องจ๊อกดังเตือนขึ้น ผมเอาชายเสื้อตัวเองเช็ดน้ำมูกบนใบ หน้าขมุกขมอมของน้องสาว แบกกระสอบขึ้นบ่าแล้วจูงเธอเดินจากมา . . . . . . . . . . . . . . เฮียเบ้มันโกงเราเหมือนเคย แต่จะทำอย่างไรได้ ผมนับดูเงินสามสิบสี่บาท ในมืออีกรอบ . . . . . . . . . . . . . . เสียงถอนหายใจทำให้ดอกแก้วหยุดยืนนิ่ง เอียงคอมองหน้าพี่ชาย ก่อนยื่น ฝรั่งช้ำๆที่เก็บได้จากข้างทางเท้ามาให้ตรงหน้า ผมหยิบมากัดคำโตก่อนส่งคืน ************ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 มี.ค. 2549 (10:15) . . . . . . . . . . . . . . ท้องฟ้าเริ่มมืดทึม ลมแรงพัดมา ผมยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกงจูงดอกแก้วเดิน ต่อไปเราข้ามสะพานน้ำครำ เดินเลี้ยวเข้าตรอกเพื่อลัดไปยังตลาดสด . . . . . . . . . . . . . . กลิ่นน้ำเน่าโชยมาผสานกับเสียงมอเตอร์ไซค์แผดลั่นและเสียงด่าทอ เรามา หยุดอยู่หน้าร้านข้าวมันไก่เล็กๆข้างตลาด ซิ้มเลยวัยกลางคนกำลังสาละวนกับการสับ ไก่ใส่จานให้ลูกค้าที่นั่งกันอยู่สองสามโต๊ะ . . . . . . . . . . . . . . อาซิ้มเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นเรามายืนจ้องหน้าร้านเรายืน กลืนน้ำลายต่อหน้า ไก่ตัวใหญ่ ที่ห้อยอยู่ในตู้กระจกหน้าร้าน อยู่นาน . . . . . . . . . . . . . . ไป๊..มายืนเกะกะอะไรหน้าร้านเนี๊ยะ . . . . . . . . . . . . . . เรามีตังค์ ซื้อสักห่อสิซิ้ม ผมยิ้ม ยื่นเงินแบงค์ยี่สิบให้ดู อาซิ้มไม่พูดอะไร ตักข้าวใส่ห่อ หยิบเศษไก่ที่วางอยู่ขึ้นมาสับ . . . . . . . . . . . . . . อาซิ้มขอกระดูกไก่ด้วยได้ไม๊ เรากินได้ ผมกลืนน้ำลาย แกหยิบห่อข้าวมันไก่ใส่ถุงพลาสติก และหยิบเศษซี่โครงไก่ข้างเขียงใส่ลงไปในถุงด้วย ยื่นให้มา . . . . . . . . . . . อาซิ้มไม่ให้น้ำจิ้มด้วยเหรอ ผมก้มลงมองในถุง อาซิ้มยัดถุงน้ำจิ้มลงในถุงก่อนดึงแบงค์ไปจากมือ ยืนเท้าสะเอว . . . . . . . . . . . อะไรกัน นี่ฉันแถมให้ตั้งเยอะแล้วนะ ยังเรื่องมากอีกเหรอ . . . . . . . . . . . รีบไปเลยนะ ! เดี๋ยวลูกค้าฉันเหม็นสาบพวกแก พาลจะกินไม่ลงกันซะหมด เสียงหล่อนยังดังไล่หลังเรามา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 มี.ค. 2549 (13:11) . . . . . . . . . . . . . . ผมฉีกยิ้มให้ดอกแก้ว ท่าทางดอกแก้วจะชอบข้าวมันไก่ เธอหัวเราะเสียงสดใส เราสองพี่น้องจูงมือกันวิ่งไป หัวเราะไป เราลัดเลาะหลบฝนที่เริ่มโปรยบางๆลงมาไปตามข้างคลองน้ำครำ ข้ามถนน วิ่งลัดเข้าซอยนั้น ทะลุออกซอยนี้ จนมาถึงซอยที่เราอาศัยอยู่ ซอยนี้ทั้งแคบและเปลี่ยว ตามข้างทางทิ้งระยะห่างๆจะมีหลอดไฟข้างทางสัก ดวงพอให้เห็นความขี้เหร่ของพื้นซอยลูกรังอยู่บ้าง ท้ายซอยเมื่อก่อนเคยมีโรง งานเล็กๆอยู่ แต่ ปิดไปนานแล้ว มันเลยพลอยทำให้ทั้งซอยดูเหมือนจะปิดตัว ตามไป เราหยุดวิ่งเมื่อใกล้ถึงตึกร้างเล็กๆข้างหน้า ผมจูงมือดอกแก้วเดินจ้ำเบาๆผ่าน ที่นี่มีพวกขี้ยาที่มักจะหลบมารวมกลุ่มนั่งดมกาวใต้ตึกเป็นประจำ . . . . . . . . . . . . . . เฮ้ย!! ถืออะไรมาว่ะ ไหนดูหน่อยเด๊ะ นั่นไง!!เสียงหนึ่งในนั้น ทักขึ้นมา . . เรารีบจ้ำยาวๆจนกลายเป็นวิ่งในที่สุด . . . . . . . . . . . . . . เห็นพวกกูเป็นผีรึไงว่ะ ไอ้พวกนี้วอนซะแล้ว ไอ้ขี้ยาที่โพกหัว ด้วยผ้าเช็ดหน้าสีแดงลุกขึ้นมาโวยวาย ก่อนเดินกลับไปนั่งในกลุ่มตามเดิม . . . . . . . . . . . . . . เราซุกตัวในท่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ที่วางนอนราบกับพื้นในที่รกร้าง ข้างโรงงานหลังจากที่กินพอหายหิวแล้วเหมือนทุกวัน ผมไม่อยากใช้คำว่ากินอิ่มแล้วเลย เพราะน้อยครั้งนักที่เราจะได้สัมผัสกับคำ นั้นจริงๆ . . . . . . . . . . . . . . ฝนข้างนอกยังโปรยละอองมาเบาๆไม่หยุด ผมดึงเศษผ้าห่มเก่าๆมา ห่มให้ตัวเอง และน้องสาวซึ่งขดร่างน้อยๆ อยู่ข้างกาย ถ้าวันไหนอากาศร้อนฝนไม่ตกเหมือนวันนี้เรามักไปเล่นน้ำในคลองที่อยู่อีก ฝากของซอยอยู่บ่อยๆ ผมว่ายน้ำไม่เก่งก็เลยได้แต่เล่นกันที่ตื้นๆ .. ( ผมวักน้ำใส่ดอกแก้วซึ่งกำลังหัวเราะร่าหลบน้ำที่กระเด็นมาโดน แล้ว บอกน้องว่า ผมอยากเป็นปลา จะได้ว่ายน้ำเก่งๆอยากว่ายไปไหนก็ได้ ไม่ต้อง มาเก็บขวดอีก ดอกแก้วยิ้มแฉ่ง บอกว่า ดอกแก้วก็จะเป็นปลากับพี่ชายด้วย เหมือนกัน ) .. . . . . . . . . . . . . . . ทุกสิ่งในโลกล้วนมีคุณค่าในตัวของมันเอง แม้แต่ก้อนดินก้อนหนึ่ง ยังสามารถหล่อเลี้ยงต้นไม้ ต้นหญ้า หรือสัตว์เล็กๆที่อยู่ในดินได้ คนเราก็เช่น กัน เกิดมาย่อมมีคุณค่าด้วยกันทุกคน เสียงคำสอนของยายยังแว่วดังมาในหัว เสียงฝนโปรยแผ่วลงในตอนที่ผมผลอยหลับไป * * * * * * * * * * ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 เม.ย. 2549 (11:23) . . . . . . . . . . . ตื่นมาเกือบเที่ยงของอีกวัน พบว่าดอกแก้วตัวอุ่นๆ งัวเงียไม่ยอมตื่น ผมใจหายวาบรู้ว่าน้องไม่สบายแน่ คงเป็นเพราะฝนเมื่อวาน ผมกุลีกุจอลุกขึ้นดึงผ้ามาห่มให้ นั่งนิ่งมองน้องทำอะไรไม่ถูก สักพักจึงบอกดอกแก้วว่าจะออกไปหาอะไรมาให้กิน . . . . . . . . . . . เมื่อได้เศษก้อนขนมกับกล้วยน้ำว้าเหี่ยวๆสีดำช้ำจากถังขยะก็รีบเอาไปแบ่งให้น้องกินโดยไม่ลืมจะหยิบขวดน้ำพลาสติกที่มีน้ำเหลือติดก้นขวดไปด้วย . . . . . . . . . . . เวลาพระอาทิตย์เลยหัว ผมทิ้งดอกแก้วไปคุ้ยหาขวดตามลำพังเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มดีขึ้นแล้ว เหมือนฟ้าแกล้ง ขวดน้ำหรือขยะที่พอจะขายได้แทบจะไม่มีให้เห็นเลย . . . . . . . . . . . ผมแบกกระสอบที่มีขยะเพียงครึ่งถุงวิ่งซอกแซกคุ้ยตามถังขยะทุกถัง กองขยะทุกกอง กินบ้างเก็บบ้าง เมื่อคิดว่าได้พอแล้วก็ตรงไปยังซอยเฮียเบ้ทันที ซึ่งกว่าจะไปถึงก็ได้เวลาที่หลายครอบครัวเริ่มปิดบ้านกันแล้ว เฮียเบ้ก็เหมือนกัน แกจึงไม่ยอมรับซื้อบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ผมขอร้องจนแทบจะลงกราบตีนให้แกรับซื้อ อ้างสารพัดเหตุผลเท่าที่เด็กอย่างผมจะคิดได้ในตอนนั้น . . . . . . . . . . . เสียงเฮียเบ้ยังบ่นไม่หยุดขณะที่ผมหิ้วกระสอบเปล่าและยัดเงินสามสิบกว่าบาทใส่กระเป๋ากางเกงวิ่งจากมา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 เม.ย. 2549 (09:13) . . . . . . . . . . . . . . . ฝนเริ่มตั้งเค้าจะตกอีกแล้ว ใบไม้แห้งสองสามใบปลิวตาม แรงลมกระทบกับใบหน้า ผมเดินจ้ำยาวๆเข้าซอยโรงงาน ในมือถือถุงใส่ห่อข้าว มันไก่ของดอกแก้วกับผลน้อยหน่าสองสามลูกที่ลักเด็ดจากต้นของเขามา แน่ล่ะ ผมไม่ลืมที่จะแวะซื้อยาแก้ไข้ซองเล็กๆติดกระเป๋ามาด้วย . .ผมเหลือบตา แลดูใต้ตึกร้าง โชคดีไม่มีกลุ่มไอ้พวกขี้ยานั่งอยู่ . . . . . . . . . . . ฟ้าเริ่มส่งเสียงคำราม แสงฟ้าแลบแปล๊บปลาบมีมาเป็นระยะ ผมก้มมุดท่อซีเมนต์อันเป็นที่ซุกหัวนอน และใจหายว๊าบไปกับแสงฟ้าแลบ ดอกแก้วไม่อยู่ เธอหายไปไหน คำถามนับสิบ ข้อสันนิฐานนับร้อยถูกตั้งขึ้นมา . . . . . . . . . . . ผมเริ่มวิ่งวนไปรอบๆ ตะโกนเรียกหา นึกโกรธตัวเองที่ทิ้งเธอไว้ตาม ลำพัง ผมมุดรั้วสังกะสีลุยดงหญ้าเข้าไปในโรงงานร้าง เธออาจมาหลบฝนใน นี้ก็ได้ ผมคิดในแง่ดี ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทาง เพราะในโรงงานร้างทั้งน่ากลัวและ อันตรายทั้งจากกองไม้ผุพัง เศษตะปู และงู มีผีด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งปกติเราไม่ เคยคิดเข้าไปแน่ . . . . . . . . . . . ชั่วอึดใจที่ท้ายโรงงาน ผมรีบวิ่งเข้าไปเมื่อเห็นตีนน้อยๆโผล่มา จากหลังกองไม้เก่า ผมชาไปทั้งตัวเมื่อเห็นดอกแก้วนอนหงายนิ่งแผ่หราอยู่ ตัวเธอซีดมีรอยเขียวช้ำ มุมปากเขียว มีเลือดไหลซิบๆ กระโปรงสีหม่นถูกถลก ไว้บนอก ระหว่างขามีเลือดไหลซึมนอง ข้างกายมีผ้าโพกหัวสีแดงตกอยู่ . . . . . . . . . . . ผมดึงตัวดอกแก้วขึ้นมากอด ตัวเธออ่อนระโหย ลมหายใจแผ่วเบา น้ำตาของเด็กอายุสิบสามอย่างผมไหลทะลักล้นออกมา ผมวางเธอลง คำราม ไม่เป็นภาษา คว้าผ้าโพกหัวและท่อนไม้วิ่งออกมาจากโรงงาน . . . . . . . . . . . ไอ้พวกเหี้ย..!! ! . . . . . . . . . . . ผมปรี่เข้าฟาดไม้กลางกกหูของหนึ่งในนั้นทันทีเมื่อพบว่าพวก มันยังกลับมานั่งดมกาวที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น . . . . . . . . . . . ผมตวัดไม้อย่างบ้าคลั่ง วงทั้งวงแตกกระจาย . . . . . . . . . . . พลั๊ก !!.. . . . . . . . . . . . มันคนหนึ่งถีบผมกลางหลัง ท่อนไม้กระเด็นหลุดจากมือ ผมตะกายจะไปคว้า . . . . . . . . . . . แต่ช้าไปแล้ว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 22 เม.ย. 2549 (12:11) . . . . . . . . . . . ผมหิ้วร่างอันบอบช้ำสะบักสะบอมของตัวเองกลับมายังโรงงาน ปาดเลือดที่ไหลจากหางคิ้วจะเข้าตา เช็ดทั้งน้ำตาทั้งเลือดที่ไหลปนกัน ถุย ทรายออกจากปาก . . . . . . . . . . . ผมร้องคำรามตะโกนลั่นเหมือนคนบ้า เมื่ออุ้มดอกแก้วขึ้นมากอด และพบว่าลมหายใจที่แผ่วเบาเมื่อกี้นั้นไม่มีอีกแล้ว เธอตายแล้วใช่ไหม ? . . . . . . . . . . . สุดจะบรรยายหัวใจดวงดวงนี้ของผมปริ่มจะขาดรอน ผมนั่งร้องไห้ ตรงนั้นอยู่นาน ..เนิ่นนาน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 เม.ย. 2549 (19:45) . . . . . . . . . . . ผมอุ้มกระเต็งร่างน้อยผอมแห้งไร้วิญญาณของดอกแก้วขึ้นเอว ใบหน้ามอมแมมของเธอซบกันหัวไหล่พี่ชาย น้ำตาผมไหลออกมาอย่างเงียบๆ ไม่มีคำพูดใด ไม่มีเสียงสะอื้น หรือเสียงใดหลุดรอดออกมา ผมเดินย่ำออกไป ในความมืด . . . . . . . . . . . ลมพัดมาอื้ออึง ฝนตกลงมาอย่างหนัก ตัวของเราเปียกปอน น้ำฝน ชำระความสกปรก กลิ่นเหม็นสาบ และเลือดออกจากตัวของเด็กจรจัดอย่างเรา สมองของผมวางเปล่าไม่รู้สึกร้อนหนาวใด แต่ล่ะก้าวย่างช่างทรมานอย่างทุเรศ เหลือเกิน . . . . . . . . . . . บัดนี้น้ำในคลองที่เราเคยเล่นบ่อยๆ ระยิบระยับเป็นสวยงามประกาย ด้วยเม็ดฝนที่ตกกระทบและสะท้อนกับแสงไฟ . . . . . . . . . . . ผมมาหยุดอยู่ตรงนั้น . . . . . . . . . . . ตอนนี้ต้นดอกแก้วที่เคยพึ่งพิงดินอย่างผมไม่มีอีกแล้วครับยายผม จะเหลือคุณค่าใดอีก ผมมันเป็นแค่ขี้ดินที่ไร้ค่าเท่านั้นใช่ไหม . . . . . . . . . . . ไปกันนะดอกแก้ว เราไปเป็นปลาอย่างที่อยากเป็นด้วยกัน ผมกระซิบเบาๆก่อนอุ้มเธอค่อยๆก้าวลงคลองไปอย่างช้าๆ * * * * * * * * * * * ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 26 เม.ย. 2549 (19:47) (......) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 26 เม.ย. 2549 (19:47) . . . . . . . . . . . ฝนฟ้าเริ่มเบาบาง ลมแรงสงบลง หยดน้ำเกาะตามใบหญ้าค่อยหล่น ลงดิน น้ำในคลองไหลเอื่อยอย่างอ้อยอิ่ง ดินริมตลิ่งถูกกระแสน้ำกัดเซาะร่วงลงกลายเป็นระลอกคลื่นบางๆ ตีวงกว้าง แล้วค่อยๆเลือนหายไปกับกระแสน้ำ * * * * * * * * * * หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |