คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
" ดอกแก้ว "
โพสต์เมื่อ: 20:40 วันที่ 18 มี.ค. 2549         ชมแล้ว: 2,798 ตอบแล้ว: 11
. . . . . ผมรี่เข้าไปหยิบกระป๋องโค๊กที่ถูกวางทิ้งไว้ใต้ม้านั่งที่ป้ายรถเมล์
มาส่องดู แล้วกระดกกินน้ำหวานที่เหลืออยู่ติดก้นกระป๋องจนเกลี้ยง บีบ
กระป๋องเปล่าให้แบน . แล้วยัดใส่ถุงปุ๋ยซึ่งมีขวดน้ำพลาสติกและกระป๋อง
เปล่าอัดแน่นอยู่ภายใน

หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 มี.ค. 2549 (20:45)
. . . . . . . . ไม่รอช้าผมจูงมือดอกแก้วน้องสาวเพียงคนเดียวเบียดฝูงคนที่ยืน
รอรถไปยังถังขยะใบใหญ่สามสี่ใบที่ตั้งอยู่ข้างป้ายรถเมล์ เราสองพี่น้องช่วย
กันค้นหาขวดน้ำพลาสติกกระป๋องเครื่องดื่มและขยะที่พอมีราคาใส่กระสอบ
ขวดพลาสติกนี้ถ้ามีน้ำติดอยู่ก้นขวด หากไม่กินก็ต้องเททิ้งให้หมด . มันจะได้
ไม่หนักถุงเวลาแบก . ทั้งขวดพลาสติก และกระป๋องเปล่าต้องกระทืบให้แบน
จะได้ยัดใส่ถุงได้คราวละมากๆ

. . . . . . . . ดอกแก้วเคยกระทืบกระป๋องน้ำอัดลมอย่างที่ผมสอน โชคร้ายไป
เจอกระป๋องแหว่ง . เศษอลูมิเนียมบาดตีนเข้าลึก . เลือดไหลทะลักออกมา
เป็นลิ่มๆ เหม็นคาวเลือดคลุ้ง ตีนบวมเป็นเดือนเด็กห้าขวบอย่างเธอยังเดียง
สาเกินกว่าจะรู้จักดูแลตัวเองนัก

. . . . . . . . “เอ้า…กินซะ” . ผมยื่นถุงพลาสติกที่มีเศษข้าวเหนียวที่ค้นเจอให้
น้องสาว ดอกแก้วคว้าเข้าปากเคี้ยวจั๊บๆ มองลงในถุงข้าวตาแป๋ว

. . . . . . . . ตั้งแต่ตื่นมายังไม่มีอะไรหล่นถึงท้องเราทั้งคู่เลย บางทีวันไหนดีหน่อย
เราอาจเจอเศษอาหาร หรืออะไรที่พอกินได้ที่เขาทิ้งแล้ว . ซุกอยู่ในถังขยะให้พอ
หายหิวได้บ้าง ไม่ต้อง ไปซื้อให้เปลืองตังค์

. . . . . . . . ที่ไหนที่คนเยอะ . คนพลุกพล่าน . ที่นั่นก็ย่อมมีขยะมากด้วยเช่นกัน
ผมจึงไม่อายที่จะคุ้ยถังขยะต่อหน้าคนเยอะๆหากเราอายนั่นหมายถึงเราต้องอด

. . . . . . . . เมื่อก่อนเราเคยหากินอยู่แถวหัวลำโพง . . . ที่ๆผู้คนมากหน้าหลายตา
เดินกันขวักไขว่ . แม้ว่าขยะจะหาได้ง่ายพอๆกับผู้คนที่หนาตา . แต่การใช้ชีวิต
อยู่ที่นั่น มันไม่ง่ายเลย หลายครั้ง ที่ถูกพวกจิ๊กโก๋ในถิ่นนั้น ขู่ไถเงินที่ได้จากการ
ขายขวดไปจนเกลี้ยงโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง

. . . . . “ เดี๋ยวกูถีบหงายหลังเลยไอ้เวร ”
. . . . . พวกมันตะคอกใส่หน้าในคราวที่ผมไม่ยอมให้ค่าขวดแก่พวกมัน ปกติ
ผมไม่ค่อยกล้าหือกับพวกนี้นักหรอก แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเราสองคนหิวไส้กิ่ว
ออกอย่างนั้น
. . . . . ครั้งนั้นผมโดนกระทืบจนระบมไปทั้งตัว เงินที่มีอยู่เกือบห้าสิบบาทถูก
แย่งไปจนสิ้น
. . . . . “ ไอ้สัตว์ !! กูหาแทบตาย สักวันกูจะฆ่าพวกมึงให้หมด ไอ้เหี้ย ”
ผมถ่มน้ำลายปนเลือดทิ้ง ปาดน้ำตายันตัวลุกขึ้นกอดดอกแก้วที่ยืนร้องไห้อยู่ใกล้ๆ



* * * * * * * * * *
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 18 มี.ค. 2549 (20:55)
. . . . . . . หลังจากวันนั้น . เราก็ย้ายทำเลหากินเรื่อยมา . เราเคยนั่งขอทาน
ตามสะพานลอยอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่แคล้วถูกขอทานเจ้าถิ่นไล่ตะเพิดเอา
อีกเช่นเคย

. . . . . . . ชีวิตข้างถนนมันสอนให้ผมรู้ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนเห็นแก่ตัวด้วย
กันทั้งสิ้น มือใครยาวสาวได้สาวเอา . . . ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเฉพาะเด็กจรจัด
อย่างเราเท่านั้นหรอก แต่มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดอยู่ในสังคมมนุษย์ทุกชนชั้นนั่น
แหละ . ผมเชื่ออย่างนั้น…


. . . . . . . . ข้างถนนนั้นเราต้องเผชิญกับความโหดร้าย . ความอดอยาก และ
อันตรายนานา สิ่งที่เป็นเพื่อนกับมาตลอดคือ ความอ้างว้างโดดเดี่ยว โหยหิว
และหวาดผวา . . แม้จะมีอิสระเสรี แต่ใครเล่าปรารถนาจะเป็นเช่นนี้ เราสอง
พี่น้องก็เช่นกัน

. . . . . . . . ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัว . ภาพเราสองคนหนุนตักยาย . . ฟังแก
เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง . . . จำความได้ก็มีแต่ยายคนเดียวที่ดูแลเรามาตลอด
ยายเป็นญาติเพียงคนเดียวที่เรามีอยู่ แม้ว่าแกจะแก่ งกๆ เงิ่นๆ . . เดินเหินไม่
สะดวกแต่แกก็พยายามหาข้าวปลามาใส่ปากหลานทั้งสองคนให้หายหิวได้เสมอ
ยายไม่เคยเปิดปากเอ่ยเรื่องพ่อแม่ให้เราได้ยิน

. . . . . . . . ผมเองก็ไม่สนใจที่จะถาม แค่มีกิน มียายกับดอกแก้ว เพียงเท่านี้ผมก็
มีความสุขอักโข ไม่ต้องการใครอีกแล้ว ป่านนี้พวกเราคงมีความสุขดี ถ้าไม่มีวัน
นั้น . วันที่เป็นจุดเริ่มต้นกับการได้ชื่อว่าเป็นเด็กเร่ร่อนของพวกเรา
. . วันที่ไฟไหม้ชุมชนข้างกองขยะ
. . วันที่หัวใจดวงน้อยของเราเจียนสลาย
. . วันที่ไฟอัปรีย์มันพรากทุกอย่างของเราไป . . ไม่เว้นแม้กระทั่งคนแก่ๆ เช่นยาย


* * * * * * * * * * *
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 มี.ค. 2549 (09:30)
. . . . . . . . . . . . . .พระอาทิตย์เลยหัวไปนานมากแล้วผมแบกกระสอบตัวโก่งเดินลัดเข้า
มาในซอยแห่งหนึ่งเพื่อเอาขวดน้ำไปขายให้เฮียเบ้ เหมือนทุกวันโดยมีดอกแก้วเดิน
ตามหลังอยู่ใกล้ๆ . . ผมไม่เคยรู้เวลาเป็นโมงยามมานานแล้ว . รู้แต่เมื่อใดหิว เมื่อใด
ง่วง เมื่อใดต้องรีบตื่นหรือเมื่อใดได้ขวดเยอะแล้วต้องรีบเอาขวดไปส่ง แลกกับเงินซื้อ
ข้าว
. . . . . . . . . . . . . . .“ ไอ้เฮียเบ้มันจะกดราคาเหมือนเมื่อวานหรือเปล่าก็ไม่รู้ ”
. . . . . . . . . . . . . . “ ……… ”
. . . . . . . . . . . . . . “ไม่รู้จะเอาเปรียบเด็กอย่างเราไปถึงไหน เน๊อะดอกแก้ว”
. . . . . . . . . . . . . .ผมหันไปดูเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ พบดอกแก้วกำลังยืนเกาะรั้วมอง
เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ผมวางกระสอบมองตามเข้าไปในสนามหญ้าหน้าบ้าน
. . . . . . . . . . . . . .เด็กอายุไล่เลี่ยกับดอกแก้วสองสามคนกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
เด็กคนหนึ่งปั่นจักรยานวนไปรอบๆ มีหมาขนปุยวิ่งหยอกอยู่ข้างๆ สักพักก็ผลัดกัน
แวะไปอ้าปากกินข้าวที่แม่ป้อนให้ แล้วกลับมาเล่นใหม่ ทุกคนล้วนใส่เสื้อผ้าสวย
สะอาดและรองเท้าผ้าใบ สีงามตา ท่าทางมีความสุขดี
. . . . . . . . . . . . . ..ผมก้มมองตีนดำปี๋ของตังเอง มันเปลือยเปล่าไม่ได้สวมรองเท้ามานาน
แล้ว เสื้อผ้าคือชุดเดิมตั้งแต่เริ่มจากชุมชนข้างกองขยะมา มันเก่าและขาดเป็นริ้ว สี
ซีดหม่นจนมองไม่ออกว่า แต่เดิมนั้นมันเป็นสีอะไร ดอกแก้วก็ไม่ต่างกันเนื้อตัวมอม
แมม ผมยาวรุงรัง สกปรก เหนียวติดกันเป็นกระจุก แข้งขามีแผลพุพองอยู่ทั่ว

. . . . . . . . . . . . . . “ แม่อีดอกแก้ว ข่าวว่ามันเป็นหมอนวดอยู่ย่านซอยหมอเหล็ง มึงลอง
ไปตามหามันดูซิ ” ป้าที่อาศัยอยู่ชุมชนข้างกองขยะด้วยกันบอกผมหลังจากวันไฟไหม้
ครั้งนั้น
. . . . . . . . . . . . . . ? แม่ของดอกแก้วรึ.. ผมเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียว ในคราวที่เอาดอกแก้ว
ที่ยังแบเบาะมาทิ้งไว้กับยายแล้วก็จากหายไปนับแต่นั้น . . . แน่นอนไม่มีวันเสียล่ะที่ผม
กับดอกแก้วจะไปตามหาคนใจดำเช่นนั้นให้เสียเวลา

. . . . . . . . . . . . . . เมื่อเสียงท้องร้องจ๊อกดังเตือนขึ้น ผมเอาชายเสื้อตัวเองเช็ดน้ำมูกบนใบ
หน้าขมุกขมอมของน้องสาว แบกกระสอบขึ้นบ่าแล้วจูงเธอเดินจากมา

. . . . . . . . . . . . . . เฮียเบ้มันโกงเราเหมือนเคย แต่จะทำอย่างไรได้ ผมนับดูเงินสามสิบสี่บาท
ในมืออีกรอบ
. . . . . . . . . . . . . . เสียงถอนหายใจทำให้ดอกแก้วหยุดยืนนิ่ง เอียงคอมองหน้าพี่ชาย ก่อนยื่น
ฝรั่งช้ำๆที่เก็บได้จากข้างทางเท้ามาให้ตรงหน้า ผมหยิบมากัดคำโตก่อนส่งคืน

************
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 มี.ค. 2549 (10:15)
. . . . . . . . . . . . . . ท้องฟ้าเริ่มมืดทึม ลมแรงพัดมา ผมยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกงจูงดอกแก้วเดิน
ต่อไปเราข้ามสะพานน้ำครำ เดินเลี้ยวเข้าตรอกเพื่อลัดไปยังตลาดสด
. . . . . . . . . . . . . . กลิ่นน้ำเน่าโชยมาผสานกับเสียงมอเตอร์ไซค์แผดลั่นและเสียงด่าทอ เรามา
หยุดอยู่หน้าร้านข้าวมันไก่เล็กๆข้างตลาด ซิ้มเลยวัยกลางคนกำลังสาละวนกับการสับ
ไก่ใส่จานให้ลูกค้าที่นั่งกันอยู่สองสามโต๊ะ

. . . . . . . . . . . . . . อาซิ้มเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นเรามายืนจ้องหน้าร้านเรายืน กลืนน้ำลายต่อหน้า
ไก่ตัวใหญ่ ที่ห้อยอยู่ในตู้กระจกหน้าร้าน อยู่นาน
. . . . . . . . . . . . . . “ ไป๊..มายืนเกะกะอะไรหน้าร้านเนี๊ยะ ”

. . . . . . . . . . . . . . “ เรามีตังค์…ซื้อสักห่อสิซิ้ม ” ผมยิ้ม ยื่นเงินแบงค์ยี่สิบให้ดู
อาซิ้มไม่พูดอะไร ตักข้าวใส่ห่อ หยิบเศษไก่ที่วางอยู่ขึ้นมาสับ
. . . . . . . . . . . . . . “ อาซิ้มขอกระดูกไก่ด้วยได้ไม๊…เรากินได้ ” ผมกลืนน้ำลาย
แกหยิบห่อข้าวมันไก่ใส่ถุงพลาสติก และหยิบเศษซี่โครงไก่ข้างเขียงใส่ลงไปในถุงด้วย
ยื่นให้มา
. . . . . . . . . . . “ อาซิ้มไม่ให้น้ำจิ้มด้วยเหรอ ” ผมก้มลงมองในถุง
อาซิ้มยัดถุงน้ำจิ้มลงในถุงก่อนดึงแบงค์ไปจากมือ ยืนเท้าสะเอว
. . . . . . . . . . . “ อะไรกัน นี่ฉันแถมให้ตั้งเยอะแล้วนะ ยังเรื่องมากอีกเหรอ ”
. . . . . . . . . . . “ รีบไปเลยนะ !…เดี๋ยวลูกค้าฉันเหม็นสาบพวกแก พาลจะกินไม่ลงกันซะหมด ”
เสียงหล่อนยังดังไล่หลังเรามา
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 มี.ค. 2549 (13:11)
. . . . . . . . . . . . . . ผมฉีกยิ้มให้ดอกแก้ว ท่าทางดอกแก้วจะชอบข้าวมันไก่
เธอหัวเราะเสียงสดใส เราสองพี่น้องจูงมือกันวิ่งไป หัวเราะไป

เราลัดเลาะหลบฝนที่เริ่มโปรยบางๆลงมาไปตามข้างคลองน้ำครำ ข้ามถนน
วิ่งลัดเข้าซอยนั้น ทะลุออกซอยนี้ จนมาถึงซอยที่เราอาศัยอยู่
ซอยนี้ทั้งแคบและเปลี่ยว ตามข้างทางทิ้งระยะห่างๆจะมีหลอดไฟข้างทางสัก
ดวงพอให้เห็นความขี้เหร่ของพื้นซอยลูกรังอยู่บ้าง ท้ายซอยเมื่อก่อนเคยมีโรง
งานเล็กๆอยู่ แต่ ปิดไปนานแล้ว มันเลยพลอยทำให้ทั้งซอยดูเหมือนจะปิดตัว
ตามไป

เราหยุดวิ่งเมื่อใกล้ถึงตึกร้างเล็กๆข้างหน้า ผมจูงมือดอกแก้วเดินจ้ำเบาๆผ่าน
ที่นี่มีพวกขี้ยาที่มักจะหลบมารวมกลุ่มนั่งดมกาวใต้ตึกเป็นประจำ

. . . . . . . . . . . . . . “ เฮ้ย!! ถืออะไรมาว่ะ ไหนดูหน่อยเด๊ะ ” นั่นไง!!เสียงหนึ่งในนั้น
ทักขึ้นมา . . เรารีบจ้ำยาวๆจนกลายเป็นวิ่งในที่สุด

. . . . . . . . . . . . . . “ เห็นพวกกูเป็นผีรึไงว่ะ ไอ้พวกนี้วอนซะแล้ว ” ไอ้ขี้ยาที่โพกหัว
ด้วยผ้าเช็ดหน้าสีแดงลุกขึ้นมาโวยวาย ก่อนเดินกลับไปนั่งในกลุ่มตามเดิม


. . . . . . . . . . . . . . เราซุกตัวในท่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ที่วางนอนราบกับพื้นในที่รกร้าง
ข้างโรงงานหลังจากที่กินพอหายหิวแล้วเหมือนทุกวัน
ผมไม่อยากใช้คำว่ากินอิ่มแล้วเลย เพราะน้อยครั้งนักที่เราจะได้สัมผัสกับคำ
นั้นจริงๆ

. . . . . . . . . . . . . . ฝนข้างนอกยังโปรยละอองมาเบาๆไม่หยุด ผมดึงเศษผ้าห่มเก่าๆมา
ห่มให้ตัวเอง และน้องสาวซึ่งขดร่างน้อยๆ อยู่ข้างกาย
ถ้าวันไหนอากาศร้อนฝนไม่ตกเหมือนวันนี้เรามักไปเล่นน้ำในคลองที่อยู่อีก
ฝากของซอยอยู่บ่อยๆ ผมว่ายน้ำไม่เก่งก็เลยได้แต่เล่นกันที่ตื้นๆ


.. (…ผมวักน้ำใส่ดอกแก้วซึ่งกำลังหัวเราะร่าหลบน้ำที่กระเด็นมาโดน แล้ว
บอกน้องว่า ผมอยากเป็นปลา จะได้ว่ายน้ำเก่งๆอยากว่ายไปไหนก็ได้ ไม่ต้อง
มาเก็บขวดอีก ดอกแก้วยิ้มแฉ่ง บอกว่า ดอกแก้วก็จะเป็นปลากับพี่ชายด้วย
เหมือนกัน…) ..


. . . . . . . . . . . . . . ทุกสิ่งในโลกล้วนมีคุณค่าในตัวของมันเอง แม้แต่ก้อนดินก้อนหนึ่ง
ยังสามารถหล่อเลี้ยงต้นไม้ ต้นหญ้า หรือสัตว์เล็กๆที่อยู่ในดินได้ คนเราก็เช่น
กัน เกิดมาย่อมมีคุณค่าด้วยกันทุกคน เสียงคำสอนของยายยังแว่วดังมาในหัว


เสียงฝนโปรยแผ่วลงในตอนที่ผมผลอยหลับไป


* * * * * * * * * *
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 เม.ย. 2549 (11:23)
. . . . . . . . . . . ตื่นมาเกือบเที่ยงของอีกวัน พบว่าดอกแก้วตัวอุ่นๆ งัวเงียไม่ยอมตื่น ผมใจหายวาบรู้ว่าน้องไม่สบายแน่ คงเป็นเพราะฝนเมื่อวาน ผมกุลีกุจอลุกขึ้นดึงผ้ามาห่มให้ นั่งนิ่งมองน้องทำอะไรไม่ถูก สักพักจึงบอกดอกแก้วว่าจะออกไปหาอะไรมาให้กิน

. . . . . . . . . . . เมื่อได้เศษก้อนขนมกับกล้วยน้ำว้าเหี่ยวๆสีดำช้ำจากถังขยะก็รีบเอาไปแบ่งให้น้องกินโดยไม่ลืมจะหยิบขวดน้ำพลาสติกที่มีน้ำเหลือติดก้นขวดไปด้วย

. . . . . . . . . . . เวลาพระอาทิตย์เลยหัว ผมทิ้งดอกแก้วไปคุ้ยหาขวดตามลำพังเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มดีขึ้นแล้ว เหมือนฟ้าแกล้ง ขวดน้ำหรือขยะที่พอจะขายได้แทบจะไม่มีให้เห็นเลย

. . . . . . . . . . . ผมแบกกระสอบที่มีขยะเพียงครึ่งถุงวิ่งซอกแซกคุ้ยตามถังขยะทุกถัง กองขยะทุกกอง กินบ้างเก็บบ้าง เมื่อคิดว่าได้พอแล้วก็ตรงไปยังซอยเฮียเบ้ทันที ซึ่งกว่าจะไปถึงก็ได้เวลาที่หลายครอบครัวเริ่มปิดบ้านกันแล้ว เฮียเบ้ก็เหมือนกัน แกจึงไม่ยอมรับซื้อบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ผมขอร้องจนแทบจะลงกราบตีนให้แกรับซื้อ อ้างสารพัดเหตุผลเท่าที่เด็กอย่างผมจะคิดได้ในตอนนั้น

. . . . . . . . . . . เสียงเฮียเบ้ยังบ่นไม่หยุดขณะที่ผมหิ้วกระสอบเปล่าและยัดเงินสามสิบกว่าบาทใส่กระเป๋ากางเกงวิ่งจากมา
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 เม.ย. 2549 (09:13)
. . . . . . . . . . . . . . . ฝนเริ่มตั้งเค้าจะตกอีกแล้ว ใบไม้แห้งสองสามใบปลิวตาม
แรงลมกระทบกับใบหน้า ผมเดินจ้ำยาวๆเข้าซอยโรงงาน ในมือถือถุงใส่ห่อข้าว
มันไก่ของดอกแก้วกับผลน้อยหน่าสองสามลูกที่ลักเด็ดจากต้นของเขามา
แน่ล่ะ ผมไม่ลืมที่จะแวะซื้อยาแก้ไข้ซองเล็กๆติดกระเป๋ามาด้วย . .ผมเหลือบตา
แลดูใต้ตึกร้าง โชคดีไม่มีกลุ่มไอ้พวกขี้ยานั่งอยู่

. . . . . . . . . . . ฟ้าเริ่มส่งเสียงคำราม แสงฟ้าแลบแปล๊บปลาบมีมาเป็นระยะ
ผมก้มมุดท่อซีเมนต์อันเป็นที่ซุกหัวนอน และใจหายว๊าบไปกับแสงฟ้าแลบ
ดอกแก้วไม่อยู่ เธอหายไปไหน คำถามนับสิบ ข้อสันนิฐานนับร้อยถูกตั้งขึ้นมา
. . . . . . . . . . . ผมเริ่มวิ่งวนไปรอบๆ ตะโกนเรียกหา นึกโกรธตัวเองที่ทิ้งเธอไว้ตาม
ลำพัง ผมมุดรั้วสังกะสีลุยดงหญ้าเข้าไปในโรงงานร้าง เธออาจมาหลบฝนใน
นี้ก็ได้ ผมคิดในแง่ดี ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทาง เพราะในโรงงานร้างทั้งน่ากลัวและ
อันตรายทั้งจากกองไม้ผุพัง เศษตะปู และงู มีผีด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งปกติเราไม่
เคยคิดเข้าไปแน่

. . . . . . . . . . . ชั่วอึดใจที่ท้ายโรงงาน ผมรีบวิ่งเข้าไปเมื่อเห็นตีนน้อยๆโผล่มา
จากหลังกองไม้เก่า ผมชาไปทั้งตัวเมื่อเห็นดอกแก้วนอนหงายนิ่งแผ่หราอยู่
ตัวเธอซีดมีรอยเขียวช้ำ มุมปากเขียว มีเลือดไหลซิบๆ กระโปรงสีหม่นถูกถลก
ไว้บนอก ระหว่างขามีเลือดไหลซึมนอง ข้างกายมีผ้าโพกหัวสีแดงตกอยู่
. . . . . . . . . . . ผมดึงตัวดอกแก้วขึ้นมากอด ตัวเธออ่อนระโหย ลมหายใจแผ่วเบา
น้ำตาของเด็กอายุสิบสามอย่างผมไหลทะลักล้นออกมา ผมวางเธอลง คำราม
ไม่เป็นภาษา คว้าผ้าโพกหัวและท่อนไม้วิ่งออกมาจากโรงงาน

. . . . . . . . . . . “ ไอ้พวกเหี้ย..!! ! ”
. . . . . . . . . . . ผมปรี่เข้าฟาดไม้กลางกกหูของหนึ่งในนั้นทันทีเมื่อพบว่าพวก
มันยังกลับมานั่งดมกาวที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
. . . . . . . . . . . ผมตวัดไม้อย่างบ้าคลั่ง วงทั้งวงแตกกระจาย

. . . . . . . . . . . “ พลั๊ก !!..”
. . . . . . . . . . . มันคนหนึ่งถีบผมกลางหลัง ท่อนไม้กระเด็นหลุดจากมือ ผมตะกายจะไปคว้า
. . . . . . . . . . . แต่ช้าไปแล้ว…
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 22 เม.ย. 2549 (12:11)
. . . . . . . . . . . ผมหิ้วร่างอันบอบช้ำสะบักสะบอมของตัวเองกลับมายังโรงงาน
ปาดเลือดที่ไหลจากหางคิ้วจะเข้าตา เช็ดทั้งน้ำตาทั้งเลือดที่ไหลปนกัน ถุย
ทรายออกจากปาก
. . . . . . . . . . . ผมร้องคำรามตะโกนลั่นเหมือนคนบ้า เมื่ออุ้มดอกแก้วขึ้นมากอด
และพบว่าลมหายใจที่แผ่วเบาเมื่อกี้นั้นไม่มีอีกแล้ว

เธอตายแล้วใช่ไหม ?

. . . . . . . . . . . สุดจะบรรยายหัวใจดวงดวงนี้ของผมปริ่มจะขาดรอน ผมนั่งร้องไห้
ตรงนั้นอยู่นาน …..เนิ่นนาน
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 26 เม.ย. 2549 (19:45)
. . . . . . . . . . . ผมอุ้มกระเต็งร่างน้อยผอมแห้งไร้วิญญาณของดอกแก้วขึ้นเอว
ใบหน้ามอมแมมของเธอซบกันหัวไหล่พี่ชาย น้ำตาผมไหลออกมาอย่างเงียบๆ
ไม่มีคำพูดใด ไม่มีเสียงสะอื้น หรือเสียงใดหลุดรอดออกมา ผมเดินย่ำออกไป
ในความมืด

. . . . . . . . . . . ลมพัดมาอื้ออึง ฝนตกลงมาอย่างหนัก ตัวของเราเปียกปอน น้ำฝน
ชำระความสกปรก กลิ่นเหม็นสาบ และเลือดออกจากตัวของเด็กจรจัดอย่างเรา
สมองของผมวางเปล่าไม่รู้สึกร้อนหนาวใด แต่ล่ะก้าวย่างช่างทรมานอย่างทุเรศ
เหลือเกิน


. . . . . . . . . . . บัดนี้น้ำในคลองที่เราเคยเล่นบ่อยๆ ระยิบระยับเป็นสวยงามประกาย
ด้วยเม็ดฝนที่ตกกระทบและสะท้อนกับแสงไฟ

. . . . . . . . . . . ผมมาหยุดอยู่ตรงนั้น

. . . . . . . . . . . ตอนนี้ต้นดอกแก้วที่เคยพึ่งพิงดินอย่างผมไม่มีอีกแล้วครับยายผม
จะเหลือคุณค่าใดอีก ผมมันเป็นแค่ขี้ดินที่ไร้ค่าเท่านั้นใช่ไหม

. . . . . . . . . . . “ไปกันนะดอกแก้ว เราไปเป็นปลาอย่างที่อยากเป็นด้วยกัน ”
ผมกระซิบเบาๆก่อนอุ้มเธอค่อยๆก้าวลงคลองไปอย่างช้าๆ


* * * * * * * * * * *
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 26 เม.ย. 2549 (19:47)
(......)
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 26 เม.ย. 2549 (19:47)
. . . . . . . . . . . ฝนฟ้าเริ่มเบาบาง ลมแรงสงบลง หยดน้ำเกาะตามใบหญ้าค่อยหล่น
ลงดิน น้ำในคลองไหลเอื่อยอย่างอ้อยอิ่ง
ดินริมตลิ่งถูกกระแสน้ำกัดเซาะร่วงลงกลายเป็นระลอกคลื่นบางๆ ตีวงกว้าง
แล้วค่อยๆเลือนหายไปกับกระแสน้ำ


* * * * * * * * * *
หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.