สิ้นแล้ว-พระตำหนักหัวมุมสี่แยกพญาไท

พระตำหนักทรงวิคทอเรียนองค์น้อยที่หัวมุมถนนพญาไท-พระตำหนักลักษมีวิลาส (ใช่หรือไม่) พระตำหนักองค์สุดท้ายของพระนางเธอลักษมีลาวัณในKing Vijiravudh สถานสิ้นพระชมน์ของพระองค์



ในวันนี้พระตำหนักดังกล่าวได้ถูกรื้อลงจนสิ้นแล้ว นึกแล้วก็น่าใจหาย เสียดายโบราณสถานอีกแห่งหนึ่ง อนุสรณ์แห่งกาลเวลา ในประเทศที่ผู้คนไม่เคยตระหนักและคำนึงถึงคุณค่าแห่งวันวารอย่างแท้จริง



อยากจะขออุทิศกระทู้นี้เปนราชานุสรณ์ในพระตำหนักองค์น้อยนั้น



ท่านใดที่พอมีภาพหรือข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยกันจรรโลงให้กระทู้ที่รฤกนี้สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป้นไปได้ ก็ขอความกรุณาด้วย ขอขอบพระคุณ



"ขอถวายไว้ด้วยความรักที่จะไม่มีอีกในโลกนี้" - พระหัตถเลขา ในพระนางเธอลักษมีลาวัณ ใต้พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ ที่ทูลเกล้าฯถวายพระราชสวามี (ปัจจุบันประดับอยู่ที่ทางเข้าท้องพระโรงพระที่นั่งวิมานเมฆ)
20 มี.ค. 2549 16:23
39 ความเห็น
13685 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 3 โดย ราตรีประดับดาว

รู้สึกเสียใจมาก วันนั้นพออ่านข่าวในพันทิพย์ ถึงกับร้องเลยไม่รู้ทำไม เพราะ รู้ประวัติของพระนางเธอ ด้วยรึเปล่า ถึงร้อง แต่ยังไงทุกอย่าง ไม่จีรังยั่งยืน



เห็นเขาบอกว่า อ.อุ๊ ที่สอนเคมี อ่ะ ประมูลไป256ล้านบาท เอาไปสร้าง โรงเรียนกวดวิชา





- เสียดายจัง ทำไมต้องเป็นวังลักษมีวิลาศ -
21 มี.ค. 2549 00:04


ความคิดเห็นที่ 4 โดย ราตรีประดับดาว



ความคิดเห็นที่ 5 โดย ศรีปิงเวียง

"เคราะห์ดีที่เราเฝ้าเพียร ......ขีดเขียนข้อข้องป้องได้

พอปลอบดวงจิตพิษภัย .....สดใสสร่างเศร้าเหงางง

คนเดียวเดี่ยวโดดต่อสู้ ......สัตรูมากมายไม่หลง

ยังสู้สัตรูอย่างทนง ...........นึกปลงว่ากรรมทำมา

วันหนึ่งจักได้ชัยชนะ .........เพราะพระธีรราชมหา

รับสั่งว่าไว้ใครมา .............อะเวราสนองป้องภัยเอย"


พระนิพนธ์ในพระนางเธอลักษมีลาวัณ
21 มี.ค. 2549 16:19


ความคิดเห็นที่ 6 โดย อัญขยม

อะเวราสนองป้องภัยเอย



กระผมด้อยปัญญานัก ไม่ทราบว่า"อะเวรา" แปลว่ากระไรหรือขอรับ
21 มี.ค. 2549 16:28


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ราตรีประดับดาว

"อะเวราสนองป้องภัยเอย กระผมด้อยปัญญานัก ไม่ทราบว่า"อะเวรา" แปลว่ากระไรหรือขอรับ"






เหมือน คำแผ่เมตรตาไง

ที่ว่า อะเวรา โหนตุ ขอท่านจงปราศจากเวร

be free from enmity and danger



อีกคำหนึ่ง อะเวโร



อเวโร โหนตุ -- ขอจงเป็นผู้ปราศจากเวร

avera hontu be free from enmity and danger
21 มี.ค. 2549 18:39


ความคิดเห็นที่ 10 โดย เทาชมพู


ทางขวามือ
พระนางเธอลักษมีลาวัณ เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นม.จ. วรรณพิมล วรวรรณ กับพระยาประสิทธิ์ศุภการ (เจ้าพระยารามราฆพ)
http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?
stcolumnid=1146&stissueid=2465&stcolcatid=2&stauthorid=105"
target="_blank">http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?
stcolumnid=1146&stissueid=2465&stcolcatid=2&stauthorid=105
22 มี.ค. 2549 16:04


ความคิดเห็นที่ 12 โดย เทาชมพู

สายเลือดศิลปินได้สืบทอดมาถึงพระนางเธอฯ เข้มข้นมาก



ตัวอย่างหนึ่งในหลายๆอย่างคือ

ทรงพระนิพนธ์คำร้องเพลง "แอ่วซุ้ม" ทำนอง "ลาวกระทบไม้"

เสียดายที่หาเนื้อร้องไม่ได้

ไปค้นในเว็บสุนทราภรณ์แล้วไม่ได้นำมาลงไว้ค่ะ
24 มี.ค. 2549 13:05


ความคิดเห็นที่ 13 โดย UP


....เมื่อทรง "ขึ้น"

"แม้ลูกรักพ่อขอให้นึก
แต่รู้สึกเสงี่ยมองค์อย่าหลงเหิม
ถึงแม่ติ๋วลอยละลิ่วก็ติ๋วเดิม
เดชเฉลิมบุญเราเพราะเจ้าเอย"

พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ จารึกปลอกผ้าเช็ดพระหัตถ์ ประทานแก่พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระธิดา ในวาระคล้ายวันประสูติ ๓ กรกฎาคม ๒๔๖๔
24 มี.ค. 2549 15:31


ความคิดเห็นที่ 14 โดย UP


....เมื่อทรง "ตก"

"ดูรูปพ่อวรวรรณให้วันเกิด
อุ่นใจเถิดลูกรักลักษมี
ถึงแม้ไร้ใครพนอพ่อยังมี
ร่วมชีวีเกื้อลูกผูกหทัย

เชิญออมองค์ทรงเสงี่ยมเจียมจริต
บรรโลมจิตต์เริงรมย์สมสมัย
จะชนม์ยืนชื่นชีวันประกันภัย
ทั้งช่วยให้พ่อชราปรีดาเอย"

พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ประทานแก่พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระธิดา ในวาระคล้ายวันประสูติ ๓ กรกฎาคม ๒๔๖๖

...พระรูปที่เชิญมานี้คือเสด็จในกรมพระนราฯ พระบิดาของพระนางเธอฯ ครับ
24 มี.ค. 2549 15:37


ความคิดเห็นที่ 15 โดย เทาชมพู

ตำหนักนี้มีตำนานอันน่าเศร้า



คนสวนคนนั้น พ้นโทษมาหลายปีแล้วค่ะคุณ UP แต่เขาก็ติดคุกนานมาก

นานจนคิดว่าเขาน่าจะแก่ตายเสียในคุก แต่ก็หนังเหนียวอยู่จนได้รับอิสรภาพ

แต่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ไม่เคยได้ข่าวเลยค่ะ
25 มี.ค. 2549 09:43


ความคิดเห็นที่ 16 โดย UP

ขอบพระคุณคุณเทาชมพูสำหรับข้อมูลเรื่องคนสวนคนนั้นครับ กำลังสงสัยอยู่เชียวว่าตะแกจะตายอยู่ในคุกแล้วหรือไม่



น่าแปลกที่บ้านเมืองที่ผมระหกระเหินมาอยู่ตอนนี้ แม้ว่าจะไกลปืนเที่ยงอยู่มาก แต่กลับมีหนังสือพระประวัติรวมทั้งรายละเอียดคดีปลงพระชนม์พระนางเธอลักษมีลาวัณ เล่มหนาๆ อยู่ถึง ๒ เล่มซึ่งผมเคยได้อ่านแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอหนังสือนี้อีกในย่านนี้



ทำให้เชื่อได้ว่าคดีฆาตกรรมดังกล่าวคงโด่งดังเป็นที่สนใจอย่างยิ่งของคนจำนวนมากในยุคนั้น ถึงขนาดรวบรวมคดีมาพิมพ์จำหน่ายได้เป็นเล่มๆ แถมยังมีอยู่ในห้องสมุดแทบทุกแห่งตามมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ในเมืองไทย หรือแม้แต่ในต่างประเทศ



หากโอกาสอำนวย ผมจะยืมมาอ่านอีกครั้ง เผื่อจะได้เกร็ดอะไรเพิ่มเติม
25 มี.ค. 2549 10:06


ความคิดเห็นที่ 17 โดย UP


ผมนึกขึ้นได้ว่ามีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่เคยนำมาลงในเวบนี้เมื่อนานมาแล้ว ฉายในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานแสดงแบบเสื้อการกุศลของสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๐๔ ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชทานพระอนุญาตให้จัดขึ้นในบริเวณวังรื่นฤดี สุขุมวิท ๓๘

ในพระบรมฉายาลักษณ์นั้นเห็นได้ว่า พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จมาทรงร่วมงานด้วย

โปรดดูพระบรมฉายาลักษณ์ จากซ้ายไปขวา

พระนางเธอลักษมีลาวัณ
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

อาจกล่าวได้ว่าเป็นพระรูปท้ายๆ ในพระชนมชีพของพระนางเธอฯ เพราะอีกเพียง ๔ เดือนต่อมาในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ศกนั้น ก็ทรงถูกลอบปลงพระชนม์
25 มี.ค. 2549 10:25


ความคิดเห็นที่ 18 โดย เทาชมพู

ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ในรอบปี สะเทือนขวัญประชาชน

เป็นการลอบปลงพระชนม์พระบรมวงศานุวงศ์อย่างเหี้ยมโหด ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน

ตลอดจนไม่คำนึงถึงพระอิสสริยยศของผู้ถูกกระทำ



คุณแม่เล่าให้ฟังว่า ในบั้นปลาย พระนางเธอฯทรงแยกพระองค์ออกจากเจ้าพี่เจ้าน้อง

มาทรงอยู่โดดเดี่ยวในตำหนักส่วนพระองค์ ไม่มีนางข้าหลวงแวดล้อมอย่างเจ้านายสตรีพระองค์อื่น

โปรดที่จะทำสวน แต่ก็ทรงระมัดระวังพระองค์เหมือนกัน เพราะทรงเก็บปืนไว้ในกล่องและนำติดพระองค์ไปด้วย



คนสวนคนนั้นเห็นว่าเป็นเจ้านายสตรี ทรงพระชรา และอยู่ตามลำพัง ในตู้ชั้นล่างมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เขาเข้าใจว่าเป็นของมีราคา

ก็เลยย่องเข้ามาทางข้างหลัง ขณะประทับพรวนดินอยู่ ใช้จอบหรือชะแลงอะไรสักอย่างทำร้ายพระเศียรทางด้านหลัง จนสิ้นพระชนม์

แล้วค้นทรัพย์สินเท่าที่หาได้ หนีไป ได้ไปแต่เครื่องราชฯ ไม่ได้เครื่องเพชร



เขาเอาไปจำนำ แต่จำนำไม่ได้ เจ้าของโรงจำนำเห็นผิดสังเกต ความถึงแตกขึ้นมาให้ตำรวจแกะรอยจับตัวมาได้

เขาก็เลยสารภาพทั้งหมด
26 มี.ค. 2549 08:26


ความคิดเห็นที่ 19 โดย เทาชมพู

ขอติงคุณอัญขยมเจ้าของกระทู้หน่อยเถอะค่ะ

"พระนางเธอลักษมีลาวัณในKing Vijiravudh "

ทำไมเขียนหัวมังกุท้ายมังกรยังงั้นล่ะคะ คุณเองก็เป็นคนสนใจเรื่องราวในอดีตของไทย น่าจะเขียนให้ถูกต้อง



เขียนว่า "พระนางเธอลักษมีลาวัณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว"

หรือถ้าอยากเขียนสั้นๆ ก็

ในสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ หรือ ในรัชกาลที่ ๖

ไม่ได้หรือคะ
26 มี.ค. 2549 08:30


ความคิดเห็นที่ 20 โดย กอประกาญจน์

เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนได้ไปประชุมที่อาคารสิริภิญโญซึ่งอยู่ติดกับพระตำหนักนี้ค่ะ ไปชะโงกดูตรงช่องกระจกข้างลิฟต์จึงเห็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือเลยค่ะ เขารื้อถอนตัวอาคารออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงที่ดินเปล่า ก่อนหน้านี้ยังมีอาคารอยู่นะคะ เขาค่อยๆ รื้อไป ตอนเห็นช่วงหลังๆ ไม่มีหลังคาอยู่แล้วค่ะ เดิมดิฉันไม่ทราบว่าเป็นพระตำหนัก เคยได้ยินว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวอินเดียและได้ข่าวว่าบ้านถูกขายทอดตลาด เพิ่งทราบไม่นานนี้เองค่ะว่าเคยเป็นพระตำหนักมาก่อน



พระตำหนักนี้มีหลายห้องมากค่ะ แต่ละห้องขนาดใหญ่มากด้วย เห็นตอนเขารื้อหลังคาออกนี่ละคะ (ดิฉันไปธุระที่อาคารข้างๆ บ่อยน่ะค่ะ ไปทีไรก็ต้องไปหามุมมองพระตำหนักนี้ทุกครั้ง)น่าเสียดายจริงๆ ค่ะ
26 มี.ค. 2549 14:50


ความคิดเห็นที่ 21 โดย vun

จะเล่าเรื่องพระนางให้ฟังก่อนคือ เสด็จพระวรกัญญา หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัลลภาเทวี พระองคืเจ้าวรกัญญาปทาน ซึ่งเป็นพระธิดาใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมหลวงตาด ประสูติ ณ วังวรวรรณ ซึ่งเป็นพระพี่นางของเสด็จพระองค์ลักษมี ซึ่งเป็นพระคู่มันของรัชกาลที่ 6 แต่แล้วก็เกิดอะใรมิรู้ เกิดถอนมั้นเอาเสีย แล้วพระองค์รัชกาลที่6 ไปเกิดชอบหม่อมเจ้าวรรณพิมล วรวรรณ แล้วก็ทรงรักใคร่กันจนสถาปนาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ และ พระนางเธอลักษมีลาวัน ตามลำดับ



ภายหลังที่ทรงได้รับการสถาปนาแล้ว พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จมาประทับที่วังซอยพระนาง และทรงเสด็จไปประทับที่ตำบลคลองแสนแสบ เพื่อหลบภัยสงคราม จากนั้นก็เสด็จกลับมาประทับที่ตำหนักลักษมีวิลาส เหตุที่ทรงย้ายมาอยู่(แต่ไม่ใช่ที่วังนี้นะ)เป็นสันโดดเพราะทรงอยากให้ตามแบบฝรั่งคือมีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งผมก็ยังงอยู่เพราะพระองค์ไม่มีทายาทสืบสายเลือดพระนางเลย



ตำหนักลักษมีวิลาส แห่งนี้ ทางทายาทตระกูลวรวรรณเขาปิดร้างไว้ เพราะบอกว่าพระภูมิเจ้าที่ร้ายแรงนัก ใครอยู่ไปจะเกิดความหายนะ (เคยมีคนเห็นสิ่งที่ไม่น่าเห็นที่วังนี้มาแล้วด้วย(โปรดใช้วิจารณญาณในการฟังนะ))รวมถึงพระนางลักษมีลาวัณ ซึ่งพระนางถูกโจรผู้ร้ายรอบปลงพระชนม์ตามด้านบนที่บอกมาทุกประการ ที่นั้นทางทายาทเข้าขายให้กับพวกแขกไปสร้างตึก อะใรเนี่ยแหละไม่เเน่ใจ



ผมผ่านอยู่บ่อย ๆ โดยมากจะขึ้นสะพาน ผมก็พยายามมองหาพระตำหนักลักษมีวิลาส อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อนั้นพระตำหนักยังไม่ถูกรื้อมากมายถึงเพียงนี้ ป็นพระตำหนักคล้ายๆกับวังจันเกษม(หรือไม่ไม่แน่ใจ) มีรั้วสังกะสีสีเขียว ทางเข้าเป็นซุ้มประตูแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ครำครึไปด้วยความเก่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการร่วงแล้วแล้วซึ่งพระตำหนักลักษมีวิลาส
26 มี.ค. 2549 22:28


ความคิดเห็นที่ 22 โดย vun

ส่วนตราประจำพระองค์ พระนางเธอลักษมีลาวัณ เป็นรูปเทพธิดาถือดอกบัว และยืนรำละครอยู่บนดอกบัว
26 มี.ค. 2549 22:34


ความคิดเห็นที่ 23 โดย vun

พระนางเธอทรงเป็นผู้ที่ริเริ่มรื้อฟื้นคณะละครปรีดาลัย ของพระบิดากลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงและสืบสานเจตนารมณ์ของพระบิดา



ในขณะทีทรงประทับอยู่ณ พระตำหนักลักษมีวิลาส ทรงใช้เวลาที่ทรงมีอยู่ในการทรงพระนิพนธ์บทกวี และนวนิยายสมัยใหม่เรื่องต่างๆ เช่น ชีวิตหวาม เรือนใจที่ไร้ค่า ยั่วรัก โชคเชื่อมชีวิต ภัยรักของจันจลา และ เสื่อมเสียงสาป เป็นต้น
26 มี.ค. 2549 22:37


ความคิดเห็นที่ 24 โดย เทาชมพู

มองเห็นความกระตือรือร้นของคุณ vun ที่อยากแบ่งปันความรู้ แต่อยากจะให้ไปตรวจสอบกับพจนานุกรมก่อนส่งข้อความ ตัวสะกดแม้แต่คำง่ายๆก็ผิดอย่างไม่น่าผิด



การเรียบเรียงประโยค อ่านแล้วมึน



***เหตุที่ทรงย้ายมาอยู่(แต่ไม่ใช่ที่วังนี้นะ)เป็นสันโดดเพราะทรงอยากให้ตามแบบฝรั่งคือมีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งผมก็ยังงอยู่เพราะพระองค์ไม่มีทายาทสืบสายเลือดพระนางเลย**



หมายความว่าอะไรคะ การเป็นสันโดด(สะกดผิด) เกี่ยวอะไรกับมีลูกเพียงคนเดียว



การมีลูกเพียงคนเดียว น่ะหรือคือการตามแบบฝรั่ง

งั้นครอบครัวฝรั่งที่มีลูกหลายคน ก็ไม่ตามแบบฝรั่งน่ะสิคะ
26 มี.ค. 2549 22:41


ความคิดเห็นที่ 25 โดย Karine!!

ในฐานะเด็กที่เรียนแถวนั้น...รู้สึกใจหายค่ะ

แต่ก่อนจะเห็นอยู่ว่าเป็นบ้านที่มีลักษณะรูปทรงสวย

(ตอนนั้นไม่ทราบจริงๆว่าเป็นพระตำหนัก ได้มาอ่านกระทู้นี้แล้ว ก็ได้รับความรู้อีกมาก)



ตอนนี้พอผ่านไปแถวนั้นแล้วรูปสึกใจหายจริงๆ ไม่รุ้ว่าทำไมไม่รู้จักรักษา บูรณะกันใหม่ให้สวยงาม

อนิจจังวัฏสังขารา........
29 มี.ค. 2549 15:45

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น