สิ้นแล้ว-พระตำหนักหัวมุมสี่แยกพญาไท

พระตำหนักทรงวิคทอเรียนองค์น้อยที่หัวมุมถนนพญาไท-พระตำหนักลักษมีวิลาส (ใช่หรือไม่) พระตำหนักองค์สุดท้ายของพระนางเธอลักษมีลาวัณในKing Vijiravudh สถานสิ้นพระชมน์ของพระองค์



ในวันนี้พระตำหนักดังกล่าวได้ถูกรื้อลงจนสิ้นแล้ว นึกแล้วก็น่าใจหาย เสียดายโบราณสถานอีกแห่งหนึ่ง อนุสรณ์แห่งกาลเวลา ในประเทศที่ผู้คนไม่เคยตระหนักและคำนึงถึงคุณค่าแห่งวันวารอย่างแท้จริง



อยากจะขออุทิศกระทู้นี้เปนราชานุสรณ์ในพระตำหนักองค์น้อยนั้น



ท่านใดที่พอมีภาพหรือข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยกันจรรโลงให้กระทู้ที่รฤกนี้สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป้นไปได้ ก็ขอความกรุณาด้วย ขอขอบพระคุณ



"ขอถวายไว้ด้วยความรักที่จะไม่มีอีกในโลกนี้" - พระหัตถเลขา ในพระนางเธอลักษมีลาวัณ ใต้พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ ที่ทูลเกล้าฯถวายพระราชสวามี (ปัจจุบันประดับอยู่ที่ทางเข้าท้องพระโรงพระที่นั่งวิมานเมฆ)


ความคิดเห็นที่ 3

ราตรีประดับดาว
21 มี.ค. 2549 00:04
  1. รู้สึกเสียใจมาก วันนั้นพออ่านข่าวในพันทิพย์ ถึงกับร้องเลยไม่รู้ทำไม เพราะ รู้ประวัติของพระนางเธอ ด้วยรึเปล่า ถึงร้อง แต่ยังไงทุกอย่าง ไม่จีรังยั่งยืน



    เห็นเขาบอกว่า อ.อุ๊ ที่สอนเคมี อ่ะ ประมูลไป256ล้านบาท เอาไปสร้าง โรงเรียนกวดวิชา





    - เสียดายจัง ทำไมต้องเป็นวังลักษมีวิลาศ -



ความคิดเห็นที่ 4

ราตรีประดับดาว
21 มี.ค. 2549 00:41



ความคิดเห็นที่ 5

ศรีปิงเวียง vcharkarn veditor
21 มี.ค. 2549 16:19
  1. "เคราะห์ดีที่เราเฝ้าเพียร ......ขีดเขียนข้อข้องป้องได้

    พอปลอบดวงจิตพิษภัย .....สดใสสร่างเศร้าเหงางง

    คนเดียวเดี่ยวโดดต่อสู้ ......สัตรูมากมายไม่หลง

    ยังสู้สัตรูอย่างทนง ...........นึกปลงว่ากรรมทำมา

    วันหนึ่งจักได้ชัยชนะ .........เพราะพระธีรราชมหา

    รับสั่งว่าไว้ใครมา .............อะเวราสนองป้องภัยเอย"


    พระนิพนธ์ในพระนางเธอลักษมีลาวัณ



ความคิดเห็นที่ 6

อัญขยม
21 มี.ค. 2549 16:28
  1. อะเวราสนองป้องภัยเอย



    กระผมด้อยปัญญานัก ไม่ทราบว่า"อะเวรา" แปลว่ากระไรหรือขอรับ



ความคิดเห็นที่ 8

ราตรีประดับดาว
21 มี.ค. 2549 18:39
  1. "อะเวราสนองป้องภัยเอย กระผมด้อยปัญญานัก ไม่ทราบว่า"อะเวรา" แปลว่ากระไรหรือขอรับ"






    เหมือน คำแผ่เมตรตาไง

    ที่ว่า อะเวรา โหนตุ ขอท่านจงปราศจากเวร

    be free from enmity and danger



    อีกคำหนึ่ง อะเวโร



    อเวโร โหนตุ -- ขอจงเป็นผู้ปราศจากเวร

    avera hontu be free from enmity and danger



ความคิดเห็นที่ 10

เทาชมพู vcharkarn vmaster
22 มี.ค. 2549 16:04

  1. ทางขวามือ
    พระนางเธอลักษมีลาวัณ เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นม.จ. วรรณพิมล วรวรรณ กับพระยาประสิทธิ์ศุภการ (เจ้าพระยารามราฆพ)
    http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?
    stcolumnid=1146&stissueid=2465&stcolcatid=2&stauthorid=105"
    target="_blank">http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?
    stcolumnid=1146&stissueid=2465&stcolcatid=2&stauthorid=105



ความคิดเห็นที่ 12

เทาชมพู vcharkarn vmaster
24 มี.ค. 2549 13:05
  1. สายเลือดศิลปินได้สืบทอดมาถึงพระนางเธอฯ เข้มข้นมาก



    ตัวอย่างหนึ่งในหลายๆอย่างคือ

    ทรงพระนิพนธ์คำร้องเพลง "แอ่วซุ้ม" ทำนอง "ลาวกระทบไม้"

    เสียดายที่หาเนื้อร้องไม่ได้

    ไปค้นในเว็บสุนทราภรณ์แล้วไม่ได้นำมาลงไว้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 13

UP
24 มี.ค. 2549 15:31

  1. ....เมื่อทรง "ขึ้น"

    "แม้ลูกรักพ่อขอให้นึก
    แต่รู้สึกเสงี่ยมองค์อย่าหลงเหิม
    ถึงแม่ติ๋วลอยละลิ่วก็ติ๋วเดิม
    เดชเฉลิมบุญเราเพราะเจ้าเอย"

    พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ จารึกปลอกผ้าเช็ดพระหัตถ์ ประทานแก่พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระธิดา ในวาระคล้ายวันประสูติ ๓ กรกฎาคม ๒๔๖๔



ความคิดเห็นที่ 14

UP
24 มี.ค. 2549 15:37

  1. ....เมื่อทรง "ตก"

    "ดูรูปพ่อวรวรรณให้วันเกิด
    อุ่นใจเถิดลูกรักลักษมี
    ถึงแม้ไร้ใครพนอพ่อยังมี
    ร่วมชีวีเกื้อลูกผูกหทัย

    เชิญออมองค์ทรงเสงี่ยมเจียมจริต
    บรรโลมจิตต์เริงรมย์สมสมัย
    จะชนม์ยืนชื่นชีวันประกันภัย
    ทั้งช่วยให้พ่อชราปรีดาเอย"

    พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ประทานแก่พระนางเธอลักษมีลาวัณ พระธิดา ในวาระคล้ายวันประสูติ ๓ กรกฎาคม ๒๔๖๖

    ...พระรูปที่เชิญมานี้คือเสด็จในกรมพระนราฯ พระบิดาของพระนางเธอฯ ครับ



ความคิดเห็นที่ 15

เทาชมพู vcharkarn vmaster
25 มี.ค. 2549 09:43
  1. ตำหนักนี้มีตำนานอันน่าเศร้า



    คนสวนคนนั้น พ้นโทษมาหลายปีแล้วค่ะคุณ UP แต่เขาก็ติดคุกนานมาก

    นานจนคิดว่าเขาน่าจะแก่ตายเสียในคุก แต่ก็หนังเหนียวอยู่จนได้รับอิสรภาพ

    แต่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ไม่เคยได้ข่าวเลยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 16

UP
25 มี.ค. 2549 10:06
  1. ขอบพระคุณคุณเทาชมพูสำหรับข้อมูลเรื่องคนสวนคนนั้นครับ กำลังสงสัยอยู่เชียวว่าตะแกจะตายอยู่ในคุกแล้วหรือไม่



    น่าแปลกที่บ้านเมืองที่ผมระหกระเหินมาอยู่ตอนนี้ แม้ว่าจะไกลปืนเที่ยงอยู่มาก แต่กลับมีหนังสือพระประวัติรวมทั้งรายละเอียดคดีปลงพระชนม์พระนางเธอลักษมีลาวัณ เล่มหนาๆ อยู่ถึง ๒ เล่มซึ่งผมเคยได้อ่านแล้วครั้งหนึ่งที่สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอหนังสือนี้อีกในย่านนี้



    ทำให้เชื่อได้ว่าคดีฆาตกรรมดังกล่าวคงโด่งดังเป็นที่สนใจอย่างยิ่งของคนจำนวนมากในยุคนั้น ถึงขนาดรวบรวมคดีมาพิมพ์จำหน่ายได้เป็นเล่มๆ แถมยังมีอยู่ในห้องสมุดแทบทุกแห่งตามมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ในเมืองไทย หรือแม้แต่ในต่างประเทศ



    หากโอกาสอำนวย ผมจะยืมมาอ่านอีกครั้ง เผื่อจะได้เกร็ดอะไรเพิ่มเติม



ความคิดเห็นที่ 17

UP
25 มี.ค. 2549 10:25

  1. ผมนึกขึ้นได้ว่ามีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถที่เคยนำมาลงในเวบนี้เมื่อนานมาแล้ว ฉายในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานแสดงแบบเสื้อการกุศลของสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๐๔ ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชทานพระอนุญาตให้จัดขึ้นในบริเวณวังรื่นฤดี สุขุมวิท ๓๘

    ในพระบรมฉายาลักษณ์นั้นเห็นได้ว่า พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จมาทรงร่วมงานด้วย

    โปรดดูพระบรมฉายาลักษณ์ จากซ้ายไปขวา

    พระนางเธอลักษมีลาวัณ
    สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
    พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี
    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

    อาจกล่าวได้ว่าเป็นพระรูปท้ายๆ ในพระชนมชีพของพระนางเธอฯ เพราะอีกเพียง ๔ เดือนต่อมาในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ศกนั้น ก็ทรงถูกลอบปลงพระชนม์



ความคิดเห็นที่ 18

เทาชมพู vcharkarn vmaster
26 มี.ค. 2549 08:26
  1. ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ในรอบปี สะเทือนขวัญประชาชน

    เป็นการลอบปลงพระชนม์พระบรมวงศานุวงศ์อย่างเหี้ยมโหด ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน

    ตลอดจนไม่คำนึงถึงพระอิสสริยยศของผู้ถูกกระทำ



    คุณแม่เล่าให้ฟังว่า ในบั้นปลาย พระนางเธอฯทรงแยกพระองค์ออกจากเจ้าพี่เจ้าน้อง

    มาทรงอยู่โดดเดี่ยวในตำหนักส่วนพระองค์ ไม่มีนางข้าหลวงแวดล้อมอย่างเจ้านายสตรีพระองค์อื่น

    โปรดที่จะทำสวน แต่ก็ทรงระมัดระวังพระองค์เหมือนกัน เพราะทรงเก็บปืนไว้ในกล่องและนำติดพระองค์ไปด้วย



    คนสวนคนนั้นเห็นว่าเป็นเจ้านายสตรี ทรงพระชรา และอยู่ตามลำพัง ในตู้ชั้นล่างมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เขาเข้าใจว่าเป็นของมีราคา

    ก็เลยย่องเข้ามาทางข้างหลัง ขณะประทับพรวนดินอยู่ ใช้จอบหรือชะแลงอะไรสักอย่างทำร้ายพระเศียรทางด้านหลัง จนสิ้นพระชนม์

    แล้วค้นทรัพย์สินเท่าที่หาได้ หนีไป ได้ไปแต่เครื่องราชฯ ไม่ได้เครื่องเพชร



    เขาเอาไปจำนำ แต่จำนำไม่ได้ เจ้าของโรงจำนำเห็นผิดสังเกต ความถึงแตกขึ้นมาให้ตำรวจแกะรอยจับตัวมาได้

    เขาก็เลยสารภาพทั้งหมด



ความคิดเห็นที่ 19

เทาชมพู vcharkarn vmaster
26 มี.ค. 2549 08:30
  1. ขอติงคุณอัญขยมเจ้าของกระทู้หน่อยเถอะค่ะ

    "พระนางเธอลักษมีลาวัณในKing Vijiravudh "

    ทำไมเขียนหัวมังกุท้ายมังกรยังงั้นล่ะคะ คุณเองก็เป็นคนสนใจเรื่องราวในอดีตของไทย น่าจะเขียนให้ถูกต้อง



    เขียนว่า "พระนางเธอลักษมีลาวัณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว"

    หรือถ้าอยากเขียนสั้นๆ ก็

    ในสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ หรือ ในรัชกาลที่ ๖

    ไม่ได้หรือคะ



ความคิดเห็นที่ 20

กอประกาญจน์
26 มี.ค. 2549 14:50
  1. เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อนได้ไปประชุมที่อาคารสิริภิญโญซึ่งอยู่ติดกับพระตำหนักนี้ค่ะ ไปชะโงกดูตรงช่องกระจกข้างลิฟต์จึงเห็นว่าตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือเลยค่ะ เขารื้อถอนตัวอาคารออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงที่ดินเปล่า ก่อนหน้านี้ยังมีอาคารอยู่นะคะ เขาค่อยๆ รื้อไป ตอนเห็นช่วงหลังๆ ไม่มีหลังคาอยู่แล้วค่ะ เดิมดิฉันไม่ทราบว่าเป็นพระตำหนัก เคยได้ยินว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวอินเดียและได้ข่าวว่าบ้านถูกขายทอดตลาด เพิ่งทราบไม่นานนี้เองค่ะว่าเคยเป็นพระตำหนักมาก่อน



    พระตำหนักนี้มีหลายห้องมากค่ะ แต่ละห้องขนาดใหญ่มากด้วย เห็นตอนเขารื้อหลังคาออกนี่ละคะ (ดิฉันไปธุระที่อาคารข้างๆ บ่อยน่ะค่ะ ไปทีไรก็ต้องไปหามุมมองพระตำหนักนี้ทุกครั้ง)น่าเสียดายจริงๆ ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 21

vun
26 มี.ค. 2549 22:28
  1. จะเล่าเรื่องพระนางให้ฟังก่อนคือ เสด็จพระวรกัญญา หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวัลลภาเทวี พระองคืเจ้าวรกัญญาปทาน ซึ่งเป็นพระธิดาใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมหลวงตาด ประสูติ ณ วังวรวรรณ ซึ่งเป็นพระพี่นางของเสด็จพระองค์ลักษมี ซึ่งเป็นพระคู่มันของรัชกาลที่ 6 แต่แล้วก็เกิดอะใรมิรู้ เกิดถอนมั้นเอาเสีย แล้วพระองค์รัชกาลที่6 ไปเกิดชอบหม่อมเจ้าวรรณพิมล วรวรรณ แล้วก็ทรงรักใคร่กันจนสถาปนาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ และ พระนางเธอลักษมีลาวัน ตามลำดับ



    ภายหลังที่ทรงได้รับการสถาปนาแล้ว พระนางเธอลักษมีลาวัณ เสด็จมาประทับที่วังซอยพระนาง และทรงเสด็จไปประทับที่ตำบลคลองแสนแสบ เพื่อหลบภัยสงคราม จากนั้นก็เสด็จกลับมาประทับที่ตำหนักลักษมีวิลาส เหตุที่ทรงย้ายมาอยู่(แต่ไม่ใช่ที่วังนี้นะ)เป็นสันโดดเพราะทรงอยากให้ตามแบบฝรั่งคือมีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งผมก็ยังงอยู่เพราะพระองค์ไม่มีทายาทสืบสายเลือดพระนางเลย



    ตำหนักลักษมีวิลาส แห่งนี้ ทางทายาทตระกูลวรวรรณเขาปิดร้างไว้ เพราะบอกว่าพระภูมิเจ้าที่ร้ายแรงนัก ใครอยู่ไปจะเกิดความหายนะ (เคยมีคนเห็นสิ่งที่ไม่น่าเห็นที่วังนี้มาแล้วด้วย(โปรดใช้วิจารณญาณในการฟังนะ))รวมถึงพระนางลักษมีลาวัณ ซึ่งพระนางถูกโจรผู้ร้ายรอบปลงพระชนม์ตามด้านบนที่บอกมาทุกประการ ที่นั้นทางทายาทเข้าขายให้กับพวกแขกไปสร้างตึก อะใรเนี่ยแหละไม่เเน่ใจ



    ผมผ่านอยู่บ่อย ๆ โดยมากจะขึ้นสะพาน ผมก็พยายามมองหาพระตำหนักลักษมีวิลาส อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อนั้นพระตำหนักยังไม่ถูกรื้อมากมายถึงเพียงนี้ ป็นพระตำหนักคล้ายๆกับวังจันเกษม(หรือไม่ไม่แน่ใจ) มีรั้วสังกะสีสีเขียว ทางเข้าเป็นซุ้มประตูแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ครำครึไปด้วยความเก่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการร่วงแล้วแล้วซึ่งพระตำหนักลักษมีวิลาส



ความคิดเห็นที่ 22

vun
26 มี.ค. 2549 22:34
  1. ส่วนตราประจำพระองค์ พระนางเธอลักษมีลาวัณ เป็นรูปเทพธิดาถือดอกบัว และยืนรำละครอยู่บนดอกบัว



ความคิดเห็นที่ 23

vun
26 มี.ค. 2549 22:37
  1. พระนางเธอทรงเป็นผู้ที่ริเริ่มรื้อฟื้นคณะละครปรีดาลัย ของพระบิดากลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อระลึกถึงและสืบสานเจตนารมณ์ของพระบิดา



    ในขณะทีทรงประทับอยู่ณ พระตำหนักลักษมีวิลาส ทรงใช้เวลาที่ทรงมีอยู่ในการทรงพระนิพนธ์บทกวี และนวนิยายสมัยใหม่เรื่องต่างๆ เช่น ชีวิตหวาม เรือนใจที่ไร้ค่า ยั่วรัก โชคเชื่อมชีวิต ภัยรักของจันจลา และ เสื่อมเสียงสาป เป็นต้น



ความคิดเห็นที่ 24

เทาชมพู vcharkarn vmaster
26 มี.ค. 2549 22:41
  1. มองเห็นความกระตือรือร้นของคุณ vun ที่อยากแบ่งปันความรู้ แต่อยากจะให้ไปตรวจสอบกับพจนานุกรมก่อนส่งข้อความ ตัวสะกดแม้แต่คำง่ายๆก็ผิดอย่างไม่น่าผิด



    การเรียบเรียงประโยค อ่านแล้วมึน



    ***เหตุที่ทรงย้ายมาอยู่(แต่ไม่ใช่ที่วังนี้นะ)เป็นสันโดดเพราะทรงอยากให้ตามแบบฝรั่งคือมีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งผมก็ยังงอยู่เพราะพระองค์ไม่มีทายาทสืบสายเลือดพระนางเลย**



    หมายความว่าอะไรคะ การเป็นสันโดด(สะกดผิด) เกี่ยวอะไรกับมีลูกเพียงคนเดียว



    การมีลูกเพียงคนเดียว น่ะหรือคือการตามแบบฝรั่ง

    งั้นครอบครัวฝรั่งที่มีลูกหลายคน ก็ไม่ตามแบบฝรั่งน่ะสิคะ



ความคิดเห็นที่ 25

Karine!!
29 มี.ค. 2549 15:45
  1. ในฐานะเด็กที่เรียนแถวนั้น...รู้สึกใจหายค่ะ

    แต่ก่อนจะเห็นอยู่ว่าเป็นบ้านที่มีลักษณะรูปทรงสวย

    (ตอนนั้นไม่ทราบจริงๆว่าเป็นพระตำหนัก ได้มาอ่านกระทู้นี้แล้ว ก็ได้รับความรู้อีกมาก)



    ตอนนี้พอผ่านไปแถวนั้นแล้วรูปสึกใจหายจริงๆ ไม่รุ้ว่าทำไมไม่รู้จักรักษา บูรณะกันใหม่ให้สวยงาม

    อนิจจังวัฏสังขารา........

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น