|
ปูพื้นภาษาอังกฤษ.....แบบธรรมชาติสำหรับคนอ่อน (แปลว่าคนแข็งถอยออกไปจ้ะ)
โพสต์เมื่อ:
23:01 วันที่ 20 มี.ค. 2549 ชมแล้ว:
5,191
ตอบแล้ว:
46
กระทู้นี้ว่าด้วยการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วยความเข้าใจ...ไม่ต้องท่องจำ
เห็นน้องๆต้องขึ้นรถลงเรือ ไปเรียนภาษาอังกฤษ เสียค่าคอร์ส ค่าเดินทาง และเวลาให้กับเจ้าภาษาต่างชาติแล้ว พี่ก็เห็นใจมาก ว่ากว่าจะได้วิชานี้มาต้องลงทุนลงแรงไปมากหลาย หนำซ้ำลงไปเยอะแล้วยังไม่เข้าใจอีก เรามาเปลี่ยนเวลาเดินทาง ให้เป็นเวลาเรียนภาษาอังกฤษหน้าจอกันดีกว่า เคล็ดลับในการเรียนภาษาอังกฤษมีไม่มาก 1) ทำใจให้รักภาษาอังกฤษ 2) มีวินัย ให้เวลากับเขา สมัยพี่ยังเล็กๆ คุณแม่บังคับว่าโตขึ้นอย่างน้อยต้องรู้ 3 ภาษาเพราะ 2 ภาษาจะไม่พอเพียงในยุคเสรีที่โลกไร้พรมแดน คุณแม่บังคับให้ลูกทุกคนเรียนแมนดาริน ขนาดเรียนไปเกเรไป เรายังเรียนรู้เรื่อง ทีภาษาอังกฤษ เรียนแทบตายทำไมจึงเรียน ไม่รู้เรื่อง! ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 5 ก.ค. 2549 (12:48) English at Homeรับสอนภาษาอังกฤษที่บ้านหรือหน่วยงานของท่าน โดยอาจารย์ต่างชาติ บริการส่งอาจารย์ต่างชาติ เจ้าของภาษาไปสอนให้ถึงที่บ้านหรือตามหน่วยงานของท่าน สร้างบรรยากาศการสอนที่สนุกสนาน สร้างความเป็นกันเองให้กับผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจและกล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ โดยเรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษาจากประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย อเมริกา แคนาดา ซึ่งแต่ละท่านสอนประจำอยู่ตามโรงเรียนและสถาบันชั้นนำต่างๆ โดยมีหลักสูตรให้เลือกดังนี้ 1. คอร์สภาษาอังกฤษสำหรับการศึกษา 1.1ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนใน English Program, International School 1.2 ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในต่างประเทศ 2. General English 3. Business English 4. English for Conversation (คอร์สเข้มข้นรับประกันสามารถพูดได้อย่างมั่นใจใน 1 คอร์ส ) หรือผู้เรียนสามารถระบุวัตถุประสงค์ในการเรียน ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับความต้องการได้ ผู้เรียนสามารถเรียนตัวต่อตัว หรือเป็นกลุ่มได้ สนใจติดต่อ บริษัท True Education International จำกัด ( TEI ) โทร. 02-6929804-5 , 06-1614203 , 09-9946028 แฟกซ์ 02-6929803 tttrue@hotmail.com (IP:58.8.103.26,,) แวะมาเรียนภาษาอังกฤษด้วย มีปัญหาสงสัยครับ ที่คุณครู นุชนา ว่า 1) ทำใจให้รักภาษาอังกฤษ 2) มีวินัย ให้เวลากับเขา ผมสงสัยว่า 1) ก็มันเกลียดเป็นทุนไว้ก่อนแล้ว จะให้รักมันยากจังเลย ทำไงดี 2) ให้เวลากับเขา เขาคนไหนครับ ผมถามเพื่อนที่เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ เขาบอกว่า เรียนภาษาอังกฤษให้รู้เรื่อง จะต้องพูด ครู นุชนา มีความเห็นเป็นอย่างไรกับข้อนี้ครับ ผมสงสัยว่า ข้อ 4 กับข้อ 5 there be มีความหมายว่า มี เป็นการแสดงกิริยา อย่างไร เหมือนพูดว่า มีคนสามสี่คนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน ในความรู้สึกของผม ผมว่า การพูดว่า มีคน.. กับพูดว่า คนสามสี่คนกำลังกินข้าวด้วยกัน มันไม่ได้ต่างกัน คือกิริยา กิน ไม่ใช่กิริยามี นี่เป็นปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษของผมอย่างหนึ่ง คือเชื่อยาก อย่าโกรธกันนะ ถามจริง ๆ ไม่ได้แกล้งถาม ขอบคุณ ครูนุชนา ครับ ตอบอาจารย์นิรันดร์ ความเห็น 24 แฮะๆ ใช้สรรพนามไม่เหมาะสมค่ะ เราควรให้เวลากับภาษาอังกฤษวันละ 1-2 ชม. คนเราจะชอบเมื่ออ่านแล้วรู้เรื่อง อ่านไปเรื่อยๆ หานิทานภาษา อังกฤษที่สนุกๆมาอ่าน เปิดดิกชันนารีดูศัพท์คำยาก ใครที่ชอบฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ เลิกซื้อสยามกีฬาได้แล้ว แต่เข้าไปดูใน www.thesun.co.uk แทน จะรู้ทั้งข่าวฟุตบอลและภาษาอังกฤษทั้งแสลง และ idioms นชน (IP:203.185.131.3,10.226.20.84,) ตอบ 25 ง่ายนิดเดียว (แปลว่ายากเยอะ) ค่ะ อาจารย์ Forever .....เหมือนพูดว่า มีคนสามสี่คนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน ในความรู้สึกของผม ผมว่า การพูดว่า มีคน.. กับพูดว่า คนสามสี่คนกำลังกินข้าวด้วยกัน มันไม่ได้ต่างกัน คือกิริยา กิน ไม่ใช่กิริยามี มีคนสามสี่คน (กำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน) คำว่ามี เป็นกริยาของมุขยประโยค ส่วนในวงเล็บคือส่วนขยายของประโยค สังเกตว่าถ้าใส่วงเล็บแล้ว ส่วนที่เหลือยังฟังรู้เรื่อง ก็แปลว่ากินไม่ใช่ verb หลัก I love Vasana who is now in jail. I love Vasana (who is) now in jail. ******** เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พาเด็กๆ 3 คน ไปปีนภูเขาใกล้บ้าน เด็ก 5 ขวบ ถึงคนแรก เด็ก 3 ขวบถึงที่ 2 ผู้ใหญ่ถึงสุดท้าย ดิฉันแกล้งเถียงกับเด็กว่า ตัวเองถึง the first น้องชายเขาถึง the second ตัวเด็กถึง the third พี่เลี้ยงถึง the last เวลาเถียงกับเด็ก ให้ชูนิ้วประกอบ the first ก็ชูนิ้วเดียว เถียงกันไม่นาน วันนี้เด็กเรียนศัพท์ใหม่ 4 คำ นชน (IP:203.185.131.3,10.226.20.84,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 26 ก.ค. 2549 (13:34) อ่ะ ขอแจมด้วยคน ผมก็เคยเกลียดภาษาอังกฤษ เกลียดจริงๆเลย ท้ายสุดก็ต้องไปอยู่ในดงภาษาอังกฤษ - -* คืออย่างนี้ครับอ.นิรันดร์ กริยา(Verb) เนี่ยเรามักจะเข้าใจว่าเป็น กิริยา อาการ(Action) เพียงอย่างเดียว ซึ่งมันจะทำให้งง เช่น สนใจ กับ มอง เนี่ย จริงๆแล้วเราจะเห็นเพียง กิริยา มอง แต่ กิริยา สนใจ เราไม่เห็น ดังนั้นกริยาบางอย่าง ไม่สามารถแสดงให้เห็นเด่นชัด ต่อมา ในประโยคหนึ่ง สามารถมีกริยาได้มากกว่า 1 นั่นแปล จะต้องมีกริยา 1 ตัวเป็นกริยาหลัก ที่เหลือเป็นกริยารอง เช่น "อ.นิรันดร์ต้องการศึกษาความออ้นของเด็กนักเรียน" ประโยคนี้มีกริยา 2 คำคือ ต้องการ และ ศึกษา ครับ ปล. ตอนอยู่ปี 1 ผมมีปัญหาเรื่องภาษามาก พ่อผมแนะนำว่า "จงคิดเป็นภาษาอังกฤษ จะผิดจะถูกช่างมัน คิดเป็นภาษาอังกฤษ จนกว่าจะฝันเป็นภาษาอังกฤษ" เออออออ คนไทยที่ฝันเป็นภาษาอังกฤษ มีจริงๆนะอาจารย์ - -* Chrisna (IP:61.7.164.129,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 29 ก.ค. 2549 (13:18) ถึง ค.ห. ที่ 28 เรื่องคิดเป็นภาษาอังกฤษจนกระทั่งฝันเป็นภาษาอังกฤษได้นั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการฝันเป็นภาษาอังกฤษเนี่ย ในความคิดผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่แสดงว่าภาษาอังกฤษมันหยั่งลึกเข้าไปในจิตใจคุณเลยครับ สิ่งที่ผมจะแนะนำคือ คิดเป็นภาษาอังกฤษเหมือน ค.ห.28 จุมุ่งหมายสุดยอดของการเรียนนะครับคือ เวลาจาพูดไม่ต้องคิดประโยคไทย แล้ว แปลเป็นอังกฤษ แล้วค่อยพูดเพราะว่ามันจะช้ามากเลยครับ รวมถึงการอ่าน ควรอ่านให้เข้าใจแบบไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทยอีกรอบครับ พูดเหมือนง่ายแต่ทำยากในเวลาเริ่มต้นครับ ภาษาไม่ใช่อะไรที่เร่งรัดได้ครับ เป็นอะไรที่ต้องซึมซับและใช้เวลา ดังนั้นไม่ต้องกังวลครับ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป จะเอาใจช่วยครับผม ด้วยความเคารพ พี่เชี้ยบ mischief_maker_sacrifice@hotma (IP:203.45.93.69,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 30 ก.ค. 2549 (03:38) ผมฝึกอังกฤษตามที่ครูเคทสอนจนฝันแล้วอะครับ ภาษาอังกฤษเริ่มชินหูและ แต่ยังไม่ค่อยชินปากเท่าไร (ขี้เกียจซ้อมเอง โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเรา - - ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 30 ก.ค. 2549 (23:46) อ่านแล้วเพลินดีครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่อ่อนภาษาอังกฤษมาก แต่ใจกลับชอบภาษาอังกฤษ และยังจะพยายามต่อไป แม้จะแก่ตายก่อนที่จะเก่งภาษาอังกฤษก็ตาม ผมขอถาม อาจารย์ Nuchana หน่อยนะครับ คำว่า "อาจารย์ที่ปรึกษา" นี่เราจะใช้ภาษาอังกฤษยังไงดีครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 31 ก.ค. 2549 (12:25) เราก็อ่อนภาษาเหมือนกันอยากพูดได้ ใครใจดีช่วยสอนเราหน่อยนะ ติดต่ดเรานะ aoo_2521@hotmail.com aoo_2521@hotmail.com (IP:203.170.231.230,172.20.6.112,) ตอบ คุณ krutank อาจารย์ที่ปรึกษา............. = advisor เด้กนักเรียนที่อาจารย์ดูแล = advisee ********** เรื่องครูเคทนั้น มีเรื่องตลกมาเล่าให้ฟัง ใครพอจำได้บ้างว่า ประมาณ ปี 43-44 มีโฆษณาชิ้นหนึ่ง ที่ครูเคท (สมัยยังรุ่นๆ) ไปเรียนเมืองนอก ในโฆษณาตอนแรกๆเธอก็ไม่กล้าพูด หลังจากนั้นธอสามารถ พูดได้คล่องปรื๋ออออ จนฝรั่งเง็ง+ทึ่ง ให้ตายเถอะ โรบิน!... ภาษาอังกฤษของเธอ ดิฉันฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว ไม่ตกใจหรอกค่ะ เพราะว่า คุณบ๊อบ บุญหด คอลัมนิสต์ในเดลินิวส์ ซึ่งเติบโตเมืองนอก และเป็นนักการทูตไทย ประจำตปท ก็ฟังไม่ออก เหมือนกัน คุณบ๊อบ บอกว่าช่วงคริสต์มาสปีนั้น พี่ๆน้องๆของคุณบ๊อบ ซึ่งอยู่อเมริกาหลายปี และสอนใน American college มาเที่ยวเมืองไทย ได้ชมโฆษณาชิ้นนี้ ก็ไม่มีใครฟังออกเหมือนกัน ดิฉันกล้าท้าว่า ไม่มีอเมริกันชนคนไหนฟังโฆษณาชิ้นนั้นออก ไม่รู้ว่า ท่านอาร์ตได อุตริปล่อยงานชิ้นนี้ออกมาได้อย่างไร คุณภาพเสียง และ pronunciation นั้นไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นเด็ด ******* คราหน้าจะอธิบายให้ฟังถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า college และ university ค่ะ I spent my weekend watching "college" football....(why not using "universty" football?) Nuchana (IP:203.185.131.3,10.226.20.84,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 14 ส.ค. 2549 (21:28) ถ้าต้องการ เรียนภาษาอังกฤษ แบบพื้นฐานเนี่ยพอจะมีที่แนะนำมั้ยคะ อยากให้หลาน ๆ ได้เรียนที่ ที่มีคุณภาพ และไม่เน้นท่องจำค่ะ bus_p@chaiyo.com (IP:58.181.179.252,,) เป็นคนจำหลักภาษาไม่ค่อยได้ค่ะ แต่ชอบอ่านนิยายภาษาอังกฤษค่ะ ก็เลยพอได้ ก็แปลได้ โดยอาศัยวิชาภาษาไทยขั้นสูงเพื่อการสื่อสารมาใช้คู่กับการแปลภาษาอังกฤษค่ะ แต่พูดไม่เก่งค่ะ หูกะปากไม่กระดิกเหมือนกันค่ะ เป็นผู้ช่วยสอนภาษาอังกฤษมาประมาณ 2 ปี (สอนร่วมกับชาวต่างชาติ ช่วยแปล) เจอ native speaher มาก็หลายคน เชื่อไหมว่าไม่มีฝรั่งคนไหนรู้เรื่อง tense ได้แตกฉานเท่ากับคนไทย เวลาพูดก็ไม่ถูก tense แต่เราก็เข้าใจกัน เพราะฉะนั้นทุกคนที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ต้องกังวลเรื่องหลักไวยากรณ์ คิดอะไรก็พุดออกไปเลย ฝรั่งฟังรู้เรื่องก็ OK แล้ว แล้วความถูกต้องก็จะตามมาเอง ถ้าเราไม่กล้าพูดเราก็ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ถ้าเราพูดผิดฝรั่งก็จะพูดประโยคที่ถูกต้องให้เราฟัง แล้วเราก็จะจำได้เอง ก็เหมือนกับเวลาที่ฝรั่งพูดไทยพอเขาพูดผิด เราก็ขำและแก้ให้เขา และเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาโง่แต่อย่างไร ก็เหมือนกับที่เราพูดอังกฤษผิดเขาก็ขำเรา ไม่ได้ดูถูกเราหรอก พาย (IP:61.7.143.185) เห็นด้วยครับ ผมเรียนอังฤษเพื่อใช้งานเท่านั้น ไม่ต้อง grammar 100 เปอร์เซนต์ได้ ไม่ได้เป็นศาสตราจารย์นี่นา คห 37 .......เจอ native speaher มาก็หลายคน เชื่อไหมว่าไม่มีฝรั่งคนไหนรู้เรื่อง tense ได้แตกฉานเท่ากับคนไทย เวลาพูดก็ไม่ถูก tense ไม่จริงมังคะ ขนาดเด็ก 5 ขวบ ยังพูดออกมาอัตโนมัติ go...went...gone ใช้ได้ถูกต้อง คุณคุยกับฝรังระดับไหนที่ใช้ไม่ถูกหรือคะ .........เห็นด้วยครับ ผมเรียนอังฤษเพื่อใช้งานเท่านั้น ไม่ต้อง grammar 100 เปอร์เซนต์ได้ ไม่ได้เป็นศาสตราจารย์นี่นา แหม...คุณ thawan ก็.....การเขียนให้ถูกแกรมมาร์นั้น มันก็จำเป็น วิทยานิพนธ์ ระดับมาสเตอร์ จะใช้ broken English มหาวิทยาลัยไหนจะยอม การเขียนให้สละสลวย มันไม่ได้เป็นเรื่องของ grammar อย่างเดียวเท่านั้นนะคะ คุณไอเดียดีเเค่ไหน เเต่สื่อสารให้ชาวโลกรู้เรื่องไม่ได้ทางการเขียน ก็ลำบากค่ะ Nuchana (IP:203.185.131.3) อยากทราบว่าthere is there are ความหมายจริงๆแล้วของคำ2คำนี้คืออะไรคะ เอวาเจลีน (IP:203.209.110.72) หลานสาวเรียนราม จะจบอยู่เรื่อย แต่ไม่จบสักกะที ติดที่การเขียนนี่แหละ การอ่าน การพูด การฟัง อาจเสริมการเขียนได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้เขียนได้หรอกครับ มันต้องฝึกเขียนอย่างเดียว เรียนขี่จัการยานต้องเอาจักรยานมาขี่ เรียนว่ายน้ำต้องลงไปในน้ำ เรียนภาษาต้องโดดลงไปในกระแสของภาษาครับ ให้ความคุ้นเคยมันทำงานของมันดีกว่าเรามานั่งท่องนั่งจำครับ ก็อย่างที่คุณ Nuchana ว่าครับ เด็กฝรั่ง 5 ขวบ รู้ go went gone แล้ว แบบแผนของภาษาที่มันก่อตัวสมบูรณ์แล้วเมื่ออายุ 5 ขวบ แต่ถ้าถามว่า tenses คืออะไรมีอะไรบ้างแกต้องคิดนานเผลอ ๆ ตอบไม่ถูกอีก คนไทยพูดอังกฤษก็ไม่ได้แต่ตอบตรงนี้ได้เก่งกว่า ผมว่าคุณพายพูดถึงน่าจะหมายถึงประเด็นนี้ครับ แสดงว่าคนไทยแตกฉานเรื่อง tense กว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีใจจริง ๆ ผมเองเรียนมาทางอื่น แต่ต้องมาใช้อังกฤษทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่วิชาเอก วิชาโทหรือวิชาเลือกกว่าจะเอาตัวรอดได้ก็แทบตายล่ะครับ แบบว่ากระอักเลือด เรียนเอาตอนโตนี่มันยากอย่าบอกใครเชียว ดอนเด็ก ๆ สมองว่าง ๆ เรียนง่าย ๆ แต่ไม่ค่อยอยากจะเรียนกันหรอก โตแล้วจะรู้เองว่าภาษามันไม่พอจะใช้งาน แค่เรียน ป โท คุณก็แทบตายแล้ว ต้องแปลเปเปอร์เปนวัน ๆ แปลแล้วก็ม่ายรู้เรื่องอีก มานม่ายหวาย (ขอโทดครับ มานเปงเอง ผมรู้สึกว่าจะ chat กับเด็ก ๆ มากปายหน่อย เลยติดภาษาเขามา แหะ แหะ) มีน้อง ๆ หลายคนที่เรียนทางบัญชีทำงานกับบริษัทที่ค้าขายกับต่างประเทศและต้องตามเอกสารต่าง ๆ แค่นี้ก็ลำบากกันแล้วครับ เพราะไม่รู้จะเขียนอีเมล์ยังไง ยังต้องอีเมล์มาถามประจำ รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามครับ น้อง ๆ จำไว้ให้ดี ความรู้เป็นอาภรณ์ประดับกาย ตอนไม่ได้ใช้เราไม่เห็นคุณค่ามันหรอก แต่ตอนมีปัญหามันช่วยเราได้ อย่าบอกเชียวว่าเรียนมาแล้วก็ไม่ได้ใช้ ที่พูดแบบนี้ไม่ใช้เองต่างหาก โอกาสใช้มีเยอะแยะครับ ก็อยากเขียนให้ถูกล่ะครับ แต่แหมมันไม่ค่อยจะถูกง่าย ๆ ชาตินี้จะเขียนได้เนียนนุ่มเหมือนสุราชั้นดี (สุราไผ่เขียว ธิดาแดง ที่ชอลิ้วเฮียงโปรดปราน ติหนังจีนอีกแล้ว) หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ขนาดภาษาไทยยังใช้ไม่ค่อยจะถูกเลยครับ ใครเก่งบุรพบทภาษาไทยบ้างยกมือขึ้น แน่ใจนะว่าถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ ผมคนนึงล่ะที่ใช้ถูกใช้ผิดเป็นประจำ พูดอย่างไม่อายเลยล่ะครับ สุดท้ายอธิบาย Ther is, There are รับใช้น้อง เอวาเจลีน สักหน่อยครับ ทั้ง There is, There are แปลว่ามีครับ ต้องใช้คู่กันเสมอนะครับและอยู่ต้นประโยค ความหมายจริง ๆ ก็คือ มันบอกถึงสภาวะการมีอยู่ของคำนามหรือคำนามวลี หรืออนุประโยคที่ตามมา สรุปง่าย ๆ คือ คำนามหรือเทียบเท่าคำนามครับ มันต่างจาก has, have (กรณีที่เป็นกริยาหลัก) ที่แปลว่ามีเหมือนกัน แต่สองตัวหลังนี้ไม่บอกสภาวะการมีอยู่แต่บอกถึงความเป็นเจ้าของครับ มันเป็นกริยาพิเศษที่ทำเป็น passive voice ไม่ได้ พูดมากเดี๋ยวจะงงกันใหญ่ THere is นามเอกพจน์ There are นามพหูพจน์ ขอให้น้องไปดู basic English patterns เพิ่มเติมนะครับ ในโครงสร้างของ There is, There are นะครับ ถามแค่นี้ก็ขอตอบเพียงเท่านี้นะครับ เดี๋ยวคุณ Nuchana คงจะมาอธิบายรายละเอียด คำถามดีมากครับคิดว่าหลายคนคงยังสับสนเหมือนกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 เสียดายครับ ตอบเกือบถูกทุกข้อ ผมมีข้อสงสัยประการหนึ่งครับคุณพี่นุชนา จากโจทย์ใน Lesson 1 ) There were two stuffed animals on the bed. 5) There had been five girls (sitting on the cliff). สังเกตว่า มีคำว่า There อยู่ในกริยาดังกล่าวด้วย [Unparseable or potentially dangerous latex formula. Error 6 ] ศรีปิงเวียง ผมสงสัยว่า ข้อ 4 กับข้อ 5 there be มีความหมายว่า มี เป็นการแสดงกิริยา อย่างไร เหมือนพูดว่า มีคนสามสี่คนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน ในความรู้สึกของผม ผมว่า การพูดว่า มีคน.. กับพูดว่า คนสามสี่คนกำลังกินข้าวด้วยกัน มันไม่ได้ต่างกัน คือกิริยา กิน ไม่ใช่กิริยามี นี่เป็นปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษของผมอย่างหนึ่ง คือเชื่อยาก อย่าโกรธกันนะ ถามจริง ๆ ไม่ได้แกล้งถาม ขอบคุณ ครูนุชนา ครับ ตอบ: คุณนุชนาอธิบายชัดเจนแล้วต่อคำถามของอาจารย์นิรันด์ในความเห็นที่ 27 เรื่องมุขยประโยค แต่ยังไม่เห็นว่ามีที่ใด อธิบายว่า There เป็นอะไรในประโยค และ there be ทำไมแปลว่า มี อาจารย์ นิรันดร์คงคล้าย ๆ พระสารีบุตร ถ้าไม่ชัดแจ้งไม่เชื่อง่าย ๆ ตอนเรียนผมก็ไม่เคยสงสัย ครูให้แปลว่ามีก็ต้องแปลว่ามี พอเจอคำถามนี้ต้องคิดนานเหมือนกัน ภาษามันมีเหตุผลครับ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้กันตามความนิยมหาคำอธิบายไม่ได้ ก็เลยจะลองอธิบายตามแนวนี้ 4) There were two stuffed animals on the bed. 5) There had been five girls (sitting on the cliff). ผมลองเขียนใหม่ ได้ว่า 4) Two stuffed animals were there (on the bed). 5) Five girls had been there (sitting on the cliff). จะเห็นได้ว่า there คือ adverb ใช่ไหมครับ และ there be แปลว่ามี ก็เพราะมันอยู่ที่ตรงนั้น (ไม่ได้หายไปไหน) เมื่อมันอยู่ก็แสดงว่ามันมี ถ้าไม่อยู่ก็ไม่มี แหะ ๆ จะพอเข้าเค้าหรือเปล่าครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 2 ก.ค. 2551 (18:02) were แปลว่าอะไรคะ ช่วยตอบด่วน mookmoomoo (IP:117.47.174.20) |