ทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

1. ทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา




แหล่งทุน


สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย


The Thailand Research Fund (TRF)




ขอบข่าย




เป็นทุนสนับสนุนการวิจัยเพื่อสร้างนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถให้มีจำนวนมากเพียงพอ เป็นผู้นำในทางวิชาการระดับ


นานาชาติ และสามารถทุ่มเทเวลาและสติปัญญาในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี หรือองค์ความรู้ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนา


ประเทศ โดยเน้นการสร้างผลงานวิจัยพื้นฐานแบบมีทิศทาง ทุนประเภทนี้ทาง สกว. เห็นสมควรกำหนดลำดับความสำคัญการให้


ทุนดังนี้




เงื่อนไข




1. ต้องเป็นผู้ที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่เป็นงานวิจัยที่ทำในประเทศไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เรื่องใน


ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (1996- ปัจจุบัน) โดยไม่นับรวมผลงานวิจัยที่เกิดจากวิทยานิพนธ์




2. หัวหน้าโครงการต้องเป็นเจ้าของบทความชื่อแรกหรือเป็น corresponding author (ผู้วิจัยสำหรับการติดต่อ) อย่างน้อย 1


เรื่อง และต้องมีผลรวมของ Impact Factor ไม่น้อยกว่า 5.0 สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ ไม่น้อยกว่า


2.5 สำหรับสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์




3. ในกรณีที่หัวหน้าโครงการมีผลงานอยู่ในสาขาวิชาที่บทความมีค่า Impact Factor น้อยหรือบทความนั้นอยู่นอกฐานข้อมูล ISI


ซึ่งทำให้ไม่สามารถหาค่า Impact Factor ได้ ทำให้ผลรวมของ Impact Factor ไม่ถึงเกณฑ์ในข้อ 2 สกว. ยังคงรับพิจารณาข้อ


เสนอโครงการ




4. สาขาสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์จะไม่นำเกณฑ์ของ Impact factor มาประกอบการพิจารณา




5. หัวหน้าโครงการมีศักยภาพสูงโดยพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษา ได้แก่ การมีคุณวุฒิระดับปริญญาโทขึ้นไป มีผล


การศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม และมีผลสัมฤทธิ์ด้านการวิจัย ได้แก่ การมีผลงานด้านการวิจัยที่มีคุณภาพ




6. โครงการที่เสนอขอต้องมีการทบทวนเอกสารที่มีการตีพิมพ์ (literature review) แล้วอย่างครบถ้วน และครอบคลุม ทำให้


เชื่อได้ว่า โครงการวิจัยที่เสนอเป็นการวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่อย่างแท้จริงไม่เป็นการวิจัยซ้ำกับองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้ว หรือถ้า


เป็นการวิจัยเพื่อยืนยันองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วก็เป็นการวิจัยที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง




7. ผลงานจากทุนวิจัยประเภทนี้ คือ รายงานผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่มีระบบตรวจสอบคุณภาพของ


ต้นฉบับอย่างเข้มงวด หรือผลงานวิจัยที่นำไปจดทะเบียนสิทธิบัตรรวมทั้งหลักฐานที่แสดงถึงการพัฒนาความเข้มแข็งของนัก


วิจัยและทีมงาน ได้แก่หลักฐานความเชื่อมโยงหรือร่วมมือกับนักวิจัยระดับนานาชาติ และหลักฐานแสดงความเหนียวแน่นและต่อ


เนื่องของทีมงาน




8. ผู้ขอทุนต้องไม่มีภาระงานวิจัยหรืองานอย่างอื่นสูงเกินไป จนไม่สามารถมีเวลาทำงานวิจัยได้





งบประมาณ


โครงการละไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี จำนวน 15 ทุน




ระยะเวลาขอรับทุน


รอบแรก 1 มกราคม - 31 มีนาคม, รอบสอง 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน


ความคิดเห็นที่ 5

wimma
17 ก.พ. 2545 04:13
  1. 5. โครงการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม แหล่งทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย The Thailand Research Fund (TRF) ขอบข่าย กรอบของงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เน้นงานวิจัยและพัฒนา 2 ประเภท คือ 1.งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม 2.งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม 20 ผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นและเป็นที่ยอมรับ เพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการ แข่งขันในตลาดภายในประเทศและอาเซียนในระยะยาว ซึ่งประกอบด้วยโครงการวิจัยดังต่อไปนี้ 1.1 การวิจัยพัฒนาเพื่อยกระดับเทคโนโลยีให้ได้มาตรฐาน หรือให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับประเภทและวัตถุประสงค์การใช้ งานของผู้ใช้ 1.2 การวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนด้านการผลิต ประกอบด้วย - การวิจัยพัฒนาเพื่อทำให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพขึ้น - การวิจัยพัฒนาเพื่อลดต้นทุนการผลิต จัดหาวัตถุดิบที่มีราคาถูก 1.3 การวิจัยและพัฒนาเพื่อส่งเสริมการตลาด ประกอบด้วย - การวิจัยพัฒนาเพื่อขยายตลาด - การวิจัยเพื่อส่งเสริมตลาดภายในและภายนอกประเทศ ทั้งนี้ เพื่อวิจัย ออกแบบและประเมินแนวทางสำหรับกระบวนการทางอุตสาหกรรมและการผลิตรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม สนับสนุนการป้องกันมลพิษ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและนิเวศอุตสาหกรรม รวมทั้งมาตรการการค้า และสิ่งแวดล้อม งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพ การนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นการลด มลพิษและเพิ่มศักยภาพการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน 2.1 การพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์ของเสียชุมชน - การใช้ประโยชน์จากสิ่งปฏิกูล น้ำเสียชุมชนและกากตะกอนน้ำเสีย - การใช้ประโยชน์จากมูลฝอยสด 2.2 การพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์ของเสียเกษตรกรรม - การใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์และเศษพืชผลทางการเกษตร 2.3 การพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์ของเสียอุตสาหกรรม - การใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต 2.4 การพัฒนาเทคโนโลยีการนำของเสียหรือวัสดุเหลือใช้หรือผลิตภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ - การแปรรูปพลาสติกที่ใช้แล้ว - การแปรรูปเศษวัสดุก่อสร้าง - การแปรรูปยางรถยนต์ที่ใช้แล้ว 2.5 การพัฒนาการออกแบบและเทคโนโลยีการลดปริมาณวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์หลายหน (Reuse) งบประมาณ ไม่ระบุ ระยะเวลาขอรับทุน ไม่ระบุ หน่วยงานที่ติดต่อ ฝ่าย 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์คอนโดมิเนียม 979 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2298-0455-75 ต่อ (อติภา), (สุรีรัตน์) โทรสาร 0-2298-0476-77 E-mail : trfpg3@trf.or.th http://www.trf.or.th

ความคิดเห็นที่ 4

wimma
17 ก.พ. 2545 04:10
  1. โดยที่ทั้ง 4 ทุนมีหน่วยงานที่ติดต่อดังต่อไปนี้ หน่วยงานที่ติดต่อ ฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ชั้น 14 อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์คอนโดมิเนียม 979 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2298-0455-75 โทรสาร 0-2298-0476-77 Email : trfbasic@trf.or.th http://www.trf.or.th

ความคิดเห็นที่ 3

wimma
17 ก.พ. 2545 04:10
  1. 4. ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ แหล่งทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย The Thailand Research Fund (TRF) วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีโอกาสทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพและความถนัดที่มีอยู่ เมื่อ ทำวิจัยอย่างต่อเนื่องระยะเวลาหนึ่งจะสามารถริเริ่มโครงการใหม่ๆ ด้วยตัวเองได้ และสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นนัก วิจัยอาชีพ สร้างผลงานวิจัยพื้นฐานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติหรือจดสิทธิบัตร และสร้างความเชื่อมโยงและความ ร่วมมือระหว่างนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ เงื่อนไข 1. โครงการวิจัยที่เสนอขอรับทุนเป็นการวิจัยที่ดำเนินการในประเทศไทย และผลงานที่ได้ต้องสามารถตีพิมพ์ในวารสาร วิชาการระดับนานาชาติได้ เมื่อมีการตีพิมพ์ผลงาน ผู้เสนอโครงการจะเป็นชื่อแรกในบทความผลงานวิจัยและนักวิจัยพี่เลี้ยง มีชื่อร่วมด้วย 2. โครงการนี้เสนอโดยผู้ขอรับทุนร่วมลงนามกับนักวิจัยพี่เลี้ยง (mentor) และได้รับความเห็นชอบจากสถาบันต้นสังกัด 3. ผู้ขอทุนต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (ไม่นับวุฒิบัตรหรือเทียบเท่า) หรือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททุกสาขา รวมทั้งผู้ที่สำเร็จปริญญาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์และสัตวแพทยศาสตร์ มาแล้วไม่เกิน 5 ปี 4. ผู้ขอทุนต้องเป็นผู้ที่ทำงานในสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานในประเทศไทย ยกเว้นผู้ที่สังกัดในหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย 5. ผู้ขอทุนต้องมีอายุไม่เกิน 45 ปี 6. ผู้ขอทุนต้องไม่เป็นผู้บริหารตั้งแต่ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป 7. ผู้ขอทุนต้องมีเวลาทำงานในโครงการอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลาราชการ การส่งข้อเสนอโครงการ จัดทำข้อเสนอโครงการจำนวน 6 ชุด ส่งผ่านศูนย์ส่งเสริมงานวิจัยฯ โดยที่แต่ละชุดประกอบด้วย แบบสมัครขอรับทุน หน้าสรุป โครงการ (executive summary) ข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม และประวัติ (CV) ของนักวิจัยพี่เลี้ยง งบประมาณ ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี โดยประกอบด้วยค่าตอบแทนแก่ผู้รับทุน เป็นเงิน 10,000 บาทต่อเดือน (120,000 บาทต่อปี) ในกรณี ที่ผู้รับทุนอยู่ในสถาบันที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า ค่าตอบแทนในระบบราชการ 2-3 เท่า จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงิน 5,000 บาท ต่อเดือน (60,000 บาทต่อปี) ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการทำ วิจัย ระยะเวลาโครงการ ไม่เกิน 2 ปี จำนวนทุน 80 ทุน/ปี ระยะเวลาขอรับทุน 1 พฤศจิกายน - 31 มกราคมปีถัดไป

ความคิดเห็นที่ 2

wimma
17 ก.พ. 2545 04:08
  1. 3. ทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Post-Doctoral Research Fellowship) แหล่งทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย The Thailand Research Fund (TRF) วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกให้มีโอกาสทำงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพและ ความถนัดที่มีอยู่ เมื่อทำวิจัยอย่างต่อเนื่องระยะเวลาหนึ่งจะสามารถริเริ่มโครงการใหม่ๆ ด้วยตัวเองได้ และสามารถพัฒนา อย่างต่อเนื่องจนเป็นนักวิจัยอาชีพ สร้างผลงานวิจัยพื้นฐานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติหรือจดสิทธิบัตร และสร้าง ความเชื่อมโยงและความร่วมมือระหว่างนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ เงื่อนไข 1. โครงการวิจัยที่เสนอขอรับทุนเป็นการวิจัยที่ดำเนินการในประเทศไทย และผลงานที่ได้ต้องสามารถตีพิมพ์ในวารสาร วิชาการระดับนานาชาติได้ ปีละ 1 เรื่อง เมื่อมีการตีพิมพ์ผลงาน ผู้เสนอโครงการจะเป็นชื่อแรกในบทความผลงานวิจัยและนักวิจัย พี่เลี้ยงมีชื่อร่วมด้วย 2. โครงการนี้เสนอโดยผู้ขอรับทุนร่วมลงนามกับนักวิจัยพี่เลี้ยง (mentor) และได้รับความเห็นชอบจากสถาบันต้นสังกัด 3. สกว. พิจารณาจากคุณสมบัติของนักวิจัยพี่เลี้ยงก่อนแล้วจึงให้นักวิจัยพี่เลี้ยงเสนอชื่อนักวิจัย หรือเสนอชื่อมา พร้อมกัน โดย กำหนดคุณสมบัติไว้ดังนี้ คุณสมบัติของนักวิจัยพี่เลี้ยง 1. เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการทำวิจัยดีเยี่ยม โดยมีประวัติผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติหรือการ จดสิทธิบัตรย้อนหลัง 5 ปี อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง 2. เป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัยที่มีศักยภาพสูงในการสร้างทีมและเครือข่ายในการวิจัย 3. เป็นผู้ที่มีเงินทุนวิจัยสนับสนุนอยู่แล้วทั้งทุนวิจัยในประเทศ เช่น ทุนเมธีวิจัยอาวุโส สกว. หรือทุนวิจัยจากต่างประเทศ เช่น ทุน WHO เป็นต้น เพราะทุนวิจัยหลังปริญญาเอกนี้จะสนับสนุนเฉพาะค่าตอบแทนของนักวิจัย เท่านั้น 4. หากเป็นนักวิจัยในสาขาวิชาที่มีความขาดแคลนสูง เช่น วิศวกรรมศาสตร์ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีบางสาขา จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 5. มีเวลาให้คำปรึกษาแก่นักวิจัยตลอดเวลาการรับทุน คุณสมบัติของนักวิจัย 1. ต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกไม่เกิน 5 ปี (ไม่นับวุฒิบัตรหรือเทียบเท่า) และยกเว้นผู้ที่สังกัดในหน่วยงานที่ให้ทุน วิจัย 2. ต้องมีอายุไม่เกิน 45 ปี 3. ต้องมีผลงานตีพิมพ์ (เป็นชื่อแรกของบทความ) ในวารสารวิชาการนานาชาติย้อนหลัง 5 ปี อย่างน้อย 1 เรื่อง 4. สามารถทำงานวิจัยเต็มเวลาที่ห้องปฏิบัติการของนักวิจัยพี่เลี้ยงตลอดช่วงการรับทุน และไม่รับทุนอื่นพร้อมกัน ยกเว้นแต่ ได้รับการอนุมัติจาก สกว. ก่อน การส่งข้อเสนอโครงการ นักวิจัยพี่เลี้ยงจัดทำข้อเสนอโครงการจำนวน 6 ชุด ส่งผ่านศูนย์ส่งเสริมงานวิจัยฯ โดยที่แต่ละชุดประกอบด้วย แบบสมัครขอรับ ทุน ข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม และประวัติ (CV) ของนักวิจัยพี่เลี้ยง งบประมาณ ทุนนี้ให้เฉพาะเงินค่าตอบแทนของนักวิจัยเดือนละ 30,000 บาท ระยะเวลาโครงการ ไม่เกิน 2 ปี และสามารถขอทุนต่อได้หากมี ผลงานอยู่ในเกณฑ์ดี จำนวนทุน 30 ทุน/ปี ระยะเวลาขอรับทุน 1 พฤศจิกายน - 31 มกราคมปีถัดไป

ความคิดเห็นที่ 1

wimma
17 ก.พ. 2545 04:05
  1. 2. ทุนพัฒนานักวิจัย แหล่งทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย The Thailand Research Fund (TRF) ขอบข่าย เหมือนทุนวิจัยองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา เงื่อนไข 1. ผู้ขอทุนต้องเป็นอาจารย์หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นที่มีหน้าที่โดยตรงต่องานวิจัยในมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ หรือมนุษยศาสตร์พื้นฐาน โดยจะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วน ราชการ หรือมหาวิทยาลัยเอกชนก็ได้ แต่จะต้องมีหลักฐานแสดงอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงทรัพยากรสนับสนุน และการจัด กิจกรรมว่าสถาบันเอกชนนั้น ๆ ได้สนับสนุนการวิจัยด้านนั้นๆ อย่างจริงจังและต่อเนื่อง 2. ผู้ขอทุนต้องเป็นผู้มีศักยภาพสูงที่จะพัฒนาเป็นนักวิจัยพื้นฐานที่ดีได้ โดยอาจพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษา ได้แก่ การมีคุณวุฒิระดับปริญญาโทขึ้นไป มีผลการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมและมีผลสัมฤทธิ์ด้านการวิจัย ได้แก่ การมีผลงานด้านการ วิจัยที่มีคุณภาพ 3. ผู้ขอทุนต้องเป็นผู้ที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (1996 -ปัจจุบัน) มีตำแหน่งทางวิชาการไม่เกินรองศาสตราจารย์ และมีอายุไม่เกิน 45 ปี 4. ผู้ขอทุนต้องไม่มีภาระงานวิจัยหรืองานอย่างอื่นสูงเกินไป จนไม่สามารถมีเวลาทำงานวิจัยได้ เช่นไม่ควรมีตำแหน่งบริหารใน ระดับหัวหน้าภาควิชาขึ้นไป และตลอดระยะเวลาที่รับทุนไม่มีตำแหน่งบริหารดังกล่าว โดยผู้สมัครจะต้องระบุในใบสมัครว่า จะ สามารถใช้เวลาทำงานวิจัยได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมด 5. ผู้รับทุนต้องระบุในใบสมัครอย่างชัดเจนว่า จะทำงานวิจัยเรื่องอะไร จะมีผลลัพท์ (output) ออกมาอย่างไรบ้างในในแต่ละปี โดยงานวิจัยที่เสนอต้องเป็นงานวิจัยขั้นพื้นฐาน (basic research) และต้องทำงานอย่างต่อเนื่องให้มีความเชี่ยวชาญ จน สามารถหาองค์ความรู้ใหม่หรือเทคนิคใหม่ได้ 6. ไม่อนุญาตให้สถาบันต้นสังกัดหักเงินทุนพัฒนานักวิจัยเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมใด ๆ ทั้งสิ้น งบประมาณ ปีละ 360,000 บาท (อาจมากกว่านี้ ขึ้นกับส่วนสมทบจากมหาวิทยาลัย) ระยะเวลา 3 ปี จำนวน 20 ทุน ระยะเวลาขอรับทุน 1 มกราคม - 31 มีนาคม

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น