|
เชื้อสายราชวงศ์ธนบุรี
โพสต์เมื่อ:
21:44 วันที่ 4 มี.ค. 2544 ชมแล้ว:
4,098
ตอบแล้ว:
56
เมื่อพระเจ้าตากสินถูกสำเร็จโทษแล้ว คงจะมีคนสงสัยบ้างว่าเชื้อสายราชวงศ์ธนบุรีไปไหนกันหมด ถูกประหารหรือว่ายังอยู่มาได้
คำตอบคือเป็นไปทั้งสองทางค่ะ ผู้ที่ถูกประหารไปในคราวเดียวกับพระราชบิดา มี ๒ องค์คือเจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ (จุ้ย)ที่เล่าให้ฟังในกระทู้ และพระอนุชา คือเจ้าฟ้าชายน้อย องค์อื่นๆอยู่มาได้ทั้งหมด ในจำนวนนี้ มีอยู่องค์หนึ่งเป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ ๑ เพราะเป็นเจ้าฟ้าที่ประสูติจากพระราชธิดาของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ ซึ่งถวายเป็นเจ้าจอมในพระเจ้าตากสิน (บางแห่งว่าเป็นพระมเหสี) มีพระนามเดิมว่าเจ้าฟ้าเหม็น หรือเจ้าฟ้าชายสุพันธุวงศ์ กรมขุนกษัตรานุชิต ไม่ว่าเสด็จไปไหน ก็จะโปรดฯให้ตามสด็จอยู่เสมอจนตลอดรัชกาล แต่พอสิ้นรัชกาลที่ ๑ ขึ้นรัชกาลที่ ๒ เจ้าฟ้าองค์นี้ก็ถูกข้อหากบฎ ถูกสำเร็จโทษ พร้อมพระอนุชาต่างมารดา คือพระองค์เจ้าชายอรนิกา และพระขนิษฐา พระองค์เจ้าหญิงสำลีวรรณ ซึ่งถูกข้อหาสมรู้ร่วมคิดด้วย ส่วนองค์อื่นๆก็ยังอยู่มาได้ แต่ว่าไม่ได้เป็นเจ้านาย กลายเป็นสามัญชน ผู้ชายได้เข้ารับราชการเป็นขุนนาง ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในวัง หนึ่งในจำนวนนี้คือสมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศไนย ซึ่งกลายเป็นพระอินทรอภัย( หรือพระอินทอำไพ) องค์นี้ถูกประหาร ไม่ใช่ด้วยข้อหาการเมือง แต่เป็นเพราะลักลอบติดต่อสื่อรักกับเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๒ ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎมณเฑียรบาลขั้นร้ายแรง โทษประหารลูกเดียว แต่บุตรธิดาก็ยังสืบเชื้อสายต่อมา หนึ่งในจำนวนนี้ชื่อน้อย เป็นเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ ๔ เป็นเจ้าจอมมารดารุ่นใหญ่ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ก.พ. 2544 (23:33) แล้วมีคนในสมัยปัจจุบันนี้ ที่สามารถสืบสาวตระกูลเป็นไปจนถึงพระเจ้าตากได้หรือไม่คะ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ลูกหลานพระเจ้าตาก มีสืบต่อกันมาจนถึงสมัยปัจจุบันหรือไม่ ใช้ชื่อสกุลว่าอะไรกันบ้างคะ นนทิรา (IP:205.252.144.27) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 26 ก.พ. 2544 (23:58) มีค่ะ คุณนนทิรา ฝ่ายชายที่สืบสายลงมาโดยตรง คือ นามสกุล สินสุข อินทรโยธิน ศิลานนท์ พงษ์สิน จาตุรงคกุล และที่มีลูกหลานมากมาย ก็คือ ณ นคร สืบสายจากพระราชโอรสพระเจ้าตากในเจ้าจอมที่พระราชทานไปให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช เจ้าจอมผู้นั้นกำลังตั้งครรภ์ เจ้าพระยานครฯทราบก็ดูแลไว้อย่างดีในฐานะเจ้าจอม ไม่ใช่ในฐานะภรรยา เมื่อมีบุตรออกมาถึงไม่มีชื่อทางประวัติศาสตร์ว่าเป็นเจ้านาย แต่ก็ถือว่าเป็นวงศ์พระเจ้าตาก ณ นคร แยกย่อยลงไปอีกเป็น โกมารกุล ณ นคร ลูกหลานที่ไปแต่งกับสกุลอื่นก็มีอีกมากค่ะ แต่สืบยากเพราะเป็นหญิง ไปใช้นามสกุลสามี ลูกหลานออกมาก็ใช้นามสกุลบิดา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 1 มี.ค. 2544 (16:06) แวะเข้ามาอ่านต่อ ขอบคุณครับ คุณเทาฯ พัดโบก (IP:24.41.31.141) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 1 มี.ค. 2544 (16:16) นอกจากนี้มีพระเจ้าหลานเธออีก ๒ องค์ ถูกสำเร็จโทษตอนเปลี่ยนราชวงศ์ คือ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม( เจ้ารามลักษณ์) และกรมขุนรามภูเบศร์(เจ้าบุญจันทร์) เชื้อสายที่ไปรวบรวมมาได้ มีสายดังนี้ค่ะ ๑)สินสุข สืบเชื้อสายมาจากกรมขุนอินทรพิทักษ์ ที่ขอสิ้นพระชนม์ตามพระราชบิดาไป แต่โอรสธิดายังคงอยู่ ๒) อินทรโยธิน สืบเชื้อสายมาจากกรมขุนอินทรพิทักษ์เช่นกัน ๓) พงษ์สิน สืบเชื้อสายมาจากเจ้าฟ้าทัศพงษ์ ซึ่งกลายมาเป็นขุนนางสามัญชน ๔) ศิลานนท์ มาจากเจ้าฟ้าชายศิลา ซึ่งในรัชกาลที่ ๓ รับราชการได้เป็นพระยาประชาชีพ ๕) รุ่งไพโรจน์ สืบเชื้อสายจากเจ้าฟ้าชายนเรนทรราชกุมาร ในรัชกาลที่ ๒ รับราชการเป็นพระนเรนทรราชา ๖-๗-๘)โกมารกุล ณ นคร ณ นคร และจาตุรงคกุล ทั้งสามสกุลนี้สืบเชื้อสายจากเจ้าพระยานครน้อย ที่เกิดจากเจ้าจอมมารดาปราง พระราชทานไปจากธนบุรีโดยมีพระราชโอรสติดไปในครรภ์ด้วย เชื้อสายพระเจ้าตากที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อหากบฎในต้นรัชกาลที่ ๒ และไม่เกี่ยวข้องกับพระอินทรอภัยผู้ลักลอบติดต่อกับเจ้าจอม ล้วนรับราชการกันมาเป็นปกติ พงศาวดารไม่ได้บันทึกว่าท่านเหล่านี้ทำอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ เข้าใจว่าก็คงรับราชการไปตามสายงาน มีลูกมีหลานเช่นเดียวกับตระกูลขุนนางอื่นๆ จนมีเชื้อสายมาจนถึงปัจจุบัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 มี.ค. 2544 (08:24) ขอบคุณมากค่ะ คุณเทาชมพู นนทิรา (IP:205.252.144.27) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 มี.ค. 2544 (02:05) ไม่ทราบว่าพลเอกเสริม ณ นคร เป็นเชื้อสายพระเจ้าตากด้วยหรือไม่ ผมจำได้คลับคล้ายคลับคลา.. ด.เด็ก (IP:202.57.140.6) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 3 มี.ค. 2544 (20:25) ไม่ทราบว่าพลเอกเสริมเป็นบุตรหลานของใคร ถ้าหากว่าบรรพบุรุษของท่านคือเจ้าพระยานครน้อย ก็คือสืบเชื้อสายจากพระเจ้าตากค่ะ แต่ที่ค้นพบคือ นายเปลื้อง ณ นคร (นายตำรา ณ เมืองใต้) เป็นเชื้อสายนี้เช่นกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 มี.ค. 2544 (10:48) พูดถึงเชื้อสายทางฝ่ายหญิง ลูกหลานพระเจ้าตาก เท่าที่ค้นพบ มีจำนวนมากได้เป็นเจ้าจอม ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๔ และอีกพวกหนึ่งก็คือไปเป็นหม่อมของเจ้านายในราชวงศ์จักรี ตั้งแต่ระดับกรมพระราชวังบวรลงไปถึงหม่อมเจ้า ราชสกุล ในราชวงศ์จักรี ที่มีสายเลือดพระเจ้าตากปะปนมาทางแม่ มีดังนี้ค่ะ ๑) อิศรเสนา เริ่มจากกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ และเจ้าจอมมารดาสำลีวรรณ พระธิดาพระเจ้าตาก ๒) อิศรางกูร ๓)ปาลกวงศ์ ๔) เสนีวงศ์ ๕) กุญชร ๖)ชุมสาย ๗)ลดาวัลย์ ๘)สุริยกุล ๙)นพวงศ์ ๑๐)สุประดิษฐ์ ๑๑)ศรีธวัช ๑๒)วัฒนวงศ์ ๑๓)ภานุมาศ ๑๔) เทพหัสดิน ๑๕) กมลาส มีพระองค์เจ้า ๑๕ องค์ในราชวงศ์จักรี ที่มีมารดาเป็นลูกหลานพระเจ้าตาก และหม่อมเจ้า ๒๓ องค์ที่มีมารดาหรือย่ายายเป็นลูกหลานพระเจ้าตาก ในจำนวนนี้มี ๒ องค์เป็นพระเจ้าลูกยาเธอชั้นผู้ใหญ่ในรัชกาลที่ ๔ ประสูติในปลายรัชกาลที่ ๒ ก่อนเจ้าฟ้ามงกุฎออกผนวช แม่คือเจ้าจอมมารดาน้อย เชื้อสายพระเจ้าตาก คือพระองค์เจ้านพวงศ์และพระองค์เจ้าสุประดิษฐ์ ทั้งสององค์เป็นที่นับถือของเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้าที่เป็นพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๔ ที่ประสูติภายหลังเมื่อพระบรมราชชนกเสด็จครองราชย์แล้ว และเป็นที่รักของรัชกาลที่ ๔ มาก หนึ่งในสององค์(ขออภัยจำได้ไม่แม่นว่าองค์ไหน เลยไม่ขอระบุพระนาม) สิ้นพระชนม์ไปก่อนพระบรมราชชนก สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงสวมแหวนวงค์หนึ่งติดนิ้วอยู่เสมอ เป็นแหวนของพระราชโอรส รับสั่งว่า สวมเป็นที่ระลึก เมื่อใดหายคิดถึงจึงจะทรงถอดออก แล้วไม่เคยถอดออกเลย จวบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต ส่วนเจ้าจอมมารดาน้อย ในพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ ๔ เล่าว่า เคยแผลงฤทธิ์เอาไว้กับพระองค์ท่าน ก็คงจะด้วยพิษรักแรงหึงนั่นแหละค่ะ เพราะว่าเคยเป็นเจ้าจอมมารดามาก่อนใครๆ ต่อมาเมื่อขึ้นเสวยราชย์ทรงมีเจ้าจอมอีกมากตามโบราณราชประเพณี ในจำนวนนี้ก็มีเจ้าจอมที่โปรดปราน เจ้าจอมมารดาน้อยก็คงขวางหูขวางตา เลยแสดงฤทธิ์ ทำให้กริ้วที่ทำเหมือนมาเยาะหยันประชดประชัน ทรงขู่ว่าจะฟ้องไปถึงลูกชาย ให้มาปราบแม่ แต่ก็ขู่ไปอย่างนั้นเอง ไม่เห็นจะทำอะไรมากกว่านั้น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 มี.ค. 2544 (23:37) พึ่งบุญ ก็ใช่ ใช่หรือป่าวครับ Sinanthropus (IP:203.144.223.74) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 5 มี.ค. 2544 (08:10) ที่กรมศิลปากรรวบรวมไว้ ไม่มีพึ่งบุญ ค่ะ ไม่ทราบว่าเจ้าจอมมารดาหม่อมไกรสร กรมหลวงรักษ์รณเรศพระราชโอรสในรัชกาลที่ ๑ มาจากเชื้อสายไหน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 5 มี.ค. 2544 (09:44) ต่อไปนี้เป็นมุมมองส่วนตัว ดิฉันเคยสงสัยมาก่อนนี้ว่า เมื่อเปลี่ยนราชวงศ์จากธนบุรีมาเป็นจักรี ความรู้สึกที่ยังต่อเนื่องมา เป็นแบบไหน พูดอีกที คือราชวงศ์จักรีมองราชวงศ์เดิมอย่างไร ก็ได้ความเห็นว่า ๑) มองในฐานะปรปักษ์ทางการเมือง ความคิดนี้น่าจะคุกรุ่นอยู่ตลอดสมัยรัชกาลที่ ๑ ต่อมาจนระเบิดขึ้นต้นรัชกาลที่ ๒ เป้าหมายไม่ได้หมายถึงพระราชวงศ์ทั้งหมด แต่เป็นคนบางคนเท่านั้น บุคคลที่ว่าคือกรมขุนกษัตรานุชิต ผู้เป็นพระเจ้าหลานเธอ(หลานตา)ในรัชกาลที่ ๑ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ท่านรู้สึกอย่างไรกับพระเจ้าตากก็ตามแต่ ข้อนี้คงจะต้องเอาไปถกเถียงกันที่อื่น แต่ที่มีหลักฐานให้เห็นในพระราชพงศาวดารคือท่านรักหลานชายคนนี้มาก ให้ตามเสด็จไปไหนมาไหนใกล้ชิด จนปลายรัชกาลเมื่อเสด็จไปอัญเชิญพระพุทธรูปศรีศากยมุนีมาที่วัดสุทัศน์ ประชวรเซล้มลง กรมขุนกษัตราฯเข้าไปรับไว้ทัน ก็แสดงว่าทรงไว้พระทัยให้ตามติดพระองค์ตลอดเวลา ไม่ได้คิดว่าเป็นลูกของบุคคลที่ท่านสั่งประหารไป อาจจะมีความอาฆาตแค้นแทนพ่อทำร้ายท่านเอาก็ได้ ท่านอาจจะเชื่อว่านี่ก็เชื้อสายท่านเหมือนกัน ถึงเป็นลูกพระเจ้าตากก็เป็นหลานตาของท่าน แต่คนอื่นๆในราชวงศ์คงไม่คิดอย่างนั้น จึงมีการไต่สวนเมื่อต้นรัชกาลที่ ๒ ว่ากรมขุนกษัตราฯคิดกบฎ มีผู้ร่วมมือคือน้องชายและน้องสาว ก็ถูกสำเร็จโทษทั้งหมด รวมทั้งพระโอรสธิดากรมขุนกษัตราฯด้วย แต่การประหารนี้ไม่ได้รวมไปถึงบรรดาพระราชโอรสธิดาองค์อื่นๆของพระเจ้าตาก ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย น้องๆเหล่านั้นก็ยังอยู่กันมาในฐานะขุนนางและนางใน ๒) การรับเชื้อสายราชวงศ์ธนบุรีเข้าไปปะปนในราชวงศ์จักรี จากหลักฐานการสืบเชื้อสายต่อๆมา แสดงว่าไม่ได้มีการกีดกัน รังเกียจ หรือเห็นเป็นของต้องห้าม ว่าเจ้านายสตรีในราชวงศ์ธนบุรี ควรจะอยู่นอกการแตะต้องของราชวงศ์จักรี สตรีในราชวงศ์ธนบุรีที่เข้าไปเป็นเจ้าจอม มีต่อเนื่องกันมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๔ ไม่ได้ขาดสาย แต่เชื้อสายเจ้านายสตรีในราชวงศ์บ้านพลูหลวง ซึ่งเหลือรอดมาได้จากกรุงแตก มิได้อยู่ในเกณฑ์นี้ ยังไม่พบว่ามีการรับเข้าไปเป็นเจ้าจอมหม่อมห้าม เจ้าฟ้าพินทุวดี พระราชธิดาในพระเจ้าบรมโกศ ก็อยู่มาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ กล่าวกันว่าเมื่อเข้าเฝ้ารัชกาลที่ ๑ ทั้งสองพระองค์ต่างก็หมอบกราบซึ่งกันและกัน ๓) หลักฐานบันทึกในรัชกาลที่ ๔ และ ๕ เห็นว่า เมื่อพระจอมเกล้าฯกริ้วเจ้าจอมมารดาน้อย ก็ทรงลำเลิกย้อนหลังไปถึงพระเจ้าตาก ในทำนองต่อว่านิสัยและความประพฤติ ท่านมองพระเจ้าตากว่าประพฤติองค์ไม่ดี ก็คงจะเรื่องเฆี่ยนข้าราชบริพารและทำให้ราษฎรเดือดร้อน เป็นพฤติกรรมในช่วงท้ายๆของธนบุรี คงจะเป็นเรื่องฝังพระทัยเจ้านายหลายองค์อยู่ เพราะว่าเจ้านายสตรีของราชวงศ์จักรีถูกเฆี่ยนหลังลายกันหลายองค์ ด้วยเหตุระแวงสงสัย แต่ความรู้สึกว่า..มีเบื้องหลังซับซ้อน เป็นการใส่ร้าย เป็นการแย่งชิงบัลลังก์ และแม้แต่เรื่องพระเจ้าตากไม่ได้ถูกประหารแต่ไปผนวขอยู่ทางใต้ เป็นความคิดที่ได้ยินกันมาไม่เกิน ๒๕ ปีนี้เอง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 1 ก.ค. 2549 (19:27) ดิฉันเป็น 1 ในนามสกุล ณ นคร พวกคุณๆทั้งหลายที่แสดงความคิดเห็นในหัวข้อนี้ควรที่จะศึกษาให้ละเอียดก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ก.ค. 2549 (20:04) ถ้าคุณ Appleka รู้ดีกว่า ก็ช่วยบอกหน่อยสิคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 15 ส.ค. 2549 (20:40) อาจารย์คับผมอยากรู้มานานและคับว่าจากธนบุรีมาเป็นราชวงค์จักรีไม่เคยได้ยินใครเอยถึงลูกหลานพระเจ้าตากสินเลยทั้งๆที่พระองค์ท่านทรงกู้บ้านเมืองคือผมไม่เข้าใจเหมือนกันผมว่าพระองค์ท่านกอบกู้บ้านเมืองเหมือนกันเราหน้าจะพูดถึงพระองค์ท่านกันบ้างนะคับขอบคุณนะคับที่ทำให้ผมได้ความรู้เกี่ยวกับพระองค์ท่านแต่ผมอยากรู้มากกว่านี้คับ(ขอขอบคุณอาจารย์มากนะคับที่ทำให้ผมได้ความรู้เรื่องพระองค์ท่าน) จะนับรวมสกุล "อภัยกุล" ที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าฟ้าเหม็นด้วยได้ไหมครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 16 ส.ค. 2549 (11:19) อภัยกุล สืบเชื้อสายจากเจ้าฟ้าอภัย ราชวงศ์บ้านพลูหลวงค่ะ ส่วนเชื้อสายเจ้าฟ้าเหม็นถูกสำเร็จโทษด้วยการถ่วงน้ำ ไม่มีลูกหลานสืบต่อมาอีก แสดงว่าผมเข้าใจผิดมาโดยตลอดครับ เพราะอ่านจากหนังสือ "ทะเบียฬนามสกุลที่เราได้ให้ไป" ฉบับที่หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ฯ ได้จัดพิมพ์ครั้งที่ ๒ เมื่อ ๒๕๓๔ ได้กล่าวว่า พระราชทานให้นายพิศาล เป็นบุตรหม่อมหลวงแฉล้ม หม่อมหลวงแฉล้มเป็นบุตรพระยาทิพรัตนอมร สืบสกุลลงมาจากเจ้าฟ้าอภัยธิเบศร์ และที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามฉบับพิมพ์ของคุณเทพ สุนทรศารทูล ก็บอกว่าสืบสกุลมจากเจ้าฟ้าอภัยธิเบศร์เช่นเดียวกัน เลยนึกไปว่า เป็นพระองค์เดียวกับเจ้าฟ้าชายสุพันธุวงศ์ กรมขุนกษัตรานุชิต หรือที่เรียกกันอีกพระนามว่า เจ้าฟ้าเหม็น ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 16 ส.ค. 2549 (12:56) คุณนิคไม่ผิดหรอกค่ะ ดิฉันผิดเอง รีบเข้ามาบอกเสียก่อนจะถูกคุณ V_Mee หรือคุณ UP ตีมือเอา ขอถอนคำตอบค่ะ เข้าใจมาก่อนหน้านี้ว่าเชื้อสายเจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิต ถูกถ่วงน้ำไม่เหลือรอดหลานเหลนมาได้ พระนาม อภัยธิเบศร์ ไม่คุ้นหูเลยค่ะ ต้องไปอ่านในเชิงอรรถถึงเจอ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 16 ส.ค. 2549 (13:12) ใครจะกล้าตีมือคุณครูเทาชมพูครับ วันนี้ขออนุญาตเข้ามารายงานตัวในกระทู้นี้ก็แล้วกัน หลังจากลาปิดภาคห่างหายจากเรือนไทยไปเสียนาน ผมต่างหากที่สมควรถูกตี ไม่ขอแสดงความเห็นใดๆ นะครับ เพียงแต่อัศจรรย์ใจที่กระทู้เมื่อปี ๒๕๔๔ กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยกลิ่นแปลกๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 16 ส.ค. 2549 (15:45) ต้อนรับกลับเรือนค่ะ เวบมาสเตอร์กำลังพยายามฉีดสเปรย์ เปิดหน้าต่างเรือนไทย กำจัดกลิ่นอยู่ค่ะ ใครจะกล้าตีมือคุณ UP ล่ะคะ แต่อาจจะลองไม้มะยมสักแปะสองแปะ ถ้าจับได้ว่าในเป้ที่สะพายหลังอยู่นั้น มีของดีอีกเยอะที่ซุกเอาไว้ไม่ยอมหยิบขึ้นมาโชว์ให้ดูกันในเรือนไทย ตามที่เคยเกริ่นไว้เมื่อหลายเดือนก่อน หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |