"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"
มารู้กฎหมายแบบ งูๆปลาๆ กันเถอะ
โพสต์เมื่อ:
18:12 วันที่ 3 เม.ย. 2549 ชมแล้ว:
4,469
ตอบแล้ว:
35
" บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได็.." กฎหมายอาญาว่าไว้อย่างนั้น
อ๊าวว ...งั้นก็แสดงว่าเรา ทุกคนมีหน้าที่ " ต้องรู้กฎหมาย " กฎหมายเขียนบังคับให้เราต้องรู้ ก็ผมไม่รู้นี่.. หนูก็ไม่รู้.. ฉันก็รู้ไม่มาก.. ฯลฯ งั้นแสดงว่าเรากำลังผิดกฎหมายงั้นรึ? ที่เราไม่รู้.. จริงๆแล้ว กฎหมายมีไว้เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพราะคนในบ้านเมืองมีกันเป็นจำนวนมาก เป็นแสนเป็นล้าน ควบคุมกันเอง ตามหลักศีลธรรม หลักจารีต ประเพณี กันไม่อยู่ บ้านเมืองจึงจำเป็นเต้องมีกฎหมาย ควบคุม เพื่อความเรียบร้อยผาสุก แต่เมื่อมีกฎหมายแล้ว กฎหมายก็ปิดช่องว่างไม่ให้ใครเขา ทำความผิดแล้วอ้างว่า " ก็อั๊ว ไม่รู้กฎหมาย นี่หว่า (รู้แต่กฎหมู่ว่ะ ) " ไม่อย่างนั้นวันดีคืนดีผมขับรถฝ่าไฟแดง แล้วบอกว่าไม่รู้กฎหมายได้ไม๊ ไม่ไปเกณฑ์ทหาร บอกไม่รู้นี่หว่า.. เมาฉี่รดรั้วบ้านเขา แล้วบอกว่า บ้านอื่นเค้ายังไม่โวยตูเลย ดังนั้นบ้านลื้อไม่ไม่สิทธิมาด่าอั๊ว!! ฯลฯ บ้านเมืองก็วุ่นวานกันพอดี ทีนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ ว่าทำไมกฎหมาย จึงบัญญัติไว้อย่างนั้น แต่ประชากรในไทยมี60 - 70 ล้านคนคนรู้กฎหมายจริงๆมีกี่คน นักกฎหมาย , ทนายความ ,นิติกร ฯลฯ เองก็เถอะมีรู้กฎหมาย ถึง50 - 60% กันสักกี่คน ผู้พิพากษา ศาล ท่านเองก็เถอะรู้กฎหมายทั้งหมดไม๊ ไม่มีใครรู้หมดหรอกครับ กฎหมายมันมีมาก และมีปัญหากฎหมายปลีกย่อยอีกแยะ แต่อย่างไรชาวบ้าน ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็มาเรียนรู้กฎหมายกันสักหน่อยเป็นไร รู้สักหน่อย ดีกว่าไม่รู้กันเสียเลย ดีไม๊ครับ เดี๋ยวเขาว่าเอา........ ดังนั้นเรา มารู้กฎหมาย แบบงูๆปลาๆกันเถอะครับ.. ปล.ใครพอจะมีความรู้ด้านนี้ก็แบ่งปันกันมาบ้างนะครับ อย่าให้บอร์ดกฎหมายเงียบเหงา โหลงเหลง วังเวง เดี๋ยวผีจะหลอก เอา (เดี๋ยวเขาเห็นว่าคนน้อย ปิดบอร์ดนี้ไปน่าเสียดายน๊า...) จำนวน 32 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 เม.ย. 2549 (11:11) คุณหมูน้อยครับ ผมว่าเขาคงไม่ปิดบอร์ดหรอกครับ บางที เขาอาจไม่ตอบในวันนี้ แต่อาจจะตอบในวันหน้าก็ได้ครับ อย่างน้อย ไม่ถึง 72 ชั่วโมง อย่างมาก จนกว่ามีคนขุดกระทู้ได้ครับ ป.ล. ช่วงนี้ผมยังนึกเรื่องไม่ออกครับ ขอตัวมาทักทายครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 เม.ย. 2549 (13:16) เพิ่งเห็นว่าคุณหมูน้อยเข้ามาตั้งห้องกฎหมายอยู่ที่นี่เอง เข้ามาทักทายค่ะ เว็บวิชาการเขาไม่ให้คุยเรื่องการเมือง เพราะงั้นเรื่องนี้บอกก่อนว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง เป็นแค่เรื่องสมมุติทางกฎหมาย เกิดจากความไม่รู้กฎหมาย สมมุติว่าเทศบาลเมืองสารขัณฑ์เขากำหนดให้เลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองนี้ ด้วยการให้ชาวเมืองมาลงคะแนนกัน แต่ดิฉันเห็นว่า การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีมันไม่ถูกไม่ควร ควรเป็นระบบแต่งตั้ง ดิฉันก็เลยไปฉีกบัตรเลือกตั้งซะ เพื่อประท้วง ตำรวจเขาปรับ ก็ไม่เสียค่าปรับ เพื่อจะให้นำตัวขึ้นศาล จะได้แถลงว่าทำลงไปเพราะเห็นว่าไม่ควรเลือกตั้ง ยังงี้ ถ้าศาลตัดสินว่ามีความผิด ดิฉันจะมีความผิดเรื่องฉีกบัตร หรือว่าพยายามล้มล้างระบอบเลือกตั้งคะ ถามข้อกฎหมายนะคะไม่ใช่การเมือง ย้ำ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 เม.ย. 2549 (13:06) ขออนุญาตใช้การเดาครับ ปกติ การฉีกบัตรเลือกตั้งถือว่าจงใจ ทำให้บัตรเสียโดยใช่เหตุ ต้องลงโทษ ซึ่งตามกฎหมายไทยระบุว่า มีทั้งจำและปรับ และเสียสิทธิทางการเมือง แต่กรณีที่ว่า ฉีกบัตรเลือกตั้งเพราะไม่เห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งดังกล่าว ผมคิดว่าคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลครับ รอคุณหมูน้อยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 20 เม.ย. 2549 (09:30) การฉีกบัตรลงคะแนนถือเป็นความผิดทางอาญาด้วยหรือครับ ถ้าใช้สามัญสำนึกก็ไม่น่าจะผิดอะไร เพราะคนที่ขาดทุนคือคนที่จะลงคะแนน หมดสิทธิ์ไปโดยปริยาย คนอื่นไม่เสียหายอะไร (นอกเสียจากไปฉีกบัตรของคนอื่น) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 20 เม.ย. 2549 (11:06) แว๊บมาแจมนิสนึง แหะๆ ผมขอเดานะคับ อันดับแรกเราต้องดูก่อนว่า การล้มล้างระบบการเลือกตั้งเนี่ย มันมีวิธีการทำได้กี่วิธี เช่น ประท้วงไม่ให้เลือกตั้ง(เฮ้ย!!) เป็นต้น แล้ว แค่การฉีกบัตรเนี่ย ผมว่าทำอะไรมากไม่ได้หรอกคับ อย่างมากก็เสียสิทธิ 1 คน กับพฤติกรรม เลียนแบบอีกไม่กี่คน ยังไงก็ไม่ถึง 1%ของประชากรไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งหรอก ม่ายแน่ใจนะครับ เดาเล่นๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 22 เม.ย. 2549 (12:56) ไม่ต้องรอครับคุณศรีฯ ผมก็งูๆปลาๆ เช่นกัน จงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย หรือให้บัตรเสีย หรือทำให้บัตรเสียเป็นบัตรใช้ได้.. ตามวรรคแรกของ มาตรา 108 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง เป็นเวลา 5ปี อย่างที่คุณ ศรีฯว่าไว้ครับ การฉีกบัตรเลือกตั้งก็ถือว่ามีความผิดทางอาญาครับคุณศานติ เพราะ มีทั้งโทษจำ และปรับ ส่วนเสียสิทธิ นั้นไม่ใช่โทษทางอาญาครับผม กฎหมายก็คือกฏหมาย ใครทำผิดหรือฝ่าฝืน ก็ให้ว่ากันไปตามนั้น ไม่ว่าจะขัดกับความรู้สึกของเราบ้าง ก็ตามไม่งั้นสังคมก็อยู่กันอย่างไม่ปกติสุข หากใช้ความรู้สึกเราแต่ฝ่ายเดียว กฎหมายก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์ หากใช้แต่กฎหมายแต่อย่างเดียวโดยเถรตรงไม่ดูองค์ประกอบอื่นๆ บ้านเมืองก็คงเกิด ความขมวดตึง โทษอาญา มี5 อย่างคือ - ประหารชีวิต -จำคุก -กักขัง -ปรับ -ริบทรัพย์สิน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 22 เม.ย. 2549 (21:20) รบกวนคุณ หมูน้อย หน่อยนะครับว่า ตามกฏหมายอาญาที่มีโทษ 5 อย่าง อยากจะให้ช่วยเรียงจากโทษหนัก-ไม่หนัก +บอกเหตุผลหน่อยได้ป่าวอะครับคือต้องใช้เรียนด้วยอะครับ อย่างการปรับ กับ การริบทรัพย์สิน ครูผมเคยสอนว่าโทษปรับจะถือว่าหนักกว่าริบทรัพย์สินอะครับ ผมก็สงสัยว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นครับ รบกวนด้วยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 24 เม.ย. 2549 (10:58) คุณ"นายอ่อน"ครับ ผมเรียงให้แล้วครับ จากหนักไปเบา โทษอาญา3ข้อแรกคุณคงพอทราบ แล้วว่าทำไมหนักกว่ากันหรือเบากว่ากัน ปรับเช่น นาย แดงทำผิดกฎหมายที่มีโทษ จำคุกไม่เกิน.. หรือปรับไม่เกิน.. ศาลจะลงโทษ จำและ ปรับ หรือจำอย่างเดียว หรือปรับอย่างเดียว ก็ได้ แล้วแต่ดุลพินิจ เช่น ทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ ศาลอาจพิพากษาปรับคนละ...ก็ว่ากันไป ในกรณีเดียวกันนี้หากมีการใช้มีดเข้าร่วมวิวาทด้วย ศาลอาจมีคำสั่งให้ ริบมีดของกลางด้วยก็ได้(มีดเป็นทรัพย์สิน) แต่ศาลจะสั่งให้ยึดทรัพย์สินอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดไม่ได้ ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 เม.ย. 2549 (11:01) เรียนอาจารย์เทาชมพู ครับการฉีกบัตรเลือกตั้งนั้น แน่นอนว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบฯ ว่าด้วยการเลือกตั้งฯ แต่จะถือว่าเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย หรือระบบการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ผมมีนี้แนวคิดส่วนตัวเช่นนี้ครับ คือ .เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ? การเลือกตั้งนั้น เป็นวิถีทาง หรือวิธีการหนึ่งแห่งระบอบประชาธิปไตย การไม่เห็นด้วยกับ การเลือกตั้ง แต่ต้องการให้มีผู้นำจากการแต่งตั้งนั้น ไม่น่าจะถือว่าถึงขั้น ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ไม่เห็นด้วยกับวิธีการหนึ่งหรือขั้นตอนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย . สำหรับจะเป็นการทำลายหรือล้มล้างการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ตรงนี้ต้องอยู่ที่การตีความของศาล ส่วนความเห็นของผม ผมเห็นว่าไม่ถึงขั้นทำลายการเลือกตั้ง เพียงแต่ไม่เห็นด้วยและดื้อแพ่งต่อการเลือกตั้ง ซึ่งผมถือว่าเป็นปฏิปักษ์ ต่อการเลือกตั้งแต่ไม่ถึงขั้นทำลาย ถ้าเป็นการจงใจหรือเจตนาล้มล้างหรือทำลายการเลือกตั้งแล้ว ก็คงต้องใช้วิธีการอะไรที่เป็นมหัพภาคมากกว่านี้ เช่น ขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นไปเลือกตั้ง หรือทำการเลือกตั้ง , ทำการเผาบัตรเลือกตั้งทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เสียก่อนจะมีการเลือกตั้งหรือ ก่อนการนับคะแนน , ทำการปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง ไม่ให้ผู้อื่นเข้าไปใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย , การวางระเบิดคูหาฯ , การให้อามิสสินจ้างไม่ให้คนมาเลือกตั้งหรือข่มขู่ว่าจะประทุสร้ายผู้ที่จะมาเลือกตั้งจนทำให้ไม่มีใครกล้าออกมาเลือกตั้ง , บิดเบือนผลการเลือกตั้ง , ฯลฯ การทำลาย คือการทำให้ สูญสิ้นไป , ให้สูญค่า , ทำให้ค่าเสื่อมถอยน้อยลง. การฉีกหรือทำลายบัตรเลือกตั้งนั้น เป็นการกระทำโดยเสื่อม ศรัทธาต่อการเลือกตั้ง และแสดงออกให้เห็นถึงการเสื่อมศรัทธานั้นๆ ( อาจถึงมีลักษณะกึ่งโน้มน้าวให้ผู้อื่นที่มีความเห็นคล้ายกันคล้อยตาม เลียนแบบและเสื่อมศรัทธาตามไปด้วย ) ถ้าจะเทียบแล้วก็คงไม่พ้นเหมือนการวิจารณ์ การเลือกตั้งผ่านสื่อ หรือบนเวที ต่อประชาชนหรือผู้ฟังจำนวนมากๆ ของผู้ไม่เห็นด้วยหรือนักวิชาการหรือแกนนำบางคน ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่สมควรมีขึ้นเพราะไม่ชอบด้วยจริยธรรมหรือไม่ชอบด้วยเหตุผลกลอื่น ทั้งหลายทั้งปวง ไม่สมควรจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นมา หรือ ควรประท้วงการเลือกตั้ง ซึ่งผมว่าวิธีการดังกล่าวนี้ไม่ร้ายแรงไปกว่าการฉีกบัตรของคนไม่กี่คนหรอกหรือ? อีกอย่าง บัตรเลือกตั้งนั้นผมเห็นว่าเป็นสมบัติของส่วนรวม ไม่ใช่เอกสารสิทธิ หรือสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ผู้หนึ่งผู้ใด การที่เจ้าหน้าที่ฯแจกให้คนละบัตร2บัตรนั้น ก็หาได้เป็นการ มอบหรือยกกรรมสิทธิ์ ในบัตรนั้นให้ไป เพียงแต่มอบให้ผู้มีสิทธิฯไปกระทำการ(ประทับตรา) ตามหน้าที่พลเมืองแล้วให้ส่งกลับคืน ไม่ใช่ให้ไปทำลาย ดังนั้นการฉีกทำลายจึงเป็นการทำลายทรัพย์สินส่วนรวม โดยมิชอบ ก็คงต้องรับโทษในส่วนนี้ ในเรื่องเจตนาที่แท้จริงนั้นก็คงต้องสืบต้องว่ากันเป็นขั้นเป็นตอนต่อไป ส่วนการจะแถลงต่อศาลหรือต่อสาธารณชน มันก็เป็นสิทธิของเราที่สามารถจะทำได้ครับ ถ้าจะให้ว่ากันเฉพาะข้อกฎหมาย ผมเห็นว่าเป็นไปตามข้อกฎหมายที่ได้กล่าวมาในเบื้องต้นครับ.. อาจารย์ครับ ก่อนการเลือกตั้ง ผมก็ไปร่วมนั่งชูป้าย ประท้วงอยู่เงียบๆข้างที่ทำการเทศบาลเมืองสารขัณฑ์ และในตอนที่อาจารย์ ฉีกบัตรนั้นผมก็อยู่คูหาข้างๆกำลังประทับตราในช่อง ไม่เลือกผู้ใด เพื่อว่าผมจะได้มีสิทธิตามกฎหมายที่จะสามารถ ลงชื่อเสนอถอดถอนนายกเทศมนตรีที่ผมไม่ต้องการนี้ ได้ต่อไปในอนาคตครับ.. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 เม.ย. 2549 (11:16) อาจารย์เทาชมพูครับ ต้องกราบขออภัยหากผมมาตอบคำถามช้าไป เพราะช่วงนี้ต้องออกตจว.บ่อยๆ ส่วนหนึ่งก็กำลังหาเวลาว่างเรียบเรียงถ้อยคำ เพื่อมิให้พาดพิงใครหรือ อิงกับการเมืองการมุ้งเกินไป หากว่า วีทีมท่านใด เห็นว่า คหพต.ข้างบนมันไม่ถูกไม่ควร ก็ลบทิ้งโดยไม่ต้องขอความเห็นได้เลยครับ (อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นักกับกฎหมายประกอบฯ หรือเหล่าพรบ.ปลีกย่อย ที่มีอีกเป็น100ฉบับเหล่านี้นัก โดยมาจะถนัดหรือพอรู้บ้างเกี่ยวกับก.ม.แพ่งและพาณิชย์ครับ หากผิด พลาดไปก็รบกวนแก้ไขและต่อยอดให้ผมด้วยนะครับ) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 24 เม.ย. 2549 (14:13) ขอขอบพระคุณท่านพี่ หมูน้อยอย่างยิ่งขอรับ กระผมจะจำไว้อย่างดีเรยครับ ^ ^ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 24 เม.ย. 2549 (16:35) ..ขอประทานโทษครับ ใน คหพต.ที่ 12 บรรทัดที่ 7 ผมพิมพ์ " เพราะเพียงแต่..." ตกไป ก่อนประโยค " ไม่เห็นด้วยกับ..." และคำว่า " เท่านั้น " หลังประโยคดังกล่าว และ ประทุสร้าย แก้ เป็น ประทุษร้าย ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะครับ สมมุติว่า หลังจากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีครั้งนั้นแล้ว ยังมีแกนนำกลุ่มพันธมิตรที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งที่ผ่านมายังไม่พอใจ จึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกไปตั้งกลุ่มสัมมนา วิพากษ์วิจารณ์ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เหมาะสมอย่างไร? ไม่ชอบฯอย่างไร? เทศบาลควรทำอย่างไร? ขณะที่ตั้งข้อเรียกร้องอยู่นั้น ก็มีกลุ่มประชาชน กลุ่มรักษ์สารขัณฑ์ ประมาณ 1,000คน ได้นำกำลังเข้าปิดล้อม พื้นที่สัมมนา ไม่ยอมให้ให้แกนนำและผู้สัมมนาออกนอกพื้นที่ ได้ประณามการชุมนุม รวมทั้งได้กล่าวหาว่าเป็นพวก เล่นไม่เลิก , ถ่วงความเจริญของเทศบาล ฯลฯ เช่นนี้ . แม้ว่ากลุ่มรักษ์ฯ จะมีความจริงใจ , รักและอยากเห็นความเจริญของท้องที่ตัวเอง และแม้ว่ากลุ่มสัมมนาจัดการชุมนุมนั้นจะเป็นการถ่วงความเจริญจริงๆก็ตาม แต่กลุ่มรักษ์ ก็ไม่อาจทำได้ เพราะเป็นการปิดกั้น กักขังหน่วงเหนี่ยว โดยไม่ชอบกฎหมาย ซึ่งต่างจากกลุ่มสัมมนา พวกเขาสามารถชุมนุมได้ด้วยความสงบปราศจากอาวุธ สามารถเสนอความคิดเห็น(อันไม่ขัดต่อกฎหมาย)ได้โดยเสรี ไม่มีความผิด ทางกฎหมายแต่อย่างใด หากขัดขวางปิดล้อมพวกสัมมนาก็ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายครับ .. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 เม.ย. 2549 (21:32) รบกวนหน่อยนะครับ คือการเลิกตั้งครั้งต่อไปอะครับ(สำหรับบางแห่ง)ถ้าเลือกแล้ว มีผู้ลงสมัครรายเดียวแล้วผู้ลงสมัครรายนั้นได้รับเลือกไม่ถึง ร้อยละ20 ทำให้เลือกตั้งไม่ทันตามกำหนด 30 วันจะมีผลกับการเปิดสภา และ ว่าที่ สส. ที่ได้รับเลือกอย่างไรครับ รบกวนอีกครั้งขอรับ ^ ^ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 15 พ.ค. 2549 (20:05) โทษปรับเป็นโทษในทางทรัพย์สินที่ศาลกำหนดโดยคำพิพากษาภายในขอบเขตที่กฎหมายบัญญัติปรับเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดซึ่งศาลจะใช้ดุลพินิจว่าจะลงโทษปรับเท่าใดภายในอัตราโทษปรับนั้นๆ โทษริบทรัพย์สินมุ่งถึงทรัพย์สินเป็นสำคัญโดยไม่คำนึงถึงว่าตัวบุคคลได้กระทำผิดหรือไม่ เช่นทรัพย์สินซึ่งบุคคลมีไว้เพื่อใช้การกระทำความผิดเช่น ใบมีดโกน กุญแจผีแม้จะยังมิได้กระทำผิดก็ริบได้ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 9 มิ.ย. 2549 (12:19) แวะมาขุดกระทู้ มาหางูหาปลา ทั้งนี้โทษทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามานั้นย่อมระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำความผิดครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 13 มิ.ย. 2549 (18:28) สวัสดีคุณหมูน้อยฯ ครับ ด้วยความรำลึกถึงกระทู้นี้ และขออนุญาตถามครับว่า สมมติว่า เราไปสั่งอาหารแล้ว แต่รอมานานแล้วไม่มีใครส่งสักที ถ้าเราจะบอกเลิกรายการอาหารที่สั่งไป จะทำได้หรือไม่ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 13 มิ.ย. 2549 (19:13) ไม่ได้แวะทักทายกันนานแล้วนะครับคุณศรีฯ ตอบตามภูมิปัญญาอันมีจำกัดของผมนะครับคุณศรีฯ ตอบว่าได้ครับเพราะถือว่าเขายังไม่มีอาหารที่เราต้องการให้เรา นิติกรรมยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ นิติกรรมที่ว่านี้คือซื้อขาย องค์ประกอบคือ คนหนึ่งซื้อ + คนหนึ่งขาย (คนขายต้องเป็นเจ้าของ หรือผู้มีอำนาจทำแทน หรือตัวแทนของเจ้าของเท่านั้น) + ผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์ให้ผู้ขาย (ถ้าไม่ได้ตกลงจะให้ราคาทรัพย์ ก็จะเป็นสัญาว่าด้วยการให้ ) + โอนกรรมสิทธิของที่ซื้อขายนั้น = นิติกรรมสัญญาสมบูรณ์ ในเรื่องที่ถามนี้ มันมีคนซื้อและคนขายแล้ว คำเสนอคำสนองตรงกันแล้ว(ต้องการซื้อ-ขายอาหาร) ติดอยู่นิดเดียวคือกรรมสิทธิในอาหารนั้นยังไม่โอน เราบอกเลิกการซื้อได้ กรรมสิทธิโอนอย่างไรต้องดูที่ตัวนิติกรรมสัญญานั้นๆว่ามีข้อกำหนดอย่างไร เช่นมีเงื่อนไขไว้ คือทำสัญญาไว้ว่าจะซื้อรถคันสีเขียวนี้ก็ต่อเมื่อ คนขายให้ช่างนำมาติดเครื่องเสียงก่อน นิติกรรมสัญญานี้ก็จะมีผลต่อเมื่อ ติดแอร์เสร็จ ไม่ใช่ทำสัญญาเสร็จ ถ้าซื้อทรัพย์สินที่ไม่ระบุเจาะจงไว้ กรรมสิทธิจะโอนต่อเมื่อจะได้ ทำอย่างหนึ่งอย่างใดหรือ หลายๆอย่าง ต่อไปนี้ก่อน -หมาย -นับ -ชั่ง -ตวง -วัด -คัดเลือก -วิธีใดๆที่จะบ่งชี้ตัวทรัพย์นั้นได้ชัดเจน ตัวทรัพย์จึงจะกลายเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งที่แน่นอน หลังจากนั้นก็ถือว่าได้โอนกรรมสิทธิในทรัพย์นั้นๆแล้ว เช่น เราไปซื้อส้มที่ร้านมีอยู่เป็น3-4เข่ง บอก ป้า.......ซื้อส้มโล ป้าก็ยัดส้มลงถุงพลาสติก ชั่งดูครบ 1 กิโลกรัมยื่นให้ตอนนี้ถือว่ากรรมสิทธิโอนแล้วตั้งแต่ได้ชั่งแบ่งส้ม 1โลใส่ถุง ตอนอยู่ในเข่งยังไม่เป็นกรรมสิทธิเราเพราะยังไม่ได้แบ่ง ทีนี้หากป้ายื่นให้แล้วเรา เหลือบไปเห็นส้มร้านข้างๆแม่ค้าสวยเซ็กซ์ซี่กว่า เปลี่ยนใจบอกป้า..ไม่เอาแล้ว ไปซื้อร้านข้างๆ ไม่ได้แล้วนะครับเพราะกรรมสิทธิโอนแล้ว คุณมีหน้าที่ต้องจ่ายตังค์แล้ว ทีนี้พอเข้าใจบ้างรึยังครับ ส่วนอาหารนั้น นิติกรรมเป็นผลสำเร็จก็ต่อเมื่อโอนกรรมสิทธิในอาหารจาน/ถ้วยนั้นแล้ว ไม่ใช่เมื่อสั่งเสร็จ แต่ก่อนบอกปฎิเสธไม่เอาอาหารแล้วนั้น ต้องดูให้ดีก่อนนะครับว่าแม่ค้าได้ทำอาหารใส่จาน/ถ้วยแล้วหรือยัง เพราะถ้าใส่มาแล้วเราจะบอกปัดไม่ได้แล้ว เพราะถือว่ากรรมสิทธิโอนมายังเราแล้วตั้งแต่เขาจัดใส่ถ้วย/จาน โอ๊ยยยย ปวดหัว เรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันนี้ ก็เกี่ยวข้องกับกฎหมายแทบทั้งนั้น เอาไว้วันหลังจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับ " คดีก๋วยเตี๋ยวถ้วยเดียว " ให้อ่านกัน วันนี้ไปก่อนล่ะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 20 มิ.ย. 2549 (13:11) ขอแก้ความในประโยคในความเห็นข้างบนหน่อยครับผม ***** กรรมสิทธิโอนอย่างไรต้องดูที่ตัวนิติกรรมสัญญานั้นๆว่ามีข้อกำหนดอย่างไร เช่นมีเงื่อนไขไว้ คือทำสัญญาไว้ว่าจะซื้อรถคันสีเขียวนี้ก็ต่อเมื่อ คนขายให้ช่างนำมาติดเครื่องเสียงก่อน นิติกรรมสัญญานี้ก็จะมีผลต่อเมื่อ ติดเครื่องเสียงเสร็จ (ความเห็นก่อน พิมพ์เป็น"ติดแอร์เสร็จ"..มั่ว !!) ไม่ใช่ทำสัญญาเสร็จ ***** เรื่องคดีก๋วยเตี๋ยวขอผลัดไปอีกนิดนะขอครับ แฮ่ะๆ ดีที่"สัญญาว่าจะเล่าให้ฟัง" กับ "สัญญาทั่วไป" มันต่างกันที่ "อายุความ" ไม่งั้นสัญญาว่าจะเล่าให้ฟังมันคงขาดอายุความไปแล้ว ผลัดอยู่นั่นแหละ ผู้อ่านจะฟ้องศาลว่า "หมูน้อยฯผิดสัญญา" ศาลจะรับฟ้องไหมนี่? ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 25 มิ.ย. 2549 (22:00) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 ผมมีคำถามครับ จงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย หรือให้บัตรเสีย หรือทำให้บัตรเสียเป็นบัตรใช้ได้.. ตามวรรคแรกของ มาตรา 108 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง เป็นเวลา 5ปี อย่างที่คุณ ศรีฯว่าไว้ครับ รัฐธรรมนูญ เล็กกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 หรือครับ รัฐธรรมนูญ ม. ๖๕ บุคคลมีสิทธิเสรีภาพ ที่จะต่อต้านโดยสันติวิธี กฎหมายใด ขัดกับ รัฐธรรมนูญ กฎหมายนั้นเป็นอันตกไป ตามความเห็นของข้าน้อย ว่าอย่างนี้ครับ พี่พี่ ครูบาอาจารย์ ทั้งหลายครับ ถ้ามีความเห็น ตางไปจากนี้กรุณาโพส ด้วยนะครับ จะได้เอาไปเป็นข้อคิด แต่ติเพื่อ ก่อ นะครับ tom (IP:221.128.114.49,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 26 มิ.ย. 2549 (09:37) พรบ.ประกอบฯไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า รธน. ดอกครับ รธน.เสียด้วยซ้ำที่ให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติให้ออกกฎหมายประเภท พรบ.ประกอบฯ คุณ tom ท่าทางจะยังเข้าใจคำที่คุณเขียนว่า ต่อต้านโดยสันติ คลาดเคลื่อนไป ต่อต้านนี่อาจกระทำโดยวิธีอหิงสาแบบท่านมหาตมะ ฯ หรืออาจชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธแบบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายไทย ฯลฯ ..............*************................... ผมลองยกตัวอย่าง ประกอบสักนิดครับ โรงเรียนๆหนึ่งคัดเลือกครูเข้ามาสอน คุณเป็นนักเรียนม.6ของที่นั่น ปรากฎว่าคุณรู้โดยบังเอิญว่าครูคนหนึ่งสมมุติว่าชื่อครูทักษี (ทำไมผมใช้ชอบชื่อนี้นักก็ไม่รู้แฮะ) ใช้เส้นเข้ามาเป็นครู ประมาณว่าเส้นก๋วยจั๊บ คุณจึงไม่ชอบขี้หน้าแกด้วยประการทั้งปวง เผอิญจริงๆที่ครูทักษี เข้ามาเป็นครูประจำชั้นที่คุณเรียนพอดี้พอดี วันหนึ่งมีคาบสอบ ครูทักษีแจกข้อสอบและสมุดคำตอบให้คุณและเพื่อนๆ ปรากฎว่าคุณลุกขึ้นเดินไปหน้ากระดานดำพร้อม ฉีก กระดาษคำตอบคำถามที่คุณได้รับแจกมา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ผมถามหน่อยเถอะ กระดาษที่เขาแจกให้คุณทำหน้าที่เขียนข้อสอบลงไปนั้น มันเป็นของคุณหรือของโรงเรียน ? เขายกกระดาษให้คุณโดยสิ้นเชิงเลยรึเปล่า ? หรือคุณมีหน้าที่ทำข้อสอบแล้วส่งกระดาษคืน? ถ้าไม่พอใจ อยากต่อต้านแบบอหิงสา คุณก็ไม่ต้องทำข้อสอบ แต่ส่งกระดาษเปล่ากลับคืน....คุณทำได้ไหม? ถ้าโรงเรียนมีกฎว่าใครทำลายข้อสอบ ไม่ว่าโดยกรณีใดๆ ต้องยืนหน้าเสาธง คุณจะใช้อภิสิทธิ์พิเศษอะไรที่จะไม่ต้องไปยืนหน้าเสาธง ? ส่วนกรณีครูทักษีนั้นก็ต้องให้เป็นไปตามระบบการตรวจสอบของกฎโรงเรียน ไม่ใช่โดยกฎหมู่ จะบอกให้ว่าผมก็ไม่ชอบหน้าอ้ายครูคนนี้สักเท่าไหร่ดอก ถึงผมไม่อยากทำตามมันบอก แต่ผมก็ไม่ยอมทำผิดกฎโรงเรียนโดยเด็ดขาด ..................***********...................... จริงอยู่ว่ากฎหมายนั้นมีไว้เพื่อช่วยเสริมกระบวนการยุติธรรม แต่อย่าลืมว่ากฎหมายนั้นมีความยุติธรรมอย่างเดียวไม่ได้!! กฎหมายต้องมีความเด็ดขาดด้วยถึงจะเป็นกฎหมายได้ บางทีเราจะมองในลักษณะกฏหมายธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องนำลักษณะกฎหมายปฎิฐานนิยมเข้ามาใช้หรือเทียบด้วย กฎหมายจึงจะเป็นไปได้ด้วยความยุติธรรม และเด็ดขาด อยากจะชวนคุณ UP เข้ามาคุยถกเรื่องนี้ด้วยเหลือเกิน โดยความเคารพครับ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |