ข้อดี - ข้อเสียของ"ไนโตรเจน"

ขอทราบข้อดี - ข้อเสีย ของการเติมไนโตรเจน แทนลมยาง

รถยนต์ และมีอัตราส่วนของไนโตรเจนเท่าใด?ที่อยู่ในยาง

ครับ

ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

ชัยวัฒน์
5 เม.ย. 2549 14:19
40 ความเห็น
52363 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย นิว

ประโยชนจากการเติมไนโตรเจน *ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของยางได้ประมาณ 25%



-ยางเก็บความดันลมยางไว้ได้ยาวนานกว่า เพราะไนโตรเจนซึมผ่านยางได้ช้ากว่าอากาศถึง 3เท่า

-ยางเก็บความดันลมไว้ได้ยาวนานกว่า

– ลดการสึกหรอของยาง

-ไนโตรเจนช่วยลดการเกิดออกซิเดชั่นของยาง จึงชะลอการเสื่อมสภาพของยาง

-ช่วยประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 2 %

-ไนโตรเจนช่วยลดความร้อนในยาง จึงลดแรงเสียดทานในการหมุนของยาง

- ลดแรงเสียดทานในการหมุนของยาง

-ช่วยเพิ่มความปลอดภัย

-ไนโตรเจนเป็นก๊าชี่ไม่ไวต่อการเกิดปฏิกริยา ไม่ติดไฟ และไม่ช่วยให้ไฟติด

- ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุยางระเบิด

-ช่วยลดการเกิดมลภาวะ

- ไนโตรเจนช่วยประหยัดน้ำมันจากการที่ยางเก็บความดันลมไว้ได้ยาวนานกว่า
6 เม.ย. 2549 18:57


ความคิดเห็นที่ 2 โดย นิว

1. การรั่วซึมของลมยางเกิดขึ้นช้าลง เนื่องจากโมเลกุลของเเก๊สไนโตรเจนที่เป็นเเก๊สเฉื่อย จะหนาเเน่นกว่าโมเลกุลของอากาสธรรมดาที่มีเเก๊สออกซิเจนปนอยู่ด้วยดังนั้นโมเลกุลของเเก๊สไนดตรเจนจึงซึมออกจากโมเลกุลของเนื้อยางได้ช้ากว่าโมเลกุลของเเก๊สออกซิเจน

- ไม่ค้องตรวจเช็คลงยางกันบ่อยๆ[จากเดิมเช็คอาทิตละครั้ง ก็เปลี่ยนเป็นเดือนละครั้ง]

- ประหยัดน้ำมันเชื่อเพลิงเพราะเเรงดันยางไม่ลดลงตำหว่าเกณฑ์มาตรฐาน

- ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดี ทั้งการทรงตัวเเละการเบรคเพราะยางมีเเรงดันที่เหมาะสมตลอดเวลา

2. อุณหภูมิของยางไม่ร้อนจัดในขณะขับขี่ เนื่องจากไม่มีเเก๊สอ๊อกซิเจนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความชื้นหรือไอน้ำขึ้นในระบบซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้เกิดความร้อนเเละการขยายตัวของเเรงดันยาง

- อายุการใช้งานของยางยาวนานขึ้นเนื่องจากเกิดความร้อนสะสมในขระขับเคลื่อนน้อยกว่าเดิม

- ลดโอกาสเสี่ยงในการระเบิดของยางเนื่องจากลดความร้อนสูงในขณะขับขี่ลงไปได้มาก

3. ลดการขยายตัวของเเรงดันภายในยาง ด้วยคุณสมบัติที่เป้นเเก๊สเฉื่อยเเก๊สไนโตรเจนจะช่วยลดการขยายตัวของเเรงดันภายในยางซึ่งเกิดจากความร้อนที่เกิดขึ้นทั้งจากการเสียดสีของเนื้อยางกับผิวถนนเเละความร้อนที่เกิดจากโครงสร้างของยางเอง

-สมรรถนะในการขับขี่ของรถคงที่ตลอดเวลาเพราะเเรงดันของยางเปลี่ยนเเปลงน้อยกว่าจึงเป็นที่นิยมอย่างมากโดนเฉพาะรถเเข่งที่ต้องการสมรรถนะในการยึดเกาะถนนสูงสุดโดยไม่เปลี่ยนเเปลง

- ลดความสั่นสะเทือนในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงลดลงซึ่งเป้นผลมาจากการที่เเก๊สไนโตรเจนเกิดการขยายตัวน้อยกว่าอากาศธรรมดาในขณะที่ยางเกิดความร้อน

4. ลดการเกิดออกซิเดชั่น OXIDATIONการาวมตัวของธาตุต่างๆกับออกซิเจนจนเกิดเป็นออกไซด์

- ลดการเกิดออกซิเดชั่นในโครงสร้างของยางที่ทำให้เกิดการผุกร่อนหรือเสื่อมสภาพเนื่องจากไม่มีเเก๊สออกซิเจนซึมเข้าไปทำปฎิกิริยากับโครงสร้างของยางซึ่งทำจากเหล็ก

- ลดการเกิดสนิมเเละการกัดกร่อนภายในวงล้อเนื่องจากไม่มีความชื้นภายในระบบที่เกิดจากการอัดตัวของอากาศที่มีความชื้นภายในยางซึ่งเป็นผลดีโดยเฉพาะรถที่ใช้ล้อกระทะล้อทำจากเหล็ก



ข้อเสียของการเติมไนโตรเจน



1 ราคาเเพง เพราะเครื่องเเยกเเก๊สไนโตรเจนออกจากอากาศธรรมดามีราคาเเพงมาก จึงทำให้มีต้นทุนสูงในการเติมเเต่ละครั้งสูงกว่าลมปกติหลายเท่าตัวคือประมาณ150-200

2 หาที่เติมยาก เนื่องจากมีต้นทุนสูงผู้ประกอบการบางที่ไม่มีกำลังพอที่จะซื้อเครื่องเติมเเก๊สไนโตรเจนไว้คอยบริการลูกค้า จึงทำให้ไม่เเพร่หลายเท่าที่ควร จึงหาเติมยาก

3 การควบคุมเเรงดันเเก๊สให้ปลอดภัย ตามปกติเเก๊สไนโตรเจนสำหรับการใช้งานทั่วไปจะถูกนำมาอัดในถังซึ่งมีเเรงดันอยู่สูงถึงประมาณ400=600ปอนด์ต่อตารางนิ้วดังนั้นการนำมาเติมในยางรถยนต์ทั่วๆไปที่ใช้เเรงดันตำจึงต้องมีเครื่องมือปรับเรงดันเเก๊ส[REGULATOR]ที่ออกเเบบมาเป็นพิเศษหรือเป็นเครื่องเติมเเก๊สไนโตรเจนลงในยางดดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเติม





ให้เครดิตหน่อยครับ http://www.fortuner-club.com/webboard/questions.asp?QID=4424
6 เม.ย. 2549 19:07


ความคิดเห็นที่ 3 huijongnco517@hitmail.com (Guest)

ขอแสดงความขอบคุณเป็นอย่างสูงมายังคุณ นิว ที่ช่วยกรุณาตอบกระทู้ให้ครับผม



ชัยวัฒน์ ฮุยจง

ปว.1468 รุ่น7
19 เม.ย. 2549 10:20


ความคิดเห็นที่ 4 siriwat_33@hotmail.com (Guest)

เป็นข้อมูลที่ดีมากครับเพราะกำลังตัดสินใจอยู่เหมือนกันว่าจะใช้ดีหรือไม่อย่างไร เพราะผมเพิ่งจะซื้อรถมาใหม่เลยไม่ค่อยกล้าลอง พอได้ข้อมูลจากพวกท่านทำให้กล้าที่จะลองดู

และขอขอบคุณผู้ที่ตั้งกระทู้นี้มาก(คุณชัยวัฒน์ฯ) เพราะผมก็พลอยได้อนิสงค์ไปด้วยครับ
19 เม.ย. 2549 10:34


ความคิดเห็นที่ 5 ew_rapin_29@hotmail.com (Guest)

แจ๋วเลยครับผมชอบข้อมูลนี้มาก คิดว่าบางท่านคงจะคาดไม่ถึงว่ามันจะช่วยอะไรต่อมิอะไรได้มากเลย โดยเฉพาะเรื่องยางแตกเป็นเรื่องสำคัญขณะขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องประหยัดน้ำมันเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันพอดีเลยครับ อยากให้อีกหลายท่านได้รู้ด้วยครับ (ถ้าซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้ยิ่งดีกว่าซื้อจากกลุ่มเอเปก)
19 เม.ย. 2549 10:39


ความคิดเห็นที่ 6 ew_rapin_nco29@hotmail.com (Guest)

ผมเป็นช่างฯ เห็นด้วยว่าดี ชอบมากเลยครับ
22 เม.ย. 2549 10:25


ความคิดเห็นที่ 7 โดย นิว

แพงนะครับ เสียดายตังแย่เลย
24 เม.ย. 2549 03:00


ความคิดเห็นที่ 8 huijongnco517@hotmail.com (Guest)

เป็นบทความข้อมูลที่ดีมากเลยครับ จะนำไปใช้ครับ
25 เม.ย. 2549 12:47


ความคิดเห็นที่ 9 โดย นายรอบรู้

ดูเว็บนี้ ละเอียดยิบhttp://www.mut.ac.th/~wwwchem/article/nitrogen/nitrogen.htm
25 เม.ย. 2549 16:22


ความคิดเห็นที่ 10 โดย นายรอบรู้



ความคิดเห็นที่ 11 ิboaz2010@yahoo.com (Guest)

เรื่องของไนโตรเจน อยากทราบเครื่องผลิตไนโตรเจน ที่ตามปั๊มไว้เติมลม กับ ตามโรงงานที่เอาไว้อัดไปพร้อมกับขนมที่บรรจุในซอง เมทัลไลต์ นั้นเหมือนกันหรือปล่าว ราคาของเครื่องตกประมาณเท่าไร ผลิตที่ไหนติดต่ออย่างไรครับ
26 เม.ย. 2549 23:42


ความคิดเห็นที่ 12 น้อย (Guest)

เนื่องจากทำงานอยู่ในวงการยางรถยนต์โดยตรงแล้วข้อดีของไนโตรเจนมีจริง บางส่วนเป็นผลทางตรง บางส่วนเป็นผลทางอ้อม บางส่วนโฆษณาเกินจริง สำหรับลมยางไนโตรเจนเป็นเทคโนโลยีเพื่อยางเครื่องบินที่ต้องใช้ความเร็วสูงและมีการเปลี่ยแปลงความดัน-อุณหภูมิมาก หรือรถแข่งสูตร 1 ที่วิ่งบนถนนเรียบ แต่สำหรับรถที่ต้องวิ่งบนถนนขรุขระอย่างบ้านเมืองเรานั้นคงไม่เหมาะเสียทั้งหมด ขออนุญาติ Copy ข้อความบางส่วนจากนิตยาสารของผู้ผลิตยางรายใหญ่รายหนึ่งให้อ่านต่อไปนี้
25 พ.ค. 2549 14:11


ความคิดเห็นที่ 13 น้อย (Guest)

ลมที่ถูกบรรจุเข้าไปในยางทั่วไปคืออากาศที่ลอยอยู่ทั่วไปรอบๆตัวเรานี้ซึ่งมีปริมาณก๊าซไนโตรเจนปนอยู่ 70-80% โดยข้อจำกัดของอากาศคือความชื้นและละอองน้ำเล็กๆ ปะปนอยู่ด้วย มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่คนเราคิดค้นเอาก๊าซอย่างอื่นมาเติมแทนอากาศ ซึ่งในปัจจุบันที่เรารู้จักกันคือ ก๊าซไนโตรเจน ตามคุณสมบัติที่เป็นจริงอย่างคร่าวๆ ของมันคือก๊าซที่เบากว่าอากาศ



ลมไนโตรเจนมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร



1. การเติมลมยางโดยผ่านเครื่องกรองไนโตรเจนเป็นการเพิ่มปริมาณก๊าซไนโตรเจน ดังนั้นปริมาณของไฮโดรเจนและออกซิเจนก็จะน้อยลง ส่งผลให้โอกาสที่จะเกิดความชื้นอันเป็นต้นเหตุของสนิมที่กระทะล้อก็น้อยลงด้วย แต่สำหรับกระทะล้อรุ่นใหม่ๆ จะถูกผลิตขึ้นมาด้วยโลหะผสมที่เรียกว่าแมกนีเซียมอัลลอยด์ ซี่งมีคุณสมบัติป้องกันการเกิดสนิม ดังนั้นการใช้เติมลมยางไนโตรเจนเนื่องจากเหตุผลป้องกันสนิมจึงคงเป็นทางเลือกที่ไม่จำเป็นนัก

2. เนื่องจากก๊าซไนโตรเจนเป็นก๊าซที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นการลดปัญหาการซึมออกของลมยางได้ดีขึ้นและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงแรงดันลมยางในขณะใช้งานให้น้อยลง จึงสามารถใช้งานรถยนต์ได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางไกลๆมากขึ้น

3. ก๊าซไนโตรเจนตามคุณสมบัติเป็นก๊าซที่เบากว่าอากาศ ดังนั้นหากขอบยางไม่สนิทหรือมีรอยรั่วเพียงเล็กน้อย ไนโตรเจนจะรั่วออกจากยางเร็วกว่าอากาศ ฉะนั้นจึงเป็นผลเสียและเป็นอันรายสำหรับรถที่มีโอกาสต้องวิ่งบนทางขรุขระ

4. การเกิดปัญหาล้อสั่น พวงมาลัยสั่นขณะรถวิ่ง เกิดได้เนื่องจากน้ำหนักที่ไม่ได้สมดุลของล้อ อันเป็นผลมาจากโคลงสร้างกระทะล้อ และยางไม่ได้สมดุลย์ ต้องทำการถ่วงล้อใหม่ หรือปรับโครงสร้างของล้อ หรืออาจเกิดจากความดันลมในยางไม่เหมาะสม สำหรับไนโตรเจนช่วยลดปัญหาการสั่นของล้อได้สำหรับรถที่ต้องวิ่งเป็นระยะทางไกลต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อันเป็นผลจากแรงดันลมในยางไม่สมดุลเพราะความร้อนที่เปลี่ยนแปลงมากได้บางส่วนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จำเป็นต้องแก้ไขที่ต้นเหตุเป็นสำคัญ



ลมยางไนโตรเจนเหมาะสมกับยางใช้งานประเภทใด และไม่เหมาะกับยางใช้งานประเภทใด



เนื่องจากไนโตรเจนมีคุณสมบัติเด่นด้านการคงสภาพเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีคุณสมบัติด้อยที่มีน้ำหนักเบากว่าจึงรั่วซึมได้รวดเร็วหากมีรอยรั่วเพียงเล็กน้อย ดังนั้นจึงเหมาะกับยางที่ต้องวิ่นด้วยความเร็วสูงบนทางเรียบ เช่น รถแข่งในสนามรถสูตรหนึ่ง Formula 1 หรือรถยนต์ที่ต้องรีบเร่งไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างตรงต่อเวลา แต่สำหรับรถที่มีโอกาสวิ่งบนถนนขรุขระเป็นหลุม หรือเป็นเนิน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ลมยางไนโตรเจน







ปริมาณลมยางไนโตรเจนที่เติมจะได้มากน้อยขึ้นกับปัจจัยอะไรบ้าน



หากผู้ใช้รถมั่นใจแล้วว่ารถของตนเหมาะสมกับลมยางไนโตรเจนก็ทำควรมั่นใจด้วยว่าลมที่ได้เติมผ่านเครื่องเติมลมนั้นจะได้ปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้นจากปริมาณที่มีอยู่ในอากาศจริง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ

1. ประสิทธิภาพของเครื่อง ซึ่งบริษัทฯผู้ผลิตเครื่องได้ผลิตเครื่องออกมาจำหน่ายหลายรุ่นโดยราคาก็แปรตามประสิทธิภาพความสามารถของเครื่องในการกรองและความแรงดันลมจากเครื่อง

2. ประสิทธิภาพของตัวกรองภายในเครื่อง ซึ่งเมื่อตัวกรองผ่านการใช้งานเป็นเวลานานประสิทธิจะลดลงตามอายุการใช้งาน ดังนั้นผู้ใช้รถควรเลือกศูนย์บริการที่มีความรับผิดชอบ ดูแลและเปลี่ยนอุปกรณ์ตามกำหนดระยะเวลาที่ผู้ผลิตเครื่องกำหนดไว้

3. วิธีการเติมลม เนื่องจากต้องใช้เวลาการทำงานเพิ่มขึ้น ยาง 1 เส้นต้องอัดลมและล้างอากาศออกและอัดลนไนโตรเจนเข้าไปใหม่อีก 2 รอบ ดังนั้นจึงใช้เวลาทำงานเพิ่มขึ้น หากช่างผู้ปฏิบัติงานไม่ทำตามขั้นตอนที่กำหนด ปริมาณไนโตรเจนย่อมไม่ได้ตามมาตรฐานที่ควรเป็น
25 พ.ค. 2549 14:11


ความคิดเห็นที่ 14 น้อย (Guest)

ข้อให้ผู้ใช้รถพิจารณาอย่างรอบครอบกับการใช้ลมไนโตรเจนสำหรับเติมยางรถยนต์ เพราะเท่าที่เห็นมารถที่เติมลมยางไนโตรเจนแล้วเกิดยางระเบิดมาก็หลายคันแล้ว ที่สำคัญความตรวจดูสภาพยาง,อายุการใช้งานและลมยางเป็นสำคัญ จะเป็นไนโตรเจนหรือลมธรรมดาในอากาศเรา ก็ปลอดภัยแล้วคะ
25 พ.ค. 2549 14:18


ความคิดเห็นที่ 15 ritdejaqupt@yahoo.co.th (Guest)

ยางรถยนต์ที่เติมไนโตรเจนอยู่แล้ว หากเกิดกรณีจำเป็นสามารถเติมลมธรรมดาได้หรือไม่ และมีผลเสียหรือไม่อย่างไร
20 มิ.ย. 2549 13:29


ความคิดเห็นที่ 16 pairry~^-^ (Guest)

คุณนิวเก่งจังเลยค่ะ ท่าทางจะเรียนเคมีได้เกรด 4 แน่ๆเลยค่ะ
18 ก.ค. 2549 16:02


ความคิดเห็นที่ 17 โดย xx

ผมไม่ค่อยเชื่อว่า N2 จะแพร่ได้ช้ากว่า O2
18 ก.ค. 2549 17:01


ความคิดเห็นที่ 18 โดย xx

เพราะว่า N2 มีมวลโมเลกุลน้อยกว่า O2

N2 น่าจะซึมได้เร็วกว่า และอัตราการซึมจะมากขึ้นเมื่ออุหภูมิ แรงแรงดันมากขึ้น

แถมขนาดโมเลกุลของ N2 ก็เล็กกว่า



ผมว่าที่เขานิยมเติม N2 ผมว่า

1.จุดเยือกแข็งต่ำ

2.ไม่มีน้ำปน



น้ำนี่แหละที่ไม่ควรมีในยางรถยนต์เพราะมันก่อปัญหา

คือ มันทำให้แรงดันลมยางไม่คงที่ สูงไปบ้าง ตำไปบ้าง

ตอนมีอุณหถูมิสูง มันก็จะกลายเป็นไอ แม้ว่าในภาวะแรงดันสูงมันก็ยังกลายเป็นไอได้ เพียงแต่ยังไม่ถึงกับเดือด คุณเคยลองจับยาง หรือ กระทะล้อบ้างหรือเปล่า เวลาคุณขับรถไปนาน แม้ว่าคุณจะใช้เบรคน้อยมาก แต่มันก็ยังร้อนอยู่ดี ถ้าเบรคบ่อย ออกรถดังโอ๊ก เบรคดังเอี๊ยด คงจะไม่ต้องพูดถึงว่ามันร้อนขนาดไหน



เวลาอุณหภูมิต่ำ น้ำดันกลายเป็นหยด ต่ำมากๆก็อาจเป็นน้ำแข็งได้ อย่าลืมน้ำเวลากลายเป็นไอมันจะขยายตัวได้ ประมาณ 1800 เท่า ผลก็คือ แรงดันในยางมัน swing มาก
18 ก.ค. 2549 17:18


ความคิดเห็นที่ 19 โดย xx

อีกอย่างหนึ่ง สมบัติทางกายภาพของแก็สขึ้นกับ P(ความดัน) V (ปริมาตร) T (อุณหภูมิ)และ n(จำนวนโมเลกุล หรือโมล) ไม่ขึ้นกับชนิดของแก๊ส

แม้ว่าพฤติกรรมของแก๊สจริงจากเบี่ยงเบนไปจากแก๊สอุดมคติไปบ้าง

แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน
18 ก.ค. 2549 17:27


ความคิดเห็นที่ 30 031140 (Guest)

ผู้ใดพบปัญหาข้อนี้ปรึกษาเราได้ที่ 056-225557
19 ม.ค. 2551 17:03

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น