|
หลุมดำในบรรยากาศโลก?
โพสต์เมื่อ:
13:37 วันที่ 6 เม.ย. 2549 ชมแล้ว:
299,274
ตอบแล้ว:
55
ถ้าเกิดหลุดดำจิ๋วจริง แล้วสลายไปเพียงช่วงเวลาแค่แป๊ปเดียว แสงก็คงจะหายไปแค่แป๊ปนึงซิ ... แล้วการเกิดหลุมดำจิ๋วแบบนี้ มันเกิดขึ้นมากมายในชั้นบรรยากาศโลกรึป่าว ถ้าเกิดขึ้นเยอะ ๆ แล้วมันไม่รวมตัวกัน เป็นหลุมดำ ใหญ่กว่าหลุมดำจิ๋วเหรอ อยากทราบว่า ณ ปัจจุบันนี้ มีข้อสรุปเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือยังคะ? เออใช่นั่นดิ แล้วเรื่องสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้าล่ะ ยังไงกัน จากหลักที่ว่าหลุมดำดูดกลืนได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั้งแสง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะมองไม่เห็นหลุมดำเลยนี่ครับ เพราะตาเราจะมองเห็นได้เมื่อมีแสงสะท้อนเข้า แล้วนักวิทยาศาสตร์มองเห็นหลุมดำในการทดลองที่ห้องฟิสิกส์ได้อย่างไร หรือเป็นไปได้ว่า ที่เห็นนั่นไม่ใช่หลุมดำครับ koo (IP:202.12.97.111) ที่เห็นนั่นใช่หลุมดำค่ะ เขาใช้กล้องที่สามารถมองเห็นผ่านไอน้ำในบรรยากาศโลก เราคิดว่าอย่างนี้นะคะ เราอ่านเจอในเว็บไซต์สาระแนดอทคอมค่ะ เจน (IP:58.8.94.144) ครับ อย่างที่คุณจ้อได้กล่าวไว้ ว่าต้อง มีหลายคนสงสัย ว่าหลุมดำจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ ผมก็แอบสงสัยว่า จะมันดูดได้ แล้วจะมีผลอะไรต่อ โอโซน บนชั้นบรรรยากาศของเราหรือไม่ครับ ....ผมก็แอบสงสัยว่า มันจะดูดอะไรเข้าไปในตัวมันได้หรือไม่ และถ้ามันดูดได้แล้วจะมีผล.... ถ้าเราสามารถประยุกต์เอาความรู้เกี่ยวกับหลุมดํามาสร้างรูหนอนในการเดินทางข้ามเวลาหรือมิติได้ก็จะดีไม่น้อย นกน้อย (IP:222.123.159.171) น่ารักขอบอกว่าสนุกดีค่ะ อยากรู้พอดีเลยค่ะ น่ารัก (IP:222.123.221.107) หลุมดำมีขนาดเป็นศูนย์ แต่มีมวลเป็นอนันต์ ใจกลางกาแลคซี่ของเรา(ทางช้างเผือก)ก็มีหลุมดำยักษ์ อยู่ใจกลางมิใช่กลุ่มดาวฤกษ์แต่ประการใด V for Vendetta (IP:203.113.32.8) หลุมดำมีน้ำหนักหรือไม่ถ้ามีจะมีนำหนักเท่าไร
ผู้รอบรู้ด้านวิทยาศาสตร์
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลดูดได้แม้กระทั่งแสงที่ความเร็วที่สุดในจักรวาล ก็ไม่สามารถที่หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงนี้ได้เมื่อเข้าไปในรัศมีหลุมดำ wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183) เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล โลก,ระบบสุริยะ และแกแลกซี่ เทียบเท่าผงธุลี wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183) <P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff" color=#ff6699 size=5>ขอบคุณค่ะ</FONT></P> greatza_katza@hotmail.com (IP:118.173.11.169) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 22 ก.พ. 2551 (21:05) <P>น่ากลัวจังเลย</P> บูม (IP:124.120.229.214) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 22 ก.พ. 2551 (21:06) หลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray) <BR><BR>รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 <BR><BR>ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร<BR><BR>ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory<BR><BR>อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10<SUP>-7</SUP> จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ น่ากลัว<BR> บูม (IP:124.120.229.214) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 12 มี.ค. 2551 (10:58) ตามทฤษฎี สิ่งที่จะถูกดูดด้วยหลุมดำ จะต้องเข้าใกล้มันในระยะรัศมีขนาดหนึ่งเทียบกับหลุมดำนั้น ส่วนดวงอาทิตย์ของเรา จะไม่เกิดเป็นหลุมดำ แต่จะเป็นดาวแคระขาวเมื่อมันถึงจุดจบ(เพราะแรงดึงดูดระหว่างมวลถูกสกัดด้วยแรงผลักระหว่างอิเล็กตรอนในอะตอม แรงผลักนี้ไม่ใช่แรงผลักทางประจุไฟฟ้า เพราะแรงผลักนี้มันมีแรงมากมายมหาศาล) ดาวฤกษ์ที่จะกลายเป็นหลุมดำได้เมื่อมันเผาผลาญพลังงานจนหมดจะต้องมีมวลมากกว่ามวลของดวงอาทิตย์ 3 เท่าขึ้นไป เพราะจะทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลของแต่ละอณูของดวงอาทิตย์ชนะแรงผลักกันของอิเล็กตรอนและแรงผลักกันของโปรตอนรวมถึงแรงผลักกันของนิวตรอน ซึ่งแรงผลักเหล่านี้ไม่ใช่แรงทางผลักทางประจุไฟฟ้า(เพราะแรงทางไฟฟ้ามันมีค่าน้อยมาก) แต่เป็นแรงผลักที่มากมายมหาศาล แต่จำชื่อม่ายได้ เหอๆๆๆ แต่อย่าลืมว่าทั้งหมดทั้งมวลยังอยู่ในขั้นสมมุติฐาน ^^ (IP:203.144.130.176) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 มี.ค. 2551 (11:14) <P>นึกออกและ</P> <P>แรงผลักที่ว่านี้ สำหรับอิเล็กตรอนเรียกว่า Electron degeneracy pressure</P> <P>และก็เป็น โปรตรอน และ นิวตรอน degeneracy pressure ของโปรตรอน และ นิวตรอน ตามลำดับ แรงเหล่านี้เป็นคุณสมบัติทางควอนตัมฟิสิกซ์ ของอนุภาคเหล่านั้น<FONT face="MS Sans Serif" color=#ffffff>racy pressure</FONT></P> ^^ (IP:203.144.130.176) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 18 เม.ย. 2551 (14:23) เอ่อ...เป็นไปได้ไม๊คับเกี่ยวกับเรื่องเวลา ณ หลุมดำ โดยที่หลุมดำนั้นดูดกลืนแสงได้ เวลา @ หลุมดำนั้นจะหยุดไปด้วย อยากทราบว่า อนาคต(ซักปี9500)เราก้อพัฒนายานที่เข้าออกหลุมดำได้อย่างสบาย โดยเวลาที่หลุมดำหยุด แต่ทุกสิ่งข้างนอกยังคงดำเนินต่อไปเช่นพี่ตูนบอดี้แสลม โดยวิธีนี้เมื่อเราออกหลุมดำมาอีกที ข้างนอกก็จะไปไกลแล้ว และแน่นอน เราอยู่ในอนาคต พอจะเปนไปได้ไม๊คับ อิอิ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 8 พ.ค. 2551 (14:58) นาทึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง no no no ..... (IP:222.123.1.170) |