ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 เม.ย. 2549 (14:10) Are you talking about the black hole with quantum gravity scale at a TeV models or Planck scale ones? I dont think we can produce, even with ultra energetic cosmic ray, microscopic black hole if the quantum gravity scale is actually the Planck scale
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 เม.ย. 2549 (12:07) พูดถึง Black hole ใน TeV model ครับ (ในกรณีมีมี extra dimensions)
Feng, J. L. & Shapere, A. D. Black hole production by cosmic rays. Physical Review Letters, 88, 021303, (2002).
http://jp.arxiv.org/abs/hep-ph/0109106 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 เม.ย. 2549 (23:30) ขอบคุณ ครับ คุณจ้อ สำหรับความรู้เรื่อง หลุมดำ ทำให้ได้แง่คิดความรู้ เพิ่มขึ้นอีกหลายแง่มุมครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 เม.ย. 2549 (20:49) หลุมดำจิ๋วมานทำไรได้คับผม
พอมานเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกับโลกเรายังไงอ่าคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 เม.ย. 2549 (15:18) ช่ายมันจะมีผลอะไรช่วยอะธิบายให้แจ่มชัดกว่านี้อีมได้มั้ยครับ
กอล์ฟ (IP:203.113.56.71,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 เม.ย. 2549 (21:48) หลุมดำจิ๋ว มาน ทำไรได้ คับ ผม -> ประโยคนี้แปลว่าอะไรครับ?
- มัน ไม่ใช่ มาน
- ครับ ไม่ใช่ คับ
- ใช่ ไม่ใช่ ช่าย
ช่วยกันรณรงค์ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยนะครับ เดี๋ยวเขาจะว่าเอา ว่าเด็กรุ่นใหม่ภาษาไทยอ่อนแอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 19 เม.ย. 2549 (14:52) ผมว่าเรื่องนี้น่าสนใจนะครับ แต่ผมก็อยากรู้ว่าหลุมดำขนาดจิ๋ว มันทำอะไรได้บ้าง มันจะเหมือนหลุมดำที่มีขนาดใหญ่ทั่วไปหรือปล่าวครับ และมันจะรวมตัวกันได้หรือปล่าวครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 เม.ย. 2549 (00:44) ถ้ามีหลุมดำจิ๋ว ก็ต้องมีอะไรจิ๋วๆ อีก เช่นดาวจิ๋ว หรือระบบทางช้างเผือกจิ๋ว รวมทั้งกำเนิด big bank จิ๋วได้ด้วย หรืออาจจะมีมนุษย์จิ๋วในดาวจิ๋วๆ เหล่านี้ก็เป็นได้ ขนาดวงแหวนบนดาวเสาร์ที่เห็นชัดเจนนี้ อาจจะเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งระเบิดออกแล้วถูกดาวเสาร์เกาะเกี่ยวไว้ แต่กลับไม่พบวงแหวนในดาวอื่นๆ ซึ่งต่อมาก็พบว่ามีวงแหวนกับดาวบางดวง รวมถึงโลกด้วย แต่ดวงจันทร์กับบอกว่าไม่มี ผมว่าน่าจะมีกับดาวทุกดวงก็เป็นได้แต่เครื่องมือตรวจวัดอาจจะตรวจไม่ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 27 เม.ย. 2549 (15:26) ถ้าถูกหลุมดำดูดเขาไปแล้วสิ่งนั้นจะเป็นยังไงครับ
Sil (IP:203.172.56.194,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 พ.ค. 2549 (21:38) เป็นเรื่องที่ธรรมดาแต่มันมีความอัศจรรย์ในตัวคนเราธรรมดาอาจไม่รู้ข้อชื่นชมผู้ที่ค้นหามาเล่าครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 11 พ.ค. 2549 (15:51) เคยได้ยินมาว่าคนสมัยก่อนคิดว่าปรากฏการณ์บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นผลมาจากหลุมดำ ??
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 11 พ.ค. 2549 (20:54) ปรากฏการณ์บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เป็นเพียงความเชื่อครับ ไม่มีความน่าเชื่อถือในเชิงวิชาการ โดยส่วนตัวผมคิดว่ามีเรื่องอื่นในธรรมชาติที่น่าสนใจ และมีสาระกว่าครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 14 พ.ค. 2549 (03:36) ถ้าเกิดมีหลุมดำจิ๋วแล้วอย่างนี้หลุมดำใหญ่ๆย่อมจะมีการสลายตัวด้วยอย่างนั้นเหรอคะ
wezee (IP:203.172.108.86,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 15 พ.ค. 2549 (09:28) หลุมดำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็มีการสลายตัวทั้งนั้นครับ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Hawking radiation
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 15 พ.ค. 2549 (16:01) หาข้อมูลมาได้สุดยอดคะ ขอชื่นชมคุณจ้อคะมีข้อมูลเรื่องซุปเปอร์โนวามาเล่าให้ฟังบ้างมั้ยคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 23 พ.ค. 2549 (19:37)

[font color=perple size=5]สุดยอดจัง[/font]
ยอดมากๆๆ
jumboboba@hotmail.com (IP:203.188.1.45,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 23 พ.ค. 2549 (20:44) ถ้าหลุมดำมีขนาดใหญ่แล้วสลายตัวได้ช้าแล้วถ้ามันอยู่ไกล้กับโลกของเรามันจะทำให้เกิดอะไรขึ้น
มันน่าจะมีผลกระทบอะไรกับโลกของเราบ้าง
มันน่าจะทำความเสียหายมาก
หลุมดำมีแรงดึงดูดมากเมื่อเราถูกดูดเข้าไปเราจะไปอยู่ที่ไหน
แล้วมันจะเป็นอย่างไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 16 มิ.ย. 2549 (22:00) อยากทราบว่าหลุมดำจิ๋ว มีอันตรายต่อโลกหรือปล่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 4 พ.ย. 2549 (15:17) ถ้าเกิดหลุดดำจิ๋วจริง แล้วสลายไปเพียงช่วงเวลาแค่แป๊ปเดียว
แสงก็คงจะหายไปแค่แป๊ปนึงซิ ...
แล้วการเกิดหลุมดำจิ๋วแบบนี้ มันเกิดขึ้นมากมายในชั้นบรรยากาศโลกรึป่าว
ถ้าเกิดขึ้นเยอะ ๆ แล้วมันไม่รวมตัวกัน เป็นหลุมดำ ใหญ่กว่าหลุมดำจิ๋วเหรอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 18 พ.ย. 2549 (16:30) อยากทราบว่า ณ ปัจจุบันนี้ มีข้อสรุปเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือยังคะ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 20 พ.ย. 2549 (21:35) เออใช่นั่นดิ แล้วเรื่องสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้าล่ะ ยังไงกัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 27 ธ.ค. 2549 (17:23) จากหลักที่ว่าหลุมดำดูดกลืนได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั้งแสง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะมองไม่เห็นหลุมดำเลยนี่ครับ เพราะตาเราจะมองเห็นได้เมื่อมีแสงสะท้อนเข้า แล้วนักวิทยาศาสตร์มองเห็นหลุมดำในการทดลองที่ห้องฟิสิกส์ได้อย่างไร หรือเป็นไปได้ว่า ที่เห็นนั่นไม่ใช่หลุมดำครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 12 ม.ค. 2550 (22:22) ที่เห็นนั่นใช่หลุมดำค่ะ เขาใช้กล้องที่สามารถมองเห็นผ่านไอน้ำในบรรยากาศโลก เราคิดว่าอย่างนี้นะคะ เราอ่านเจอในเว็บไซต์สาระแนดอทคอมค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 13 ม.ค. 2550 (14:48) ครับ อย่างที่คุณจ้อได้กล่าวไว้ ว่าต้อง มีหลายคนสงสัย ว่าหลุมดำจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ ผมก็แอบสงสัยว่า จะมันดูดได้ แล้วจะมีผลอะไรต่อ โอโซน บนชั้นบรรรยากาศของเราหรือไม่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 13 ม.ค. 2550 (14:50) ....ผมก็แอบสงสัยว่า มันจะดูดอะไรเข้าไปในตัวมันได้หรือไม่ และถ้ามันดูดได้แล้วจะมีผล....
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 10 ส.ค. 2550 (19:44) ถ้าเราสามารถประยุกต์เอาความรู้เกี่ยวกับหลุมดํามาสร้างรูหนอนในการเดินทางข้ามเวลาหรือมิติได้ก็จะดีไม่น้อย
นกน้อย (IP:222.123.159.171)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 23 ส.ค. 2550 (07:32) น่ารักขอบอกว่าสนุกดีค่ะ อยากรู้พอดีเลยค่ะ
น่ารัก (IP:222.123.221.107)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 21 พ.ย. 2550 (22:21) หลุมดำมีขนาดเป็นศูนย์ แต่มีมวลเป็นอนันต์ ใจกลางกาแลคซี่ของเรา(ทางช้างเผือก)ก็มีหลุมดำยักษ์ อยู่ใจกลางมิใช่กลุ่มดาวฤกษ์แต่ประการใด
V for Vendetta (IP:203.113.32.8)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 14 ธ.ค. 2550 (18:20) หลุมดำมีน้ำหนักหรือไม่ถ้ามีจะมีนำหนักเท่าไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 17 ม.ค. 2551 (21:35) หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลดูดได้แม้กระทั่งแสงที่ความเร็วที่สุดในจักรวาล ก็ไม่สามารถที่หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงนี้ได้เมื่อเข้าไปในรัศมีหลุมดำ
wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 17 ม.ค. 2551 (21:38) เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล โลก,ระบบสุริยะ และแกแลกซี่ เทียบเท่าผงธุลี
wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 13 ก.พ. 2551 (19:07) <P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff" color=#ff6699 size=5>ขอบคุณค่ะ</FONT></P>
greatza_katza@hotmail.com (IP:118.173.11.169)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 22 ก.พ. 2551 (21:06) หลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray) <BR><BR>รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 <BR><BR>ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร<BR><BR>ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory<BR><BR>อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10<SUP>-7</SUP> จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ น่ากลัว<BR>
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 12 มี.ค. 2551 (10:58) ตามทฤษฎี สิ่งที่จะถูกดูดด้วยหลุมดำ จะต้องเข้าใกล้มันในระยะรัศมีขนาดหนึ่งเทียบกับหลุมดำนั้น ส่วนดวงอาทิตย์ของเรา จะไม่เกิดเป็นหลุมดำ แต่จะเป็นดาวแคระขาวเมื่อมันถึงจุดจบ(เพราะแรงดึงดูดระหว่างมวลถูกสกัดด้วยแรงผลักระหว่างอิเล็กตรอนในอะตอม แรงผลักนี้ไม่ใช่แรงผลักทางประจุไฟฟ้า เพราะแรงผลักนี้มันมีแรงมากมายมหาศาล) ดาวฤกษ์ที่จะกลายเป็นหลุมดำได้เมื่อมันเผาผลาญพลังงานจนหมดจะต้องมีมวลมากกว่ามวลของดวงอาทิตย์ 3 เท่าขึ้นไป เพราะจะทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลของแต่ละอณูของดวงอาทิตย์ชนะแรงผลักกันของอิเล็กตรอนและแรงผลักกันของโปรตอนรวมถึงแรงผลักกันของนิวตรอน ซึ่งแรงผลักเหล่านี้ไม่ใช่แรงทางผลักทางประจุไฟฟ้า(เพราะแรงทางไฟฟ้ามันมีค่าน้อยมาก) แต่เป็นแรงผลักที่มากมายมหาศาล แต่จำชื่อม่ายได้ เหอๆๆๆ แต่อย่าลืมว่าทั้งหมดทั้งมวลยังอยู่ในขั้นสมมุติฐาน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 มี.ค. 2551 (11:14) <P>นึกออกและ</P>
<P>แรงผลักที่ว่านี้ สำหรับอิเล็กตรอนเรียกว่า Electron degeneracy pressure</P>
<P>และก็เป็น โปรตรอน และ นิวตรอน degeneracy pressure ของโปรตรอน และ นิวตรอน ตามลำดับ แรงเหล่านี้เป็นคุณสมบัติทางควอนตัมฟิสิกซ์ ของอนุภาคเหล่านั้น<FONT face="MS Sans Serif" color=#ffffff>racy pressure</FONT></P>
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 18 เม.ย. 2551 (14:23) เอ่อ...เป็นไปได้ไม๊คับเกี่ยวกับเรื่องเวลา ณ หลุมดำ โดยที่หลุมดำนั้นดูดกลืนแสงได้ เวลา @ หลุมดำนั้นจะหยุดไปด้วย
อยากทราบว่า อนาคต(ซักปี9500)เราก้อพัฒนายานที่เข้าออกหลุมดำได้อย่างสบาย โดยเวลาที่หลุมดำหยุด แต่ทุกสิ่งข้างนอกยังคงดำเนินต่อไปเช่นพี่ตูนบอดี้แสลม โดยวิธีนี้เมื่อเราออกหลุมดำมาอีกที ข้างนอกก็จะไปไกลแล้ว และแน่นอน เราอยู่ในอนาคต
พอจะเปนไปได้ไม๊คับ อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 8 พ.ค. 2551 (14:58) นาทึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
no no no ..... (IP:222.123.1.170)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 6 ก.ย. 2551 (00:30) ผมขอเรียนถามว่า ถ้าแกนของโลกไม่ทำงาน หรือหยุดทำงานลง โลกของจะกลายเป็นหลุมดำได้หรือไม่ครับ ?
http://www.thepsatan@windowslive.com (IP:202.149.25.241)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 10 ก.ย. 2551 (17:56) เฮ้อไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกครับ เเถมยังเครียดหนักอีกด้วยเพราะมันคงจะน่ากลัว เเละ ไม่มีสิ่งใดเเตะต้องได้ทางกายภาพ เเละ อีกอย่างมันก็มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลยเฮ้อเซ็ง (ไปเที่ยวในหลุมดำกันมะ)
เด็ก ป.5 อ่ะครับ (IP:125.26.44.182)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 10 ก.ย. 2551 (18:34) แล้วที่เขามีข่าวบอกว่ามีหลุมดำเกิดขึ้นแล้วบนโลกล่ะค่ะ
มันจริงหรือเปล่า แล้วที่ว่าเขาจะยิงรังสีเข้าไปเนี่ย(ถ้าเกิดมันมีจริงๆนะค่ะ)จะเกิดอะไรขึ้นไหม
เห็นเขาบอกว่าอยู่ที่ประเทศสวิสน่ะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 29 ต.ค. 2551 (19:09) Pierre Auger ออกเสียงว่ายังไงครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 6 ธ.ค. 2551 (16:03) ชายหลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray)
รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546
ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร
ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory
อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10-7 จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ
Stojkovic เชื่อว่าอาจปรากฏการณ์นี้อาจจะทำให้การตรวจหาหลุมดำจิ๋วในรังสีคอสมิกของ Pierre Auger Observatory ที่ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2546-2551 ทำได้ลำบากขึ้น ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลการทดลองต่อไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 26 ม.ค. 2552 (16:27) ผมเคยได้ยินว่าทางช้างเผือกมีหลุมดำเยอะจริงไหมคับ
แล้ว การเดินทางของหลุมดำมีจริงไหมคับ
หลุมดดำสามารถดูดกลืนพระอาทิตย์ได้ทั้งดวงจริงหรือไม่ ขอบคุณคับ
th_ab_thim@hotmail.com (IP:125.27.124.228)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 3 ก.พ. 2552 (13:36) อือ
ความคิดเห็นที่ 51 นะคับ
เคยได้ยินมาว่านะคับ ถ้าแกนโลกหยุดหมุน (ซึ้งอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่นักวิทยาศาส ก็คิดขึ้นมาเล่นๆ)หรือโลกเกิดหยุดหมุนขึ้นมา ของเหลว พวก แมกมาหรือของเหลวต่างๆ บนผิวโลกจะยังหมุน ต่อไปด้วยแรงเฉื่อย (โลกจะไม่หยุดหมุนรอบตัวเองตามไปด้วย) สนามแม่เหล็กที่เป็นประจุไฟฟ้าจะแปรปวนทันที และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ดังนี้
1) รังสี (ลมสุริยะ) ต่างๆนานาจากดวงอาทิตย์จะถ่ายเทเข้าสู่โลก ทำให้สิ่งมีชีวิตได้รับรังสีจำนวนมากจนถึงแก่ชีวิต
2) สนามแม่เหล็กที่เป็นประจุไฟฟ้าจะไม่อยู่ในทางที่มันควรจะอยู่ คือ จะเกิดฟ้าผ่าที่รุนแรงไปทั่วโลก เพราะ ปกติประจุไฟฟ้านี้จะไหลไปเรื่อยๆ จะเข้า-ออกที่ขั้วโลก แต่เมื่อแกนโลก (ตัวควบคุมการไหล) หยุดทำงานลง ประจุไฟฟ้านี้จะถ่ายเทสู่สิ่งที่มีประจุลบ-บวกที่ไม่สมดุล หรือ สิ่งที่มีประจุเป็นกลาง เช่น เครื่องบิน สมองสัตว์ ถนน และสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น
เรื่อง
The Core
nook_kug@hotmail.com (IP:202.12.118.61)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 25 เม.ย. 2552 (19:27) อยากทราบว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ลือกันว่าตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองได้มีการสูญหายอยางไม่มีร่องรอยของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณนั่น ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังมีการสูญหายอยู่เป็นจำนวนมาก สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่เป็นบริเวณของอาณาจักรแอตเลนด์ติสที่มีความรุงเรืองมากและได้จมสู่ก้นมหาสมุทรแอตเลนด์ติสอันเป็นใจกลางของสามเหลี่ยมเบอร์มิดา อยากทราบว่าบนโลกของเราอาจมี หลุมดำอยู่ ซึ่งหลุมดำนั้นอาจเป็น สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จริงหรือเปล่าคะ
nee_neegoog@hotmail.com (IP:117.47.120.239)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 6 ส.ค. 2553 (21:34) คห. ที่ 33 ครับ ตาเราจะมองเห็นได้เมื่อมีแสงสะท้อนเข้า ใช่ ความจริง จะเห็นเป็นสีดำ(มั้ง)ครับ เพราะสเปกตรัมของตาเรามองเห็นได้ 400-700นาโนเมตร
s.atid@hotmail.com (IP:115.87.91.232)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 26 ก.ย. 2554 (20:47) เอาหลุมดำจิ๋วเป็นที่ทิ้งขยะ ^^
kbkickkick@hotmail.com (IP:61.7.189.137)