หลุมดำในบรรยากาศโลก?

โพสต์เมื่อ: 13:37 วันที่ 6 เม.ย. 2549         ชมแล้ว: 1,077,089 ตอบแล้ว: 67
วิชาการ >> คาเฟ่ >> ทั่วไป


ปัจจุบัน “หลุมดำ” หรือ “Black Hole” ไม่ได้มีคำจำกัดความอยู่แค่ซากของดวงดาวที่มีแรงโน้มถ่วงสูงในอวกาศเท่านั้น นักฟิสิกส์หลายๆคนเชื่อว่าหลุมดำขนาดเล็กๆ เล็กกว่าอะตอม ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ในห้องทดลองฟิสิกส์อนุภาค หรือแม้แต่เกิดขึ้นในบรรยากาศชั้นสูงของโลก!



หลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray)



รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546



ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร



ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory



อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10-7 จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ



Stojkovic เชื่อว่าอาจปรากฏการณ์นี้อาจจะทำให้การตรวจหาหลุมดำจิ๋วในรังสีคอสมิกของ Pierre Auger Observatory ที่ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2546-2551 ทำได้ลำบากขึ้น ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลการทดลองต่อไป




13029



ในภาพแสดงกลุ่มฝนของอนุภาคที่เกิดจากการที่รังสีคอสมิกชนกับอนุภาคในบรรยากาศโลก และสร้างหลุมดำขนาดเล็กๆขึ้นมา หลุมดำเหล่านี้มีอายุสั้นและจะสลายตัวให้อนุภาคเล็กๆชนิดอื่นๆมากมาย ส่วนอีกภาพเป็นเครื่องวัดที่ Pierre Auger Observatory



อ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม



- Looking for Black Holes in the Atmosphere

February 6, 2006 - by Phil Schewe and Ben Stein
http://www.aip.org/pnu/2006/split/764-2.html



- Observatory could detect hidden dimensions

January 9th, 2001 - by Philip Ball / Nature.com
http://www.nature.com/nsu/020107/020107-1.html



- เว็บไซต์ของ Pierre Auger Observatory

http://www.auger.org/



จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว



จำนวน 56 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 เม.ย. 2549 (13:55)


30860
หลุมดำก็ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เสมอไป นักฟิสิกส์เชื่อว่ามีหลุมดำขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะเรียกว่า Microscopic Blackhole ซึ่งมีขนาดได้ตั้งแต่เล็กกว่าโปรตรอน (อย่างในรูป) ไปจนถึงขนาดประมาณอุกกาบาตลูกเล็กๆ ได้เลยทีเดียว หลุมดำจิ๋วพวกนี้ไม่ได้เกิดจากการแตกดับของดาวฤกษ์ แต่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่เอกภพมีอายุน้อยๆ คือหลังจากกำเนิดขึ้นมาจากบิกแบงได้ไม่นาน หรือหลุมดำจิ๋วเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นจากการชนกันของอนุภาคพลังงานสูง นักฟิสิกส์ที่ห้องปฎิบัติการนิวเคลียร์ของยุโรป หรือที่เรียกว่า CERN เริ่มพูดกันถึงการทดลองที่จะตรวจหาหลุมดำจิ๋วเหล่านี้แล้ว ซึ่งหลุมดำพวกนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพราะนอกจากมันจะมีขนาดเล็กแล้ว มันยังสลายตัวเร็วด้วย อย่างในรูปนี้ตามทฤษฎีจะสลายตัวในเวลา 10-26 วินาที เรียกว่าน้อยกว่าเสี้ยววินาทีอีก

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 เม.ย. 2549 (14:10)
Are you talking about the black hole with quantum gravity scale at a TeV models or Planck scale ones? I dont think we can produce, even with ultra energetic cosmic ray, microscopic black hole if the quantum gravity scale is actually the Planck scale
bp (IP:67.41.105.131,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 เม.ย. 2549 (12:07)
พูดถึง Black hole ใน TeV model ครับ (ในกรณีมีมี extra dimensions)



Feng, J. L. & Shapere, A. D. Black hole production by cosmic rays. Physical Review Letters, 88, 021303, (2002).


http://jp.arxiv.org/abs/hep-ph/0109106
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 เม.ย. 2549 (23:30)
ขอบคุณ ครับ คุณจ้อ สำหรับความรู้เรื่อง หลุมดำ ทำให้ได้แง่คิดความรู้ เพิ่มขึ้นอีกหลายแง่มุมครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2434 ครั้ง - ดาว 284 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 16 เม.ย. 2549 (14:19)
I love Physics T_T
Critical! (IP:221.128.88.166,127.0.0.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 เม.ย. 2549 (20:49)
หลุมดำจิ๋วมานทำไรได้คับผม

พอมานเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกับโลกเรายังไงอ่าคับ
นัท (IP:58.9.54.65,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 เม.ย. 2549 (15:18)
ช่ายมันจะมีผลอะไรช่วยอะธิบายให้แจ่มชัดกว่านี้อีมได้มั้ยครับ
กอล์ฟ (IP:203.113.56.71,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 เม.ย. 2549 (21:48)
หลุมดำจิ๋ว “มาน” ทำไรได้ “คับ” ผม -> ประโยคนี้แปลว่าอะไรครับ?



- มัน ไม่ใช่ มาน

- ครับ ไม่ใช่ คับ

- ใช่ ไม่ใช่ ช่าย



ช่วยกันรณรงค์ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยนะครับ เดี๋ยวเขาจะว่าเอา ว่าเด็กรุ่นใหม่ภาษาไทยอ่อนแอ
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 19 เม.ย. 2549 (14:52)
ผมว่าเรื่องนี้น่าสนใจนะครับ แต่ผมก็อยากรู้ว่าหลุมดำขนาดจิ๋ว มันทำอะไรได้บ้าง มันจะเหมือนหลุมดำที่มีขนาดใหญ่ทั่วไปหรือปล่าวครับ และมันจะรวมตัวกันได้หรือปล่าวครับ
~นายอ่อน~ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน39 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 19 เม.ย. 2549 (23:08)


อ่านคำถามแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับ …หลุมดำจิ๋ว ทำอะไรได้บ้าง? … ผมเดาว่าคนถามอาจจะหมายความว่า

1) จะเอาหลุมดำจิ๋วนี้ไปประยุกต์ทำอะไรได้บ้าง

หรือว่า

2) ถ้ามีหลุมดำจิ๋วเกิดขึ้นจริงแล้ว มันจะเป็นอันตรายกับโลกมั้ย? จะดูดโลกเข้าไปมั้ย



ตอบข้อสองก่อนแล้วกัน เรื่องเป็นอันตรายกับโลกมนุษย์คงไม่มี เพราะมันเป็นหลุมดำขนาดจิ๋วซึ่งเล็กกว่าขนาดของนิวเคลียส และยังสลายตัวอย่างรวดเร็ว จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะไปชนกับอะตอมใดอะตอมหนึ่ง ตามทฤษฎีนี้ (ถ้าเป็นจริง) หลุมดำนี้ก็จะถูกสร้างขึ้นในบรรยากาศตลอดเวลา ถ้าเป็นอันตรายโลกเราคงไม่อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันนี้



สำหรับคำถามข้อหนึ่ง คงต้องยอมรับว่าด้วยเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ คงยังไม่ถึงขั้นที่จะนำหลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไปใช้ทำเครื่องมือเครื่องใช้ได้ (ถ้ามันมีอยู่จริง) แต่การวิจัยทางด้านทฤษฎีที่จะนำหลุมดำเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้นั้นมีอยู่ ที่น่าสนใจก็ตัวอย่างเช่น นักวิทยาศาสตร์ ในภาควิชาวิศวกรรม ของมหาวิทยาลัย MIT ชื่อว่า Prof. Seth Lloyd มีแนวคิดที่จะใช้หลุมดำมาทำควอนตัมคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามการจะนำหลุมดำเหล่านี้ไปสร้างทฤษฎีสำหรับการคำนวณแบบควอนตัมอย่างจริงจังนั้นคงต้องเข้าใจทฤษฎีฟิสิกส์เบื้องหลังของมันให้ดีก่อนซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีทฤษฎีที่สมบูรณ์



ลองอ่านข่าวเรื่องนี้ดูที่ http://www.physicsweb.org/articles/news/10/3/1/1



สิ่งแรกที่นักฟิสิกส์ต้องการคือ พวกเขาต้องการรู้ว่าหลุมดำจิ๋วเหล่านี้มีอยู่จริงหรือเปล่า ถ้ามีการตรวจพบมัน (หรือแม้แต่ไม่พบมัน) ก็จะเป็นการยืนยัน หรือ ลบล้าง ทฤษฎีและแนวคิดหลายๆแนวคิด เช่น ทฤษฎีเกี่ยวกับมิติอื่น (Extra dimension) และเมื่อเราเข้าใจทฤษฎีเหล่านี้มากพอเราจึงจะถึงจุดที่นำมันมาใช้ได้



ในสมัยที่ไมเคิล ฟาราเดย์ ศึกษาเรื่องไฟฟ้า คนเรายังจินตนาการไม่ออกเลยว่าไฟฟ้าคืออะไร และจะศึกษามันไปทำไม ให้มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่ง รัฐมนตรีคลังของอังกฤษมาเยี่ยมห้องแล็ปของฟาราเดย์ แล้วก็ถามเขาว่า ประเทศชาติจะได้อะไรกับงานวิจัยของเขา? ฟาร์เดย์ตอบแบบติดตลกว่า รัฐจะเก็บภาษีได้จากสิ่งที่เขาค้นคว้า ทุกวันนี้คำพูดของฟาร์เดย์ก็เป็นจริง ทุกวันนี้เราอยู่โดยขาดไฟฟ้าไม่ได้ ใครจะรู้ว่าในอนาคต ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยสำหรับหลุมดำก็ได้
30861

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 เม.ย. 2549 (00:44)
ถ้ามีหลุมดำจิ๋ว ก็ต้องมีอะไรจิ๋วๆ อีก เช่นดาวจิ๋ว หรือระบบทางช้างเผือกจิ๋ว รวมทั้งกำเนิด big bank จิ๋วได้ด้วย หรืออาจจะมีมนุษย์จิ๋วในดาวจิ๋วๆ เหล่านี้ก็เป็นได้ ขนาดวงแหวนบนดาวเสาร์ที่เห็นชัดเจนนี้ อาจจะเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งระเบิดออกแล้วถูกดาวเสาร์เกาะเกี่ยวไว้ แต่กลับไม่พบวงแหวนในดาวอื่นๆ ซึ่งต่อมาก็พบว่ามีวงแหวนกับดาวบางดวง รวมถึงโลกด้วย แต่ดวงจันทร์กับบอกว่าไม่มี ผมว่าน่าจะมีกับดาวทุกดวงก็เป็นได้แต่เครื่องมือตรวจวัดอาจจะตรวจไม่ได้
aa (IP:203.113.39.12,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 27 เม.ย. 2549 (15:26)
ถ้าถูกหลุมดำดูดเขาไปแล้วสิ่งนั้นจะเป็นยังไงครับ
Sil (IP:203.172.56.194,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 1 พ.ค. 2549 (13:58)


ภาพแสดงที่ตั้งของเครื่องตรวจจับรังสีคอสมิก อันแรกอยู่ที่ Auger Observatory ในประเทศ Argentina และ อีกอันอยู่ที่รัฐ Utah ในสหรัฐอเมริกา
30862

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 พ.ค. 2549 (21:38)
เป็นเรื่องที่ธรรมดาแต่มันมีความอัศจรรย์ในตัวคนเราธรรมดาอาจไม่รู้ข้อชื่นชมผู้ที่ค้นหามาเล่าครับ
wind เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 9 พ.ค. 2549 (22:50)
ก็ดีคับ

ความรู้มากมายเลย
ต้น ภราดร (IP:203.152.39.132,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 11 พ.ค. 2549 (15:51)
เคยได้ยินมาว่าคนสมัยก่อนคิดว่าปรากฏการณ์บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นผลมาจากหลุมดำ ??
PrinceArt เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน118 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 11 พ.ค. 2549 (20:54)
ปรากฏการณ์บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เป็นเพียงความเชื่อครับ ไม่มีความน่าเชื่อถือในเชิงวิชาการ โดยส่วนตัวผมคิดว่ามีเรื่องอื่นในธรรมชาติที่น่าสนใจ และมีสาระกว่าครับ
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 14 พ.ค. 2549 (03:36)
ถ้าเกิดมีหลุมดำจิ๋วแล้วอย่างนี้หลุมดำใหญ่ๆย่อมจะมีการสลายตัวด้วยอย่างนั้นเหรอคะ
wezee (IP:203.172.108.86,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 15 พ.ค. 2549 (09:28)
หลุมดำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็มีการสลายตัวทั้งนั้นครับ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Hawking radiation
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1440 ครั้ง - ดาว 268 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 15 พ.ค. 2549 (16:01)
หาข้อมูลมาได้สุดยอดคะ ขอชื่นชมคุณจ้อคะมีข้อมูลเรื่องซุปเปอร์โนวามาเล่าให้ฟังบ้างมั้ยคะ
ornyupa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1529 ครั้ง - ดาว 138 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 23 พ.ค. 2549 (19:37)
[font color=perple size=5]สุดยอดจัง[/font]

ยอดมากๆๆ
jumboboba@hotmail.com (IP:203.188.1.45,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 23 พ.ค. 2549 (20:44)
ถ้าหลุมดำมีขนาดใหญ่แล้วสลายตัวได้ช้าแล้วถ้ามันอยู่ไกล้กับโลกของเรามันจะทำให้เกิดอะไรขึ้น

มันน่าจะมีผลกระทบอะไรกับโลกของเราบ้าง

มันน่าจะทำความเสียหายมาก

หลุมดำมีแรงดึงดูดมากเมื่อเราถูกดูดเข้าไปเราจะไปอยู่ที่ไหน

แล้วมันจะเป็นอย่างไร
"<~K-E-A-W~>" =<" .">= เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน15 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 4 มิ.ย. 2549 (11:16)
ขอบคุณมากครับ
Chinjung เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน93 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 16 มิ.ย. 2549 (22:00)
อยากทราบว่าหลุมดำจิ๋ว มีอันตรายต่อโลกหรือปล่าว
armer เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน134 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 6 ส.ค. 2549 (21:11)
อยากเห็นหลุมดำจริงๆ
wind เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 4 พ.ย. 2549 (15:17)
ถ้าเกิดหลุดดำจิ๋วจริง แล้วสลายไปเพียงช่วงเวลาแค่แป๊ปเดียว



แสงก็คงจะหายไปแค่แป๊ปนึงซิ ...



แล้วการเกิดหลุมดำจิ๋วแบบนี้ มันเกิดขึ้นมากมายในชั้นบรรยากาศโลกรึป่าว



ถ้าเกิดขึ้นเยอะ ๆ แล้วมันไม่รวมตัวกัน เป็นหลุมดำ ใหญ่กว่าหลุมดำจิ๋วเหรอ
posterland เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 18 พ.ย. 2549 (16:30)
อยากทราบว่า ณ ปัจจุบันนี้ มีข้อสรุปเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าหรือยังคะ?
Ptg818 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 20 พ.ย. 2549 (21:35)
เออใช่นั่นดิ แล้วเรื่องสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้าล่ะ ยังไงกัน
TDnet เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 27 ธ.ค. 2549 (17:23)
จากหลักที่ว่าหลุมดำดูดกลืนได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั้งแสง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะมองไม่เห็นหลุมดำเลยนี่ครับ เพราะตาเราจะมองเห็นได้เมื่อมีแสงสะท้อนเข้า แล้วนักวิทยาศาสตร์มองเห็นหลุมดำในการทดลองที่ห้องฟิสิกส์ได้อย่างไร หรือเป็นไปได้ว่า ที่เห็นนั่นไม่ใช่หลุมดำครับ
koo (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 12 ม.ค. 2550 (22:22)
ที่เห็นนั่นใช่หลุมดำค่ะ เขาใช้กล้องที่สามารถมองเห็นผ่านไอน้ำในบรรยากาศโลก เราคิดว่าอย่างนี้นะคะ เราอ่านเจอในเว็บไซต์สาระแนดอทคอมค่ะ
เจน (IP:58.8.94.144)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 13 ม.ค. 2550 (14:48)
ครับ อย่างที่คุณจ้อได้กล่าวไว้ ว่าต้อง มีหลายคนสงสัย ว่าหลุมดำจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ ผมก็แอบสงสัยว่า จะมันดูดได้ แล้วจะมีผลอะไรต่อ โอโซน บนชั้นบรรรยากาศของเราหรือไม่ครับ
pyroT เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 13 ม.ค. 2550 (14:50)
....ผมก็แอบสงสัยว่า มันจะดูดอะไรเข้าไปในตัวมันได้หรือไม่ และถ้ามันดูดได้แล้วจะมีผล....
pyroT เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 10 ส.ค. 2550 (19:44)
ถ้าเราสามารถประยุกต์เอาความรู้เกี่ยวกับหลุมดํามาสร้างรูหนอนในการเดินทางข้ามเวลาหรือมิติได้ก็จะดีไม่น้อย
นกน้อย (IP:222.123.159.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 23 ส.ค. 2550 (07:32)
น่ารักขอบอกว่าสนุกดีค่ะ อยากรู้พอดีเลยค่ะ
น่ารัก (IP:222.123.221.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 21 พ.ย. 2550 (22:21)
หลุมดำมีขนาดเป็นศูนย์ แต่มีมวลเป็นอนันต์ ใจกลางกาแลคซี่ของเรา(ทางช้างเผือก)ก็มีหลุมดำยักษ์ อยู่ใจกลางมิใช่กลุ่มดาวฤกษ์แต่ประการใด
V for Vendetta (IP:203.113.32.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 14 ธ.ค. 2550 (18:20)
หลุมดำมีน้ำหนักหรือไม่ถ้ามีจะมีนำหนักเท่าไร
ผู้รอบรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 17 ม.ค. 2551 (21:35)
หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลดูดได้แม้กระทั่งแสงที่ความเร็วที่สุดในจักรวาล ก็ไม่สามารถที่หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงนี้ได้เมื่อเข้าไปในรัศมีหลุมดำ
wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 17 ม.ค. 2551 (21:38)
เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล โลก,ระบบสุริยะ และแกแลกซี่ เทียบเท่าผงธุลี
wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 13 ก.พ. 2551 (19:07)
<P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff" color=#ff6699 size=5>ขอบคุณค่ะ</FONT></P>
greatza_katza@hotmail.com (IP:118.173.11.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 22 ก.พ. 2551 (21:05)
<P>น่ากลัวจังเลย</P>
บูม (IP:124.120.229.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 22 ก.พ. 2551 (21:06)
หลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray) <BR><BR>รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 <BR><BR>ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร<BR><BR>ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory<BR><BR>อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10<SUP>-7</SUP> จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ น่ากลัว<BR>
บูม (IP:124.120.229.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 12 มี.ค. 2551 (10:58)
ตามทฤษฎี สิ่งที่จะถูกดูดด้วยหลุมดำ จะต้องเข้าใกล้มันในระยะรัศมีขนาดหนึ่งเทียบกับหลุมดำนั้น&nbsp; ส่วนดวงอาทิตย์ของเรา จะไม่เกิดเป็นหลุมดำ แต่จะเป็นดาวแคระขาวเมื่อมันถึงจุดจบ(เพราะแรงดึงดูดระหว่างมวลถูกสกัดด้วยแรงผลักระหว่างอิเล็กตรอนในอะตอม แรงผลักนี้ไม่ใช่แรงผลักทางประจุไฟฟ้า เพราะแรงผลักนี้มันมีแรงมากมายมหาศาล)&nbsp;&nbsp; ดาวฤกษ์ที่จะกลายเป็นหลุมดำได้เมื่อมันเผาผลาญพลังงานจนหมดจะต้องมีมวลมากกว่ามวลของดวงอาทิตย์ 3 เท่าขึ้นไป&nbsp; เพราะจะทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลของแต่ละอณูของดวงอาทิตย์ชนะแรงผลักกันของอิเล็กตรอนและแรงผลักกันของโปรตอนรวมถึงแรงผลักกันของนิวตรอน&nbsp; ซึ่งแรงผลักเหล่านี้ไม่ใช่แรงทางผลักทางประจุไฟฟ้า(เพราะแรงทางไฟฟ้ามันมีค่าน้อยมาก) แต่เป็นแรงผลักที่มากมายมหาศาล แต่จำชื่อม่ายได้ เหอๆๆๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่อย่าลืมว่าทั้งหมดทั้งมวลยังอยู่ในขั้นสมมุติฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;
^^ (IP:203.144.130.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 มี.ค. 2551 (11:14)
<P>นึกออกและ</P>

<P>แรงผลักที่ว่านี้ สำหรับอิเล็กตรอนเรียกว่า Electron degeneracy pressure</P>

<P>และก็เป็น โปรตรอน&nbsp;และ นิวตรอน degeneracy pressure ของโปรตรอน และ นิวตรอน ตามลำดับ&nbsp;&nbsp; แรงเหล่านี้เป็นคุณสมบัติทางควอนตัมฟิสิกซ์ ของอนุภาคเหล่านั้น<FONT face="MS Sans Serif" color=#ffffff>racy pressure</FONT></P>
^^ (IP:203.144.130.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 18 เม.ย. 2551 (14:23)

เอ่อ...เป็นไปได้ไม๊คับเกี่ยวกับเรื่องเวลา ณ หลุมดำ โดยที่หลุมดำนั้นดูดกลืนแสงได้ เวลา @ หลุมดำนั้นจะหยุดไปด้วย



อยากทราบว่า อนาคต(ซักปี9500)เราก้อพัฒนายานที่เข้าออกหลุมดำได้อย่างสบาย โดยเวลาที่หลุมดำหยุด แต่ทุกสิ่งข้างนอกยังคงดำเนินต่อไปเช่นพี่ตูนบอดี้แสลม    โดยวิธีนี้เมื่อเราออกหลุมดำมาอีกที ข้างนอกก็จะไปไกลแล้ว  และแน่นอน เราอยู่ในอนาคต



พอจะเปนไปได้ไม๊คับ  อิอิ


walkalone เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 8 พ.ค. 2551 (14:58)
นาทึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
no no no ..... (IP:222.123.1.170)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 6 ก.ย. 2551 (00:30)
ผมขอเรียนถามว่า ถ้าแกนของโลกไม่ทำงาน หรือหยุดทำงานลง โลกของจะกลายเป็นหลุมดำได้หรือไม่ครับ ?
http://www.thepsatan@windowslive.com (IP:202.149.25.241)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 10 ก.ย. 2551 (17:56)
เฮ้อไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกครับ เเถมยังเครียดหนักอีกด้วยเพราะมันคงจะน่ากลัว เเละ ไม่มีสิ่งใดเเตะต้องได้ทางกายภาพ เเละ อีกอย่างมันก็มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลยเฮ้อเซ็ง (ไปเที่ยวในหลุมดำกันมะ)
เด็ก ป.5 อ่ะครับ (IP:125.26.44.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 10 ก.ย. 2551 (18:34)
แล้วที่เขามีข่าวบอกว่ามีหลุมดำเกิดขึ้นแล้วบนโลกล่ะค่ะ
มันจริงหรือเปล่า แล้วที่ว่าเขาจะยิงรังสีเข้าไปเนี่ย(ถ้าเกิดมันมีจริงๆนะค่ะ)จะเกิดอะไรขึ้นไหม
เห็นเขาบอกว่าอยู่ที่ประเทศสวิสน่ะค่ะ
นิ (IP:61.91.162.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 29 ต.ค. 2551 (19:09)

Pierre Auger  ออกเสียงว่ายังไงครับ


Gravitivist เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน44 ครั้ง - ดาว 25 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 6 ธ.ค. 2551 (16:03)

ชายหลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray)

รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546

ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร

ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory

อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10-7 จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ

Stojkovic เชื่อว่าอาจปรากฏการณ์นี้อาจจะทำให้การตรวจหาหลุมดำจิ๋วในรังสีคอสมิกของ Pierre Auger Observatory ที่ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2546-2551 ทำได้ลำบากขึ้น ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลการทดลองต่อไป


dragonfirebrad เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน49 ครั้ง - ดาว 132 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 26 ม.ค. 2552 (16:27)

ผมเคยได้ยินว่าทางช้างเผือกมีหลุมดำเยอะจริงไหมคับ
แล้ว การเดินทางของหลุมดำมีจริงไหมคับ
หลุมดดำสามารถดูดกลืนพระอาทิตย์ได้ทั้งดวงจริงหรือไม่ ขอบคุณคับ


th_ab_thim@hotmail.com (IP:125.27.124.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 3 ก.พ. 2552 (13:36)

อือ
ความคิดเห็นที่ 51 นะคับ
เคยได้ยินมาว่านะคับ ถ้าแกนโลกหยุดหมุน (ซึ้งอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่นักวิทยาศาส ก็คิดขึ้นมาเล่นๆ)หรือโลกเกิดหยุดหมุนขึ้นมา ของเหลว พวก แมกมาหรือของเหลวต่างๆ บนผิวโลกจะยังหมุน ต่อไปด้วยแรงเฉื่อย  (โลกจะไม่หยุดหมุนรอบตัวเองตามไปด้วย) สนามแม่เหล็กที่เป็นประจุไฟฟ้าจะแปรปวนทันที และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ดังนี้

1) รังสี (ลมสุริยะ) ต่างๆนานาจากดวงอาทิตย์จะถ่ายเทเข้าสู่โลก ทำให้สิ่งมีชีวิตได้รับรังสีจำนวนมากจนถึงแก่ชีวิต

2) สนามแม่เหล็กที่เป็นประจุไฟฟ้าจะไม่อยู่ในทางที่มันควรจะอยู่ คือ จะเกิดฟ้าผ่าที่รุนแรงไปทั่วโลก เพราะ ปกติประจุไฟฟ้านี้จะไหลไปเรื่อยๆ จะเข้า-ออกที่ขั้วโลก แต่เมื่อแกนโลก (ตัวควบคุมการไหล) หยุดทำงานลง ประจุไฟฟ้านี้จะถ่ายเทสู่สิ่งที่มีประจุลบ-บวกที่ไม่สมดุล หรือ สิ่งที่มีประจุเป็นกลาง เช่น เครื่องบิน สมองสัตว์ ถนน และสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น

เรื่อง

The Core


nook_kug@hotmail.com (IP:202.12.118.61)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 25 เม.ย. 2552 (19:27)

อยากทราบว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ลือกันว่าตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองได้มีการสูญหายอยางไม่มีร่องรอยของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณนั่น ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังมีการสูญหายอยู่เป็นจำนวนมาก สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่เป็นบริเวณของอาณาจักรแอตเลนด์ติสที่มีความรุงเรืองมากและได้จมสู่ก้นมหาสมุทรแอตเลนด์ติสอันเป็นใจกลางของสามเหลี่ยมเบอร์มิดา  อยากทราบว่าบนโลกของเราอาจมี หลุมดำอยู่ ซึ่งหลุมดำนั้นอาจเป็น สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จริงหรือเปล่าคะ


nee_neegoog@hotmail.com (IP:117.47.120.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 5 ก.ค. 2552 (20:50)
เเล้วเข้าไปจะเจออะไร
boss (IP:124.122.214.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 6 ส.ค. 2553 (21:34)
คห. ที่ 33 ครับ ตาเราจะมองเห็นได้เมื่อมีแสงสะท้อนเข้า ใช่ ความจริง จะเห็นเป็นสีดำ(มั้ง)ครับ เพราะสเปกตรัมของตาเรามองเห็นได้ 400-700นาโนเมตร
s.atid@hotmail.com (IP:115.87.91.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 26 ก.ย. 2554 (20:47)
เอาหลุมดำจิ๋วเป็นที่ทิ้งขยะ ^^
kbkickkick@hotmail.com (IP:61.7.189.137)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม