เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)lเว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)|เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด2549,2550,2551 (TrueHits)
"เนื้อหาในส่วนนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปอ้างอิง"
"กรุณาลงข่าวประชาสัมพันธ์ของท่านใน vService"

หลุมดำในบรรยากาศโลก?
โพสต์เมื่อ: 13:37 วันที่ 6 เม.ย. 2549         ชมแล้ว: 516,357 ตอบแล้ว: 64
ปัจจุบัน “หลุมดำ” หรือ “Black Hole” ไม่ได้มีคำจำกัดความอยู่แค่ซากของดวงดาวที่มีแรงโน้มถ่วงสูงในอวกาศเท่านั้น นักฟิสิกส์หลายๆคนเชื่อว่าหลุมดำขนาดเล็กๆ เล็กกว่าอะตอม ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ในห้องทดลองฟิสิกส์อนุภาค หรือแม้แต่เกิดขึ้นในบรรยากาศชั้นสูงของโลก!

หลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray)

รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546

ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร

ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory

อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10-7 จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ

Stojkovic เชื่อว่าอาจปรากฏการณ์นี้อาจจะทำให้การตรวจหาหลุมดำจิ๋วในรังสีคอสมิกของ Pierre Auger Observatory ที่ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2546-2551 ทำได้ลำบากขึ้น ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลการทดลองต่อไป


13029

ในภาพแสดงกลุ่มฝนของอนุภาคที่เกิดจากการที่รังสีคอสมิกชนกับอนุภาคในบรรยากาศโลก และสร้างหลุมดำขนาดเล็กๆขึ้นมา หลุมดำเหล่านี้มีอายุสั้นและจะสลายตัวให้อนุภาคเล็กๆชนิดอื่นๆมากมาย ส่วนอีกภาพเป็นเครื่องวัดที่ Pierre Auger Observatory

อ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม

- Looking for Black Holes in the Atmosphere
February 6, 2006 - by Phil Schewe and Ben Stein
http://www.aip.org/pnu/2006/split/764-2.html

- Observatory could detect hidden dimensions
January 9th, 2001 - by Philip Ball / Nature.com
http://www.nature.com/nsu/020107/020107-1.html

- เว็บไซต์ของ Pierre Auger Observatory
http://www.auger.org/


จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1429 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 255 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 53 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 23 ส.ค. 2550 (07:32)
น่ารักขอบอกว่าสนุกดีค่ะ อยากรู้พอดีเลยค่ะ
น่ารัก (IP:222.123.221.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 21 พ.ย. 2550 (22:21)
หลุมดำมีขนาดเป็นศูนย์ แต่มีมวลเป็นอนันต์ ใจกลางกาแลคซี่ของเรา(ทางช้างเผือก)ก็มีหลุมดำยักษ์ อยู่ใจกลางมิใช่กลุ่มดาวฤกษ์แต่ประการใด
V for Vendetta (IP:203.113.32.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 14 ธ.ค. 2550 (18:20)
หลุมดำมีน้ำหนักหรือไม่ถ้ามีจะมีนำหนักเท่าไร
ผู้รอบรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 17 ม.ค. 2551 (21:35)
หลุมดำมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลดูดได้แม้กระทั่งแสงที่ความเร็วที่สุดในจักรวาล ก็ไม่สามารถที่หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงนี้ได้เมื่อเข้าไปในรัศมีหลุมดำ
wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 17 ม.ค. 2551 (21:38)
เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล โลก,ระบบสุริยะ และแกแลกซี่ เทียบเท่าผงธุลี
wichean@w.southpeace.go.th (IP:202.129.17.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 13 ก.พ. 2551 (19:07)
<P><FONT style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff" color=#ff6699 size=5>ขอบคุณค่ะ</FONT></P>
greatza_katza@hotmail.com (IP:118.173.11.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 22 ก.พ. 2551 (21:05)
<P>น่ากลัวจังเลย</P>
บูม (IP:124.120.229.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 22 ก.พ. 2551 (21:06)
หลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray) <BR><BR>รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 <BR><BR>ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร<BR><BR>ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory<BR><BR>อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10<SUP>-7</SUP> จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ น่ากลัว<BR>
บูม (IP:124.120.229.214)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 12 มี.ค. 2551 (10:58)
ตามทฤษฎี สิ่งที่จะถูกดูดด้วยหลุมดำ จะต้องเข้าใกล้มันในระยะรัศมีขนาดหนึ่งเทียบกับหลุมดำนั้น&nbsp; ส่วนดวงอาทิตย์ของเรา จะไม่เกิดเป็นหลุมดำ แต่จะเป็นดาวแคระขาวเมื่อมันถึงจุดจบ(เพราะแรงดึงดูดระหว่างมวลถูกสกัดด้วยแรงผลักระหว่างอิเล็กตรอนในอะตอม แรงผลักนี้ไม่ใช่แรงผลักทางประจุไฟฟ้า เพราะแรงผลักนี้มันมีแรงมากมายมหาศาล)&nbsp;&nbsp; ดาวฤกษ์ที่จะกลายเป็นหลุมดำได้เมื่อมันเผาผลาญพลังงานจนหมดจะต้องมีมวลมากกว่ามวลของดวงอาทิตย์ 3 เท่าขึ้นไป&nbsp; เพราะจะทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลของแต่ละอณูของดวงอาทิตย์ชนะแรงผลักกันของอิเล็กตรอนและแรงผลักกันของโปรตอนรวมถึงแรงผลักกันของนิวตรอน&nbsp; ซึ่งแรงผลักเหล่านี้ไม่ใช่แรงทางผลักทางประจุไฟฟ้า(เพราะแรงทางไฟฟ้ามันมีค่าน้อยมาก) แต่เป็นแรงผลักที่มากมายมหาศาล แต่จำชื่อม่ายได้ เหอๆๆๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่อย่าลืมว่าทั้งหมดทั้งมวลยังอยู่ในขั้นสมมุติฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;
^^ (IP:203.144.130.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 มี.ค. 2551 (11:14)
<P>นึกออกและ</P>
<P>แรงผลักที่ว่านี้ สำหรับอิเล็กตรอนเรียกว่า Electron degeneracy pressure</P>
<P>และก็เป็น โปรตรอน&nbsp;และ นิวตรอน degeneracy pressure ของโปรตรอน และ นิวตรอน ตามลำดับ&nbsp;&nbsp; แรงเหล่านี้เป็นคุณสมบัติทางควอนตัมฟิสิกซ์ ของอนุภาคเหล่านั้น<FONT face="MS Sans Serif" color=#ffffff>racy pressure</FONT></P>
^^ (IP:203.144.130.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 18 เม.ย. 2551 (14:23)

เอ่อ...เป็นไปได้ไม๊คับเกี่ยวกับเรื่องเวลา ณ หลุมดำ โดยที่หลุมดำนั้นดูดกลืนแสงได้ เวลา @ หลุมดำนั้นจะหยุดไปด้วย


อยากทราบว่า อนาคต(ซักปี9500)เราก้อพัฒนายานที่เข้าออกหลุมดำได้อย่างสบาย โดยเวลาที่หลุมดำหยุด แต่ทุกสิ่งข้างนอกยังคงดำเนินต่อไปเช่นพี่ตูนบอดี้แสลม    โดยวิธีนี้เมื่อเราออกหลุมดำมาอีกที ข้างนอกก็จะไปไกลแล้ว  และแน่นอน เราอยู่ในอนาคต


พอจะเปนไปได้ไม๊คับ  อิอิ


walkalone เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 8 พ.ค. 2551 (14:58)
นาทึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
no no no ..... (IP:222.123.1.170)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 6 ก.ย. 2551 (00:30)
ผมขอเรียนถามว่า ถ้าแกนของโลกไม่ทำงาน หรือหยุดทำงานลง โลกของจะกลายเป็นหลุมดำได้หรือไม่ครับ ?
http://www.thepsatan@windowslive.com (IP:202.149.25.241)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 10 ก.ย. 2551 (17:56)
เฮ้อไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกครับ เเถมยังเครียดหนักอีกด้วยเพราะมันคงจะน่ากลัว เเละ ไม่มีสิ่งใดเเตะต้องได้ทางกายภาพ เเละ อีกอย่างมันก็มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลยเฮ้อเซ็ง (ไปเที่ยวในหลุมดำกันมะ)
เด็ก ป.5 อ่ะครับ (IP:125.26.44.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 10 ก.ย. 2551 (18:34)
แล้วที่เขามีข่าวบอกว่ามีหลุมดำเกิดขึ้นแล้วบนโลกล่ะค่ะ มันจริงหรือเปล่า แล้วที่ว่าเขาจะยิงรังสีเข้าไปเนี่ย(ถ้าเกิดมันมีจริงๆนะค่ะ)จะเกิดอะไรขึ้นไหม เห็นเขาบอกว่าอยู่ที่ประเทศสวิสน่ะค่ะ
นิ (IP:61.91.162.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 29 ต.ค. 2551 (19:09)

Pierre Auger  ออกเสียงว่ายังไงครับ


Gravitivist เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 44 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 25 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 6 ธ.ค. 2551 (16:03)

ชายหลุมดำ สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อดาวฤกษ์ขนาดยักษ์เผาผลาญเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของมันหมดลง แรงโน้มถ่วงมหาศาลจะทำให้ดาวยุบตัวลง เกิดเป็นเคหะวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะดึงดูดวัตถุทุกชนิดแม้แต่แสงไม่ให้หลุดรอดออกไปได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีเดียวที่จะสร้างหลุมดำ ในทฤษฎีฟิสิกส์อนุภาคสมัยใหม่อนุภาคที่พลังงานสูงมากๆสามารถที่จะทำให้เกิดหลุมดำได้ เช่น การชนกันของอนุภาคพลังงานสูงในเครื่องเร่งอนุภาค หรือแม้แต่อนุภาคพลังงานสูงในรังสีคอสมิก (Cosmic ray)

รังสีคอสมิกเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศ ซึ่งเมื่อผ่านเข้ามาในบรรยากาศโลก จะเกิดการชนกันอนุภาคในบรรยากาศ และให้เกิดอนุภาคเล็กๆหลายชนิด กระจากกันเป็นกลุ่มฝนที่เรียกว่า Shower แต่ละกลุ่มจะกระจัดกระจายตกลงมายังพื้นโลกและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางหลายตารางกิโลเมตร นักฟิสิกส์สามารถตรวจจับได้อนุภาคเหล่านี้ได้ด้วยเครื่องวัดบนผิวโลก เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ Pierre Auger Observatory ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546

ศูนย์ตรวจวัดรังสีคอสมิก Pierre Auger Observatory ตั้งชื่อตาม Pierre Auger นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้บุกเบิกการศึกษารังสีคอสมิก ศูนย์ตรวจวัดรังสีนี้มีเครื่องวัดอยู่ด้วยกันสองตำแหน่ง แห่งหนึ่งอยู่ที่ประเทศอาเจนตินา อีกแห่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ละแห่งประกอบด้วยเครื่องตรวจจับอนุภาค 1,600 เครื่อง ซึ่งจัดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร

ในปี พ.ศ. 2545 นักฟิสิกส์ Jonathan Feng และ Alfred Shapere จากมหาวิทยาลัย MIT (Massachusetts Institute of Technology) เสนอว่าอนุภาคที่อยู่ในรังสีคอสมิกอาจจะมีพลังงานสูงพอที่จะสร้างหลุมดำขนาดจิ๋ว ซึ่งเล็กกว่าขนาดของอะตอม หลุมดำจิ๋วเหล่านี้ไม่มีเสถียรภาพ มันจะสลายตัวอย่างรวดเร็วไปอนุภาคอื่นๆ มากมายเกิดเป็นกลุ่มฝนของอนุภาคซึ่งน่าจะสังเกตได้ด้วยเครื่องมือของ Pierre Auger Observatory

อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย Dejan Stojkovic นักฟิสิกส์จาก Case Western Reserve University เสนอความเห็นที่แตกต่าง เขาเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่สร้างหลุ่มดำจากรังสีคอสมิกคือการกระเจิงของอนุภาคนิวตริโนที่พลังงานในระดับ TeV ( 1 tera electron volt = 1.60217646 x 10-7 จูล) น่าจะเร่งปฏิกิริยาการสลายตัวของโปรตอนซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถตรวจวัดโปรตรอนที่เกิดจากการสลายตัวของหลุมดำ

Stojkovic เชื่อว่าอาจปรากฏการณ์นี้อาจจะทำให้การตรวจหาหลุมดำจิ๋วในรังสีคอสมิกของ Pierre Auger Observatory ที่ดำเนินการระหว่างปี พ.ศ. 2546-2551 ทำได้ลำบากขึ้น ซึ่งเราคงต้องรอฟังผลการทดลองต่อไป


dragonfirebrad เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 132 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 26 ม.ค. 2552 (16:27)

ผมเคยได้ยินว่าทางช้างเผือกมีหลุมดำเยอะจริงไหมคับ
แล้ว การเดินทางของหลุมดำมีจริงไหมคับ
หลุมดดำสามารถดูดกลืนพระอาทิตย์ได้ทั้งดวงจริงหรือไม่ ขอบคุณคับ


th_ab_thim@hotmail.com (IP:125.27.124.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 3 ก.พ. 2552 (13:36)

อือ
ความคิดเห็นที่ 51 นะคับ
เคยได้ยินมาว่านะคับ ถ้าแกนโลกหยุดหมุน (ซึ้งอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่นักวิทยาศาส ก็คิดขึ้นมาเล่นๆ)หรือโลกเกิดหยุดหมุนขึ้นมา ของเหลว พวก แมกมาหรือของเหลวต่างๆ บนผิวโลกจะยังหมุน ต่อไปด้วยแรงเฉื่อย  (โลกจะไม่หยุดหมุนรอบตัวเองตามไปด้วย) สนามแม่เหล็กที่เป็นประจุไฟฟ้าจะแปรปวนทันที และจะทำให้เกิดเหตุการณ์ดังนี้

1) รังสี (ลมสุริยะ) ต่างๆนานาจากดวงอาทิตย์จะถ่ายเทเข้าสู่โลก ทำให้สิ่งมีชีวิตได้รับรังสีจำนวนมากจนถึงแก่ชีวิต

2) สนามแม่เหล็กที่เป็นประจุไฟฟ้าจะไม่อยู่ในทางที่มันควรจะอยู่ คือ จะเกิดฟ้าผ่าที่รุนแรงไปทั่วโลก เพราะ ปกติประจุไฟฟ้านี้จะไหลไปเรื่อยๆ จะเข้า-ออกที่ขั้วโลก แต่เมื่อแกนโลก (ตัวควบคุมการไหล) หยุดทำงานลง ประจุไฟฟ้านี้จะถ่ายเทสู่สิ่งที่มีประจุลบ-บวกที่ไม่สมดุล หรือ สิ่งที่มีประจุเป็นกลาง เช่น เครื่องบิน สมองสัตว์ ถนน และสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น

เรื่อง

The Core


nook_kug@hotmail.com (IP:202.12.118.61)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 25 เม.ย. 2552 (19:27)

อยากทราบว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่ลือกันว่าตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองได้มีการสูญหายอยางไม่มีร่องรอยของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณนั่น ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังมีการสูญหายอยู่เป็นจำนวนมาก สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่เป็นบริเวณของอาณาจักรแอตเลนด์ติสที่มีความรุงเรืองมากและได้จมสู่ก้นมหาสมุทรแอตเลนด์ติสอันเป็นใจกลางของสามเหลี่ยมเบอร์มิดา  อยากทราบว่าบนโลกของเราอาจมี หลุมดำอยู่ ซึ่งหลุมดำนั้นอาจเป็น สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จริงหรือเปล่าคะ


nee_neegoog@hotmail.com (IP:117.47.120.239)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม


ขอบคุณผู้สนับสนุน




Google
 
สำนักงานวิชาการดอทคอม :  02-5832802 ,086-4907600
อีเมล์ : 

ติดต่อลงโฆษณากับวิชาการดอทคอม : 

คุณนัท    : 084-7619653
คุณอันนา : 086-4907585
คุณกุ้ง     : 089-8613727
อีเมล์ฝ่ายขาย :  sales@vcharkarn.com
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.

 

Creative Commons License
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. Some rights reserved.