การวัดและประเมินผล

ผมขออนุญาตนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับ การวัดและประเมินผล ครับซึ่งผมคิดว่าถ้าสร้างเครื่องมือที่จะวัดและประเมินผลที่เหมาะสม ก็จะส่งผลถึงมาตรฐาน คุณภาพ ของการจัดการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ไม่มากก็น้อย ดังเช่นเกี่ยวกับ การวัดและประเมินผล ถ้าเราเข้าใจตั้งแต่ ความหมาย องค์ประกอบ จนถึงการนำไปใช้ อย่างแท้จริง การนำเสนอเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นประเด็นแบบย่อๆเข้าใจง่ายๆ ฉบับผู้เขียน ซึ่งไม่ได้ใส่รายละเอียดลงไปถ้าหากมีสิ่งไหนหรือประเด็นไหนที่ผมมองไม่เห็นก็ยินดีรับข้อเสนอแนะในการที่จะปรับปรุงและเป็นประโยชน์ครับ(อาจจะดูรกรุงรังไปบ้างก็อย่าถือสาเลยนะครับ)

การวัดผลและประเมินผล

ความหมายและความแตกต่าง ประเภทของการวัดและประเมินผล

1. รู้ 2. เข้าใจ 3. ปฏิบัติได้

การวัด (Measurement)คือ กระบวนที่เราทำและได้ตัวเลขหรือสัมพันธ์กับตัวเลขมีมาตรฐาน เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง

ประเมิน (Evaluation) เช่น ครูวิทูลมองเห็นผู้สาวคนนั้นว่า สวย (คนอาจจะประเมินไม่เหมือนกัน ครูมงคล อาจจะมองว่าไม่สวย ขึ้นอยู่กับการมีข้อมูล มาพิจารณา ที่จะตัดสินแทนค่า ว่า สวย / ไม่สวย

จากข้อความข้างต้น จุดมุ่งหมายการศึกษา ครูเราต้องพัฒนาคนทั้ง 3 ด้าน ทักษะของมนุษย์ที่สูงสุดคือ การประเมินค่า ส่วน การวัด ต้องให้สอดคล้องกับ พฤติกรรมที่จะวัด

* หมายเหตุ ความสามารถของมนุษย์ไม่สามารถทำหัวข้อเดียวได้ (Majer) นักการศึกษาชาวอเมริกัน

ระดับการวัดมี 4 ระดับแบ่งตามสเกลของข้อมูล (วิจัย)

1. สเกลนามกำหนด/นามบัญญัติ Nominal Scales = ตัวเลข คุณลักษณะ เฉพาะเจาะจง เช่น เพศ / อาชีพ /เชื้อชาติ/ภาควิชา ฯลฯ (ต่ำสุด)

2. สเกลเรียงอันดับ Odinal scales = ระดับความคิดเห็น ตำแหน่งทางวิชาการ วัย ตำแหน่งเงินเดือน ฯลฯ

3. สเกลอันตรภาคชั้นหรือสเกลแบ่งช่วง Interval scales มีหน่วยการวัดเท่ากัน เช่น วัด ผลการเรียนของนักเรียน คะแนน อุณหภูมิ ปีปฏิทิน ฯลฯ

4. สเกลอัตราส่วน Ratio scales สูงสุด หรือ สมบูรณ์แบบที่สุด เช่น ความยาว น้ำหนัก ส่วนสูง ระยะทาง เวลา อายุ ฯลฯ

ประเภทของการวัดผล

1. วัดความตรง เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก

2. วัดทางอ้อม คือ ผ่านเครื่องมือ ผ่านทางสมอง

การวัดผลแนวใหม่ เน้นดังต่อไปนี้

1. กระบวนการและการกระทำ

2. การจำลองสภาพจริงในชุมชน ความพึงพอใจ ในสภาพจริง

3. ใช้ความคิด(ใช้สมองนำทางคิดก่อนตัดสินใจและปฏิบัติ)

4. ความสามารถจริงในการดำเนินชีวิต/ใช้ชีวิต

การวัดผลประเมินผลปฏิสัมพันธ์การสอน

1. รู้จักคิด 2. รู้จักทำ 3. ทำมีปัญหาและรู้จักแก้



ตัวอย่าง 1 + 1 = 2 ( แบบเก่า )

2 มีวิธีหามาจากไหน / วิธีการให้หลากหลาย



การเรียนการสอน วัดทางอ้อม

1. สติปัญญา(พุทธิพิสัย) ความรู้ ความสามารถ

2. ความรู้สึก (จิตพิสัย) เช่น สนใจ เจตคติ บุคลิกภาพ

3. ทักษะ กลไก (ทักษะพิสัย) ปฏิบัติทางเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ ปฏิบัติการในห้องทดลอง

* หมายเหตุ การวัด ดูที่คุณภาพของเครื่องมือ

การประเมิน นำข้อมูลจากการวัด มาพิจารณา ตัดสินแทนค่า เกณฑ์ใช้ในการประเมิน อิงกลุ่ม อิงเกณฑ์

แนวทางการวัดผลประเมินผล

1. เพื่อให้ผลที่ถูกต้องทั้ง 3 ด้าน (วัดทางอ้อม)

2. สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ที่เรากำหนดไว้

3. ต้องเป็นข้อมูล ต้องเป็นจริง (เน้นตรงธรรม)

* หมายเหตุ ต้องการประเมินผลตามสภาพจริง จากกลุ่ม งาน ประเมินหลายด้าน หลายจุด จากสถานการณ์ที่เรากำหนด ให้ หลายวิธี

ประเมินอย่างไรจึงเรียกแท้จริง/สภาพจริง

1. สังเกต

2. ชิ้นงาน โครงงาน นิทรรศการ

3. การสัมภาษณ์

4. บันทึกข้อมูลผู้เรียน

5. จากการปฏิบัติ

ประเมินสภาพจริง ความสามารถแท้ที่เราแสวงหาตามข้อตกลงพร้อมกัน มีการประเมินหลายฝ่าย ให้บุคคลประเมิน

ครู นักเรียน ผู้ปกครอง บุคลากรในโรงเรียน มีส่วนร่วมในการประเมิน = สะท้อนผลตนเอง

เครืองมือวัดและประเมินผล การกำหนดเกณฑ์ในการประเมิน เช่น มีระดับของคะแนน มีเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ

“ 3 = ดีมาก , 2 = ดี , 1 = พอใช้ ส่วนอีกอย่างลักษณะคือ เครื่องมือ วิธีการ เกณฑ์ เช่น เครื่องมือเป็นแบบทดสอบ วิธีการสังเกต เกณฑ์ระดับ 3 ขึ้นไป ส่วนเครื่องมืออื่นมี แบบสัมภาษณ์ แบบวัดเจตคติ แฟ้มสะสมงาน เป็นต้น

การวัดผลประเมินผลปฏิสัมพันธ์กับคน(นักเรียน) แบบพิมพ์ต่างๆ

ก็จะไปปรากฏในแบบพิมพ์ต่างๆ ปพ.1 – ปพ.9 ติดตัวนักเรียนไปจนศึกษาต่อและทำงานในช่วงที่ผู้เรียน

จบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ , จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็จะได้รับเอกสารแบบพิมพ์ ปพ.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน , ปพ.2 ประกาศนียบัตร , ปพ.4 ผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ,ปพ.6 ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล(สมุดพก) แล้วให้โรงเรียนรายงานผู้สำเร็จการศึกษาในแบบ ปพ.3 ภายใน 30 วันตั้งแต่ที่ได้รับอนุมัติจบหลักสูตรเป็นจำนวน 3 ชุด ชุดที่ 1 เก็บไว้ที่โรงเรียน ชุดที่ 2 รายงานไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ชุดที่ 3 รายงานไปที่สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ต่อไปตามลำดับครับ



ความคิดเห็นที่ 31


25 พ.ย. 2549 13:39
  1. ขอบคุณคูรด้วยนะคะ........ที่ทำให้หวานมีงานส่งจาร ยังไงโอกาสหน้าหวานมาใช้บริการใหม่นะคะ..............



ความคิดเห็นที่ 32

25 พ.ย. 2549 13:44
  1. ครูขา.......ยังมีอีกอย่างที่หวานต้องไปหาเพิ่ม
    คือ ประเภทของจุดมุ่งหมายของทางการศึกษา
    ถ้าคูรมีช่วงแบบงหวานด้วยนะคะอาทิตย์หน้าหนูต้องส่งจารคะ



ความคิดเห็นที่ 17

10 พ.ย. 2549 10:18
  1. ใครทราบว่า ระเบียบสถานศึกษา ว่าด้วยการประเมินผลการเรียน มีที่ไหนบ้าง ตอบด่วน จะขอบคุณมาก



ความคิดเห็นที่ 1

21 ต.ค. 2549 10:30
  1. คุณ ครูชิด จะให้วัดทั้ง สามอย่าง

    Cognitive Domain
    Effective Domain
    Psychomotor Domain

    เลยทีเดียว แล้วจะให้ใครวัดครับ

    ผมเคยเห็นว่า cognitive domain ยังวัดได้ไม่ครบเลย

    อย่าว่าแต่วัดครับ แม้แต่การสอน และการออกข้อสอบ
    ก็ถามแบบ ให้รู้ให้จำเท่านั้น

    ในส่วนของ ความคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ และ นำไปใช้
    ยังไม่เห็นนำมาสอนนำมาวัดกันเลย

    ยิ่งข้อสอบ A-net ยิ่งไปใหญ่

    พอธงใหญ่ชี้ไปทางไหน แถวของครู แถวของนักเรียน จำต้อง
    เดินไปตามธงนั้น

    แม้ใจอยากจะให้มีการสอนให้ครบ มีการวัดให้ครบ
    แต่แล้ว ใครจะทำ

    ตอบได้ว่า ครูไง

    ถามต่อ ครูเรียนวัดผลมาทุกคนหรือปล่าว
    ครูส่วนใหญ่ เข้าใจ "หัวใจ" ของการวัดผล อย่างถ่องแท้หรือปล่าว

    ถ้าคำตอบ คือ "ยัง"

    ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำก่อน คือ ทำให้ครูเข้าใจ เก่นแท้นของการวัดผล

    หลังจากนั้น จึง ค่อยทำสิ่งที่อย่ากจะทำ



ความคิดเห็นที่ 44

17 ต.ค. 2551 09:36
  1. ผมอยากได้แนวข้อสอบวัดผลประเมินผล ตอนนี้กำลังเรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต



ความคิดเห็นที่ 40

MathGuy
8 ธ.ค. 2549 18:28
  1. ชอบคำถามข้อนี้ครับ
    .......................................................................
    เวลา 8:45 น.
    เข็มชั่วโมง ชี้ใกล้เลขอะไร เพราะเหตุใด ?
    .......................................................................

    ทีนี้คำตอบของเด็กจะกล้ำกึ่งอยู่ระหว่าง 8 หรือ 9

    เด็กที่ตอบได้ถูกต้อง อย่างเข้าใจ

    ควรจะเป็นเด็กที่ได้สัมผัสกับนาฬิกาจริงๆ

    ได้ลองหมุนลานด้านหลังของนาฬิกา
    ดูการเปลี่ยนแปลงจาก เวลา 6:00 ถึง 7:00
    จาก 7.00 ถึง 8.00 .... เล่นและสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างเข็มสั้นและยาว
    จนเขาสังเกตได้เอง เข้าใจ และสรุปได้เอง (อาจจะมีผู้ช่วยแนะด้วย )

    ...........................................................
    สิ่งที่เราได้ก็คือ ตัวข้อสอบ หรือคำถามที่ดี ก็จะบอกวิธีการสอน การเรียนรู้ที่ดีด้วย

    ขอบคุณครูไผ่ครับ



ความคิดเห็นที่ 12

MathGuy
9 พ.ย. 2549 09:29
  1. ปัญหาน่าจะเริ่มต้น จากกระบวนการรับเข้ามาเรียน

    1) เราไม่ได้ผู้เรียนที่มีพื้นความรู้ ความชอบ ในสาขาวิชานั้นๆเพียงพอ

    2) จึงกลายเป็นว่า หลายๆคน ก็ต้องทนเรียนให้จบ แบบไม่มีคุณภาพ ... ตัวผู้เรียนเองก็ไม่ได้ มีความขยันหรือตั้งใจ จะให้การเรียนดีขึ้น ... เอาแค่ให้ได้จบ ได้ปริญญา

    3) แต่บางทีก็น่าเห็นใจ ... ตรงที่ ถ้าหากผู้เรียนเขามีศักยภาพ ได้ไม่ดีไปกว่านี้


    พบว่า เรารับผู้เรียน ที่เป็น input ที่ไม่ค่อยดี ไม่เหมาะต่อ สาขาวิชา หรือหลักสูตร แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น

    ทางออกที่เป็นไปได้

    1) ถ้าจำเป็น ก็ต้องให้มีการรีไทร์

    2) แต่บางที ระบบเราก็เก็บงำปัญหาไว้ จนถึงปีสุดท้าย


    โดยส่วนตัว ในฐานะผู้สอน และถ้าหากไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการรับเข้ามา

    ผู้สอนก็คงต้องทำหน้าที่ ในส่วนที่ทำให้ได้ ดีที่สุด

    ผู้สอน คงต้องรับผิดชอบ เท่าที่จะทำได้

    1) ต้องปรับเปลี่ยนการสอน
    2) เรียนโดยการให้ลงมือทำให้มากที่สุด เน้นความรับผิดชอบ
    3) ไม่เก่ง ไม่เป็นไร แต่ต้องขยันและรับผิดชอบ

    ถ้าทำให้เขาแสดงความตั้งใจ ทำงานสม่ำเสมอ มีความรับผิดชอบ และเขาแสดงว่าพอรู้เรื่องบ้าง เกรด C หรือ C+ นี่ก็น่าจะพอให้ได้



ความคิดเห็นที่ 14

MathGuy
9 พ.ย. 2549 12:00
  1. ระบบยืม และระบบใช้คืน ควรต้องสอดคล้องกัน อย่างเป็นเหตุเป็นผล

    การให้ยืม ก็ควรมีการพิจารณา กรั่นกรองอย่างถี่ถ้วน

    และในบางกรณี ถ้าเขาจำเป็นจริงๆ ก็อาจจะเปลี่ยนจากการให้ยืม เป็นให้ทุน แต่ก็ควรมีวิธีการให้เขาทำอะไรที่ดี ตอบแทนสังคมกลับมาด้วย



ความคิดเห็นที่ 19

MathGuy
14 พ.ย. 2549 12:10
  1. การวัด และ การประเมิน น่าจะแยกออกจากกันค่อนข้างลำบาก

    การวัด ฟังแล้วให้เข้าใจว่า ต้องมี เครื่องมือวัด

    ดังนั้น การวัดจึงขึ้นอยู่กับ เครื่องมือที่ใช้ในการวัด ตัวผู้ทำการวัด และสิ่งแวดล้อมที่อาจมีผลต่อการวัด

    การวัด จึงน่าจะเป็นการวัดจริงๆ ที่เอา อคติของผู้วัดออกไป

    โดยผู้วัด จะมีบทบาทในการออกแบบ หรือสร้างเครื่องมือวัด ออกแบบวิธีการวัด จัดระบบให้มีการวัด ซึ่งถ้าวัดคนหลายๆคน
    ก็ควรต้องให้มีความยุติธรรม มีความเป็นปรนัย


    ส่วนการประเมิน ฟังดูแล้ว ให้รู้สึกว่า ต้องมีผู้ประเมิน มีผู้ตัดสินที่เป็นตัวบุคคล

    แน่นอน การประเมิน อาจจะดูจากหลักฐาน ดูจากข้อมูลที่ได้จากการวัด

    แต่สุดท้ายแล้ว ก็จะมีส่วนที่บุคคล ต้องตัดสิน หรือทำการประเมิน

    เรามักจะมองว่าผู้ประเมิน เป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์

    แต่เมื่อมีการตัดสินโดยบุคคล ย่อมเลี่ยง อคติไม่ได้ ย่อมมีเจือปนอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย


    ถ้าการประเมิน ตัดความเป็น อคติของคนออกไปได้ การวัด และ การประเมิน ก็น่าจะเหมือนๆ กัน

    กล่าวคือ มีความเที่ยงตรง ยุติธรรม มีหลักการ เป็นเหตุ เป็นผล

    ( ไม่มีอคติ รัก ชอบ เกลียดชัง อำนาจ ผลประโยชน์ต่างๆ เข้ามาปนเปื้อน )



ความคิดเห็นที่ 21

MathGuy
15 พ.ย. 2549 13:31
  1. ขอบคุณ ครูชิต ครับ ที่ยกความหมายที่เป็นข้อความทางการ

    ผมเพียง ลองๆ ให้นิยาม หรือคาดคะเนความหมายดู

    ดูๆ แล้วก็เข้าข่าย ตรงกันพอสมควร


    ......................................................................

    ผมเชื่อว่า คำ หลายๆคำ มีความหมายโดย สามัญสำนึก

    เพียงแต่เราลองพยายาม คิดนึก อย่างเป็นอิสระ ก็น่าจะได้นิยาม ได้ความหมาย ที่ควรจะเป็น

    ( และก็จะได้ไม่ติด กับนิยามที่เคยมีมาเท่านั้น ... รวมทั้งขยายความหมายให้ดีขึ้น หรือสร้างสรรค์ขึ้น ... ถ้าทำได้ )



ความคิดเห็นที่ 26

MathGuy
17 พ.ย. 2549 13:48
  1. ไม่แน่ใจว่า ครูชิต คุ้นเคยกับข้อสอบคณิตศาสตร์หรือเปล่า

    ขออนุญาต สมมติว่า น่าจะคุ้นเคยอยู่บ้าง

    เอาเรื่องง่ายๆ แล้วกัน ... ของเด็ก ป.2 (ลูกชายผมกำลังเรียนอยู่ตอนนี้)

    เนื้อเรื่อง คือ การอ่านเวลา การบอกเวลาจากนาฬิกา

    เราจะลองช่วยกัน ยกตัวอย่าง ข้อสอบซัก 2 - 3 ข้อ ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ที่มีลักษณะการวัดที่แตกต่างกัน ได้มั้ยครับ



ความคิดเห็นที่ 28

MathGuy
21 พ.ย. 2549 16:17
  1. ผมลองถามเล่นๆน่ะครับ ครูชิต ไม่ได้ซีเรียสอะไร

    เพียงอยากให้ช่วยกันยกตัวอย่าง โจทย์ ที่เป็นรูปธรรม

    ที่จะแสดงการวัดทักษะ ในลักษณะต่างๆ


    จะลองเปลี่ยนเป็นเนื้อหา ที่เราคุ้นเคยกว่านี้ก็ได้ครับ

    ( ผมลองเสนอเรื่องการบอกเวลา จริงๆแล้วก็เป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้เจาะจงที่คณิตศาสตร์ เพียงแต่เห็นว่า อยู่ในเนื้อหาคณิตศาสตร์ ป. 2 ของลูกชายพอดี )


    ............................................................

    แต่จริงๆ เรื่องนี้ผมว่า สำคัญมากๆนะครับ
    ถ้าเรามีตัวอย่าง ลักษณะข้อสอบ หรือการประเมิน
    ที่วัดทักษะที่สำคัญๆ ที่ต่างๆกัน

    ก็จะช่วยให้ เกิดความเข้าใจ เกิดหลักการพื้นฐานในการออกข้อสอบ หรือแบบประเมินต่างๆ

    อย่างเช่น การออกข้อสอบ A-net O-net ต่างๆ ควรจะมีหลักการ ความเข้าใจตรงกันในการออก ไม่ใช่ว่า เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามคนออกแต่ละยุคแต่ละสมัย หรือว่าออกให้เชิงสนับสนุนการกวดวิชา หรือเชิงหลีกเลี่ยงทักษะ(ที่ไม่ถูกต้อง)จากการการกวดวิชา



ความคิดเห็นที่ 11

thawankesmala
9 พ.ย. 2549 08:14
  1. ถูกต้องแล้วครับอาจารย์นิรันด์ การรักษามาตรฐานเป็นความรับผิดชอบของนักศึกษา ตกลงกันมาตั้งแต่รับเข้าเรียนแล้ว ไม่ใช่ว่านักศึกษาไม่รู้ ถ้าเรียนระบบปิดไม่ถูกกับนิสัยก็เรียนระบบเปิดก็ได้ จะช้าจะเร็วขึ้นอยู่กับผู้เรียนที่จะควบคุมและจัดการการเรียนรู้ของเขาเอง ถ้าเราไม่ยึดติดกับค่านิยม

    ผมอยากให้เลิกระบบกู้ยืมเรียนด้วย โดยเฉพาะระดับปริญญา ทำงานไปเรียนไปก็ได้ ช้าหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นไร แถมประสบการณ์เพียบอีกต่างหาก



ความคิดเห็นที่ 34

thawankesmala
26 พ.ย. 2549 12:42
  1. ขอบคุณคูรด้วยนะคะ........ที่ทำให้หวานมีงานส่งจาร ยังไงโอกาสหน้าหวานมาใช้บริการใหม่นะคะ..............

    เรียกอาจารย์ให้เต็ม ๆ ได้ไหมครับ ถ้าอยากเรียกสั้น ๆ ก็เรียกครูแทน จะดูดีกว่าเยอะ พอเรียกจารได้ อีกหน่อยคงเรียกชามได้



ความคิดเห็นที่ 41

15 ม.ค. 2551 13:18
  1. การวัดด้านทักษะพิสัย ในโรงเรียนทำกันบ้างไหม ครับ
    ทำกันอย่างไรบ้าง ครับ
    มีตัวอย่าง เครื่องมือวัด ที่ใช้จริงๆ ให้ดูไหมครับ
    มีปัญหา/อุปสรรค ในการวัดก้านทักษะพิสัยยังไงบ้างครับ



ความคิดเห็นที่ 39

ครูไผ่
5 ธ.ค. 2549 17:40
  1. ลองตั้งคำถามให้ลูกชายคุณ MathGuy ที่เรียนอยู่ชั้น ป. 2 ตอบเกี่ยวกับเรื่องเวลาค่ะ

    เวลา 8:45 น. อ่านว่าอย่างไร ?
    เข็มชั่วโมง ชี้ใกล้เลขอะไร เพราะเหตุใด ?
    เข็มนาทีชี้ที่เลขอะไร เพราะเหตุใด ?



ความคิดเห็นที่ 30

23 พ.ย. 2549 12:51
  1. แอนเป็นครูมาหลายปี ก็ยังวัดผลประเมินผลได้ไม่ครบทั้ง 3 ด้านเลยคะ



ความคิดเห็นที่ 20

ครู...ชิต
14 พ.ย. 2549 21:04
  1. ความคิดรวบยอด
    1.การวัดและประเมินผล เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ซึ่งจะเข้าไปแทรกในทุกระยะได้แก่ ก่อนเรียน, ระหว่างเรียน และหลังเรียน

    2.ปรัชญาของการประเมินผลการเรียนการสอน คือ การทดสอบทำเพื่อค้น และพัฒนาสมรรถภาพของผู้เรียน

    3.ความมุ่งหมายของการวัดผลและประเมินผลการเรียนการสอน คือ เพื่อจัดอันดับ, เพื่อวินิจฉัย, เพื่อเปรียบเทียบ, เพื่อพยากรณ์ และเพื่อประเมินค่า

    การวัดผล(Measurement) หมายถึง กระบวนการในการกำหนด หรือหาจำนวน หรือปริมาณแทนคุณลักษณะของสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือแทนพฤติกรรม ความสามารถของบุคคลโดยใช้เครื่องมือช่วยในการวัด ผลการวัดจะอยู่ในรูปของตัวเลข หรือคะแนน ทำให้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่วัดว่า มีจำนวนเท่าใด เช่น กระดานดำยาว 3 เมตร เด็กชาย ก.ได้คะแนนวิชาคิณิตศาสตร์ 30 คะแนน
    การประเมินผล(Evaluation) หมายถึง ขบวนการในการตัดสินใจ การวินิจฉัย การตีราคา หรือ สรุป คุณลักษณะของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือพฤติกรรมของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อย่างมีหลักเกณฑ์ดดยอาศัยข้อมูลและรายละเอียด จากการวัดเป็นหลักและใช้วิจารณญาณ ประกอบการพิจารณา เช่น การประเมินว่า กระดานดำนี้สั้นหรือยาว เด็กคนนี้สอบได้ หรือสอบตก เก่ง-อ่อน ดี-เลว หรือได้เกรดอะไร

    จากความหมาย ของ การวัดผลและประเมินผล แสดงว่าเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง คือ เมื่อมีการวัดผลหรือมีการทดสอบแล้วจะได้รายละเอียดในด้านต่างๆในรูปของปริมาณหรือจำนวนแล้วจึงนำเอาผลนั้นมาพิจารณา สรุปหรือประเมินผล ในรูปของคุณภาพ ผลการประมินจะถูกต้องเหมาะสมเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับผลการวัดเป็นประการสำคัญ กล่าวคือ ถ้าผลการวัดถูกต้อง การประเมินผลก็จะเชื่อถือได้ตรงตามความเป็นจริง ในทางตรงกันข้าม ถ้าผลการวัดผิดพลาด การประเมินก็ย่อมผิดพลาดคลาดเคลื่อนด้วย



ความคิดเห็นที่ 22

ครู...ชิต
16 พ.ย. 2549 19:21
  1. ขอบคุณมากครับ พี่ MG เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ สำหรับการวัดและประเมินผลเป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะค้นหาผู้เรียนที่แท้จริง(อาศัยเครื่องมือในการประเมินผล) ถ้าเก่ง มีความสามารถพิเศษก็ควรส่งเสริมให้ถูกต้องตามหลักการและทฤษฎี ในทางตรงกันข้ามถ้าผู้เรียน เรียนรู้ช้า สมาธิสั้น ครูควรหาวิธีการช่วยเหลือเด็กโดยด่วนยิ่งเป็นรายบุคคลได้ยิ่งดี(การวิจัยในชั้นเรียน)หรือซ่อมเสริม ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีทักษะแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป



ความคิดเห็นที่ 23

ครู...ชิต
16 พ.ย. 2549 19:47
  1. ความรู้เกี่ยวกับการวัดผลประเมินผล

    1.องค์ประกอบของพฤติกรรมที่ใช้ในการวัดผลประเมินผล

    1.1 พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย
    บลูม ได้เสนอลำดับขั้นพฤติกรรมด้านพุทธิสัยไว้เป็น 6 ลำดับคือ
    1. ความรู้ความจำ
    2. ความเข้าใจ
    3. การนำไปใช้
    4. การวิเคราะห์
    5. การสังเคราะห์
    6. การประเมินค่า

    1.2 พฤติกรรมด้านจิตพิสัย
    แครวอลได้ปรับแนวคิดของบลูมเกี่ยวกับการจัดลำดับขั้นพฤติกรรมด้านจิตพิสัย โดยเสนอไว้เป็น 5 ลำดับ ดังนี้
    1. ขั้นรับ
    2. ขั้นตอบสนอง
    3. ขั้นเห็นคุณค่า
    4. ขั้นจัดระบบ
    5. ขั้นเกิดกิจนิสัย

    1.3 พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย
    "ซิมป์สัน" จัดลำดับขั้นพฤติกรรมด้านทักษะพิสัยเป็น 7 ลำดับ คือ
    1. การรับรู้
    2. การเตรียมพร้อม
    3. การปฏิบัติตามตัวอย่างหรือคำแนะนำ
    4. การปฏิบัติโดยตนเอง
    5. การปฏิบัติงานที่ซับซ้อนโดยอัตโนมัติ
    6. การปรับเปลี่ยน
    7. การริเริ่ม

    หมายเหตุ นำเสนอเพียงลำดับขั้นตอนเท่านั้น

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น