วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
กินครอโรฟิลล์...?
โพสต์เมื่อ: 19:39 วันที่ 16 เม.ย. 2549         ชมแล้ว: 10,113 ตอบแล้ว: 35
ถามว่ากินทำไมคะ คือว่าที่บ้านแม่ก็กินคะ เพื่อนแม่แนะนำมาถามว่ากินทำไม แม่ก็ไม่ตอบเลย
คือ ไอ้ ครอโรฟิลล์นี้คะมันเป็นแบบชนิดผงสีออกเขียวๆ ลองดมดูกลิ่นไม่แรง แต่กลิ่นยังไงไม่รู้ แล้วข้างกระปุกมันว่า

ส่วนประกอบ : คอปเปอร์ ครอโรฟิลล์ 1.57 %
ใน 1 ช้อนชา มี : โซเดียม คอปเปอร์ ครอโรฟิลล์ 0.032 กรัม
เห็นแม่เอามาละลายน้ำแล้วก็ดื่ม

ตอนที่อาจารย์ที่โรงเรียนสอนเรื่องพืชจะสอน ว่า พืชจะสร้างอาหารได้ด้วยครอโรฟิลลื
...อ้าว แล้วคนเรากินทำไมงะ เราไม่ใช่พืชซะหน่อย โครรู้ช่วยหน่อย

~|ตุ๊กตา|~ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 147 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 30 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 เม.ย. 2549 (20:11)
ผมก็แน่ใจน่ะครับ แต่น่าจะมีประโยชน์เพราะตอนที่เรากินผักก็กินคลอโรฟิลล์ไปด้วยเช่นกัน ที่แม่คุณกินนั้นน่าจะเป็นคลอโรฟิลล์ที่สกัดมาแล้วอีกทีครับ
ผู้วิเศษ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 36 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 19 เม.ย. 2549 (20:12)
โทษครับ พิมพ์ตกไป "ไม่แน่ใจครับ"
ผู้วิเศษ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 36 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 20 เม.ย. 2549 (06:58)
ขอบคุณค่า ก็ สกัดมาแหละค่าแฮะๆๆ
~|ตุ๊กตา|~ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 147 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 23 เม.ย. 2549 (15:33)
เห็นในน้ำผลไม้ (น้ำฝรั่ง) ทีขายเป็นขวดๆ ก็เขียนว่ามีคลอโรฟิลด์ด้วย แล้วมันมีประโยชน์กับคนด้วยหรอคะ
ยัยฟาง (IP:203.188.40.198,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 25 เม.ย. 2549 (11:14)
ลองดูที่นี่ครับ
http://www.cfsan.fda.gov/~lrd/fr020520.html
http://www.nutrimart.com/chlorophyll.htm
หรือสืบค้นคำว่า Sodium copper chlorophyll
ศรีปิงเวียง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1099 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 26 เม.ย. 2549 (14:24)
ส่วนมากจะกินเพื่อความสดใส สดชื่นนะครับ
ถ้าลองไปดูโครงสร้างของมันก็เป็น วงเเหวนที่มีเเมกนีเซียมอยู่ตรงกลางเเละมีไนโตรเจนอยู่รอบๆ(ลองไปหารูปดู) เท่านี้ก็รู้เเล้วว่ากินคลอโรฟิลไปแล้วได้อะไร(ลองหาประโยชน์ของเเมกนีเซียมไอออน)
pk (IP:124.121.63.167,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 30 ธ.ค. 2549 (12:42)
ขายครอโรฟิลล์แบบผง plus vitamin C ละลายน้ำดื่ม 1 กล่องมี 30 ซองคะ ทานได้ 1 เดือน ราคา 560 บาท ส่วนข้อดีก็ได้อ่านกันไปแล้วนะคะ สนใจติดต่อ คุณน้ำ 086 5383862 (จัดส่งทางไปรษณีย์)
honeyqueen_belle@hotmail.com (IP:58.10.198.48)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 ม.ค. 2550 (08:11)
ไม่น่าจะมีประโยชน์มากนักนะไอ้ครอโรฟิลผง เพราะไอ้ผักใบเขียวที่เรากินกันก็มีครอโรฟิลเหมือนกัน แต่มีประโยชน์เยอะกว่าอีก เพราะมีใยอาหารเพียบเลย ไม่เหมือนไอ้ครอโรฟิลผงนั่นที่มีประโยชน์แค่ดับกลิ่นแค่นั้น
ปฏิภาณ (IP:125.24.167.153)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 23 ม.ค. 2550 (13:14)
แม่เค้าก็กินนะ เห็นแม่บอกว่ากินแล้วจะสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นน่ะ
1641

.: $n@z[Z]y :. เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 19 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 2 ก.พ. 2550 (13:30)
คลอโรฟิล ที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีประโยชน์อะไรบ้าง มีงานวิจัยสนับสนุนหรือไม่อย่างไร?????

chlorophyll เป็น pigment ที่พบในพืชที่มีสีเขียว เป็นตัวรับแสงในการสังเคราะห์แสงของพืช โครงสร้างของ chlorophyll เป็น cyclic tetrapyrolle คล้ายคลึงกับ cytochromes และ heme ใน hemoglobin ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเลือด จึงมีผู้เรียก chlorophyll ว่าเป็น “the blood of plants” โดยในส่วนของโครงสร้างหลักมีส่วนที่ต่างกันคือ metal ion ที่อยู่ตรงกลางโดยใน Chlorophyll จะเป็น magnesium ขณะที่ ใน heme คือ iron โดยสารที่ใช้ในการออกฤทธิ์คือ chlorophyll และอนุพันธ์ของมันคือ chlorophyllin จึงมีการศึกษาถึงฤทธิ์ของ chlorophyll และ chlorophyllin ดังนี้1
1. Antimutagenic และ Anticarcinogenic activities (antioxidant activity)
Chlorophyll และ chlorophyllin (ซึ่งเป็น derivative ของ chlorophyll) มีฤทธิ์ antimutagenic ในการทดลองแบบ in vitro ต่อ mutagens หลายชนิด รวมทั้ง aflatoxin B1 ด้วย นอกจากนี้ chlorophyll และ chlorophyllin ยังมีฤทธิ์ anticarcinogenic effects ใน model ของสัตว์ทดลองด้วย ทั้งนี้เนื่องมาจาก โมเลกุลของ chlorophyll สามารถจับกับ mutagens และ carcinogens ต่างๆ ได้เป็น complexes และจะลดการดูดซึมของสารก่อมะเร็งเหล่านั้นได้ 2,3,4,5
2. ฤทธิ์ในการต้านการติดเชื้อ (Fighting infections)
ได้มีการศึกษาถึงฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของ chlorophyll มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 40 ซึ่งผลการทดลองใน in vitro แสดงให้เห็นว่า chlorophyll มีสมบัติเป็น bacteriostatic โดยเฉพาะการติดเชื้อกลุ่ม Streptococci และ Staphylococci ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อในโรงพยาบาล นอกจากนี้ chlorophyll ยังสามารถกำจัดกลิ่นเหม็นจากบาดแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยในการสร้าง connective tissue ด้วย 6
สำหรับการใช้ chlorophyll ในมนุษย์ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เป็น dietary supplements ซึ่งทำให้ chlorophyll มี claims ต่างๆ มากมาย ดังนี้
1. กำจัดกลิ่นที่เกิดจากอวัยวะภายในร่างกาย (Internal Deodorant)
มีการใช้ chlorophyllin ชนิดทาบนแผลเพื่อกลบกลิ่นเหม็นจากบาดแผลมาตั้งแต่ช่วงค.ศ.1940-1950 และต่อมาก็มีการนำมารับประทานในผู้ป่วยที่ทำ colostomies และ ileostomies เพื่อกลบกลิ่นอุจจาระ มี case report ถึงการใช้ใน indication นี้ โดยขนาดของ chlorophyllin ที่ใช้เพื่อกลบกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วย ostomy คือ 100-200 mg/day ในขณะที่มีการศึกษาแบบ placebo-controlled trial หนึ่งที่พบว่าการรับประทาน chlorophyllin ขนาด 75 mg วันละ 3 ครั้ง ไม่ได้มีประสิทธิภาพดีกว่า placebo ในการกลบกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วย colostomy ยังมีอีกหลาย case reports ที่กล่าวว่า การรับประทาน chlorophyllin 100-300 mg/day จะสามารถลดกลิ่นปัสสาวะและกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วยที่กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่อยู่ได้ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ chlorophyllin ในผู้ป่วยที่มีภาวะ trimethylaminuria (ผู้ป่วยที่มีการขับ trimethylamine ซึ่งมีกลิ่นคาวปลาออกจากร่างกาย) ซึ่งการศึกษาในผู้ป่วยชาวญี่ปุ่น 7 คน ที่มีภาวะดังกล่าว พบว่า การให้ chlorophyllin 60 mg รับประทาน 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์ สามารถลดระดับ trimethylamine ในปัสสาวะได้อย่างมีนัยสำคัญ 7,8
2. ช่วยในการรักษาบาดแผล (Wound Healing)
ในช่วงทศวรรษที่ 40 นั้น มีการวิจัยพบว่า chlorophyllin solutions สามารถชะลอการเจริญของ anaerobic bacteria ในหลอดทดลองได้ และจะสามารถเร่งการหายของแผลในสัตว์ทดลองได้ จึงมีการนำ chlorophyllin ไปใช้เป็นยาภายนอกในรูปแบบ solutions และ ointment ในผู้ป่วยที่มีแผลเปิดเป็นระยะเวลานาน ดังมีการศึกษาในช่วงปลายทศวรรษที่ 40-50 ที่เป็นแบบ uncontrolled ขนาดใหญ่ในผู้ป่วยที่มีแผลหายช้า เช่น มี vascular ulcers และ pressure (decubitus) ulcers พบว่า การทา chlorophyllin สามารถช่วยให้แผลหายได้ดีกว่าการรักษาปกติ ช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ได้มีการเติม chlorophyllin ลงไปใน papain และ ointment ที่มี urea เป็นส่วนประกอบในการลดการอักเสบเฉพาะที่ ช่วยให้แผลหายเร็วและกลบกลิ่นที่ไม่ดี ซึ่งตำรับ ointment ของ papain หรือ urea ที่มีการเติม chlorophyllin นี้ ยังคงมีการสั่งจ่ายกันอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
3. รักษาอาการท้องผูก (Constipation)
ในอดีตพบว่ามีการใช้ chlorophyll ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น อาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย โดยการศึกษาในผู้ป่วยสูงอายุ 62 คนที่อยู่ในสถานพักฟื้น พบว่า chlorophyllin มีประสิทธิภาพในการช่วยควบคุมกลิ่นอุจจาระและระบบขับถ่ายของร่างกายให้ดีขึ้นในภาวะท้องผูกเรื้อรัง และยังช่วยลดอาการแน่นท้องได้ด้วย ซึ่งในการศึกษานี้ไม่พบความเป็นพิษหรือภาวะความเจ็บป่วยอื่นใด
4. ช่วยลดพิษหรืออาการข้างเคียงจากยาบางชนิดได้ (Help protect against some toxins, ameliorate some drug side effects)
Chemotherapeutic drugs เป็นอีกแหล่งหนึ่งของ free radicals ซึ่งจะไปทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ก่อให้เกิดเป็น side effects ได้ จากฤทธิ์ antimutagenic ของ chlorophyll จึงได้มีการใช้ chlorophyllin เพื่อลด side effect ของ cyclophosphamide โดยมีการศึกษาในหนูถีบจักรถึงประสิทธิผลของ chlorophyllin ในการลด side effect ของ cyclophosphamide และศึกษาว่า chlorophyllin รบกวนประสิทธิภาพในการต้านมะเร็งของ cyclophosphamide หรือไม่ โดยให้ chlorophyllin ผสมในน้ำดื่ม (1%) 2 วัน หรือให้โดยการป้อน (200 mg/kg) 2 ชั่วโมงก่อนการรักษาด้วย cyclophosphamide (220 mg/kg) ผลพบว่า side effect ของ cyclophosphamide ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและการกดไขกระดูกนั้นลดลงในทั้ง 2 กลุ่ม ในขณะที่ประสิทธิภาพของฤทธิ์ต้านมะเร็งไม่ได้ลดลงเมื่อใช้ chlorophyllin ดังนั้น chlorophyllin จึงให้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาด้วย cyclophosphamide
5. รักษาภาวะนิ่วชนิด calcium oxalate stone ได้ (Treatment of calcium oxalate stone disease)
มีการศึกษาใน in vitro เกี่ยวกับ chlorophyllin ในรูปสารละลายความเข้มข้น 20 mcg/ml ใน normal urine จะยับยั้งการเกิดผลึกและยับยั้งการโตของผลึก calcium oxalate dehydrate ได้เมื่อเปรียบเทียบกับผลก่อนการทดลอง ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารและยาที่มีส่วนประกอบของ chlorophyllin อาจช่วยในการรักษา calcium oxalate stone disease ได้
6. ลดอาการของ rhinitis, otitis externa และ otitis media ได้ (Reduce symptoms of rhinitis, otitis externa and otitis media)
Chlorophyll มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สามารถใช้ chlorophyll ในการรักษาบาดแผลที่ติดเชื้อได้ นอกจากการติดเชื้อบริเวณแผลเปิดแล้ว chlorophyll ยังสามารถยับยั้งเชื้อในระบบ otolaryngology ได้ โดยมีการศึกษาในการใช้ chlorophyll ใน 100 cases ของผู้ป่วยที่มีอาการหวัด หรือ acute rhinitis และ rhinosinusitis พบว่า chlorophyll สามารถใช้รักษาการติดเชื้อและการอักเสบบริเวณหูชั้นในแบบเรื้อรังได้
7. กระตุ้นการสร้างเลือดในผู้ป่วยโลหิตจางได้ (Stimulant blood cell formation in anemia)
Chlorophyll ช่วยกระตุ้นการสร้าง hemoglobin ที่มี oxygen อยู่ และจะสามารถนำไปสร้างพลังงานให้ร่างกายได้ นักวิทยาศาสตร์ได้พบข้อมูลจากการศึกษาในผู้ป่วยที่มีภาวะ iron-deficiency anemia ว่าถ้าหากผู้ป่วยได้รับ iron และ chlorophyll ในการรักษาร่วมกัน จะทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงและระดับ hemoglobin เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง และในการศึกษาในสัตว์ทดลองทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้ตั้งสมมติฐานว่า chlorophyll สามารถสร้างเลือดได้โดยเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นไขกระดูก
8. ใช้ในการรักษาผู้ป่วย leucopenia โดยให้ผลการรักษาและมีความปลอดภัยในการใช้ การศึกษานี้ทำในปี 2005 แต่การศึกษานี้เป็นการทดลองในระยะสั้นแค่ 1 เดือน อาจต้องมีการทำการศึกษาในระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อดูว่าหากใช้ในระยะยาวแล้วจะให้ผลและความปลอดภัยหรือไม่ 9
ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการเกิดพิษที่รุนแรงของ chlorophyll ก็ตาม
Contraindications
Chlorophyll และ chlorophyllin มีข้อห้ามใช้ในคนที่ hypersensitive ต่อสารนี้และส่วนประกอบของสารนี้
Precautions
Supplemental chlorophyll และ supplement chlorophyllin ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
Adverse reactions
การใช้ chlorophyll และ chlorophyllin supplement อาจทำให้ สีของปัสสาวะและอุจจาระเป็นสีเขียว นอกจากนี้อาจทำให้ลิ้นมีสีเหลืองถึงดำ รวมทั้งยังมีรายงานเกี่ยวกับการท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย
Interactions
มีการศึกษาใน mouse ว่า chlorophyllin จะเพิ่มผลข้างเคียงของ cyclophosphamide
Overdosage
ยังไม่พบรายงานจากการเกิด overdosage
Dosage and administration
-Chlorophyllin ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ใช้ขนาด 100 mg/day
-ใช้ลดกลิ่นในอุจจาระหรือลดกลิ่นจาก colostomy และ ileostomy ใช้ขนาด 100 mg/day
Dosageform
-capsule 50 mg, 60 mg, 100 mg
-liquid 45 mg/15 ml, 75 mg/5 ml
-tablet 20 mg, 200 mg

ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการค้นคว้าทั้งหมดนี้มาจาก เอกสารหมายเลข 1 โดยในเอกสารนี้ได้มีการให้ reference ไว้ตามรายการหมายเลข 10-18
Reference
1. PDRhealth,Thomson PDR . Chlorophyll/Chlorophyllin. Standard documentation formats.
Available from : URL: http://www.pdrhealth.com/drug_info/nmdrugprofiles/nutsupdrugs/chl_0069.shtml
2. Breinholt V, Arbogast D, Loveland P, et al. Chlorophyllin chemoprevention: an evaluation of reduced bioavailability vs. target organ protective mechanisms. Toxicol Appl Pharmacol. 1999; 158:141-151.
3. Egner PA, Munoz A, Kensler TW. Chemoprevention with chlorophyllin in individuals exposed to dietary aflatoxin. Mutat Res. 2003 Feb-Mar;523-524:209-16.
4. Egner PA, Wang JB, Zhu YR. Chlorophyllin intervention reduces aflatoxin-DNA adducts in individuals at high risk for liver cancer. Proc Natl Acad Sci U S A. 2001 Dec 4;98(25):14601-6. Epub 2001 Nov 27.
5. Egner PA, Stansbury KH, Snyder EP,et al. Identification and characterization of chlorin e(4) ethyl ester in sera of individuals participating in the chlorophyllin chemoprevention trial. Chem Res Toxicol.
6. Nenonen MT, Helve TA, Rauma AL. Uncooked, lactobacilli-rich, vegan food and rheumatoid arthritis. Br J Rheumatol. 1998 Mar;37(3):274-81.
7. Yamazaki H, Fujieda M, Togashi M, et al. Effects of the dietary supplements, activated charcoal and copper chlorophyllin, on urinary excretion of trimethylamine in Japanese trimethylaminuria patients. Life Sci. 2004 Apr 16;74(22):2739-47.
8. Nahata MC, Slencsak CA, Kamp J. Effect of chlorophyllin on urinary odor in incontinent geriatric patients. Drug Intell Clin Pharm. 1983 Oct;17(10):732-4.
9. Gao F, Hu XF. Analysis of the therapeutic effect of sodium copper chlorophyllin tablet in treating 60 cases of leucopenia. Chin J Integr Med. 2005 Dec;11(4):279-82.
10. Breinholt V, Arbogast D, Loveland P, et al. Chlorophyllin chemoprevention: an evaluation of reduced bioavailability vs. target organ protective mechanisms. Toxicol Appl Pharmacol. 1999; 158:141-151.
11. Chernomorsky S, Segelman A, Poretz RD. Effect of dietary chlorophyll derivatives on mutagenesis and tumor cell growth. Teratogen Carcinogen Mutagen. 1999; 19:313-322.
12. Nahata MC, Slencsak CA, Kamp J. Effect of chlorophyllin on urinary odor in incontinent geriartric patients. Drug Intell Clin Pharm. 1983; 17:732-734.
13. Ong TM, Whong WZ, Stewart J, Brockman HE. Chlorophyllin: a potent antimutagen against environmental and dietary complex mixtures. Mutat Res. 1986; 173:111-115.
14. Reddy AP, Harttig U, Barth MC, et al. Inhibition of dibenzo[a,l]pyrene-induced multi-organ carcinogenesis by dietary chlorophyllin in rainbow trout. Carcinogenesis. 1999; 20:1919-1926.
15. Robins EW, Nelson RL. Inhibition of 1,2-dimethylhydrazine-induced nuclear damage in rat colonic epithelium by chlorophyllin. Anticancer Res. 1989; 9:981-985.
16. Te C, Gentile JM, Baguley BC, et al. In vivo effects of chlorophyllin on the antitumot agent cyclophosphamide. Int J Cancer. 1997; 70:84-89.
17. Vlad M, Bordas E, Caseanu E, et al. Effect of cuprofilm on experimental atherosclerosis. Biol Trace Elem Res. 1995; 48:99-109.
18. Young RW, Beregi JS Jr. Use of chlorophyllin in the care of geriatric patients. J Am Geriatr Soc. 1980; 28:46-47.

คุณนุช 086-6166694, 081-3745034
for-your-health@hotmail.com
สนใจติดต่อ http://thaionlinemarket.com/market/shop.asp?id=6830
foryourhealth เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ก.พ. 2550 (16:08)
รู้ไหมว่าน้องเรากินไปแก้วเดียว เกือบตาย คอบวมแดง ลิ้นแข็ง พูดไม่ได้ ต้องรับประทานยาแก้แพ้อย่างแรง ก็ไม่รู้ว่านอกจากจะมีคลอโรฟิลล์แล้วมีอะไรอย่างอื่นอีกก็ไม่รุ ที่สามารถทำคนเป็นๆ เกือบตายหยังเขียดเนี่ย กินผักธรรมดา ๆ กันเฮอะ
krieamjai@gmail.com (IP:61.19.194.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 4 ก.พ. 2550 (09:00)
ถ้าต้องการทานอาหารเสริม ผมขอแนะนำ น้ำมันจมูกข้าวอมตะ สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุขภาพมีหลายชนิด ที่สำคัญสกัดจากจมูกข้าวและรำข้าวล้วนๆ ไม่มีสิ่งเจอปน จึงปลอดภัยครับ ลองดูที่นี่ http://groups.msn.com/amata
หนุ่ม อมตะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 4 ก.พ. 2550 (09:03)
ลองดูที่นี่  http://groups.msn.com/amata
หนุ่ม อมตะ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 ก.พ. 2550 (17:36)
อาหารเสริมใดๆ ที่อ้างถึงการรักษาโรค เป็นที่น่าสังเกตได้ว่าน่าจะมีความเข้าใจบทบาทหรือประโยชน์ของการเสริมอาหารไม่ตรงประเด็น ถึงแม้ว่ามีบางรายเมื่อรับประทานแล้วจะมีสภาพร่างกายดีขึ้นจริง ก็เป็นกรณีเฉพาะรายไม่สามารถอ้างอิงเป็นมาตราฐานได้
เนื่องจากสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บส่วนใหญ่มาจากหลายปัจจัย การใช้สารอาหารมาเพื่อการรักษาต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ประสพการณ์ที่ถูกต้อง เพื่อสามารถวินิจฉัยตรงสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง เพราะแม้จะทราบหรือมีข้อมูลว่าสารอาหารดังกล่าวมีสรรพคุณนั้นจริง ๆ ก็ยังต้องทราบขนาด วิธีการใช้ที่ถูกต้อง รู้ขนาดที่เกิดโทษต่อร่างกาย (มิฉนั้นผู้ชำนาญวิชาชีพต่างๆจะต้องเรียนมากมายหลายวิชา เป็นเวลานานไปทำไม)
ข้อมูลและคุณประโยชน์จากหลายเอกสารส่วนมากยังคงเป็นฤทธิ์ในหลอดการทดลอง ยังไม่มีผลการศึกษาในมนุษย์อย่างน่าเชื่อถือ (บางการทดลองทำในคนจำนวนน้อย ไม่กี่สิบคน)
แต่ถ้าเป็นการเสริมเพื่อให้ได้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมาจากแหล่งอาหารปกติของมนุษย์ก็อาจจะมีประโยชน์ แต่ต้องถามตนเองว่าในชีวิตประจำวัน เราสามารถรับประทานได้มากน้อยหรือไม่ ตามข้อมูลทางโภชนาการที่น่าเชื่อถือ เป็นค่าใช้จ่ายกับสิ่งที่ได้รับมีเหตุผลหรือไม่
และถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ คุ้มค่าจริง ๆ ไม่ใช่แฟชั่นหรือผลประโยชน์ของคนแนะนำเพียงเหตุเดียวก็จะมีการบริโภคต่อเนื่องระยะยาวจริง ๆ ไม่ใช่กระแสเดี่ยวดังแล้วก็หายไป เหมือนที่ผ่านๆมามากมาย
alaska เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 29 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 13 ก.พ. 2550 (05:18)
เราว่าการดื่มนําครอโรฟิลล์เป็นการแทนที่การกินผักป่ะ เหมือนช่วย detox ด้วยส่วนนึง
สร (IP:128.243.220.22)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 23 มี.ค. 2550 (18:57)
ก็เห็นคนกินอยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่รู้ว่ามันช่วยได้จริงไหม อาจเป็นพลังจิตวิทยาละมั้งครับ
ผู้วิเศษ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 36 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 เม.ย. 2550 (16:32)
เห็นเพื่อนๆเถียงกัน เราก็ไม่รู้จะตอบยังงัย เพระเราไม่เคยกิน
กีต้า เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 29 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 25 พ.ค. 2550 (18:35)
ครอโรฟิลล์ชนิดน้ำ นวัตกรรมใหม่ที่ไม่ต้องเสียเวลาในการผสม ไม่ตกตะกอน ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ราคาถูกมากๆๆๆๆ สนใจติดต่อ 0844336440 คุณเกด
ketsaraporn@hhk.co.th (IP:124.120.218.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 21 มิ.ย. 2550 (12:47)
ที่มีวางขายกันอยู่นั้นเป็น อนุพันธุ์ ของ chlorophyll ครับ มีชื่อว่า chlorophyllin มันต่างกับ chlorophyll ตรงอะตอมกลางที่เป็นอะตอมของโลหะน่ะครับ โดย chlorophyll เป็น Magnesium ส่วน chlorophyllin นั้นเป็น Copper ส่วนสะภาพการละลายนั้น chlorophyll นั้นไม่ละลายน้ำ แต่ละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์ ส่วน chlorophyllin นั้นละลายในน้ำได้
xxx (IP:58.8.94.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 17 ก.ค. 2550 (12:16)
ข้อมูลคุณนุช(foryourhealth)บอกว่าการใช้ chlorophyll และ chlorophyllin supplement อาจทำให้ สีของปัสสาวะและอุจจาระเป็นสีเขียว นอกจากนี้อาจทำให้ลิ้นมีสีเหลืองถึงดำ รวมทั้งยังมีรายงานเกี่ยวกับการท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย
การแพทย์โบราณว่าไว้ให้สังเกตอุจจาระที่มีสีดำ สีแดง สีขาว สีเขียว ว่าเกิดจากธาตุผิดปกติ ดังนั้นหากกินอาหารเสริมชนิดนี้นานๆ เหมือนกินอาหารแล้วก็ควรจะระวัง เพราะอุจจาระควรจะมีสีเหลืองที่เกิดจากบิลลิรูบินจึงจะปกติ โดยทั่วไปกินอาหารสีอะไรๆ ก็จะมีอุจจาระสีเหลือง เว้นแต่คนป่วย ธาตุผิดปกติเท่านั้นที่จะมีอุจจาระสีเดียวกับอาหารที่กินเข้าไป
แม่ของข้าพเจ้าเคยกินอาหารเสริมสาหร่ายสไปรูลิน่า แล้วทำให้เกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่คอ ภายหลังจากที่เสียชีวิตแล้วก็พบว่า สาหร่ายชนิดนี้เป็นแบคทีเรียที่มีคลอโรฟิล ไม่ใช่พืช เดิมทีใช้เลี้ยงสัตว์แล้วก็หันมาให้คนกิน โดยจ้างนักวิจัยผลดีเข้าข้างสินค้า เหมือนครั้งหนึ่งประมาณ 30 ปีก่อน สหรัฐฯก็ทำวิจัยปรักปรำน้ำมันมะพร้าวว่ามีไขมันอิ่มตัวสูงเป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดและหัวใจ แล้วก็ขายถั่วเหลืองให้คนสกัดน้ำมันกินแทน ปัจจุบันพบว่าประเทศที่กินน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันพืชอื่นๆ มีอัตราการตายเพราะโรคหลอดเลือดและหัวใจมากกว่าที่เคยกินน้ำมันมะพร้าว นอกจากนี้น้ำมันพืชอื่นๆ ก็เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคไตวาย มะเร็ง โรคอ้วน กระดูกพรุน
ปัจจุบันพบว่าน้ำมันมะพร้าวมมีสารต้านมะเร็ง และไม่ทำให้ไขมันสะสมในร่างกาย เพราะน้ำมันมะพร้าวละลายน้ำได้ น้ำมันมะพร้าวทำจากน้ำกระทิ อย่างไรก็ตามไม่ควรซื้อน้ำมันมะพร้าวผ่านกรรมวิธี ควรเคี่ยวกระทิเอง เพราะกรรมวิธีที่ฟังดูดีนั้นมีสารเคมีต่างๆ รวมทั้ง โซดาไฟฟอกขาวเหมือนน้ำตาลทรายขาว ซึ่งมีอันตรายในระยะยาวหากกินเข้าไปสะสมในร่างกาย
ผู้ตั้งกระทู้ควรเตือนคุณแม่อย่าเชื่อคนง่าย งานวิจัยกลายเป็นเครื่องมือขายสินค้ามามากต่อมาก นักวิชาการที่เงินซื้อไม่ได้มีน้อยลงไปเรื่อยๆ เราคนไทยเชื่อบรรพบุรุษจะปลอดภัยที่สุด
yama เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 53 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Hot Links

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.