ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 1 พ.ค. 2549 (12:52) อาจารย์สมศักดิ์ให้เกียรติมาอย่างจำเพาะเจาะจง จะไม่ฉลองศรัทธาก็กระไรอยู่
ผมชอบนะครับบทความที่อ่านแล้วรู้สึกไม่เห็นด้วย ชอบพอกับบทความที่อ่านแล้วเถึยงไม่ออก รู้สึกดีกันไปคนละแบบ
บทความขนาดมหึมาที่ยังไม่จบ (...จ๊าาาาก 30 หน้าเนี่ยนะ ยังไม่จบ) ทำให้ผมคิดถึง 2 คน
คนที่หนึ่ง เวลานั่งรถไปด้วยกันนี่ต้องคอยเตือน แกเห็นซอยเป็นไม่ได้ ต้องแวะ บอกว่าอยากรู้มันจะไปออกที่ใหน
อีกคนหนึ่ง เวลาไปหาที่บ้าน จุดนั่งคุย จะค่อยๆ ร่นออกมา จนทุกวันนี้ต้องนั่งคุยนอกบ้าน คือแกไม่ทิ้งขยะเลยครับ เก็บทุกอย่างเข้าบ้านหมด
ผมนึกว่าตั้งแต่เอ๊ดเวิร์ด ฮอเลตต์ คารร์ เสร็จงานประวัติศาสตร์รัสเซีย 14 เล่มยักษ์แล้ว นักประวัติศาสตร์จะเลิกเขียนหนังสือแบบยาวกว่าเหตุการณ์จริงเสียแล้ว
นับถือพลังงานของอาจารย์สมศักดิ์จริงๆ แค่ผมอ่านไปครึ่งหนึ่งยังต้องพักหลายหน ทำให้จับความได้กระท่อนกระแท่นว่า
1 ปรีดีอ้างผิด ร. 8 ครองราชย์ตามกฎมณเฑียรบาล ไม่ใช่เพราะตัวเองสนับสนุน
2 รายละเอียดยิบย่อยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างร. 6 กับพระอนุชา
3 มีการกราบ ร.7 หรือไม่ อย่างไร เมื่อไร
4 ร. 7 ทะเลาะกับคณะราษฎร์ ยังไม่มีรายละเอียด
********
คำวิจารณ์
อาจารย์สมศักดิ์คงไม่อยากให้ชม เลยมาแจกในเวบที่นิยมเจ้าอย่างที่นี่ หาไม่แกคงเปิดบล็อกประเภทเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดของแกเองไปแล้ว (ถ้ามี บอกนะครับ จะไปเป็นแฟนด้วยคน)
ผมเลยจะขอวิจารณ์ตรงๆว่า
เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช่การค้นพบใหม่ แต่เป็นการผลิตซ้ำประเด็นเดิม เราจึงต้องใช้เกณฑ์ที่ว่า การผลิตซ้ำนี้ มีคุณภาพพอแก่การสนใจเพียงใด
มีสองประเด็นเท่านั้น ที่จะรองรับคุณค่าของงานแบบนี้
ก ความเฉียบคมของคำวินิจฉัย หรือคำวินิจฉัยนี้ถึงระดับฎีกาหรือยัง สะเด็ดน้ำ หมดข้อกังขาหรือไม่ แปลว่า ต่อไปไม่ต้องมาเถึยงกันเรื่องนี้อีกแล้ว เว้นแต่มีหลักฐานวิกฤตจริงๆ
ผมเห็นดังนี้
1 ลอจิกแปลกๆ คืออ่านแล้วเหมือนนั่งถกกันอย่างที่ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่พร้อม แต่ยกประเด็นมาว่าไปเรื่อยๆ ผมว่าบทความที่ดีต้องกระชับกว่านี้นะครับ
เช่นอาจารย์มีมติว่าปรีดี(หรือสาวก) ตู่ อ้างการตั้ง ร. 8 เพื่อหลีกข้อหาปลงพระชนม์ ผมว่ามันยังเป็นข้อสังเกตที่มีนัยยะสำคัญน้อยมากนะครับ
ท่านปรีดีเป็นนักกฏหมายระดับเอกอุ ท่านคงไม่อ้างการพูดเรื่อยเปื่อยหรือคำนินทาว่าร้ายเพื่อชำระตนเองดอก
ข้อที่ผมงงมากกับการให้เหตุผลคือข้อที่เกี่ยวกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ว่า
".....การถูกฝรั่งจูงโดยได้เป็นกษัตริย์กับไม่ได้เป็นกษัตริย์ ย่อมต่างกันอย่างมหาศาล"
คือมันเป็นข้อเสนอปลายเปิด แค่นั่งทำความเข้าใจจุดนี้ ผมเสียเวลาไปจนลืมสาระที่อาจารย์เขียนไปชั่วขณะทีเดียว
อาจารย์"รับประทาน"นายหนหวยว่า ที่แกเขียนออกมาเกี่ยวกับเจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์กอดพระศอปรึกษา ร. 7
"ชวนให้นึกถึงฉากใน ยี่เกจักรๆวงศ์ๆ เสียมากกว่า"
ผมว่าถ้านายหนหวยผิดพลาดตรงใหนก็ชี้ออกมาเลย สำนวนของเขาไม่เกี่ยวกับความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ อาจารย์สรุปแบบนี้คนอ่านไม่ได้ประโยชน์ครับ
สรุปก็คือ ถ้าบทความนี้ เป็นการชำระหลักฐาน เพื่อใช้สอนเด็ก ถือว่ายังชำระไม่หมด เด็กยังต้องควานหาวินิจฉัยอื่นๆมาเปรียบเทียบต่อ (อีกแยะด้วย)
ผมขออนุญาตเปรียบเทียบอย่างนี้นะครับ อาจารย์ขจร สุขพานิช เขียนเรื่อง บางเกาะ เกาะรัตนโกสินทร์ (2516) สั้นกว่า 30 หน้าของอาจารย์นี้ราวๆ 5 เท่า แต่อ่านแล้วจบครับ ใช้เป็นตัวบทได้เลย ผ่านมากว่า 30 ปี ยังไม่มีใครแก้ไขเป็นอื่นได้
2 อาจารย์สรุปผิดครับ ท่านปรีดีไม่ได้แสดงข้อผิดพลาดอันใดเลยในสิ่งที่อาจารย์ยกมา ท่านบอกว่า
"คณะรัฐมนตรีได้ปรึกษากันในระหว่างเวลา ๕ วันตั้งแต่วันที่ ๒ ถึงวันที่ ๗ มีนาคม"
ถามว่า ในเวลานั้น มีใครใหญ่กว่าครม.(คือคณะราษฎร์) ไหมครับ เพิ่งชนะสงคราม เจ้านายชั้นสูงถูกขับออกหมด จะเลิกระบอบกษัตริย์ยังทำได้เลย แต่เขายังต้องใช้เวลาถึง 5 วันต่อปัญหาเล็กๆ นี้ เขาต้องทำเรื่องใหญ่แน่นอน
อาจารย์ต้องอ่าน"นัยยะ" ที่ ร. 7 ถวายดอกไม้เงินดอกไม้ทองแก่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ(พระยศขณะนั้นนะครับ เดี๋ยวอัดผมแบบอัดนายสุพจน์อีก) ว่าหมายความอย่างไร
แล้วทำไมจึงต้องถวายต่อให้แก่พระเทพบิดรของพระบรมราชจักรีวงศ์ที่หน้าพระแก้วมรกต นี่เป็นระบบสัญลักษณ์ที่น่าจะอ่านง่ายนะครับ
ดังนั้น ผมเห็นว่า ใครพูดอะไรก้อถูกทั้งนั้นครับ ต่างอ้างหลักฐานคนละเล่ม ยกเว้นอาจารย์สมศักดิ์คนเดียว ที่ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะดันออกบทความฎีกาเรื่องนี้มา