|
โฮโมซาเปียน ภาค การอยู่รอด
โพสต์เมื่อ:
16:57 วันที่ 29 เม.ย. 2549 ชมแล้ว:
4,172
ตอบแล้ว:
35
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเองบางส่วนอิงประวัติศาสตร์
เรื่อง โฮโมซาเปียน ภาค การอยู่รอด เกริ่นนำ 4 ล้านปีที่ผ่านมา จากโลกที่ร้อนมากขึ้น การอาศัยอยู่บนต้นไม้ ก็เริ่มมาหาอาหารกินบนพื้นดิน จนวิวัฒนาการการมาเดิน 2 ขา กว่า ออสทราโลพิธีคัส อนาเมนซิส ได้กำเนิดขึ้น หลังจากนั่น ราว 3 ล้านก่อนก็พัฒนามาเป็น ออสทราโลพิธีคัส อฟาเรนซิส และพัฒนามาเป็นตระกูล โฮโม คือ โฮโม ฮาบิลิส และมาถึง โฮโมเออร์กัสเตอร์ จนกระทั่งมาถึง โฮโมอิเร็กตัส และมาเป็นเราในที่สุด โฮโมซาเปียน ในช่วง 2 ล้านปีก่อน จากโลกอันแสนโหดร้าย เกิดระเบิดภูเขาไฟ โทบา ที่อินโดนีเซีย เมื่อประมาณ 75,000 ปีก่อน เป็นแผ่นดินไหวที่สั่นไปทั้งโลกนี้ เขม่าจากเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เกิดการปะทุของภูเขาไฟ ที่รุนแรงเป็นครั้งใหญ่ และครั้งแรก ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่พบมา หลังจากนั้นไม่นาน อุณหภูมิ ที่ใกล้เคียงร้อนราวกับนรกบนดิน สิ่งมีชีวิตล้มตายอย่างทารุณ ทะเลปั่นป่วนกลายเป็นสีแดงเต็มไปด้วยเลือด และลาวา พื้นดินกลายเป็นสีเทา และสั่นสะเทือน ไปทุกหย่อมหญ้า สัตว์ป่าถูกเผาทั้งเป็น ไม่มีอะไรหนีรอด ไม่มีสิ่งใดจะหนีพ้น และไม่มีสิ่งใดจะหยุดมันได้ หลังจากนั้นโลกเริ่มฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงอันนี้ ทำให้พื้นที่บนโลก เกิดความมืดและความหนาวเย็นกว่า 6 ปี อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดการขลาดแคลนทรัพยากรทางธรรมชาติ มนุษย์และสิ่งมีชีวิต กว่า 80% ค่อย ๆ ล้มตายใกล้จะสุญสิ้น ทุกชีวิตต่างเอาตัวรอด จุดจบกลายเป็นจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นของการอยู่รอด แล้วมนุษย์เราจะอยู่รอดอย่างไร? ในแอฟริกาใต้ ยังเป็นถิ่นของนักล่า และความแห้งแล้ง ตลอดจนการขาดแคลน แห่งอาหารที่อยู่ ตลอดจนภัยต่าง ๆ รอบตัวที่รุมเร้าเข้าไป อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การเอาตัวรอดจากสิ่งที่โหดร้ายนี้ ทำเอามนุษย์ หรือ โฮโมซาเปียน ดำรงชีวิตต่อได้อย่างไร? การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ทำให้ช่วยจุดประกายให้มนุษย์พยายามหาเอาชีวิตรอด การใช้สติปัญหา หาทางเอาชีวิตรอด การอาศัยอยู่รวมกัน การสื่อสาร การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย เป็นเวลาหลายหมื่น ปี และในบัดนี้ มนุษย์ เรา ก็เป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว โฮโมซาเปียน อย่างเรา วิวัฒนาการก้าวมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว จำนวน 35 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- "พวกไม่มีอาวุธถอยออกไปก่อน" มุต สั่ง คนที่ไม่มีอาวุธต่าง ก็ ถอย หาที่กำบัง และคอยดูอยู่ห่าง ๆ ตอนนี้มีเพียง มุต ยานัค คา และ ซากาดิ เท่านั้น ทั้งหมดยืนรวมกลุ่มกัน เพื่อพร้อมที่จะต่อสู้กับมันอีกครั้ง มันเตรียมวิ่งเข้าหามุตอีกครั้ง มันมองมาหากลุ่มมุต ทั้ง 4 คน การวิ่งชนของมัน ต้องใช้เวลาและพลังงานมาก จึงช้า ทำให้พวกมุต มีเวลาพอที่จะคิดแผนการต่อสู้ "เอาหละถ้าการพุ่งทำอะไรมันไม่ได้เลย จำเป็นต้องมาใช้วิธีแทงซะแล้ว" มุต บอกกับทุกคนในกลุ่ม "แล้วทีนี้ จะทำยังไงกัน เข้าใกล้มันยากนะ" ซากาดิ ถามมุต มุตยืนคิด สักพัก แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ ไม่ช้ามันก็วิ่งเข้ามาอย่างไม่รีรอ ทันทีที่ มุตเผลอ "เฮ๊ย! มันมาแล้ว" ยานัค บอกกับทุกคน "แย่ละ กระโดดหลบเร็ว" มุตออกคำสั่งทันที และทั้ง 3 คนก็สามารถหลบได้ทัน มีเพียงมุตเท่านั้น ที่หลบช้ากว่าคนอื่น ลำตัวของมัน ชนไหล่ ของมุต ทำเอามุตกระเด็นออกมา แต่มุตโชคดีที่ไม่โดน นอร์ ของมัน "มุตเป็นไงมั่ง" ซากาดิ หันไปมอง เห็นมุต กระเด็นออกไป "ข้าไม่เป็นไร" มุต บอกกับทุกคน มุตลุกขึ้นยืนแต่แรงชน ทำเอาไหล่ขวาของมุต ล้าทันที มุต ลองถือหอกด้วยมือขวา ข้างที่ถนัดของเขา "ฮึอ... แขนขวาไม่มีแรงเลย" มุต ไม่สามารถจับหอกด้วยมือขวาได้ มือของเขาสั่นเทา "แย่ละสิ ข้างขวาถือไม่ได้เลย" มุต ผิดหวังกับแขนตัวเอง และจำเป็นต้องใช้ข้างซ้าย ต่อสู้ มุตรู้สึกผิดหวังมาก มุตนึกย้อนไปตอนเหตุการณ์ที่ถูกชนเมื่อกี้ "อ๊ะ ได้การ" มุต ได้แผนการต่อสู้ แล้ว สายตาที่ผิดหวังเมื่อกี้ กลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจทันที ทำให้คนอื่นที่มองมุต ต้องแปลกใจ "เป็นอะไรเหรอมุต" ซากาดิ ที่อยู่ใกล้ๆ ถามด้วยความสงสัย "ข้ามีแผนแล้ว" มุต ตอบ ซากาดิ "แผนคืออะไร" ซากาดิ ถามมุตอีกครั้ง "เจ้าดูเองละกั" มุต ตอบ "แต่ว่า แขน มุต ใช้ต่อสู้ไม่ได้นะ" ซากาดิ ถามมุตด้วยความเป็นห่วง "เออ...น่า ข้าสู้ได้ก็แล้วกัน" มุต ตอบซากาดิ ด้วยความมั่นใจ ซากาดิ : "แต่มุต ให้ข้าใช้แผนการนั้นดีกว่านะ" มุต : "เจ้าเห็นข้าเป็นใครกัน ข้าจะจัดการมันเอง" ซากาดิ : "......." มุต : "เจ้าถอยไปก่อน" ซากาดิ : "ก็ได้" "มาเลยเจ้าอุรูลัค" มุต ท้า อีลัสโมธีเรียมอีกครั้ง พร้อมกับเดินเข้าไปหา มันเตรียมพร้อมที่จะวิ่งเข้าใส่อีกครั้ง "เข้ามาเลย" มุต ท้าทาย อีลัสโมธิเรียม ไม่นาน มันก็วิ่งเข้าหามุต "ฮึ ตามแผน" มุต พูดกับตัวเอง มุตรอจังหวะ ที่มันวิ่งเข้าใส่ โดยกะจังหวะให้หลบในระยะใกล้ขึ้น กว่าเดิม เป็นการเดิมพันชีวิต มุต เลยก็ว่าได้ ถ้าผิดจังหวะ มุตมีหวัง จบชีวิตเป็นแน่ มันวิ่งใกล้เข้ามา "เฮ๊ย! หลบสิมุต" ซากาดิ มองมุต อย่างไม่คลาดสายตา เห็นมุตยืนนิ่ง ๆ และไม่ยอมหลบ ไม่ช้า อีลัสโมธิเรียม พุ่ง นอร์ของมัน ไปที่ท้องมุต มุต แต่มุตกระโดดหลบนอร์ของมันได้ อย่างฉิวเฉียด และระหว่างที่มุตกระโดหลบนั้น มุต ก็ใช้ั หอก ที่เป็นหินปลายแหลม จับอย่างมั่นคงที่ข้อของไม้ ที่มัดติดกับหินปลายแหลมนั้นด้วยมือทั้งสองข้าง มุตม้วนตัวกลางอากาศ หันไปแทงสีข้างมันอีลัสโมธิเรียมทันที ทันทีที่มันวิ่งผ่านไป การวิ่งของมัน ส่งผลกระทบทำให้ หอกที่แทงที่สีข้างของมัน ถูกขูดเป็นทางยาวผ่านลำตัวของมัน ทำให้ เกิดแผลยาว ทันที "ฮ่า..ๆๆ เป็นไงเล่า ฝีมือข้า" มุตกลัยขึ้นมายืน ดูผลงานของตัวเอง ในวินาทีชีวิตของมุต ทำให้ทุกคนโล่งอก "เฮ่อ...มุต เจ้าแน่มาก" ซากาดิ ชม มุต น้ำหนักตัวที่วิ่งเข้าหาของมัน ขูดกับ หินปลายแหลมที่มุตจับอย่างมั่นคง ทำให้มันเสียท่าทันที แต่แผลแค่นี้ยังไม่สามารถให้ อีลัสโมธิเรียมล้มได้ เลือดของมันซึมไหลออกมาเป็นทางยาวตลอดลำตัว อีลัสโมธิเรียม หยุดวิ่ง แล้วหันกลับมามองมุต พร้อมที่จะวิ่ง อีกครั้งหนึ่ง ทางด้านมุต ก็มี ซากาดิ คา และ ยานัค เดินมายืนเคียงข้าง ทั้งสี่ เตรียมการประจันบานอีกครั้ง นัดนี้ถือเป็นการชี้ชะตา ของทั้งสองฝ่าย อีลัสโมธิเรียม ยังคงมีแรง เลือดที่ไหลซิบออกมา ถือว่าเล็กน้อยสำหรับมัน การเสียท่าเมื่อกี้ ทำให้มันเริ่มลังเล แล้วซิว่า จะวิ่งเข้าชนอีกหรือไม่ อีลัสโมธิเรียม เดินไปเดินมาสักพัก เพื่อสะสมพลังงาน ฝ่ายนีแอนเดอร์ทัล เอง เริ่มจะลังเลแล้วสิว่า มันจะวิ่งเข้าต่อสู้เมื่อไหร่ ทั้งสองฝ่าย ยังคง ยืนดูฝ่ายตรงข้าม อย่างระมัดระวัง ซากาดิ : "มุด เอายังไงดี หรือเราจะบุคเข้าไปหามัน" มูต : "อืม.." มุต ตอบรับคำถามของซากาดิ และก้าวเข้ากามัน ทีละก้าว ทีละก้าว และ ซากาดิ คา และ ยานัค ก็ขยับเข้าหาอีลัสโมธิเรียมตาม มุต ขยับ เข้าใกล้มาก ในระยะ 3 เมตร อีลัสโมธิเรียม เริ่ม รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย มันตัดสินใจวิ่งเข้าชนมุต ทันที มุตกระโดดหลบทัน และ ใช้หอก แทงไปที่สีข้าง อย่างแรง ครั้งนี้ มุต แทงอย่างเดียว ทำให้ ได้แผลที่ลึกมากขึ้น มันร้องด้วยความเจ็บปวด ทางด้าน ซากาดิ ที่อยู่ข้างมุต วิ่งไปตาม แทงมันอีกที จนมันล้มลง "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า มันหมดท่าแล้ว" ซากาดิ ร้องด้วยความดีใจ สักพักไม่นาน อีลัสโมธิเรียม ยังคงลุกขึ้นได้ ด้วยขนาดของมัน ทำให้อาวุธของ นีแอนเดอร์ทัล ไม่ได้แทงไปยังจุดสำคัญ แต่ อีลัสโมธิเรียม เริ่มหมดแรง และเหนื่อยจากการต่อสู้ เลือดของมันไหลมากขึ้น บาดแผล ยังคงมีเลือดไหล เป็นทางยาว จนถึง พื้นดิน มันเริ่มขยับตัวไม่ได้ มุต และพวกที่ซ่อนอยู่ หลังต้้นไม้ และ พุ่มไม้ ต่างก็เดินตามกันออกมา มุต มองและเดินเข้าไปหา อีลัสโมธิเรียม ตัวแม่ และชูแขนซ้ายที่ถือหอกขึ้น หวังจะเตรียมแทงลงไป ไม่ช้า มุต ก็โดนชนเข้าอย่างจัง ทีีด้านข้าง ทำให้ทุกคน ตกใจมาก มุต ปลิวออกไป ล้มที่พื้น ทันที แต่มุต ไม่เป็นอะไรมาก จึงหันไปมอง เป็น อีลัสโมธิเรียม ตัวลูกที่วิ่งเข้าชน ที่ยังไม่มีนอร์ "อ้อที่แท้ ลูกของมันเอง" มุต พูดด้วยความสงสัย เพราะมันทันสังเกตุเป็นลูกของมัน มุตลุกขึ้นยืน "แกจะสู้อะไรได้" มุต เดินเข้าไปใกล้ ๆ อีลัสโมธิเรียมตัวลูก มุตยืนอยู่ตรงหน้ามัน มองหน้า สายตาของอีลัสโมธิเรียม ตัวลูก กลับไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของมุต ไม่ช้า มุต ก็พร้อมที่จะชูหอก เพื่อปลิดชีพ สายตาที่อีลัีสโมธิเรียม ยังคง มองมาที่มุต มุต มองไปที่ดวงตาอันเด็ดเดี่ยวของมัน ทำให้เขาหวนรำลึกถึง ภาพพี่สาวที่แสนใจดีของเขา ที่จับตัวไปทำบูชายัญ สังเวยแด่เทพเจ้า ตอนนั้นเขายังเด็กมาก ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพิธีกรรมนั้น เขาเป็นสายตาของอีลัสโมธิเรียม เหมือนกับตนเอง ที่ รักและผูกพัน กับพี่สาวของตน เป็นอันมาก แต่ต้องมาถูกพรากจากกัน อย่างไม่มีวันกลับ ได้เลย มุต ยืนนิ่งสักพัก แล้ว ลดแขนลงต่ำลง "พวกเราไปต่อเภอะ" มุต หันไปบอกเพื่อนร่วมชะตากรรม "เนื้อเจ้านี่ไม่อร่อย ปล่อยมันไปดีกว่า" มุต พูด ประชดตัวเอง เพื่อหลีกเหลี่ยงที่จะกินอีลัสโมธิเรียมตัวนั้น "เดี๋ยวมุต แต่ว่า มันต่อสู้ไม่ได้แล้วนะ เราจัดการมันได้แน่" ซากาดิ ถามมุต ซากาดิ ที่ถือหอกอยู่ หันปลายหอกไปที่ อีลัสโมธิเรียม ตัวน้อยนั้น แล้วเตรียมแทง มัน มุต หันไปมอง "ซากากิ แกอย่างลองดีกับข้าเหรอ" มุต พูดท้าทาย ซากาดิ พร้อมกับ ยกหอก มากัน ระหว่างซากาดิ กับ อีลัสโมธิเรียมตัวลูก "..." ซากาดิ อึ้ง ทันที และลดหอกลง โดยไม่โต้ตอบอะไร มุต : "พรุ่งนี้ เราก็จะถึง บ้านกันแล้ว อาหารที่เหลืออยู่ ก็พอแล้วไม่จำเป็นจะต้องฆ่า มัน" มุต บอกกับ ซากาดิ และเพื่อน ๆ มุต หันหลังให้กับ อีลัสโมธิเรียม ที่หมดแรง และไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ได้ "เอาหละ พวกเราไปกันต่อ ใกล้ค่ำละ ถ้ามันฟื้นตัว เราจะลำบาก ไปต่อ..." มุต บอกให้ทุกคนเตรียมตัว แล้วทุกคน ก็แยกย้าย ไปเก็บหอก แบกเสบียงอาหาร บ้างก็ดูแลคนเจ็บ และคนที่ตาย ก็อุ้มกลับไปด้วย บ้างก็ และเดินทางต่อไป ปล่อยให้ แม่-ลูก อีลัสโมธิเรียม ยังคง หาอาหารต่อไป โดยไม่มีการพูดถึง อีกเลย จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หลังจากที่ได้พักผ่อมเอาแรงกัน อากาศที่อบอุ่นขึ้น และสดใส ต้นไม้ที่อุดมสมบุรณ์ เขียวขจี ทั้งสายน้ำ ต้นไม้ และเสียงร้อง จาก นก นาน ๆ ชนิด "เดินทางกันต่อเลย เร็วหน่อย เราจะได้ถึงบ้านก่อน มืด" มุต บอกกลับทุกคนให้ทราบโดยทั่วกัน "เฮ้ จะถึงบ้านกันแล้ว" ทุกคนดีใจ และผ่อนคลายเป็นอันมาก ต่างเก็บสิ่งของตามหน้าที่ของตน อย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะเกลับบ้าน.... -------------------------- ตอนนี้ อุทิศแด่ คุณสตีฟ คล๊อคโคได ฮันเตอร์ ครับ เพราะผมชอบสารคดี นิยาย เลยออกแนว สารคดีเช่นกัน Elasmotherium เขาขนาดใหญ่ ฉายยาอย่างเป็นทางการ Giant Unicorn สัตว์ตระกูลแรด ลำตัวยาว 5-8 เมตร นอร์ยาว ถึง 6 ฟุตด้วยกัน หนัก 3.5-4.5 ตัน รถถังดี ๆ นี่เอง สูญพันธ์ เมื่อ 10,000 ปีก่อน พบได้ในเขตหนาว เช่น ไซบีเรีย รัสเซีย จีน และยุโรป ------------------------------------- วันรุ่งขึ้น พวกลอทยังคงนอนหลับอยู่ เทียสตื่นขึ้นมา ตอนเช้า แสงอาทิตย์ยังคงเป็นสีแดงอ่อน ๆ อากาศเย็นสบาย และสงบ เทียสเดินไปดูแลลูก ตามปกติ "หงิง...หงิง.." เทียสได้ยินเสียงสัตว์ร้องอยู่ใกล้ ๆ นี้ เทียสหัสไปมอง "เอ๊ะ...เสียงอะไร มาจากทางนั้นนิ" เทียสสงสัยในเสียงนั้น จึงตามเสียงนั้นไป "หงิง..หงิง.." เสียงที่เทียสตามมา เริ่มดังขึ้น เทียสแหวกกิ่งไม้ดู เทียส : "ฮือ.นี่มันลูก ตัวที่พวกเราเพิ่งกินไปเมื่อคืนนิ" เทียสเห็นลูกหมาป่า ไดร์วูฟ เดินวนไปวนมา บริเวณที่ พวกไดร์วูฟ เคยกินอยู่ เทียสยังคงแอบมองดูสักพัก ลูกหมาป่าตัวนั้น ก็ไม่ยอมไปไหนเลย เมื่อเทียสเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร จึงย้อนกลับไปที่พักของตน เทียสแอบบิดเศษเนื้อติดกระดูก เล้กน้อย ขณะนั้นยังไม่มีใครตื่น แล้วจึงย้อนกลับไป หาลูกหมาป่าน้อยตัวนั้น แล้วโยน เนื้อติดกระดูกนั้น ทันที โดยที่ตัวเองซ่อนอยู่ในพุ่มไม้อยู่ ลูกหมาป่า สังเกตเห็น จึงเดินมาหา และดมดู สักพัก มักจึงกินเนื้อนั้นทันที มันหมอบลงกินอย่างเอร็ดอร่อย เทียสที่หลบอยู่ ก็รู้สึกดีใจ แล้วก็หันหลังหลับไปที่พักของตน เทีิยสเดินมาถึงที่พัก เห็นลอทตื่นแล้ว "อ้าว.." เทียสกำลังจะเอ่ยคำทักทาย ลอทชิงถามก่อน "ไปไหนมานะ" "ออกไปคนเดียวอันตรายนะรู้ไหม ข้าตื่นมาไมเจอ นึกว่าโดนตัวอะไรลากไปกินซะแล้ว" ลอท : "ที่หลังจะไปไหนบอกด้วยหละ" เทียส : "ข้า...ขอโทษ ข้าเดินไปแถว นี้เอง" เทียสกล่าวเสียอ่อย ๆ "ข้าเป็นเจ้านอนอยู่ไม่อยากปลุกก็เลย" เทียสพูดต่อ ลอท :"เอาหละไม่เป็นไรก็ดี" ลอทยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สังเกตเห็น ห่อหนังสัตว์ที่ไว้เก็บ อาหารเปิดอยู่ ลอท "เอ๊ะ ห่อเก็บอาหาร เปิดอยู่ จำได้ข้าปิดอย่างดีแล้วนี่หว่า" ลอทไม่ได้ใส่ใจ เพราะอาหาร ยังคงมีเยอะอยู่ ทางด้านเทียส ยังคงเงียบไม่ตอบอะไร เพราะรู้ว่าตนเป็นคนเปิดห่อ นั้น ออกมาแล้วลืม ปิด ลอท ไม่ใส่ใจเดิน จึงเข้าไปปิดห่ออาหารไว้ตามเดิม "ฮ้าว.."ลอทยังคงง่วง อยู่ "เอาหละข้าจะเดินแถวนี้ซะหน่อย" แล้วลอทก็เดินเข้าป่าไป ลอทสังเกตเห็นน้ำค้างตามต้นไม้ "โอ้ น้ำนิ" ลอทใช้ หนังสัตว์ กางวางไว้ที่พื้น แล้วเขย่า กิ่งไม้ที่มีน้ำนั้นตกลงมา ลงบนหนังสัตว์ที่รองน้ำค้างไว้ "น้ำเต็มเลย" ลอทก็ม้วนหนังสัตว์ที่รองน้ำค้างอยู่ ชูชึ้นเหนื้อศีรษะ แล้วก็เงยหน้า อ้าปาก และบิดหนังสัตว์ที่มีน้ำอยู่ ให้ไหลลงมายังปากของตน ลอท :"อ้า..สดชื่น นาน ๆ จะได้กินน้ำเยอะขนาดนี้" ลอท นั่งทำอยู่หลาย ๆ ครั้ง จนอิ่ม แล้วเดินกลับมายังที่พัก ทันทีที่ถึงที่พัก ลอท :"เอ๊ะ.." ลอทสังเกตเห็น พุ่มไม้ สั่นไหว เทียสยังคงนั่งที่เดิม ส่วน ซิต นิ้วคด และ เจ้าหัวบาก ยังคงนอน อยู่ ด้วยความสงสัย ลอทจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงพุ่มไม้ ไม่ช้า ก็ลูกหมาป่าก้าวออกมาจากพุ่มไม้นั้น ลูกหมาป่าตัวนี้ เป็นตัวเดียวกันกับที่เทียสเพิ่งให้อาหารมันไป ลอท : "หือ.ลูกเจ้าตัวที่เราย่างกินนิ" เทียสได้ยินเสียงลอท จึงหันไปมอง : "เอ๋ มันมาได้ไหง" ลอท : "เจ้ารู้จักมันเหรอ" ลอทเริ่มสงสัยเทียส เทียสนิ่งเงียบ ไม่ตอบ เทียส :"อย่าฆ่ามันเลยนะ น่าสงสารออก" เทียสขอร้องลอท ก่อนที่ลอทจะตัดสินใจ ลอท : "อืม..ข้าไม่รู้นะว่ามันมาจากไหน แต่...ก็ได้ตอนนี้ เรามีอาหารมากพอแล้ว" ลอทเห็นเป็นแค่ลูกหมาป่า เท่านั้น ลอทจึงหันหลังกลับไปนั่งที่ ลอท "เอ่อ เทียส เจ้าหิวน้ำไหม ทางด้านโน้น มี น้ำค้างอยู่ มาก เมื่อกี้ ข้าไปกินมา" เทียส : "โอ้ ดีเลย ข้าก็หิวน้ำอยู่พอดี" ลอท "งั้นเอานี่ไป" ลอท โยนหนังสัตว์ที่ยังคงชื้นอยุ่ ให้เทียส "เอาไปรองน้ำ" เทียส : "งั้นข้าไปก่อนนะ" เทียสรับหนังสัตว์นั้นไว้แล้วเดินไปตามที่ลอทบอก ลอท : "อย่าไปไกลนักหละ" ลอท ตะโกนบอกเทียส ให้ระวังตัว ไม่ช้า ลอทเห็น ลูกหมาป่าตัวนั้น ตามเทียส เข้าไปในปป่า "อือ.." ด้วยความสงสัยจึงตามไปห่าง ๆ แต่่ด้วยความที่เป็นห่วงอาหาร ลอทจึงตัดสินใจปลุก ซิต ลอท : "ซิต ตื่น ๆ เช้าแล้ว" ซิต ซิตขึ้นมางัวเงีย : "อือ...ข้าตื่นละ" ลอท "เดี๋ยวข้ามานะ ฝากทางนี้ด้วย" แล้วลอทก็สะกดรอยตามเทียสและลูกหมาป่าอยู่ห่าง ๆ เทียส "อ้าว..ตามมาทำไม" ลูกหมาป่า ตัวนั้น มันยังคงจำกลิ่น เนื้อที่มันกินนั้น ติดอยุ่ที่ตัวเทียส ทำให้มันตามมา ไม่นานเทียสกับลูกดื่มน้ำเสร็จ เทียสหันไปมอง ลูกหมาป่าตัวนั้น แล้วเทียสก็นั่งลง ตรงหน้ามัน แล้วบีบหนังสัตว์ให้น้ำไหลลงมา ลงที่หน้าของลูกหมาตัวนั้น น้ำไหลเข้าปากลูกหมาป่ามันจึงสะบัดน้ำที่อยู่บนหน้า ออก แล้วเทียสก็ใช้มือที่ยังคงเปียกน้ำ อยู่ ลูกหัวมัน ลูกหมาป่า จึง เลียที่มือของเทียสแทน ไม่นาน เทียสก็ยืนขึ้น เตรียมจะกลับที่พัก ลอทยังคงแอบมองเทียสอยู่ เห็นเทียสยืน จึงเดินกลับก่อน เพื่อไม่ให้เทียสรู้ตัว ลอทกลับไปนั่งที่เดิม ก่อนเทียสจะกลับมา ลอท : "กลับมาแล้วเหรอ" ลอท ถามเทียสขณะที่เทียสมาถึงที่พัก ทำให้เทียสตกใจหยุดเดินทันที ลอท : "เจ้านั่นตามเจ้ามาแหนะ" ลอท ถามต่อ คำถามของลอททำเอาเทียสตกใจพูดอะไรไม่ออก ลอท : "ทำไมมันถึงตามเจ้ายังงั้นหละ" คำถามนี้ทำให้เทียสพูดอะไรไม่ออก ลอท : "ทำไมไม่ตอบข้าหละ" เทียส : "ก็มันน่าสงสารนี่นา" ลอท : "เจ้าเอาอาหารให้มันใข่ไหม...นึกแล้วตอนที่ข้าตื่นทำไมห่อ อาหารถึงเปิดได้ นึกว่ามีสัตว์ป่ามาแอบกิน" เทียส : "........คือว่า..ข้าให้มันนิดเดียว" เทียสพูดด้วยเสียงอ่อย ๆ รู้ว่าตัวเองผิด เทียส : "นิดเดียวจริง ๆ นะ" ลอท : "เห็นตอนนี้มันน่าสงสารก็จริง แต่พอมันโตขึ้นมาหละ เจ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ มันทำพวกเราเกือบตายมาแล้วนะ" เทียส : "ข้า....." เทียสพูดอะไรไม่ออก ซิต : "เจ้าทั้งสองมีปัญหาอะไรเหรอ" ซิด : "เฮ้ นั่นลูกของมันนี่หว่า" ซิต มองเห็นลูกหมาป่าไดร์วูฟ ที่อยู่ข้างหลังเทียส ซิต : "เมื่อกี้ข้าได้ยินว่า มันตามเจ้ามาเหรอเทียส" เทียส : "อืม..." เทียสยอมรับ แล้วซิตก็เดินไปหาลูกหมาป่าตัวน้อย ซิดมองหน้ามัน ด้วยความไม่ไว้ใจ ลูกหมาป่าก็ขู่ แยกเขี้ยว เพื่อป้องกันตัว ซิด : "นั่นแน่! แกจะสู้อะไรได้" ลูกหมายังคงขู่ แบบกลัว ๆ อยู่ ซิด : "เห็นแล้วน่ากินแฮะ" เทียส : "ข้าไม่ให้เจ้ากินหรอก ซิต" เทียสพูดเสียงแข็งออกมา ซิด : "ฮือออ...เจ้าจะช่วยมันเหรอ" เทียส : "ใช่แล้ว...ข้าไม่ยอมให้เจ้ากินหรอก" ลอท : "เอาน่า..เอาน่า...เราจะออกเดินทางกัน" ลอท ลุกขึ้นไปปลุก เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคดที่นอนกลับอยู่ "ตื่นได้แล้ว เดินทางกันต่อ" แล้วทุกคนก็เตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อ "เอ๊ะ นั่นอะไรนะ" เจ้าหัวบากเลือบไปเห็นลูกหมาป่าที่อยู่ข้างหลังเทียส ด้วยความสงสัย เจ้าหัวบากจึงเดินไปหา ไม่ช้า เจ้าลูกหมาตัวน้อย ก็ขู่เพื่อป้งอกันตัวอีกครั้งหนึ่ง มันไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้นอกจากเทียส เท่านั้น มันเห็นว่าเทียสมีกลิ่นตัวของแม่มัน อยู่หลังจากที่เทียสเป็นคนเก็บหนังสัตว์แม่และตัวอื่น ๆ เอาไว้ นั่นเอง แต่ทุกคนไม่รู้ถึงเรื่องนี้ และไม่สนใจเท่าใดกับ ลูกหมาป่าตัวเล็ก ๆ ตัวนั้น "สู้เหรอ" เจ้าหัวบากถอยออกมาเล็กน้อย "ไปเก็บของดีกว่า เจ้าด้วยเทียส เดี๋ยวไม่ทัน" เจ้าหัวบากบอกเทียส แล้วตนก็เดินกลับไปยังที่เดิม ทางด้านเทียส ยังคงมีพลังของการเป็นแม่อยู่ คอยปกป้อง และเข้าใจดีสำหรับการเป็นแม่ ยังคงสงสารเจ้าลูกหมาป่าตัวน้อยนี้ ในใจของเทียสเริ่มรู้สึกสงสาร เจ้าลูกหมาป่าตัวน้อย ที่ขาดแม่ไป แต่ ก็จะช่วยอะไรไม่ได้ ที่มนุษย์กลุ่มได้ฆ่าเป็นอาหารซะแล้ว หลังจากที่ทุกคนเก็บข้าวเก็บของเตรียมออกเดินทาง อยู่นั้น เทียสก็บอกกับทุกคนว่า "แล้วเจ้านี่หละ" ลอทหันมาแล้วบอกว่า "ก็ทิ้งไว้ที่นี่สิ ข้าไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นยังไง" ทางด้านซิด "ข้าก็ เฉย ๆ นะ ปล่อยมันไปหากินเองละกัน ยังไงก็ต้องไปกันอีกไกล ใช่ไหมลอท" ซิตพูดแล้วหันไปมองลอท "อืม..ใช่ เรายังต้องไปอีกไกล" เทียสนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง "แต่ว่ามันยังเล็กนะ หากินเองไม่ได้หรอก ไม่ช้ามันต้องตายแน่เลย" ลอท : "แสดงว่า เจ้าจะพามันไปได้วยเหรอ ข้าไม่สนหรอกนะว่ามันจะเป็นยังไง" แล้วลอทก็ลุกยืนขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกคน เก็บของกันเสร็จแล้ว "เอ๊า!..ไปกันต่อ" ทางด้านเทียสยังผิดหวังอยู่แต่ ก็ไม่ได้พูดอะไร เนื่องจากลอทเป็นผู้นำ ซิต เดินมาหาเทียส แล้วพูดประชดว่า "นี่ถ้ามันตัวใหญ่กว่านี้ สักวัน ข้าจะจับมันมากิน ฮิฮิ.." เทียสก็เดินทางตามหลังออกสู่ทุ่งกว้างต่อไป ลอทที่เป็นผู้นำเริ่มเดินออกห่างมากขึ้น "เฮ้..รอด้วย" ซิต พูดตามหลัง พร้อมเจ้าหัวบากกับเจ้านิ้วคดที่ คอยแบกของตามมา คราวนี้เทียสเริ่มลังเล แต่ก็ยังเดินตามหลังแต่เดินช้ามาก ไม่นานลอทหันมาตะโกนอยู่ใกล ๆ "เทียสเร็วหน่อย ข้าจะไม่รอแล้ว" เทียสหันกลับไปมองลูกหมาน้อยอีกครั้งหนึ่งแล้วเร่งฝีเท้าเดินตามลอทไปให้ทัน ปล่อยให้ลูกหมาป่าตัวน้อยได้แต่ยืนมอง และเทียสก็ไม่หันกลับมาอีกเลย และเทียส ก็เดินตามกลุ่มทัน แต่สีหน้าเทียสยังทิ้งเป็นห่วงไว้เบื้องหลัง "เอาน่า..เจ้าทำถูกแล้ว ต่อไปไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรบ้างไม่มีเวลาไปดูแลมันหรอก" ลอท หันไปบอกเทียส "ข้ารู้ ดี ว่าการถูกทิ้งมันเป็นยังไง ข้าเคยหนีออกมาจากกลุ่มแล้วตอนนั้นมันเจ็บปวดมาก แต่มันก็ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น" ลอทอธิบายให้เทียสฟัง กลางวัน อากาศร้อนขึ้น พวกลอท ยังคงเดินทางอยู่ เทียส เริ่มรู้สึกดีขึ้น ไม่ใส่ใจที่ทิ้งลูกหมาป่าตัวนั้นแล้ว พวกลอทยังคงเดินข้ามทุ่งโล่งที่ ไกลลิบ อยู่นั้น เทียสมองไปด้านขวาเลือบเห็นฝูงสัตว์ อยู่ไกล "นั่นตัวอะไรนะ" ด้วยระยะที่ไกลมาก เทียสเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหว อยู่ไกลลิบ ไม่ช้าทุกคนก็หันตาม "ไม่รู้สิ" ด้วยระยะที่ไกล ทำให้ลอทไม่สามารถอธิบายได้ กลุ่มลอทยังคงมองดูท่าทีของมันอยู่ "พวกมันวิ่งไปทางนั้นนิ" ลอทดูทิศทางการวิ่งของสัตว์กลุ่มนั้น มันวิ่งขวางทางลอท จากทางขวามือ ผ่านไปทางซ้าย ของพวกลอท แต่ด้วยระยะที่ไกล พวกลอทก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ซิต :"เป็นสัตว์ย้ายถิ่นแน่เลย" ซิต : "ทางที่มันไปคงมีอาหารแน่เลย" "เดี๋ยว เราไปคนละทางกันพวกมัน" ลอท หันมาบอกซิต "เรามีอาหารพอกินไปอีกนาน ไม่ต้องหาเพิ่มหรอก" ลอทพูดต่อ ซิต : "อืม.." ฝูงสัตว์กลุ่มนั้น เริ่มใกล้มากขึ้น "เอ้ นั่นมัน กรู นิ" ลอท มองเห็นเป็นรูปร่าง มันคือ มา-กริว-คี-เนีย สัตว์กินพืช ขนาดค่อนข้างใหญ่ ผิวหนังสีน้ำตาลเหมือนกวาง ช่วงท้องและำลำคอด้านหน้าเป็นสีขาว ลำคอยาวคล้ายยีราฟ ความสูง 1.5 -1.8 เมตร มีจมูก คล้ายงวงช้าง เล็กน้อย เท้ายังคงเป็นนิ้ว ไม่เหมือนกวางที่เป็นกีบ ลอทสังเกตดูต่อไป "เอะ พวกมันไม่ได้ย้ายถิ่นนิ มันกำลังถูกล่า" ทำให้พวกลอท หยุดดูสถานการณ์ต่อ ซิต : "ไม่เดินต่อเหรอลอท" ซิตสงสัยเมื่อเห็นลอทหยุดเดิน ลอท : "เดี๋ยวก่อน ข้ารู้สึกว่ามันกำลังหนีอะไรบางอย่าง" ลางสังหรของลอทบอกอย่างนั้น กลุ่ม มากริวคีเนีย นี้มีประมาณ 30 ตัว วิ่งกระเจิดกระเจิง บางก็มีบาดแผลอยู่หลายตัว บ้างก็เสียท่าล้มลง ลอท : "โห..เจ็บไปหลายตัวเลย" "เอ๊ะ ตัวนั้น มีหอกปักอยู่" ลอท เห็นตัวที่บาดเจ็บ "หลบเร็ว" ลอท หันไปบอกทุกคน หาที่ซ่อนตัว เพื่อดูท่าที "นี่เป็นพวกเดียวกับเราเหรอ" เทียสยังคงยืนดูอยู่ เห็น โฮโมซาเปียน หลายคน กำลังล่า มากรีนคีเนีย อยู่ บางตัว ถูก หอกแทง บางตัว ถูก ขวางด้วยหอก ปักอยู่ และยังคงวิ่งหนี บางตัวก็ล้มลง ส่วนตัวที่ยังพอมีแรง ก็วิ่งหนีกันต่อไป บางตัว ก็วิ่งแบบไม่รู้ทิศทาง "นั่น มีบางตัววิ่งมาทางนี้" ลอท มองเห็น จึงรีบหาที่ซ่อน ลอทมองเห็นตันไม้ ที่อยู่โดดเดี่ยวต้นหนึ่ง โคนต้น ต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นสูง พอที่จะหลบได้ "เราไปหลบที่นั่นกันก่อน" ลอท หันไปบอกกับทุกคน ลอทวิ่งนำไปก่อน ซิต เจ้าหัวบาก และเจ้านิ้วคดก็วิ่งตาม ไป ยกเว้นเทียส ยังคงตะลึงมองดูอยู่ ด้วยความสงสัยว่าพวกนี้เป็นใครมาจากไหน ซิตหันไปมอง "เทียสตามมา" ซิตหันไปบอกเทียส แต่เทียสยังคงยืนมองอยู่ ซิตจึง วิ่งย้อนกลับมา "หลบก่อนเทียสยืนอยู่ได้" ซิตจับแขนเทียส แล้วดึงเทียสมา เทียส : "เ่อ่อ.." เทียสถูกซิตลาก ไปที่หลบซ่อน แต่สายตาของเทียส กลับมองหา คนรู้จักในกลุ่ม โฮโฒซาเปียนที่กำลังล่าอยู่นั้น จนซิตลากไปถึงที่ซ่อน ลอทหันมาพูดกับเทียสอย่างไม่พอใจ "เทียสเจ้าเป็นอะไรไป พวกนั้นเป็นใครไม่รู้ ถ้าพวกมันเห็นเข้า เราอาจตายได้" ลอทพูดต่อไปอีก "ถ้าเจ้าทำตัวแบบนี้หละก็ ข้าจะไม่สนใจอีกแล้ว" กลุ่มล่าสัตว์กลุ่มนี้ เริ่มเคลื่อนที่มาใกล้ลอทมาขึ้น จนพวกลอทเห็น พวกเขาได้ถนัดขึ้น บางคนใช้หอกแทง เข้าที่ลำตัวของ มากรินดีเนีย บางคนก็ล้อมตัวที่อ่อนแอไว้ ส่วนตัวที่แข็งแรงวิ่งเร็ว ก็ใช้ เชือกที่มัดติดหินที่ปลายทั้งสองด้าน ขว้าง ไปพันขา มากรินดีเนีย ที่ขาค่อนข้างยาว เรียวและเล็ก เสียท่าล้มลง หรือไม่ก็ใช้ หอกแหลมพุ่ง ให้มันบาดเจ็บ โฮโมซาเปียนกลุ่นนี้ จัดการ มากรินคีเนียได้หลายตัว บางตัวถูกมัดขา จนขยับไม่ได้ ส่วนตัวที่ถูกหอกแทง ก็เร่ิมล้มลง บางตัวถึงกับถูกแทงจนตาย ส่วนตัวที่ไม่ไหวหรือหมดทางสู้ โฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ ก็ปล่อยทิ้งไว้ แล้ววิ่งไปจัดการกับตัวอื่นที่ยังไม่ถูกจับ ลอท : "พวกนั้นจัดการมันซะหมอบเลย" "แย่แล้ว มีตัวหนึ่งวิ่งมาทางนี้ หลบเร็ว" ลอท เห็น มากรินคีเนียวิ่งมา มีหอกปักอยู่ที่หลัง จึงวิ่งช้าลงกับ พร้อมกับ โฮโมซาเปียน 3 คน วิ่งตามมา ลอทจึงหมอบให้ต่ำลง จนกระทั่ง มากรินคีเนียวิ่งผ่านไป และพวกที่ตามไล่ตาม ที่กำลังจะผ่านไป แต่ด้วยความสงสัยของเทียส เทียสจึงยืตตัวขึ้นมอง ด้วยความชะล่าใจ หางตาโฮโมซาเปียนคนหนึ่ง ที่ถือหอกวิ่งตาม เหลือบไปเห็นเทียสเข้า จึงหยุดวิ่ง ตรงหน้าเทียส และเดินไปหาเทียส โฮโมซาเปียนนักล่า : "เฮ้ พวกเดียวกันนี่" สายตาของเขามองเทียส ยังคงมีแววนักฆ่า "แย่ละสิ ไม่น่าเลยเทียส" ลอท บ่นในใจ แต่ยังคงอยู่ในที่ซ่อน "เฮ้ เจ้ามาจากไหน" ชายนักล่า พูด พร้อมยืนอยู่ตรงหน้าเทียส ไม่ช้า ชายนักล่าคนนั้น กระชากแขนของเทียสอย่างรุนแรง ดึงให้เทียสยืน "เฮ้ ถามไม่ตอบ" "แกจะทำอะไรนะ" ลอท เผยตัวออกจากที่ซ่อน ทันที ทำเอา ชายคนนั้น ตกใจ "อ้อ ..มีพวกด้วย" มือที่ยังคง จับแขนเทียส ดึงเทียส แล้วถอยออกมา และซิต เจ้าหัวบาก เทียส : "โอีย.." ขายคนนั้นดึงเทียสอย่างแรง "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า พวกเจ้ามีแค่นี้เอง หรือจะสู้พวกข้าได้" พวกลอทเดินออกมาจากที่ซ่อน ด้วยความไม่ไว้ใจทั้งสองฝ่าย ชายนักล่าผุ้นั้น จับเทียสเป็นตัวประกัน "เจ้าจะทำอะไรนะ เราเป็นพวกนี้กันนะ" เทียสที่ถูกจับ บอกกับชายคนนั้น ชายนักล่า : "ใครบอกเจ้า ว่าเป็นพวกเดียวกัน ข้าไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากพวกข้าหรอก" ชายนักล่า : "แต่เจ้าหละไม่แน่ มากับข้าดีกว่า" ชายนักล่าพูดจบ พร้อมกับกระชากแขนเทียสอย่างเรง ลอท : "เฮ๊ย ! ...แกหยุดก่อน จะเอาเทียสไปไหน" ชายนักล่า : "ข้าจะทำอะไรก็ได้ กับนังคนนี้" ชายนักล่า บีบแขนเทียสอย่างแรง "โอีย" เทียสร้องด้วยความเจ็บ ชายนักล่ายังคงจับแขนลากเทียสเดินถอยหลัง ทำให้พวกลอท ทำอะไรไม่ได้ "โอ๊ย..ตัวอะไรวะ" ชายคนนั้น โดนกัดที่น่อง ด้านหลัง ทำให้ชายคนนั้น หันไปมอง และสบัดขาออก ลอทได้จังหวะ วิ่งไปคว้า แขนที่ถือหอกของชายนักล่า ล๊อกแขนไว้ และบิดมือของขายนักล่า จนหอกที่ถืออยู่หลุดมือ ซิดไม่รอช้า ตูบ! ซิตเข้าไปชกท้องชายนักล่าคนนั้น ทำให้มือที่จับแขนเทียส เบาลงจนเทียสสะบัดออกได้ เจ้าหัวบาก เดินไปเก็บ หอกของชายคนนั้น ทันที ซิต : "เฮ้..เจ้าตัวเมื่อกี้นิ" ตัวที่กัดขาเป็นลูกหมาตัวเดิม มันตามกลิ่นเทียสมา โดยที่ไม่มีใครรู้เลย "หน่อย" ชายนักล่า พูดด้วยความเจ็บใจ พร้อมกับมือกุมท้องอยู่ "หยุดก่อน!" โคโน หัวหน้ากลุ่ม ยืนห่างออกไปเล็กน้อย ตะูโกนบอก ให้พวกลอทหยุด โคโน หัวหน้ากลุ่ม ชายวัยกลางคน เครายาวเล็กน้อย รูปร่างใหญ่แข็งแรง แม้จะอายุมากแล้ว แต่ ก็มากด้วยประสบการณ์ และยังคงแข็งแรงเหมือนหนุ่ม ๆ เป็นที่นับถือของทุกคน เขาเป็นผู้ออกคำสั่ง ทั้งหมด "แกมาทำอะไรตรงนี้ ไป...ไปล่ามันต่อ" โคโน สั่งให้ ชายนักล่าคนที่ยืนอยู่กับพวกลอท ให้วิ่งไปล่า มากรินคีเนีย ต่อ "แต่..ข้า เห็นพวกนี้" ชายนักล่า หันไปบอกกับ หัวหน้ากลุ่ม "ไป..ไปล่าต่อ ข้าจะพูดกับเขาเอง" โคโน ยังคงสั่งชายนักล่าให้ไปล่าต่อ "แต่...อุย.." ชายนักล่าคนนั้น เอามือกุมท้อง เขายังเจ็บท้องที่ถูก ซิตชกอยู่ "เจ้าเป็นอะไรนะ" โคโน สงสัย จึงเดินเข้ามา "แง่ง...แง่งง" เสียงลูกหมาป่า ขู่ ป้องกันตัว โคโนเหลือบเห็น ลูกหมาป่าอยู่ จึงนำปลายหอก หันไปทางมัน "เจ้านี่มาจากไหนกัน" "ข้า..." เทียสยังคงลังเลที่จะช่วยลูกหมาป่าตันนั้นเป็นครั้งที่สอง "แกกัดข้า" ชายนักล่าที่ภูก ลูกหมาป่ากัด จนเลือดไหล จะเข้าไปเต๊ะ เพื่อระบายอารมณ์ "เดี๋ยวก่อน! ....เดี๋ยวก่อน.." เทียสตะโกนห้ามไว้ แต่ยังคงลังเล "หือ..นี่หมาของเจ้าเหรอ" ชายที่กำลังจะเต๊ะ หันไปมองเทียส "ข้า....." เทียสไม่ตอบ ลอท :"มันไม่ใช่ หมาของใคร มันเพียงตามพวกข้ามา" ชายนักล่าที่โดนมันกัด : "ถ้างั้นดี ถ้าจะฆ่ามันซะ ที่ทำให้ข้าเจ็บ" "หมาของข้าเอง" เทียสตัดสินใจรับ ลูกหมาตัวนั้น ทันที เทียสเดินเข้าไปขวาง ชายนักล่าคนนั้น ลอท : "เทียสเจ้า.." โคโน : "ในเมื่อเป็นหมาของเจ้า ข้าจะไว้ชีวิตมัน" ชายนักล่า : "แต่มันทำร้ายข้านะ" ชายนักล่ายังคงโมโห เทียส : "มันกัดเพราะช่วยข้า เจ้านั่นแหละที่ทำร้ายข้าก่อน" ชายนักล่า : "ยังไงซะ มันกัดข้า ข้าจะจัดการมัน เจ้าหลีกไป" ชายนักล่า ยังคงโมโห เดินเข้าไปหาเทียสที่บังมันอยู่ ใช้ท่อนแขนปัดไหล่เทียสอย่างแรง จนเทียสกระเด็นออกไป "โอีย!" เทียสล้มลง ผ้าหนังสัตว์ ที่มัดพาดไหล่เทียส มีเด็กอยู่ข้างในกระทบลงกับพื้น "แง..แง" เสียงลูกของเธอร้อง ลอท : "เทียสเจ้า" โคโน : "เจ้ามีลูกด้วยเหรอ" โคโน เริ่มเห็นใจเทียส ไม่ช้า โคโนใช้หอก ยื่นขวาง แล้วพูดว่า "เดี๋ยวก่อน เรื่องนี้เจ้าเริ่มก่อน" ชายนักล่าคนนั้น หยุด โคโน : "เจ้าไปล่าต่อ ทางนี้ข้าจัดการเอง ขอหอกให้เจ้านี่ด้วย" ชายนักล่า : "ฮืมม..." ชายนักล่ายังคงเจ็บใจที่ไม่ได้เอาคืน "เอาหอกข้ามานี่" ชายนักล่าดึงหอกจากเจ้านิ้วคด ถืออยู่ ด้วยความไม่พอใจ แล้ววิ่งไปจัดการ มากรีนคีเนียต่อ โคโน : "เจ้าชื่ออะไร ข้า โึคโน" ลอท : "ข้าลอท" เทียส : "เทียส" ซิต : "ข้าซิต" เจ้าหัวบาก : "เขาเรียกข้าว่าเจ้าหัวบาก" เจ้านิ้วคด : "ส่วนข้า เจ้านิ้วคด" โคโน : "พวกเจ้าจะไปไหนกัน" ลอท : "ข้าจะไปทางนั้น" ลอท ยกแขนไปทางทิศใต้ มองเห็นภูเขา อยู่ไกล ๆ โคโนมองรูปร่างของลอท แล้ว เป็นชายหนุ่มที่แข็งแรง และเด็ดเดี่ยว จึงคิดอยากให้เป็นพวกด้วย โคโน : "ทางนี้บ้านของข้าเอง เจ้าไม่ไปหน่อยเหรอ" โคโน ก็ยกแขนชี้ ไปทางทิศตะวันออก ลอท : "ไม่ ข้าจะไปทางนั้น" ลอทยืนกรานที่จะไม่ไป โคโน : "ไม่ไปซินะ ไม่เป็นไร แต่..... เจ้าคงอยากไปซะสินะ" โคโน คุยกับลอท อยู่ และหันไปมองเทียสแทน โคโน : "เจ้ามีลูกที่ต้องดูแล แถมยังเดินทางไกล ไม่ไปพักที่บ้านข้าหน่อยเหรอ" โคโน เปลี่ยนแรงจูงใจ หันมาคุยกับเทียสแทน เทียส : "ไปสิ ข้าอยากไป" ลอท : "แต่ข้าไม่ไปนะ เจ้าอยากไปก็ไป ไม่เกี่ยวกับข้า" ลอทยังเคยชินกับการอยู่คนเดียว จึงไม่ค่อยใส่ใจใคร เทียส : "ลอทน่า ไม่ลองไปหน่อยเหรอ" ลอท : "ไม่หละข้ายังมีบางอย่างที่ต้องทำ เจ้าไปเถอะ" เทียสผิดหวังเล็กน้อย และตัดสินใจว่า "งั้นข้าจะไปกับเจ้าลอท เจ้าช่วยชีวิตข้า ยังไงข้าจะตามเจ้าไป" เทียสยังคงสำนึกบุญคุณลอทอยู่ แต่ลอท บอกว่า "ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าสักหน่อย เพียงแต่ ตอนนั้น ข้าไม่ชอบเท่านั้น" ลอทพูดอย่างไม่มีเยื่อใย ลอท : "แล้วเจ้าหละซิต เจ้าจะเอายังไง" ซิต : "ข้าชอบเจ้านะลอท ข้าจะไปกับเจ้า อยู่กับเจ้าข้าเก่งขึ้นเยอะ" การพูดของซิต ทำให้ลอทรู้สึกดีขึ้น แต่ ทำให้เจ้าหัวบากกับ เจ้านิ้วคด เริ่มลังเล เจ้าหัวบาก: "จะดีเหรอซิต อยู่กันหลายคนปลอดภัยดีนะซิต" เจ้านิ้วคด : "อืม..ใช่" ซิด : "เจ้าอยากไป ก็ไปเภอะ ข้าจะไปกับลอท ข้าชอบเดินทาง" เจ้าหัวบากกับเจ้านิ้วคดเริ่มลังเลอีกครั้ง ทั้งสองจึงลงความเห็นว่า "ตกลงข้าไปกับเจ้า ซิต" เจ้าหัวบาก : "ซิต ลอท เราเป็นกลุ่มเดียวกัน" เจ้าหัวบากพูดพร้อมกับ เอามือแตะไหล่ ซิต เทียสรู้สึกผิวหวังอีกครั้ง ที่ไม่ได้ไปหมู่บ้านของโคโน แต่ก็รู้สึกดีใจเล็ก ๆ ว่ากลุ่มนี้ มีความผูกพันกันแล้ว โคโน : "แล้วพวกเจ้านะลำบาก" ลอท : "เรื่องแค่นี้สบายมาก" ลอทพูดด้วยความมั่นใจ ในฝีมือตนเอง ที่เคยอยู่คนเดียวมานานหลายปี ลอทหันไปทางภูเขาที่อยู่ไกล "เอาหละไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม ข้าเดินทางต่อละนะ" ลอท เริ่มเดินทางกันต่อ ทางด้านเจ้าหัวบาก ก็เดินไป หาห่อเสบียงอาหาร ที่วางซ่อนไว้ใต้ต้นไม้ และยกขึ้นบนไหล่ ช่วยด้วย! เสียงตะโกนดับ จากพวกที่ล่าสัตว์ พวกเขา กำลังเผชิญหน้ากับ เดดิกคีวรัส หลังของมันมีกระดอง แข็ง ลักษณะคล้าย ตัวนิ่ม เป็นสัตว์สี่เท้า ขาสั้น และแข็งแรง เคลื่อนไหว ไม่ช้าเท่าใดนัก หลังมันโหนกสูง ศีรษะอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย และคอสั้น ทำให้โจมตีลำบาก หางเรียวยาว แข็งแรงและว่องไว อววุธที่ร้ายกาจของมันคือ ปลายหาง ลักษณะเป็นลูกตุ้ม ซึ่งมีหนามแหลมขนาดใหญ่ รัสมียาว 2 เมตร การตวัดหางของมัน แรงมาก ถึงขั้นทำให้ ต้นไม้ใหญ่แตกกระจาย ในพริบตา แรงชนของมัน พอ ๆ กับ รถบรรทุก จึงยากที่จะต่อกร กับมัน พวกนักล่าหลายคน รวมกลุ่มกัน กลุ่มนี้มี ประมาณ 20 คน บางคนก็ไม่มีอาวุธ ไปสู้กับมัน จากการล่ากับ มากรินคีเนีย ทำให้บางคนหอกหักไป "เอ๊าท์..!โจมตี" ชายคนหนึ่งขว้างหอกใส่หลังอย่างแรงแต่ไม่ระคายเกราะที่แข็งของมันเลย เดดิกคิวรัส อาละวาดหนัก มันหมุนตัว อย่างรวดเร็ว ด้วยขาที่แข็งแรง ไม่เป็นอุปสรรค ต่อการหมุนตัวของมันเลย พวกโฮโมซาเปียน กลุ่มนี้ ได้แต่ คอยล้อมอยู่ห่าง ๆ "แย่ แล้ว มันมาอีกตัว" ชายคนหนึ่งตะโกน เดดิกคิวรัส ตวัดหาง พร้อมหมุนตัว มันเหวี่ยงหางเฉียงสูงขึ้น โจมตี ระดับลำตัวคน โดนแขน ชายนักล่าคนหนึ่ง ขาดกระเด็นออกมา ชิ้นส่วนแขนกระจุย เหมือนหักกิ่งไม้แห้ง "ลอทเจ้าไม่ช่วยหน่อยเหรอ" เทียสหันไปถามลอท ทันที เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่มีทางสู้ได้ ลอทยังคงเดินตามทางที่ตนต้องการ "พวกนั้น มีกันเยอะข้าจะจัดการอะไรได้" ลอทยังคงไม่เห็นแก่กับคนอื่นเช่นเคย "ดี...เจ้าไม่มีน้ำใจเลย" เทียสประชดลอทอีกครั้ง การพูดของเทียสทำให้ลอทหยุดเดิน เทียส : "ครั้งนั้น เจ้ายังช่วยข้าไว้ แล้วครั้งนี้หละ เจ้าจะไม่ช่วยพวกนั้นเลยเหรอ" เทียส : "ข้าหลงนึกว่าเจ้าจะชอบช่วยเหลือคนอื่น" เทียส : "เข้าไม่อยากให้ใครเห็นคนตายต่อหน้าใช่ไหมลอท" เทียส : "เจ้าอย่าหนีสิลอท" ลอทยังคงนิ่งเงียบ คำพูดของเทียส ภาพในหัวของลอทก็ปรากฏ แม่ที่โดนจับตัว "หนีไปซะลอท" "อีากซ์..." เสียงนักล่าหลายคนร้อง เสียท่าให้กับมัน ไปหลายคน ล้มตายคนแล้วคนเล่า ลอทหันกลับมา "เอาหละ ข้าจะสู้" ลอทพึมพำ ลอท มองหาก้อนหินใหญ่ ขนาดครึ่งเมตร ลอทมองไปรอบ ๆ ตัวกวาดตาซ้ายที ขวาที อยู่นาน และแล้ว ลอทก็หาได้ และวิ่งไปยังก้อนหินก้อนนั้น เทียส : "เจ้าจะหนีอีกแล้วเหรอ" เทียสเห็นลอทวิ่งไปอีกทางหนึ่ง เทียสยังไม่เข้าใจว่าลอทกำลังทำอะไร "ซิดช่วยหน่อย" ลอทตะโกนให้ซิตช่วย ลอทวางวางหอกไว้แล้วใช้มือผลักก้อนหินนั้นทันที "เอาหละช่วยหน่อย" ซิต หันไปมองลอทกำลังผลักหิน จึงหันไปบอกเจ้าหัวบากช่วย "อืม.."เจ้าหัวบากพยักหน้ารับ แล้วทั้ง 3 ก็วิ่งไปช่วยลอท ผลักหิน เจ้านิ้วคดอยู่ใกล้ ๆ ก็วิ่งตามมาด้วย โดยที่ยังไม่รู้ว่าลอทจะใช้หินนั้นไปทำอะไร เจ้าหัวบาก : "เอาหละข้าจะขุดดินออกก่อน แล้วค่อยผลักละกัน" หินที่จมเข้าไปในดิน ทำให้พวกเขาต้องออกแรงกันมากขึ้น เจ้าหัวบาก ถึงหญ้า ที่โคนก้อนหินออก และขุด "ไม่ไหวดินแข็ง" ลอท : "เจ้าเอาหอกข้าขุดละกัน" "อืม.." เจ้าหัวบากรับคำ หยิบหอกของลอท ใช้ หินปลายแหลม ขุดดินที่โคนหินออกมา ลอท : "เ๊อ๊าท์ ...ฮึบบบบ.." ลอทรวบรวมกำลัง ให้ทุกคนพร้อมกันออกแรงผลักหิน ไม่ช้า ก็ผลักหินออกมาได้ "ฟู่.."ทุกคน ถอนหายใจ "เอาหละผลักหินไปหามันเลย" ลอทใช้มือผลักหิน ซิต : "ตอนนี้มันอยู่ไกล ให้พวกข้าผลักดีกว่า เดี๋ยวเจ้าจะหมดแรงซะเปล่า" ซิตหันไปพูดกับลอทก่อนแล้วจึงหันไปมอง เจ้าหัวบากและเจ้านิ้วคด เจ้าหัวบาก : "ได้เลย" ทั้งสามคนร่วมแรงร่วมใจผลักหิน ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทั้งสาม หินกลิ้งอย่างเร็ว และลอทวิ่งก็วิ่งตาม พร้อมถือหอกคู่กาย เมื่อพวกเขาผลักหินใกล้ถึงตัวมัน "เอาหละหยุดก่อน" ลอทออกคำสั่ง เพื่อดูจังหวะ เจ้า เดดิคีวรัส ตวัดหาง และหมุนตัว ทำให้ยากต่อการเข้าประชิด ซิดหยุดอยู่ข้างซ้ายของมัน มันยังคงตวัดหางอยู่เรื่อย ๆ ทำให้เข้าไปลำบาก ในขณะเดียวกัน ลอทที่อยู่ข้างหลังหาจังหวะเข้าไป "เอาหละผลักเลย" ลอทบอกให้พวกซิตผลัก เพื่อหารัสมีการตวัดหางของมัน "หยุดก่อน" ซิตหยุดทันที "โอ้..แรงจริง ๆ" ซิต และทุกคนหมอบอยู่หลังก้อนหิน แรงปะทะโดนหินด้านขวาของซิต จากหางอาวุธร้ายของมัน ทำให้หินนั้น ถึงกับ เป็นรอย ร้าว และเปลือกประเทาะออกมา หางที่มันกระแทกโดนหิน ทำให้ หนามแหลมของมันหัก ไปบางส่วน ทำให้มันชะงักลงไป ลอท : "ไปหละ" ลอทที่หลบอยู่หลังซิดอีกที รอจังหวะขณะที่มันดึงหางกลับ กระโดดข้ามหลังซิต เยียบก้อนหินที่ใช้ป้องกัน แล้งส่งตัวกระโดดอีกครั้งหนึ่ง เข้าประชิดตัว ตอนนี้ลอทยืนอยู่ข้างตัว เดดิคิวรัส แล้ว มันหมุนตัวเพื่อป้องกันตัว โดยหันหลังให้ลอท หางลูกตุ้ม ลอยข้ามหัวซิต และก้อนหินไป ลอทตัดสินใจ กระโดดขึ้นไปบนหลังของมันทันที แต่ด้วยหลังที่เรียบแข็งและไร้รอยต่อ ทำให้ลอทเกาะได้ยาก ลอทใช้ตัวโอบหลัง ขยับตัวไปเคลื่นไปที่หัวของมัน มือขวาถือหอกอยู่ จึงใช้มือซ้ายจับขอบกระดองที่ใกล้ ๆ คอ นับว่าเป็นจุด จุดเดียวที่สามารถเกาะได้ เดดิคิวรัสรุ้ตัวว่าลอทเกาะอยู่บนหลัง จึงใช้ขาที่แข็งแรง กระโดด และสะบัด เพื่อให้ลอทหลุดออกไป แต่ลอทยังคงเหนียว กางขาเกาะอยู่ คร่อบหลัง มือซ้ายจับขอบกระดอง มือขวาที่จับหอกเตรียมสังหาร ลอทเล็งไปที่จุดสำคัญนั่นก็คือ ท้ายทอย "เอาหละ" ลอทได้จังหวะ "ฮึบ" ลอท ออกเสียงส่งกำลัง แทงหอกเข้าไปที่ ท้ายทอยของมันทันที เดดิคิวรัส รู้สึกเจ็บปวด สะบัดแรงขึ้น จนลอทหมดแรงเกาะ จึงกระเด็นออกมา แต่ หอกของลอท ยังคงปักอยู่ หอกของลอท ปักเจาะหลอดลม และเลือดไหลออกมา เลือดไหลเข้าสู่หลอดลม ตอนนี้ อากาศที่มันหายใจไม่เพียงพอ มันกำลังขาดใจตาย ส่งผลให้มันเคลื่อนไหวช้าลง ไม่นาน เดดิคิวรัส ล้มลง เสียงหายใจของมัน ค่อย ๆ ช้าลง ลอท ยืนขึ้นมาดูผลงาน เดินเข้าไปหามัน ดึง หอกที่ปักอยู่ ออกมา เลือดของมันพุ่งกระฉุด ไหลมาขึ้น ไม่ช้า มันก็ตาย "ลอท อีกตัวมันมาทางนี้" ซิต ตะโกนบอกลอท เดดิคิวรัส อีกตัว วิ่งมาหา เดดิคิวรัสที่เพิ่งตายไป ลอทหันไปมอง แล้ววิ่งออกจากตัวที่ตายออกไป แรงอาละวาดของมันเริ่มน้อยลง หันมาปกป้อง เดดิคิวรัสที่ตายไป คอยกันไม่ให้คนเข้าใกล้ ตอนนี้เดดิคิวรัส ไม่มีกระจิตกระใจที่จะต่อสู้อีกแล้ว "ไปเถอะซิต" ลอท ตะโกนข้ามฟากบอกซิด "อืม.." ซิตตอบรับ และพวกซิด กับลอท เดินไปหาเทียสที่ยืนมองอยู่ ใต้ต้นไม้เดิม "เดี๋ยวหยุดก่อนลอท" โคโน ตะโกน ให้ลอทหยุด หมู่บ้านที่เป็นสุข "หยุดก่อนลอท เจ้าเก่งมาก ไม่สิ เจ้าไม่เก่งเท่านั้น ยังมีความสามารถรอบตัวอีกด้วย ข้อขอชม พวกข้าบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน ถ้าไม่มีเจ้า พวกข้าต้องตายมากกว่านี้แน่" โคโน กล่าวชื่นชมลอท "เอาเถอะข้า เพียงแต่ ช่วยเท่าที่ช่วยได้เท่านั้น" ลอท ยังคงทำตัวเฉยเหมือนเดิม "ข้าไปต่อละ" "เจ้าจะไปจริงเหรอลอท ขอให้พวกข้าเลี้ยงอาหาร และที่พักให้เจ้า สักครั้งเถอะ เป็นการตอบแทนเจ้าเถอะนะ" โคโน อยากทำความรู้จักกับลอทมากขึ้น เขาเดินเข้าไปหาลอทใกล้ ๆ "พวกเจ้าว่าไง" โคโน หันไปมองพวกพ้อง ที่เห็นฝีมือของลอท "ใช่ๆๆ เห็นด้วย" ทุกคน ต่างยินดีต้อนรับ ลอท "เฮ้ เห็นด้วย เจ้าเก่งมาก" ชายนักล่าคนหนึ่ง ตะโกน ชื่นชมลอท "ว่าไง เจ้าเก่งมากทีเดียว ข้ายอมรับ" ชายนักล่าคนที่ เคยจับเทียส เดินเข้ามาหา "ข้ายอมรับฝีมือเจ้า เจ้าแน่มาก" แล้วเขาก็เดินไปข้างลอท "พวกเจ้าว่าไง" เขาตะโกน มอง ถามพวกพ้อง "เจ้าควรยอมรับนะว่าเจ้ามีความสามารถลอท" ซิต ที่อยู่ท่ามกลาง กลุ่มโฮโมซาเปียนด้วยกัน "ในเมื่อเขาชวนแล้ว ไม่ไปซะหน่อยเหรอ อย่างน้อย เราจะได้พักเอาแรงไว้เดินทางต่อไป ไม่ดีกว่าเหรอ เราไม่เสียหายอะไรหรอก" ซิต โน้มน้าวให้ลอท ไปกับพวกเขา ลอท ยืนคิดสักพัก "อืม..." ลอทมองดูเทียส ที่ยืนอยู่ไกลออกไป "ก็ได้ ข้าจะไปกับพวกเจ้า" "เย้..." ทุกคนต่างแสดงความดีใจ ชู แขนขึ้นท้องฟ้า "เอาน่าลอท เจ้าไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ทำให้วางตัวลำบาก แต่พวกเรา ยินดีต้อนรับ" โคโน หันมาพูดกับลอท และนำมือไปตบไหล่เบา ๆ ริมฝีปากเทียส ยิ้มด้วยความดีไจ แม้ว่า จะไม่ค่อยได้ยินพวกเขา ที่อยู่ใกล เท่าใดนัก แต่ สังเกตจากลักษณะ ท่าทางของพวกเขา แสดงอาการดีใจ กับลอททั้งนั้น "เอาหละกลับบ้าน" โคโน ตะโกน บอกทุกคน "เฮ้.." ทุกคนขานรับ และทุกคน ก็แยกย้าย ไปเก็บซาก มากรินคีเนีย ที่ตาย และไร้ทางสู้ พวกเขาจับ มันขา โดยขาทั้งหน้าทั้งสอง จับมัดรวมกัน ส่วนขาหลังก็จับมันรวมกันเช่นกัน แล้วใช้ไม้คานขนาดพอที่ แบกกลับบ้าน บ้างก็ แล่เนื้อเป็นชิ้นให่ พอที่จะแบกกับบ้านได้ ส่วนพวกที่เสียชีวิตไป ก็นำกลับไปกระกอบพิธี ต่อไป ลอท กับ พวกซิต เดินมาหาเทียส "เอาหละเราจะไปกับพวกนั้น พักที่นั่นสักคืน" พวลอทเตรียมเก็บข้าวของของตัวเอง ลอทเดินไปหยิบ ห่ออาหารของตน ซิต ก็เก็บกระดูก และเขี้ยวของ สไมโลดอน ที่เป็นอาวุธของเขา ส่วน เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคด ก็เป็นคนแบกเสบียงอาหาร ห่อให่ขึ้นหลัง และเทียส มีเพียง ลูกของเธอ และ ลูกหมาป่า ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น เทียสยืนคิดอยู่สักพัก ไม่นานเทียสก็ตัดสินใจ อุ้มลูกหมาป่านั่นไปด้วย "เทียสเจ้าจะเอามันไปด้วยเหรอ" ซิต เห็นเทียสอุ้มลูกหมาป่าตัวนั้น "ก็ข้าบอกแล้วไงว่า ลูกหมาป่าตัวนี้เป็นของข้า" เทียสยังคงยืนยันคำเดิม "เออ สักวัน ถ้ามันโต มันจะกินลูกเจ้าเป็นอาหาร" ซิต เตือนเทียส "เอาเภอะ ถ้ามันกัดลูกข้า เมื่อนั้นข้าจะฆ่ามันเอง" "เจ้าจะทำได้เหรอ มันน่าสงสาร น่าสงสาร" ซิตยังคงประชดเทียส "เอ่อ น่า ถ้าข้าปล่อยมันไป พวกนั้น เห็นเข้าต้องข้าแน่นอน โคโน เขารู้แล้วว่านี่เป็นหมาของข้า เดี๋ยวเขาจะสงสัยเอา" "อืม...ดูแลมันให้ดีละกัน และอย่าไปกัดใครซะหละ" ซิต มองหน้าเจ้าหมาน้อย และเอานิ้วแหย่มัน "แง่งง.." มันยังคงไม่ไว้ใจคนอื่นอีกตามเคย มันอ้าปากจะงับนิ้ว "ฮั่นแน่ จะกันข้าเหรอ" ซิต แย่ลูกหมาป่า ซิตหยอกล้อ ลูกหมา ระหว่างที่รอ พวกนั้น ขนอาหารกลับบ้าน ไม่ช้า "เอาหละ ทุกคนพร้อมแล้ว กลับบ้านกัน" โคโน ตะโกน บอก พวกลอทนั่งรออยู่ที่ ใต้ต้นไม้ "เอาหละพวกนั้น จะกลับละ" ลอท บอกพรรคพวก ยืนขึ้นและเดินไปสมทบ "เอาหละ เดินข้ามเขานี่ก็จะถึงละ" โคโน ยกแขนชูนำทางให้ลอทดู และโฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ก็เดินทางกลับ จากการล่าสัตว์กลุ่มมีมีทั้งหมด 22 คน ตอนนี้เหลือ เพียง 15 คนเท่านั้น รวมพวกลอท 5 คน กับ 1 ตัว ระหว่างเดินทางกลับ "เอ่อ นี่ เจ้าไปเขานั่นทำไม" โคโนถามลอท "แถวนั้น บ้านข้านะ" ลอทตอบ "แล้วทำไม พวกเจ้ามีแค่นี้หละ คนอื่นตายกันหมดเลยหรือไง" โคโนถามต่อ "เปล่า ปกติข้าอยู่คนเดียว บังเอิไปเจอพวกนี้เข้า" ลอท เดินไปตอบไป "เจ้าอยู่คนเดียวมาตลอดเลยเหรอ" โคโนตกใจ "แล้วเจอกันได้ยังไงกัน แถมยังเป็นพวกที่ดีด้วย" โคโน ถามต่อ "เอ่อ...เรื่องมันยาวนะ ข้าบังเอิไปเจอพวกนี้ กำลังจะฆ่าเทียส ข้าก็เลยมาขวางก็แค่นั้น" ลอทตอบสั้น "อ้าว..ทำไมทำอย่างนั้นหละ" โคโน สงสัย หันไปถามซิต ต่อ "เรื่องเก่านะ ตอนนั้น พวกข้า ไม่มีอะไรจะกิน พวกข้าก็เลย ต่อสู้กันเอง ข้าก็เลยตามเลย ไม่งั้น ข้าตายไปแล้ว เฮ้อ อย่าพูดถึงอีกเลยน่า" ซิต ตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจตอบ "ตอนนี้เข้าเปลี่ยนไปแล้วหลังจากเจอลอท" ซิตพูดต่อ "ใข่ๆๆๆ" เจ้านิ้วคด ที่เดินข้างซิต พูดสนับสนุน ตกเย็น พระอาทิตย์คล้อยต่ำลง อากาศเริ่มเย็น พวกเขาเดินขึ้นภูเขา ป่าไม้หนาทึบ "เอาหละ เร่งหน่อย" โคโนผุ้นำกลุ่ม บอกกับทุกคน ไม่นาน พระอาทิตย์ ลับขอยฟ้า แต่พวกเขายังพอเห็นทาง พวกเขาใช้ แสงดวงจันทร์เป็นเครื่องนำทาง การเดินทางนี้กินเวลากว่า 4 ชั่วโมง "เอาหละอีกนิดเดียวเทียส ใกล้ถึงละ" โคโนหันพูดกับเทียส "อืม.."เทียสพยักหน้า ไม่นาน มีเสียงน้ำหลาก พวกเขาเดินตามเส้นทางน้ำหลาก "ระวังหน่อยนะเทียส" โคโนเป็นห่วงเทียส จากความืดและ โขดหินริมตลิง ที่เกิดอันตรายได้ง่าย ส่วนชายกลุ่มนี้ เดินกันเป็นประจำ รู้ทางกันดี "เอีา ส่งมือมาเทียส" โคโน ยืนมือ ให้เทียสปะคอง ข้ามโขนหินให่ ไม่นาน สายน้ำเริ่มไหลเอื่อย "อีกนิดเดียวลอท" ผู้นำ กลุ่ม หันไปพูดกับลอท สายน้ำนี้ เป็นสายน้ำที่แตกแขนงจากไม่น้ำไนล์ น้ำไหลตลอดทั้งปี และไม่มีวันที่จะเหือดแห้ง ถือว่าเป็นไม่น้ำสำคัต่อทุกชีวิตแห่งนี้ ไม่นาน ทุกคน สังเกต เห็นแสงไฟ จากหมู่บ้าน "เฮ้..ถึงแล้ว" ชายที่แบก มากรินคีเนีย พูดด้วยความดีใจ เร่ิงฝีเท้านำ หน้าหัวหน้ากลุ่ม "เฮ้ๆๆ ..เบาหน่อย" คนที่แบกคานเดียวกัน ตามหลัง รีบวิ่งตาม ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย ดีใจเป็นอันมาก หลังจากตรากตรำกับ การล่าสัตว์ รอนแรมอยู่หลายวัน ต่างดีใจกลับบ้านพบลูก เมีย หมู่บ้านนี้ มี คนอาศัย 50 คนด้วยกัน ตั้งเป็นกระโจม และไม้คาน เป็นเสา มีอยู่ด้วย กัน กว่า 30 กระโจม กลางหมู่บ้านเป็นลาน พบปะพูดคุยสังสรรค์ กลางลานมี เถ้าถ่าน ไม้ และก้อนหิน ล้อมเป็นวงกลม มีไม้เสียบสองข้าง เป็นเสาไว้ย่างสัตว์ รอบ ๆ ถัดออกมา เป็นที่ลานที่นั่งล้อมลง ปูด้วย ใบไม้ และพวกลอท และโคโนเดินมาถึง "เฮ้..กลับมาแล้ว" ชายคนหนึ่งตะโกน บอก ส่วนคนที่แบกสัตว์อยู่ ก็แบกไปวางไว้ ใกล้ๆ บริเวณลานกว้าง กลางหมู่บ้าน และแยกย้ายไปที่กระโจมของตน ส่วนคนที่เสียชีวิตไป ก็นำไปวางไว้ต่างหากข้างหมู่บ้าน ครอบครัวที่เสียชีวิตไป ต่างเสียใจ ส่วนคนที่กลับบ้านอย่างปลอดภัย ต่างดีใจ เป็นอันมาก "เอาหละพวกเจ้ารอนี่ก่อน นั่งนี่ก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้ามา" โคโน ให้พวกลอทรอ พวกลอทยังทำตัวไม่ถูก เดินไปนั่งพื้นที่ใช้ใบไม้ปู กับพื้นและวางของไว้ข้างตัว "ดูอบอุ่นดีนะ ลอท" ซิต มองไปรอบ ๆ แต่สายตาเด็ก และผู้หิงในบ้านมองดูพวกลอทแบบแปลก ๆ ไม่คุ้นตา "ข้ามาแล้ว" เสียงโคโน ดังอยู่หลังลอท ลอทหันไปมอง "นี่ เมียข้า ไคน่ากับ ไคยาน่า" โคโน แนะนำภรรยา 2 คน ด้วยความเป็นเจ้าบ้านที่ดี ลอทนั่งหันหลังไปมอง "สวัสดี ลอท" ไคน่ากับ ไคยาน่า กล่าวต้อนรับพร้อมกัน "ลอทใช่ไหม โคโน พูดเรื่องเจ้าให้ข้าฟังแล้ว" "ข้าเทียส" เทียสยืนขึ้น ทักทายแสดงความสัมพันธ์อันดี ตอบทันที "อืม" ลอท ตอบรับ ยังคงทำตัวไม่ถูก "ข้าซิต" ซิต หันหลังไปมอง ตอบรับ "เจ้านี่ เจ้าหัวบาก และเจ้านิ้วคด" ซิต แนะนำทั้งสองให้รู้จักทันที เจ้าหัวบากยกมือรับ ก่อน ถัดมาก็เจ้านิ้วคดยกขึ้นตาม โดยไม่พูดอะไร ไม่นาน ชายคนหนึ่ง นำไม้ หลายท่อน กิ่งไม้แห้ง และ ใบไม้ มาวางที่กลางลานบ้าน เขาเกาะหิน เหล้กไฟ จุดประกาย ไฟขึ้นมา ไม่นานไฟก็พวยพุ่ง อยู่ตรงหน้าลอท ตอน เทียสแยกทาง ชายอีกคนหนึ่ง นั่งแล่เนื้อมากรินคีเนีย เตรียมที่จะย่างไฟ บ้างก็นำอาหารผัก ผลไม้ มาวางบริเวณลานกว้าง งานเลี้ยงนี้ จัดทำเป็นประจำ ที่ผู้ชายในบ้านกลับจากการล่าสัตว์ แต่ละคนรู้หน้าที่กันดี ผู้หญิงมัก ประกอบอาหารเกี่ยวกับ ผัก ผลไม้ ส่วนผู้ชาย จะทำการแล่เนื้อ หญิงคนหนึ่ง นำผัก ผลไม้ มาล้างน้ำ ทางด้านหลังของหมู่บ้านที่มีแม่น้ำไหลผ่าน แต่ละคนมีหน้าที่ของตน ไม่นานอาหารก็พร้อม วางอยู่ตรงหน้าพวกลอท และทุกคนในหมู่บ้านก็พร้อมกันกินอาหารร่วมกัน โคโน ผู้เชิญลอท มานั่งข้างลอท ยืนขึ้นประกาศให้ทุกคนฟัง "คืนนี้ เรามีคนจากที่อื่นเข้ามา ข้าเป็นคนพาเขามาเอง ขอแนะนำ ลอท" โคโน หันไปมอง "ต่อมา ซิต เจ้าหัวบาก เจ้านิ้วคด และเทียส" "พวกเขานี้ได้ช่วยชีวิตพวกเรา จากการล่าสัตว์ที่พวกเราไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอ มันมีผิวหนังที่แข็ง และตัวใหญ่ จนพวกเราตายไปหลายคน แล้วลอทก็เข้ามาช่วย ฆ่ามันได้ ข้าจึงพาพวกลอทมายังหมู่บ้านเรา เพื่อเลี้ยงอาหาร เป็นการตอบแทน" เด็ก ๆ และผู้หญิง มองหน้าพวกลอท ด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น ทางด้านเทียส ต่างคุยกับ ไคน่า ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่าง ถูกคอตามประสาผู้หญิงด้วยกัน "เจ้าไม่แนะนำตัวซะหน่อยเหรอ" โคโน หันไปพูดกับลอท เพื่อให้ทุกคนรู้จักลอทดีขึ้น "อืม..ข้าลอท เดินทางผ่านมาเท่านั้น ก็เลยเข้าไปช่วย" "เดี๋ยวก่อนให้ข้าจัดการ" ซิตที่อยู่ข้าง สะกิดลอท "ให้ข้าพูดเอง" ซิตพูดกับลอทเบา ๆ "ข้าซิต เป็นเพื่อนลอท พวกเราเดินทางกันมาไกล เดินทีลอท อยู่ด้วยตัวคนเดียวตลอด เขาหาอาหารทุกอย่างด้วยตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้พบกับข้า ร่วมต่สู้กับ เจ้าเขี้ยวยาว และเราก็เริ่มตู่อ สู้กับเจ้าเขี้ยวยาวตัวนั้น" ซิต ตัดตอน เรื่องไม่ดีของตนออก ทำให้ เจ้าหัวบาก หันมาด้วยความสงสัย ซิต นำเขี้ยวของมันออกมา ให้ทุกคนดู "มันน่ากลัวมาก จนข้ากับลอท ไม่รู้จะทำยังไงดี ข้าจึงปาก้อนหินที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่ช้า ลอท ก็กระโดด ใช้หอก แทงที่ท้องมัน ตายทันที ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า" ซิต เริ่มคุยโว "นี่ยังไม่จบ นะ ตอนที่พวกข้า เจอเจ้ายักษ์ มันมี เขี้ยวที่ยาวมาก จมูกยาว วิ่งเข้ามายังกลุ่มของเรา แย่แล้วมันมาแล้ว แต่พวกเรากระโดดหลบได้ ไม่นานพวกเขาเข้าไกลมัน ข้าก็เกาะมันไต่หลังขึ้นมา จนมันสะบัด อย่างแรง ทำให้ข้าเกือบตก แต่ข้าก็เกาะได้ มือของข้ายังเกาะแน่น จนมันเริ่มหมดแรง ไม่นาน ลอท ก็ขว้างหอกมา ซิตรับไป ข้ารับหอกไว้ได้ และแทงที่หลังมัน จนมันร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ความเจ็บของมันทำให้ มันดิ้นแรงขึ้น จนข้ากระเด็น หอกที่ปักหลุดตก และมันก็หนีไป" "ฮู๊...." เสียง พึมพำจากคนรอบข้าง เหมือนจะเชื่อสนิท "เจ้าทำอย่างนี้จะดีหรือ" เจ้าหัวบากหันไปกระซิบซิต ที่คุยโว "เออน่า" ลอทที่นั่งฟังอยู่ ก็ยิ้ม หัวเราะอยู่ลึก ๆ ลอทจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น" การคุยโวของซิต ทำให้พวกเขา คุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนเทียส ไม่สนใจคนรอบข้าง เท่าใดนัก เขายังคงคุยกับ ไคน่าอย่างถูกคอ พวกเขาคุยกันไป กินกันไป จนเริ่มอิ่ม บ้างก็แยกย้ายกันกับกระโจมของตน "เจ้านอนที่บ้านข้าดีไหม" โคโน พูดกับลอท "อืม..ข้านอนที่ไหนได้ทั้งนั้น" ลอท ตอบรับ ไคน่า : "เจ้าด้วยนะเทียส นอนที่กระโจมของข้า" ไคน่า : "ลอทเป็นสามีเจ้าหรือ" ไคน่าสงสัย "เฮ๊ย..ๆๆ เปล่า ไม่ใช่ นะ ลอท ..." เทียสตกใจ พูดปัด ลอทได้ยินก็นิ่งเงียบ "แล้วพวกเจ้าจะนอนไหน" ข้านอนตรงนี้แหละ ที่นี่ก็นุ่มสบายแล้ว มีไฟอยู่ข้าง ๆ อุ่นดี ไคน่า : "แล้ว พรุ่งนี้ เจ้าจะไปจากที่นี่จริง ๆ เหรอ" ไคน่า เริ่มสนิทเทียสมากขึ้น รู้สึกเสียใจ ลอท : "เทียสเจ้าอยู่ที่นี่เภอะ เจ้ามีลูกอยู่ การเดินทางของข้ามันอันตราย เจ้าไม่เหมาะที่จะเดินทางหรอก" ไคน่า : "อืม..ใช่" เทียส : "แต่ว่า......" ซิต : "เทียสเจ้าอยู่นี่นะดีแล้ว" "ฮ้าว...ข้าง่วงละ ไปนอนดีกว่า ไคยาน่า จัดที่นอนไว้ให้เจ้า ง่วงเมื่อไหร่ก็เข้ามาละกัน ข้าไปละ" โคโน กล่าวอำลา แล้วลุกขึ้นเดินกลับกระโจม เข้านอน ลอทยังคงนั่งเล่น มองไปรอบ ๆ อยู่คนเดียว "เจ้าไม่ง่วงเหรอลอท" ซิต นอนอยู่ข้าง ๆ เห็นลอทนั่งอยุ่ "อืม..ข้ายังไม่ง่วง" ไม่นาน ไคน่า เริ่มง่วง ก็ชวน เทียสเข้าพาไปที่กระโจมของตน เป็นอีกกระโจมหนึ่ง ซึ่งแยกจากกระโจมของโคโน แม้จะเป็นภรรยา ของโคโน แต่ก็นอนคนละกระโจม สักพัก บรรยากาศเงียบสงัด ลมเย็นพัดผ่าน ทุกคนเข้านอน ความมืดครอบงำ ทุกกระโจม เหลือแต่ ไฟกลางหมู่บ้าน ยังคงให้ความอบอุ่น แก่พวกซิต กลางดึก ด้วยความเงียบสงัด ทำให้ลอทง่วง และเดินเข้าไปยังกระโจมของโคโน ลอทมองหาผ้าขนสัตว์ ลอทเหลือบไปเห็นที่ปูไว้ จึงล้มลงนอนหลับทันที "อืม..." เทียสลุกขึ้นจากที่นอน เทียสนอนไม่หลับ เทียสลังเล จะเดินทางกับลอท หรือว่าจะอยู่ที่นี่ดีไหม เทียสหับไปมองลูก ที่นอนข้างตน และหันไปมอง ลูกหมาป่า ที่นอนอยู่ ปลายเท้า เทียส จึงลุกจากที่นอน เทียสเปิดผ้าคลุมกระโจม แสงจากดวงจันทร์ ส่ิองเข้ามา กระทบ ลูกหมาป่า เทียสเดินออกมานอกกระโจม มองพวกซิต นอนอยู่ข้างกองไฟ พวกเขานอนอย่างมีความสุข "เฮ้อ.." เทียสถอนหายใจ เทียสนึกถึงเรื่องที่พวกเราผ่านมา ภาพเทียส หลังพิงต้นไม้ "หยุดก่อนพวกแก" เสียงลอท ออกจากที่ซ่อน เทียนนึกถึง หนีเจ้าสเตโกดอน เกาะต้นไม้ "อย่ายอมแพ้ลอท" และที่พักระหว่างทาง "อืม งั้นข้าตั้งชื่อให้ลูกเจ้าชื่อ โกโดลอทละกัน" เทียสเดินไป นึกถึงเรื่องอดีตไป ด้วยความเศร้า "เทียสเจ้าอยู่ที่นี่แหละดีแล้ว" "อืม..ใช่ เรายังมีลูกที่ต้องดูแล ทำให้ลอทเป็นห่วงซะเปล่า" "ข้าจะอยู่ที่นี่" "แต่ข้าต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว" เทียสตัดสินใจอยู่ที่นี่ เทียสหันกลับกระโจม เปิดผ้า คลุมที่ปิดไว้เป็นทางเข้า แสงดวงจันทร์ ส่อง กระทบลูกหมาป่า เทียสหันไปปิดผ้าคลุม เทียสมองหาข้าวของตัวเอง แต่ไม่มีอะไรติดตัวเลย เทียสเหลือบไปเห็น สิ่งของเครื่องใช้ ของไคน่า ในความมืดจึงมองเห็นเป็นเพียงเงาเท่านั้น เทียสนั่งมองสิ่งของเครื่องใช้ของ ไคน่าสักพัก ไม่ช้า เทียสลุกขึ้น ปลุก ไคน่า "ไคน่า..ไคน่า..ไคน่า..ช่วยข้าหน่อย" เทียสเขย่า ตัวไคน่า ไคน่าทีหลับอย่างสบายใจ รู้สึกตัว "อะไรเหรอเทียส" ไคน่าพูดยืด ที่ยังง่วงอยู่ "ข้าของยืมของเจ้าหน่อยนะไคน่า" "อืม..ได้" ไคน่าตอบรับ ขณะที่ตาของไคน่ายังหลับอยู่ เทียสเข้าไปค้นสิ่งของเครื่องใช้ เป็นหินสี กลม ๆ รี ๆ แบน ปะปนกัน เชือก จากเยื่อไม้ เส้นเอ็นสัตว์ และ กระดูกที่ ถูกขัดเป็นวงกลม บ้าง รีบ้าง และเป็นชิ้น ๆ ปะปนกัน แต่ด้วยความมืดเทียสจึงยกออกไปข้างนอก ที่ยังมีแสงจันทร์ และแสงจาก ไฟที่กลางลานบ้าน "๊กีอก..แก๊ก ๆ " เสียงเทีนสค้นเครื่องประดับของ ไคน่า ไม่นาน ไคน่าได้ยินเสียง "เอ๊ะ..เทียสทำอะไร" ไคน่า พึมพำ ได้ยินเสียงเทียส ค้นของ จึงลุกขึ้นมาดู ไคน่า : "เจ้าทำอะไรหรือ" เทียส : "อ้อ..ข้าขอโทษ ข้าทำให้เจ้าตื่น ข้าตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ แต่ ก่อนจะจากลอท ข้าจะทำอะไรบางอย่างให้ลอทนะ" ไคน่า : "อืม..ดีจังเลยเทียส เห็นด้วย ข้าจะช่วยนะ" เทียส : "เจ้าไปนอนเถอะ ข้าอยากทำเอง" ไคน่า : "อืม..งั้นข้าไปนอนต่อละ" วันรุ่งขึ้น ลอท ซิต เจ้าหัวบาก เจ้านิ้วคด ยืนเรียงหน้าหมู่บ้าน ตรงกันข้ามเป็นชาวบ้านทั้งหมด พร้อมเทียสยืนข้าง ไคน่า "ข้าไปหละนะ" ลอทกล่าวคำอำลา "เทียสเจ้าอยู่ที่นี่ใช่ไหม กีแล้วหละ" ลอท หันไปมองเทียส ในใจแม้จะเสียใจเล็กน้อย แต่ ลอทก็ทำใจไว้ก่อนแล้ว "ข้าไปหละนะ" "เดี๋ยวก่อนลอท" ข้ามีของจะให้ ลอทหันกลับมา เทียสเดินเอื้อมมือ ยกสายสร้อยคล้องคอ ลอท เป็นสร้อยหิน สีเขียว เจาะรูตรงกลาง สองข้าง เป็นกระดูกสัตว์ แท่งวงกลม สอดเชื่อกตรงกลาง ขนาดเท่ากัน ทั้งสองข้าง ลอท ก้มมองสร้อยนั้น "อืมข้าจะเก็บไว้" "เดี๋ยวแล้วข้าและ" ซิต ถามเทียส "ของเจ้าไม่มี" "อะไรวะ" ซิดประชดเสียดายเล็กน้อย แต่ ไม่คิดอะไรมาก "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า" ไคน่า : "เทียสทำทั้งคืนเลยนะ" ไคน่าพูดเสริม "อืมดีแล้วหละ เจ้ามาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ พวกเรายินดีต้อนรับ พวกเจ้า" โคโน กล่าวคำอำลา "เจ้าเดินตามแม่น้ำสายน้ำ ไปเรื่อย ๆ มันจะไปโผล่ เขาอีกด้านหนึ่งที่เจ้าต้องการจะไปทันที" "อ้อ แล้ว มีอะไรให้ช่วยบอกพวกเราได้" โคโน พูดต่อ "อืม.."ลอทตอบรับ ลอทหันหลังกลับ แล้วจึงเดินออกไป เทียสและคนในหมู่บ้านมองพวกลอท เดินเข้าไปในป่า จนลับตา Macrauchenia มา-กรีว-คีเนีย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กินพืช สูง 1.8 เมตร เมื่อ 7ล้านปี - 20,000 ปีก่อน ---------------------------------------------------- Doedicurus เดดิกีวรัส กระดองหลังแข็ง เหมือนตัวนิ่ม ยังไงยังงั้น แต่ใหญ่กว่ามาก ส่วนหางเป็นลูกตุ้มหนามอันทรงพลัง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากหัวถึง หาง ยาว 4 เมตร สูง 1.5 เมตร --------------------------------------------------- ณ ถ้ำ นีโอ ทางตะวันออกของ สเปน ที่ราบลุ่มเชิงเขา ตกเย็นมุตถึงบ้านซะที ทั้งถ้ำ นี้ ขนาดค้อนข้างใหญ่ ภายในถ้ำ มีหลุมลึก แต่ปากหลุมแคบเล็ก เป็นสถานที่ทิ้งเศษกระดูก ด้านนอกภ้ำ มีกระโจม ของชาวบ้านตั้งอยู่ กระจัดกระจาย อยู่หน้าถ้ำ มุต และเพื่อน ๆ เดินทางกลับ ถึงบ้าน มุต สังเกตเห็น โทค เพื่อนบ้านร่างให่ นั่งล้อมวงกับเพื่อน ๆ อีก 2 คน คุยกันอย่างสนุกสนาน อยู่ข้าง กองไฟ มุตเดินเข้าไปใกล้ เงา มุตเริ่มสว่างขึ้น จากแสงไฟ จน โทคสังเกตุเห็น "อ้าว มุต นั่นเองนึกว่าใคร โธ่ มาซะมึดเชียว" "อือ...ข้าเดินทางซะเหนื่อยขอพักหน่อยละกัน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน" มุตเดินทาง พวกโทค ทำให้โทค เห็นบาดแผลที่หลัง "เฮ้..มุต แกมีแผลที่หลังด้วยเหรอวะ ไปเสียท่าตัวอะไรมา" "นั่นไง" มุต ชี้้ไปข้างหลัง เป็นเพื่อน ๆ แบกมา เป็น หมี ขนาดใหญ่ ที่กินไปบางส่วน หนังมี ยังคงเห็นไปชัด โทคสังเกตุ เห็น หัวหมี "เฮ้ยนั่นแก ฟัดกับหมีมาเหรอวะ" โทค พูดต่อ "ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..ข้าอยากเจอมันซะจริง ๆ ข้าจะหักขอมันด้วยมือข้าเองเลย" โทค ร่างยักษ์ ยกยอตัวเอง เขาเป็นชายร่างยักษ์ สูง 2.2 เมตร พละกำลัง มากกว่านีแอนเดอร์ทัลทั่วไป เขาชอบปล้ำกับหมี เขาฆ่าหมี มานักต่อนักแล้ว เขาภูมิใจ ในพละกำลังของเขา ราวกับพระเจ้าให้พรสวรรค์นั่นมา "นี่ดูสิ ข้าได้อะไรมา" "อยู่โน่นไง" สัตว์ที่พวกโทค ล่าได้ เป็น แมมมอท 3 ตัว ขนาดให่ ขนยาว ถูกแล่เนื้อเรียบร้อย วางอยู่ หัว แมมมอททั้ง3 เหลือแต่กะโหลก งายาว หนังถูกแล่เอามาทำเป็นกระโจมเรียบร้อย ส่วนเนื้อยังคงไม่ถูกแล่ออก เป็นก้อนเนื้อชิ้นให่ งาช้างที่ยาว กว่า 2 เมตร สามารถนำมาทำเป็นกระโจมได้ดี พวกจะสร้างกระโจม ด้วยช้าง หลายตัวแล้วแต่ขนาด หนังแมมมอท ทำเป็นผ้าคลุม ให้ความอบอุ่น กระโจมเป็นอย่างดี พวกโทค ออกล่าสัตว์ไปพร้อมกับพวกลอท แต่ ไปคนละทางกัน "เอ่อ..แกเก่ง ข้าไปนอนหละ เหนื่อย.." มุต เดินไปหากระโจมของตน เป็นกระโจมหลังเล็ก มุตอยู่เพียงคนเดียว เท่านั้น ส่วนพวกพ้องก็แยกย้ายกลับไปยังกระโจมของตน "นี่คนลดลงนี่หว่า" โทคสังเกตเห็นคนบาดเจ็บ "เออ ถูกเจ้านั่นตะปบ ถูกลากไปกินอีก ซวยจริง ๆ เลย" "เดี๋ยวก่อนซิ มุต" โทค บอกให้มุตหยุด "ตอนข้าจะกลับ ข้าเห็นเนินเขาใหม่ ข้าอยากให้เจ้าไปด้วย" ระหว่างที่มุตเปิดผ้าคลุมกระโจม ก็หยุด และหันมาพูดกับ โทค "อืม..ก็ได้ ข้าก็อยากลองหาที่ล่าใหม่ดูเหมือนกัน" มุต หันกลับเข้ากระโจม ทันที สองวันต่อมา หลังจาก มุต พักอยู่ที่บ้าน เก็บแรงพักผ่อน ภายในหมู่บ้าน มีอาหารเพียงพอที่จะอยู่ได้หลายวัน ซากแมมมอท ขนาดใหญ่ ตัวเดียวเลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้าน พวกโทค และมุต ยังคงอยู่ในหมู่บ้าน คุยกันอย่างสนุกสนาน "นี่ โทค ตอนออกไปล่าสัตว์ เจ้าไปทางไหนกัน" มุต ถาม โทค ขณะเดียวกัน โทค ใช้พละกำลังอันมหาศาล จับงา ที่ติดกับ กะโหลก ยกกะโหลกแมมมอท ด้วยมือเพียงข้างเดียว สองกะโหลก เป็นการฝึกฝนความแข็งแกร่งของตน โทค ยังคงยกกะโหลกแมมมอท ด้วยมือเพียงข้างเดียว ยกขึ้นยกลง อยู่หลายครั้ง ร่างที่ีชุ่มไปด้วยเหงื่อ กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของเขา บ่งบอกถึง พลังอันเต็มเปี่ยมพร้อมจะออกล่าได้ทุกเมื่อ "เอ่อน่า....ข้าจะพาเจ้าไปเอง รับรองสนุกแน่ ๆ เตรียมตัวได้เลย พรุ่งนี้เช้า เราจะไปกัน" "โทคกันหลับมาคุยกับมุต มือของเขายังคงยก กะโหลกอยู่อย่างนั้น มุต : "เอ่อ หวังว่าคงมีสัตว์ให้เราล่าเยอะ ๆ นะ" โทค : "อันนี้ข้าไม่รู้นะ แต่ มีต้นไม้เยอะมาก ต้องมีแน่นอน" มุต : "เอ่อ..งั้นข้าไปบอกพวกข้าละกัน" มุต เดินแยกทาง โทค ไปบอกเพื่อน ๆ ให้เตรียมตัวออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า เช้าวันต่อมา "เอาหละทุกคนพร้อมแล้วไปกันได้" คราวนี้ พวกมุต กับโทค ออกล่าพร้อมกัน กลุ่มนีแอนเดอร์ทัล อันแข็งแกร่ง กว่า 35 คน เดินทางไปทาง ตะวันตกเฉียงเหนือ ขึ้นสู่ เทือกเขา พิเรนิส คนละทาง กับพวกลอทล่ามา พวกเขาเดินทาง กว่า 2 วัน ผ่านป่าไม้ใหญ่ ทุ่งหญ้า เนินเขาหลายลูก ตอนกลางคืน อากาศเย็น น้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง ส่วนตอนกลางวัน น้ำแข็งจะละลาย เป้นน้ำไหลลงแม่น้ำเป็นทางยาว พวกเขาข้าม น้ำตก จากการละลายของน้ำแข็ง หน้าผา โขดหิน และพวกเขายังมุ่งหน้าสู่ที่หมายใหม่ต่อไป "นั่นไง ใกล้จะถึงแล้ว" โทค ผู้นำทาง ชี้ทางข้างหน้า "ข้ามเขานั่นไป ก็จะเห็น แล้ว และคืนนี้ เราจะพักที่นั่นกัน" กลางดึก พวกมุต นำเสบียงอาหารที่หามา ออกมากิน "โฮ๊ววววว....." มีเสียงจาก เนินเขา เป้าหมายของพวกนีแอนเดอร์ทัล ทำให้ทุกคนหันไปมอง "นั่นเสียงอะไร ไม่เคยได้ยินเลย" มุต พูดกับโทค "เอ่อ นี่แหละ มีอะไรสนุกให้ทำ" "พวกเราจะไปที่นั่นกันเหรอ" นีแอนเดอร์ทัล คนหนึ่ง ถาม ตกใจ กับเสียงร้องนั้น "แน่ละ ข้าจะไปฆ่ามันเอง" โทค ผู้แข็งแกร่ง มั่นใจ ในพละกำลังของตนเอง กำลังท้าทายกับสิ่งที่ยังมองไม่เห็นนี้ "นี่ดูนี่ซะก่อน ข้าจะจัดการด้วยไอ้นี่" โทค ชู ขวานหิน ที่หนักและมหึมา กวัดแกว่งอย่างอิสระ ราวกับกิ่งไม้เล็ก "แล้วก็นี่ " อีกมือหนึ่งของโทค ถือ ค้อนไม้ ท่อนใหญ่ และหนัก ทำให้กะโหลก แตกได้ในคราวเดียว "เอาเถอะ นอนเอาแรงก่อนดีกว่า" มุต ที่นั่งอยู่ เอนตัวลงนอน พักเอาแรง เสียงร้องนั้นยังคงก้องกังวาน ไปทั่ว ภูเขา สักพัก ไม่นานก็สงบลง รุ่งเช้า ไม่นานพวกเขาก็ไปถึง พวกเขาเดินอย่างระมันระวัง ป่าไม้ มีกิ่งไม้ซะเป็นส่วนให่ จากความหนาวเย็น และหิมะปกคลุมทั่ว เนินเขา ต้นสนให่ มีอยู่เต็มป่า และขาวโพลนไปด้วย หิมะ กลุ่มนีแอนเดอร์ทัล เดินด้วยความระมันระวัง เนื่องจากพวกเขาเคยมาเป็นครั้งแรก ด้วยความเงียบ ของป่า ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะขยับตัวด้วยซ้ำไป ซวบ ซวบ เสียงย้ำ บนหิมะหนา จมลงกว่า ครึ่งเข่า ยังคงดังตลอดทาง "เดี๋ยวหยุดก่อน" มุต สังเกต เห็นบางอย่างขยับ อยู่ด้านหน้า จากสีขาวของหิมะ และต้นสน อยู่เต็มไปหมด ทำให้ง่ายต่อการหลบซ่อน มุตตั้งใจฟังเสียง จากสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า อยู่เป็นพัก ๆ "ไม่เห็นมีอะไรเลยไปต่อ" โทค หยุดฟังเสียง แต่ไม่ได้ยิน และพวกเขาก็เดินทางต่อ ไม่นาน "เดี๋ยวนี่รอยอะไร" เป็นรอยเท้ายักษ์ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน มุต หันไปมอง รอยเท้านั้น ย่อตัวดูให้ละเอียด "โทค มันใหญ่กว่าเจ้าอีกนะ" มุต หันไปมองเท้าโทค ทันที "เอ่อ มันให่กว่าข้านิดเดียวเอง" โทค ไม่ใส่ใจ เรื่องรอยเท้านั้น "ไปต่อ น่าสนุกแฮะ ข้าอยากรู้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่" "งั้น เจ้าไปตามไปไหมโทค" มุต ยืนขึ้น พูดกับโทค "แน่นอนข้าจะเจ้าล่านี่แหละ" โทค ท้าทาย ต่อรอยเท้าที่ใหญ่กว่าตน และพวกเขาก็ตามรอยเท้ายักษ์นั้นไปเรื่อย ๆ ไม่นานพวกเขาก็ตามทัน "เดี๋ยว รอยเท้านี้ มันกระจัดกระจาย" มุต ตามรอยเท้านั้นมา เป็นรอยเท้า เดินอย่างไม่มีทิศทาง มาจากทุกทิศ เหมือนมารวมกลุ่มกัน "เฮีย รู้สึกว่าพวกนั้นจะรู้ตัว ว่าพวกเราตามมาแน่ ๆ เลย" มุต อาศัยประสบการณ์ล่าสัตว์ มานาน "เดี๋ยว มันไม่เก่งอย่างนั้นหรอกน่า" โทค ชะล่าใจ ตุบ! เสียงหิมะตก จากต้นสน ทำให้ กลุ่มนีแอนเดอร์ทัล เริ่มหวาดระแวง กับสิ่ง คาดว่า อาจมีตัวอะไรซุ่มโจมตีมันอยู่ ซวบ! เสียงเดินย้ำหิมะ อยู่ห่างออกไป มุต และทุกคน เตรียมอาวุธ รับมือทันที "โอีววว" เสียงร้องอันดุดัน กังวาน และมีพลัง ดูน่ากลัว เหมือนกับเมื่อคืนดังขึ้น เป็นเสียงของ ไจแกนโทพิธิคัส เอพ ยักษ์ที่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน บนภูเขา อันหนาวเหน็บ ขนยาวปกคลุมร่างกาย สูง กว่า 3 เมตร หนัก 300-500 กิโลกรัม เดินผ่านสน อยู่ ไกล ๆ พวกมุต จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง จากขนสีขาวของมัน กลมกลืนกับหิมะ พวกเขาตกในล้อมของมันแล้ว เสียงย้ำหิมะ อยู่รอบตัวพวกเขา ทำให้พวกเขาระส่ำ ระส่าย ไม่กล้าวขยับตัว แม้จะหายใจด้วยซ้ำ หัวใจ มุต เต้นแรง มองไปรอบไม่รู้ว่ามันจะมาทางใด "จะเอายังไงดี" มุต พึมพำ ในใจ ตอน ผจญบิ๊กฟุต (ไจแกนโทพิธิคัส) กลุ่มนีแอนเดอร์ทัล เกาะกลุ่มกัน ต่าง ๆ คนต่างมองไปรอบ ๆ โดยไม่เห็นตัวมัน แต่ใช้หูฟังเสียงจาก การเดินของมัน แทน "อ๊ากกก..!" ชานหนึ่งในกลุ่ม โดน ไม้แหลม ปัก เข้าที่ไหล่ มันพุ่งมาจากพุ่มไม้หนา "ฮือ..." มุต หันไปมอง "เป็นไร" "ข้าไม่เป็นไร อืม..แค่โดนถาก ๆ ไม้มันไม่แหลมเท่าไหร่" ชายคนที่โดนโจมตี พูดกับมุต "หน๊อย...มันใช้อาวุธได้ด้วยหรือนี่" มุต พึมพำ "เฮ้..ออกมาสิโว๊ย" โทค ตะโกนท้า พวกที่ซุ่มโจมตี เขาคิดว่าเป็น พวกเดียวกัน ตุบ ! เสียงหิมะตก จากเสียงไม้ที่สั่นไหว ด้านหลังของ โทค เอพยักษ์ ก็ปรากฏตัว มันสูงเกือบ 3 เมตร ขนยาว ปกคลุมทั่วร่าง ร่างอันมหึมาของมัน สายตาอันดุดันของมัน ทำให้พวกนีแอนเดอร์ทัล บางคนถึงกับ ไม่กล้าขยับตัว "ที่มันตัวอะไรเนียะ" โทค บ่นพึมพำ "แต่ข้าไม่กลัวเจ้าหรอก" โทครวบรวมสติ พร้อมต่อสู้ เอพยักษ์ตัวนั้น "ย๊าก...." โทคตัดสินใจ วิ่งเขาหา เงื้อขวานหิน เพื่อจัดการกับมันทันที ขวานของโทค เล็งไปที่ ลำตัวของมัน แต่ด้วยขาที่ยาวของเอพยักษ์ มันถอยหนึ่งก้าว ฟิว ! ขวานของโทค ผ่านอากาศ โทคฟันไม่โดน ด้วยระยะที่ยาวกว่า ทำให้ มันถอยห่างออกไป ทันใดนั้นเอง โทคเสียหลักจากการฟัน ขวานที่พลาดเป้า ความช้าของโทค ทำให้ดึงแขนกลับไม่ทัน ไม่ช้า ด้วยพละกำลัง และความสูงของมัน เอื้อมจับแขนโทคที่ถือขวานเอาไว้ "อืบ.." โทคพยายามสะบัดแขนที่มันจับอยู่ แต่ไม่เป็นผล ความแข็งแรงของโทค ไม่เป็นผลในการสู้กับมันเลย ฟริว ! หอกเล่มหนึ่ง พุ่งอย่างแรง เข้าที่ท้อง ของเอพยักษ์ "โอีววว.." มันร้องออกมาดังมาก มันงอตัวเล็กน้อย แล้วยืดตัวขึ้น หอกที่พุ่งอย่างแรง ก็ตกลงบนพื้นหิมะ ทันที "นะ..นั่น..มัน ไม่เป็นอะไรเลย" ร่างกายที่แข็งแกร่งของมัน รับหอกของมุต ได้ เป็นเพียงบาดแผล ตื้น ๆ เท่านั้น มือของมันยังคงจับแขนโทคอยู่ จากร่างที่สูงใหญ่ ของมัน ทำเอา โทค ดูตัวเล็กไปถนัดตา ราวกัน มันสู้กับเด็กก็ไม่ปาน "เอาหละทุกคนล้อมมันไว้" มุต สั่งการ ล้อมเจ้าเอพยักษ์ ทันปลายหอกที่ยาว ไปหามัน แต่มันจับโทคเอาไว้ จึงไม่มีใครกล้าโจมตี "ฮึบ.."โทค พยายามดิ้นให้หลุด โทค ตัดสินใจ หันหลัง เข้าหามัน ขยับตัวเข้าใกล้ ใช้ไม้ ท่อนใหญ่ อาวุธอีกชิ้นหนึ่ง เหวี่ยงไปที่ท้อง ตรงบาดแผลที่ท้อง ที่มุต ขว้างหอกใส่ คราวนี้ มันเริ่มเจ็บ ปวดจากบาดแผล "นี่สิวะ" โทค ยืนหันหลังฟาดเข้าที่ท้อง อยู่หลายครั้ง แต่มือที่จับแขนโทคยังไม่หลุด มันให้มือ ขวา ชกท้องโทคทันที ตุบ ! "หลบเร็วโทค" มุต ตะโกน บอกโทคทันที ที่มันเงื่อมือจัดการโทค ด้วยน้ำหนักแขนที่มากทำให้ขยับช้า ทำให้โทคหลบได้ทัน แต่มือซ้ายของมันยังคงจับแขนโทคอยู่ ไม่ให้ปล่อยไปได้ โทคตัดสินใจ หมุนตัว ไปโจมตีแขนที่ มันจับอยู่ ใช้ไม้ ที่หนักฟาดลงที่ท่อนแขนของมันทันที จนมันเจ็บ คลายมือที่จับออก "ฮืย..." โทคสะบันแขนหนีทันที "อืม..หลุดได้ซะที" โทคพูดพลางถอนหายใจ "มันตัวอะไรวะ" โทค พึมพำ "เอาหละ คราวนี้ลุยพร้อมกันเลย" โทคตัดสินใจ ตะโกนสั่งแทงหอกทันที เจ้าเอพยักษ์ยังไม่ยอมแพ้ มันเห็นนีแอนเดอร์ทัล ที่ล้อมอยู่ขยับเข้าใกล้ มันตัดสินใจ เหวี่ยงท่อนแขน ที่ยาวและทรงพลังออกไป ทำให้ กลุ่มนักล่า ไม่กล้าเข้าใกล้ "เฮีย!..มัวทำอะไรอยู่ แทงมันเลย" โทค สั่งการ พวกที่ไม่กล้าเข้าใกล้ เปรี๊ยะ! เสียงไม้หัก เจ้าเอพยักษ์ เหวี่ยงแขนไปโดนหอก นีแอนเดอร์ทัลคนหนึ่ง ถึงกับหักทันที "ทำอะไรอยู่วะพวกแก" โทค สั่งการแล้วไม่ได้ดังใจ เขาขยับเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้ามัน ความสูงของโทค แม้จะสูงกว่าทุกคนในกลุ่ม มาก แต่ถ้าเทียบกับเจ้านี่ แล้ว เขาสูคงเพียงหน้าอกของมันเท่านั้น "โทคเจ้าส่งข้าหน่อย" ลอทตะโกน "อะไร" โทคหันไปมองมุต "เจ้าย่อตัวหน่อย" มุต พูดกับโทคทันที และวิ่งมาหา โทค อย่างเร็ว "เจ้าอยู่ท่านี้แหละ" "อืม..." โทคย่อตัวลง ด้วยแรงวิ่งของมุต มุตตัดสินใจกระโดด เหยียบหลังโทค ที่สูง เป็นฐาน มุต ยันตัวขึ้นทันที ที่เหยียบหลังโทค ส่งตัวเขาไปในอากาศ มือที่ถือหอก เขาเล็งไปที่หน้าของเจ้ายักษ์ตัวนั้น มุตลอยตัวสูงขึ้นเหนือศีรษะมัน หมายปริดชีพในด้วยหอกของเขา "ไปเลย" มูตส่งแรงหอกไปหามัน แต่มันไหวตัวทัน มันเดียงตัวหลบ ทำให้หอกนั่น แทงเข้าที่ไหล่อย่างแรง น้ำหนักของมุต ทำให้หอกแรงมาก ปักที่ไหล่ของมัน แต่การป้องกันตัวของมัน เจ้ายักษ์ใช้มือขวา ปัดมุต ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ปลิว ออกไปหลายเมตร ชนกับเพื่อนที่ล้อมอยู่ ล้มตามกันไป "มุตเป็นไง" ชายคนที่มุต ปลิวไปชน ถาม "อืมไม่เป็นไร" มุตตอบ "เจ้าหละ" "แค่นี้สบายมาก" ชายคนที่รับมุตตอบ "ชิ..พลาดเป้า" มุตหันไปมองผลงาน หอกปักอยู่ที่ไหล่ขวา ของมัน เลือดไหลเป็นทางยาว ถึงลำตัว ขนสีขาวของมัน อาบไปด้วยเลือดของตัวเอง เจ้ายักษ์ ใช้มือซ้าย ดึงหอกที่ปักอยู่ ออก ทันที "โฮีกก" มันร้องด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลออกมามากขึ้น ไหลจนถึงขา และถึงพื้นหิมะ จนกลายเป็นสีแดง เจ้ายักษ์ใช้หอกที่ถืออยู่ กวัดแกว่ง รอบตัว "แย่ละซิ มันใช้อาวุธเจ้าแหนะ" โทค หันไปพูดกับมุต และถอยออกมา จากระยะการโจมตีของมัน "เอ่อ..ทำไงได้" มุต มือที่ไร้อาวุธ ยืนมองอยู่ "ตอนนี้ข้าของคิดซะหน่อยว่าจะทำยังไงดี เจ้ายักษ์เหวี่ยงหอกของมุต ซ้ายที ขวาที พลางร้องตะโกน ลั่นป่า "อืม..เอาหละ โทค ขอยืม อาวุธเจ้าหน่อย" "อืม..เอานี่มุต" โทค หันไปมองมุต แล้วโยน ท่อนไม้ ที่หนักให้ "โอ้ ทำไมหนักอย่างนี้วะ" มุต รับท่อนไม้ที่หนักเอาไว้ ด้วยสองมือ "นี่เจ้าใช้มันได้ยังไงกัน" มุต แซว โทคเล่น "เอ่อ ..ข้าใช้ได้ละแล้วกัน ยังไงตอนนี้ เจ้าใช้มันให้ดีละกัน" "อันที่เจ้าถือนะ เบากว่า อันนี้อีกนะ" โทค ยกขวานหินให้มุตดู "ฮิม.." มุต ทำหน้าเบ้ "ใช้ก็ใช้" "พวกเจ้าดักทางมันไว้ก่อนนะ" คราวนี้มุตตะโกนสั่ง โทค ที่ยืนอยู่ห่างออกไป เข้าระยะประชิน มันเหวี่ยงหอกของมุต เขาหา โทค โทคจับทางมันได้ ขยับตัวเข้าใกล้ ในรัสมีที่ไม่โดน ปลายหอก ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่ง รับหอกที่เหวี่ยง แล้วหนีบเขนใต้รักแร้ เอาไว้ หอกของมุต ถูกหนีบเอาไว้ทันที "ดีมาก โทค" มุต ตะโกนชมเชย และวิ่งด้วยความเร็วอีกครั้ง คราวนี้มุต ก้มต่ำ สไล ตัว จนหิมะกระเด็น เข้าไปที่หว่างขาของมัน แล้วหนุนตัวขึ้นนั่ง ใช้สองมือจับ ท่อนไม้อย่างมั่นคง ส่งกำลังเต็มที่ ทุบเข้าที่เท้า เจ้ายักษ์อย่างแรง และหมุนตัวลอดข้างหนีไปอย่างรวดเร็วทันที "โฮีวว." มันต้องด้วยความเจ็บปวด มุต ทำให้มัน กระดูกเท้าร้าว เลือดไหลออกมา แต่มันยังยืนประคองตัวอยู่ "ไหงเจ้านั่นมันยืนได้อีกวะ" มุต กลับตัวขึ้นยืน ดูผลงานอีกครั้ง ความเจ็บปวดทำให้ มือที่จับหอก อ่อนแรงลง โทคที่ใช้แบนหนีบหอกของมุต อยู่ บิดตัวสะบัดหอกให้หลุดจากมือเจ้ายักษ์ออกทันที "โอ๊วว.."เสียงร้องดังมาแต่ไกล พร้อมต้นไม้ต้นสั่นไหว ไกล้เข้ามา "เอ๊ะ..นั่นมันมาอีกตัวแล้ว" มุต ตะโกนบอกทุกคน ให้เตรียมตัว เอพยักษ์ตัวที่สอง เดินใกล้เข้ามา ซวบ.....ซวบ....ซวบ.... เสียงย่ำลงหิมะ ดังขึ้นทุกขณะ ซิบ..ซิบ..เสียงแหวกกิ่งไม้ สนที่สูง ได้ยินชัดเจนมากขึ้น มุตยืนถือ ท่อนไม้ ใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ฟุต หัวตัด รอยตรงหัวไม้ยังคง มีความเหลม ของไม้ที่ถูกหัก อยู่ ตรงด้านสับเป็นข้อเล็ก เป็นส่วนกิ่งไม้ ที่ยื่นออกมา เป็นที่จับถือถนัดมือ มุต ใช้สองมือจับ เนื่องจากความหนักของมัน มุตยืนอยู่หลัง เจ้าเอพยักษ์ ยืนนิ่งฟังเสียง อย่างตั้งใจ ระหว่างที่มุตยืนฟังเสียงอยู่ กลุ่มนีแอนเดอต์ทัล ยังคงล้อมเอพยักษ์ตัวแรก ที่มีทีท่าว่าจะหมดแรงและเดินไม่ได้ จากการกระทำของมุต ยืนทรุดตัวอยู่ ฝ่ายนีแอนเดอร์ทัล ใช้หอกที่ยาว ซึ่งพอที่จะได้เปรียบ แทงหาช่องทาง บ้างก็หลบ แขนที่ยาวของมัน ทำให้พวกเขาไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เท่าใดนัก "โฮ๊ววว.." เสียงเอพอีกตัวดังขึ้น และใกล้เข้ามาทุกขณะ มุต ตัดสินใจ วิ่งอ้อม ตามเข็มนาฬิกา ไปหาโทค "โทค เอาอาวุธข้ามา" โทคที่ได้อาวุธของมุตคืนจาก เอพยักษ์ตัวนั้น "เอ๊า เอาไป" โทค ยืนหอกอาวุธคู่กายให้มุต ทางด้านมุต ก็ยื่น อาวุธท่อนไม้ให่ คู่กายให้โทค เช่นกัน มุต ใช้สองมือจับท่อนไม้อาวุธของโทค ยื่นให้ "หนักเป็นบ้าเลย ถือแล้วหมดแรง" มูต บ่นอาวุธของโทค "หึ..หึ.."โทค หัวเราะอย่างเงียบขรึม มุต ไม่รอช้า หลังจากได้อาวุธคืน "พวกเราตามข้ามา" มุต ตะโกนบอกพวกพ้องที่เคย ร่วมต่อสู้กัน มา พร้อมวิ่งไปทางที่ ตนคิดว่า เอพอีกตัวจากมาทางนี้ "ได้เลย.." ทุกคน ฝ่ายมุต ตอบรับ วิ่งแยกออกไป 15 คน ขณะที่มุตวิ่งไปนั้น มุตหันกลับมาพูดกับโทค "โทค ทางนั้นเจ้าจัดการนะ ทางนี้ข้าจะจัดการเอง" มุตพูดเสร็จ วิ่งหันกลับไป ซ่อนหลบอยู่ใต้ต้นไม้ เดาเหตุการณ์ว่า เอพอีกตัวมันต้องมาทางนี้แน่ ๆ พร้อมกับ พวกพ้องมุต เช่นกัน ต่างคนต่างหาที่ซ่อน เตรียมซุ่มโจมตี ทุกคนหลบอยู่หลังต้นไม้ ที่เป็นแนว ต้นไม้ บางคนก็นั่งยอง ๆ หลบอยู่ บางคน หลังพิงต้นไม้ ฟังเสียงอยู่ห่าง โทคที่ยืนประจันหน้ากับเอพยักย์ หันกลับไปมองมุต ขูแขนที่ถือ ขวานหิน "อืม..ทางนี้ข้าจัดการมันได้แน่" ตุบ ตุบ! เสียง หิมะตก พร้อมกับกิ่งไม้สั่นไหว จากการแหวกกิ่งไม้ของเอพอีกตัว พวกมุต ฟังเสียงอย่างตั้งใจ นิ่งเงียบ และทำใจให้สงบที่่สุด เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงกันข้ามรู้ตัว "โฮีวว.."เสียง เอพตัวแรกร้องอย่างโหยหวน ใช้มือขวาปัดหอก มันมัวพะวง กับหอก โดยไม่ทันได้มอง โทค ซึ่งเป็นหัวหน้า และแข็งแกร่งที่สุด เอพยักษ์มอง ไปด้านขวามือของมันขณะที่ปัดหอก โทคตัดสินใจ วิ่งเขาย่อตัวไปตรง ๆ เป้าหมายคือที่ขาขวาอีกข้างหนึ่ง ที่ยังดีอยู่ โทค ยกแขนซ้ายที่จับขวานหินอยู่ เตรียมฟัน หน้าขา ทันที ที่มันเผลอ ฉับ! โทค ฟันเข้าที่ขามันอย่างแรง ใช้ขวานฟัน ฟันผ่าน หน้าแข้ง ทำให้กระดูกหน้าแข้งของ เอพยักษ์ ร้าวเท่านั้น ผิวที่หนา ไม่สามารถทำให้ขาดได้ เลือดที่กล้ามเนื้อขาด้านนอกของเอพยักษ์ ไหลออกมา นองพื้นหิมะ "โฮีวว" มันร้องด้วยความเจ็บปวด เจ้าเอพยักษ์ถึงกับทรุดตัว เข่าขวาลงถึงพื้น แต่ลำตัวยังทรงตัวได้อยู่ พวกพ้องโทค ใช้หอกแทงซ้ำ จากด้านข้าง ทันที บางคนแทงที่ ไหล่ ต้นแขน ส่วนขาด้านซ้ายอีกข้าง ยังคงชันเข่าขึ้นมา พวกที่อยู่ด้านซ้าย ก็แทงซ้ำไปที่ ขาของมัน ทันที โทค วิ่งผ่าน ออกไปทางด้านหลังหันกลับมา เขายืนกลับหลังหันมามองผลงาน เขาวิ่งเข้าตรียมซ้ำจากด้านหลัง "ย๊ากซ์ ข้ามาแล้ว" โทค ที่วิ่งมาจากข้างหลัง ส่งสัาณ ให้ทุกคนดึงหอกถอยออกไป ตอนนี้มันนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหนึ่ง ยกแขนขวา ที่ถือ ท่อนไม้ เดินไปหาเอพยักษ์จากด้านหลัง แล้วฟาดลงไปที่หัวของมัน อย่างแรง "โฮีววว.."มันร้องด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง ในขณะที่มุต ที่ดักซ่อนรอเอพยักษ์อีกตัว อย่างเงียบ ๆ อยู่หลังต้นไม้ เสียงแหวกกิ่งไม้ดังเข้ามาใกล้ ซ๋า...ซ่า ตุบ..เสียงหิมะที่เกาะบนกิ่งไม้สนตกลง พวกมุต ได้ยินชัดมากขึ้น ซวบ........... ซวบ........... ซวบ.......... เสียงย่างก้าว อย่างเชื่องช้า เริ่มชัดเจนขึ้น เอพยักษ์อีกตัวอยู่อีกหนึ่งของต้นไม้ที่มุต ซ่อนตัวอยู่ ซวบ.......ซวบ.......ซวบ.... มันยังคงเดินวน รอท่าที เวลาบ่ายอากาศเริ่มร้อนขึ้น หิมะเริ่มละลาย หยดน้ำที่ค้างบนใบไม้ กิ้งไม้ หยุดไหลลงมาเป็นทาง ต่างฝ่าย คราวนี้ ต่างฝ่ายต่าง รอท่าทีซึ่งกันและกัน ฝ่ายมุต รออย่างใจเย็น เขายืนพิงหลังต้นไม้ ค่อย ๆ เอี้ยวตัว ไปทางซ้าย แอบมอง เอพยักษ์ ที่ยืนวนอยู่ "ทำไมมันไม่มาซะทีวะ" มุต พึมพัมอยู่ในใจ "ถ้ามันเดินผ่านเข้ามาละก้อ เสร็จพวกข้าแน่" มุต พึมพัมอยู่ในใจ ในขณะที่มันเดินวนอยู่อย่างนั้น ราวกับว่ามันลังเล จะเข้าไปช่วย เอพอีกตัวหรือไม่ เอพยักษ์ เป้าหมายของมุต เดินผ่านอีกด้านหนึ่งของมุต ซ่า....ซ่า.... เสียงกิ่งไม้กระทบกัน สั่นอยู่สองต้น เป็นต้นที่มุตอยู่ กับต้นข้าง ๆ ที่มี พวกพ้อง หลบอยู่ "เอ๊ะ!" มุต ที่ยืนอยู่หลังต้นไม้ ตกใจ แหงนหน้าขึ้นไปมอง บนต้นไม้ "แย่ละสิ หลบเร็ว" มุต พุ่งตัวออกจากต้นไม้ ทันที หิมะ ที่ค้างอยู่บนต้นไม้ ถูกกระทำด้วย เอพยักษ์อีกตัว เขย่า ให้ หิมะตกลงมา มุต กระโดนหลบไม่ทัน หิมะ หล่นทับ ขามุต เอาไว้ แต่ ลำตัว ยังไม่โดน ส่วน เพื่อนที่อยู่ใต้ต้นไม้ใกล้เคียง ถูกหิมะ ทับถม ไปหนึ่งคน ส่วนอีกคน หลบออกมาได้ทัน มุต ที่นอนคว่ำอยู่ ขยับขา ที่โดนหิมะทับ แหวกหิมะออกมา "หน๊อย ...เก่งมาก" มุต พึมพัม อย่างเจ็บใจ มุตกลับตัวนอนหงาย เตีรยมยืนขึ้น ไม่ช้าเอพยักษ์อีกตัวก็ เดินผ่านต้นไม้ ที่มุตหลบอยู่ เบื้องหน้าของมุตที่นอนหงายอยู่ เป็นเอพยักษ์ ที่ให่ไม่แพ้กับเอพตัวแรก มันยกขา ข้างซ้าย หมายเยียบ มุต ที่นอนอยู่ เงาเท้าของมัน ปิดใบหน้ามุต "ฮึม.." มุต ไหวตัวทัน กลิ้งหมุนตัวออกห่างไม่รอช้า ตึบ!..เสียงเท้าเอพยักษ์ กระแทรกหิมะอย่างแรง มุต หมุนตัวอยู่ 4 รอบ ออกมาทัน "แย่ละสิ หอก" เขามัวพะวงอยู่กับการหมุนตัวหลบ จนลืมเก็บหอก มุตมองหาหอก มันวางอยู่ข้างเท้าของเอพยักษ์ที่เพิ่งเหยียบไป มันยกขาข้างเดินอีกครั้ง "แย่ละสิ" มุตที่นอนอยู่ มองหอก "หอกข้า" เอพยักษ์ตัวที่สอง เยียบหอกที่ยาวของมุต ทำให้หอกมุต หักเป็นสองท่อนทันที "โอย นึกว่าไม่รอด หนาวเป็นบ้าเลย" ชายคนที่โดน หิมะตกใส่ แหวกหิมะออกมา ไม่ช้าเอพยักษ์ยืนอยู่เบื้องหน้า ลูกตาสีเหลืองขุ่น ในตาสีดำ จ้องมาหาเขา มันหันมาเล่นงานเขาแทน แบบไม่มีทางสู้ "เฮ๊ย อย่าเข้ามานะ" ชายคนที่ยืนถัดไป หันปลายหอก ขู่ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ก็ไม่กล้าถอย เพราะเพื่อนอยู่ตรงหน้าไม่มีทางสู้ เอพยักษ์ใช้หลังมือ ข้างซ้ายปัด ชายคนที่ถือหอกอยู่ จนปลิวกระเด็น "อ๊าก.." "อย่า............." ชายที่อยู่ในกองหิมะอย่างไร้ทางสู้ ร้องด้วยความกลัว เอพยักษ์ตัวนั้น ยกขาขวา เหยียบอย่างแรก จนหิมะ กระจายตัวออกมาด้วยความแรง "เอี๊อก..." ไม่มีเสียงชายคนนั้นตอบ เขาสิ้นใจทันที "เอ๊ะ" เสียงร้องดังลั่น ทำให้นีแอนเดอร์ทัลทุกคนตกใจ โทคหันกลับไปมอง เห็นคนหนึ่งโดนเหยียบ ตายคาที่ เลือด กระจาย เต็มพื้น เอพตัวที่หนึ่ง ยังคงมีพลังเหลืออยู่ ใช้มือ ซ้าย ฟาดเข้าที่หลัง ที่เผลอ หันหลังให้ อย่างแรง "โอ๊ย.." โทค ร้องเสียงลาก ด้วยแขนที่ให่ ทำให้โดนตรงท้ายทอยไปด้วย โทคหน้ามืด สลบ กลางอากาศ ล้มลงทันที โดยไม่กระดุกกระดิก จนเพื่อน ๆ นึกว่าเขาตายเสียแล้ว "โทค!" พวกโทค ร้องด้วยความตกใจ เอพตัวที่สอง สูง 2.9 เมตร หันซ้ายหันขวา มองไปรอบ ๆ เบื้องหน้าเป็น นีแอนเดอร์ทัล อยู่ หลายสินคน เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ชายคนหนึ่งโกรธ ที่เห็นเพื่อนตายต่อหน้าต่อตา เขาตัดสินใจ พุ่งหอก สุดแรงเกิด เข้าที่ท้อง เป้าหมายที่ใหญ่ ฉึก! แต่ด้วยกล้ามเนื้อที่หนา และแข็งแรง อีกทั้งขนยาว ปิดบังทั่วร่างกาย แผลของมันเป็นเพียง แผลถลอกเท่านั้น หอก กระเด็น จากท้องหล่นลงอยู่ตรงหน้า เอพยักษ์ "เอ๊ย! แกทำอะไรวะ" ชายคนหนึ่ง ตะโกนด่า คนที่ขว้างหอก เอพยักษ์ได้ที เอื้อมมือคว้าหอกที่ วางอยุ่ตรงหน้า เอามาเป็นอาวุธของมันเอง แล้ว มันก็เหวี่ยงแขนที่จับหอกขึ้นสูง เอื้อมตัวไปข้างหน้า ฟาดหอกลงใส่ ไหล่ ชายที่ขว้างหอกเมื่อกี้นี้ อย่างแรง ตุบ "โอ๊ย" ชายที่โดนฟาดอย่างแรงร้อง ด้วยความเจ็บปวด กระดุกไหปลาร้า หักทันที รวมถึงกล้ามเนื้อภายใน บอบช้ำ เมื่อมันฟาดแล้ว ก็เหวี่ยง หอกเป็นแนาวนอน ฟาดที่เอว เขาอีกครั้งหนึ่ง ปลายหอกที่แหลม เฉือนท้องของเขา เป็นแผลยาว "อุ๊บ!" ชายคนกุมท้องงอตัวล้มลงทันที แน่นิ่ง ตายไปอีกหนึ่ง มุต ลุกยืน วิ่งไปเก็บหอก ที่หักครึ่ง หอกที่ยาวกว่า 1 เมตร ตอนนี้เหลือ เพียง ครึ่งเมตร หอกยังหักติดกัน มุต บิดเยื้อไม้ที่หักออก โยนทิ้ง เหลือเพียง หอกที่มีหินปลายแหลมติดอยู่ วิ่งไปหาเจ้ายักษ์ที่ยืนหันหลังอยู่ มุตจับด้ามหินที่ติดกับหอก เตรียมแทง มุตเล็งไปที่ขา ด้านหลังของมัน โดยไม่ให้มันรู้ตัว อีบ! มุตกลั้นใจ ใส่กำลังเต็มที่ ฉึก หินปลายแหลม ปักเข้าเนื้อจมมิด เข้าที่ขาข้างซ้ายด้านหลังใต้ข้อพับ เล็กน้อย "โฮ๊ว." มันร้องด้วยความเจ็บปวด หันไปมองมุต แล้วใช้มือซ้าย ที่ยาวเป็นพิเศษ เหวี่ยงแขน ปัด มุต แต่มุต กลิ้งตัวไปข้างหลังอีกด้านหนึ่งได้ทัน หอกยังคงปักอยู่ที่ขาของมัน มันหมุนตัวมองหามุต แต่ด้วยความเร็วของมุต มุตเดินวนอยู่ข้างหลังของมัน ไม่ให้เอพยักษ์เห็นตัว ขาที่เจ็บ ทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลง มุตวิ่งวนล่อมัน พยายามอยู่ข้างหลังเจ้ายักษ์ "โจมตีขามัน" มุตตะโกน บอกเพื่อน ให้โจมตีที่ขา นีแอนเดอร์ทัลคนหนึ่งได้ที แทงหอกที่ยาว ต้นขาด้านข้าง ข้างเดียวกับที่มุต โจมตี คราวนี้ทำให้เจ้ายักษ์ช้าลง เขาดึงออกมาพร้อมเลือด แล้วออกแรงแทงอีกครั้งหนึ่งให้ลึกกว่าเดิม เจ้ายักษ์ เอาคืนทันที ฟาดแขนซ้ายตบ คนที่แทงขา แต่ด้วยแขนที่ใหญ่ทำให้มันเหวี่ยงช้า ชายคนนั้น ย่อตัวหลบได้ทัน มันพะวงอยู่กับชายคนนั้น มุตได้โอกาศ คว้า หอกคนที่อยู่ข้าง ๆ แทงเข้าที่ต้นขาขวาของมันอีกทีหนึ่ง แล้วถอยออกห่างอย่างรวดเร็ว มือขวาที่มันถือหอกอยู่ เหวี่ยงหอกไปหามุต ปลายหอกเฉี่ยวโดนไหล่ เป็นแผล เล็กน้อย ทางด้านโทค เอพตัวแรกที่เสียที เริ่มตาลายจากการเสียเลือด เอนตัวล้มไปข้างหน้า หลังจากที่โดน รุมแทงรอบด้าน เพื่อช่วยโทคที่กำลังสลบอยู่ เอพตัวแรกนอน ฟืด..ฟืด..ฟืด.. เสียงหายใจแรงและลากยาว ค่อยช้าลง ไม่กี่นาที โทค ที่สลบอยู่ รู้ตัว โทคที่นอนคว่ำ ค่อย ๆ ลุกขึ้นมา เขาส่ายหัว อย่างมึน ๆ "เกิดอะไรขึ้นเนียะ" โทค ไม่รู้ตัวว่าโดนอะไร "โทค เย้ โทคกลับมาแล้ว" เพื่อน ๆ โทค เห็น แสดงความดีใจ "เอ่อ ข้าไม่เป็นอะไร" โทคยืน มึน ๆ เริ่มมีสติ มองไปทางซ้ายเห็น เอพยักษ์อีกตัว ถูกล้อมวง โดยพวกมุต และโทค มองไปทางขวา เห็น เอพยักษ์ตัวแรก นอน หายใจ ฟืด ๆ ใกล้จะสิ้นใจ "อ้า ใช้เรากับต่อสู้กับเจ้านี่อยู่" โทคได้สติ กลับคืนมา ก้มเก็บอาวุธทั้งสองที่วางอยู่กับพื้น เดินไปสมทบ พวกมุต "ข้ามาแล้ว" โทคตะโกน ให้ทุกคนทราบ เสียงของโทค แสดงถึงความมั่นใจ ด้วยพละกำลังที่เต็มเปี่ยม ทำให้เพื่อน ๆ ที่เป็นห่วง กลับมีกำลังใจ มากขึ้น โทคเดินไปหา ยกแขนซ้ายขวาที่จับอาวุธอยู่ ขึ้นลง เพื่อกล้ามเนื้อยืดหยุ่น เตรียมต่อสู้อีกครั้ง "แก ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ" มุต แซว โทค พลางยิ้มแหยะ "เอ่อ ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่า คราวนี้ ข้าของคืมบ้างหละ" โทค ตอบด้วยความมั้่นใจ และพลังเต็มเปี่ยม โทควิ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้าเอพยักษ์ตรง ๆ "คอยดูละกันข้ามาแล้ว" โทค ยืนอยู่ตรงหน้า ยกแขนซ้ายที่มีเป็นทุ่อนไม้ ฟาดเข้าที่หัวเข่า แต่ช้าไป แขนซ้ายที่ไร้อาวุธฟาดเข้าที่ไหล่โทค ทำเอาโทคเอียงตัวเสียท่ามันก่อน แต่โทค ใช้อาวุธอีกมือหนึ่งเป็นขวานหิน ใหญ่ ฟันแขนซ้ายของมันที่ผ่านโทคไป ขวานฟันเข้าที่แขนเป็นทางยาว โทคฟันขวานตามแรงเหวี่ยง ทำให้แผลที่ได้ไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่ช้าเจ้าเอพยักษ์ใช้มืออีกข้างหนึ่งที่มีหอก ยกแขนเตรียมแทงโทค อีกครั้ง มุตสังเกตุเห็น "โทคหลบเร็ว ระวัง" มุต ตะโกน เตือนโทค แล้วมุตก็เข้าใช้หอกแทง ที่ต้นขาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้มันชะงักไป เจ้าเอพยักษ์ตัดสินใจ ขว้างหอก ออกไปยังกลุ่มนีแอนเดอร์ทัล ถูกชายคนหนึ่ง ทะลุตายทันที ทำให้หลายคนถอยออก เจ้ายักษ์กัดฟันเดิน ไปยังต้นสน หักกิ่งไม้ใหญ่พอที่จะเป็นอาวุธ ได้ มันเอื่อมตัว หักกิ่งไม้ "แย่แล้วมันใช้กิ่งไม้เป็นอาวุธ" มุต เตือนบอกทุกคน ไม่ช้ามุต ตัดสินใจ "ทุกคน แทงมัน" ขณะที่มันกำลังหักกิ่งไม้ อยู่ มุตได้ที แทงหอกไปที่ เอว นำ คนอื่น ไม่ช้า เจ้ายักษ์กษ์ก็หักกิ่งไม้ ได้ มันได้กิ่งไม้ที่ยาว กว่า 2 เมตรครึ่ง กับกิ่งที่ใหญ่พร้อมกิ่งก้านสาขา ทำเอา พวกนีแอนเดอร์ทัล หนักใจไปตาม ๆ กัน ไม่ช้า เจ้ายักษ์เอาคืน หันหลังกลับมาฟาด กิ่งไม้ไปยังกลุ่มนีแอนเดอร์ทัล ทันที ต่างฝ่ายต่าง กระจาย ตัวกันออกไป หลายคนบาดเจ็บจากการขุดเฉี่ยว เป็นแผลตามร่างกาย ไม่ช้า เจ้ายักษ์ยกกิ่งไม้ เหวี่ยงเป็นแนาวนอน กวาด นีแอนเดอร์ทัล 3 คน ลอย ตามแรง ปลิวไถลตามพื้นหิมะ ทำให้บาดเจ็บไปตาม ๆ กัน โทค ถอยออกห่าง ดูท่าที เจ้ายักษ์ "เอาน่า จะเข้าหามันยังไงดี" โทค กำลังหาโอกาสที่จะเข้าระยะประชิด "เอาหละ" โทคตัดสินใจ เข้าไป หยุด อาวุธของมัน เขากะระยะให้อยู่ส่วนปลายของกิ่งไม้ ใช้ขวานหินที่แข็งและหนาป้องกัน หยุดกิ่งไม้ไว้ได้ แล้วใช้ แขนที่ถือท่อนไม้ ที่หนัก ทุบเข้าที่ลำตันกิ่งไม้ อย่างแรง กิ่งไม้หักทันที อาวุธของมันสั้นลง หักส่วนที่เหลือทิ้งไป "เยี่ยมมาก โทค" มุต ชมเชย มุตได้โอกาส เข้าไปที่ด้านข้าง แทง ที่หน้าขา อย่างแรง ในระยะประชิด ปลายหอกจมมิด ลึกมาก "โฮีวว.." มันร้องด้วยความเจ็บปวด คราวนี้ทำให้มันช้าลง ย่อตัว ไม่ช้าโทคได้ที ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ หัวของเจ้ายักษ์อยู่ในระดับ หน้าโทคทันที ใช้ขวานที่หนัก ตัดคอมันทันที ไม่ช้า เจ้าเอพยักษ์ก็ล้มลง เลือดสาดเต็มพื้น และพุ่งเต็มหน้าโทค ที่ยืนอยู่ตรงหน้า "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..เป็นไงหละ" โทค หัวเราะด้วยความสะใจ "เอาหละกลับกันเถอะ" มุต บอกกับทุกคน เตรียมกลับบ้านกัน พร้อมกับ ศพเจ้ายักษ์ทั้งสอง คราวนี้ บาดเจ็บกว่า สิบคน ตาย ไป 3 คน พวกเขายังคงจะต้องเจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดต่อไป หมู่บ้าน บลอมบอส บ้านเกิด ลอท ทุกคนตาค้างเมื่อเห็นสภาพหมู่บ้าน ที่เป็นอยู่ ลอท เดิน เข้าไปถามชายแก่คนหนึ่ง นั่ง ให้น้ำ แก่ชายที่บาดเจ็บ นอนกับพื้น ที่ปูด้วย หนังสัตว์ ทุกคนตาค้างเมื่อเห็นสภาพ หมู่บ้านที่เป็นอยู่ ด้วยความสงสัยของลอทเขาจึงถามว่าอะไรขึ้นกันแน่ "นี่ ที่นี่เกิดอะไรขึ้น" ลอทยืนอยู่ข้างหลังชายแก่ "เจ้ากลับไปเสียเถอะ เจ้าอย่าอยู่ที่นี่เลยไ ชายแก่ นั่งหันหลังลอท กำลังให้น้ำ แก่ชายที่บาดเจ็บ "เจ้ามาทางไหนก็กลับไปทางนั้น" ชายแก่ยืนยันคำเดิม ลอท ยืนอยู่ข้างหลัง "ก็ข้ากลับมาแล้วไง" ลอทจากบ้านเกิดมานานมากจนไม่มีใครรู้จักเลย ชายแก่ เริ่มงง "หือ...เจ้า...บอกว่า กลับมา" ลอทพูดต่อ "นี่บ้านเกินข้า และข้าก็กลับมาแล้ว" ชายแก่ พูดต่อ "งั้นเจ้าหนีไปซะเถอะ" ชายแก่ดึงดันให้ไป ลอทเริ่มเข้าเรื่อง "แล้วที่นี่เกิดอะไรขึ้นหละ มีแต่คนบาดเจ็บทั้งนั้นเลยหละ" ลอทพูด พลางหันซ้ายหันขวา มองไปรอบ ๆ ชายแก่ เริ่มสงสัย ชายคนนั้น จึงหันไปมองลอท "เฮ่อ..." เขาส่ายศีรษะ แล้วถอนหายในอย่างหมดหวัง แล้วลุกเดิน มือไม้เท้า ช่วยพยุง อีกมือหนึ่ง ถือไม้ที่ใช้หินแหลมขูดจนเป็นร่อง ไว้ตักน้ำ ชายแก่เดินไปหาชายที่บาดเจ็บอีกคน โดยไม่ใส่ใจลอทเลย ซิตยืนอยู่นาน พูดขึ้นบ้าง "นี่ลอท ทุกคนเป็นอะไรกัน" ลอทมองซิด ส่ายหน้าไม่พูดอะไร "ลอทเหรอ! เหมือนเคยได้ยิน" ชายแก่ที่เดินผ่านลอทไป หยุดนิ่งสักครู่ เขากำลังนึกถึงชื่อนี้อยู่ แต่นึกไม่ออก ชายที่บาดเจ็บ ที่ชายแก่เพิ่งให้น้ำไป เริ่มสงสัย "ลอท..... ลอท .....ลอท คุ้น ๆ แหะ" ชายที่บาดเจ็บ ครุ่นคิด "ลอท...เฮ๊ย เจ้านี่เอง" ชายที่นอนบาดเจ็บนึกได้ "ช้าไง ลูท ข้าจำได้ชื่อเหมือนกับข้า ข้าจำได้" "ข้า ลูท ไง เพื่อนเจ้าไง โอ๊ย.." ชายที่นอนบาดเจ็บ พูดด้วยความดีใจ พลางบาดเจ็บ เลือดไหล บาดเจ็บ ยาวจากหน้าอกขวา เฉียงลงไปยัง เอวซ้าย 4 เส้นขนาดกัน เขาถูกสัตว์ที่เล็บแหลม ข่วนเป็นทางยาว แขนซ้าย ขาด จนเขาพิการ แขนขวายังคงบอบช้ำ จากการต่อสู้ เป็นจ้ำเขียวเป็นจุด ๆ ตั้งแต่ไหล่ ถึง ท่อนแขน เขาพูดต่อ "เจ้าเป็นเพื่อข้า ข้าจำได้ เราเคยไปเล่นหน้าผาหัวนกบ่อย ๆ ครั้งนั้น เจ้าชอบขว้างหินลงน้ำเล่นไง" "หลังจาก เกิดเรื่องตอนนั้น.... " "เจ้าก็ไม่กลับมาอีกเลย ข้านึกว่าเจ้าตายไปแล้ว" "อืม..เรื่องตอนนั้นมันยาว" "แล้ว...ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนที่นี่ถึง เป็นแบบนี้หละ" ลอท เข้าเรื่องอีกครั้ง เมื่อเป็นสภาพหมู่บ้านตอนนี้ ไม่ดีเอาเสียเลย "หมู่บ้านนี้มีคำสาป" ชายแก่ กำลังดูแลรักษา ชายบาดเจ็บอีกคน พูดแทรกขึ้นมา "เฮ่อ...เมื่อนานมาแล้ว หนุ่ม ๆ ที่แข็งแรงในหมู่บ้าน พากันออกไปล่าสัตว์ แล้วพวกเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย หลังจากนั้น มีพวกเราสองคน กลับมา แต่ยาดเจ็บ มาก ไม่นานเขาก็ตาย เฮ่อออ...มันเป็นฝันร้ายของพวกเรา" ชายแก่ ถอนหายใจ พร้อมกับส่ายศีรษะ อย่างสิ้นหวัง "แล้วไงต่อ" ลอทลุกขึ้นยืน หันไปมองชายแก่ "หลังจากนั้น ก็ไม่มีใครกล้าออกจากหมู่บ้านไกลเลย มีตัวอะไรอยู่ในป่า ที่ทำให้พวกเราตายกันหมด เมื่อนาน ๆ เข้า อาหาร พืช ผัก น้อยลงทุกที ที่กินได้มีแต่ปลา ตัวเล็ก ๆ ที่หาจากลำธาร ที่พวกเจ้าผ่านมานั่นแหละ มันไม่พอด้วยซ้ำ" "เดี๋ยว แล้วเจ้าหละ ลุท ทำไมเจ้าบาดเจ็บอย่างงั้น" ลอท ถามชายแก่ พลางหันไปมอง ลุทที่นอนอยู่ "ฮืมมมม...ก็อย่างที่บอก หมู่บ้านนี้มีคำสาป" "ตกดึกจะมี สิ่งที่มองไม่เห็น มาฆ่าคนของเรา มันมากับความมืด จนน้อยลงไปเรื่อย ๆ แล้วเจ้า ลุท เขาโดน สิ่งนั้นจัดการ จนแทบ จะเอาชีวิตไม่รอด" "มันจ้องเล่นงานเฉพาะ คนที่ตัวใหญ่แข็งแรง คนในหมู่บ้านเราก็ลดลงไปเรื่อย ๆ " "เจ้ากลับไปซะเถอะ หมู่บ้านนี้ กำลังจะสิ้นแล้ว และไม่ช้า ข้าจะตามพวกเขาไป" ชายแก่นั่งกับพื้น ก้มหน้า งอตัวอย่างสิ้นหวัง ลอท ยืนฟังอยู่นาน เงียบไปสักพัก มองไปรอบ ๆ เห็นเด็กผอมอดอยาก ไม่มีแรง ลอทหันไปมองซิต "ซิต..แบ่งอาหารให้พวกเขา" ซิด ที่แบกอาหารไว้ข้างหลัง ก็เดินมาหาลอท "ลอทจะดีเหรอ อาหารเราไม่พออยู่ด้วย ถ้าเลี้ยงพวกเขา หมด เราก็ไม่มีอะไรจะเก็บอีกแล้วนะ" "เอาเถอะน่า ยังไงก็ต้องช่วยเขาไว้ก่อน" ลอทยืนยันคำเดิม "เจ้าหัวบาก ยังไงต้องเป็นเจ้าซินะลอท เจ้าเห็นใครก็ต้องช่วยซินะ เอ๊า...ข้าจะแบ่งอาหารแก่พวกเขา" เจ้าหัวบาก เดินตามซิดมา เขาก็เห็นใจชาวบ้านนี้ เหมือนกับ "แต่เดี๋ยว เราต้องเก็บเอาไว้บางส่วนนะ" ซิต เห็นความจำเป็นยามอาหารขาดแคลน "ในเมื่อพวกเจ้าเห็นว่า จะช่วยพวกเขา ใช่ไหมลอท" ซิต เริ่มตัดใจ แบ่งอาหารให้ "แต่เจ้าต้องรับผิดชอบนะ ลอท ในเมื่ออาหารหมดลง ข้าคิดว่า ไม่นานต้องหมดลงแน่ เราไม่ได้เตรียมอาหารไว้มากมากสำหรับพวกเขานะ" ซิตเตือนลอทด้วยความหวังดี "ในเมื่อข้าให้อาหารแก่พวกเขา อืม..ยังไงข้าก็ต้องหาอาหารซินะ " ลอท ตัดใจแบ่งอาหารให้คนในหมู่บ้านกิน พอประทังชีวิตต่อไป "เอาหละ ข้าขอเดินไปรอบ ๆ หน่อยละ" ระหว่างที่ พวกซิต แจกจ่ายอาหารให้แก่เด็ก คนเจ็บ และ คนแก่ ในหมู่บ้าน ลอท แยกตัวออกไปสำรวจรอบ ๆ หมู่บ้าน หาร่องรอย ให้แน่ชัด ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รอบ ๆ หมู่บ้านเป็นป่าหนาทึบ เหมาุะแก่การซุ่มโจมตีของสัตว์ป่า "เอ๊ะ เลือด" ลอทสังเกตุเห็นคราบเลือด อยู่บนกิ่งไม้ ทางด้านข้างหมู่บ้าน "สงสัยจะเป็นเลือดลองลุท ที่โดนเล่นงานไปไม่นานแน่" ลอทพึมพำกับตัวเอง ลอท มองไปรอบ ๆ เพื่อหาร่องรอยเลือดต่อไป "อืม..กิ่งไม้หัก" เขามองต่อ "ฮือ..รอยเล็บข่วน ต้นไม้ สี่เส้นขนานกัน พร้อมคราบเลือด ลอทมองกลับไปหมู่บ้าน กระโจม ที่โดนโจมตี ขาด กระจุย ไม่มีชิ้นดี เป็นโพรง มองทะลุ กระโจมอีกด้านหนึ่งได้ "อืม..แสดงว่า มันลาก ลุทมาทางนี้แน่เลย" "มันคงตัวใหญ่และแข็งแรงมากทีเดียว ที่จะลากมาถึงที่นี่ได้" ลอทเริ่มหนักใจ "ตอนนั้น มันคงจะเอาแขน ลุทไปได้ ไม่นานมันต้อมาอีกแน่" ลอทลุกขึ้นแหงนหน้ามองต้นไม้ สูง มีทั้งเถาวัลย์ และ ไม้เลื้อย ระโยงระยายอยู่เต็มไปหมด เขาก้มมอง กลับไปพื้นดินอีกที มองดูกิ่งไม้ที่หัก "เอ๊ะ เลือด ฮือ.....เส้นขน" ลอทหยิบขึ้นมามองให้ใกล้ ๆ "เอ๊ะ!...สีแบบนี้มัน " "สีแบบนี้คุ้น ๆ แฮะ" ลอท มองดูเส้นขนใกล้ ระดับสายตา ลักษณะเหมือนสัตว์ที่ลอทเคยเจอมาก่อน ลอทจึงนำเส้นขนกลับไปด้วย "อืม..กลับไปหาพวกนั้นกันก่อนดีกว่า" "อ้าว กลับมาแล้วเหรอ เร็วดีนะ" ซิต ยืนถือหนังสัตว์ที่ทำเป็นกระเป๋า ไว้เก็บอาหาร ใช้มือล้วงอาหาร แจกอาหารแก่เด็ก ๆ และคนแก่ อยู่ "ซิดขอดู ห่อเก็บอาหารเจ้าหน่อย" ลอท กล่าว พร้อมเดินมาหาซิต "เ๊อ๊ะ..."ซิด ทำหน้างง ๆ ลอท ย่อตัว พร้อม ชูเส้นขน สีเหลือง ขุ่น อยู่ กระจุกหนึ่ง เทียบ ห่อขนสัตว์ ที่ซิตถือ "เอ๊ะ..ดูแล้วคล้ายกันมาก" ลอท บ่นกับตัวเอง "ต้องเป็นตัวนี้แน่ ๆ " ลอท ครุ่นคิดอยู่พอสมควร จึงตัดสินใจว่า เส้นขนนี่ ต้องเป็นตัวเดียวกับเจ้าตัวที่เขาเคยต่อสู้มา ห่อหนังสัตว์ที่ซิดถือ นั้นเป็น หนังสัตว์ สไมโลดอน เสือเขี้ยวดาบ ที่ลอทเคยต่อสู้ด้วย แต่ตอนนั้น มันหิวและผอมมาก จึงสู้ได้ง่าย "อืม..เจ้านี่สินะ" ลอท สันนิฐาน จากเส้นขน "หา ตัวที่คอยมาทำร้าย คนก็คือเจ้านี่เหรอ" ซิต ยืน ล้วงอาหาร อยู่ หยุดนิ่งด้วยความสงสัย "อือ..เจ้านี่แน่ ๆ " ลอท นำเส้นขนเทียบอยู่นาน มั่นใจต้องเป็นเจ้านี่แน่ ๆ "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า...เจ้าเคยสู้กับเจ้านี่มาแล้ว เจ้าคงจัดการมันไม่ยากซินะ" ซิต เริ่มโล่งอก "เอาหละพอละ ที่เหลือเก็บไว้ก่อน" ซิด รวบปากห่อขนสัตว์ เก็บไว้บางส่วน เมื่อคราวจำเป็น "......ตอนนั้น มันหิว และผอม น๊ะ ! มันคงหมดแรง ข้าจึงจัดการมันได้ แถมตอนนั้น มันเจอตรง ๆ กับข้า" "แต่ตัวนี้ข้าว่า มันคงแข็งแรงมากทีเดียว มันจะกลับมา อีกครั้งเมื่อมันหิว ข้าคิดว่า ไม่นานมันต้องมาอีก" "ครั้งก่อน มันลากลุท เพื่อนข้าไป แต่โชคยังดี มันเอาแขนของเพื่อนข้าไปกิน ข้าคิดว่า มันคงบาดเจ็บบ้าง แต่ไม่นานมันจะกลับมาอีกแน่นอน" ลอท สันนิฐานเหตุการณ์ทั้งหมด ให้ซิตฟัง ซิต นิ่ง เขาเริ่มตระหนัก ในความคำพูดของลอท "......" เขาถอนหายในเฮือกใหญ่ " แล้วถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า มันอาจจะอยู่แถว ๆ นี้สินะ" ซิตเริ่มกังวล " ข้าว่า มันต้องกลับมา ไม่แน่ มันอาจจะมา ไม่ใช่แค่ตัวเดียว หรือไม่ก็ มันคงรอให้พวกเราเผลอ หรือไม่ก็ มันคงจะดูเราอยู่ที่ไหนสักแห่งเป็นแน่" ลอท เริ่ม คิดหนัก "..ถ้างั้น...." ซิต ถามต่อ "...ถ้างั้น...เราต้องตั้งรับ เราต้องหาทางป้องกัน ไม่ให้มันแอบมาทำอันตรายเราได้" ลอท ยืนขึ้น ยกดูเส้นขน อีกครั้ง "ไหนข้าดูหน่อย" ซิต เห็นเส้นขนที่ลอทเก็บมา ยืนมือขอดู "อืม..เหมือนกันมาก" ลอท มองไปรอบ ๆ ดู ต้นไม้ กิ่งไม้ ใบหญ้า พืชขึ้นหนารอบด้าน พลางใช้ความคิด "อืม..ใช่ ..เราต้องวางกับดัก" "เฮ้ ทุกคน เราต้องว่ากับดัก ป้องกันหมู่บ้านเรา พวกเด็ก ๆ เจ้าเก็บเศษกิ่งไม้ ถึงต้นหญ้า ให้ห่างออกจากหมู่บ้าน ออกไป ส่วนคนแก่ ซ่อมแซมประโจม ที่พัก จากหนังสัตว์ของพวกข้า เก็บมา เอาเท่าที่จำเป็น พวกเจ้าเอากระโจมมารวมกัน เป็นกระโจมใหญ่ แล้วคืนนี้ เราจะอยู่ด้วยกัน" ลอท ตัดสินใจสั่งทุกคนทันที อย่างไม่รอช้า "เร็ว ๆ กันหน่อย เราต้องทำให้เสร็จก่อนค่ำ" ลอท กระตุ้น ให้ทุกคนร่วมมือ "ส่วน เจ้าหัวบาก เจ้านิ้วคด เจ้าไปหาก้อนหิน ก้อนเล็ก ๆ จากหน้าผาหัวนก มา เอามาเยอะนะ ...อ้อ ระวังตัวด้วยหละ" ลอทหันไป คุย กับ เพื่อทั้งสอง ที่ยืนถือห่ออาหาร เก็บไว้เพียงบางส่วน ทั้งสอง พยักหน้า ทั้งสองห่อ ที่แต่ละคนแบก เอาอาหารมารวมกัน ส่วนห่อที่ว่างเปล่า ก็นำบรรจุ กรวด หิน ตามที่ลอทสั่ง "ซิต เจ้า มากับข้า เราจะไปสำรวจ แถว ๆ นี้กัน" "อืม.."ซิตรับคำ "เดี๋ยวแล้วข้าหละ" ลุท ที่นอนอยู่ "เฮ้อ เจ้าหนะ ตอนพักไปก่อนเถอะ" ลอท หยุดเดินหันไปพูด กับลุท "แล้ว อ้อ ซิตใช่ไหม เจ้าเดินไป ด้านหลังกระโจมนี่ จะเป็นกระโจมข้าที่ พังอยู่ ข้างใน มี หอก เจ้าเอาไปใช้ได้เลย" ลุทที่นอนอยู่ เห็น ซิต มือเปล่า ไม่มีอาวุธ จึงยืนข้อเสนอให้ "อ้อ...ก็ดี.... ลอทเดี๋ยวข้ามา" ซิต หันไปมองลุท แล้ววิ่งไปกระโจมตามที่ลุทบอกเอาไว้ อย่างรวดเร็ว ลอท ย่อตัว เข้ามาใกล้ ลุท "ไว้เจ้าหายเมื่อไหร่ ข้าใช้เจ้าหนัก ๆ เลย" เพื่อนสมัยเด็ก เพื่อแซวเล่น พร้อม ยิ้ม ให้กำลังใจ "แม๋..... เจ้ามาถึง ทำเป็นสั่งใหญ่เลยนะ" ลุท ประชด ลอท อย่างคุ้นเคย พลางยิ้มด้วยอย่างมีความสุข ไม่นานซิตก็กลับมา พร้อมหอก "เอาหละข้าไปละ" ลอทยืนขึ้น หันไปมองซิต แล้วทั้งสองก็เดินเข้าป่าไป ลอท และซิต เดินไปรอบ ๆ หมู่บ้าน เพื่อสำรวจความปลอดภัย และหากิ่งใม้ ที่เหมาะแก่การ ทำกับดัก ลอท และซิต ต่างหัก และเก็บกิ่งไม้ ขนาดท่อนแขน ยาว ประมาณ หนึ่งเมตร มาทำกับดัก เขาเดินไปเรื่อย ไม่ห่างจากหมู่บ้านเท่าใดนัก "นั่นไง" ลอทชี้ กิ่งไม้ที่เหมาะสม อยู่เหนือศีรษะ ลอท ปีนขึ้นต้นไม้ หักกิ่งไม้โยนลงมากับพื้น และซิดก็เก็บ ทันที ระหว่างนั้นลอทอยู่บนต้นไม้ เขานึกขึ้นได้ เขาเห็น ไม้เลื้อย ยาว เลื้อยตามต้นไม้ จึงแกะออกมา "เอานี่ด้วยดีกว่า" ลอทก้มมองซิตอยู่เบื้องล่าง "อืม..แล้วเจ้าจะเอาไปทำอะไร" ซิต สงสัย "เอ่อ นี่แหละของสำคัญ" ลอท เกาะไม้เลื้อย จนยาวมากขึ้น ม้วนเก็บให้เรียบร้อย ง่ายต่อการถือ "เอาไปเยอะ ๆ เลย" "อืม.ข้าช่วย" ซิต ผละกิ่งไม้ วางพื้น ช่วยลอทเแกะไม้เลื้อย อีกแรง ทั้งสองม้วนไม้เลื้อยที่ยาว หลาย สิบเมตร มาใช้ เป็นเครื่องทุ่นแรง พระอาทิตย์ อยู่เหนือศีรษะพวกเขา เป็นเวลา เที่ยงวัน อากาศ เย็นสบายจากป่าไม้ เสียงนก ร้อง อย่างมีความสุข ทั้งสองได้ อุปกรณ์ทำกับดักมากพอแล้ว จึงพากันกลับ ถึงหมู่บ้าน เด็ก ๆ ในหมู่บ้าน ต่างถางป่า เพื่อขยายอาณาเขต รอบ ๆ หมู่บ้าน จะได้ดูโล่งขึ้น ส่วนคนแก่ ก็รื้อกระโจม ที่เป็นหลังเล็ก ๆ เพื่อจะนำมารวมกันทำเป็นกระโจมใหญ่ เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคด ก็ลงไปตามหน้าผาหัวนก กลับมาพร้อมกับกรวดหิน เต็ม ห่อผ้าขนสัตว์ ทางด้านซิต และลอท ไม่นานก็ถึงหมู่บ้าน พร้อม กิ่งไม้ เต็มมือ และไม้เลื้อยม้วน เป็นวงกลม คล้องไหล่ สองข้าง กลับมา เวลาเที่ยง อากาศปลอดโปร่ง เย็นสบาย หลังจากที่ทุกคน ได้กินอาหารที่ แจกไป ต่าง มีกำลัง ต่างฝ่ายต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตน ตามที่ลอทสั่ง โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ราวกับว่าทุกคนรู้จัก ลอท และเชื่อใจลอท อย่างดี ทั้ง ๆ ที่ หลายคนเพิ่งเห็นลอทเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำไป แรงสิ้นหวัง กลับเป็นแรงกำลัง ในพริบตา เมื่อมีผู้นำ ผู้แข็งแกร่ง ที่พวกเขาสามารถฝากชีวิต ขวัญและกำลังใจของทุกคน กำลังจะกลับคืนมา ทุกคน มีความสมัครสนามสามัคดี ที่จะพัฒนาหมู่บ้าน ทุกคนต่างแยกย้ายทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด ไม่ช้า เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคด แบกกรวด เต็มถุง กลับมา วางที่หน้าหมู่บ้าน โดยทั้งสอง ไม่ทราบว่า ลอทจะเอาไปทำอะไร แต่เขาทั้งสอง คิดว่าต้องเป็นเรื่องที่ดีแน่ ๆ ยืนพร้อมกันหน้าหมู่บ้าน บลอมบอส แห่งนี้ เจ้าหัวบากเห็นคนแก่ที่พอมีแรกปลด ผ้าคลุมกระโจม อยู่ เขายังว่างอยู่ จึงเข้าไปช่วยรื้อกระโจมอีกแรง กระโจมทั้งหมด มีอยู่ 6 หลัง บางหลัง ก็ว่างเปล่า เนื่องจาก คนที่อาศัย ต่างตายไปแล้ว กลางกระโจม มีเสาค้ำยัน สูง ประมาณ 2 เมตร ครึ่ง ที่ปลาย เสาค้ำยัน ผูก ติดกับผ้าคลุม กระโจม เจ้าหัวบากก็ช่วยปลดเชือกที่ทำจาก หนังสัตว์ที่ถุกตัดเป็นเส้นยาว ฝ่ายคนแก่ที่ ไม่ค่อยมีแรง ก็ขนสิ่งของเครื่องใช้ ภายในกระโจมนำมาวางรวมกัน ที่ลานหน้าหมู่บ้าน ลอทและซิตกลับมาถึง หมู่บ้าน ก็เริ่มงานต่อ โดยไม่หยุดพัก "เอาหละ เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคด ช่วยมัดนี่หน่อยนะ" ลอท วางไม้ เจ้าหัวบาก ผละงานจาก การรื้อกระโจมทันที เดินมาหาลอท "เจ้าทำนี่ให้หน่อย เจ้าทำเป็น แบบนี้นะ นำกิ่งไม้ ยาว 2 อันนี้ กับ อันที่สั้น 2 อัน แล้วใช้ ไม้เลื้อยนี่ มัดรวมกัน แบบนี้ แล้วก็ จะได้ แบบนี้นะ" ลอท สาธิต ให้ทั้งสองฟัง โดยการใช้ เศษไม้ ลากเส้น บนพื้นดิน เป็นตัวอย่าง ลอทวางไม้ที่หาได้ขนาดท่อนแขน และยาว ประมาณ 2 เมตร 2 อันกับไม้ที่ ยาวประมาณ ครึ่งเมตร 2 อัน ใช้ ไม้เลื้อย ตัดสั้นพอประมาณ มัดไม้ทั้งสองเป็นมุมฉาก ทำเป็น สี่เหลี่ยมผืนผ้า "อ้อ เสร็จแล้วบอกข้าละกัน ข้าไปไปทางโน้นหน่อย หาที่วางกับดัก ป๊ะซิด" ลอท สั่งงานทั้งสองจบ ก็ชวนซิต ไปทันที ลอทและซิต เดินไปด้านข้างของหมู่บ้าน ไปยังตำแหน่ง เดียวกันกับที่ ลอท เจอ ร่องรอยการโจมตี ของนักล่าในป่า เมื่อเช้า ลอทเดินเข้าไปในป่าอีกหน่อย เพื่อหาทำเล เขามองดูต้นไม้ กิ่งไม้ จึงตัดสินใจ "เอาแถวนี้แหละ ซิตว่าไง" "อืม ก็ดีนะ ต้นไม้ที่ใกล้ ไม้เลื้อยที่พื้นดิน และก็ หญ้าที่ขึ้นมากมาย อืม..ไม่เลว ยังไงข้าก็ว่าตามเจ้านั่นแหละ" ซิต ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ "เอาหละ เราจะขุดดินกันที่นี่ เรามีเวลาไม่มากแล้ว" ลอท ดึง ต้นหญ้า และไม้เลื่อยที่ ปกคลุม ผืนดิน เตรียมขุดดิน ลอท ลองใช้ หอกคู่กาย ปักดินลงไป เพื่อคุ้ยเขี่ย ดินออกมา "อืม ใช้ได้" ซิต นั่งลง ช่วยขุดดินอีกแรง สักพัก เจ้าหัวบาก ก็มาตาม "ลอท ทางนี้ เรียบร้อยต่อไปทำไง" "อืม..ดีเลย เจ้าช่วยข้าที่นี่ละกัน" "อ้อ ไปเรียกเจ้านิ้วคดมาช่วยทางนี้ด้วย" "ได้" เจ้าหัวบาก หันกลับไป ขอแรง เจ้านิ้วคดอีกแรง แล้วทุกคนออกแรงขุด ดินให้ลึก พอที่จะทำเป็นหลุมพลาง ดินยิ้งลึก ก็ยิ่งขุดยาก ทั้ง รากหญ้า และรากไม้ ขึ้นขวาง แต่พวกเขาไม่ย่อท้อ ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ พวกเด็ก ๆ ถางหญ้า เคลียร์พื้นที่ เสร็จ ก๋วิ่งเล่น ตามประสา เด็ก ต่อไป ฝ่ายคนแก่ ก็ นำกระโจมเล็ก ๆ รวมกันทำเป็นกระโจมใหญ่ ใช้ ไม้ ที่เป็นเสาค้ำยัน มามัดรวมกันเป็นโครง ทรง สามเหลี่ยม ปิรามิด ปลายแหลม ฐานกระจายเป็นหกเหลี่ยม ให้สมดุล กัน ก็จะได้โครงที่ แข็งแรงขึ้นมาก สามารถพออาศัยได้ทุกคน พวกลอท ยังคงขุดดิน อยู่ เขมักเขม้น ต่อไป จนได้ที่ "เอาหละพอแค่นี้ก่อน แม้มันจะไม่ดีเท่าไหร่" ทั้งสี่ เริ่มหมดแรง ส่วนลอทเห็นว่า ใช้ได้แล้ว ขุดหลุม ยาวประมาณ เมตร ครึ่ง กว้าง ครึ่งเมตร ลึก เกือบ หนึ่งเมตร แม้ จะเล็กเกินไป ตามที่ลอทได้คิดเอาไว้ แต่พวกเขาไม่มีเวลามาก ที่จะขุดหลุมให้ใหญ่พอ ลอทตั้งใจจะทำกับดักให้เสร็จภายในวันนี้ "เอาหละไม่มีเวลาแล้ว" ลอท กระโดดตัวขึ้นจากหลุม พร้อมเหงื่อชุ่มกาย "ทุกคนตามมา" ลอทหันกลับไปบอกทั้งสาม เพื่อทำกับดักกันต่อ ลอทและทุกคน วิ่งไปยังหน้าหมู่บ้าน ที่วางของทุกอย่าง ที่ตนหามา ลอทวิ่งไปนั่งหยิบโครงสี่เหลี่ยมที่ เจ้าหัวบากกับเจ้านิ้วคด ทำเมื่อกี้ เขาหยิบกิ่งไม้ ที่ยาวกว่าความกว้างของโครงสี่เหลี่ยม มาวางทาบ ดู วางเป็นตาข่าย ตามแนวขวาง ไม่นานเพื่อน ๆ ก็ตามมาสมทบ ซิตเห็นลอททำ ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาจะทำอะไร เขาหยิบ ไม้เลื้อยที่หาได้ ออกแรงดึงให้ขาดออกจากกัน กะความยาว เพื่อเอาไปมัด โครงไม้ได้ อย่างแน่นหนา "อ๊ะ " ซิต บื่น ไม้เลื้อยที่ยาว เกือบ 1 เมตร ให้ลอท มัด "อืม." ลอท รับไม้เลื้อยจากซิตอย่างไม่รอช้า เพื่อทำเวลา พวกเขาไม่อาจเสียเวลาไปให้เปล่าประโยชน์ ลอทจับกิ่งไม้พันเข้ากับโครง อย่างรวดเร็ว เขาพันอยู่หลายรอบ เพื่อให้แน่นมาก มากขึ้น ฝ่าย ซิต ก็ บิดดึง กะความยาว ให้พอเหมาะ สงไปให้ เจ้าหัวบาก และเจ้านิ้วคด ช่วยมัดอีกแรง ทั้งสาม ต่างทำคนละไม้คนละมือ ไม่นานก็เรียบร้อย ได้โครงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวประมาณ 2 เมตร กว้างประมาณ ครึ่งเมตร และซี่ขนาดตามความกว้าง อยู่ 8 ซี่ด้วยกัน ลอทจัดการต่อทันที เขาหักกิ่งไม้กลมเล็ก แหลม ขนาด นิ้วโป้ง ยาว ประมาณ หนึ่งศอกของตน กระเทาะด้วยหิน เพื่อให้ปลายแหลมขึ้น ลอทจับมันตั้งฉาก กับโครงไม้ที่เพิ่งทำเสร็จไป ตั้งฉากกับพื้น แล้ววางไม้ซี่เล็กที่ เพิ่งหักไปวางทาบ ตรงมุม ระหว่างช่อง โดยกะวางตรงกึ่งกลางของกิ้งไม้เล้ก พอดี แล้วมัด เพื่อเป็นซี่โครงที่มีไม้แหลม ขวางอยู่ ไม่นานทุกคนก็ทำตามโดย ลอทไม่ต้องออกคำสั่ง ก็สามารถเข้าใจได้โดยง่าย ซิดก็ บิดไม้เลื้อยไป เจ้าหัวบาก กับเจ้า นิ้วคด หากิ้งไม้ เล็ก ๆ ประมาณนิ้วโป้ง กะความยาว ไป ส่งให้ลอท มัด ทั้ง สี่ ทำงานเป็นทีมเดียวกัน โดย ไม่มีพูด เลย พวกเขามีสมาธิในการทำงาน และรีบเร่ง กับเวลาที่น้อยลงไปเรื่อย ๆ ไม่ช้า ลอทก็ทำเสร็จไปอีกขึ้น เป็นไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีโครง ขวางอยู่ตรงกลาง และ ขอบด้านข้าง เป็นไม้เล็ก ๆ แหลม ขั้นอยู่ทุกมุม สมองลอททำงานต่อทัน โดยไม่หยุดพัก ลอทคิดได้ เดินไปหาค้นแก่ที่กำลังสร้างกระโจมอยู่ "นี่ พอมีหนังสัตว์ไหม ข้าของใช้หน่อย" ชายแก่ ที่กำลัง ตั้งเสา อยู่ พูดว่า "เจ้าไปของตรงโน้นสิเผื่อมี" ชายแก่ มองลอท แล้วหันไปมอง ข้าวของเครื่องใช้ภายในกระโจม ถูกกองรวมกัน ไว้ข้างนอก "อืม.." ลอท มองตามชายแก่ แล้วเดินไปอย่างไม่รอช้า ทันทีที่ถึง ลอทจัดการ รื้อค้นอย่างรีบเร่ง "อืม..ใช้ได้" สิ่งที่ลอทต้องการเป็น เพียง ผ้าขนสัตว์ ที่เก็บไว้ขนาดใหญ่พอที่ คลุม โครงไม้ ได้ ลอทรีบวิ่งกลับมาที่นั่งทำโครงไม้ เขาจัดการคลุม ทันที โดย ดันกิ่งไม้ซี่เล็ก ๆ แทงทะลุออกมา แล้วพับไปคลุมอีกด้านหนึ่งดันกิ่งไม้ให้ทะลุออกมาเช่นกัน จากนั้น ใช้ ไม้เลื้อยสอดตามรู มัดอีกที เพื่อความแน่นหนา ไม่นานเขาก็ได้ โครงไม้ มีไม้แหลม ทั้งสองด้าน และผ้าคลุมหนังสัตว์ เป็นตัวหุ้มอีกทีหนึ่ง "อืม..เข้าท่าดีลอท" ซิต ชมเชยผลงานลอท ต่างฝ่ายต่างดีใจ ในผลงานตน เอาหละไปกันต่อ ลอท ทำงานไม่หยุดพัก "เขาเดินไปยังที่ที่ขุดหลุมอีกครั้ง "อ้อ..เอาของไปด้วย" ลอทหันมาบอกกับทุกคน "อืม.." ทุกคนทำการย้ายสิ่งของที่หามาได้ ขนตามลอทไป ตั้งแต่ เศษไม้ที่เหลือ ถุงที่มีกรวด และไม้เลื้อยที่ยังไม่ได้ใช้ หอบเต็มสองมือ ตามลอทที่ถือโครงไม้ ไป "ต่อไปก็...."ลอท มองขึ้นไปเหนือศีรษะ สองข้างหลุม นี้ เป็นต้นไม้สูง ลำต้นไม่ใหญ่นัก พอที่จะสามารถ เป็นค้ำยัน โครงไม้ได้ "อ้อ..เจ้ามีกระดูกอยู่สินะ" ลอทนึกขึ้นได้ ซิตหันไปถามซิต "กระดูก ....อ้อ เอามาทำอะไรนะ" ซิต ถามลอทอย่างสงสัย "กระดูก...อันไหนที่มีรูตรงกลาง นะ ข้าจะใช้มัน" "อืม..ได้ เดี๋ยวข้ามา" ซิต รับคำ เขารีบวิ่งกลับไปหาห่อหนังสัตว์ที่ตนแบกมา รื้อค้น ไม่นานก็เจอ เป็นกระดูก ขา ของสไมโลดอน ที่แห้ง และมีรูกลวง เขาหยิบมาอย่างไม่รอช้า กลับไปหาลอททันที "อืม..ใช้ได้" ลอทตัดสินใจ ลงมือกระเทาะอย่างบรรจง โดยไม่ให้ กระดูก แตก เป็นชิ้นเล็ก ๆ ลอทกระเทาะกระดูกออกเป็น 2 ท่อน โดยที่ ยังมีรูตรงกลางอยู่ ลอทจัดการต่อทันที "เอ๊า เจ้าหัวบาก อยู่ตรงโน้นนะ" ลอท ส่ง กระดูกท่อนเล็ก ที่มีรูตรงกลาง แล้ว มองไปยัง ต้นไม้ "ดูตามข้าละกัน" ต้นไม้ต้นตรงข้ามระหว่างหลุม อีกต้นหนึ่งอยู่ใกล้ลอท เขาใช้ ไม้เลื้อพัน โดยสอด กระดูกที่เพิ่งหักได้ มามัดพร้อมกับ ลำต้นไม้ใหญ่ พันอยู่หลาย รอบ เพื่อความแน่หนา "อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" เจ้าหัวบากที่อยู่ต้นไม้อีกต้น ทำตาม ทันที "ฟุ่ ต่อไป จะยากกว่านี้ละนะ" ลอท หายใจเฮิ์อก รวบรวมกำลัง ทำงานต่อ "ต่อๆๆ. เจ้ารวมไม้เลื้อยนะ ต่อไปจะต้องใช้ หาอันที่ยาว ๆ หน่อย" ลอทบอกกับทุกคน เขาใช้ ไม้เลื้อย รวบกัน 3 เส้น เพื่อให้แข็งแรงขึ้น ลอทแหงนหน้ามองกิ่งไม้ ไม่รอช้า ลอท คาบไม้เลื้อยสามเส้นไว้ในปาก แล้ขึ้นไปยังต้นไม้ ที่ผูก กระดูกไว้ก่อนหน้านั้นที เขาปีนขึ้นไป ไม่สูงนัก เป็นกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา ตรงกับหลุมที่อยู่ด้านล่าง ทันที่ที่ถึง เป้าหมาย ลอทหยิบไม้เลื้อยสามเส้นจากปากของเขาเอง คล้องอ้อม กิ่งไม้ลงมา เปรียบเสมือนรอก เขาสาวไม้เลื้อ ลงจนถึงพื้นดิน "เดี๋ยว เส้นแค่นี้จะพอเหรอลอท" ซิต เสนอความเห็น "อืม..ข้าก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ เอาอีกสามเส้นก็ดี" ลอทที่คร่อมบนกิ่งไม้ เห็นด้วย ไม่นานซิตก็หาไม้เลื้อยที่ยาว 3 เส้นได้ กระโดด ยืนส่งปลายไม้เลื้อยให้ลอทได้ ลอทก็คล้องสมทบ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงอีกที ลอทจับมันหมุนพันกัน เพื่อให้รวบเป็นเส้นเดียว เพิ่มความแน่นหนามากขึ้น "เอาและ เจ้าหัวบากหับเจ้านิ้วคด มัดไม้เลื้อยกับ โครงไม้ที่เราทำกัน" "อืม" ทั้งสอง แยกปลายไม้เปลื้อย มัดกับมุม โครงไม้ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้าด้วยกัน ไม่นานก็ได้ โครงไม้ ที่มี ไม้เลื้อยคล้องกับต้นไม้ สามารถดึงขึ้นลงได้ ลอท ที่อยู่บนต้นไม้ ดึง ไม่เลื้อยขึ้นสูจากพื้นดิน ประมาณ 1 เมตร "อืม..ใช้ได้ ......ต่อไปก็ เจ้านำก้อนกรวดมาวางนะค่อย ๆ หละ มันจะได้หนักขึ้น" เจ้าหัวบากไม่พูดอะไรเดินไปหยิบกรวดที่ลอทให้หามา วาง บนโครงไม้ที่หุ้มด้วย หนังสัตว์อีกที เจ้าหัวบากค่อย ๆ วาง เกรงว่าไม้เลื้อยจะรับน้ำหนักไม่ไหว เขาวางกรวดขนาดไข่ไก่ กว่า 10 ก้อน กระจายให้ทั่วถึงกัน "พอละ ข้าจะดึงขึ้นไป" ลอทที่อยู่บนต้นไม้ ยกตัวเองคร่อมกิ่งไม้ ทรงตัว จากนั้นก็ค่อย ๆ ดึง ให้สูงประมาณ 2-3 เมตร "เอาหละ ใช้ได้" ลอททดลอง ยกขึ้นยกลง วัดน้ำหนักด้วยตัวเอง ลอทตัดสินใจ ผละมือจากไม้เลื้อยไว้ แล้วหันพุดหาซิด "ซิด ลองดึงดูสิ" ซิต แหงนมองลอทอยู่นาน จัดการรวบ ไม้เลื้อยที่คล้องทั้งหมด เข้าด้วยกัน แล้วออกแรงดึงขึ้นดึงลงอีกที "เอาหละก็ใช้ได้นะ แล้ว ไอ้นี่หละ" ซิดทดสอบ แต่ยังสงสัย กับกระดูกที่ลอทมัดไว้สองด้าน "นั่นแหละตัวสำคัญ เจ้าแยกไม้เลื้อย บางส่วนให้เจ้าหัวบากซิ" ซิต แยกไม้เลื้อยหลายเส้นแบ่งเป็นสามเส้น อีกสามเส้น ส่งให้เจ้าหัวบากถือ "เอ๊า เจ้าหัวบาก" "จากนั้นเจ้าทั้งสอง ก็ สอดไม้เลื้อยเข้ารู ทั้งสอง" "อ้อ ข้าช่วย" เจ้านิ้วคดยืนอยู่ก็เข้าไปช่วยซิด นำปลายอีกข้างหนึ่ง หยิบขึ้นมาสอด รูกระดูกที่มัดติดต้นไม้อย่างแน่นหนา เขาสอดลงไปทั้งสามเส้น ได้อย่างไม่มีปัญหา หลังจากที่สอดด้านซิดเสร็จแล้ว เจ้านิ้วคดเดินไปสอดไม้เลื้อยทางด้านเจ้าหัวบากบ้าง ก็เรียบร้อย "อืม...ใช้ได้ ไม่เลว เอาหละ ทีนี่ เจ้าค่อยผ่อนไม้เลื้อยนะ วางโครงนี่ก่อนละกัน" ลอท พูด แล้วก็ขยับตัวลงจากต้นไม้ "ฮึบ .."ลอทกระโดดลงถึงพื้น ทำกับดักขึ้นตอนต่อไป "เอาหละขุดดินกันอีกแล้ว" ลอท บอกให้ทุกคนขุดดิน เป็นแนวขวาง ยาวตามขอบหลุมระหว่าง หลุมกับต้นไม้ |