|
โฮโมซาเปียน ภาค การอยู่รอด
โพสต์เมื่อ:
16:57 วันที่ 29 เม.ย. 2549 ชมแล้ว:
4,294
ตอบแล้ว:
35
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเองบางส่วนอิงประวัติศาสตร์
เรื่อง โฮโมซาเปียน ภาค การอยู่รอด เกริ่นนำ 4 ล้านปีที่ผ่านมา จากโลกที่ร้อนมากขึ้น การอาศัยอยู่บนต้นไม้ ก็เริ่มมาหาอาหารกินบนพื้นดิน จนวิวัฒนาการการมาเดิน 2 ขา กว่า ออสทราโลพิธีคัส อนาเมนซิส ได้กำเนิดขึ้น หลังจากนั่น ราว 3 ล้านก่อนก็พัฒนามาเป็น ออสทราโลพิธีคัส อฟาเรนซิส และพัฒนามาเป็นตระกูล โฮโม คือ โฮโม ฮาบิลิส และมาถึง โฮโมเออร์กัสเตอร์ จนกระทั่งมาถึง โฮโมอิเร็กตัส และมาเป็นเราในที่สุด โฮโมซาเปียน ในช่วง 2 ล้านปีก่อน จากโลกอันแสนโหดร้าย เกิดระเบิดภูเขาไฟ โทบา ที่อินโดนีเซีย เมื่อประมาณ 75,000 ปีก่อน เป็นแผ่นดินไหวที่สั่นไปทั้งโลกนี้ เขม่าจากเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เกิดการปะทุของภูเขาไฟ ที่รุนแรงเป็นครั้งใหญ่ และครั้งแรก ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่พบมา หลังจากนั้นไม่นาน อุณหภูมิ ที่ใกล้เคียงร้อนราวกับนรกบนดิน สิ่งมีชีวิตล้มตายอย่างทารุณ ทะเลปั่นป่วนกลายเป็นสีแดงเต็มไปด้วยเลือด และลาวา พื้นดินกลายเป็นสีเทา และสั่นสะเทือน ไปทุกหย่อมหญ้า สัตว์ป่าถูกเผาทั้งเป็น ไม่มีอะไรหนีรอด ไม่มีสิ่งใดจะหนีพ้น และไม่มีสิ่งใดจะหยุดมันได้ หลังจากนั้นโลกเริ่มฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงอันนี้ ทำให้พื้นที่บนโลก เกิดความมืดและความหนาวเย็นกว่า 6 ปี อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดการขลาดแคลนทรัพยากรทางธรรมชาติ มนุษย์และสิ่งมีชีวิต กว่า 80% ค่อย ๆ ล้มตายใกล้จะสุญสิ้น ทุกชีวิตต่างเอาตัวรอด จุดจบกลายเป็นจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นของการอยู่รอด แล้วมนุษย์เราจะอยู่รอดอย่างไร? ในแอฟริกาใต้ ยังเป็นถิ่นของนักล่า และความแห้งแล้ง ตลอดจนการขาดแคลน แห่งอาหารที่อยู่ ตลอดจนภัยต่าง ๆ รอบตัวที่รุมเร้าเข้าไป อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การเอาตัวรอดจากสิ่งที่โหดร้ายนี้ ทำเอามนุษย์ หรือ โฮโมซาเปียน ดำรงชีวิตต่อได้อย่างไร? การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ทำให้ช่วยจุดประกายให้มนุษย์พยายามหาเอาชีวิตรอด การใช้สติปัญหา หาทางเอาชีวิตรอด การอาศัยอยู่รวมกัน การสื่อสาร การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย เป็นเวลาหลายหมื่น ปี และในบัดนี้ มนุษย์ เรา ก็เป็นมนุษย์อย่างเต็มตัว โฮโมซาเปียน อย่างเรา วิวัฒนาการก้าวมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว จำนวน 35 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 พ.ค. 2549 (11:29) การเอาตัวรอดที่ 1 25,000 ปีต่อมา ช่วงปลายยุคน้ำแข็ง ณ แอฟริกาใต้ เวลาบ่าย ๆ กับอากาศ ค่อนข้างร้อน และแห้งแล้ง “แฮก....แฮก........” เทียส หอบลูกน้อย เพิ่งอายุได้ 3 เดือน ผ่านทุ่งหญ้าซาวันนา อันกว้างใหญ่ เธอหนีมาเป็นเวลากว่า 2 วัน จากพวกที่หมายเอาชีวิตเธอ เธอวิ่งไปสักพัก และเหนื่อยอ่อน เธอสังเกตเห็น ป่าที่ค่อนข้างหนาทึบ ซึ่งตอนนี้เริ่มเหลือน้อยเต็มทีจากความแห้งแล้ง และความร้อนจากโลกของเรา ต้นไม้จึงปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอันแห้งแล้ง จากป่าทึบทั่วแอฟริกา จนค่อย ๆ กลายเป็นป่าโปร่ง และใบไม้ เล็กลงเรื่อย ๆ เพื่อ จะได้คายน้ำให้น้อยลงนั่นเอง เธอวิ่งหนีสักพัก คิดว่าวิ่งเข้าไปป่าทึบ หวังว่าจะได้มีต้นไม้ ไว้หลบซ่อนกำบัง จากโฮโมซาเปียนที่ไล่ล่าตามมา ซึ่งเมื่อก่อนเคยอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่เพราะความหิว และอาหารไม่ได้ พวกมันจึงต้องหาอาหารกันกินเอง โดยหาทางเลือกอื่นไม่ได้ เพราะเห็นว่าเธอ เป็นคนอ่อนแอและไม่มีวิชาต่อสู้ป้องกันตัว หรือ ทักษะการล่าสัตว์ ที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเหมือนพวกผู้ชาย ที่มักล่าด้วยกันเป็นกลุ่ม หรือเดี่ยวบ้าง แล้วเธอก็หนีเข้าไปในป่าทึบ และในป่าทึบนี้เองทำให้ เทียส วิ่งช้าลงไปเรื่อย ๆ จากความเหนื่อย อ่อน และความหิว จนถึง ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรก ที่ขวางหูขวางตา เต็มไปหมด เธอ วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ........จากพวกกระหายหิว จากกลุ่มที่เคยอยู่ด้วยกัน จากสมาชิกที่เป็นเพื่อนกัน ก็ต้องมาล่ากันเองเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ซึ่งวิ่งไล่ตาม มาเป็นเวลา กว่า 2 วัน เพราะหาอาหารไม่ได้ จากการที่สัตว์ป่าเหลือน้อยเต็มที หลังจากเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ต้องใช้เวลาฟื้นตัว อยู่หลายหมื่นปี สิ่งมีชีวิตบ้างก็สูญพันธุ์ไปแล้ว บ้างก็เหลือน้อยเต็มที บ้างก็อดตายจาการขาดอาหาร บ้างก็ขาดอากาศหายใจ จากฝุ่นผงที่เคยเต็มอยู่ในอากาศ ถึงตอนนี้ มันจะจางไปหมดแล้ว แต่สภาพแวดล้อมก็ไม่ได้ ดีขึ้นเลย ซ้ำเวลาตอนกลางคืน ก็หนาวเหน็บ กลางวัน ร้อนจัด และแห้งแล้ง กว่าต้นไม้จะเติบโต สัตว์ป่า จะขยายพันธุ์ ต้องใช้เวลานานไม่น้อย เธอวิ่งมาสักระยะ ขาเริ่มอ่อนเพลีย รวมถึงลูกน้อย ที่ไม่รู้ว่าจะทนกับความหิว ความแห้งแล้งและความร้อนไปได้สักเท่าไหร่ และที่สำคัญ เธอคิดที่วิ่งหนีอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเด็กคนที่เธออุ้มอยู่จะมีชีวิตอยู่หรือไม่ ผ่านผืนป่าที่ยังคงมีอยู่พื้นที่นี้ยังอุดมสมบูรณ์ แต่แฝงด้วยนักล่า ที่คอยจะขย้ำเธอได้ทุกเวลา ซึ่งเป็นแหล่งที่มั่นที่สุดท้ายของแถบนี้ กับสัตว์ป่า ที่หลบซุ่มอยู่ และอากาศที่ยังบริสุทธิ์ กับผืนป่า ที่ให้ความชุ่มชื้น กับสัตว์ต่าง ๆ จากป่าที่สมบูรณ์กลับกลายเป็นที่อันตรายอย่างที่สุด ซึ่งมีทั้งนักล่าที่ซุ่มโจมตีและสัตว์ที่หาอาหารจำพวกต้นไม้ใบหญ้า ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ อยู่ ด้วยความเหนื่อยอ่อนเธอวิ่งไปสักพัก และแล้ว พวกนั้น ก็ค่อย ๆ ตามมาทัน เธอเริ่มลากขา จากความล้าเธอหันกลับไปมองข้างหลังอยู่หลายครั้ง และแล้ว ตอนที่เธอหันกลับไปมอง พร้อมกับการวิ่ง ที่เริ่มช้าลง จนในที่สุด เธอ ก็สะดุดท่อนไม้ โดยไม่รู้ตัว “โอ๊ย.....” เธอตกใจ แล้วลมลง และแล้ว พวกนั้นก็ตามมาทัน พร้อมกับความเหนื่อยอ่อน แล้ววิ่งมาล้อมเธอไว้ เทียส : “อย่านะ อย่า กินข้าเลยนะเลย นะ อย่าฆ่าลูกเราเลยนะ ปล่อยข้าไปเถอะ” เธอขอร้องพร้อม กับการเหนื่อยหอบ โฮโมซาเปียน ที่ตามมา 3 ตัว : “ก็มันหิวนี่หว่า ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปหรอก อุตสาห์วิ่งตามมาตั้งนานจะปล่อยไปได้ยังไง ข้าจะกินให้หมดเลย รวมทั้งเจ้าเด็กน้อยด้วย ยังไงซะข้า จะย่างกิน จงเป็นอาหารของข้าซะดี ๆ “ ผู้แข็งแกร่งกว่าจะอยู่รอด และกินผู้อ่อนแอกว่า เทียสไม่มีทางเลือกซะแล้ว “นะ...นะ..งั้นไว้ชีวิตลูกเราเถอะนะ” เทียส ขอร้อง สภาพอันเลวร้าย จำต้องกินพวกเดียวกันเพื่อความอยู่รอด เพื่อประทังชีวิตต่อไป เทียส : “กรีดดดดดดดดดดด..................” ติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 พ.ค. 2549 (10:29) เจ้าโฮโมซาเปียน 3 ตัว ก็ล้อมเทียส ไว้ "ยังไงพวกข้าก็จะกินเจ้า เนื้อที่นุ่มของลูกเจ้าคงจะอร่อยไม่ใช่เล่นเลยนะ" เจ้าโฮโมซาเปียนตัวหนึ่งบอก หลังจากนั้นทั้งสาม ก็ค่อย ๆ เดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ล้อมเป็นวงแคบเรื่อย ๆ ทันใดนั้นเอง ฟิ่ว.................... ได้มีหอกพุ่งมาจากทางพุ่มไม้ ปักไปที่เข้าไปกลางวง ฉึก.. พอหอกปักลงที่พื้น ทุกคนในกลุ่มตกใจหยุดชะงักกันหมด ทั้งหมดต่างหันไปทางที่หอกพุ่งมา "หา....นั่นใคร" หนึ่งในกลุ่ม ที่กำลังจะกินเทียส พูด สักครู่มีเงา ดำ ๆ ร่างสูงใหญ่ ล่ำสัน วิ่งเข้ามา ชายคนนั้นชื่อ ลอท "นั่นพวกแกจะทำอะไรเธอเหรอ" ลอทถาม ด้วยความหนักแน่น หนึ่งใน เจ้า 3 ตัวนั้น พูดแทรกขึ้นมา "อะไรนะ ก็จะกินสิถามได้" หนึ่งในนั้นพูดแทรก ด้วยความหงุดหงิด "นั่นพวกเจ้าจะกินพวกเดียวกันหรือไง" ลอท ถามคืนอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก หนึ่งในสามตัวนั้นพูด "เจ้าจะกินด้วยเหรอข้าไม่ให้หรอก ยังไงพวกข้าก็มีสามคนเจ้ามีเีพียงคนเดียวจะสู้อะไรข้าได้" ลอท ค่อยเดินมาถึงกลุ่มนี้ "พวกเจ้าเสียงดังไปแล้วนะ" ลอทเตือน "พวกเจ้าทำเสียงดังเกินไป รู้ไหมป่าเนียะ มันเต็มไปด้วยนักล่า ข้าซุ่มอยู่ที่นี่นานแล้วหิวเหมือนกัน แต่ไม่คิดจะกินพวกเดียวกันอย่างพวกแกหรอก" "หนอย....ก็หิวยังไงก็ต้องกิน หาอาหารไม่ได้จะให้ทำไงเล่า" หนึ่งในสาม พูด ยืนยัน สักพัก ลอท : "เงียบหน่อย" ลอท เตือน "อะไรวะ" หนึ่งในสามพูด ลอท "มีอะไรมา" ลอทหยุดนิ่ง เพื่อฟังเสียง จากสัตว์ที่อยู่ในโพรงหญ้า ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตัวอะไร ทั้งกลุ่มก็เงียบโดยไม่ขยับตัวเพื่อฟังเสียงด้วย .................. หนึ่งในสามคนพูดลอย ๆ ว่า "ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย" แล้วหันไปมองผู้หญิงคนนั้น ต่อ "อย่านะ.....อย่า" เทียส ขอร้องด้วยความกลัว แล้วขยับตัว หนีถอยไปเรื่อย ๆ "แงงง...." ลูกของเธอยังร้องไม่หยุด "เดี๋ยว !" ลอท สั่ง "มันมาแน่ ๆ มีอะไรกำลังมองเราอยู่" ลอทพูดต่อ กับป่าที่เงียบสงบ ช่วงเย็นของวัน สายลมพัดเอื่อย ๆ ต่างคนต่างนิ่ง เพื่อดูสถานการณ์ แต่ ลอทก็ยังฟังเสียงนั้น ว่ามันมาจากไหน "มันคือตัวอะไรกันแน่ ที่แอบมองเราอยู่" ลอท พูดกับตัวเองในใจ แล้ว ดึงหอกที่ปักอยู่ เพื่อตั้งรับ ลอท : "มันมาแน่.........." ติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 4 พ.ค. 2549 (11:16) ส่วนเจ้าสามตัวนั้น ไม่สนใจกับเสียงนั้นเลย ก็เลยหันมา หมายจะกินผู้หญิงคนนี้ซะ เทียส ขยับตัวถอยไปเรื่อย ๆ จน หลังติดกับต้นไม้ "ช่วยด้วย" เทียส ร้อง ขอ ในไม่ช้า มันก็โผล่ออกมาจากการซุ่ม อยู่สักพัก ร่างอันใหญ่โต เขี้ยวที่ยาว อย่างเป็นได้ชัด ปราดเปรียว และแข็งแกร่ง แววตา ขวางสีเหลือง ลำตัวยาวประมาณ 2 เมตร ขนสีเหลืองลายจุด มันวิ่งมาอย่างรวดเร็ว มันเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งและวิ่งไวที่สุดในแถบนี้ เขี้ยวและเล็บของมันคอยจะขย้ำเหยื่อได้ทุกตัวที่มันต้องการ มันวิ่งไปยังเป้าหมายที่มันต้องการ โดยไม่ลังเล ลอท : "แย่ละสิ มันต้องการเด็กกับผู้หญิงนั่น" ลอท คิดในใจ พร้อมกับจะวิ่งไปตัดหน้า ขวางมันเอาไว้ มันหยุดชะงักทันที เพราะความตกใจ และจำเป็นที่จะต้องสู้กัน จากนั่นมันค่อย ๆ ถอยไป ถอยไป เพื่อดูท่าที ของลอท "พวกเจ้าถอยไปก่อน" ลอทสั่ง แล้วพวกนั้น ไม่พูดอะไร และยอมทำตาม ลอท ควงหอก ที่ถืออยู่ในมือ เพื่อทำให้มันเกิดสับสนและตายลายเหมือน กับ การใช้ผ้าคลุมสีแดง ล่อวัวกระิทิง มันทั้งหิวและเหนื่อยอ่อน จากการไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน มันเดินวนไปเรื่อย ๆ ซ้ายที ขวาที แต่สายตาของลอทยังคงจับจ้องไปที่มัน ลอทมีสมาธิกับการกับการต่อสู้ครั้งนี้มาก เนื่องจากเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว และเสียเปรียบมากทีเดียว ที่เจอกับนักล่าที่ตัวใหญ่ และว่องไวกว่า ลอทกับมันจ้องกันอยู่สักพัก ต่างฝ่ายต่าง ลังเล เพื่อหาช่องว่างที่จะโจมตี รวมถึงไม่ประมาทของคู่ต่อสู้ด้วย เพื่อหวังเอาชนะภายในหมัดเดียว สักพัก "กรี๊ด.................อย่านะ" เสียงมาจากทางด้านหลังของลอท อยู่ห่าง ๆ "แย่ละสิ...พวกนั้นกำลังจะกินเธอ" ลอทบ่นในใจ พร้อมทั้งหยุดควงหอกที่ถืออยู่ในมือ ระหว่างนั้น ลอทเผลอไปคิดเรื่องผู้หญิงที่กำลังถูกทำร้ายข้างหลัง เจ้าเขี้ยวยาวได้โอกาส ทันทีที่ลอทเผลอ และไม่มีสมาธิกับการต่อสู้ มันตัดสินใจ วิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ของมันเท่าที่จะทำได้ ตรงไปหาลอท หมายจะสังหารภายในครั้งเดียว พอใกล้จะถึงตัวลอท มันกระโดด เตรียมตะปบ ลอท ในทันที "แย่ละสิ.." ลอทพูดกับตัวเอง หางตาลอท สังเกตเห็นต้นไม้ที่ผู้หญิงคนนั้น เคยถอยไปชน ลอทตัดสินใจ วิ่งไปหา ขณะที่มันกระโดดลอยกลางอากาศ พร้อมเขี้ยวเล็บที่ยาวของมันลอท ใช้ ต้นไม้ นั้น ยันตัวกระโดด กลับตัว เพื่อจะได้ลอยตัวให้สูงขึ้นกว่ามัน พอเจ้าเขี้ยวยาว ลอยลงสู่พื้นดิน ลอทก็ได้ที ใช้หอกที่ถืออยู่ในมือ แทงด้วยความแม่นยำ ไปที่ ท้ายทอยทางด้านหลัง ของมันทันที เพื่อทะลุหลอดลม ซึ่งเป็นจุดอ่อน ของมัน ฉึก..... หอกที่ปลายติดหินแหลม แทงทะลุคอลงมาทางด้านหน้าของมัน มันเดินงัวเงีย โซเซไปมา "แหก...แหก" เสียงลมหายใจของมัน สักพัก มันก็ล้มลง และตายจากการขาดอากาศหายใจในที่สุด ลอท ดูมันสักพัก คิดว่ามันคงตายแล้วแน่ ลอท นึกขึ้นได้ ลอทรีบวิ่งไปหากลุ่มนั้น ที่กำลังจะกินผู้หญิงคนนั้น ทันที "กรีดดดด..." เสียงผู้หญิงคนนั้นยังร้องออกมา ลอทรีบวิ่งไปตามเสียงนั้น พอเห็นผู้หญิงคนนั้น และเจ้าโฮโมซาเปียนสามตัว "หยุดจะพวกแก" ลอทตะโกน พร้อมกับวิ่งเข้าไปหา "อะไรวะเจ้านี่" หนึ่งในสามตัวนั้นบ่นในใจ เจ้าโฮโมซาเปียนทั้งสาม ก็หันกลับไปดู "เอ่อ...เจ้านี่อีกละ มันไม่ตายเหรอเนียะ" หนึ่งในสามพูด ลอท : ข้าบอกให้พาหนี ไหงจะมาฆ่ากินเองได้ไง เจ้า 3 ตัว : ก็นี่มันอาหารของข้านี่หว่า ลอท : เอางี้ เมื่อกี้ ข้าเพิ่งสังหาร เจ้าเขี้ยวยาว ไปได้ ข้าจะแบ่งให้พวกเจ้า แล้วเจ้าก็ปล่อยผู้หญิงกับเด็กไป ถือว่าแลกกัน เจ้า 3 ตัว : "นั่งคิดสักพัก" ตัวที่หนึ่ง : "เอาไงดี เจ้านี่มันเก่งหวะ ฆ่าเจ้าเขี้ยวยาวได้ ด้วยตัวคนเดียว" ตัวที่สอง : "เอางี้ไหม เรากินอาหารของมัน จนอิ่มแล้วสักพัก ค่อยหาวิธีแย่ง นังผู้หญิงคนนั้น กับเด็กทีหลังก็ได้" ตัวที่ สาม : "เอ่อ เห็นด้วยหวะ กินเจ้าเสือนั่นก่อน ดีีกว่า" เจ้า 3 ตัว : "เอาเป็นว่า พวกข้า ปล่อยไปก็ได้ แต่ เอาไว้ให้พวกข้ากินเจ้าเขี้ยวยาวนั่นอิ่มก่อนแล้วที่เหลือเจ้าค่อยกิน" ลอท : "ก็ได้" หลังจากนั้น ทั้งหมดก็เดินกลับมาที่ซากของเจ้าเสือ ที่เพิ่งตายไม่นาน ลอท ตกใจเล็กน้อย หลังจากพบซากเสือ นั้น ถูกพวกแร้ง กินซึ่งจมูกของมันดีมาก เพียงไม่นาน มันก็รุมกิน กัน ลอทและเจ้าสามตัว ก็เลยต้องรีบไปไล่ ลอท เอาหอกคู่กาย ขว้าง ไปใส่พวกมันหนึ่งตัว อย่างแรง หอกพุ่งทะลุท้องของมัน ตายในทันที ส่วนตัวอื่น ๆ ก็ถูก เจ้า 3 ตัว ต่างคว้า ก้อนหินแถว ๆ นั้น ขว้าง เพื่อไล่มัน ออกไป จนในที่สุดม้ันก็บินหนีไปหมด บ้างก็บาดเจ็บจากการถูกก้อนหิน บ้าง ก็หนีรอดไปได้ แต่่ตายอยู่หนึ่งตัว ลอท : "โชคยังดี ที่มันเพิ่งมากิน" ลอท ทำหน้าเหนื่อยใจ เจ้า ตัวที่ หนึ่ง : "เอาหละ ที่นี้ก็ได้กินสมใจอยาก ตัวใหญ่ซะด้วย เห็นแล้วน้ำลายไหล" เจ้าตัวที่หนึ่ง อุทาน พร้อม กับเดินไปหา "เฮ้ย เจ้า 2 ตัวไปหาไม้ มาทำฟืนทีซิ เย็นนี้ เราจะได้กินกัน" เจ้าตัวที่หนึ่ง พูด อย่างรีบร้อนที่จะกินมัน ตกเย็น หลังจากนั้น ไม่นาน ก็หาฟืน ก่อกองไฟ ได้้สำเร็จ ส่วน ลอท ก็กินนกแร้งที่เพิ่งสังหาร ได้ พร้อมที่จะย่างไฟ ด้วย "นี่ ข้า ได้สังหาร เจ้านกแร้ง ตัวนี้ ไม่เกี่ยวกับสัญญาณนะ เพราะข้าบอกว่าจะให้เสือแก่เจ้าแต่ไม่ได้ให้ แร้ง กับพวกเจ้า" ลอท กล่าวอุทานให้พวกนั้นฟัง พร้อมดีใจที่ไม่ได้รอให้พวกมันกินก่อน แต่ เจ้า 3 ตัว ไม่ได้พูดอะไร มัวแต่นั่งแทะกระดูก ซึ่งไม่ค่อยมีเท่าไหร่ เพราะเจ้าเขี้ยวยาวที่สังหารก็ผอม และไม่มี กล้ามเนื้อสักเท่าไหร่ พอลอท ย่าง นกแร้งได้ที่ กับกลิ่นอันหอมหวน ก็หันไปหาผู้หญิงคนนั้น ที่มองอยู่ห่าง ๆ ที่ไม่กล้าทำอะไรเพราะ ยังกลัว กับเหตุการณ์วันนี้ พลางนึกว่า ผู้ชายคนนี้จะทำอะไรหรือเปล่า ลอทมองดูสักพัก ถามขึ้นว่า่ "เจ้าชื่ออะไร" "ข้า.. ข้าชื่อ เทียส" เธอพูดอย่างตะกุกตะกัก และกลัวนิด ๆ สักพัก ลอท ก็หักขานกแร้ง แล้วยื่นให้ "อะ เอาไหม" ลอทพูดพร้อมยื่นขาแร้งที่เพิ่งบิดมา ไม่ช้าเธอก็วิ่งคว้า โดยไม่พูดอะไร กินอย่างมุมมาม ด้วยความหิว ลอท บอก "ค่อย ๆ กินก็ได้ มันไม่หนีไปไหนหรอก อ้อ แล้วลูกเจ้าหละ ตายหรือยัง" เธอมองหน้า ลอท ลอท : "อ้อ ข้าขอโทษ.... มันอดนมเจ้ามาหลายวัน กับความร้อนขนาดนี้ ถ้าไม่เข้มแข็ง อยู่ไม่ได้หรอก" หันไปมองลูก ที่นอนอยู่ แล้วหันกลับมาคุยกับลอท "ยัง ยังไม่ตาย" ลอท : "โอ้...เข้มแข็งจริง เด็กคนนี้ ไม่ได้กินนมมาหลายวัน ยังไม่ตายอีกเหรอนี่" สักพัก ขาแร้งที่เทียสกิน ก็หมด "เอ้า...เอานี่อีก" ลอทฉีก ปีกแร้ง อีกข้าง ให้อีก แล้วเธอก็คว้ามากินอีก ขณะกำลัง กิน เทียสถามว่า "เจ้าชื่ออะไร" "ข้าชื่อ ลอท" ลอทตอบ "เฮ้ย ! แล้วพวกเจ้าหละ ชื่ออะไร" ลอท ถามแล้วหันไปมอง โฮโมซาเปียน ทั้งสามที่กำลังมองกินอย่างมูมมาม จากการที่ไม่ได้กินมาหลายวัน พวกโฮโมซาเปียนทั้งสาม เริ่มสงบสติอารมณ์หลังจากบ้า กับการหาอาหาร ก็ได้กินอาหารสมใจอยาก สักพัก อาหารที่กินเข้าไป เริ่มอยู่ท้อง โฮโมซาเปียน ตัวที่หนึ่ง บอกว่า "ข้าชื่อ ซิต" อีกคนหนึ่งบอกว่า "ข้าจำไม่ได้วะ แต่ คนอื่นเรียกข้าว่า เจ้านิ้วคด เพราะนิ้วก้อย ข้าหัก ตอนไปล่าสัตว์ พอมันหายดีมันก็เลยคดไปเลย" ส่วนอีกคนหนึ่ง ข้าเรียกมันว่า เจ้าหน้าบาก เพราะมันมีแผลที่หน้าเต็มไปหมดเลย" เจ้าโฮโมซาเปียนตัวที่สองพูดต่อ "เจ้าลอท ใช่ไหม!" ซิด ถาม "ใช่ ทำไม " ลอทตอบ "เจ้าอยู่ที่นี่นานหรือยัง" ซิด ถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงอยู่ที่นี่คนเดียว" ซิด ถามต่อ "ไม่รู้ดิ ข้าเดินมาคนเดียวเรื่อย ๆ กลุ่มของข้าเริ่มบาดหมางกัน และแตกคอกัน บ้างก็กินพวกเดียวกัน ข้าก็เลยหนีออกมา จนถึงป่่านี่แหละ" ลอท บอกไปด้วยกินไปด้วย สักพัก ลอทเริ่มรู้สึกว่า อิ่มพอที่จะกำลัง จึงหยุดอาหารพักไว้เพื่อเป็นเสบียง ใช้ในการเดินทางต่อ โดยจัดแจงเก็บไว้ในผ้าบนสัตว์ของเขาเอง "เฮ้ย... เจ้าจะกินหมดเลยเหรอ อิ่มแล้วก็พอเหอะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้หาอาหารกินนะ" ทั้งสามที่กำลังแทะเนื้อจากกระดูก ก็คิดได้ "เออ.. วะ งั้นข้าพอก่อนละกัน" ซิต พูด "เฮ้อ แกทั้งสองหยุดพอๆ เลิกกินได้ละ เราจะได้มีอาหารกินต่อยามขาดแคลน" ซิตพูดต่อ "แต่ข้ายังไม่อิ่มนี่หว่า" เจ้านิ้วคด พูดขัด "ถึงยังไงแกก็ต้องหยุดเราจะได้มีอะไรกินต่อ ยามหิวจริง ๆ ขึ้นมา" ซิต เตือนอีกครั้ง "เออ ไม่กินก็ได้ฟะ" เจ้านิ้วคด กับ เจ้าหัวบากวางอาหารที่ถืออยู่ในมือ จัดแจง ทำเลาะหนังและขนสัตว์ของเจ้าเขี้ยวยาว เพื่อใช้เป็นที่ห่อเนื้อ สำหรับ ไว้กินมื้อต่อไป "เอ่อ....นี่แก ทำไมถึงฆ่ามันไวนักหละ" ซิดถาม ลอท อย่างสงสัย "อืม...ข้าโชคดีนะ พอดีมันอ่อนแอจากความหิว มันก็เลยช้ามาก ข้าก็เลยได้ที หลบทันแล้วฆ่ามันได้ทันก่อนที่มันจะกินข้านะสิ" ลอทตอบ สักพัก พออิ่มกันหมดแล้ว ก็เก็บอาหารที่เหลือ รวมทั้งกระดูก และเอาหนังมาห่อ ซากเนื้อที่ย่างได้ที่ เก็บไว้กินในมื้อต่อไป ลอท ซุมไฟ ให้มากขึ้น เพื่อป้องกันสัตว์เข้ามาใกล้ ๆ จากความเหนื่ออ่อน ทั้งหมดจึงหลับไป.... โปรดติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 พ.ค. 2549 (16:55)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 พ.ค. 2549 (15:13)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 มิ.ย. 2549 (15:52) และแล้ว หมีตัวใหญ่มหึมา ก็ค่อย ๆ ก้าวออกจากถ้ำที่มันอาศัยอยู่นั้น มันถูกกปลูกให้ตื่น จากการหลับ จำศีล ของ มัน เมื่อมันตื่นขึ้น มันก็หิวทันที ที่มันตื่น จนมันเจอสิ่งมีชีวิตอะไรที่พอจะทำให้มันอิ่มแล้ว มัน กินได้ทั้งนั้น ตั้งแต่ คน กวาง ต้นไม้ใบหญ้า ต่าง ๆ จากการที่มันหิวสุดขีดแล้ว แม้มันจะอดอาหารเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ผอม และไร้เรียวแรง แต่ด้วยความหิวนี่แหละทำให้ต้องต่อสู้เพื่อการได้มาของอาหารของมัน ในที่สุดมันก็เดินเข้ามาหากลุ่มของ มุต ที่ยัง ตะลึง กับเสียงนั้นอยู่ ด้วยความหิวของมัน มันพร้อมที่จะโจมตี เพื่อที่จะได้มาซึ่งอาหารมื้อแรกในรอบกว่า 6 เดือน มันตั้งท่า วิ่งเข้าใส่ อย่างไม่ลังเล กลุ่ม มุต ก็เตรียมพร้อมกับการตั้งรับในครั้งนี้ด้วย เช่นกัน มุต เดินไปหาหอกที่ปักอยู่ บนตัวของกวางเอลล์ เป็นอาวุธชิ้นเดียว ที่มีอยู่ มันวิ่งเข้ามาใกล้มากขึ้น ทุกคนเตรียมพร้อม เมื่อเข้าในระยะที่ขว้างหอกแล้ว ชายร่างกำยำคนหนึ่ง พุ่งหอกไปหามัน จากความแรงของหอกพุ่ง ตรงไปยังเป้าหมาย เจ้าหมีที่บ้าคลั่ง จากความหิว ใช้มือปัดหอกอย่างรวดเร็ว หอกหักแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วมันวิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยความใหญ่โตของมัน ทำให้มันไม่กลัวอะไรอีกต่อไป มันวิ่งเข้ามาหาชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด มันจ้องเล่นงานไปที่ชายคนนั้น เตรียมจะสังหารทันที ชายที่อยู่ในเป้าหมายของมันรู้แล้วว่ามันจ้องเล่นงานตนอยู่ จังตัดสินใจพุ่งหอกเข้าไป ในระยะ 10 เมตร ด้วยความกลัวจองชายคนนั้น ทำให้พุ่งหอก ไม่ตรงตามเป้า หรือจุดสำคัญของหมีตัวนั้น หอกได้เฉี่ยวหลังของมันออกไป เป็นแผลเพียงเล็กน้อย จากนั้นมันก็วิ่งเข้ามาถึงชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว ใช้มือตะปบเข้าที่ลำตัวของ ชายคนนั้น ชายคนนั้น ปลิว กระเด็นออกมา และแล้ว หมีตัวนั้น ก็ตกอยู่ในวงล้อมของ นีแอนเดอร์ทัล ประมาณ 12 คน แต่ละคนถือหอกคู่กาย เป็นอาวุธ ประจำตัว "ล้อมไว้ แล้ว ค่อย ๆ บีบมันเข้ามาเรื่อย ๆ " มุตตะโกนออกคำสั่ง ทุกคนค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ ล้อมวง หมีตัวนั้น ไปเรื่อย ๆ หมีตัวนั้น จนมุม ทันที มันตัดสินใจ วิ่งฝ่าวงล้อม ทันที มันวิ่ง ตั้งใจจะหาช่องว่าง แต่แล้วมันก็หาทางออกไม่เจอ เพราะแต่ละคน ถือหอกยาว และแหลมคม อยู่ มันเหลือบไปเห็น มุต กับสายตา ดุดัน น่าเกรงขาม หมีตัวนั้นรู้สึกได้ ว่าคนนี้เป็นหัวหน้ากลุ่ม และเป็นคนออกคำสั่ง จึงตัดสินใจที่จะต่อสู้มันมุตทันที มันยืน สองขาเพื่อ แสดงความใหญ่โตของมัน และพร้อมที่จะต่อสู้ มันเดินไปหามุต พร้อมป้องปัน หอกจากคนอื่น แต่คนอื่น ก็ไม่กล้าเข้าใกล้นัก มันต้องคำรามเป็นระยะ เพื่อข่มขวัญศัตรู สายตาของมุตจ้องไปที่หมีตัวนั้น และมีสมาธิในการต่อสู้กับหมีตัวนั้นด้วย โดยไม่มีคนอื่นเข้ามาขวาง เพราะอาจทำให้ มุตได้รับอันตรายไปด้วย แต่ถึงยังไง ทุกคนในกลุ่ม ก็ล้อมเอาไว้หมดแล้ว พร้อมที่จะทิ่มแทง ได้ทุกเมื่อ ยามหัวหน้ากลุ่ม เสียท่า แต่ถึงอย่างไร มุต ผู้มากด้วยประสบการณ์ก็ จะไม่เสียท่ามันง่าย ๆ เมื่อมันยืนต่อหน้ามูต มันใช้สองมือ ตะปบทันที มันเล็งไปที่ลำตัวทั้งสองข้างของมุต ทันใดนั้น มุตย่อตัวย่อตัวอย่างรวดเร็ว และใช้หอก ทิ่มแทงขึ้นไปเหนือศีรษะ ของมุต หอกทิ่มเข้ากลางท้องของหมีตัวนั้น แต่หมีตัวนั้น รู้ว่าตะปบไม่โดน จึง เอียงตัวไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว หอกของมุต จึง เข้าเป้าหมาย แต่ไม่เต็มที่ พอเป็นแผลไม่ลึกเท่าไหร่ จากประสบการณ์ของมุต เขา ค่อนข้างมันใจในการต่อสู้ตัวต่อตัวกับหมีตัวนี้ เขาตัดสินใจหมุดหอก นำปลายหินที่แหลมคม มุต ล้มตัวต่ำ จากหมีที่ตัวใหญ่ และเดินสองขา ที่กำลังเสียหลัก มุตตัดสินใจ เล็งไปที่เท้าของมัน แล้วปัก หอกอย่างแรงไปที่เท้าซ้ายของหมีตัวนั้น ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ หอกนั้นทะลุเท้าหมี ปักลงพื้นหิมะ หิมะใกล้ ๆ เท้าหมีเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง จากเลือดของมัน มุต ได้ใจ และสู้ต่ออย่างรวดเร็ว จากการที่หมีตัวนั้น กำลังเสียท่า มุต คว้าหอกจากคนใกล้เคียง หวังเตรียม ที่จะปักหอก ไว้ที่เท้าอีกข้างของมัน " โฮ็กกกกกก........." มันร้องด้วยความเจ็บปวด แต่มันยังไม่ยอมแพ้ มันหันไปหามุตขณะที่มุตอยู่ห้างจากมัน แต่มันเดินไม่ได้ มันจึง ตั้งใจจะดึง หอกที่ปักเท้าของมัน ออก แต่มันช้าไปแล้ว มุตวิ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว หอกอีกอันของมุต ปักไปที่เท้าขวา อีก ข้างหนึ่งของมันทันที "โฮ็กกกกกก ......" มันร้องอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด แต่มือของมันยังดีอยู่ ระหว่างที่มุต เข้าไปปักหอกที่เท้าขวาอยู่นั้น มือขวาของหมีตัวนั้น ได้ตะปบ ไปที่กลางหลังของมุต ที่ก้มต่ำ ทำเอามุตกระเด็นออกไปจากแรงเหวี่ยงของมัน แต่โชคยังดีที่ มุต ไม่โดนเต็มที่ และกระโดดหลบออกมาทัน บาดแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ "ทุกคน จัดการ" มุตออกคำสั่ง ให้ทุกคน รุมเข้าไปจัดการ จากหอก หลายสิบเล่มแทงพร้อมกัน หมีตัวนั้น ก็พยายามที่จะป้องกันแต่ ถอยออกไปไม่ได้เนื่องจากเท้าของมัน ถูกปักด้วยหอก ข้างขวา ส่วนข้างซ้าย ถูกมันถอดออกไป แต่ถึงยังไงมันก็หนีไม่ทันซะแล้ว และถูกหอก ทิ่มแทงรอบตัวและตายในที่สุด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 27 มิ.ย. 2549 (21:02) มอนสเตอร์ตัวที่ 2 Cave bear (หมี ถ้ำ) สูญพันธุ์ เมื่อ 10,000 ปีก่อน พบมาก ทั่วไปในยุโรป สัตว์ตระกูลหมี ลักษณะ ใหญ่กว่า หมี สีน้ำตาล หมีขนาดใหญ่ ในปัจจุบัน ถึง 30% วันรุ่งขึ้น ลอท : "นี่พวกแกจะไปไหนต่อ" ลอท ถาม เจ้า 3 ตัว อืม.. ซิตนั่งคิด "ข้าไม่รู้ดิ ข้าวิ่งไล่ตาม ผู้หญิงคนนี้นาน จนข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหนแล้ว" ซิต ตอบ "แต่ว่า ข้าคิดว่าข้าจะไปทางตะวันโผล่ ออกมา ข้าคิดว่า ข้ามาทางนั้นนะ" "เอ่อ.. ใช่" เจ้านิ้วคดพูดแทรกเข้ามา "พวกเข้าอยู่ด้วยกันมานาน ไปไหนก็ไปด้วยกัน ว่าไงว่าตามกันอยู่แล้ว" เจ้านิ้วคด พูดต่อ เอ่อ "แต่ว่า ข้าจะลงใต้ว่ะ" ลอท พูดต่อขึ้นมา "ข้าคิดว่า ลมมักพัดไปทางนั้น คิดว่า มันคงจะมีพวกสัตว์ล่าเยอะ" ลอทพูดต่อ "แล้ว เทียสละ จะไปไหนต่อ" ลอท ถามเทียสพร้อมหันไปคุย "ข้า..ข้าไม่รู้" เทียสตอบด้วยความลังเล "เจ้าเป็นคนช่วยชีวิตข้า งั้นให้ข้าไปด้วยคนนะ ข้าจะหาทางตอบแทนเจ้าเอง" เทียสตอบด้วยความสำนึกบุญคุณของลอท ลอทนั่งคิดสักพัก "อืม..ก้ได้ ข้าให้เจ้าไปด้วย แต่ เจ้ากับลูกเจ้าอย่ามาเกะกะข้าละกัน " ลอทเตือน "เพราะข้าเคยชินอยู่คนเดียวมานานข้าเอาตัวรอดได้" ซิด "เฮ้ย! พวกแก เอาไงดีพวกนั้นจะลงใต้กัน พวกเราตามมันไปดีไหมวะ" ซิดแอบคุยกัน 3 คนอยุ่เงียบ ๆ "งั้นพวกเราตามมันไปดีไหมวะ" เจ้าหัวบากพูดเสริม "อืม.. ดี งั้น เอาตามนี้" ซิด พูดพร้อมกับพยักหน้า "เป็นไปตามแผนถ้ามันเผลอเมื่อไหร่ เราก็จะแย่งชิงนังผู้หญิงคนนั้น มากิน ซะเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ซิดพูดอย่างดีใจ "เฮ้ย ! พวกเจ้าคุยอะไรกัน ข้าไปแล้วนะ เว้ย" ลอท ตะโกน บอกพร้อมจะออกเดินทาง ตามแผนที่ตนคิดไว้ สักพัก กลุ่มนี้ ก็ออกจากป่าทึบ สู่ปาโปร่งที่มีแต่ทุ่งหญ้า สุดลูกหูลุกตา และค้อนข้างแห้งแล้ง "งั้นข้าแยกทางละนะ" ลอท บอกพร้อม กำลังจะเดินทางไปที่ตนได้วางแผนเอาไว้ "เอ่อ ข้าไปหละ" ซิดพูดตอบ แต่ยังไม่เดินออกไป แล้วซิดและอีกทั้ง 2 คน ก็ยืนมอง ลอท ค่อย ๆ เดินห่างออกไป พร้อมกับ เทียสที่อุ้มลูก ตาม ลอท ไปด้วย เมื่อลอทกับเทียสเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ได้ที่ เจ้า 3 ตัวที่รวมแผนการสะกดรอยตาม ก็เริ่มขึ้น ทั้ง 3 คน เดินตามอยู่ห่าง ๆ เพื่อไม่ให้ลอท รู้ตัว เวลาเริ่มบ่าย อากาศเริ่มร้อน และแห้งแล้ง รวมถึง ไม่มี ต้นไม้สูง ให้พักพิง "เฮ้อ..ร้อนชิบ" ลอท บ่น พร้อมกับเดินไปเรื่อย ๆ "เทียสเจ้าเป็นไงมั้ง" ลอท ถามเทียสพร้อมหันไปคุย " เทียส ข้ายังไหว ถึงจะร้อนไปหน่อยก็ไม่เป็นไร" เทียสตอบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทียสแทบ ไม่อยากเดินไปด้วยซ้ำ "แต่ท่าเจ้าที่เดินแบบนี้ เจ้าคงไม่ไหวละซิถ้า ไม่ต้องฝืนหรอก ข้ามองออกนะ" ลอทเห็นการเดินของเทียสที่เดินลากขา แทบจะหมดแรง "เอางี้ เห็นท่อนไม้ข้างหน้า เราไปนั่งพักกัน" ลอทพูดต่อ พร้อม ชี้ มือไปทางท่อนไม้ใหญ่ กลางทุ่งหญ้า อันร้อนระอุ และไม่มีที่ให้หลบพักจากแสงอาทิตย์อันร้อนแรงเลย "เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย ๆ พวกนั้น หยุดพักละ" ซิดบอก 3 คน ที่ตามมาตั้งแต่เช้า ก็ยังตามอยู่ห่าง ๆ ก็หาที่พักตาม "นั่นไงข้าเจอแล้ว" เจ้านิ้วคด พูดออกมาพร้อม หันไปดูที่ที่จะนั่งพัก เป็นท่อนไม้ใหญ่ ไว้นั่งพักเหมือนกัน "เอ่อ เทียส ลูกเจ้าชื่ออะไร" ลอท ถาม พร้อมปาดเหงื่อ จากอากาศที่ร้อน "เทียส ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อลูกของข้าเลย " เทียสตอบพร้อมส่ายหัว ไปมา "เอางี้ เจ้าเป็นคนช่วยข้า ข้าให้เจ้าตั้งชื่อลูกข้าให้ที" เทียสขอร้องให้ลอท ช่วยตั้งชื่อลูกของเทียส ซึ่งถือว่าให้เกียตแก่ลอท ที่มีบุญคุณแก่เธอ "เอางั้นเลยเหรอ" ลอทตอบ พร้อมกับตกใจเล็กน้อย "อืม.. เอาชื่อ โกโดลอท ละกันคล้้ายกับชื่อข้าดี" เทียส "อืม.. ชื่อโกโดลอท อืม.. เห็นด้วย เข้าท่าดี" เทียส ทำหน้าดีใจที่ลูกชายของตนมีชื่อแล้ว "เอ่อ เจ้าหิวหรือยัง เรามากินอาหารกันดีกว่า ลอทเปิด กระเป๋าที่ทำจากหนังเสือ เมื่อคืน ในห่อ มีเนื้อแร้ง ที่ลาทฆ่าได้เมื่อวันก่อน พร้อมกับซากเสือเล็กน้อย เทียสหันไปมอง อาหาร "เอะ นั่น มีเนื้อ เสือด้วย ไม่ใช่เหรอ" เทียสหันไปมอง ทำหน้าสงสัย ใช่แล้ว ข้า แอบขโมยมันมานิดหน่อย หึหึ .." ลอทบอกพร้อมหัวเราะเล็กน้อย แล้วลอทก็ฉีกปีกแร้ง ที่ยังกินไม่หมด "ดีนะที่มันตัวใหญ่ จะได้กินนานหน่อย" ลอทบอกพร้อมฉีกไก่ แบ่งให้เทียสกิน แล้วทั่งคู่ก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ทางด้าน กลุ่มของ ซิต "ข้าเห็นพวกนั้นนั่งกิน ข้าก็กินมั่งดีกว่า ซักพักซิดก็ หยิบห่อเนื้อ ออกมา เป็น เนื้อเสื้อ ที่ตัวใหญ่มาก กับซี่โครง ที่ค้อนข้างใหญ่ทีเดียว แล้วทั้ง 3 คน ก็ "โอ้ น่ากิน" ซิด อุทานพร้อม น้ำลายเริ่มสอออก มา ส่วนอีก 2 คน นั้น "เฮ้ย แบ่งกิันสิวะ" เจ้านิ้วคด พูด แล้วทั้ง 3 คน ก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกัน หาไม่ว่า มีกลุ่มสัตว์ขนาดใหญ่กำลังหาอาหารกินไปเรื่อย ๆ กำลังใกล้เข้ามา โปรดติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 มิ.ย. 2549 (18:24) กลุ่มสัตว์ที่กำลังอพยพใกล้เข้ามา ฝูงใหญ่ ประมาณ 50 ตัวด้วยกัน มันคือ สเตโกดอน หรือ ช้างดึกดำบรรพ์ ขนาดใหญ่ พอกับกับช้างแอฟริกาปัจจุบัน ใกล้เข้ามา ที่ซิด นั่งกินอาหารอยู่พอดี "เฮ้ย! พวกแกอย่ากินหมดนะเฟ้ย เดี๋ยวครั้งหน้าจะไม่มีให้กิน" พวกนั้น ไม่สนใจ ว่ามีอะไรค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ทุกคน ต่าง ก็มองแต่อาหาร ที่วางอยู่ตรงหน้า เท่านั้น หลังจากนั้น ไม่นาน ในระยะ 50 เมตร สเตโกดอน ก็ได้กลิ่น มนุษย์ ที่ลอยมาตามกระแสลม เอื่อย ๆ เข้า มันไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก มันไม่คุ้นกับกลิ่นนี้ เท่าใดนัก และมันก็ไม่ชอบซะด้วย การที่มันไม่ชอบกลิ่นมนุษย์ เนื่องจาก มนุษย์ เคยล่าพวกมันกินเป็นอาหาร พวกมันเลยจำกลิ่น ของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นเอง พวกช้างก็เห็น มนุษย์ 3 คน นั่งกิน อาหารกันอยู่ พวกมันตั้งใจจะวิ่งไปทำร้าย 3 คนนั้น พวกมันวิ่งพร้อมที่จะจู่โจมทันที เจ้านิ้วคด เหลือบไปเห็น เข้า ในระยะ 40 เมตร "เฮ้ย! ...หนีเร็ว ช้างมา" เจ้านิ้วคดตะโกน อย่างตกใจ ทุกคน หันไปมอง ตาม "เฮ้ย" ซิตร้องด้วยความตกใจ รีบวางอาหาร ใส่ในห่อ พร้อมกัน แล้วทุกคนลุกขึ้นวิ่ง อย่างไม่คิดชีวิต "จะหลบไปไหนดีว้า" เจ้านิ้วคด วิ่งพร้อม พูดในใจ "ข้าไม่รอดแล้วตู" เจ้านิ้วคดบ่นในใจต่อ ซิดยังพอมีสติ หน่อย "เฮ้ย วิ่งไปหาเจ้าลอทกัน" ทุกคน ก็หันวิ่งไปพึ่งลอท เพราะคิดว่า คงจะช่วยได้ ทัี้ง 3 วิ่งอย่างสุดกำลัง ไปหาลอท ทันที "ช่วยด้วย" ซิตตะโกน ลอท "ฮือ.. เกิดอะไรขึ้น" ลอทหันไปมองทางที่เสียงนั้นมา เห็น ทั้ง 3 วิ่งเข้ามาหา และตะโกนขึ้นอีกครั้ง "ช่วยด้วย ลอท" ลอท มองไปข้างหลัง ของพวกนั้น เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ วิ่งตามมา มันเป็นช้างจ่าฝูงที่ ไม่ชอบมนุษย์ และตัวใหญ่ มาก ทำให้มนุษย์ กลุ่มนี้ ไม่มีทางจะสู้ได้เลย ลอทเห็นดังนั้น จึง บอกกับเทียสว่า "เทียสเรามีปัญหาเข้าเข้าแล้ว เก็บอาหารเร็ว เตรียมหนี" เทียส ก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เทียสเอาหนังสัตว์มัดกับตัวไว้ มีลูกน้อยอยู่ข้างใน เพราะได้ยินเสียงพวกนั้นเหมือนกัน เก็บข้าวเก็บของ และอุ้มลูกน้อยเตรียม รอคำสั่งของลอทว่าจะเอาไงดี ลอทเตรียมหาที่กำบัง มองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว เห็นต้นไม้ ใหญ่อยู่ใกล ๆ "ทุกคนวิ่งไปทางนั้น" ลอทตะโกน พร้อมชี้นิ้ว ให้ทุกคนรู้ แล้วให้วิ่งตามไป ทุกคนหันไปตามที่ลอทชี้ แล้ววิ่งไปพร้อมกัน อย่างไม่คิดชีวิต แต่ด้วยเจ้าโมริธิเรียม วิ่งตาม ไป แต่ด้วยความใหญ่ โต ทำให้มันวิ่งไม่ค่อย จะทันพวกนั้นเท่าไหร่ แต่ก็ยังวิ่งตามพวกนั้นไปเรื่อย ๆ พอ พวกลอท วิ่งถึง ต้นไม้ใหญ่นั้น "เอ้า! ปีน" ลอทสั่ง ทุกคนก็รีบปีนขึ้นต้นไม้สูง อย่างไม่รีรอ แต่โมริธิเรียม ก็ยังวิ่งตามมา และมันสังเกตเป็นพวกนั้น อยุ่บนต้นไม้ ด้วยความโกรธแค้นมนุษย์ เจ้าโมริธิเรียม อาศัยความใหญ่โต และความแข็งแรง มันพร้อมที่จะใช้กำลัง ของมัน ทำลายต้นไม้ใหญ่ที่ขวางอยุ่ตรงหน้าให้ล้ม ให้ได้ มันใช้ งวง ที่แข็งแรง เปรียบเสมือนมือ โน้มกิ่งที่ค่อนข้างเล็ก เพื่อให้หัก ลงมา มันโน้มกิ่งไม้ไปเรื่อย ๆ ซึ่งมี เจ้าหัวบาก เกาะกิ่งนั้นอยู่ กิ่งไม้นั้น ก็สั่นไหวด้วยความแรงของช้าง ที่มันต้องการจะทำให้หัก และให้คนที่เกาะอยู่ตกลงมา "ช่วยด้วย ๆๆๆๆ " เจ้าหัวบาก ตะโกน ขอให้ช่วย ทันที เขาใช้ ทั้งมือและเท้า เกาะอย่างแน่น ถ้าหลุดตกมาตายแน่ ๆ อีกกิ่งหนึ่ง ซึ่ง ใหญ่กว่า ที่ลอท เกาะอยู่ ลอท ค่อย ๆ ยืนขึ้น แต่ยังใช้มือ ซ้ายเกาะลำต้น อยู่ ส่วนมือขวา ก็ ถือหอกอยู่ เขากำลังตัดสินใจ จะกระโดด ลงไปบนหลังของช้างที่อยู่ข้างล่างตัวนั้น "เจ้าทำอะไรนะ" เทียส ถามด้้วยความกลัวเล็กน้อย มือที่เกาะอยู่และมีลูกน้อยอยู่ตรงกลาง "ข้าจะกระโดดลงบนหลังของมัน" ลอทพูด พร้อมกับรอจังหวะของช้างตัวนั้น "เราไม่มีทางเลือก ขืนอยู่บนนี้ เจ้าหัวบาก ตกจากต้นไม้ เสร็จเจ้าช้างตัวนี้แน่ และเราจะเป็นรายต่อไป" ลอทพูดต่อ และตัดสินใจที่จะกระโดด ไปบนหลังของมัน จากต้นไม้สั่นไหวลอท ก็เตรียมตั้งท่า และทรงตัวให้มั่น เมื่อเวลากระโดด จะได้ ไม่เสียจังหวะมากนัก ลอท รอท่าที ตอนที่มัน เริ่มหมดแรงและช้าลง "เอาหละ.. มันเริ่มเหนื่อยละ " มันใช้งวงโน้มกิ่งไหม้ที่เหนี่ยวอยุ่นาน มันขยับใกล้เข้ามาที่ต้นไม้ “ฮึบ..” ลอทตัดสินใจ กระโดด ขึ้นควบบนหลังมันทันที มันรู้สึก ว่ามีคนอยู่บนหลังมัน มันก็ ปล่อยวงวง ออกจากกิ่งไม้ที่ใกล้หักนั้น แล้วขยับถอยออกมา แล้วสบัด เพื่อให้ลอท ตกลงมา แต่ ลอทก็เกาะหลังมันไว้อย่างเหนียวแน่นทีเดียว โดยใช้ ขาหนีบตัวมันเอาไว้ ในมือ ถือหอก อาวุธคู่กาย ลอทหันปลายหอก เตรียมพร้อมที่จะปักลงบนคอมัน แต่ ด้วยแรงการสะบัดของมันอย่างแรงทำให้ลอท กะเป้าหมายที่จะแทงที่คอของมันให้ได้ “ลอท. อย่ายอมแพ้มันนะ” เทียสตะโกนเอาใจช่วย “ฮึบ..” ลอท ออกแรงกลั้นหายใจเพื่อเกรงขา หนีบบนหลังของมันอย่างเหนียวแน่น 2 มือ ถือหอก ส่วนปลายไว้ เป็นหินปลายแหลมคม ลอทจับหอกอย่างแน่น เตรียมปักที่หัวของมัน “ย๊ากกกกก” ลอทตะโกน พร้อมใส่กำลัง ปักลงบนคอ ของมันอย่างแรง หอกทิ่มลงบนหัวลึกจนปลายหอกจมมิดลงไปที่คอของมัน มันร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ลอทไม่ยอมปล่อย ลอทดึงหอกขึ้นมาอีกครั้ง หมายจะซ้ำ มันอีกที แต่ ด้วยแรงเหวี่ยงที่แรงของมันบวกกับลอท เริ่มหมดแรงจากการใช้ขาหนีบตัวมันเอาไว้ไม่ไหว ลอท หลุดตก ลงมาจากตัวมัน แต่ มือขวาของลอท คว้า ใบหูของมันไว้ได้ แต่มันยังคงสบัด ลอท ก็ใช้หอกที่ถืออยู่ข้างซ้าย หวังจะปักที่หลังหูของมันอีกที เพื่อเกาะไม่ให้หลุด แต่ลอทปักพลาด หอกไปปักเฉี่ยวที่ใบหูของมัน ขาดเป็นทางยาว และลอทก็กระเด็นหลุดตกลงมา พร้อมกับหอก ที่ปักได้ไม่แรงพอที่จะปักบนตัวมัน แต่ ช้างจ่าฝุงตัวนั้น ก็กำลัง เหนื่อยอ่อน จากการที่ลอท ได้ปักหอกตรงจุดสำคัญของมันพอดี แต่ถือว่ามันยังมีสติอยุ่บ้าง มันพร้อมที่วิ่งเข้าหาลอทที่นอนอยู่กับพื้น มันวิ่งไปหาลอททันที ไม่ช้า ตุบ! เสียง มีคนขว้าง ก้อนหิน เข้าใกล้ตาของมัน อย่างแรง แตกเป็นทางยาว มันหยุดชะงักลง ลอทก็หันไปมองว่าใครเป็นคนปามา ช่วย ซิต ถือหินขนาดเหมาะสม เตรียมขว้างก้อนหิน ต่อ แววตา พร้อมที่จะต่อสู้ ลอทหันไปมองซิตสักพัก แล้วลุกขึ้นมาตั้งหลักได้ทัน ไม่ช้า เจ้าหัวบาก กับ เจ้านิ้วคด ก็ลงมาจากตันไม้ หาก้อนหิน เหมาะมือ เพื่อเตรียมต่อสู้เช่น กัน ส่วนเทียสยังคงอยู่บนต้นไม้ เพราะอันตรายเกินกว่าจะต่อสู้ได้ อีกทั้งยังมีลูกที่ต้องดูแล เจ้าช้างตัวนั้น เริ่มหวาดกลัวมนุษย์ ทั้ง 4 คน และทั้ง เจ้าหัวบากและเจ้านิ้วคด กำลังจะเหวี่ยงก้อนหิน เจ้าช้างเริ่มถอย หนึ่งก้าว สองก้าว แล้วหนีไปในที่สุด โปรดติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 6 ก.ค. 2549 (13:17) มอนสเตอร์ตัวที่ 3 Stegodon (สเตโกดอน) ตระกูล ช้าง ลักษณะ คล้ายช้างปัจจุบัน งายาวมาก หูไม่ใหญ่นัก หลังจากนั้นวิวัฒนาการ เป็น 2 สายพันธุ์ คือ โซโลดอนทา อาฟกิกานา ช้างแอฟริกา กับ เอเลแฟส แมกซิมัส ช้างเอเชีย บ้านเรา ต้องขอโทษด้วยครับ ที่เขียน โมริธิเรียม ก็เป็นช้างเหมือนกัน แต่เขียนผิดไป โมริธิเรียม เป็นบรรพบุรุษช้างเมื่อ 70 ล้านปีก่อน แก้เป็นสเตโกดอนครับ ----------------------------- ยามบ่าย มูต และพรรคพวก ต่างดีใจเมื่อ หมี ที่ใหญ่โตนี้ ได้ จบชีวิตลง ส่วนคนที่บาดเจ็บ นั้น ก็ยังสลบ อยู่ "คนเจ็บเป็นไงบ้าง" มุต หันไปถาม 2 คนที่ คอยดูแลคนเจ็บ นั้น ชายคนหนึ่งบอกว่า "ถือว่าอาการไม่เบาเลย กระดูกคงหักไปไปแล้วมั้ง " จากการชนของกวางเอลล์ ถึงกับปลิว ขนาดนั้น และ อาการ บาดเจ็บ ขั้นรุนแรง ทำให้ นีแอนเดอร์ทัล กลุ่มนี้ ไม่อาจรักษาได้ "ไม่ช้าก็คงตายสินะ" มุตบอกกับคนในกลุ่ม อย่างเสียใจ ที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย "เจ้า 2 คน แบกเจ้านี่ ที่ใกล้ตายกลับไปด้วย เผื่อมันใจแข็งพอที่คน ช่วยได้ทัน" มุตไม่ยอมให้เพื่อนในกลุ่มตาย นับว่าเป็นโขคดีของชายที่ถูกเอลล์ชน อาการของเขา ยังพอรักษาได้ จากร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแรง ทำให้กระดูก เขาร้าวเท่านั้น และยังไม่โดนจุดสำคัญเท่าใดนัก แต่การปะทะอันรุนแรงทำให้เขาสลบไป "แล้วอีกคนหละ" มุตพูดหันไปมอง ชายคนที่โดนหมีตะปบ "เจ้านี่ไม่รอดแน่!" ชายคนที่อยู่ใกล้ๆ กับคนเจ็บบอก ชายคนที่โดนหมี แน่นิ่งไม่ขยับ จากกงเล็บของหมีนั้น ขย้ำอย่างแรงด้วยมือทั้งสอง ทำให้ กระดูกซี่โครงแตกและอวัยวะภายในฉีกขาด เขาไม่รอด แต่ด้วยความเป็นหัวหน้ากลุ่ม มุต ตัดสินใจ ที่จะฝังชายคนนั้นซะ แต่เขาไม่มีเวลา มาก จึงขุดหลุม ฝัง "เจ้า 2 คนช่วยข้าฝังตูลุสที" มูตออกคำสั่ง ช่วยกันขุดหลุมฝังศพชายคนนี้ ่ สักพัก เขานำชายผู้นี้ อุ้มลงไปในนอนหลุมฝังศพ มุต ได้เอา ได้ ถอดสร้อยคอของชายคนนี้มาไว้กับตัวเอง เพื่อที่จะนำไปส่งให้ญาติที่น้องของเขาต่อไป "ไปดีนะเพื่อน" มุตกล่าวด้วยความเสียใจพร้อมกับก้มหัวให้ แล้วจัดการนำดินที่ปนกับหิมะฝังชายคนนั้น มุตกันกลับไปที่ชายที่บาดเจ็บ "แถวนี้ก็ไม่มียารักษาซะด้วยซิ แถมใกล้ค่ำอีกด้วย" มุตกล่าวต่อไป พร้อมกับถอดใจ ที่จะไม่รักษา มุตพยายามที่จะช่วยชายคนนั้น เขาไม่อยากให้คนตายไปมากกว่านั้น อาการบาดเจ็บที่รุนแรงนั้น ได้ "เอาแหละ ทุกคนเตรียมกลับกัน" มุตสั่งการ ทุกคนในกลุ่ม จัดการแบ่งเจ้าหมีและกวางเอลล์กับลูกกวางเอลล์ อีกตัว เป็นชิ้น ๆ เพื่อ จะได้นำกลับไปยังถ้ำ ได้สะดวก ทุกคนต่างใช้ หอกหินปลายแหลม ค่อย ๆ ตัด เป็นส่วน ๆ สักพัก ก็แบ่งกันได้ "เอาหละกลับกันเถอะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน" มุต เห็นทุกคนแบ่งเนื้อ เพื่อจะได้แบกกันกลับ พระอาทิตย์ก็เริ่มตกพอดี "เอ๊า! รีบหน่อย จะค่ำ แล้ว" มุตเร่ง ให้ทุกคน เร่งฝีเท้า พวกเขาเริ่มเดินลงจากภูเขา พิเรนิส หิมะก็เิริ่มบางลงทุกคนเดินทางกันง่ายขึ้น สักพักความมืดก็ครอบคลุม ภูเขานี้ และอากาศก็เริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆ และมีต้นไม้ ปกคุลมมาขึ้น "เอาหละเราจะพักกันที่นี่ " มุต ออกคำสั่งให้้ทุกคนพักและช่วยกันหาไม้มาก่อกองไฟกัน ทุกคนต่าง วาง อาหารที่แบกมา กับคนเจ็บ บ้าง หาเศษกิ่งไม้ บ้างก็หักไม้จากต้นไม้ หักให้ได้ขนาดเหมาะมือ บ้างก็เอาไม้ เสียบกับชิ้นเนื้อ กวางเอลล์ ที่ยังสดอยู่ บ้างก็ แล่เนื้อหมี ด้วย หินปลายแหลม พวกเขา ตั้งใจจะย่างเนื้อพวกนี้ให้หมด ยามหิวจะได้ออกมากินกัน ทันที และ เนื้อสดอย่างนี้ เพราะจะเป็นกลิ่นเนื้อสดจะเย้ายวน กลุ่มนักล่าดีนัก ไม่ช้าทุกคนก็ก่อกองไฟสำเร็จ และย่างสัตว์ที่ได้มา จากเนื้อสด ๆ ก็กลายเป็นอาหารแสนอร่อย และทุกคนก็แบ่งกันกิน เนื้อบางส่วนก็เก็บไว้กินคราวต่อไป จากความเนื่อยอ่อนและหมดเรี่ยวแรงจากการล่า "เอาหละนอนพักเอาแรงดีกว่า ข้าง่วงละ" มุต บอกกับทุกคน และทุกคนก็เริ่มง่วงเหมือนกัน "นี่ พวกเรา จัดเวรยามด้วย" มุตออกคำสั่ง "วาดิ กับ ทีก้า เจ้าสองคนนี่ก่อน" มุต ตัดสินใจทันที พร้อมกับชี้นิ้วสั่ง วาดิ กับทีก้า ก็ พยักหน้า โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แล้วทุกคนก็นอนพักกัน โดย มีหนังสัตว์คลุมกายจากการอากาศที่หนาวเย็น พร้อมกับกองไฟที่ยังโชติช่วงตลอดคืน ช่วงกลางคืนอันแสนเงียบสงัด "นี่เจ้าเห็นอย่างที่ข้าเห็นหรือเปล่าวะ" วาดิ คุยกับ ทีก้าเป็นยามคุย "เออข้าก็เห็นเหมือนกัน" ทีก้า ตอบด้วยท่าทีไม่ค่อยไว้วางในคืนนี้เท่าใดนัก พวกเขาสังเกตเห็นแววตาท่ามกลางความมืด กับแสงดวงจันทร์ ที่มืดสลัว "มีตัวอะไรอยู่แถว ๆ นี้แน่เลย" ทีก้า พูดต่อ "เอาหละข้าจะเดินไปรอบ หน่อยนะ" วาดิ บอกพร้อมลุกขึ้นยืน จากการที่นั่งอยู่ใกล้กองไฟ ที่ให้ความอบอุ่น "เฮ้ย อย่าไปไกลนักแหละ" ทีก้า บอกเตือนเอาไว้ "เออ.." วาดิ ตอบกลับ วาดิ เดินออกไปจากกลุ่ม สัก 5-6 ก้าว "อุยยย..หนาวจังเลย" วาดิ พูดกับตัวเอง "ฉี่ สักหน่อยดีกว่า" วาดิ พูดต่อ และเตรียมฉี่ใต้ต้นไม้ "น่ากลัวจังเลย" มีสัตว์จ้องมอง วาดิ อยู่บนต้นไม้ มองลงมา แต่ไม่ได้ทำอะไร เพราะดูท่าที ก่อน และวาดิ ก็เดินออกไปไม่ห่างจากกลุ่มเท่าใดนัก วาดิแหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นไม้ ที่วาดิยืนฉี่อยู่ วาดิเห็น แววตา ส่องประกายสะท้อนกับแสงจากดวงจันทร์ยามค่ำคืน มีสัตว์ตัวใหญ่ ที่แอบซุ่ม ข้างบน แต่เห็นเป็นเงาเท่านั้น เจ้าสัตว์ตัวนี้ มันนอนอยู่บนต้นไม้ตั้งแต่ตอนกลางวัน และตอนกลางคืนมันจะออกล่า มันได้กลิ่นเนื้อสัตว์ที่เพิ่งตายมาปลุกให้มันตื่น มันหิวเป็นอย่างมาก มันมองจากบนกิ่งไม้ใหญ่ อยู่พักใหญ่ ก่อนคนกลุ่มนี้จะก่อกองไฟย่างเนื้อกัน มันเป็นสัตว์นักล่ายามค่ำคืนที่ จ้องมายัง มนุษย์กลุ่มนี้ ที่หลับอย่างหมดแรง วาดิ เพ่งเงาที่อยู่บนต้นไม้นั้น "เฮ้ย..." วาดิ อุทานด้วยความตกใจ โปรดติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 16 ก.ค. 2549 (17:59) "เฮ้ย...." วาดิ ร้องด้วยความตกใจ "เกิดอะไรขึ้น.. วาดิ!" ทิก้า ได้ยินเสียง ขณะที่ตนนั่ง สุมไฟ เพียงลำพัง ก็ตกใจ หันไปมอง และยืนขึ้น เพื่อดูให้แน่ชัด "นะ...นั่น...นั่น..นั่นมัน...นักล่ายามค่ำคืนนี่" วาดิ ค่อย ๆ ถอยหลังทีละก้าว ด้วยความกลัว สายตาของมันส่องแสงที่สะท้อนแสงดวงจันทร์ อันสลัว ๆ ภายใต้ เงา ร่มไม้ อันมืดมิด มองมาทาง ทิก้า "ข้ามาแล้ว..!" ทิก้า ตะโกนตอบ ในมือข้างซ้ายถือ ไม้ที่ติดไฟ อยู่ พร้อมกับ หอกอาวุธ ป้องกัน ทิก้าวิ่งมาหา วาดิทันที เจ้านักล่าตัวนั้น ตัดสินใจ กระโดดจากต้นไม้ เข้าใส่ วาดิทันที เพื่อจะเอาชีวิต วาดิ เสียววินาที ที่มันกระโดด ตะปบ ที่ตัววาดิ กระโดดถอยเพื่อป้องกันตัว พร้อมอาการตกใจ ทันทีที่มันลงมา โฮโมซาเปียนทั้งสอง ก็เห็นตัวมันได้ชัดขึ้น จากการที่มันซุ่มอยู่ในความมืด เป็นเสือขนาดใหญ่ ที่ว่องไว ปราดเปรียว มันคือ โฮโมธิเรียม นักล่ายามค่ำคืน ทิก้า ดูท่าที มีเพียงสองคนสู้มันไม่ได้แน่ จึงตะโกน ปลุก เพื่อนๆ ให้ลุกขึ้น มา "เฮ้..ตื่นหน่อยพวกเรามีปัญหาละ" ทิก้า หันกลับไปหาเพื่อนตะโกน "อือ...อะไรฟะ คนจะหลับจะนอน" หลายคนบ่น ขณะที่ง่วงกันอยู่ มุตใน ฐานะหัวหน้ากลุ่ม ก็สะดุ้งตื่นเช่นกัน "เฮ๊ย!" มุตคว้า อาวุธทันที แล้วหันไปมอง ตามเสียงที่ทิก้า ตะโกนมา จากอาการเพิ่งตื่น ตาของ มุต และเพื่อน ๆ ยังปรับตัวไม่ได้ บวกกับที่มืด เลยเห็นไม่ชัดเจนเท่าใดนัก "ตัวไรฟะ" หลายคนบ่น "นักล่ายามค่ำคืน" ทิก้า ตะโกน ต่อเมื่อได้ยินเสียพรรคพวกของตนตื่นแล้ว ไม่ช้า เสือตัวนั้น รู้ว่าตัวเองเสียเปรียบจึงจัดการ วาดิ ซะ เนื่องจากอยู่ใกล้ที่สุด จากวาดิที่กำลังเสียท่าและอยู่ในอาการตกใจ อยู่นั้น มันเตรียม ตะปบอีกครั้ง มันกระโจน ใส่ วาดิ อย่างรวดเร็ว วาดิ ยังพอมีสติได้ จึงเอาหอกที่อยู่ในมือ ขวางป้องปัด จากกงเล็บไว้ได้ทัน แต่ มันยังมีปาก อันแหลมคม และเขี้ยวที่ยาว งับ เข้าที่ ไล่ ซ้ายของ วาดิ ทันที "โอ๊ยยยยย!" วาดิ ร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วถอยล้มลง จากการปะทะกับเสือตัวตัวใหญ่ วาดิ นอนหงาย ลงกับพื้น เพราะรับแรงปะทะไม่ไหว โดยที่มีเจ้า เสือ ยืนควบอยู่ ทิก้า เห็นวาดิ เสียท่ามัน เขาตัดสินใจ ขวางหอกปลายแหลมทันที แต่ด้วยความว่องไว สายตาของมันในตอนกลางคืน เห็น เหลือบไปเห็นหอกที่แหวกอากาศ ได้ชัดเจน จึงกระโดดถอยออกมา อย่างรวดเร็ว หอก ที่ทิก้า ขว้างนั้น ไม่โดน พุ่งทะลุผ่านไป พวกนีแอนเดอทัล เริ่มปรับตัวเข้ากับความมืดได้แล้ว "วาดิ.. เป็นไงมั้ง" มุต ตะโกนด้วยความตกใจ "วาดิ ข้า.. ไม่เป็นไร ยังไม่ตาย.....แค่ โดนมันงับที่ไหล่เท่านั้น" วาดิ ตอบ ขณะที่ตัวนอนหงายอยู่กับพื้น "แล้วเจ้านั่นแหละ" มุต มองไม่เห็นเสือตัวนั้นแล้ว ความเงียบยามค่ำคืน ที่เต็มไปด้วยอันตราย "มันคงหนีไปแล้วมั้ง" เพื่อนในกลุ่ม ที่เพิ่งตื่น ยังคงง่วงอยู่ สังเกต เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงจะหลับต่อ ส่วนมุต ยังคงดูท่าทีสักพัก มุตมองไปรอบ ๆ กับความมืดสนิท ที่มองไม่เห็นแม้แต่ ใบไม้ อยู่ ชั่วครู่หนึ่ง "เฮ้อ มันคงหนีไปแล้ว" เพื่อนในกลุ่ม คนหนึ่งบอก เพราะยังง่วงอยู่ จึงนอนต่อ ส่วนวาดิ ก็เตรียมลุกขึ้น และทิกา จะเดินเข้าไปหาวาดิ "วาดิ เป็นไรมั่ง" ทิก้าถาม "ข้า... ไม่เป็นไร เกือบไปแล้วซิ..ไม่ต้องเดินมาหาข้าหรอก ข้าลุกเองได้ แผลแค่นี้ จิ๊บจ๊อย" วาดิตอบ "เออ..." ทิก้า ตอบ พร้อมกับ จะเดินกลับไปยัง กลุ่ม ขณะที่ ทิก้า หันหลังกลับ ด้วยความไว้วางใจ เกินเหตุ "อ๊าาาา!!" เสียงวาดิ ร้องด้วยความทรมาน หายไปในเงามืดและไกลออกไปเรื่อย ๆ จนสุดเสียงวาดิ "วาดิ.." ทิก้า ตกใจ หันกลับไปมอง ทิก้า มองไม่เห็น วาดิ เสียแล้ว "หน๊อยยยย...ไอ้ เจ้านักล่ายามค่ำคืน" ทิก้า โกรธ แค้น พร้อมกำหมัดแน่น ตัวเกรง และเสียใจ มาก ที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ "เอ๊ะ!" เสียง "วาดิ" เข้ามาในหัว มุต จนตกใจตื่น มุตสะดุ้งตื่นอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นมา หันไปมอง ทางที่ วาดิ เสียท่า แต่ ก็ เหลือ แต่เพียงความมืด เท่านั้น และเห็นเงา ทิก้า ยืน ตัวเกรงอยู่ "ทิก้า?" มุต ถาม "มันเอา วาดิ ไปแล้ว" ทิก้า ตอบพร้อมกับความโกรธแค้น ตัวเอง แล้วทิก้า ก็ เดินเข้ามาข้างกองไฟข้าง ๆ มุต มุต รู้ถึงเหตุการณ์ เช่นนี้ จึงอยู่กับทิก้า จนถึงเช้า... โปรดติดตามตอนต่อไป ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 2 ส.ค. 2549 (21:12) [img]http://www.beringia.com/images/01a-1.jpg[/img] Homotherium โฮโมธิเรียม หนึ่งในสัตว์ตระกูลแมว ปราดเปรียวว่องไว เป็นนักล่าตัวฉกาจ ล่าทั้ง ควายป่า กวาง รวมถึงมนุษย์ พบได้ทั่วโลก ทั้ง ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ------------------------------------------ เช้าวันต่อมา ลอท และพวกพ้อง ก็เดินทางลงใต้กันต่อ เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ ตอนนี้ ลอท รู้สึก อบอุ่น อย่างบอกไม่ถูก จากการที่ลอท ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง อยู่หลายปี ต่อสู้ ด้วยตัวคนเดียวจนเคยชิน แม้จะเข้มแข็งเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องมีพวกพ้อง ตอนที่ลอทเสียท่า สเตโกดอนตัวนั้น เอง ทำให้ลอท ตระหนักว่า การมีพวกพ้อง นั้นสำคัเพียงใด ที่จะช่วยเหลือกัน ยามคับขัน ได้ ลอทดีใจลึก ๆ ขณะที่ตนกำลังเดินลงใต้กันอยู่ ส่วนพวกซิต ก็ เริ่มมีความรู้สึกที่ดีต่อ ลอท และเทียส เช่นกัน การรวมกันอยู่ ช่วยเหลือ กัน จะทำให้ ต่อสู้ดิ้นรนได้เป็นอย่างดี และเทียสก็ ดีใจมาก ที่มีพวกพ้อง ยามเกิดเหตุการณ์ขับขันขึ้นมาก็ช่วยเหลือกันได้ โฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน "เอาหละ อาหารใกล้จะหมดละ ข้าต้องหาอาหารเพิ่ม" ระหว่างที่เดินลงใต้กัน ลอท ก็ คิดได้ และจำเป็นต้องหาอาหารเพิ่ม ลอทบอกกับทุกคนในกลุ่ม "งั้น ข้าจะช่วยอีกแรง" ซิต ตอบ "ข้าด้วย" เจ้าหัวบาก กับ เจ้านิ้วคด พูดแทรกขึ้นมา "อืม..." ลอท พยักหน้าพร้อมกัน "อ้อ เทียส เจ้าเลี้ยงลูกไปก่อน" การหาอาหารยกให้เป็นหน้าที่พวกข้าเอง เทียส พยักหน้า "ตอนนี้ เจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม ว่าไงว่าตามกัน" เทียส พูด สวนขึ้นมา "อืม..ข้าด้วยในฐานะเจ้าเก่งที่สุด ข้าให้เจ้าเป็นหัวหน้า" ซิต เห็นด้วย "ยังไงเจ้าก็มีอาวุธ ส่วนข้า ใช้ฟัน ที่ยาวของเจ้านี่ไปก่อน" ซิต พูดต่อ ที่ยังหาอาวุธที่ถูกใจไม่ได้ "เอ่อ เทียส แล้ว พ่อ ของเด็กนี่แหละ เป็นใคร" ลอท ถามเทียสระหว่างเดินทาง "ระหว่างการออกล่าสัตว์ครั้งสุดท้าย เขาก็ไม่กลับมาอีกเลย รวมทั้งกลุ่มด้วย จนอาหาร ค่อย ๆ หมดไปเรื่อย ๆ พี่น้องของข้า ต้องอดตายไปวันละคนสองคน พวกข้าไม่รุ้จะทำยังไงดี จนต้อง ต่อสู้ กันเองภายในกลุ่ม จน ถึงกับฆ่ากันเอง แล้วข้า ก็หนีออกมา แล้ว ซิต กับ เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคด ก็ ไล่ตาม ข้ามาด้วย" เทียส เล่าให้ลอท ฟัง "เฮ้อ...เรื่องมันผ้านไปละ อย่าไปพูดถึงมันเลย" ซิต พูด ต่อเทียส "ข้าเองก็ รู้สึกตัวว่าผิดไปแล้วเหมือนกัน" ซิต พูด "แต่ตอนนั้น ก็มีหลายคนที่คิด จะทำร้ายข้าด้วย ข้าจึงจำต้อง ต่อสู้ ไม่งั้น ข้า ตายไปนานแล้ว" ซิตพูด ต่ออีกที "อ้อ แล้วเจ้าละลอท" ซิต ถามลอทต่อ "อืม... ข้าก็เหมือนกับพวกเจ้านั่นแหละ แม่ของข้าถูกฆ่าตาย โดยเพื่อนในกลุ่ม ข้าก็แค้นนะ แต่ ตอนนั้น ข้ายังเด็กอยู่ ก่อนตายแม่ข้าบอกว่า หนีไปซะ ข้าก็หนีออกมาจากกลุ่มนั้นเลย ไม่งั้น ข้า คงถูกย่างกินแล้ว ตอนนั้น ข้าไม่เชื่อใจใครเลย ข้าก็เดินทางด้วยตัวคนเดียวตลอด จนมาอยู่ในป่า แล้วก็เจอพวกเจ้า" ลอทเล่า ให้ฟัง "อ้อ แล้ว เจ้าเดินทางลงทางใต้ทำไม" ซิต ถามต่อ "อันที่จริงแล้ว ข้าก็ไม่อยากออกเดินทางลงใต้สักเท่าไหร่ นะ แม้ ป่าแถวนั้น จะค่อนข้างหาอาหารได้ง่ายหน่อย แต่ข้า ก็อยากเดินทางลงใต้ เพราะว่า ข้า เห็น สัตว์่ หลายชนิด เดินทางลงใต้กันหมด ข้าก็เลย ตัดสินใจว่า เมื่อหา อาหารได้เยอะ ๆ แล้ว ก็จะเดินทางลงใต้ตาม อ้อ อีกอย่าง ข้าเอง ก็อยากหากลุ่มของข้าด้วย ข้าจะแก้แค้นพวกที่มัน ฆ่าแม่ข้าด้วย" ลอท เล่าให้ทุกคนฟัง "อ้าว... แล้วเจ้าจะหาคนที่ฆ่าแม่เจ้าเจอได้ไง ที่แถวนี้มันกว้างจะตาย และก็เหมือน ๆ กันด้วย" เจ้าหัวบากพูดแทรกขึ้นมา "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไง ข้าก็จำหน้า เจ้าคนที่่ฆ่าแม่ข้า ได้ แต่ ที่ที่ข้า หนีมา ก็มาจากทางใต้เช่นกันและตอนนี้ ข้ากำลังจะกลับมา" ลอท ตอบ และเก็บความแค้นไว้ในใจ การเดินทางไกล เช่นนี้ กลุ่ม ลอท เริ่มหิวกระหาย จากอากาศที่ร้อน และแห้งแล้ง สุดลุกหูลุกตา พวกลอทมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากทุ่งห้า กับท้องฟ้า และต้นไม้เป็นหย่อม ๆ และสายลมพัดเป็นพัก ๆ อย่างน้อยก็ช่วยให้พวกลอท ได้เย็นเป็นครั้งคราว พวกเขา ได้แต่เดิน กวาดตาหาสัตว์ ที่พอจะล่าได้ อยู่ ตลอดเวลา แต่ก็ว่างเปล่า ไม่มีสัตว์ตัวใด ผ่านมาแม้แต่ตัวเดียว "เอาหละ เราพักที่ต้นไม้นั่นก่อนละกัน" ลอทสังเกตเห็น ต้นไม้ ที่พอจะพักพิง อยุ่ไกล ๆ พร้อมกับ ชี้ไปทางต้นไม้ต้นนั้น "เริ่มหิวน้ำกันละสี ข้าก็หิว เหมือนกัน" ลอท บอกกับทุกคน "อืม.. นั่นสิ หิวน้ำมากเลย" ซิตพูดต่อ "เทียสก็คงจะไม่ไหว" ซิตบอก แล้วหันไปมอง อาการเหนื่อล้า ของเทียสแสดงออกมา "เอาหละ ถึงที่พักละ ข้า หาน้ำ สักหน่อย" ลอท บอกกับทุกคนในกลุ่ม ลอท เดิน ไปวน ๆ รอบโคนต้นไม้ เพื่อหาสิ่งมีชีวิตบางอย่าง ลอท ใช้ หอกคู่กาย จิ้ม ลงพื้นดู แถวนี้ข่อนข้างเย็น ลอท ตัดสินใจ ขุดหลุม บริเวณ รอบ ๆ ต้นไม้ อยู่ นาน สักพัก ลอทก็เจอ กบ ขนาดอุ้งมือ อยู่ตัวหนึ่ง มันจำศีล อยู่ "อ้า..เจอแล้ว" ลอท บอกกับตัวเองพร้อม ลงมือคว้า กบตัวนั้น พอจับกบตัวนั้นได้ ลอท ก็หัน ก้นกบ จ่อไปที่ปากของตน แล้ว ค่อย ๆ มีบกบตัวนั้น น้ำใส ๆ ก็ค่อย ๆ หยดลงเข้าปากลอท ลอทเหลือบไปเห็น เทียส "เอาน้ำไหม" ลอทหยุดบีบกบ แล้วเดินไปหาเทียส ส่งกบให้ เทียส รับกบเอาไว้ แหงนหน้า ชูกบตัวนั้น เหนือปาก แล้วค่อย ๆ ปีบ เพื่อให้น้ำในตัวกบ ไหลลง เข้าปาก สักพัก เทียส ก็ นำกบในมือ บีบเหนือปากลูกของตน ให้กินน้ำบ้าง ส่วน ซิต เจ้าหัวบาก เจ้านิ้วคด ก็แยกย้าย คุ้ยตามพื้นดิน บริเวณใต้ต้นไม้ เพื่อหากบเช่นกัน สักพัก เจ้านิ้วคดก็เจอ กบ เอื้อมมือคว้าแล้ว แหงนหน้าบีบ กบที่หาได้ ให้น้ำซึมไหลเข้าปาก ไม่นาน ทุกคนก็หาเจอ กบ แล้ว กินน้ำ และนั่งพัก ที่ใต้ต้นไม้นั้น "แล้ว เจ้าอยู่ได้ไงคนเดียว" ซิต เดินไปหาลอท ที่นั่งอยู่ แล้วนังข้าง ๆ ลอท "ก็ อยู่แบบนี้แหละ ข้าก็หาอาหารไปเรื่อย ๆ ฝึกฝีมือ ต่อสู้ ด้วยตัวคนเดียว ตอนแรก ๆ ลำบากมาก บ้างก็ปีนต้นไม้ หาไข่ ในรังนก บ้างก็ แย่งอาหารจากสัตว์นักล่า บ้างก็ ย่างสัตว์จากสัตว์ที่ตายไป สู้ไม่ได้ก็หนี หรือแอบแย่งจากพวกสัตว์นักล่าบ้าง ก็เอาตัวรอดไปวัน ๆ จนข้าแข็งแกร่งขึ้น จนถึงวันนี้แหละ" ลอท เล่า ให้ซิต ฟัง "เอาหละ เราไปกันต่อ" ลอท บอกกับทุกคน และลุกยืนขึ้น หลังจากพักเหนื่อยกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 6 ส.ค. 2549 (09:34) "เอาหละ เดินทางกันต่อ" ลอท บอกกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ทุกคนหันไปมองลอท แต่ไม่พูดอะไร ทุกคนก็ลุกขึ้น เดินทางกันต่อ เวลายามบ่าย อากาศ เริ่มร้อน ขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้ที่จะเดินทาง และยังคงเดินท่ามกลางความแห้งแล้ง และยังคงมองหาสัตว์ที่พอจะเป็นอาหารในมื้อเย็นวันนี้ ให้ได้ บ้างก็มองหา สัตว์บนพื้นดิน รวมถึง สัตว์เล็ก ๆ ที่อยู่ตามพื้นดิน ที่พอจะประทังชีวิตได้ วันนี้พวกเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง นอกจากน้ำ แม้ จะมีอาหารเก็บไว้ก็ตาม ความหิว ในวันนี้ นับว่ายังทนได้สำหรับโฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ และอาหารจำเก็บไว้ยามจำเป็นจริง ๆ ถึงแม้พวกเขาจะหิวก็ตาม โฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ มองหาอาหารและที่ ที่คาดว่าจะมีอาหารไปเรื่อย ๆ ตลอดการเดินทาง ยามบ่าย "ทนเอาหน่อยนะพวกเรา ถ้าเย็นนี้ ยังหาอาหารไม่ได้ ก็คงต้องกินอาหารที่เหลือละกัน" ลอทบอกกับทุกคนในกลุ่ม "เฮ้อ ตอนนี้ข้าอยากกิน เนื้อกระต่าย หวะ" เจ้าหัวบากบ่นกับตัวเอง พลางตนทนหิวมาตั้งแต่เช้า "เนื้อกระต่ายเหรอ ข้าก็อยากกินเหมือนกัน" เจ้านิ้วคด พูดต่อ "เอาเถอะ อย่าพูดเลย ได้ยินแล้วหิวหวะ" ซิตพูด ถากถาง ออกมา เนื่องจากตนหิว และอยากกินเหมือนกัน "ลอท เจ้า เคยมาแถวนี้หรือเปล่า รู้สึกเจ้าจะเดินเร็วไปแล้วนะ" ซิต ถามลอท "ข้า พอจะจำได้ ตอนที่ข้าหนีออกมา แต่ก็ไม่แน่ใจนัก ข้า ก็คิดว่าน่าจะใช่" ลอท เดินด้วยความมั่นใจ และคอยสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบ ตัว ว่าตนเคยผ่านสถานที่แห่งนี้มาแล้ว พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ลอทสังเกตเห็น กลุ่ม ต้นไม้ อยู่ไกลลิบ ทาง ขวามือ "เอาหละ พวกเรา ไปที่นั่นกันเถอะ ลอท หันไปมองกับทุกคนในกลุ่ม แล้ว เอื้อนแขนมือที่ถือหอก ไปทางขวา "ข้าว่า แถวนั้นต้องมีอาหารแน่ ๆ และพวกเราจะพักที่นั่นกัน" "ได้เลยไปกันเถอะ" ซิต บอกกับ เจ้าหัวบาก และ เจ้านิ้วคด "เทียสอดทนหน่อยนะ จะได้พักกันแล้ว" ลอท หันไปบอกเทียส ที่มัดหนังสัตว์ กับลูก ติดตัวมาทั้งวัน ลอทเร่งฝีเท้า เพื่อทำเวลา เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง เรื่อย ๆ และยังไม่ได้อาหารเลย "พวกเราเร่งหน่อยใกล้ จะค่ำแล้ว" ลอท เร่งพวกพ้องให้เดินเร็วขึ้น ในป่า กลุ่มสัตว์ ไดร์-วุฟ 5 ตัว กำลังกินซาก ม้า ที่ พวกมันเพิ่งล่าได้ อยู่ 2 ตัว เป็นลูกม้า 1 ตัว ส่วนอีกตัว เป็นม้าที่บาดเจ็บ อ่อนแอ ที่หนีไม่ทัน ไดร์-วุฟ เป็น สัตว์ที่กินเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด พวกมัน ล่าเป็นกลุ่ม และมีเขี้ยวที่แข็งแรง สามารถกัดกระดูกให้แตกได้ภายในครั้งเดียว พวกมันกินอย่างมุมมามเลยทีเดียว ทั้งแย่งอาหารกันเอง หยอกล้อ กัน ลอท ที่เร่งฝีเท้าใกล้จะถึงป่านั้น สังเกตเห็น ไดร์-วูฟ กำลังกินซากสัตว์ จึงหยุดเดิน แล้วนั่งลงต่ำ สังเกตท่าที่ของมัน หลบที่ทุ่งหญ้า สูง และแห้ง ระดับเข่า ที่ขึ้นเต็มบนท้องทุ่งแห่งนี้ "มีอะไรหรือลอท" ซิต เดินตามมา แล้วถามเมื่อเห็นลอท นั่งมองไปในป่า ซิตเดินเข้าไปหาลอท แล้วนั่งต่ำ ๆ ตามอยู่ข้างลอท "เงียบ ๆ หน่อย" ลอท เบา ๆ ซิต และซิต หันไปบอก กับทุกคน ให้ก้มต่ำลง "ทุกคนหมอบลง" ซิตบอกเงียบ และทุกคนที่เดินอยู่ ก็ทำตาม โดยไม่พูดอะไร เทียสเดินก้มต่ำ ยอง ๆ แล้วไปข้างหลังลอท "มีอะไรเหรอ" เทียสถาม ลอท "เจอตัวอันตรายเข้าแล้ว" ลอท บอกเทียสเบา ๆ "ตัวที่ว่องไว ไม่แพ้เจ้าเขี้ยวยาว แถมยังเป็นกลุ่มด้วย" ลอทพูดต่อ "พวกเราไม่มีทางสู้มันได้เลย เห็นทีคงต้องรอจนกว่ามันจะกินหมด" ลอท พูด กับเทียส "แล้วเราจะทำยังไง ใกล้ค่ำแล้วด้วย" เทียส พูดกับลอทเบา ๆ "งั้น เราอ้อม เข้าป่ากันไหมลอท" ซิต ยื่นข้อเสนอให้ลอท "อืม..ก็ดีนะ แต่ ก็เสี่ยงมากเลย" ลอท บอกกับซิต ลอท สังเกตท่าทีของมัน และ สภาพดูป่าไม้ที่อยู่ตรงหน้า "ตกลงเราจะอ้อมไป" ลอทตัดสินใจ "ซิต เราจะอ้อม ไปทางด้านนั้น" ลอท บอกกับซิต โฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ กำลังวิตกกับการหลีกนี จากกลุ่มสัตว์ ไดร์-วุฟ ที่กำลังกินซาก ลอท ตัดสินใจที่จะเดินเลี่ยงไปทางด้านขวา เนื่องจาก ไดร์-วูฟ นี้เยื้องไปทางซ้ายของป่า "เอาหละ ตามข้ามา" ลอทบอกกับทุกคนในกลุ่ม ที่อยู่ข้างหลัง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 17 ส.ค. 2549 (14:42) เนื่องจาก ไดร์-วูฟ นี้เยื้องไปทางซ้ายของป่า "เอาหละ ตามข้ามา" ลอทบอกกับทุกคนในกลุ่ม ที่อยู่ข้างหลัง ลอท ตัดสินใจ ลุกเดินหมอบต่ำ ๆ เพื่อเลี่ยงไปทางซ้าย แต่ลอทหยุดเดิน "พวกเรา เตรียมอาวุธพร้อมหรือยัง ถ้าเป็นไปได้ ก็ขออย่าสู้กันมันเลย แต่เพื่อความปลอดภัยของเราเอา" ลอทบอกกับเพื่อน ๆ ทุกคน "อืม ข้าก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว...นี่ไง อาวุธของข้า" ซิต ก็เตรียมพร้อมเช่นกัน เขามีอาวุธเขี้ยวกระดูกเสื้อเขี้ยวดาบ ที่เพิ่งฆ่าได้ "แล้วข้าแหละ ข้าไม่มีอาวุธเลย" เจ้าหัวบาก บอก "เ่อ่อ ใช่ ข้ามีกระดูก ขาของเจ้าเขี้ยวยาวอยู่นี่นา พอใช้เป็นอาวุธได้" เจ้าหัวบากพูดต่อ "ส่วน เทียส ถ้ามันมา เจ้ารีบวิ่งหาที่ปลอดภัยดีกว่านะ" ลอท หันไปบอกเทียสเอาไว้ "ก็ได้ ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าเดือนร้อน" เทียส บอกกับ เพื่อน ๆ "เอาแหละไปกันเถอะ" ลอท พร้อมที่จะเดินนำหน้า และเดินก้มต่ำ ๆ เลียบไปทางซ้ายของ กลุ่ม ไดร์-วูฟ เพื่ออ้อม เข้าป่า ลอทค่อย ๆ ลัดเลาะ ตามแนาห้า ที่พอขึ้นสูง เพื่อบังไม่ให้ ฝูง ไดร์-วูฟ ที่กำลังกินซากม้าลาย อยู่ รู้ตัว กลุ่มลอท เริ่มเข้าใกล้แนวป่ามากขึ้น ในระยะ 2-3 เมตร กลุ่ม ไดร์-วุฟ มันรู้ตัวว่ามีสิ่งมีชีวิตซู่มอยู่ ใกล้ ๆ จากประสาทสัมผัสของมัน แม้ระยะไกลมันก็สัมผัสได้ จากกลิ่นและเสียง ประสาทของมันดีเยี่ยม มันหันไปทางที่ลอทซุ่มอยู่ แม้มันจะมองไม่เห็นแต่มันก็สัมผัสได้ ทุกตัว หันมองตามกัน มันเริ่นขู่ พร้อมที่จะวิ่งมาทางลอท ลอทหันไปมอง แย่ละสิมันรู้ตัว แล้ว "เทียสเจ้าเข้าป่าไปก่อนข้าจะสู้กันมัน" ลอทตัดสินใจทันที เทียสทำตามโดยวิ่งเข้าป่าไปก่อนและซุ่มดู อยู่ห่าง ๆ "แล้วพวกเจ้าหละซิต" ลอทหันไปหาซิต "ข้าเตรียมพร้อมอยู่แล้วน่า ข้าจะสู้ด้วย" ชิตบอกกับลอท "ข้าไม่กลัวเจ้าพวกนั้นหรอก" ชิต พูดต่อ "มันวิ่งเข้ามาแล้ว" ลอทบอกกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ฝุงไดร์-วูฟ รู้ตัว พวกมันวิ่งมาพร้อมกัน 5 ตัว พวกมันทั้งแข็งแรง และว่องไว และเพิ่งกินอาหาร เรี่ยวแรงของมัน พร้อมต่อสู้ได้เสมอ ผิดกับพวกลอท ที่ทั้งหิว และไร้เรี่ยวแรง และเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ถึงคราวต้องสู้ พวกเขาก็จำต้องสู้ ต่อไป ไดร์-วุฟตัวหนึ่งวิ่งตรงข้ามายังลอท ลอท เตรียมตั้งรับ ลอทจากที่หลบซ่อนทันที ยืนขึ้น ทันที มือถือหอกปลายติดหินแหลมอย่างทันคง ทางด้านซิต ก้ใช้ ถือเขี้ยวและกระโหลกของเสือเขี้ยวดาบ เพื่อตั้งรับ แม้จะไม่ใช่อาวุธที่ดี แต่ ก็ยังใช้ป้องกันได้ ทางด้าน เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคด ก็เช่นกัน ใช้กระูดุกขาของเสือเขี้ยวดาบ เป็นอาวุธ ตัวแรกที่พุ่งเข้ามาหาลอท พร้อมกระโจนเข้าใส่ลอททันที ลอท ใช้ปลายหอกอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีหินแหลม ปันปัดโดนหน้าของมัน ไดร์-วุฟตัวนั้น ก็ปลิวออกมา แต่มันไม่บาดเจ็บอะไรมาก แต่ทำให้ ไดร์-วุฟ ตัวอื่น ๆ คอยชะงักตาม ทุกคนเตรียมป้องกันตัว ออกจากที่ซุ่มตาม ทำให้ให้ฝูงไดร์-วุฟนี้ ยังรอที่จะจุ่โจม มันรอท่าทีอยู่นาน "ลอท ถ้าค่ำกว่านี้เราจะลำบากนะ" ซิต ตะโกนบอกลอท "อืม.." ลอทตอบรับทันที ลอทตัดสินใจ ที่จะโจมตีก่อน ลอทค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้พวกมัน แต่ยังคงชะงัก และทุกคนก็ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้พวกมัน ทีละก้าวทีละก้าว พวกมัน สองตัว ตัดสินใจ กระโจนไปหาลอท ทันที ลอท "เฮีย!" ลอทตกใจ แต่ยังครองสติได้อยู่ ลอทหลบต่ำ จากการที่มันกระโจนสูงระดับอกลอท แต่อีกตัวกระโจนต่ำ หวังโจมตี ขาของลอท ลอทหลบตัวที่หนึ่งได้ และใช้หอกปลายหินแหลม แทงเข้าที่ ท้องของ ไดร์-วุฟตัวที่หนึ่ง แต่ตัวที่สองลอทหลบไม่ทัน ทันใดนั้น ซิต ตัดสินใจ ใช้ กะโหลกของเสือเขี้ยวดาบที่ติด เขี้ยว พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ตบ เจ้าไดร์-วุฟ ตัวที่สอง เสียงท่าทันที ก่อนที่ลอทจะโดนมันกัดเข้าที่ขา แต่ลอทก็หลบไม่พ้น โดนมันใช้ เล็บ ตวัดเข้าที่ต้นขาลอทก่อนมันจะเสียท่า แก่ซิต เลือดลอทไหลเป็นทางยาว "ซิต เจ้าช่วยข้าอีกแล้ว" ลอทเสียท่า แต่ยังหันไปบอกกับซิต "เอ่อ..เจ้าเป็นหนี้ข้าอีกแล้ว" จากไดร์-วุฟตัวแรกที่โดนหอกของลอทเข้าที่ท้อง ก็ล้มลง อยู่เบื้องหน้าเจ้าหัวบากและเจ้านิ้วคดที่อยู่ข้างหลังก็ช่วยกัน ใช้ท่อนกระดูก รุมทุบอย่างแรง จนมันตาย "ตัวนี้ตายแล้ว" เจ้าหัวบากบอกกับลอททันที "ตอนนี้เราเท่ากันแล้ว" ลอท บอกกับทุกคน ลอทหันไปมอง ฝูง ไดร์-วุฟที่เหลือ มันยังคงจะต่อสู้ ต่อ พวกมัน โจมตีพร้อมกัน ส่วนเจ้าหัวบากกับเจ้านิ้วคด เริ่มขยับมาอยู่ข้างหน้า เรียงหน้ากระดาน พร้อมกัน จนทำให้พวกมันเริ่มลังเลที่จะต่อสู้ มีสองตัว วิ่งเข้าหาซิต พร้อมที่จะกัดขาซิต มันวิ่งอย่างรวดเร็ว ซิต ตกใจ พร้อมกระโดดหลบ ถอย ทำให้ซิต ล้มลง จนทำให้ตัวอื่น ๆ ทั้งหมดอีกสามตัว วิ่งตาม โจนตีซิต ที่ล้มอยุ่ มี ไดร์-วุฟ วิ่งตามมา ลอทเห็น ซิตเสียท่า ตัดสินใจ ขว้าง หอกเนื่องจากตามมันไม่ทัน หอกพุ่งอย่างแรง โดนที่ต้นขาหลังของมันไดร์-วุฟ ตัวหนึ่ง จนล้มลง แล้วลอทก็วิ่งตาม เจ้าหัวบาก ก็วิ่งตาม หลังเจ้า ไดร์-วุฟ ไป ตัวที่ถุกหอกลอทปัก อยู่ เจ้าหัวบาก ก็ใช้ กระดูก ที่แข็ง ฟากไปที่หัวของมัน อย่างแรง "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า.. เสร็จไปอีกหนึ่ง" เจ้าหัวบากหัวเราะ แต่มันยังไม่ตาย ตัวที่นั้น ยังคงร้องดิ้ิน อยู่ ค่อย ๆ ลุกขึ้น โจนตี เจ้าหัวบากต่อ แล้วกัดไปที่ขาของเจ้าหัวบากทันที "โอ๊ย..!" เจ้าหัวบากร้องลั่น ลอทวิ่งตามมา ขว้างหอกที่ยังคงปักอยู่ที่ขาของมัน ดึงออกมา แล้ว แทงอีกครั้งที่หลังของมัน และตายในที่สุด ทางด้านซิตที่เสียท่าล้มลง ถูก ไดร์-วุฟ ตัวที่โจมตีซิต อยู่ใกล้ซิต ซิตยังคงนอนอยู่ มันวิ่งเข้าตะครุบ ซิตใช้ หัวกะโหลกบังอยู่ อีกสองที่เหลือตามมา "แย่แล้ว ...ไม่มีใครตามทันเลย" ลอทที่ยังคงช่วยเจ้าหัวบาก อยุ่ ส่วนเจ้านิ้วคดวิ่งตามมันไม่ทัน ทันใดนั้นเอง ฟิ่ว..... ไม้ปลายแหลม ที่หักพุ่ง ชนกับไดร์-วุฟ คนที่ข้างคือ เทียสที่หลบอยู่ในป่า หักกิ่งไม้ ช่วยซิตไว้ได้ทัน ตัวหนึ่งที่วิ่งตามมา แม้จะถูกมันแต่ ยังไม่แรงพอที่จะจัดการมัน มันเพียงบาดเจ็บเท่านั้น ตัวที่โดน ไม้ปลายแหลม ชะงัก ทันที ส่งผลให้ อีกตัวชะงักไปด้วย ไม่ช้า เจ้านิ้วคดก็วิ่งตามทัน พร้อมฟาดไดร์-วุฟ ตัวที่ตามหลัง แต่ มันหลบได้ ลอทวิ่งตามมาที่ซิตที่เสียท่าทันที ใช้ท่อนหอกปัดทีลำตัวของไดร์-วุฟตัวที่ กำลังขย้ำซิดทันที แต่มันรู้ตัวว่าลอท อยุ่ข้างหลัง ก่อนที่ลอทจะมัน มันกระโดดถอยออกมา ทำให้ซิตลุกขึ้นมา ได้ ส่วนตัวที่โดนไม้ปลายแหลม เปลี่ยนเป้าหมายทันที มัน วิ่งไปหา เทียสที่หลบอยู่ เทียสพอรู้ทางหนีทีไล่อยู่แล้ว ภายในพุ่มไม้ เทียสก็เก็บก้อนหิน ขนาดเหมาะมือ จากในป่า มันวิ่งเข้าหาเทียส แต่เทียสไม่กลัว พร้อมกับขว้าง ก้อนหิน ที่หาได้ เฉี่ยวไปหลายก้อน ด้วยความเร็วของมัน จึงไม่โดน หรือโดนเฉี่ยว ๆ เท่านั้น "แย่แล้วเทียส" ลอทหันไปมองเทียสที่ถูกมันหมายหัวเอาไว้ มันยังคงวิ่งเข้าหาเทียสที่อยู่ในพุ่มไม้ เทียสยังคงขว้างหินใส่ มัน และแล้ว มันก็โดน หินที่เทียสขว้างอยู่หลายครั้ง เข้าที่หน้า แต่ มันไม่ยอมแพ้ ยังคงวิ่งเข้าใส่ แต่มันช้าลง แต่ก็จะถึงตัวเทียสแล้ว มันกระโจนเข้าใส่เทียส ทันที "เทียส" ลอทได้แต่ตะโกน ด้วยความตกใจ เขาตามมันไม่ทัน ลอทยังคงอึ้ง กับภาพที่อยุ่ตรงหน้า ทางด้านซิตกับ เจ้านิ้วคดที่เผชิหน้า กับไดร์-วุฟตัวต่อตัวนั้น ต่างฝ่ายต่างยังดูท่าทีของกันและกัน ส่วนเจ้าหัวบาก ก็เสียท่าให้กับมันถูกกัดที่ขา จนเป็นแผล แต่ยังพอยืนเดินได้ ไดร์-วุฟ สองตัวที่เหลือ รู้สึกว่ามันเสียท่าแล้ว จึงค่อย ๆ ถอยไป และวิ่งหนีไปในที่สุด ลอท มองไปทางพุ่มไม่ที่เทียสถูกโจมตี ขยับ "หน่อย..." ลอท เห็นหลังของมัน พร้อมยกแขนที่ถือหอก เตรียมที่จะขว้างหอกเข้าใส่ สักพักมันล้มลง ทันที ลอท งง "เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น" เทียสยกตัวมันที่ทับอยู่ออกไป แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนขึ้นมา "ข้าไม่เห็นไร" เทียสบอกกับทุกคน หลังจากที่ทุกคน เห็นเหตุการณ์นี้ ก็แน่นิ่งไปสักพัก เลือด เต็มหน้าเทียส "เทียสเจ้าไปไง เลือดเต็มหน้าเลย" ลอทถาม "นั่นไม่ใช่เลือดข้า...เลือดเจ้านั่นต่างหาก" เทียสตอบลอท ลอท งง เป็นครั้งที่สอง "ตอนที่มันกระโดด ข้า มีไม้ที่แหลมอยู่ในมือ พอมันกระโดดมาหา ข้าก็ยกขึ้นมาแทงมันทะลุท้องตายในที่สุง แล้วมันก็ทับตัวข้าทันที" เทียสอธิบาย ลอท และทุกคนโล่งใจทันที "เอาหละ เราไม่ต้องหาอาหารแล้ว วันได้ได้มาเยอะเลย" ลอทบอกกับทุกคน ศพม้าลาย สองตัว ที่มันกินยังไม่หมด กับ ไดร์-วุฟ อีก สามตัว ค่ำมืด ทุกคน ก็แบ่งอาหารกินกันอย่างเอร็ดอร่อย และพักแรง เพื่อวันใหม่ต่อไป.. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 25 ส.ค. 2549 (19:16) dire wolf อีกหนึ่งในตระกูลสุนัข ลำตัวยาว 1.5 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม สูญพันธุ์ เมื่อ 10,000 ปีก่อน ส่วนมากพบที่ อเมริกาเหนือ แต่พบได้แถบยุโรป สายพันธุ์ไกล้เคียงกับ gray wolf ----------------------------------- หลังจาที่กลุ่มนีแอนเดอร์ทัล กำลังจะเดินทางกลับบ้าน จาก เทือกเขาพิเรนิส แล้ว กลุ่มนีแอนเดอร์ทัลกลุ่มนี้ มี คนที่เสียชีวิตจากการล่าสัตว์แล้วถึง 2 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน ที่ยังไม่ได้สติ จากการถูกกวางเอลล์ชนอย่างแรง ร่างกายบอบช้ำถายใน กระดูก ซี่โครงร้าวเล็กน้อย อากาศที่หนาวเย็นยังคงเป็นอุปสรรค์ต่อ ไป พวกเขา เร่งเดินทางกลับบ้าน จากเทือเขาพิเรนิสตอนนี้ พวกเขาเดินทางมายังตอนล่างของเทือกเขาพิเรนิสกันแล้ว แม้ว่าอากาศจะอบอุ่นขึ้นกว่าบนภูเขาเยอะ และหิมะก็เริ่มลดลง บ้างก็ละลายเป็นสายน้ำ ลงมาเป็น แม่น้ำ กลุ่มนีแอนเดอร์ทัลกลุ่มนี้ นำโดย มุต "เฮ้..!พวกเรา ใกล้จะถึงบ้านกันแล้ว ยังไงก็ต้องเก็บอาหารบ้างก็แล้วกัน" มุตบอกกับทุกคนในกลุ่ม การล่าบนเทือกเขาที่ไม่เหมาะสำหรับมนุษย์ แต่ นอกจากพวกเขาได้อาหารมากินแล้วนีแอนเดอร์ทัลยังต้องนำหนังสัตว์ที่ค่อนข้างหน้ามาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม แก่พวกเขาด้วยเช่นกัน อีลัสโมธีเรียม กับลูกที่เพิ่งเดินได้ กับแม่ คู่หนึ่งเดินใกล้เข้ามา สัตว์ป่าขนาดใหญ่และแข็งแรง รวมทั้งยังมีอาวุธที่น่ากลัวอีกด้วย "หยุดก่อน!" มุต บอกกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ให้หยุด เมื่อได้ยินเสียง สัตว์ขนาดใหญ่ เดินใกล้เข้ามา มันคือ อีลัสโมธีเรียม "นั่นมันรูคุลัคที่หว่า" มุตบอกกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม "พวกเราอ้อมไปดีกว่า มันใกล้เข้ามาแล้ว" มุตบอกให้ทุกคน เลี่ยงการปะทะนี้ "ทางนี้" มุตเลี่ยงเดินไปทางขวา และเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ก็เดินตามมุตไป อย่างเงียบ ๆ ความตึงเครียดของทุกคนเข้ามา อยู่ที่ เจ้า อีลัสโมธีเรียม ตัวนั้น แม้จะมีเพียง 2 ตัว แต่ พวกนีแอนเดอร์ทัล ก็ไม่อยากที่จะปะทะด้วย ไม่นาน สายลม พัดพามา ยังนีแอนเดอร์ทัลกลุ่มนี้ โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวมาก่อนว่า มันทำให้กลิ่นมนุษย์ ลอยไปยังเจ้า อีลัสโมธีเรียม ตัวนั้นทันที แม้มันจะสายตาไม่ดี แต่ หรือมองไม่เห็น นีแอนเดอร์ทัลก็ตาม แต่ มันรู้สึกได้ ว่า อาจมีภัยมาใกล้ตัว ตอนนี้้มันมี ลูกน้อยอยู่เคียงข้าง มันจึงต้องระวังตัวให้มาก และแน่นอน มันต้องต่อสู้ เพื่อปกป้องลูกของมัน ที่นี้ ต่างฝ่ายต่าง ถูกกดดันขึ้นมา กลุ่มนีแอนเดอร์ทัลยังคงเลี่ยงการปะทะ แต่ เจ้า อีลัสโมธีเรียม ยังคงได้กลิ่นมนุษย์อยู่แถว ๆ นี้ และไม่รู้ว่าจะมาทิศทางใด มันยังคง เดินไปยังใต้ต้นไม้ แล้วนำเขาที่ยาวของมันขุดกับโคนต้นไม้ เพื่อทิ้งกลิ่นของมันเอาไว้ อีกทั้งยังรักษาความสะอาดให้แก่เขาของมันอีกด้วย มันยังคงเดินไปยังต้นไม้ ต้นแล้วต้นเล่า เพื่อทำสัญลักษณ์ของมัน หารู้ไม่ว่า มัน เดินทางใกล็ กลุ่มนีแอนเดอร์ทัลเรื่อย ๆ มุตและเพื่อนช่วยกันสังเกตท่าทีของมัน จนไม่กล้าที่จะขยับตัวเลย "อือออ.." เสียงคนเจ็บที่ถูกกลางเอลล์ชน เริ่มรู้สึกตัว ทำให้ทุกคนตกใจ "แย่ละสิ ดันมารู้สึกตัวตอนนี้" มุต บ่นกับตัวเอง เพื่อน ๆ จนเพื่อนที่แบกเขาต้องใช้ มือกุมปากเขาเอาไว้ เพื่อกลบเสียง ทันที แม้ อีลัสโมธีเรียม หูไม่ค่อยดีนัก แต่ เนื่องจาก มันต้องระวังตัวเองให้มาก ขึ้น และบริเวณนี้ ค่อนข้างเงียบ จนทำให้มัน หยุดชะงักจากเสียงนั่น "อือออออออ" คนเจ็บยังคงร้องต่อไป เขาไม่รุ้เลยว่า ขณะนี้ จำต้องสุ่มอย่างเงียบ ๆ ของพวกเขา อาการเจ็บของเขาเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสติของเขาที่กลับคืนมา เขาเริ่มดิ้น ระหว่างที่เพื่อนทั้งสอง คอยดูแลอยู่ใกล้ "เจ้าบ้าดิ้นอยู่ได้ พวกเร็วเสร็จแน่" มุต บ่นกับตัวเอง แต่ไม่พูดออกไป การซุ่ม ของพวกเขา เริ่มไม่เป็นผลซะแล้ว ทันทีที่เขาดิ้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงแขนขากระทบกับ พื้นดินและใบหญ้า ทำให้เกิดเสียงขึ้น แต่ไม่ดังเท่าไหร่ การดิ้นของเขาทำให้เพื่อน ต้องเหนี่อยและออกแรงนับเขาให้นิ่ง ๆ มากขึ้น ทางด้าน อีลัสโมธีเรียม เริ่มรู้ตัว มันเริ่มค้นหาเต้นเสียงที่เกินขึ้นทันที และเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ชายที่ดิ้นจากอาการเจ็บปวดนั้น ก็เตะไปยัง พุ่มไม้เข้า จนทำให้ พุ่มไม้สั่นไหวขึ้น "แย่ละสิ"มุตและเพื่อน ๆ ตกใจกันมาก ไม่นาน ไม่ศีรษะ ของ อีลัสโมธีเรียม โผล่ออกมาจากพุ่ม ไม้นั้น "แย่ละสิ มันเห็นเราจนได้" เซท ตกใจ และหันไปมอง ส่วน เมรา กับ เซท ที่ ช่วยกันกับการดิ้นของ มัค ที่เจ็บอยู่นั้น หันไปมอง มุตเห็นดังนั้นเข้า ก็ตัดสินใจ แสดงตนออกจากที่ซ่อนทันที รวมถึงคนอื่น พลอยออกจากที่ซ่อนตาม ทำให้ อีลัสโมธีเรียม ตกใจมาก เพราะเห็นนีแอนเดอร์ทัลอยู่หลายคน มันวิ่งเข้าโจมตี เซท กับเมรา ที่อยู่ตรงหน้าทันที เซทกับ เมรา ที่กำลัง จับมัค ที่ดิ้นอยุ่นั้น ต่างก็แบกแขนโอบไหล่ของตนเพื่อหนี เขาของ อีลัสโมธีเรียม ที่ทั้งแหลมคมและยาว ทำให้พวกเขา ที่หันหลังให้มัน และกำลังยืนขึ้นอยู่นั้น เอียงตัวหันไปมอง อีลัสโมธีเรียม ไม่ช้า ปลายเขาของ อีลัสโมธีเรียม เข้าที่ทองของ เซทอย่างจัง ไม่มีเสียงร้องจากเซท เขาของมันโดนโดยที่ เซทไม่ทันได้ตั้งตัว เซทของกระเด็นไปไกล ชนกับต้นไม่อย่างเร็ว "เซท" มุต ร้องเรียกเซต ด้วยความตกใจ เมื่อเห็น เซทลอยกระเด็นไปไกล ไม่มีเสียงตอบรับของ เซท เขาสลบแน่นิ่งทันที ที่ตกถึงพื้น เลือดไหลออกมาจากที่ท้องของเซท แผลจากท้องเป็นทางยาว ขึ้นไปถึงหน้าอกด้านขวา แผลลึกและใหญ่ การขวิดของมัน ทำให้กระดูกซี่โครงของเซท แตกและโผล่ออกมา เขาไม่รอดแน่ ทุกคนตกใจมาก ที่เห็นเซทในสภาพนี้ การขวิดของมันแรงมาทีเดียว ด้วยขนาดที่ใหญ่โต กับเขาที่ยาวกว่า 3 ฟุต ที่ใหญ่มาก และทรงพลัง มันหันไปมอง มุต จากการที่มุต ตะโกนออกมา มันถอยหลังออกจากพุ่มไม้ ทางด้านมุต ก็ ก้าวออกมาจากที่ซ่อน มุต จำเป็นที่จะต้องต่อสู้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "จะสู้ยังไงกับเจ้านี่ดีวะ" มุต บ่นกับตัวเอง มุต ถือหอก อาวุธคู่กายออกมา พร้อมกับหอกของเพื่อน ที่เสียชีวิตไป ถืออย่างละข้าง ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ รวมทั้งเพื่อน ๆ อีก 10 คน ก็ก้าวออกมา จากที่ซ่อนตามมาด้วย และทุกคนก็เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ด้วยเช่นกัน มุตคนเดียวเอาชนะไม่ได้แน่ มุตมองไปรอบ ๆ ดูพวกพ้อง และดูท่าที่ของพวกพ้องที่พร้อมที่จะปะทะครั้งนี้ ทุกคนเตรียมอาวุธในมือ และค่อย ๆ ขยายพื้นที่ ขยับ กลุ่ม ล้อม อีลัสโมธิเรียมเอาไว้ มุต มองหาจุดอ่อนของมัน และดูท่าทางมันด้วย แต่ มุต ก็ไม่เห็นจุดอ่อนของมันเลย ทางด้าน อีลัสโมธิเรียม มันเริ่มลังเล เพราะถูกล้อมเอาไว้ และมี ลูกของมันอยู่ข้าง ๆ มันหันซ้ายหันขวา มองไปข้าง ๆ เพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนโจมตี ไม่นานนัก มุตหันไปหาเพื่อนที่อยู่ด้านข้าง "เอ๊า ถือหอกหน่อย" มุต บอกเพื่อนร่วมทีม พร้อมยื่น หอกอันหนึ่งให้ เขาถือเอาไว้ และ มุต ก็ ขอทดสอบ โดยการมองหาก้อนหินที่ขนาดใหญ่พอที่จะขว้างให้มันบาดเจ็บได้ มุต มองซ้ายมองขวาตามพื้นดิน และมุตก็เจอ เดินไปเก็บทันที อยู่ใกล้ ๆ ข้างหลังเพื่อน ๆ ของเขาเอา มุต คว้าก้อนหินขนาดเหมาะมือ มันเห็นมุตถือก้อนหิน มันหันไปหามุต ไม่ช้า มุต ก็ขว้างก้อนหินที่ถืออยู่ ใส่ เขาหัวของมันอย่างแรง มันก้มหัวให้ต่ำลง พร้อมด้วยนอ ที่ใหญ่ของมันบัง หัวของมันจนปิดได้ ทำให้หินก้อนนั้น ถูกนอร์ ที่แข็งของมัน "อืม..ไม่โดนแฮะ" มุตบ่นกับตัวเอง "ส่งหอกมา" มุตหันไปมองเพื่อนที่ฝากหอกเอาไว้ และเขาก็โยนหอกให้ทันที ไม่ช้า มันก็ วิ่งเข้าหามุตทันที การขว้างก้อนหินนั้น เป็นการยั่วให้มันโกรธ แต่มุต ผู้มากด้วยประสบการณ์ สายตายังคงจ้องไปที่ แรดตัวนั้นอยู่ มุต รอจังหวะ ทันทีที่มันใกล้จะขวิดมุต "ฮึบ!" มุตกระโจนหลบไปทางขวา แล้วหมุนตัวลุกขึ้นมา ทันที แต่แรดตัวนั้น มันยังคงวิ่งตรงไปอยู่เนื่องจากตัวมันใหญ่ การหันกลับมาจึงเชื่องช้านัก มุตเห็นเช่นนั้น แล้ว "อ้อ ตัวมันใหญ่ แต่ช้า มันไม่ทันเราหรอก" มุต บอกกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม "เอาหละทุกคน แม้มันจะแข็งแรงแค่ไหนแต่มันก็ช้า ถ้าไม่โดนไอ้ที่แหลม ๆ ของมัน ก็ไม่เป็นไรแล้ว" มุต ตะโกนบอกเพื่อนๆ "ไม่ต้องกลัวมัน" มุตพูดต่อ "แค่ไม่โดนมันชน ซินะ เล่นไม่ยาก" ทิกา ที่อยู่ข้างมุต พูดต่อ "เอาหละคืนนี้ เราจะมีอาหารกันแล้ว เย่" ทิกา ที่อยู่ข้างมุต ตะโกนบอกเพื่อน ๆ เพื่อสร้างกำลังใจ โดยการชูมือ ที่ถือหอกอยู่ขึ้นด้วย "พวกเจ้า 3 คน ไปจัดการ ลูกของมัน ที่เหลือ ตามข้ามา จัดการเจ้าตัวใหญ่นี่" มุตออกคำสั่งทันที แล้ว มี 7 คน เดินแยะออกมาเรียง หน้ากระดาน เดินมาอยู่ข้างมุต ส่วนอีก 3 คน ใช้หอกที่ยาว ล้อม ลูกที่เพิ่งจะเดินได้ ของมันเอาไว้ อีลัสโมธิเรียม ดูท่าที มันเตรียมพร้อมที่จะวิ่งเข้าชนอีกครั้ง และมันก็วิ่งเข้ามาทันที "มันมาแล้ว" มุต บอกให้เพื่อน ๆ เตรียมตัวหลบ พอใกล้จะ ถึง ทุกคนก็กระโดดหลบทันที มุต หมุนตัว ขึ้นมายืนทันที ที่มันยังคงชลอ การวิ่งของมัน ไม่ช้า มุต ตัดสินใจ ขว้างหอก ทันที ที่มันยังไม่ได้หันหลังกลับมา มุต ขว้างออกไปก่อน ข้างหนึ่ง ไม่ช้า เพื่อน ๆ ที่กระโดดหลับ ก็ขว้างหอกตาม แต่แล้ว หอกของมุต ที่พุ่งอย่างแรง กลับ กระเด็นออกมา จากผิวหนังที่หนาของมัน หอกของมุต ไม่เข้า เห็นเป็นเพียงรอยถลอกเท่านั้น "เฮ้ย!" มุตตกใจ และหอกของเพื่อน ๆ ทั้งหมด ก็ถูกเพียง รอยถลอกเท่านั้น หอกที่พุ่งออกไปนั้น ทำอะไรมันไม่ได้เลย "งานนี้ไม่ง่ายซะแล้ว" มุต บ่นกับเพื่อน ๆ ต่างคนต่างตกใจ กับที่หอกทั้งหมด ถึงจะถูกตัวมันอย่างจัง แต่ก็ไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บ สาหัสได้เลย ถึงตอนนี้ พวกเขาก็มือเปล่า ซะแล้ว เหลือเพียงมุตเท่านั้น มียังคงถือหอกอีกข้างหนึ่งเอาไว้ ไม่ช้า มันก็ยืนนิ่ง แล้วหันไปมอง ลูก ขณะที่มันถูกล้อมไว้ และไม่ช้า มันก็วิ่งเข้าไปหากลุ่มนั้นทันที นีแอนเดอร์ทัลทั้ง 3 สังเกตเห็น อีลัสโมธิเรียมวิ่งมา "เฮ๊ย! รูคุูลัค มาทางนี้แล้ว" ชายคนหนึ่งตะโกนบอก ทุกคนหันไปมอง ก็วิ่งหนี ไปหากลุ่มมุต ที่อยู่ห่างออกไป ลูกของมันปลอดภัยจาก นีแอนเดอร์ทัลทั้งสาม "เฮ๊อ...แล้วข้าจะสู้มันมันยังไงหละ" มุต "เจ้านี่ มันไม่มีจุดอ่อนหรือนี่" มุต บ่น ตัวด้วยเองด้วยความสิ้นหวัง ที่จะสู้กับมัน "พวกไม่มีอาวุธถอยออกไปก่อน" มุต สั่ง คนที่ไม่มีอาวุธต่าง ก็ ถอย หาที่กำบัง และคอยดูอยู่ห่าง ๆ ตอนนี้มีเพียง มุต ยานัค คา และ ซากาดิ เท่านั้น ทั้งหมดยืนรวมกลุ่มกัน เพื่อพร้อมที่จะต่อสู้กับมันอีกครั้ง มันเตรียมวิ่งเข้าหามุตอีกครั้ง มันมองมาหากลุ่มมุต ทั้ง 4 คน การวิ่งชนของมัน ต้องใช้เวลาและพลังงานมาก จึงช้า ทำให้พวกมุต มีเวลาพอที่จะคิดแผนการต่อสู้ "เอาหละถ้าการพุ่งทำอะไรมันไม่ได้เลย จำเป็นต้องมาใช้วิธีแทงซะแล้ว" มุต บอกกับทุกคนในกลุ่ม "แล้วทีนี้ จะทำยังไงกัน เข้าใกล้มันยากนะ" ซากาดิ ถามมุต มุตยืนคิด สักพัก แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ ไม่ช้ามันก็วิ่งเข้ามาอย่างไม่รีรอ ทันทีที่ มุตเผลอ "เฮ๊ย! มันมาแล้ว" ยานัค บอกกับทุกคน "แย่ละ กระโดดหลบเร็ว" มุตออกคำสั่งทันที และทั้ง 3 คนก็สามารถหลบได้ทัน มีเพียงมุตเท่านั้น ที่หลบช้ากว่าคนอื่น ลำตัวของมัน ชนไหล่ ของมุต ทำเอามุตกระเด็นออกมา แต่มุตโชคดีที่ไม่โดน นอร์ ของมัน "มุตเป็นไงมั่ง" ซากาดิ หันไปมอง เห็นมุต กระเด็นออกไป "ข้าไม่เป็นไร" มุต บอกกับทุกคน มุตลุกขึ้นยืนแต่แรงชน ทำเอาไหล่ขวาของมุต ล้าทันที มุต ลองถือหอกด้วยมือขวา ข้างที่ถนัดของเขา "ฮึอ... แขนขวาไม่มีแรงเลย" มุต ไม่สามารถจับหอกด้วยมือขวาได้ มือของเขาสั่นเทา "แย่ละสิ ข้างขวาถือไม่ได้เลย" มุต ผิดหวังกับแขนตัวเอง และจำเป็นต้องใช้ข้างซ้าย ต่อสู้ มุตรู้สึกผิดหวังมาก มุตนึกย้อนไปตอนเหตุการณ์ที่ถูกชนเมื่อกี้ "อ๊ะ ได้การ" มุต ได้แผนการต่อสู้ แล้ว สายตาที่ผิดหวังเมื่อกี้ กลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจทันที ทำให้คนอื่นที่มองมุต ต้องแปลกใจ "เป็นอะไรเหรอมุต" ซากาดิ ที่อยู่ใกล้ๆ ถามด้วยความสงสัย "ข้ามีแผนแล้ว" มุต ตอบ ซากาดิ "แผนคืออะไร" ซากาดิ ถามมุตอีกครั้ง "เจ้าดูเองละกั" มุต ตอบ "แต่ว่า แขน มุต ใช้ต่อสู้ไม่ได้นะ" ซากาดิ ถามมุตด้วยความเป็นห่วง "เออ...น่า ข้าสู้ได้ก็แล้วกัน" มุต ตอบซากาดิ ด้วยความมั่นใจ ซากาดิ : "แต่มุต ให้ข้าใช้แผนการนั้นดีกว่านะ" มุต : "เจ้าเห็นข้าเป็นใครกัน ข้าจะจัดการมันเอง" ซากาดิ : "......." มุต : "เจ้าถอยไปก่อน" ซากาดิ : "ก็ได้" "มาเลยเจ้าอุรูลัค" มุต ท้า อีลัสโมธีเรียมอีกครั้ง พร้อมกับเดินเข้าไปหา มันเตรียมพร้อมที่จะวิ่งเข้าใส่อีกครั้ง "เข้ามาเลย" มุต ท้าทาย อีลัสโมธิเรียม ไม่นาน มันก็วิ่งเข้าหามุต "ฮึ ตามแผน" มุต พูดกับตัวเอง มุตรอจังหวะ ที่มันวิ่งเข้าใส่ โดยกะจังหวะให้หลบในระยะใกล้ขึ้น กว่าเดิม เป็นการเดิมพันชีวิต มุต เลยก็ว่าได้ ถ้าผิดจังหวะ มุตมีหวัง จบชีวิตเป็นแน่ มันวิ่งใกล้เข้ามา "เฮ๊ย! หลบสิมุต" ซากาดิ มองมุต อย่างไม่คลาดสายตา เห็นมุตยืนนิ่ง ๆ และไม่ยอมหลบ ไม่ช้า อีลัสโมธิเรียม พุ่ง นอร์ของมัน ไปที่ท้องมุต มุต แต่มุตกระโดดหลบนอร์ของมันได้ อย่างฉิวเฉียด และระหว่างที่มุตกระโดหลบนั้น มุต ก็ใช้ั หอก ที่เป็นหินปลายแหลม จับอย่างมั่นคงที่ข้อของไม้ ที่มัดติดกับหินปลายแหลมนั้นด้วยมือทั้งสองข้าง มุตม้วนตัวกลางอากาศ หันไปแทงสีข้างมันอีลัสโมธิเรียมทันที ทันทีที่มันวิ่งผ่านไป การวิ่งของมัน ส่งผลกระทบทำให้ หอกที่แทงที่สีข้างของมัน ถูกขูดเป็นทางยาวผ่านลำตัวของมัน ทำให้ เกิดแผลยาว ทันที "ฮ่า..ๆๆ เป็นไงเล่า ฝีมือข้า" มุตกลัยขึ้นมายืน ดูผลงานของตัวเอง ในวินาทีชีวิตของมุต ทำให้ทุกคนโล่งอก "เฮ่อ...มุต เจ้าแน่มาก" ซากาดิ ชม มุต น้ำหนักตัวที่วิ่งเข้าหาของมัน ขูดกับ หินปลายแหลมที่มุตจับอย่างมั่นคง ทำให้มันเสียท่าทันที แต่แผลแค่นี้ยังไม่สามารถให้ อีลัสโมธิเรียมล้มได้ เลือดของมันซึมไหลออกมาเป็นทางยาวตลอดลำตัว อีลัสโมธิเรียม หยุดวิ่ง แล้วหันกลับมามองมุต พร้อมที่จะวิ่ง อีกครั้งหนึ่ง ทางด้านมุต ก็มี ซากาดิ คา และ ยานัค เดินมายืนเคียงข้าง ทั้งสี่ เตรียมการประจันบานอีกครั้ง นัดนี้ถือเป็นการชี้ชะตา ของทั้งสองฝ่าย อีลัสโมธิเรียม ยังคงมีแรง เลือดที่ไหลซิบออกมา ถือว่าเล็กน้อยสำหรับมัน การเสียท่าเมื่อกี้ ทำให้มันเริ่มลังเล แล้วซิว่า จะวิ่งเข้าชนอีกหรือไม่ อีลัสโมธิเรียม เดินไปเดินมาสักพัก เพื่อสะสมพลังงาน ฝ่ายนีแอนเดอร์ทัล เอง เริ่มจะลังเลแล้วสิว่า มันจะวิ่งเข้าต่อสู้เมื่อไหร่ ทั้งสองฝ่าย ยังคง ยืนดูฝ่ายตรงข้าม อย่างระมัดระวัง ซากาดิ : "มุด เอายังไงดี หรือเราจะบุคเข้าไปหามัน" มูต : "อืม.." มุต ตอบรับคำถามของซากาดิ และก้าวเข้ากามัน ทีละก้าว ทีละก้าว และ ซากาดิ คา และ ยานัค ก็ขยับเข้าหาอีลัสโมธิเรียมตาม มุต ขยับ เข้าใกล้มาก ในระยะ 3 เมตร อีลัสโมธิเรียม เริ่ม รู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย มันตัดสินใจวิ่งเข้าชนมุต ทันที มุตกระโดดหลบทัน และ ใช้หอก แทงไปที่สีข้าง อย่างแรง ครั้งนี้ มุต แทงอย่างเดียว ทำให้ ได้แผลที่ลึกมากขึ้น มันร้องด้วยความเจ็บปวด ทางด้าน ซากาดิ ที่อยู่ข้างมุต วิ่งไปตาม แทงมันอีกที จนมันล้มลง "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า มันหมดท่าแล้ว" ซากาดิ ร้องด้วยความดีใจ สักพักไม่นาน อีลัสโมธิเรียม ยังคงลุกขึ้นได้ ด้วยขนาดของมัน ทำให้อาวุธของ นีแอนเดอร์ทัล ไม่ได้แทงไปยังจุดสำคัญ แต่ อีลัสโมธิเรียม เริ่มหมดแรง และเหนื่อยจากการต่อสู้ เลือดของมันไหลมากขึ้น บาดแผล ยังคงมีเลือดไหล เป็นทางยาว จนถึง พื้นดิน มันเริ่มขยับตัวไม่ได้ มุต และพวกที่ซ่อนอยู่ หลังต้้นไม้ และ พุ่มไม้ ต่างก็เดินตามกันออกมา มุต มองและเดินเข้าไปหา อีลัสโมธิเรียม ตัวแม่ และชูแขนซ้ายที่ถือหอกขึ้น หวังจะเตรียมแทงลงไป ไม่ช้า มุต ก็โดนชนเข้าอย่างจัง ทีีด้านข้าง ทำให้ทุกคน ตกใจมาก มุต ปลิวออกไป ล้มที่พื้น ทันที แต่มุต ไม่เป็นอะไรมาก จึงหันไปมอง เป็น อีลัสโมธิเรียม ตัวลูกที่วิ่งเข้าชน ที่ยังไม่มีนอร์ "อ้อที่แท้ ลูกของมันเอง" มุต พูดด้วยความสงสัย เพราะมันทันสังเกตุเป็นลูกของมัน มุตลุกขึ้นยืน "แกจะสู้อะไรได้" มุต เดินเข้าไปใกล้ ๆ อีลัสโมธิเรียมตัวลูก มุตยืนอยู่ตรงหน้ามัน มองหน้า สายตาของอีลัสโมธิเรียม ตัวลูก กลับไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของมุต ไม่ช้า มุต ก็พร้อมที่จะชูหอก เพื่อปลิดชีพ สายตาที่อีลัีสโมธิเรียม ยังคง มองมาที่มุต มุต มองไปที่ดวงตาอันเด็ดเดี่ยวของมัน ทำให้เขาหวนรำลึกถึง ภาพพี่สาวที่แสนใจดีของเขา ที่จับตัวไปทำบูชายัญ สังเวยแด่เทพเจ้า ตอนนั้นเขายังเด็กมาก ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพิธีกรรมนั้น เขาเป็นสายตาของอีลัสโมธิเรียม เหมือนกับตนเอง ที่ รักและผูกพัน กับพี่สาวของตน เป็นอันมาก แต่ต้องมาถูกพรากจากกัน อย่างไม่มีวันกลับ ได้เลย มุต ยืนนิ่งสักพัก แล้ว ลดแขนลงต่ำลง "พวกเราไปต่อเภอะ" มุต หันไปบอกเพื่อนร่วมชะตากรรม "เนื้อเจ้านี่ไม่อร่อย ปล่อยมันไปดีกว่า" มุต พูด ประชดตัวเอง เพื่อหลีกเหลี่ยงที่จะกินอีลัสโมธิเรียมตัวนั้น "เดี๋ยวมุต แต่ว่า มันต่อสู้ไม่ได้แล้วนะ เราจัดการมันได้แน่" ซากาดิ ถามมุต ซากาดิ ที่ถือหอกอยู่ หันปลายหอกไปที่ อีลัสโมธิเรียม ตัวน้อยนั้น แล้วเตรียมแทง มัน มุต หันไปมอง "ซากากิ แกอย่างลองดีกับข้าเหรอ" มุต พูดท้าทาย ซากาดิ พร้อมกับ ยกหอก มากัน ระหว่างซากาดิ กับ อีลัสโมธิเรียมตัวลูก "..." ซากาดิ อึ้ง ทันที และลดหอกลง โดยไม่โต้ตอบอะไร มุต : "พรุ่งนี้ เราก็จะถึง บ้านกันแล้ว อาหารที่เหลืออยู่ ก็พอแล้วไม่จำเป็นจะต้องฆ่า มัน" มุต บอกกับ ซากาดิ และเพื่อน ๆ มุต หันหลังให้กับ อีลัสโมธิเรียม ที่หมดแรง และไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ได้ "เอาหละ พวกเราไปกันต่อ ใกล้ค่ำละ ถ้ามันฟื้นตัว เราจะลำบาก ไปต่อ..." มุต บอกให้ทุกคนเตรียมตัว แล้วทุกคน ก็แยกย้าย ไปเก็บหอก แบกเสบียงอาหาร บ้างก็ดูแลคนเจ็บ และคนที่ตาย ก็อุ้มกลับไปด้วย บ้างก็ และเดินทางต่อไป ปล่อยให้ แม่-ลูก อีลัสโมธิเรียม ยังคง หาอาหารต่อไป โดยไม่มีการพูดถึง อีกเลย จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หลังจากที่ได้พักผ่อมเอาแรงกัน อากาศที่อบอุ่นขึ้น และสดใส ต้นไม้ที่อุดมสมบุรณ์ เขียวขจี ทั้งสายน้ำ ต้นไม้ และเสียงร้อง จาก นก นาน ๆ ชนิด "เดินทางกันต่อเลย เร็วหน่อย เราจะได้ถึงบ้านก่อน มืด" มุต บอกกลับทุกคนให้ทราบโดยทั่วกัน "เฮ้ จะถึงบ้านกันแล้ว" ทุกคนดีใจ และผ่อนคลายเป็นอันมาก ต่างเก็บสิ่งของตามหน้าที่ของตน อย่างรวดเร็ว พร้อมที่จะเกลับบ้าน.... -------------------------- ตอนนี้ อุทิศแด่ คุณสตีฟ คล๊อคโคได ฮันเตอร์ ครับ เพราะผมชอบสารคดี นิยาย เลยออกแนว สารคดีเช่นกัน Elasmotherium เขาขนาดใหญ่ ฉายยาอย่างเป็นทางการ Giant Unicorn สัตว์ตระกูลแรด ลำตัวยาว 5-8 เมตร นอร์ยาว ถึง 6 ฟุตด้วยกัน หนัก 3.5-4.5 ตัน รถถังดี ๆ นี่เอง สูญพันธ์ เมื่อ 10,000 ปีก่อน พบได้ในเขตหนาว เช่น ไซบีเรีย รัสเซีย จีน และยุโรป ------------------------------------- วันรุ่งขึ้น พวกลอทยังคงนอนหลับอยู่ เทียสตื่นขึ้นมา ตอนเช้า แสงอาทิตย์ยังคงเป็นสีแดงอ่อน ๆ อากาศเย็นสบาย และสงบ เทียสเดินไปดูแลลูก ตามปกติ "หงิง...หงิง.." เทียสได้ยินเสียงสัตว์ร้องอยู่ใกล้ ๆ นี้ เทียสหัสไปมอง "เอ๊ะ...เสียงอะไร มาจากทางนั้นนิ" เทียสสงสัยในเสียงนั้น จึงตามเสียงนั้นไป "หงิง..หงิง.." เสียงที่เทียสตามมา เริ่มดังขึ้น เทียสแหวกกิ่งไม้ดู เทียส : "ฮือ.นี่มันลูก ตัวที่พวกเราเพิ่งกินไปเมื่อคืนนิ" เทียสเห็นลูกหมาป่า ไดร์วูฟ เดินวนไปวนมา บริเวณที่ พวกไดร์วูฟ เคยกินอยู่ เทียสยังคงแอบมองดูสักพัก ลูกหมาป่าตัวนั้น ก็ไม่ยอมไปไหนเลย เมื่อเทียสเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร จึงย้อนกลับไปที่พักของตน เทียสแอบบิดเศษเนื้อติดกระดูก เล้กน้อย ขณะนั้นยังไม่มีใครตื่น แล้วจึงย้อนกลับไป หาลูกหมาป่าน้อยตัวนั้น แล้วโยน เนื้อติดกระดูกนั้น ทันที โดยที่ตัวเองซ่อนอยู่ในพุ่มไม้อยู่ ลูกหมาป่า สังเกตเห็น จึงเดินมาหา และดมดู สักพัก มักจึงกินเนื้อนั้นทันที มันหมอบลงกินอย่างเอร็ดอร่อย เทียสที่หลบอยู่ ก็รู้สึกดีใจ แล้วก็หันหลังหลับไปที่พักของตน เทีิยสเดินมาถึงที่พัก เห็นลอทตื่นแล้ว "อ้าว.." เทียสกำลังจะเอ่ยคำทักทาย ลอทชิงถามก่อน "ไปไหนมานะ" "ออกไปคนเดียวอันตรายนะรู้ไหม ข้าตื่นมาไมเจอ นึกว่าโดนตัวอะไรลากไปกินซะแล้ว" ลอท : "ที่หลังจะไปไหนบอกด้วยหละ" เทียส : "ข้า...ขอโทษ ข้าเดินไปแถว นี้เอง" เทียสกล่าวเสียอ่อย ๆ "ข้าเป็นเจ้านอนอยู่ไม่อยากปลุกก็เลย" เทียสพูดต่อ ลอท :"เอาหละไม่เป็นไรก็ดี" ลอทยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สังเกตเห็น ห่อหนังสัตว์ที่ไว้เก็บ อาหารเปิดอยู่ ลอท "เอ๊ะ ห่อเก็บอาหาร เปิดอยู่ จำได้ข้าปิดอย่างดีแล้วนี่หว่า" ลอทไม่ได้ใส่ใจ เพราะอาหาร ยังคงมีเยอะอยู่ ทางด้านเทียส ยังคงเงียบไม่ตอบอะไร เพราะรู้ว่าตนเป็นคนเปิดห่อ นั้น ออกมาแล้วลืม ปิด ลอท ไม่ใส่ใจเดิน จึงเข้าไปปิดห่ออาหารไว้ตามเดิม "ฮ้าว.."ลอทยังคงง่วง อยู่ "เอาหละข้าจะเดินแถวนี้ซะหน่อย" แล้วลอทก็เดินเข้าป่าไป ลอทสังเกตเห็นน้ำค้างตามต้นไม้ "โอ้ น้ำนิ" ลอทใช้ หนังสัตว์ กางวางไว้ที่พื้น แล้วเขย่า กิ่งไม้ที่มีน้ำนั้นตกลงมา ลงบนหนังสัตว์ที่รองน้ำค้างไว้ "น้ำเต็มเลย" ลอทก็ม้วนหนังสัตว์ที่รองน้ำค้างอยู่ ชูชึ้นเหนื้อศีรษะ แล้วก็เงยหน้า อ้าปาก และบิดหนังสัตว์ที่มีน้ำอยู่ ให้ไหลลงมายังปากของตน ลอท :"อ้า..สดชื่น นาน ๆ จะได้กินน้ำเยอะขนาดนี้" ลอท นั่งทำอยู่หลาย ๆ ครั้ง จนอิ่ม แล้วเดินกลับมายังที่พัก ทันทีที่ถึงที่พัก ลอท :"เอ๊ะ.." ลอทสังเกตเห็น พุ่มไม้ สั่นไหว เทียสยังคงนั่งที่เดิม ส่วน ซิต นิ้วคด และ เจ้าหัวบาก ยังคงนอน อยู่ ด้วยความสงสัย ลอทจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงพุ่มไม้ ไม่ช้า ก็ลูกหมาป่าก้าวออกมาจากพุ่มไม้นั้น ลูกหมาป่าตัวนี้ เป็นตัวเดียวกันกับที่เทียสเพิ่งให้อาหารมันไป ลอท : "หือ.ลูกเจ้าตัวที่เราย่างกินนิ" เทียสได้ยินเสียงลอท จึงหันไปมอง : "เอ๋ มันมาได้ไหง" ลอท : "เจ้ารู้จักมันเหรอ" ลอทเริ่มสงสัยเทียส เทียสนิ่งเงียบ ไม่ตอบ เทียส :"อย่าฆ่ามันเลยนะ น่าสงสารออก" เทียสขอร้องลอท ก่อนที่ลอทจะตัดสินใจ ลอท : "อืม..ข้าไม่รู้นะว่ามันมาจากไหน แต่...ก็ได้ตอนนี้ เรามีอาหารมากพอแล้ว" ลอทเห็นเป็นแค่ลูกหมาป่า เท่านั้น ลอทจึงหันหลังกลับไปนั่งที่ ลอท "เอ่อ เทียส เจ้าหิวน้ำไหม ทางด้านโน้น มี น้ำค้างอยู่ มาก เมื่อกี้ ข้าไปกินมา" เทียส : "โอ้ ดีเลย ข้าก็หิวน้ำอยู่พอดี" ลอท "งั้นเอานี่ไป" ลอท โยนหนังสัตว์ที่ยังคงชื้นอยุ่ ให้เทียส "เอาไปรองน้ำ" เทียส : "งั้นข้าไปก่อนนะ" เทียสรับหนังสัตว์นั้นไว้แล้วเดินไปตามที่ลอทบอก ลอท : "อย่าไปไกลนักหละ" ลอท ตะโกนบอกเทียส ให้ระวังตัว ไม่ช้า ลอทเห็น ลูกหมาป่าตัวนั้น ตามเทียส เข้าไปในปป่า "อือ.." ด้วยความสงสัยจึงตามไปห่าง ๆ แต่่ด้วยความที่เป็นห่วงอาหาร ลอทจึงตัดสินใจปลุก ซิต ลอท : "ซิต ตื่น ๆ เช้าแล้ว" ซิต ซิตขึ้นมางัวเงีย : "อือ...ข้าตื่นละ" ลอท "เดี๋ยวข้ามานะ ฝากทางนี้ด้วย" แล้วลอทก็สะกดรอยตามเทียสและลูกหมาป่าอยู่ห่าง ๆ เทียส "อ้าว..ตามมาทำไม" ลูกหมาป่า ตัวนั้น มันยังคงจำกลิ่น เนื้อที่มันกินนั้น ติดอยุ่ที่ตัวเทียส ทำให้มันตามมา ไม่นานเทียสกับลูกดื่มน้ำเสร็จ เทียสหันไปมอง ลูกหมาป่าตัวนั้น แล้วเทียสก็นั่งลง ตรงหน้ามัน แล้วบีบหนังสัตว์ให้น้ำไหลลงมา ลงที่หน้าของลูกหมาตัวนั้น น้ำไหลเข้าปากลูกหมาป่ามันจึงสะบัดน้ำที่อยู่บนหน้า ออก แล้วเทียสก็ใช้มือที่ยังคงเปียกน้ำ อยู่ ลูกหัวมัน ลูกหมาป่า จึง เลียที่มือของเทียสแทน ไม่นาน เทียสก็ยืนขึ้น เตรียมจะกลับที่พัก ลอทยังคงแอบมองเทียสอยู่ เห็นเทียสยืน จึงเดินกลับก่อน เพื่อไม่ให้เทียสรู้ตัว ลอทกลับไปนั่งที่เดิม ก่อนเทียสจะกลับมา ลอท : "กลับมาแล้วเหรอ" ลอท ถามเทียสขณะที่เทียสมาถึงที่พัก ทำให้เทียสตกใจหยุดเดินทันที ลอท : "เจ้านั่นตามเจ้ามาแหนะ" ลอท ถามต่อ คำถามของลอททำเอาเทียสตกใจพูดอะไรไม่ออก ลอท : "ทำไมมันถึงตามเจ้ายังงั้นหละ" คำถามนี้ทำให้เทียสพูดอะไรไม่ออก ลอท : "ทำไมไม่ตอบข้าหละ" เทียส : "ก็มันน่าสงสารนี่นา" ลอท : "เจ้าเอาอาหารให้มันใข่ไหม...นึกแล้วตอนที่ข้าตื่นทำไมห่อ อาหารถึงเปิดได้ นึกว่ามีสัตว์ป่ามาแอบกิน" เทียส : "........คือว่า..ข้าให้มันนิดเดียว" เทียสพูดด้วยเสียงอ่อย ๆ รู้ว่าตัวเองผิด เทียส : "นิดเดียวจริง ๆ นะ" ลอท : "เห็นตอนนี้มันน่าสงสารก็จริง แต่พอมันโตขึ้นมาหละ เจ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ มันทำพวกเราเกือบตายมาแล้วนะ" เทียส : "ข้า....." เทียสพูดอะไรไม่ออก ซิต : "เจ้าทั้งสองมีปัญหาอะไรเหรอ" ซิด : "เฮ้ นั่นลูกของมันนี่หว่า" ซิต มองเห็นลูกหมาป่าไดร์วูฟ ที่อยู่ข้างหลังเทียส ซิต : "เมื่อกี้ข้าได้ยินว่า มันตามเจ้ามาเหรอเทียส" เทียส : "อืม..." เทียสยอมรับ แล้วซิตก็เดินไปหาลูกหมาป่าตัวน้อย ซิดมองหน้ามัน ด้วยความไม่ไว้ใจ ลูกหมาป่าก็ขู่ แยกเขี้ยว เพื่อป้องกันตัว ซิด : "นั่นแน่! แกจะสู้อะไรได้" ลูกหมายังคงขู่ แบบกลัว ๆ อยู่ ซิด : "เห็นแล้วน่ากินแฮะ" เทียส : "ข้าไม่ให้เจ้ากินหรอก ซิต" เทียสพูดเสียงแข็งออกมา ซิด : "ฮือออ...เจ้าจะช่วยมันเหรอ" เทียส : "ใช่แล้ว...ข้าไม่ยอมให้เจ้ากินหรอก" ลอท : "เอาน่า..เอาน่า...เราจะออกเดินทางกัน" ลอท ลุกขึ้นไปปลุก เจ้าหัวบาก กับเจ้านิ้วคดที่นอนกลับอยู่ "ตื่นได้แล้ว เดินทางกันต่อ" แล้วทุกคนก็เตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อ "เอ๊ะ นั่นอะไรนะ" เจ้าหัวบากเลือบไปเห็นลูกหมาป่าที่อยู่ข้างหลังเทียส ด้วยความสงสัย เจ้าหัวบากจึงเดินไปหา ไม่ช้า เจ้าลูกหมาตัวน้อย ก็ขู่เพื่อป้งอกันตัวอีกครั้งหนึ่ง มันไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้นอกจากเทียส เท่านั้น มันเห็นว่าเทียสมีกลิ่นตัวของแม่มัน อยู่หลังจากที่เทียสเป็นคนเก็บหนังสัตว์แม่และตัวอื่น ๆ เอาไว้ นั่นเอง แต่ทุกคนไม่รู้ถึงเรื่องนี้ และไม่สนใจเท่าใดกับ ลูกหมาป่าตัวเล็ก ๆ ตัวนั้น "สู้เหรอ" เจ้าหัวบากถอยออกมาเล็กน้อย "ไปเก็บของดีกว่า เจ้าด้วยเทียส เดี๋ยวไม่ทัน" เจ้าหัวบากบอกเทียส แล้วตนก็เดินกลับไปยังที่เดิม ทางด้านเทียส ยังคงมีพลังของการเป็นแม่อยู่ คอยปกป้อง และเข้าใจดีสำหรับการเป็นแม่ ยังคงสงสารเจ้าลูกหมาป่าตัวน้อยนี้ ในใจของเทียสเริ่มรู้สึกสงสาร เจ้าลูกหมาป่าตัวน้อย ที่ขาดแม่ไป แต่ ก็จะช่วยอะไรไม่ได้ ที่มนุษย์กลุ่มได้ฆ่าเป็นอาหารซะแล้ว หลังจากที่ทุกคนเก็บข้าวเก็บของเตรียมออกเดินทาง อยู่นั้น เทียสก็บอกกับทุกคนว่า "แล้วเจ้านี่หละ" ลอทหันมาแล้วบอกว่า "ก็ทิ้งไว้ที่นี่สิ ข้าไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นยังไง" ทางด้านซิด "ข้าก็ เฉย ๆ นะ ปล่อยมันไปหากินเองละกัน ยังไงก็ต้องไปกันอีกไกล ใช่ไหมลอท" ซิตพูดแล้วหันไปมองลอท "อืม..ใช่ เรายังต้องไปอีกไกล" เทียสนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง "แต่ว่ามันยังเล็กนะ หากินเองไม่ได้หรอก ไม่ช้ามันต้องตายแน่เลย" ลอท : "แสดงว่า เจ้าจะพามันไปได้วยเหรอ ข้าไม่สนหรอกนะว่ามันจะเป็นยังไง" แล้วลอทก็ลุกยืนขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกคน เก็บของกันเสร็จแล้ว "เอ๊า!..ไปกันต่อ" ทางด้านเทียสยังผิดหวังอยู่แต่ ก็ไม่ได้พูดอะไร เนื่องจากลอทเป็นผู้นำ ซิต เดินมาหาเทียส แล้วพูดประชดว่า "นี่ถ้ามันตัวใหญ่กว่านี้ สักวัน ข้าจะจับมันมากิน ฮิฮิ.." เทียสก็เดินทางตามหลังออกสู่ทุ่งกว้างต่อไป ลอทที่เป็นผู้นำเริ่มเดินออกห่างมากขึ้น "เฮ้..รอด้วย" ซิต พูดตามหลัง พร้อมเจ้าหัวบากกับเจ้านิ้วคดที่ คอยแบกของตามมา คราวนี้เทียสเริ่มลังเล แต่ก็ยังเดินตามหลังแต่เดินช้ามาก ไม่นานลอทหันมาตะโกนอยู่ใกล ๆ "เทียสเร็วหน่อย ข้าจะไม่รอแล้ว" เทียสหันกลับไปมองลูกหมาน้อยอีกครั้งหนึ่งแล้วเร่งฝีเท้าเดินตามลอทไปให้ทัน ปล่อยให้ลูกหมาป่าตัวน้อยได้แต่ยืนมอง และเทียสก็ไม่หันกลับมาอีกเลย และเทียส ก็เดินตามกลุ่มทัน แต่สีหน้าเทียสยังทิ้งเป็นห่วงไว้เบื้องหลัง "เอาน่า..เจ้าทำถูกแล้ว ต่อไปไม่รู้ว่าเราจะเจออะไรบ้างไม่มีเวลาไปดูแลมันหรอก" ลอท หันไปบอกเทียส "ข้ารู้ ดี ว่าการถูกทิ้งมันเป็นยังไง ข้าเคยหนีออกมาจากกลุ่มแล้วตอนนั้นมันเจ็บปวดมาก แต่มันก็ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น" ลอทอธิบายให้เทียสฟัง กลางวัน อากาศร้อนขึ้น พวกลอท ยังคงเดินทางอยู่ เทียส เริ่มรู้สึกดีขึ้น ไม่ใส่ใจที่ทิ้งลูกหมาป่าตัวนั้นแล้ว พวกลอทยังคงเดินข้ามทุ่งโล่งที่ ไกลลิบ อยู่นั้น เทียสมองไปด้านขวาเลือบเห็นฝูงสัตว์ อยู่ไกล "นั่นตัวอะไรนะ" ด้วยระยะที่ไกลมาก เทียสเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหว อยู่ไกลลิบ ไม่ช้าทุกคนก็หันตาม "ไม่รู้สิ" ด้วยระยะที่ไกล ทำให้ลอทไม่สามารถอธิบายได้ กลุ่มลอทยังคงมองดูท่าทีของมันอยู่ "พวกมันวิ่งไปทางนั้นนิ" ลอทดูทิศทางการวิ่งของสัตว์กลุ่มนั้น มันวิ่งขวางทางลอท จากทางขวามือ ผ่านไปทางซ้าย ของพวกลอท แต่ด้วยระยะที่ไกล พวกลอทก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ซิต :"เป็นสัตว์ย้ายถิ่นแน่เลย" ซิต : "ทางที่มันไปคงมีอาหารแน่เลย" "เดี๋ยว เราไปคนละทางกันพวกมัน" ลอท หันมาบอกซิต "เรามีอาหารพอกินไปอีกนาน ไม่ต้องหาเพิ่มหรอก" ลอทพูดต่อ ซิต : "อืม.." ฝูงสัตว์กลุ่มนั้น เริ่มใกล้มากขึ้น "เอ้ นั่นมัน กรู นิ" ลอท มองเห็นเป็นรูปร่าง มันคือ มา-กริว-คี-เนีย สัตว์กินพืช ขนาดค่อนข้างใหญ่ ผิวหนังสีน้ำตาลเหมือนกวาง ช่วงท้องและำลำคอด้านหน้าเป็นสีขาว ลำคอยาวคล้ายยีราฟ ความสูง 1.5 -1.8 เมตร มีจมูก คล้ายงวงช้าง เล็กน้อย เท้ายังคงเป็นนิ้ว ไม่เหมือนกวางที่เป็นกีบ ลอทสังเกตดูต่อไป "เอะ พวกมันไม่ได้ย้ายถิ่นนิ มันกำลังถูกล่า" ทำให้พวกลอท หยุดดูสถานการณ์ต่อ ซิต : "ไม่เดินต่อเหรอลอท" ซิตสงสัยเมื่อเห็นลอทหยุดเดิน ลอท : "เดี๋ยวก่อน ข้ารู้สึกว่ามันกำลังหนีอะไรบางอย่าง" ลางสังหรของลอทบอกอย่างนั้น กลุ่ม มากริวคีเนีย นี้มีประมาณ 30 ตัว วิ่งกระเจิดกระเจิง บางก็มีบาดแผลอยู่หลายตัว บ้างก็เสียท่าล้มลง ลอท : "โห..เจ็บไปหลายตัวเลย" "เอ๊ะ ตัวนั้น มีหอกปักอยู่" ลอท เห็นตัวที่บาดเจ็บ "หลบเร็ว" ลอท หันไปบอกทุกคน หาที่ซ่อนตัว เพื่อดูท่าที "นี่เป็นพวกเดียวกับเราเหรอ" เทียสยังคงยืนดูอยู่ เห็น โฮโมซาเปียน หลายคน กำลังล่า มากรีนคีเนีย อยู่ บางตัว ถูก หอกแทง บางตัว ถูก ขวางด้วยหอก ปักอยู่ และยังคงวิ่งหนี บางตัวก็ล้มลง ส่วนตัวที่ยังพอมีแรง ก็วิ่งหนีกันต่อไป บางตัว ก็วิ่งแบบไม่รู้ทิศทาง "นั่น มีบางตัววิ่งมาทางนี้" ลอท มองเห็น จึงรีบหาที่ซ่อน ลอทมองเห็นตันไม้ ที่อยู่โดดเดี่ยวต้นหนึ่ง โคนต้น ต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นสูง พอที่จะหลบได้ "เราไปหลบที่นั่นกันก่อน" ลอท หันไปบอกกับทุกคน ลอทวิ่งนำไปก่อน ซิต เจ้าหัวบาก และเจ้านิ้วคดก็วิ่งตาม ไป ยกเว้นเทียส ยังคงตะลึงมองดูอยู่ ด้วยความสงสัยว่าพวกนี้เป็นใครมาจากไหน ซิตหันไปมอง "เทียสตามมา" ซิตหันไปบอกเทียส แต่เทียสยังคงยืนมองอยู่ ซิตจึง วิ่งย้อนกลับมา "หลบก่อนเทียสยืนอยู่ได้" ซิตจับแขนเทียส แล้วดึงเทียสมา เทียส : "เ่อ่อ.." เทียสถูกซิตลาก ไปที่หลบซ่อน แต่สายตาของเทียส กลับมองหา คนรู้จักในกลุ่ม โฮโฒซาเปียนที่กำลังล่าอยู่นั้น จนซิตลากไปถึงที่ซ่อน ลอทหันมาพูดกับเทียสอย่างไม่พอใจ "เทียสเจ้าเป็นอะไรไป พวกนั้นเป็นใครไม่รู้ ถ้าพวกมันเห็นเข้า เราอาจตายได้" ลอทพูดต่อไปอีก "ถ้าเจ้าทำตัวแบบนี้หละก็ ข้าจะไม่สนใจอีกแล้ว" กลุ่มล่าสัตว์กลุ่มนี้ เริ่มเคลื่อนที่มาใกล้ลอทมาขึ้น จนพวกลอทเห็น พวกเขาได้ถนัดขึ้น บางคนใช้หอกแทง เข้าที่ลำตัวของ มากรินดีเนีย บางคนก็ล้อมตัวที่อ่อนแอไว้ ส่วนตัวที่แข็งแรงวิ่งเร็ว ก็ใช้ เชือกที่มัดติดหินที่ปลายทั้งสองด้าน ขว้าง ไปพันขา มากรินดีเนีย ที่ขาค่อนข้างยาว เรียวและเล็ก เสียท่าล้มลง หรือไม่ก็ใช้ หอกแหลมพุ่ง ให้มันบาดเจ็บ โฮโมซาเปียนกลุ่นนี้ จัดการ มากรินคีเนียได้หลายตัว บางตัวถูกมัดขา จนขยับไม่ได้ ส่วนตัวที่ถูกหอกแทง ก็เร่ิมล้มลง บางตัวถึงกับถูกแทงจนตาย ส่วนตัวที่ไม่ไหวหรือหมดทางสู้ โฮโมซาเปียนกลุ่มนี้ ก็ปล่อยทิ้งไว้ แล้ววิ่งไปจัดการกับตัวอื่นที่ยังไม่ถูกจับ ลอท : "พวกนั้นจัดการมันซะหมอบเลย" "แย่แล้ว มีตัวหนึ่งวิ่งมาทางนี้ หลบเร็ว" ลอท เห็น มากรินคีเนียวิ่งมา มีหอกปักอยู่ที่หลัง จึงวิ่งช้าลงกับ พร้อมกับ โฮโมซาเปียน 3 คน วิ่งตามมา ลอทจึงหมอบให้ต่ำลง จนกระทั่ง มากรินคีเนียวิ่งผ่านไป และพวกที่ตามไล่ตาม ที่กำลังจะผ่านไป แต่ด้วยความสงสัยของเทียส เทียสจึงยืตตัวขึ้นมอง ด้วยความชะล่าใจ หางตาโฮโมซาเปียนคนหนึ่ง ที่ถือหอกวิ่งตาม เหลือบไปเห็นเทียสเข้า จึงหยุดวิ่ง ตรงหน้าเทียส และเดินไปหาเทียส โฮโมซาเปียนนักล่า : "เฮ้ พวกเดียวกันนี่" สายตาของเขามองเทียส ยังคงมีแววนักฆ่า "แย่ละสิ ไม่น่าเลยเทียส" ลอท บ่นในใจ แต่ยังคงอยู่ในที่ซ่อน "เฮ้ เจ้ามาจากไหน" ชายนักล่า พูด พร้อมยืนอยู่ตรงหน้าเทียส ไม่ช้า ชายนักล่าคนนั้น กระชากแขนของเทียสอย่างรุนแรง ดึงให้เทียสยืน "เฮ้ ถามไม่ตอบ" "แกจะทำอะไรนะ" ลอท เผยตัวออกจากที่ซ่อน ทันที ทำเอา ชายคนนั้น ตกใจ "อ้อ ..มีพวกด้วย" มือที่ยังคง จับแขนเทียส ดึงเทียส แล้วถอยออกมา และซิต เจ้าหัวบาก เทียส : "โอีย.." ขายคนนั้นดึงเทียสอย่างแรง "ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า พวกเจ้ามีแค่นี้เอง หรือจะสู้พวกข้าได้" พวกลอทเดินออกมาจากที่ซ่อน ด้วยความไม่ไว้ใจทั้งสองฝ่าย ชายนักล่าผุ้นั้น จับเทียสเป็นตัวประกัน "เจ้าจะทำอะไรนะ เราเป็นพวกนี้กันนะ" เทียสที่ถูกจับ บอกกับชายคนนั้น ชายนักล่า : "ใครบอกเจ้า ว่าเป็นพวกเดียวกัน ข้าไม่ไว้ใจคนอื่นนอกจากพวกข้าหรอก" ชายนักล่า : "แต่เจ้าหละไม่แน่ มากับข้าดีกว่า" ชายนักล่าพูดจบ พร้อมกับกระชากแขนเทียสอย่างเรง ลอท : "เฮ๊ย ! ...แกหยุดก่อน จะเอาเทียสไปไหน" ชายนักล่า : "ข้าจะทำอะไรก็ได้ กับนังคนนี้" ชายนักล่า บีบแขนเทียสอย่างแรง "โอีย" เทียสร้องด้วยความเจ็บ ชายนักล่ายังคงจับแขนลากเทียสเดินถอยหลัง ทำให้พวกลอท ทำอะไรไม่ได้ "โอ๊ย..ตัวอะไรวะ" ชายคนนั้น โดนกัดที่น่อง ด้านหลัง ทำให้ชายคนนั้น หันไปมอง และสบัดขาออก ลอทได้จังหวะ วิ่งไปคว้า แขนที่ถือหอกของชายนักล่า ล๊อกแขนไว้ และบิดมือของขายนักล่า จนหอกที่ถืออยู่หลุดมือ ซิดไม่รอช้า ตูบ! ซิตเข้าไปชกท้องชายนักล่าคนนั้น ทำให้มือที่จับแขนเทียส เบาลงจนเทียสสะบัดออกได้ เจ้าหัวบาก เดินไปเก็บ หอกของชายคนนั้น ทันที ซิต : "เฮ้..เจ้าตัวเมื่อกี้นิ" ตัวที่กัดขาเป็นลูกหมาตัวเดิม มันตามกลิ่นเทียสมา โดยที่ไม่มีใครรู้เลย "หน่อย" ชายนักล่า พูดด้วยความเจ็บใจ พร้อมกับมือกุมท้องอยู่ "หยุดก่อน!" โคโน หัวหน้ากลุ่ม ยืนห่างออกไปเล็กน้อย ตะูโกนบอก ให้พวกลอทหยุด โคโน หัวหน้ากลุ่ม ชายวัยกลางคน เครายาวเล็กน้อย รูปร่างใหญ่แข็งแรง แม้จะอายุมากแล้ว แต่ ก็มากด้วยประสบการณ์ และยังคงแข็งแรงเหมือนหนุ่ม ๆ เป็นที่นับถือของทุกคน เขาเป็นผู้ออกคำสั่ง ทั้งหมด "แกมาทำอะไรตรงนี้ ไป...ไปล่ามันต่อ" โคโน สั่งให้ ชายนักล่าคนที่ยืนอยู่กับพวกลอท ให้วิ่งไปล่า มากรินคีเนีย ต่อ "แต่..ข้า เห็นพวกนี้" ชายนักล่า หันไปบอกกับ หัวหน้ากลุ่ม "ไป..ไปล่าต่อ ข้าจะพูดกับเขาเอง" โคโน ยังคงสั่งชายนักล่าให้ไปล่าต่อ "แต่...อุย.." ชายนักล่าคนนั้น เอามือกุมท้อง เขายังเจ็บท้องที่ถูก ซิตชกอยู่ "เจ้าเป็นอะไรนะ" โคโน สงสัย จึงเดินเข้ามา "แง่ง...แง่งง" เสียงลูกหมาป่า ขู่ ป้องกันตัว โคโนเหลือบเห็น ลูกหมาป่าอยู่ จึงนำปลายหอก หันไปทางมัน "เจ้านี่มาจากไหนกัน" "ข้า..." เทียสยังคงลังเลที่จะช่วยลูกหมาป่าตันนั้นเป็นครั้งที่สอง "แกกัดข้า" ชายนักล่าที่ภูก ลูกหมาป่ากัด จนเลือดไหล จะเข้าไปเต๊ะ เพื่อระบายอารมณ์ "เดี๋ยวก่อน! ....เดี๋ยวก่อน.." เทียสตะโกนห้ามไว้ แต่ยังคงลังเล "หือ..นี่หมาของเจ้าเหรอ" ชายที่กำลังจะเต๊ะ หันไปมองเทียส "ข้า....." เทียสไม่ตอบ ลอท :"มันไม่ใช่ หมาของใคร มันเพียงตามพวกข้ามา" ชายนักล่าที่โดนมันกัด : "ถ้างั้นดี ถ้าจะฆ่ามันซะ ที่ทำให้ข้าเจ็บ" "หมาของข้าเอง" เทียสตัดสินใจรับ ลูกหมาตัวนั้น ทันที เทียสเดินเข้าไปขวาง ชายนักล่าคนนั้น ลอท : "เทียสเจ้า.." โคโน : "ในเมื่อเป็นหมาของเจ้า ข้าจะไว้ชีวิตมัน" ชายนักล่า : "แต่มันทำร้ายข้านะ" ชายนักล่ายังคงโมโห เทียส : "มันกัดเพ |