คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
“ขิง” อาจช่วยรักษาโรคมะเร็งรังไข่
โพสต์เมื่อ: 18:05 วันที่ 30 เม.ย. 2549         ชมแล้ว: 294,930 ตอบแล้ว: 38
13076
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาเชื่อว่าขิงสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งรังไข่ได้

นักวิจัยจาก University of Michigan ประกาศที่สมาคมการวิจัยโรคมะเร็งของอเมริกาว่าผลจากการทดสอบพบว่าขิงสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้

การศึกษายังพบอีกด้วยว่าความเผ็ดร้อนช่วยเพิ่มคุณสมบัติไม่ให้เซลล์ต่อต้านการรักษา

แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งของอังกฤษกล่าวว่าขิงอาจเป็นรูปแบบของยาใหม่ในอนาคต แต่มันก็ยังต้องการงานวิจัยที่มากกว่านี้มายืนยันการค้นพบนี้

ขณะนี้ขิงได้ถูกยอมรับว่าช่วยบรรเทาอาการคลื่นเหียนได้ และช่วยควบคุมการอักเสบได้ แต่การค้นพบโดยทีมวิจัยชาวอเมริกาเสนอว่ามันอาจเป็นความหวังใหม่ของคนที่เป็นโรคมะเร็ง

นักวิจัยใช้ขิงผง อย่างที่ขายกันในร้านทั่วไป ที่ละลายในสารละลาย และทดสอบกับเซลล์มะเร็งรังไข่ พวกเขาพบว่ามันทำให้เซลล์ตายในทุกการทดสอบที่ทำ

จากการทดสอบ วิธีที่ทำให้เซลล์ตายนั้นพบว่ามีอยู่ 2 แบบคือ Apoptosis ซึ่งเป็นเหมือนกับวิธีที่เซลล์มีสัญญาณส่งมาให้ทำลายตัวเอง และอีกวิธีคือ Autophagy ซึ่งเหมือนเป็นการที่เซลล์ย่อยตัวเอง

ผู้รายงานการวิจัย Rebecca Liu กล่าวว่า คนไข้มะเร็งรังไข่ส่วนมากมักจะกลับมาเป็นอีกและในที่สุดก็จะทำให้ดื้อต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดทั่วไป (การรักษาด้วยเคมีบำบัดทำให้เซลล์เกิดการ Apoptosis)

ถ้าขิงสามารถทำให้เซลล์ตายได้โดยวิธี Autophagic นอกเหนือจาก Apoptosis แล้วมันอาจช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ดื้อต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัด

นักวิจัยเตือนว่าผลการทดลองนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น นักวิจัยยังมีการวางแผนที่จะทดสอบเท่าที่จะทำได้ในสัตว์ทดลอง
แต่นักวิจัยก็กล่าวเสริมว่าขิงนั้นจริงๆ แล้วไม่มีผลข้างเคียงใด และกินง่ายโดยทำเป็นแคปซูล

Henry Scowcroft พนักงานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยโรคมะเร็ง อังกฤษ กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าสารสกัดขิงสามารถหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ดังนั้นมันอาจเป็นไปได้ว่าขิงจะสามารถทำเป็นยาใหม่ได้ เขาเสริมว่า แต่ว่ายังต้องอาศัยการศึกษามากกว่านี้ก่อนที่จะยืนยันผลการทดลอง

การศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าเราควรไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตแล้วไปกว้านซื้อขิงมาเก็บไว้

การศึกษายังไม่รู้ว่าขิงในรูปแบบไหนที่สามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งในคนหรือสัตว์ได้

ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/4876056.stm


ธัญญวรรณ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 153 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 172 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 33 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 12 ม.ค. 2550 (14:09)
ดีมากๆๆเลยสมุนไพรบ้านเรา
code เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 26 พ.ค. 2550 (09:49)
อาจดีก็ได้
คคคคค (IP:202.143.136.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 27 พ.ค. 2550 (20:41)
ผมคิดว่าการที่นักวิจัยจะวิจัยเรื่องใดเรื่องหนึ่งควรจะให้ความสนใจให้มากๆและทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จและสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับประชาชนที่รอความหวังจากทุกๆท่านนะครับขอเป็นกำลังใจให้ครับ
peerapol2524@hotmail.com (IP:158.108.200.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 11 มิ.ย. 2550 (05:09)
ถ้าคิดได้เเล้ว อยากให้จดลิขสิทธิ์อ่ะ มีหลายประเทศเเล้วที่ชุบมือเปิดเอาของไทยไปจดหมด

เเต่ก็มีหลายๆงานวิจัยที่คนไทยคิด เเละขายให้กับต่างประเทศ ไม่อยากคิดถึงอนาคต ต่อไป

ไทยคงจะปลูกอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าขัดต่อลิขสิทธิ์หมด

อยากให้คนไทยคิดถึงข้อนี้กันให้มากๆๆ

คนไทยคนหนึ่ง
ช่วยกันหน่อย (IP:137.224.236.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 22 ก.ค. 2550 (18:47)
อยากรู้ว่าสารที่มีรสเผ็ดในขิง ใช่สารแคปไนรึเปล่าคะ
dekdee_naluk@hotmail.com (IP:58.8.121.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 10 ส.ค. 2550 (00:10)
ลูกผมอายุ 3 ขวบป่วยเป็นโรคมะเร็งในต่อมหมวกไต ใครรู้วิธีรักษาหรืออะไรทีดีช่วยแนะนำผมด้วย
081-9742779 พ่อน้องแพร
ธนกฎต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 19 ส.ค. 2550 (14:30)
ตอนนี้ภรรยากำลังดื่มขิงวันละ 3-4 ซองตั้งแต่หลังผ่าตัดเคมีบำบัดครบ 6 ครั้งแล้วปรากฎว่าค่ามะเร็งลดลงจาก14.00เหลือ13.40 แต่ต้องควบคุมอาหารพวกโปรตีน คาร์โบโฮเดรตด้วย กินผักผลไม้เยอะๆ ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายทุกวัน ฟังเทศน์ ทำสมาธิ ก็ดีขึ้นแต่ต้องทำสม่ำเสมอเผลอไม่ได้ค่ามะเร็งขึ้นทันที เป็นมะเร็งรังไข่ carcimoma of ovary ชนิด clear cell หาข้อมูลอยู่ใครรู้ช่วยบอกที
ช้างแมมมอส (IP:203.113.60.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 26 ส.ค. 2550 (19:47)
ขิง ทำเป็นอาหารจะช่วยได้มากน้อยคะ???
หรือต้องสกัดเอาสารอะไรจากขิง??
Minie' (IP:202.137.155.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 30 ส.ค. 2550 (18:00)
ขิงดีต้องขิงแม่ผม
aasdd _1@hotmail.com (IP:203.107.199.23)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 3 ก.ย. 2550 (19:09)
เราชอบน้ำขิงนะอร่อยขิงดีต้องของยายเรานะ
เด็กเทพต้องมิ้นคนสวย (IP:125.25.210.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 3 ก.ย. 2550 (19:15)
แม่เราทำน้ำขิงเปงด้วยแหละ
ไม่บอกให้รู้เอง(จากคนเล่นทุกเกม) (IP:125.25.210.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 3 ก.ย. 2550 (19:17)
โม้ทุกทีแชทมา2รอบละอันนี้รอบที่3แต่เราพูดจิงว่าแม่เราทำขิงเปงยายเราก็มีขิงดีด้วยเราก็ชอบ
คนบ้าออดิชั่นโว๊ย (IP:125.25.210.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 3 ก.ย. 2550 (19:19)
มาแล้วรอบที่4ไปแหละบ๊ายบาย
จากคนเบื่อแฟนเพราะเอาแต่ใจ(อายุ16 ม.6 ) (IP:125.25.210.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 พ.ย. 2550 (17:46)
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาเชื่อว่าขิงสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งรังไข่ได้

นักวิจัยจาก University of Michigan ประกาศที่สมาคมการวิจัยโรคมะเร็งของอเมริกาว่าผลจากการทดสอบพบว่าขิงสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้

การศึกษายังพบอีกด้วยว่าความเผ็ดร้อนช่วยเพิ่มคุณสมบัติไม่ให้เซลล์ต่อต้านการรักษา

แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งของอังกฤษกล่าวว่าขิงอาจเป็นรูปแบบของยาใหม่ในอนาคต แต่มันก็ยังต้องการงานวิจัยที่มากกว่านี้มายืนยันการค้นพบนี้

ขณะนี้ขิงได้ถูกยอมรับว่าช่วยบรรเทาอาการคลื่นเหียนได้ และช่วยควบคุมการอักเสบได้ แต่การค้นพบโดยทีมวิจัยชาวอเมริกาเสนอว่ามันอาจเป็นความหวังใหม่ของคนที่เป็นโรคมะเร็ง

นักวิจัยใช้ขิงผง อย่างที่ขายกันในร้านทั่วไป ที่ละลายในสารละลาย และทดสอบกับเซลล์มะเร็งรังไข่ พวกเขาพบว่ามันทำให้เซลล์ตายในทุกการทดสอบที่ทำ

จากการทดสอบ วิธีที่ทำให้เซลล์ตายนั้นพบว่ามีอยู่ 2 แบบคือ Apoptosis ซึ่งเป็นเหมือนกับวิธีที่เซลล์มีสัญญาณส่งมาให้ทำลายตัวเอง และอีกวิธีคือ Autophagy ซึ่งเหมือนเป็นการที่เซลล์ย่อยตัวเอง

ผู้รายงานการวิจัย Rebecca Liu กล่าวว่า คนไข้มะเร็งรังไข่ส่วนมากมักจะกลับมาเป็นอีกและในที่สุดก็จะทำให้ดื้อต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดทั่วไป (การรักษาด้วยเคมีบำบัดทำให้เซลล์เกิดการ Apoptosis)

ถ้าขิงสามารถทำให้เซลล์ตายได้โดยวิธี Autophagic นอกเหนือจาก Apoptosis แล้วมันอาจช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ดื้อต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัด

นักวิจัยเตือนว่าผลการทดลองนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น นักวิจัยยังมีการวางแผนที่จะทดสอบเท่าที่จะทำได้ในสัตว์ทดลอง
แต่นักวิจัยก็กล่าวเสริมว่าขิงนั้นจริงๆ แล้วไม่มีผลข้างเคียงใด และกินง่ายโดยทำเป็นแคปซูล

Henry Scowcroft พนักงานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของศูนย์วิจัยโรคมะเร็ง อังกฤษ กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าสารสกัดขิงสามารถหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ดังนั้นมันอาจเป็นไปได้ว่าขิงจะสามารถทำเป็นยาใหม่ได้ เขาเสริมว่า แต่ว่ายังต้องอาศัยการศึกษามากกว่านี้ก่อนที่จะยืนยันผลการทดลอง

การศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าเราควรไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตแล้วไปกว้านซื้อขิงมาเก็บไว้

การศึกษายังไม่รู้ว่าขิงในรูปแบบไหนที่สามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งในคนหรือสัตว์ได้
6744293 ข้าวแป้ง (IP:117.47.6.44)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 พ.ย. 2550 (17:39)
ดีจังเลย นวัตกรรมเดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะเลย 55+
ploy_nana_devil@hotmail.com (IP:58.9.158.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 15 ธ.ค. 2550 (19:58)
ที่หมู่บ้านเข็กน้อย ปลูกขิงกันมาก และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยนัก บางทีไม่มีอไรกินก็กินขิง เช่น ขิงผัดไข่(สับขิงให้ละเอียดก่อน) ขิงจิ้มเกลือกินกับข้าว ขิงใส่แกงจืด และอื่นๆ คนแถวบ้านที่ปลูกขิงและมักกินขิง ไม่มีใครเป็นโรคมะเร็งตายเลยสักราย ฉะนั้นขิงน่าจะมีประโยชน์จริงๆนะ
pwomen-@hotmail.com (IP:125.27.226.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 9 ม.ค. 2551 (23:20)
ขิง..... สมุนไพรไทยนี่ยอดเยี่ยมจริง อยากให้อยู่คู่กับคนไทยไปนานๆๆๆ
kateza เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 24 ม.ค. 2551 (18:30)
น่ารักดี
funalve_0102@hotmail.com (IP:118.172.29.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 14 มี.ค. 2551 (14:07)

อยากให้ข้อมูลคุณ dekdee ที่ถามว่าสารให้ความเผ็ดในขิงใช่สาร capsaicin หรือไม่นั้น ขอตอบว่าไม่ใช่ค่ะ น่าจะเป็นสารชื่อ gingerone หรือ Zingiberoneส่วน สาร capsaicin นั้นให้ความเผ็ดในพริกค่ะ


สายสนม


saisanom เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 18 พ.ค. 2551 (18:15)

บำรุงตับ ไต และถุงน้ำดี อาติโช๊ค พืชอาหาร


Artichoke (ATISO) อาร์ติโช๊ค 


 


อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน หรือนำมาสกัดสารไซนาริน(Synarin) รับประทานเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพได้ดี”  ในยุคโบราณอาร์ติโช๊คเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวโรมัน และเป็นเมนูอาหารที่สำคัญในทุกงานเลี้ยงของกรุงโรม นอกจากจะเป็นอาหารเสริม แล้วยังมีสรรพคุณทางยา ดังนี้


 


1. ช่วยบำรุง กระตุ้นการทำงานของตับ ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการสกัดสารพิษ หรือสิ่งแปลกปลอมออกจากกระแสโลหิต สร้างน้ำดีและน้ำย่อย และเปลี่ยนแปลงหรือสร้างสารอาหาร ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย


 


2. กระตุ้น การสร้างน้ำดีของตับ ทำให้มีประสิทธิภาพในการลดไขมัน (Chloresteral) ในเลือด ช่วยให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจทำงานดี ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน


 


3. เสริมสร้างการทำงานของถุงน้ำดี ช่วยสร้างน้ำดีป้องกันถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้ระบบการย่อยอาหารดี ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมาก


 


4. ช่วยป้องกันตับอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคดีซ่าน  และโรคตับแข็ง (Cirrhosis)  ในประเทศบราซิล อาร์ติโช๊ค เป็นยาสมุนไพรพื้นฐาน ที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของตับ และโรคอื่นหลายโรค ได้อย่างกว้างขวาง เช่น โรคโลหิตจาง เบาหวาน ไข้ รักษาบาดแผล และเกาส์


 


สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม


www.artichoke.igetweb.com   หรือ   www.smethai.com/shop/gms


Tel:  081 627 1521,  02 888 9954  คุณวัลลภา


kunvorapat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 11 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.