|
สสารมืดอาจถูกตรวจวัดได้เป็นครั้งแรก แต่เป็น SuperWIMPS ไม่ใช่ WIMPS
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 2 พ.ค. 2549 ชมแล้ว:
43,043
ตอบแล้ว:
16
จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 พ.ค. 2549 (13:28) พวกเดียวกับ WIMPZILLA อ๊ะป่าว? . (IP:203.147.33.1,192.168.4.42,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 พ.ค. 2549 (15:41)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 พ.ค. 2549 (14:13) สสารมืด (dark matter) อาจจะถูก ตรวจวัด ได้เป็นครั้งแรกที่เครื่องเร่งอนุภาค Large Hadron Collider หรือ LHC ที่ศูนย์ปฏิบัติการนิวเคลียร์ยุโรปหรือ CERN ซึ่งกำลังจะเริ่มปฏิบัติการได้ในปีหน้า นี่เป็นการจุดประกายโดยทีมนักฟิสิกส์ในสหรัฐฯ ทว่าสสารมืดที่จะตรวจวัดได้อาจไม่ใช่ WIMPS ซึ่งเป็นชนิดของอนุภาคสสารมืดที่ในทางทฤษฎีมีการยอมรับถึงความเป็นไปได้มากที่สุดชนิดหนึ่ง แต่เครื่องเร่งอนุภาคพลังงานมหาศาลที่สุดเครื่องใหม่นี้อาจจะสามารถตรวจวัดอนุภาคแบบใหม่ซึ่งเพิ่งถูกค้นพบในทางทฤษฎีมาไม่นานนี้ นามว่า SuperWIMPS ซึ่งเป็นอนุภาคที่ได้จากการสลายตัวของอนุภาค WIMPS สสารมืด ทฤษฎี สสารมืด (dark matter) เสนอขึ้นมาเพื่อตอบปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนที่และการกระจายตัวของมวลสารในกาแลกซี นักดาราศาสตร์สามารถคำนวณหามวลของกาแลกซีต่าง ๆ บนท้องฟ้าได้หลายวิธี วิธีแรกอาจจะพิจาณาจากการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้นเพราะว่าตามกฎแรงดึงดูดระหว่างมวล มวลสารของดาวฤกษ์ กลุ่มก๊าซ รวมถึงอนุภาคต่าง ๆ ในกาแลกซีย่อมส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของกาแลกซี วิธีที่สองอาจจะคำนวณจากแสงที่มองเห็นจากกาแลกซีนั้น ๆ โดยอาศัยความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีเกี่ยวกับดาวฤกษ์ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมวลที่ได้จากการคำนวณทั้งสองวิธีมีค่าต่างกัน นักดาราศาสตร์พบว่ากาแลกซีหมุนรอบตัวเองเร็วเกินกว่าที่จะอธิบายได้โดยอาศัยมวลที่คำนวณจากปริมาณของสสารที่สามารถ มองเห็น ได้ ในที่นี้คำว่า มองเห็น หมายถึงสามารถตรวจวัดได้จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงคลื่นต่าง ๆ ที่สสารนั้นๆปลดปล่อยหรือทำให้มีการกระเจิงออกมาได้ (ทั้งที่มองเห็นได้ด้วยตาและไม่ได้ด้วยตา) ซึ่งตามทฤษฎีนั้น สสารมืดอันลึกลับนี้ไม่มีการปลดปล่อยหรือดูดกลืนรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าให้นักดาราศาสตร์สังเกตได้ มันมีอิทธิพลต่อวัตถุอื่นได้โดยผ่านทางแรงโน้มถ่วงเท่านั้น นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ สสารมืด นั่นเอง ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนักฟิสิกส์จะทราบจากการทดลองหลาย ๆ อย่างว่าเอกภพมีสสารมืดจะเป็นส่วนประกอบถึง 25% ของสสารทั้งหมด แต่ทว่ายังไม่มีใครทราบว่าจริง ๆ แล้วสสารมืดคืออะไร หลายคนรวมวัตถุที่ไม่ปลดปล่อยแสงสว่างออกจากตัวเลย อาทิ หลุมดำ ดาวแคระขาว หรืออนุภาคนิวตริโน เป็นส่วนหนึ่งของสสารมืดในกาแลกซีได้ สัตว์ประหลาด อย่างไรก็ตาม นักเอกภพวิทยาหลายคนเชื่อว่าสสารมืดไม่น่าจะใช่อนุภาคธรรมดา ๆ แต่จะต้องเป็นสสารประหลาดซึ่งถูกปล่อยทิ้งไว้นับตั้งแต่เอกภพถือกำเนิดขึ้นจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า บิ๊กแบง ในจำนวนอนุภาคไม่ธรรมดาเหล่านี้ นักทฤษฎีหลายคนเชื่อว่ามีอนุภาคที่เรียกว่า WIMPS (อ่านว่า วิ้มส) หรือ Weakly Interacting Massive Particles (แปลเป็นไทยก็คือ อนุภาคที่มีมวลซึ่งมีการทำอันตรกิริยาแบบอ่อน) และอนุภาคอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีอยู่ในแบบโมเดลมาตรฐานหรือ Standard Model ของฟิสิกส์อนุภาครวมอยู่ด้วย อนุภาค WIMPS นอกจากจะมีแรงดึงดูดระหว่างมวลกับสสารอื่นๆแล้ว มันยังสามารถทำอันตรกิริยากับอนุภาคชนิดอื่นผ่านอันตรกิริยานิวเคลียร์แบบอ่อน หรือ weak nuclear force ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่แรงอันตรกิริยาพื้นฐานในธรรมชาติอีกด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการค้นหามากมายโดยนักฟิสิกส์อนุภาคทั่วโลก แต่ก็ยังไม่มีการตรวจพบอนุภาคชนิดนี้เลย นักทฤษฎีหลายคนเชื่อว่า WIMPS น่าจะเป็นอนุภาคที่เบาที่สุดในจำนวนอนุภาคแบบมีมวลทั้งหมด และเพราะฉะนั้นจึงน่าจะมีความเสถียรที่สุดด้วย แต่ทว่าในปี ค.ศ. 2003 นักฟิสิกส์ โจนาธาน เฟง (Jonathan Feng) แห่งมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียและผู้ร่วมงานค้นพบว่า ในทางทฤษฎีแล้ว WIMPS ไม่ได้เสถียรแต่อย่างใด เพราะมันสามารถสลายตัวไปเป็นอนุภาคที่เบากว่าที่เรียกว่า SuperWIMPS (อ่านว่า ซู-เพอ-วิ้มส) ได้ เช่นเดียวกับ WIMPS อนุภาค SuperWIMPS ไม่ได้มีอันตรกิริยากับรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า (คือจะไม่ปลดปล่อยและไม่ดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) และมันสามารถมีแรงดึงดูดระหว่างมวลกับสสารอื่นได้ แต่สิ่งที่ต่างกันระหว่างอนุภาคลึกลับทั้งสองก็คือ SuperWIMPS ไม่สามารถมีอันตรกิริยานิวเคลียร์แบบอ่อน อย่างที่อนุภาค WIMPS มี ตามปกติแล้วแรงโน้มถ่วงจะมีความเข้มน้อยที่สุด รองลงมาคือแรงนิวเคลียร์แบบอ่อน ดังนั้นอันตรกิริยาที่ SuperWIMPS มีซึ่งอ่อนกว่า WIMPS มากจึงถูกเรียกว่า superweak นี่หมายถึงว่า SuperWIMPS แทบจะไม่ได้ชนกับอนุภาคอื่น ๆ เลย คือมีอันตรกิริยากับอนุภาคอื่นน้อยมาก ๆ และจึงไม่มีความสามารถในการสลายตัวไปเป็นอนุภาคอื่น ด้วยเหตุนี้ ดร. เฟง จึงเชื่อว่าพวกมันเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยสำหรับสสารมืด SuperWIMPS ก็เหมือนกับอนุภาคนิวตริโน คือแทบจะไม่มีอันตรกิริยาต่อสสารต่าง ๆ ในเอกภพ เพียงแต่ SuperWIMPS มีอันตรกิริยาที่อ่อนกว่า อธิบายโดย ดร. เฟง บางทีตัวที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คืออนุภาค กราวิติโน (gravitino) ซึ่งเป็นอนุภาคที่ทำนายโดยทฤษฎีสมมาตรยิ่งยวด หรือทฤษฎี Supersymmetry โดยตามทฤษฎีดังกล่าว กราวิติโนเป็นคู่สมมาตรยิ่งยวด หรือ supersymmetric partner กับอนุภาค กราวิตอน (graviton) อันเป็นอนุภาคที่เชื่อกันว่าเป็นสื่อนำแรงโน้มถ่วง อาจเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่: เป็น SuperWIMPS ไม่ใช่ WIMPS ในตอนนี้ ดร. เฟงและผู้ร่วมงานทำการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ได้แล้วว่าอนุภาค SuperWIMPS นั้นอาจถูกผลิตและตรวจวัดได้ที่เครื่องเร่ง Large Hadron Collider (LHC) โดยการชนกันระหว่างอนุภาคโปรตอนสองตัว ซึ่งให้พลังงานมหาศาลถึง 14 TeV (teraelectronvolt = 1012 electronvolts) เดิมทีเดียวเครื่องเร่งอนุภาค LHC ที่ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อค้นหาอนุภาคฮิกส์ (Higgs particle) ซึ่งเชื่อว่าเป็นอนุภาคที่อธิบายกระบวนการเกิดมวล นอกจากนี้การสร้างเครื่องเร่งอนุภาคขนาดมหึมานี้ยังมีเป้าหมายในการค้นหาว่าอนุภาค supersymmetric partner มีอยู่จริงหรือไม่ และพร้อมกันนี้อาจให้คำตอบว่าเพราะเหตุใดเอกภพจึงเต็มไปด้วยมวลของสสารมากกว่าปฏิสสาร นักวิจัยได้คำนวณหาอัตราการผลิตสสารมืดที่ต่ำที่สุดของเครื่องเร่งอนุภาค LHC และเครื่องเร่งอนุภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยคำนวณจากความแรงของอันตรกิริยาที่มันมีต่อสสารธรรมดา ในทางทฤษฎี WIMPS หรือ SuperWIMPS อาจถูกตรวจวัดได้ที่เครื่องเร่ง LHC เพราะในการเกิดของพวกมันต้องการอนุภาคใหม่ที่ได้หลังการชนที่มวลใกล้ ๆ 100 GeV ซึ่งเป็นระดับที่เครื่องเร่งนี้สามารถวัดได้ อย่างไรก็ตามทีมนักวิจัยอเมริกันกล่าวว่าสัญญาณจากอนุภาค WIMPS ใด ๆ ที่ผลิตขึ้นในอัตราขั้นต่ำนี้จะไม่สามารถถูกแยกแยะจากสัญญาณพื้นหลังได้ ในทางกลับกันสัญญาณจาก SuperWIMPS อาจจะมีมากเกินคาดและวัดได้ง่าย ถ้าสสารมืดถูกผลิตขึ้นที่เครื่องชน LHC จริง เราจะสามารถศึกษาในรายละเอียดถึงคุณสมบัติของมันได้เป็นครั้งแรก กล่าวโดย ดร. เฟง ถึงแม้เครื่อง LHC ไม่ได้ถูกออกแบบสำหรับค้นหาสสารมืด แต่ไม่แน่ว่าถ้ามีสสารมืดถูกตรวจวัดได้จริง ๆ มันอาจกลายเป็นความสำเร็จที่สำคัญกว่าก็เป็นได้ และถือเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้อันน่าติดตามอย่างยิ่ง รู้เเล้วทำอะไรได้เหรอครับ |