ปราสาทสัจธรรม โพสต์เมื่อ:
01:04 วันที่ 3 พ.ค. 2549 ชมแล้ว:
9,382 ตอบแล้ว:
87
 เมื่อวันแรงงาน 1 พ.ค.
ผู้ใช้แรงงาน มนุษย์เงินเดือนอย่างผมก็ได้หยุดพักผ่อน
เลยไปเที่ยวปราสาทสัจธรรม
อยู่ที่"พัทยาเหนือ" ถนน"นาเกลือ 12"
ได้ยินคำร่ำลือมานาน ก็อยากดู
แต่ใจไม่กล้า เพราะราคาค่อนข้างแพง(คนละ 500 บาท ไปกัน 5 คนก็ 2,500 บาท)
โดยเฉพาะคนไทย กินเงินเดือน นับว่าหนักพอสมควร
แต่ก็ยังถูกกว่าค่าเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย หรือภูเก็ต
นั่งรถเมล์ไปเอง เห็นจะลำบาก เพราะต้องหลายต่อมาก และต่อสุดท้าย
ก็ต้องใช้แท็กซี่สองล้อ เพราะไม่มีสองแถวผ่าน
ถ้าไปกันหลายคน ก็เหมาสองแถวไปจะสะดวกกว่า
นัดพรรคพวกที่มีรถไป สะดวกที่สุด
|
จำนวน 78 ความเห็น, หน้า่ | - 1- 2| 3| 4| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 พ.ค. 2549 (01:15)
ปราสาทสัจธรรม เป็นเรือนไม้หลังมหึมา สร้างด้วยไม้มีค่าหลากหลายชนิด
มัคคุเทศบอกว่า เป็นไม้นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างถูกกฎหมาย
ใครที่คิดรอว่าให้เสร็จก่อนแล้วไปชม อาจไม่ได้ชมไปจนตลอดชีวิต
เพราะเขาค่อย ๆ สร้างของเขาเรื่อยไป
เจ้าของรุ่นที่ 1 ก็จากเราไปแล้ว ตอนนี้ รุ่นลูกก็ดำเนินการต่อ
สำหรับผม ก็คิดว่า เท่านี้ ก็มีคุณค่าเพียงพอสำหรับการได้เห็นสักครั้งหนึ่งในชีวิต
และคิดว่า อีกสัก 2-3 ปี อาจจะไปดูความก้าวหน้าของเขา
ไปเป็นกำลังใจให้เขาทำต่อ
ดูแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เขาลงไป มากกว่าที่เก็บได้จากนักท่องเทียวหลายเท่า
ใครจะไป ก็เตรียมกล้องดี ๆ ไป เตรียมฟิลม์หรือ หน่วยความจำไปมาก ๆ
และแบตเตอรี่หลาย ๆ แพ็ค
เขายอมให้ถ่ายรูปได้ไม่อั้น แต่มีข้อแม้เล็กน้อยเท่านั้นครับ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 พ.ค. 2549 (01:33)
ภาพในกระทู้ข้างบนเป็นภาพที่ถ่ายจากจุดชมวิวที่อยู่ทางทิศตะวันออกของปราสาท
ด้านตะวันตกของปราสาทหันออกทะเลอ่าวไทย
ด้านขวาของภาพ เป็นทิศเหนือ ด้านซ้ายเป็นทิศใต้
ภาพต่อไปนี้ เป็นภาพถ่ายจากทางทิศใต้
ทางซ้ายมือของภาพเป็นทิศตะวันตก
ทางขวามือเป็นทิศตะวันออก
ด้านหน้าปราสาทหันออกทะเลทางทิศตะวันตก
หากไปเที่ยวปราสาทตอนเย็น รอจน 6 โมงเย็น ก็สามารถชมตะวันตกทะเลได้เลย
แต่ตอนที่ผมไป เป็นวันที่เมฆคลุมทะเลไว้ ก็เลยไม่ได้เก็บภาพพระอาทิตย์ตกน้ำมาฝาก
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 พ.ค. 2549 (01:54)
 ภาพนี้เป็นบันไดทางขึ้น ลง ปราสาททางทิศตะวันตกเฉียงใต้
บันไดทางขึ้น-ลงปราสาทจะมี 3 ทาง
คือทิศตะวันออก (ทางขวามือของภาพ #2)
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (เห็นทางซ้ายของภาพ #2)
และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ(ไม่เห็นในภาพ #2)
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 3 พ.ค. 2549 (11:02)
 ทางขึ้นหลักที่อยู่ทางทิศตะวันออก จะมีป้ายแสดงข้อความแสดงความหมายของภาพสลัก ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
โดยภาษาไทยอยู่ด้านบน ภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง
และจะมีมัคคุเทศแนะนำ
ในความเห็นผม มัคคุเทศทำงานน้อยไปหน่อย คือมีรายละเลียดที่เล่าให้ฟังค่อนข้างน้อย
เมื่อเทียบกับปริมาณชิ้นงานอันมากมายมหาศาล
หรือไม่ก็น่านะจัดทำป้ายแสดงข้อความที่บอกเรื่องราวของภาพสลักทั้งหลาย
หรือไม่ก็ทำเป็นหนังสือกำกับ คุณค่าทางศิลปะก็จะมากขึ้นมากกว่าไปยืนดู
แล้วตะลึงพรึงเพริดโดยไม่ได้รับความรู้กลับไป
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 3 พ.ค. 2549 (11:13)
 ทางเข้าหลักสู่ปราสาทสัจธรรม
จะเห็นว่า นักท่องเที่ยวจะได้รับคำแนะนำว่าจะต้องสวมหมวกนิรภัย
(ซึ่งเจ้าของสถานที่ได้เตรียมไว้บริการนักท่องเที่ยว)
เพราะอาคาร ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 พ.ค. 2549 (11:23)
 ภายในปราสาท แม้สว่างพอที่จะมองด้วยสายตา
แต่สำหรับกล้องถ่ายรูปแล้ว แสงดูจะน้อยไปหน่อย
แฟลชที่ติดมากับกล้องตัวเล็ก ๆ จะไม่พอที่จะทำให้ภาพถ่ายชัดได้
หากต้องเปิดหน้ากล้องนาน ก็จะทำให้ภาพไหวได้
ทางที่ดี ควรพกขาตั้งกล้องไปด้วย หรือไม่ก็ต้องใช้แฟลชกำลังสูง ๆ
อย่าลืมแบตเตอรีสำรองไปมาก ๆ ด้วยนะครับ เพราะคงไม่สะดวกที่จะไปชาร์จกันที่ในปราสาท
มัคคุเทศ จะสวมเสื้อและหมวกนิรภัยสีแดง ต่างจากนักท่องเที่ยวที่จะสวมหมวกสีขาว
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 3 พ.ค. 2549 (11:28)
 ประติมากรรมลอยตัวรูปครอบครับ ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก ๆ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 3 พ.ค. 2549 (11:35)
 เท่าที่เห็น จะมีหลอดไฟฟ้าให้แสงสว่างเปิดอยู่เพียง 5 ดวง ที่บุษบกนี้
เป็นหลอดไฟสีทอง สี่ดวงสองไปที่มุมทั้งสี่ของบุษบก(เห็นในภาพเพียง 2 ดวง)
และที่ยอดบุษบกเป็นหลอดไฟสีขาวอีก 1 ดวง
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 3 พ.ค. 2549 (11:42)
 นอกจากภาพสลักในแต่ละมุขจะใช้ศิลปที่แตกต่างกันแล้ว
โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมก็ยังแตกต่างกันได้ด้วย
เช่นบางมุมใช้เสากลม เสาสี่เหลี่ยม แปดเหลี่ยม เสาลดเหลี่ยมที่เรียกว่าไม้สิบสอง
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 3 พ.ค. 2549 (11:56)
 ภาพนี้ อยู่มุขทางทิศเหนือ สร้างขึ้นตามคติความเชื่อทางมหายาน
สีเขียว ๆ ที่เห็น เป็นน้ำยารักษาเนื้อไม้ที่ค่อย ๆ ซึมออกมา
มัคคุเทศบอกว่าเขาทำให้ดูเก่า จะได้รู้สึกขลัง
แต่ผมกับรู้สึกตรงข้าม ก็ต่างจิตต่างใจ
คงให้ถูกใจเราไปหมดทุกอย่างคงไม่ได้
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 3 พ.ค. 2549 (12:00)
 มุมล่างซ้ายของภาพบน
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 3 พ.ค. 2549 (12:12)
 มองจากหน้าต่างของมุขทางเหนือ จะเห็นด้านหน้าปราสาท(มุขตะวันตก)หันออกทะเล
ด้านบนจะเป็นพระพรหม 4 พักตร
ด้านขวา(ที่เห็น) มีพระอินทร์ประทับเหนือช้างสามเศียร
และทางขึ้นที่อยู่ระหว่างมุขเหนือกับมุขตะวันตก
แทบจะทุกส่วนจะประกอบด้วยประติมากรรมไม้แกะสลักประดับประดาอย่างสวยงาม
(จะมีบ้างที่ดูไม่เรียบร้อยเพราะยังสร้างไม่สมบูรณ์)
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 3 พ.ค. 2549 (12:20)
 ประติมากรรมลอยตัวหรือภาพแกะสลักนูนสูง จะพบเห็นโดยทั่วไปทุกหนแห่ง
ยกเว้นมุมทางเหนือบางภาพ(#10 - #11ที่เป็นภาพนูนต่ำ)
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 3 พ.ค. 2549 (12:24)
 เสาตะเคียนทองต้นใหญ่ที่สุดในปราสาท
อายุประมาณ 700 ปี ขนาด 3 คนโอบ
เปิดปีกออกไปทำให้เหลือขนาดเล็กลงประมาณ 2 คนโอบ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 3 พ.ค. 2549 (12:34)
 พระแม่ธรณีบีบมวยผม
เหมือนที่ถนนราชดำเนินใน หรือสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์
ด้านหลังเป็นเสาลดเหลี่ยมไม้สิบสอง เหมือนเจดีย์ในวัดพระแก้วฯ
เป็นเทวรูปสตรีที่แต่ตัวเรียบร้อย
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 3 พ.ค. 2549 (12:40)

เป็นนารายณ์อวตารปางที่ 8 กฤษณาวตาร br>
ในภาพ เป็นกฤษณะ เล่นชิงช้ากับนางธารา br>
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 3 พ.ค. 2549 (12:48)
 ภาพเดียวกันกับ #16 แต่ถ่ายโดยไม่ยิงแฟลช
ทำให้เห็นมิติที่ลึกกว่า แต่ก็เห็นว่ามือสั่นเล็กน้อย
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 3 พ.ค. 2549 (12:59)
 ครึ่งบนเป็นคน ครึ่งล่างเป็นงู จะเรียกว่าอย่างไรดี
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 3 พ.ค. 2549 (13:04)
 นัยตางูที่อยู่ข้างหลัง เหมือนมีชีวิต และแสดงอารมณ์ว่ากำลังจ้องมองอะไรบางอย่างอยู่
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 พ.ค. 2549 (13:17)
 จากภาพนี้ คงจะเห็นว่าการติดตั้งประติมากรรมให้มีเสถียรภาพ คงยังมีปัญหาอยู่เหมือนกัน
|
|
ขอบคุณผู้สนับสนุน
Hot Links
|