ตื่นตัวประหลาด! คล้ายมีชีวิตหล่นจาก ฟ้า หลังเกิดพายุ โพสต์เมื่อ:
13:00 วันที่ 12 พ.ค. 2549 ชมแล้ว:
9,087 ตอบแล้ว:
68
 ฮือฮาตัวประหลาดตกจากฟากฟ้าขณะพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง เรืองแสงคล้ายผีพุ่งไต้หล่นตุ๊บลงข้าง บ้าน ตื่นเช้ามาพบเคลื่อนที่จากจุดที่ตกมาอยู่หน้า บันไดบ้าน ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายหนอน ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ สีขาวขุ่นมีแกนคล้ายน้ำแข็งอยู่ภายใน สุดประหลาดพอจับจะหดตัว แต่พอใส่ในขวดโหลตัวจะพองใหญ่ขึ้น เจ้าของเชื่อให้โชคลาภจุดธูปบูชา ขณะที่ชาวบ้านแห่ดูพูดเป็นเสียงเดียวกันเกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบวัตถุลึกลับคล้ายเป็นสิ่งมีชีวิตตกลงมาจากฟ้า ที่บ้านเลขที่ 131/1 หมู่ 3 บ้านชายเขา ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบว่าชาวบ้านจำนวนมากพากันมามุงดูวัตถุประหลาดดังกล่าว ซึ่งนางกฤษณา มะโนมั่น อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน นำมาใส่ไว้ในโหลแล้วนำธูป หมากพลูและดอกไม้มาบูชา โดยชาวบ้านที่มาดูต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยพบเห็นมาก่อน และต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา
นางกฤษณา ซึ่งมีอาชีพค้าขายเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนพัดตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ขณะนั้นนายถวิล จันจินดา อายุ 56 ปี พี่ชาย และนางตะเคียน ทวีเขตกิจ อายุ 62 ปี เพื่อนบ้าน ที่มานอนเป็นเพื่อนเนื่องจากไฟฟ้าดับ เห็นมีวัตถุ ลึกลับมีลักษณะเป็นแสงคล้ายผีพุ่งไต้ ตกลงมาจากฟ้า โดยผ่านมาทางเทือกเขาปลาร้าที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กม. มาตกที่ข้างบ้านเสียงดังตุ๊บ แต่ทั้งสองคนไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นลูกเห็บ
กระทั่งรุ่งเช้าตนตื่นขึ้นมาเก็บกวาดบ้าน ก็พบวัตถุประหลาดดังกล่าวตรงบันไดหน้าบ้าน ห่างจากจุดที่ตกประมาณ 5 เมตร โดยมีลักษณะคล้ายตัวหนอนเป็นปล้อง สีขาวเป็นวุ้น ข้างในลำตัวมีลักษณะสีขาวขุ่น คล้ายเป็นแกนน้ำแข็ง มีจุดเล็ก ๆ 2 จุดคล้ายตาและมีติ่งยื่นออกมาคล้ายใบหู มีขนาดเท่าฝ่ามือ ตนจึงนำมาใส่ไว้ในขวดโหลพร้อมกับเติมน้ำเข้าไป
จากการสังเกตดูวัตถุประหลาดที่คล้ายสิ่งมีชีวิตนี้ พบว่าหากจับไว้ในมือลำตัวจะหดลง แต่หากปล่อยทิ้งไว้ในขวดโหล ลำตัวก็จะพองโตออกมากกว่าเดิม และบางครั้งมองดูคล้ายมีสีรุ้ง ตนไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร เพราะตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งจะเคยเห็น อย่างไรก็ตามตนจะเก็บไว้บูชา เพราะเชื่อว่าจะให้โชคลาภและหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังข่าวพบตัวประหลาดนี้แพร่สะพัดออกไป ได้มีชาวบ้านหลั่งไหลกันมาขอดูแทบไม่ขาดสาย ซึ่งจะได้ติดต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบต่อไปว่าตัวประหลาดนี้คืออะไรกันแน่.
|
จำนวน 67 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| - 3- 4| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 พ.ค. 2549 (10:49)
 ข่าวล่าสุดจากเดลินิวส์ครับ กระทรวงวิทย์ฯเข้าไปร่วมด้วยแล้ว
ตัวประหลาดโผล่กรุงร่วงจากฟ้า ก.วิทย์ฯร่วมไขปริศนา
จัดทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจด่วน เทพนมส่งรูปภาพเดลินิวส์ให้นาซาพิสูจน์หาที่มาที่ไป
ยังคงไขปริศนาไม่ออก สำหรับวัตถุประหลาดที่ร่วงมาจากท้องฟ้า เทพนม เมืองแมน เตรียมนำภาพถ่ายจาก เดลินิวส์ ส่ง นาซา ตรวจพิสูจน์หาความจริง เบื้องต้นระบุไม่ใช่มนุษย์ต่างด่าว หรือเอเลี่ยนเเน่นอน ย้ำหากผ่านชั้นบรรยากาศโลกมาโดยไม่มีอะไรห่อหุ้มถูกเผาวอดไม่เหลือซากเเน่ "รมว.วิทยาศาสตร์ฯ" ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน เปรยอย่าเพิ่งพากันคาดเดา ชี้ทุกเรื่องวิทยาศาสตร์มีคำตอบให้อยู่เเล้ว ได้ฮือฮากันอีกรอบครั้งนี้เจ้าตัวปริศนามากับฝนโผล่ใจกลางเมืองกรุง รูปร่างลักษณะไม่เเตกต่างจากที่พบใน จ.อุทัยธานี ชาวบ้านทราบข่าวเเห่พิสูจน์กันเต็มไปหมด เชื่อตัวอ่อนหรือไข่ของสัตว์นอกโลกเล็ดลอดเข้ามา บ้างว่าเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่าง "ผู้เชี่ยวชาญระบบการบิน" ลั่นไม่ใช่เป็นสิ่งของที่หล่น จากนกเหล็กเเน่
จากกรณีวัตถุประหลาดรูปร่างคล้ายวุ้นหรือเยลลี่ขนาดใหญ่มีคุณสมบัติเรืองแสงเเละพองตัวเมื่อถูกน้ำ ปลิวตกจากท้องฟ้ามาอยู่ที่ข้างบันไดบ้านของ นางกฤษณา มะโนมั่น หรือเจ๊อ้อย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/1 หมู่ 3 บ้านชายเขา ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน โดยเจ้าของที่พบได้ตั้งชื่อว่า "แก้วสารพัดนึก" เป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาช่วยรักษาโรคมะเร็งที่ป่วย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางคนเชื่อว่า เป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือเอเลี่ยนที่ หลุดจากชั้นบรรยากาศตกลงสู่พื้นดิน ทั้งนี้หลังข่าวเเพร่กระจายออกไปมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้เดินทางไปพิสูจน์ ซึ่งยังไม่มีใครสรุปได้ว่า วัตถุดังกล่าวเป็นอะไรกันเเน่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปเเล้วนั้น
เกี่ยวกับวัตถุประหลาดที่รอการพิสูจน์ วันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเเห่เดินทางมาชมตัวประหลาดที่ตกมาจากฟ้า จนทำให้บ้านของนางกฤษณาคึกคักเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทำเอาเจ้าของบ้านไม่มีเวลาพักผ่อน ต้องมอบหมายให้นางตะเคียน ทวีเขตกิจ อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านออก มาคอยต้อนรับแขก และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังเเทน พร้อมกำชับห้ามประชาชนที่มาดูเอามือจับหรือจิ้มตัวประหลาดที่อยู่ในขวดโหลโดยเด็ดขาด
นางกฤษณาเปิดเผยด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าว่า หลังนำเจ้า "เเก้วสารพัดนึก" ไปออกอากาศ ในรายการบ้านเลขที่ 5 ปรากฏว่าเจ้าตัวประหลาดเกิดอาการบอบช้ำอย่างหนัก เนื่องจากกระทบกระเทือนระหว่างเดินทาง รวมทั้งต้องเจอกับความร้อนของแสงสปอตไลต์ที่ส่อง ทำให้เนื้อเยื่อบางส่วนหลุดลุ่ยขาดออกมา แต่ไม่เหม็นและไม่เน่าไม่เปื่อย มีลักษณะใสอยู่ตลอดเวลา ตนได้กำชับห้ามใครเคลื่อนย้ายหรือสัมผัสเเล้ว
ต่อมามี จนท.สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 8 และจนท.สาธารณสุข จ.อุทัยธานี ได้เดินทางมาขอตรวจสอบวัตถุประหลาด โดยใช้กล้องขยายส่องสำรวจดูอย่างละเอียด พร้อมกับมีการตรวจสอบว่ามีใครบ้างที่สัมผัสจับวัตถุดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่า จะเป็นตัวแพร่เชื้อโรค อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าสรุปได้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเป็นอะไรกันเเน่ ทั้งนี้มีคอหวยบางคนได้นำเลขที่บ้านของนางกฤษณาคือ 131 ไปเเทงหวยด้วย
ขณะเดียวกันที่กรุงเทพฯ สายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับเเจ้งจากนางดวงฤดี พิมพิทักษ์ อายุ 30 ปี เเละนายมาโนช อาดัม อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 278/1 ชุมชนสุเหร่าหัวหมากน้อย ล็อก 2 ซอยรามคำเเหง 60 เเขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ ว่าพบวัตถุประหลาด รูปร่างคล้ายวุ้นเหมือนที่มีคนพบใน จ.อุทัยธานี รีบไปตรวจสอบที่บ้านดังกล่าวพบชาวบ้านกำลังยืนมุงดูบางสิ่งในขวดโหลอยู่ ภายในมีวัตถุไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอะไร สภาพขดอยู่ในขวดโหลเหมือนวุ้น สีขาวใส มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ซม. ยาวประมาณ 1 คืบ
นางดวงฤดี เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกอย่างหนัก ซึ่งตนได้เอาผ้าเเช่ไว้หลังบ้าน ตื่นเช้ามาขณะกำลังซักผ้าในกะละมังก็ต้องเเปลกใจอย่างมาก เมื่อมือไปสัมผัสกับบางสิ่ง บางอย่างลักษณะเมือกลื่นน่าขยะเเขยง เมื่อหยิบขึ้นมาดูถึงกับช็อกรีบขว้างทิ้งลงพื้นทันที พร้อมเรียกสามีมาดูก่อนจับใส่ขวดโหลไว้ดังกล่าว กระทั่งชาวบ้านทราบข่าวเเห่มาดูกันเต็มไปหมด บางคนก็บอกว่าเป็นวัตถุชนิดเดียวกันกับที่มีคนพบที่ จ.อุทัยธานี
ส่วนนายมาโนช กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นตัวอะไรกันเเน่ เเต่จับเเล้วรู้สึกลื่น ๆ ไม่ระคายผิว คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้ อย่างไรก็ตามหากผู้เชี่ยวชาญจะขอนำไปตรวจสอบคงต้องปรึกษาหารือกับทางผู้ใหญ่ชุมชนฯ ก่อน เพราะถือว่าเป็นของส่วนรวม ไม่น่าเป็นอันตราย ทั้งนี้ชาวบ้านบางคนเชื่อว่า เป็นตัวอ่อนหรือไข่ของสัตว์นอกโลกที่เล็ดลอดเข้ามา บางคนก็ว่าเป็นสัญญาณ เตือนอะไรบางอย่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังข่าวเเพร่ ออกไปบรรยากาศการเดินทางมามุงดูของชาวบ้าน ไม่ต่างจากที่ จ.อุทัยธานี ส่วนใหญ่มาดูเเล้ว พากันไปตีเป็นเลขเด็ด อีกทั้งชาวบ้านบางคนได้นำกะละมังวางไว้ที่หน้าบ้านกันเต็มไปหมด เนื่องจากเชื่อว่าวัตถุดังกล่าวเป็นสิ่งที่ติดมากับสายฝน ขณะเดียวกันชาวบ้านบางคนก็สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรบางอย่างที่ตกมาจากเครื่องบินก็ได้หรือไม่ก็อาจเป็น "ตัวดูด" ที่เคยเป็นของเด็กเล่นที่ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่งก็ได้
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบการบินคนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ชี้เเจงว่า วัตถุประหลาด ไม่สามารถเล็ดลอดออกมาจากเครื่องบินโดยสารอย่างเเน่นอน เนื่องจากระบบความปลอดภัยสูง หากปล่อยให้มีช่องหรือรูโหว่ทำให้สิ่งของร่วงหล่นลงมา ถือเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะเครื่องบินลำดังกล่าวอาจเกิดอุบัติเหตุตกได้ จึงตัดประเด็นตรงนี้ไปได้เลย ส่วนจะมาจากเครื่องชนิดอื่นหรือไม่ตนไม่เเน่ใจ
นางกาญจนา ธรรมวิเศษศรี อายุ 36 ปี เจ้าของร้านขายของเล่นย่าน กม.2 กล่าวว่า จากการดูภาพวัตถุประหลาดที่เป็นข่าวฮือฮาอยู่ในขณะนี้ ตนคิดว่า น่าจะเป็นของเล่นหรือ "ตัวดูด" ที่เคยได้รับความนิยมจากเด็ก ๆ อาจได้รับการพัฒนาเป็นของเล่นตัวใหม่ โดยเเอบนำเข้าจากต่างประเทศ เเต่ที่เเปลกคือส่วนมากของเล่นชนิดนี้จะมีการทำเป็นรูปร่างสัตว์เเละตัวการ์ตูนต่าง ๆ ชัดเจน พร้อมกับมีสีสันด้วย อาจจะยังไม่เป็นที่เเพร่หลายก็ได้ ทั้งนี้ตัวดูดน้ำของเด็กเล่นอันตรายได้ถูกกระทรวงสาธารณสุขสั่งห้ามผลิตเเละจำหน่ายไปเเล้ว หลังจากมีเด็กกลืนเข้าไปจนทำให้ติดในลำคอเกือบเอาชีวิตไม่รอดกลายเป็นข่าวใหญ่มาเเล้ว
ด้าน ศ.ดร.เทพนม เมืองแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุลึกลับจากนอกโลกให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวประหลาดลึกลับที่กำลังฮือฮาขณะนี้ว่า ส่วนตัวแล้วไม่คิดว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ต่างดาวหรือสัตว์ประหลาดจากนอกโลก ตามความเห็นสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นตัวดักแด้สัตว์ไม่ทราบชนิดที่ถูกพายุพัดมาจากที่ไกล ๆ มากกว่า ซึ่งตนไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้ว่าคือตัวอะไร จนกว่าจะได้พิสูจน์หรือเห็นเจ้าตัวประหลาดที่ว่าก่อน อย่างไรก็ตามจากการศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องยอมรับว่ายังไม่เคยพบเห็นมนุษย์ต่างดาวในลักษณะนี้มาก่อน ที่พบส่วนใหญ่จะมีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์เพียงแต่อวัยวะและสีผิวไม่ใช่ลักษณะเดียวกันกับมนุษย์โลก หรืออีกประเภทก็จะเป็นลักษณะของแบคทีเรียที่ติดมากับอุกกาบาต ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะหลุดเข้ามาถึงยังพื้นโลก เพราะตามทฤษฎีแล้วสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกโดยไม่มีอะไรห่อหุ้มจะถูกชั้นบรรยากาศเผาไหม้จนหมด
ผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ต่างดาว กล่าวต่ออีกว่า ถึงแม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าวัตถุดังกล่าวคืออะไร แต่เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญ ตนแนะนำว่าอยากให้ทดลองเลี้ยงไว้ระยะหนึ่งเพื่อทำการศึกษา ไม่เช่นนั้นก็ควรจะให้นักชีววิทยาเข้ามาตรวจสอบเพื่อที่จะได้พิสูจน์ว่าคือตัวอะไร อย่างไรก็ตามตนจะนำภาพที่ได้จาก นสพ.เดลินิวส์ ส่งไปให้เพื่อนที่องค์การนาซาทำการตรวจพิสูจน์เพื่อหาที่มาที่ไปของตัวประหลาดนี้อีกทางหนึ่งด้วย
ส่วน ดร.ประวิช รัตนเพียร รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการไปยัง รศ. บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สวดช.) และ ดร.สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้ทำงานเกี่ยวข้องกันในด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และอวกาศ ให้ส่งนักวิทยาศาสตร์เข้าไปตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นอะไรกันแน่ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่ คงต้องรอคำตอบจากนักวิทยาศาสตร์ที่ลงไปพิสูจน์ก่อน ซึ่งหากวัตถุดังกล่าวเป็นสิ่งมีชีวิตก็ต้องตอบให้ได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใด อยู่ในสายพันธุ์ใด และมีถิ่นที่อยู่ที่ใดบนโลก หรือเป็นสิ่งมีชีวิตที่จะมาจากนอกโลก อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ทุกฝ่ายโดย เฉพาะประชาชนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา เพราะทุกเรื่องวิทยาศาสตร์มีคำตอบให้ได้
รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นในต่างประเทศมีเหตุการณ์วัตถุตกจากฟากฟ้าหลายครั้ง เช่น เมื่อเกิดมรสุมหรือลมพายุที่ก่อตัวในทะเลได้มีการหอบน้ำทะเลและปลาในทะเลมาตกในแผ่นดินที่ห่างจากทะเลเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งในช่วงนี้ประเทศไทยเกิดลมมรสุมฝนตกในหลายพื้นที่ จึงต้องรอให้นักวิทยาศาสตร์เข้าไปตรวจสอบและวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ จึงจะให้คำตอบได้.
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 14 พ.ค. 2549 (10:53)
 เรื่องที่ ศ.ดร.เทพนม เมืองแมน บอกว่าตามทฤษฎีแล้วสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกโดยไม่มีอะไรห่อหุ้มจะถูกชั้นบรรยากาศเผาไหม้จนหมด
แต่ถ้ามันหล่นลงมาขณะที่อยู่ใกล้พื้นโลกหล่ะครับ ... แบบว่าหล่นออกมาจากยาน 555+
เอาเป็นว่าแผ่นเจลลดไข้นี่เหมือนมากครับ ต่อไปก็คงต้องหาว่ามันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง หรือว่ามีคนแกล้ง อิอิ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 14 พ.ค. 2549 (11:24) ถ้าเป็นสิ่งลึกลับจากนอกโลกจริง เห็นด้วยกับ ศ.ดร.เทพนม เมืองแมน ครับ แต่ถ้าเป็นวัตถุหรืออะไรก็ตามจากโลกของเราอาจจะถูกลม พายุ หอบขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศแล้วล่วงลงมาก็เป็นไปได้ อีกประเด็นหนึ่งผู้ที่พบเห็นเจ้าตัว......ดังกล่าวเห็นด้วยกับตาได้อยู่ในเหตุการณ์เห็นการล่วงล่นลงมาจริงหรือไม่ ซึ่งตามข้อเท็จจริง บางครั้งอย่าพึ่งด่วนสรุปอะไรเร็วจนเกินไปในตอนนี้ รออีกนิด เห็นด้วยกับ สวดช. และ สทอภ. ที่มาพิสุทธิ์เพราะผมเชื่อว่ากระบวนการ วิธิการทางวิทยาศาสตร์ ให้ความเป็นเหตุ เป็นผล ในการหาคำตอบครับ ขอบคุณ คุณ PrinceArt ที่ขยันติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 14 พ.ค. 2549 (12:56) Data !
ตัววุ่นประหลาดโผล่อีก 1 พร้อมฝนที่ขอนแก่น
ข่าวจาก : INN 11.05 น. 14 / 05 / 06
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 14 พ.ค. 2549 (14:21) ใช่ค่ะ ตกลงมาอีกตัวนึงแล้วที่ขอนแก่น เพิ่งได้ยินจากวิทยุเหมือนกัน
พรุ่งนี้จะตกลงมาอีกตัวนึงมั้ยเนี๊ยะ ไม่ใช่หน้าบ้านเรานะ ฮ่าๆๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 14 พ.ค. 2549 (15:04)
เดี๋ยวก็มีหล่นมาจากฟ้าทั่วประเทศครับ เตรียมรับดีล่ะครับ...อิอิอิ
|
GFK
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2987 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 227 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 14 พ.ค. 2549 (16:09) น่าจะลองชิมดูนะครับ เผื่อติดใจ ก้อนเยลลี่ตัวประหลาดนี้ เอาไปใส่เหล้าให้พอง แล้วก็ดองทิ้งไว้เป็นยาชูกำลัง อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 14 พ.ค. 2549 (18:11) หนอนยักษ์มั้ง อิอิอิ fum /mirthful_51@yahoo.com (IP:203.209.123.14,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 14 พ.ค. 2549 (18:30) เหมือนกะแผ่นเจลลดไข้ ที่เค้าเอาแช่น้ำไว้เลยค่ะมันจะพองตัวและโค้งงอเมื่อกี้ดูในข่าวช่อง9อะค่ะ แล้วเค้าก็ลองทำให้ดูโดยเอาแผ่นเจลลดไข้ไปแช่น้ำในขวดโหลไว้ประมาณ6ชั่วโมง มันก็นิ่มๆ พองๆอะค่ะ...(หรือว่า..ใครแกล้งเอาแผ่นเจลลดไข้ไปแช่น้ำแล้วเขวี่ยงไปอีกบ้านหนึ่งให้เค้าแตกตื่นกันป่าวหว่า..อิอิ  )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 14 พ.ค. 2549 (18:39) เหอๆ มันจะหล่นลงมาทั่วประเทศอย่างที่คุณ GFKบอกรึเปล่าน้า...
จะว่าไป เห็นเรื่องนี้ก็พาจินตนาการไปถึงหนังสัตว์ประหลาด...
บางทีมันอาจจะมาจากที่เดียวกันแต่ค่อยๆทยอยกันมา พอมากันได้จำนวนนึงแล้วก็พากันกลายร่างจากตัวเท่าฝ่ามือเป็นตัวขนาดเท่ามนุษย์ มีความสามารถเหนือมนุษย์ แล้วก็ค่อยๆทำลายล้างมนุษย์ให้หมดไป...ไม่แน่ ระเบิดนิวเคลียร์อาจไม่ระคายผิวมันเลยก็ได้
ชักเพี้ยนแล้วแฮะ
RED
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 130 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 14 พ.ค. 2549 (18:56) เป็นการโฆษณาทางการตลาดของ แผ่นเจลลดไข้หรือเปล่า???
(คงคุ้ม) Mike (IP:203.118.74.40,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 14 พ.ค. 2549 (20:12) ไอ้ตัวนี้มันน่าอร่อยดีนะครับ กินได้ไหมเนี่ย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 14 พ.ค. 2549 (20:34) โอ้โห นึกว่าเราคิดอยู่คนเดียว คุณ RED คิดเหมือนเราเป๊ะเลยนะค่ะ สงสัยจะบ้าหนังพอกัน
คุยกับเพื่อน เค้าบอกว่าที่ประเทศอื่นก็เคยมีนะค่ะ แต่เป็นปลาตก กบตก ยังไม่เคยมีหนอนยักษ์ตกค่ะ ทำให้คิดว่า ไม่แน่ไอ้ตัวประหลาดนี้อาจจะโดนเฮอร์ริเคนหรือมรสุม พัดมาจากพื้นทะเลนะค่ะ มนุษย์เราก็ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับโลกของทะเลลึกเพียงพอ จริงๆแล้วอาจจะเป็นแค่ปลาหมึกยักษ์นะ ไม่ใช่เอเลี่ยนอย่างที่เราๆคิดกันอยู่ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 14 พ.ค. 2549 (22:07) งานนี้ได้เรื่องถกกันจนน้ำลายแห้งแน่ๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 15 พ.ค. 2549 (07:25) ดูข่าวเมือ่เช้า สัตวแพทย์ ม.เกษตร แถลงว่า "เป็นแผ่นเจลลดไข้ เหมือนกันปี๊ยบ ไอ้ที่เจอมาไม่มีใครลองคลี่ดูเลย ที่จริงมันคลี่อกได้เป็นแผ่นเลย เจอมันหน้าฝนก้เลยบวมๆ คงมีคนไม่เก็บให้ดี พอมีฝนตกก็เลยนึกว่าตกมาพร้อมกับฝน" สัตวแพทย์กล่าว
อิอิ อดตื่นเต้นต่อเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 15 พ.ค. 2549 (08:56) ฮ่าๆๆๆ ตกลงเป็นแผ่นเจลลดไข้ของเด็ก -_-'
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 15 พ.ค. 2549 (09:04) ^
^
^
เมื่อเช้าก็ดู สรยุทธ เหมือนกัน
GFK
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2987 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 227 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 15 พ.ค. 2549 (12:18)
 เพิ่งดูข่าวมา เค้าบอกว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์กับกรมปศุสัตว์ผลตรวจออกมาตรงกันว่า เป็นแผ่นเจลลดไข้ชัวร์ แล้วไอ้ที่มันยืด-หดตัวได้อ่ะ ก็เพราะว่าเป็นหลักการขยายตัวของวัตถุซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการอมน้ำไว้ คาดว่าน่าจะตกจากเครื่องบินหรือไม่ก็เฮลิคอปเตอร์ หรือไม่ก็แผ่นเจลลดไข้ปลิวไปในช่วงที่ลมแรง แล้วไปตกอีกที่หนึ่งก็ได้ ว่าแต่ว่า...คราวนี้ถ้าใครได้คำใบ้หวยล่ะก็...บ่ต้องไป๋เชื่อเด้อ...................
|
|