คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
วิตามินดีใช้เป็นยาฆ่าแบคทีเรียได้
โพสต์เมื่อ: 11:25 วันที่ 14 พ.ค. 2549         ชมแล้ว: 46,939 ตอบแล้ว: 12
เราทราบว่าแสงอาทิตย์สามารถฆ่าเชื้อวัณโรคได้มามากกว่า 100 ปีแล้ว แต่เราเพิ่งจะเริ่มเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรก็ตอนนี้เอง

ในปี 1895 Niels Finsen ชาวเดนมาร์ก ค้นพบวิธีที่สามารถฆ่าเชื้อวัณโรคอย่างมีประสิทธิผล เขาให้คนไข้ที่ติดเชื้อวัณโรคที่ผิวหนัง (lupus vulgaris) โดนแสงที่มีความเข้มสูงจากหลอดไฟฟ้า การให้ส่วนของผิวหนังที่ติดเชื้อโดนแสงเข้มๆแบบนี้ทำให้ผิวไหม้ในระดับปานกลาง (moderate sunburn) ผิวหนังชั้นบนๆก็จะลอกออกไป เหลือไว้แต่ผิวชั้นล่างที่ไม่ติดเชื้อ วิธีการรักษาโดยใช้แสงนี้รักษาโรคได้ถึง 95% ของคนที่ติดเชื้อ

Finsen ได้รางวัลโนเบลในปี 1903 จากการค้นพบนี้ และปี 1905 Robert Koch ก็ได้รางวัลโนเบลจากการค้นพบเชื้อที่ก่อโรควัณโรค ต่อมาปี 1952 Selman และ Waksman จึงได้รางวัลโนเบลจากการค้นพบยา streptomycin ยาตัวแรกที่ใช้รักษาโรคนี้ได้ และตอนนี้มากกว่าศตวรรษถัดมา เราจึงเพิ่งเริ่มจะเข้าใจว่าแสงอาทิตย์ฆ่าเชื้อโรคได้อย่างไร

Dr. Liu ได้รายงานในวารสาร Science ว่าแสงอาทิตย์ทำเช่นนั้นได้ โดยมันไปเพิ่มการสร้างโปรตีนที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคผ่านการสร้างวิตามินดี
โดยปกติสิ่งมีชีวิตทั่วไปสามารถผลิตโปรตีนที่ฆ่าเชื้อโรค ทั้งไวรัส แบคทีเรีย รา โปรโตซัวได้อยู่แล้ว สำหรับมนุษย์ เราสร้างโปรตีนเหล่านี้ที่เซลล์ผิวหนัง และเซลล์เม็ดเลือดขาว โปรตีนบางตัวมีอยู่ตลอดเวลาในร่างกาย บางตัวถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นเท่านั้น เช่นเวลาที่เราได้รับบาดเจ็บ หรือมีแบคทีเรียเข้ามาในร่างกาย โปรตีนเหล่านี้ตัวที่มีการศึกษากันมากได้แก่ LL-37 หรือ cathelicidin
นอกจากฆ่าเชื้อโรคได้แล้ว LL-37 ยังมีฤทธิ์ช่วยให้แผลหายเร็วด้วย โดยกระตุ้นการสร้างเส้นเลือด ช่วยให้เซลล์ผิวหนังโตมาปิดแผลเร็วขึ้น และยังกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้มารวมพลที่แผลได้

ในการศึกษาล่าสุดพบว่า วิตามินดีควบคุมการสร้าง LL-37ได้ โดยมันเพิ่มระดับของ LL-37ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งและในเซลล์ผิวหนัง

ต่อมาก็มีคำถามว่า ทำไมร่างกายจะต้องมีกลไกให้สร้างโปรตีนที่ฆ่าเชื้อโรคได้เวลาที่โดนแสงแดด??
ในแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะในช่วงของ UVB สามารถทำให้ผิวไหม้ได้ โดยการทำลายไขมันและ DNA ของเซลล์ผิวหนัง ในขณะเดียวกันแสงอาทิตย์ยังกระตุ้นการสร้างโปรตีนที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันในผิวหนัง สองตัวคือ วิตามินดี และ alpha-MSH ซึ่งช่วยลดการอักเสบด้วยกลไกที่ต่างกัน
เชื่อว่าการที่แสง UVB กดภูมิคุ้มกันเป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยควบคุมการอักเสบให้ลดลง จากการที่แสง UVBมีผลทำลายผิวหนัง การลดการอักเสบก็คือช่วยลดอาการปวด บวม แดง ร้อน แต่ว่าผลข้างเคียงก็คือการกดภูมิคุ้มกันก็ทำให้เราติดเชื้อง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์นี้ที่ผิวหนังมีการถูกทำลาย ดังนั้นจึงต้องมีอีกกลไกมาช่วยให้ผิวหนังเราแข็งแรงขึ้น ซึ่งก็มาจากวิตามินดีนี่เอง วิตามินดีกระตุ้นการสร้าง LL-37

ในการทดลอง พบว่า LL-37 มีปริมาณมากใน vacuole ของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่กินแบคทีเรียเข้าไป และมันฆ่าเชื้อวัณโรคได้ และเซลล์จะฆ่าเชื้อได้ดีขึ้นถ้าได้รับวิตามินดี Dr. Liu สรุปว่าแสงอาทิตย์กระตุ้นการสร้างวิตามินดี ซึ่งวิตามินดีก็ไปเพิ่มความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาวโดยผ่าน LL-37นี้

การค้นพบนี้อาจช่วยอธิบายว่าทำไมคนผิวดำจึงมีการติดเชื้อวัณโรคมากกว่า
การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าคนผิวดำมีระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าคนผิวขาว ซึ่งก็เป็นเพราะพวกเขาโดนแสงUV น้อยกว่าจากการที่มีเมลานินมากกว่า นอกจากนี้ Dr. Liu ยังพบว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เลี้ยงด้วยน้ำเลือดของคนผิวขาวมีระดับ cathelicidin มากกว่าเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เลี้ยงด้วยน้ำเลือดของคนผิวดำถึงสองเท่า และถ้าเติมวิตามินดีลงไปก็จะทำให้ระดับ catehlicidin เพิ่มมาเท่ากันได้ ซึ่งนี่ชี้ให้เห็นว่าถ้าเราให้วิตามินดีแก่คนผิวดำเพิ่มขึ้นก็อาจจะช่วยให้คนผิวดำฆ่าเชื้อวัณโรคได้ดีขึ้น

คำถามต่อมาก็คือ แล้วระดับของแสงอาทิตย์และวิตามินดีที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไรกันแน่???
เราควรจะปรับระดับความต้องการวิตามินตามสีผิวด้วยหรือเปล่า?
ปัจจุบัน ระดับของวิตามินดีที่แนะนำให้กินนั้น เป็นระดับที่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงเท่านั้น แต่การศึกษาถึงผลของวิตามินดีกับภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้นชี้ว่า เราอาจต้องการวิตามินดีเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีข้อสรุป แต่ในอนาคตเราอาจจะมียาต้านเชื้อโรคราคาถูกได้ เพราะมันเป็นยาที่กระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างโปรตีนที่ฆ่าเชื้อขึ้นมาเอง

ข้อมูลจาก
-Fighting infections with vitamin D. Nature Medicine. 2006;12(4):388-390
-Toll-Like Receptor Triggering of a Vitamin D-Mediated Human Antimicrobial Response. Liu PT, et al. Science. 2006;

สรุปว่า วิตามินดี มีฤทธิ์ทั้งกดและเพิ่มภูมิคุ้มกัน
ฤทธิ์ที่กดภูมิคุ้มกันก็เป็นในแง่ที่ลดการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน
ฤทธิ์ที่เพิ่มภูมิคุ้มกันก็คือไปเพิ่ม LL-37 ทำให้เซลล์ฆ่าเชื้อได้ดีขึ้น

ณัฏฐิณี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 131 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 164 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 10 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 พ.ค. 2549 (11:39)
33442 จากภาพ
แสงอาทิตย์กระตุ้น
1) การสร้างวิตามินดีใน active form (1,25-D3) ในเซลล์ผิวหนัง และ
2) กระต้นการสร้างตัวรับของวิตามินดี (VDR)
ต่อมาเมื่อวิตามินดีจับกับตัวรับก็จะไปกระตุ้นยีนของ LL-37
ในเซลล์เม็ดเลือดขาว เมื่อมีเชื้อโรคมาจับกับตัวรับที่ผิว ก็จะมีการกระตุ้นเหมือนกันคือ เปลี่ยนวิตามินดีเป็น active form และเพิ่มจำนวนตัวรับ VDR
LL-37 ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น

ณัฏฐิณี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 131 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 164 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 พ.ค. 2549 (11:42)
33443
ภาพคนเป็น lupus vulgaris

ข้อมูลเพิ่มเติม
-Vitamin D: its role and uses in immunology. The FASEB Journal. 2001;15:2579-2585
http://www.fasebj.org/cgi/content/full/15/14/2579#B31
-บทบาทของวิตามินดีทั้งในแง่การควบคุมสมดุลแคลเซียม และบทบาทใหม่ๆเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
http://www.beyonddiscovery.org/content/view.txt.asp?a=414
-phototherapy and lupus vulgaris
http://www.chemsoc.org/chembytes/ezine/2000/butler_dec00.htm
-The Nobel Prize in Physiology or Medicine 1903
http://nobelprize.org/medicine/laureates/1903/press.html

ณัฏฐิณี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 131 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 164 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 พ.ค. 2549 (16:21)
ถ้ารู้อย่างนี้เเล้ว ผู้ป่วยสามารถบริโภควิตามินDเข้าไปเเทนการอาบแดดได้ป่ะคับ
pakapreud เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 20 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 พ.ค. 2549 (16:25)
lupus vulgaris คืออะไรหรอครับ
ตากแดดมากไปป่าว


หรือ มันคือ ??? ...
Archa (IP:221.128.89.87,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 17 พ.ค. 2549 (21:34)
คือไอที่เขาบอกว่า ที่ไปตากแดดให้ผิวลอกออกอ่า = =" มานแร้วแต่สถาพผิวน้า ผิวที่แพ้ง่าย ถึงง่ายมากเวลาออกแดดนานๆ หรือแปปเดียว <แบบเรา> มันก็จะเริ่มเป็นสีแดงๆ แต่ถ้าออกแดดมากๆ ตอนนั้นเราเคยไปเล่นน้ามทั้งวานอ่า วันต่อมาหนังมานก็ลอกอ่า คือถ้าผิวไม่ได้แพ้ง่าย % ที่ผิวจะลอกมานก็มีน้อยไปด้วยอ่า ส่วน Lupus Vulgaris เราก็ไม่รู้เหมือนกานว่าเกิดขึ้นจากอาราย คายรุบอกที ><
Bankkysang เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 79 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 18 พ.ค. 2549 (09:30)
lupus vulgaris เป็นการแสดงออกของการติดเชื้อวัณโรค (TB) ที่ผิวหนัง ปกติวัณโรคจะมีอาการและรอยโรคที่ปอดมากที่สุด แต่ในคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เด็ก ผู้สูงอายุ ก็จะมีโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายไปอวัยวะต่างๆได้ทุกที่มากหน่อย

ผิวหนังเป็นที่หนึ่งที่เชื้อมาได้ ซึ่งปกติพบได้น้อยมาก TB ที่ผิวหนังเองก็มีได้หลายแบบมาได้หลายทาง ซึ่ง lupus vulgaris ก็เป็นแบบหนึ่ง โดยเชื้อผ่านมาทางเลือด น้ำเหลือง หรือจากอวัยวะข้างใต้มีเชื้อกระจายมาโดยตรง
การแสดงออกของ lupus vulgaris เองก็มีความมหลากหลายได้
แต่มักจะเป็นที่ศีรษะและคอ พบใน ญ มากกว่า ช

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่
http://dermis.multimedica.de/dermisroot/en/10260/diagnose.htm
ณัฏฐิณี (IP:202.28.180.201,10.7.55.93,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 18 พ.ค. 2549 (10:00)
เราสามารถบริโภควิตามินดี แทนการอาบแดดได้ แต่ การบริโภคมากเกินไปก็มีผลเสียต่อกระดูกได้ เพราะมันมีฤทธิ์ดึงแคลเซียมออกจากกระดูก

บทความนี้เน้นถึง local effect ของวิตามินดี ถ้าเรากินก็จะมีผลไปทั่วร่างกาย โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้าจะไม่ให้มีผลกระทบต่อ calcium&bone metabolism/balance คงต้องหาทางให้วิตามินดีออกฤทธิ์เฉพาะที่ที่เราต้องการเท่านั้น
ณัฏฐิณี (IP:202.28.180.201,10.7.55.93,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 19 พ.ค. 2549 (17:49)
Hi, I'd appreciate your help with a translation, if you could. I know someone who has the following disease, but can't give me the English translation of its name.

Can you please tell me what มีเชลเม็ดเลือดมากเกินไป is? (I hope I spelled it correctly).

Thanks a lot for your help.
tappian@yahoo.com (IP:125.24.77.221,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 พ.ค. 2549 (08:12)
เม็ดเลือดแดงมากเกิน = polycythemia or erythrocytosis
เม็ดเลือดขาวมาก = leukocytosis
เกล็ดเลือดมาก = thrombocytosis
ถ้าตรงข้ามก็ anemia
leukocytopenia
thrombocytopenia
nattinee (IP:202.28.181.7,10.90.4.24,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 28 พ.ค. 2550 (20:42)
ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทำให้หนูหางานเจอ5555555555555555555555555555+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ดีดี (IP:203.114.102.20)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.