มารู้จักเรือพระราชพิธีกันเถอะ โพสต์เมื่อ:
22:08 วันที่ 24 พ.ค. 2549 ชมแล้ว:
17,230 ตอบแล้ว:
222
 เรือพระที่นั่งนารยณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่๙ เป็นการสร้างเรือพระที่นั่งลำใหม่แทนเรือพระที่นั่งลำเดิม เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเนื่องในวโรกาศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เรือพระที่นั่งนารยณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙ นับเป็นเรือพระราชพิธีลำแรกที่สร้างในรัชกาลปัจจุบัน มีฐานะเป็นเรือพระที่นั่งรอง มีขนาดตัวเรือกว้าง ๓.๒๐ เมตร ยาว ๔๔.๓๐ เมตร กินน้ำลึก ๑.๑๐ เมตร น้ำหนัก ๒๐ ตัน
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 9 มิ.ย. 2549 (19:43)
 ยังปรากฏหลักฐานที่คิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับผู่ที่สนใจ
เรื่องเรือหลวงสมัยอยุธยาอิกหลายชิ้น ซึ่งได้นำมาฝากไว้
ภาพนี้เป็นจิตรกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย จากวัดเกาะเพชรบุรี
จะเห็นภาพเอกดขนกของชนชั้นสูงในประทุนเรือ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 9 มิ.ย. 2549 (19:45)
 ภาพนี้เป็นภาพประทุนเรือของชนชั้นสูงสมัยอยุธยา
ซึ่งคาดว่าจะเป็นหลังสุดท้ายในปัจจุบัน ถ้าสังเกตุ
จะเห็นว่าเหมือนกับภาพในจิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะมาก
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 9 มิ.ย. 2549 (19:48)
 ภาพเรือ ประติมากรรมปูนปั่นนูนต่ำ ที่ห้องด้านหลัง
พระอุโบสถวัดไผ่ล้อม เพชรบุรี อาจจะมีโขนเรือรูปสัตว์
แต่ชำรุดไปหมดแล้ว
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 9 มิ.ย. 2549 (19:57)
 โขนเรือรูปครุฑหรือสุบรรณ สมัยอยุธยา
สกุลช่างปราสาททอง พบที่ริมตลิ่งวัดเชิงท่า
วัดนี้อยู่ติดกับอู่เรือหลวงเก่าครั้งกรุงศรีอยุธยา
จึงได้ชื่อว่าวัดเชิงท่า ปัจจุบันจัดแสดงอยูที่
พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา อยุธยา
อีกเช่นเคย ลองเทียบเคียงรูปแบบทางศิลปกรรม
กับพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบปราสาททองดู
ที่ด้านหลังของมงกุฎ บริเวณที่เรียกว่าผ้าโพก
จะมีลักษณะเป็นเกร็ดเรียงซ้อนกันเหมือนกับ
พระพุทธแบบปราสาททองไม่มีผิดเพี้ยน
รูปแบบโดยรวม จะสังเกตุว่าได้รับอิทธิพล
ทางศิลปกรรมจากรูปครุฑของเขมรสูงมาก
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 9 มิ.ย. 2549 (20:04)
 ภาพนี้เป็นภาพที่มีคุณค่า และอาจจะไม่ได้พบเห็นกันได้ทั่วไป
เพราะเป็นภาพแอบถ่าย ถ้าท่านเว็บมาสเตอร์เห็นว่าไม่สมควร
ขอให้ลบออก เพราะเป็นสมบัติส่วนบุคคล อยู่ในร้านขายของเก่า
เจ้าของร้านหวงมาก ไม่รู้จะติดคุกหรือเปล่าที่แอบถ่ายมา
เป็นภาพโขนเรือรูปกระบี่ หรือ ลิง สมัยอยุธยา
คงเป็นโขนเรือของเรือที่สำคัญลำนึงในกระบวนเรือพระราชพิธี
สมัยอยุธยา ซึ่งเราไม่เคยพบว่าปรากฏที่พิพิธภัณฑ์ไหน
ในประเทศไทย คิดว่ามีประโยชน์มาก จึงนำมาฝาก
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 9 มิ.ย. 2549 (20:07)
 รูปธรรมมาสน์ทรงปราสาท หรือ ทรงบุษบก
อยู่ในศาลาการเปรียญสมัยอยุธยา
ที่วัดใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี
เป็นศิลปกรรมแบบปราสาททองอีกเช่นเคย
คาดว่าเดิมน่าจะเป็นบุษบกทอดในเรือพระราชพิธี
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 9 มิ.ย. 2549 (20:31) วันนี้กะว่าจะไปเก็บภาพเรือพระราชพิธีที่วัดอรุณฯไปถึงประมาณเที่ยงกว่าๆ สิ่งที่ไปเจอคือเก้าอี้วางอยู่ที่ขอบปูนที่ยกสูงริมแม่น้ำเรียงรายเต็มไปหมดพอสอบถามก็ได้ความว่าเขาจองตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ แต่ฟังเขาเล่าไปเรื่อยๆพบว่ามันไม่ได้เป็นการจองธรรมดา มันต้องเสียเงินแลกกับการได้นั่งเก้าอี้พลาสติกที่อยู่ริมน้ำที่ยกสูงขึ้นมา(แค่นี้ก็ทำให้คนที่มาทีหลังไม่สามารถชมกระบวนเรือได้แล้ว)เป็นจำนวนเงินค่านั่ง เก้าอี้ละ800บาท(จะตักตวงกันไปถึงไหน)และคนที่ไม่ได้จองก็ไม่สามารถเข้าได้เนื่องจากนำรั้วเหล็กมากั้นและก็มีอีกชุดหนึ่งมีหน่วยงานหนึ่งมาจอง(ที่วัดอรุณฯเช่นกันริมน้ำอีกแล้ว)มีตำรวจคอยมากันไม่ให้คนอื่นเข้า(แต่ใจจริงคุณตำรวจเห็นใจพวกที่มาก่อนมากๆ "แต่เขามอบหมายให้ ผมก็ต้องทำตามหน้าที่"คนที่มาจากที่ไกลๆก็ไม่ทราบ มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งมาจากปักษ์ใต้พร้อมด้วยลูกสาวต้องยอมกลับบ้านทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูอะไรขอเน้นว่ามันมองไม่เห็นจริงๆ ตัวเราก็จำใจต้องกลับเช่นกันก็มันมองไม่เห็นจริงๆไม่รู้จะนั่งทนร้อนไปทำไม แต่ที่ตัดสินใจให้กลับเร็วขึ้นเนื่องจากพระในวัดเริ่มมีปากเสียงกันเล็กๆ ก็ไอ้เรื่องค่าจอง800นั่นแหละ
( พระรูปแรก )ถือโทรโข่งมาประกาศว่าที่นี่ไม่มีการเก็บเงิน ใครเก็บเงินขอให้บอก"
(พระรูปที่สอง )ก็บอกว่า ตรงนี้ไม่ได้เก็บเงิน
(พระรูปแรก )จะไม่ได้เก็บได้ยังไงก็มีคนมาบอก
(เด็กวัด ) ไม่ได้เก็บซะหน่อยไหนใครบอกหลวงพี่ ใครบอก
( พระรูปที่สอง )ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ก็ไปเลยไป(เสียงใส่อารมณ์ แต่ที่เห็นคือกำลังให้เด็กวัดติดสติ๊กเกอร์จองความเป็นเจ้าของเก้าอี้นั้นอยู่ เห็นนะไม่ได้โม้)
(ผู้เขียนและน้อง) กลับบ้านดีกว่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 9 มิ.ย. 2549 (20:32)
 ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เรื่องสุดท้ายที่อยากจะยกมาฝาก
ด้วยมูลเหตุแห่งการเสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเล
ของพระเจ้าอยู่หัวสมัยอยุธยา และเป็นเส้นทางเสด็จ
ของสมเด็จพระเจ้าเสือ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
คือ ตำหนักทอง วัดไทร ตั้งอยู่ที่ริมคลองสนามไชย
บางขุนเทียน กรุงเทพฯ
ตำหนักทองหลังนี้เป็นอาคารไม้สมัยอยุธยา ซึ่งหลงเหลืออยู่
จำนวนน้อยมากในปัจจุบัน เขียนลายทองเทคนิคลายรดน้ำ
ทั้งหลัง หลังคาประดับช่อฟ้ารูปครุฑและหางหงส์ปูนปั้น
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเสือ หรือ ช่วงอยุธยา
ตอนปลาย โดยจะสร้างไว้เป็นจุดๆ ตลอดระยะทางเสด็จ
ใช้สำหรับประทับพักผ่อนหรือค้างแรมในคราวเสด็จ
เมื่อก่อนมีศาลาการเปรียญหลังใหญ่สร้างสมัยอยุธยา
เช่นเดียวกัน แต่ทางวัดรื้อทิ้งไปแล้ว เหลือแต่ธรรมมาสน์
เทสน์สมัยอยุธยา สวยมากๆ ถ้ามีโอกาส ลองแวะไปชมกันครับ
อยู่ไม่ไกลในกรุงเทพฯ นี่เอง
บริเวณใกล้ๆ กัน มีวัดสิงห์ พระอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยา
มีหน้าบันปูนปั้นลวดลาย อิทธิพลฝรั่งตะวันตก
มีทวยค้ำยันหลังคาไม้แกะ ไม่บอกว่าสวยหรือเปล่า
คนที่ชอบงานสถาปัตยกรรมลองแวะไปชมกันดูครับ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 9 มิ.ย. 2549 (20:35)
 ภายในตำหนักทอง รูปสุดท้ายครับ
ผมว่าทางราชการน่าจะย้ายมาเก็บรักษาไว้
ดีกว่าปล่อยให้หมาขึ้นไปนอนหรือถ่ายสิ่งปฎิกูล
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 9 มิ.ย. 2549 (20:41)
 ขณะเดินออกมาจากวัดอรุณฯ เป็นภาพการรอคอยดูเรือสำหรับผู้ที่มาทีหลัง (รอคอยต่อไปเหอะไม่เห็นแน่ๆ อภิสิทธิ์ชนเขานั่งชูคอกันอยู่เต็มไปหมด)ขนาดเราก็มาไม่ช้านะยังไม่มีที่ให้ดูเลย
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 9 มิ.ย. 2549 (20:53) ลืมบอกค่ะคำว่า"พยุหยาตราชลมารค"จะใช้คำนี้ในกรณีที่พระมหากษัตริย์เสด็จประทับร่วมอยู่ในกระบวนเรือด้วยค่ะ แต่ในกรณีของเอเปคและงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้พระมหากษัตริย์ไม่ได้เข้าร่วมประทับในกระบวนด้วย จึงเรียกแค่ว่า กระบวนเรือพระราชพิธีค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 9 มิ.ย. 2549 (22:08) ผมจะขออนุญาตทราบได้ไหมครับ คุณโพธิ์ประทับช้าง ว่าประทุน (เรียกว่ากัญญาได้ไหม?)เรือนั้นท่านได้แต่ใดมา?
ผมนึกว่าราวบันไดที่พระพุทธบาทจะโดนพวกจีนปล้นไปหมดแล้วเสียอีก ส่วนตัวก็ยังไม่เคยขึ้นพระบาทสักครั้งเลยครับ
สุบรรณโขนเรือเคยได้ไปชม ช่างเหมือนพระทรงเครื่องของสกุลช่างปราสาททองจริงๆครับ ผอมเรียวกว่าสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ท่าทาง คิดว่าคงประดิษฐ์เองในอยุธยา เพราะสุบรรณเขมรตอนปลายนิยมยกแขนขึ้นสองข้าง มือสองข้างที่ทำกฎกมุทรานั้นคงไว้เพื่อสอดธง แบบเรือรูปสัตว์ในปัจจุบันหรือเปล่าครับ?
ถามคุณโพธิ์อีกอย่างหนึ่ง ตำหนักทองนี้มีช่อฟ้าเป็นนกเจ่าและป้านลมก็มิได้ทำเป็นเครื่องลำยองนาคสะดุ้ง เครื่องบนนั้นเป็นของเดิมหรือเปล่าครับ หรือว่าเปลี่ยนใหม่ สังเกตดูยังมีกระจังฐานพระอยู่ แล้วพระตำหนักนี้ขนาดสามห้องแล้วมีพาไลหนึ่งหรือเปล่าครับ ผมเคยคิดว่าเรือนหลวงควรจะมีห้าห้องขึ้นไปเสียอีก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 10 มิ.ย. 2549 (03:01)
สวัสดีครับคุณ ornyupa และ คุณกุรุกุลา
ขอตอบเป็นข้อๆ เลยเน้อ
1. ผมจะขออนุญาตทราบได้ไหมครับ คุณโพธิ์ประทับช้าง ว่าประทุน
(เรียกว่ากัญญาได้ไหม?)
ตอบ ผมขออนุญาตอธิบายคุณกุรุกุลาว่า คำว่ากัญญานั้น ใช้สำหรับ
เรือของหลวง คนธรรมดาสามัญทั่วไปไม่มีสิทธิ์ใช้ สำหรับกัญญาเรือนั้น
ก็มีหลายระดับ สังเกตุได้จากการดาดหลังคาของเรือลำนั้นๆ ชั้นสูงต่ำ
เพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับบรรดาศักดิ์ของผู้นั่งในเรือลำนั้น เราสามารถสังเกตุ
ได้จาก การตกแต่งประดับประดา, ลวดลาย, วัสดุ รวมถึงสีที่ใช้ดาดหลังคา
ของเรือลำนั้นๆ ไม่พบว่าประชาชนทั่วไปจะใช้กัญญาประดับเรือ ถ้าใช้
จะเรียกว่าเก๋ง หรือ ประทุนแทน แต่ในสมัยอยุธยาผู้ที่ได้รับพระราชทาน
จากพระมหากษัตริย์และเจ้านายเป็นกรณีพิเศษอาจใช้กัญญาเรือได้
เฉกเช่นเดียวกับยานมาศ, วอ, เสลี่ยง, กูบ และ อังลึงค์หรือเปลคานหาม
ที่คนทั่วไปก็มีสิทธิ์ใช้ได้ โดยนั่งหรือนอนเอกเขนกสัญจรไปมาอย่างขวักไขว่
ตามแต่บารมีและยศฐาบรรดาศักดิ์ของแต่ละคน สำหรับประทุนเรือหลังนี้
ฐาน เสา และ โครง ทำจากไม้ แกะสลักประกอบฐานสิงห์ ชั้นร่องถุนทึบแกะ
เป็นรูปตาบ ฐานหน้ากระดานแกะเป็นลายลูกฟักก้ามปู หลังคาจักสาน
ดัดจับเข้ากับโครงหลังคาให้แอ่นโค้งตามแบบนิยมอยุธยา ทาสีแดงทั้งหลัง
พนักด้านนอกปิดทองลายฉลุรูปตาบ ราวผนักปิดทอง ปลวกกิน
ไปเยอะเลย
2. เรือนั้นท่านได้แต่ใดมา?
ตอบ สำหรับที่มาของโขนเรือรูปกระบี่นั้น ถ่ายมาจากร้านขายของเก่า
ร้านหนึ่ง ถ้าท่านเจ้าของร้านมาพบเข้าต้องขออภัยด้วยที่แอบถ่าย
ผมไม่มีเจตนาร้าย คงจะกลัวกรมศิลปากรไปยึด
3. ผมนึกว่าราวบันไดที่พระพุทธบาทจะโดนพวกจีนปล้นไปหมดแล้วเสียอีก
ส่วนตัวก็ยังไม่เคยขึ้นพระบาทสักครั้งเลยครับ
ตอบ ผมก็ไม่รู้ว่ารอดมาได้ยังไง อีกด้านก็มีราวบันไดพญานาคเหมือนกัน
แต่เป็นอีกแบบ สันนิษฐานว่าสร้างในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวทรงธรรม
คนสมัยอยุธยาเชื่อกันว่าต้องไปกราบนมัสการพระพุทธบาทให้ได้
สักครั้งในชีวิต โอกาสเหมาะสม ผมจะมาเล่าเรื่องพุทธบาทให้ฟังกันใหม่
4. สุบรรณโขนเรือเคยได้ไปชม ช่างเหมือนพระทรงเครื่องของสกุลช่าง
ปราสาททองจริงๆครับ ผอมเรียวกว่าสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ท่าทาง
คิดว่าคงประดิษฐ์เองในอยุธยา เพราะสุบรรณเขมรตอนปลายนิยมยกแขน
ขึ้นสองข้าง มือสองข้างที่ทำกฎกมุทรานั้นคงไว้เพื่อสอดธง แบบเรือรูปสัตว์
ในปัจจุบันหรือเปล่าครับ?
ตอบ สำหรับโขนเรือรูปครุฑที่เจ้าสามพระยานั้น มือทำท่าเหมือนเทวรูป
สุโขทัย ที่ย้ายมาจากหอเทวาลัยเกษตรพิมาน ไม่แน่ใจว่ายุดนาคหรือเปล่า
อาจจะหลุดหายไปแล้ว แต่คงไม่ได้ถืออะไรเหมือนในปัจจุบัน ไปเจ้าสามพระยา
อีกครั้งคงได้คำตอบครับ
5. ถามคุณโพธิ์อีกอย่างหนึ่ง ตำหนักทองนี้มีช่อฟ้าเป็นนกเจ่าและป้านลม
ก็มิได้ทำเป็นเครื่องลำยองนาคสะดุ้ง เครื่องบนนั้นเป็นของเดิมหรือเปล่าครับ
หรือว่าเปลี่ยนใหม่ สังเกตดูยังมีกระจังฐานพระอยู่
ตอบ ผมเข้าใจว่า คงจะมีเค้าของเดิม ช่อฟ้าคาดว่าจะไม่ใช่นกเจ่าแต่เป็นครุฑยืน
ส่วนเป็นนาคน่าจะเป็นนาคลำยอง คือสะดุ้งไม่เรียบอย่างนาคสำรวย
จะสอดคล้องกับครุฑมากกว่า รูปปั้นครุฑยืนแยกขาแบบนี้ ผมเคยเห็นที่
หอระฆังวัดพญาทำ ธนบุรี แต่จากรูปถ่ายเครื่องบนหลังคาถูกบูรณะ ขาของครุฑ
หายไป สภาพปัจจุบันปรากฏเป็นนาคสำรวย เป็นนาคแบบสกุลวังหน้า ถ้าเป็นสกุล
วังหน้า ช่อฟ้าก็น่าจะเป็นนกทัณฑิมามากกว่านกเจ่าครับ เครื่องบนหลังคา
ซ่อม ไม่มีใบระกา หางหงส์เป็นเศียรนาค กระเบื้องเกร็ดเต่ามุงใหม่แต่นานแล้ว
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 10 มิ.ย. 2549 (03:03)
 รูปครุฑพนม มือหายไปแล้ว
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 10 มิ.ย. 2549 (03:10)
7. แล้วพระตำหนักนี้ขนาดสามห้องแล้วมีพาไลหนึ่งหรือเปล่าครับ
ตอบ มีความยาว ๓ ห้อง หรือช่วง ๓ เสา ด้านในโชว์โครงสร้าง
ของหลังคา ไม่บุเพดานปิดทึบ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเรือน
สมัยอยุธยา ตำหนักนี้ไม่มีพาไล ชายคาสั้นมาก ไม่ปรากฏร่อง
รอยของค้ำยัน ด้านนอกปรากฏลายทองรดน้ำทั้งหลัง เลือนไป
เกือบหมดแล้ว ส่วนสีก็สามารถแบ่งฐานะของเรือนและเจ้าของ
เรือนได้ เช่น ทองก็ของกษัตริย์ เขียว-แดง ก็ของเจ้านาย ลด
หลั่นกันลงมาตามฐานะ ด้วยเหตุที่ยกมา เรือนหลังนี้จึงเป็นเรือน
ของพระมหากษัตริย์ครับ
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 10 มิ.ย. 2549 (03:19) 8. ผมเคยคิดว่าเรือนหลวงควรจะมีห้าห้องขึ้นไปเสียอีก
ตอบ อยู่ที่ความเหมาะสม แล้วแต่ประโยชน์ใช้สอย
คงต้องช่วยกันค้นต่อไปครับ
สุนทรภู่ลอยเรือผ่านวัดไทร
ได้บันทึกไว้ในนิราศเมืองเพชรว่า
" ถึงคลองขวางบางระแนะแวะข้างขวา
ใครหนอมาแนะแหนกันแต่หลัง
ทุกวันนี้วิตกเพียงอกพัง
แนะให้มั่งแล้วก็เห็นจะเป็นการ
ถึงวัดไทรไทรใหญ่ใบชอุ่ม
เป็นเชิงซุ้มสาขาพฤกษาศาล
ขอเดชะพระไทรซึ่งชัยชาญ
ช่วยอุ้มฉานไปเช้นพระอนิรุท "
แล้วพบกันใหม่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 10 มิ.ย. 2549 (19:05) ขอแก้คำผิดในความเห็นที่92ค่ะจากคำว่า "กระบวนเรือพระราชพิธี" เป็นคำว่า "ขบวนเรือพระราชพิธี"ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 10 มิ.ย. 2549 (19:09) ขอบคุณ คุณโพธิ์ประทับช้างมากเลยค่ะที่หาข้อมูลที่น่าสนใจและรูปหายากมาฝากค่ะ โดยเฉพาะรูปที่คุณแอบถ่ายมา ดูมีคุณค่ามาก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 12 มิ.ย. 2549 (23:39)
มาแล้วค่ะรูปขบวนเรือพระราชพิธีในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ ในรูปคือเรือทองขวานฟ้า ซึ่งจะคู่กับเรือทองบ้าบิ่น ทั้งสองลำเป็นเรือประตูหน้า ทำหน้าที่เป็นเรือนำริ้วกระบวน
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 12 มิ.ย. 2549 (23:40)
นี่คือรูปเรือทองบ้าบิ่นค่ะ
|
|