เครื่องยนต์ 2 จังหวะกับ 4จังหวะ

เครื่องยนต์ 2 จังหวะกับ 4จังหวะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

แล้ว ก๊าช ngv ใช้กับเครืองยนต์ 2 ใช้ใด้ไหมนาครับ

แล้วเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ดีเชลมีไหมครับ


ความคิดเห็นที่ 60


15 ก.ค. 2557 22:55
  1. ชอบและชอบซ้อบรถ

ความคิดเห็นที่ 59

31 พ.ค. 2557 11:05
  1. อุปกรณ์พิเศษถอดเครื่องยนต์ 4จังหวะและ 2 จังหวะ

ความคิดเห็นที่ 58

1 พ.ย. 2554 14:16
  1. หนึ่งจังหวะ มีมั๊ย อิอิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 57

25 พ.ค. 2554 18:39
  1. จากความคิด...ที่10ขาดไปหนึ่งจังหวะมิใช่หรือ จัวหวะที่5 คือ over langing เป็นจังหวะที่คอเหวี่ยงหมุน1รอบและในขนะที่หมุนนั้นวาล์ว ทั้งไอดีและไอเสียจะเปิดเพื่อเอาแก๊ซเข้ามาทางวาล์วไอดีไล่ก๊าสพิษออกทาง วาล์วไอเสีย ....มิ ใช่ หรือ ครับ........

ความคิดเห็นที่ 56

31 มี.ค. 2554 21:33
  1. 2จังหวะ ที่เค้าบอกว่าแรงบิดน้อยกว่าสี่จังหวะนั้นไม่จริง ก้อแค่แรงบิดของสองจังหวะจะน้อยกว่าในรอบตันเท่านั้น พอรอบเครื่องเกิน8000ขึ้นไปทั้งแรงม้า และแรงบิดพุ่งกระฉูดเลยทีเดียว ที่แรงบิดรอบต้นน้อยเพราะเครื่องยนต์สองจังหวะมีกำลังอัดน้อยกว่าสี่จังหวะมาก ให้เที่ยบคือ cbr 150 กำลังอัด 12-1 nsr 1510 กำลังอัด 7-1 (จำข้อมูลไม่ได้แต่คงอยู่ประมาณนี้) ซึ่งถ้าใครเคยเห็นพวกรถสองจังหวะ150cc กับพวกพีโน่ออกตัวแข่งกัน ฟีโน่กินขาดเห็นๆในความเร็ว0-80 หลังจาก80นั้นก้อดมควัน สูตรคำณวรccครับ ขนาดลูกสูบ คูณ ขนาดลูกสูบ คูณ ระยะชัก คูณ 0.7854 หาร1000 ครับ ถ้าเป็นรถ4สูบก้อเอาผลที่ได้ คูณ 4 ตามนั้น ตัวอย่าง nova dash ขนาดลูก 55 mm ระยะชัก 52 mm 55 คูณ 55 เท่ากับ 3025 คูณ 52 เท่ากับ 157300 คูณ 0.7854 เท่ากับ 123543.42 หาร 1000 เท่ากับ 123.5 cc ครับ

ความคิดเห็นที่ 55

4 มี.ค. 2554 16:39
  1. ขอสูตรคํานวนซีซีหน่อยคับ

ความคิดเห็นที่ 54

17 ส.ค. 2553 09:36
  1. การทำงานของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์แก๊สโซลีนและเครื่องยนต์ดีเซลแบบเครื่องยนต์ 4 จังหวะและเครื่องยนต์ 2 จังหวะทั้ง 2 ชนิดก็มีข้อดีแตกต่างกันไป ข้อดีของเครื่องยนต์ 4 จังหวะคือ ประหยัดน้ำมันและไม่ต้องคอยดูแลเรื่องน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ (น้ำมัน 2 T) ส่วนข้อดีของเครื่องยนต์ 2 จังหวะคือ บำรุงรักษาง่ายและประหยัดค่าบำรุงรักษา ให้กำลังงานมากกว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะต่อรอบการทำงาน เมื่อมีความจุกระบอกสูบที่เท่ากัน ข้อดีของเครื่องยนต์แก๊สโซลีนเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลคือ มีน้ำหนักเบา ราคาเครื่องถูก เสียงดังที่เกิดจากการทำงานน้อยและมีควันดำน้อย ส่วนข้อดีของเครื่องยนต์ดีเซลเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แก๊สโซลีน คือ ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่า มีความปลอดภัยสูงกว่าเนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลมีจุดวาบไฟสูง มีความเชื่อถือได้ดีกว่าเนื่องจากใช้หัวฉีดซึ่งทำงานได้แน่นอนกว่าหัวเทียน

ความคิดเห็นที่ 53

13 ส.ค. 2553 15:23
  1. ต้องลองไปถามตัวเองก่อนว่าทำไมมอร์เตอร์ไซด์ชิงแช่มโลก 500cc 2 จังหว่ะยกเลิกมาใช้ 900cc 4 จังหว่ะแทน 250cc 2 จังหว่ะยกเลิกมาใช้ 500cc 4 จังหว่ะแทน 120cc 2 จังหว่ะยกเลิกมาใช้ 250cc 4 จังหว่ะแทน ความเร็วมันไม่ได้เพิ่มขึ้นไปหรอกเพียงแต่เขายกเลิกการผลิต 2 จังหว่ะเนื่องจากมลพิษเยอะ แล้วเอา 4 จังหว่ะเข้ามาแทนแต่การที่จะแทนได้ศักยภาพของเครื่องยนต์ต้องเท่าเดิมก็เลยเป็นที่มาต้องเพิ่ม cc ฝรั่งเขาคิดมามากกว่าเราเยอะ เรามัวแต่จำมาทั้งนั้นแหล่ะ หรือยึดติดกับความคิดเดิมๆ อีกอย่างการแข่งขันเขาไม่ได้เอาความเร็วสูงสุดที่รถทำได้มาแข่งกัน เขาเอาอัตตราเร่งที่สามารถอัดให้ขึ้นเร็วได้ไวที่สุดเพื่อจะทำเวลาให้น้อยที่สุดและสามรถแชงคนอื่นๆ เนื่องจากโค้งเยอะ ทางตรงไม่เยอะ 500cc ม้าตั้ง 170+ ขนาดนั้นทดสเตอร์ให้วิ่ง 300-400 ยังได้เลย ถ้าเรายังมีความคิดว่ารถ 4 จังหว่ะมีแรงบิดเยอะหรือแรงต้นเยอะมันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่ม cc อีกอย่างพวกท่านๆว่า แต่เขาเพิ่ม cc เพราะอะไรหรือ แล้วที่ดูตอนแข่งก็ไม่ได้เร็วหรือแรงไปกว่า 500cc เดิมจะอึดกว่าด้วยช้ำเพราะน้ำหนักตัวรถเพิ่มทำให้คนขับไม่คร่องตัวเหมือน 500cc เดิมที่เบากว่ามาก ผมว่าตำราที่เราใช้เก่าไปแล้วล่ะ อันนี้เรายังไม่รู้ระบบเครื่องยนต์ 2 จังหว่ะแบบจุดระเบิดแบบบิ๊กแบงอีกนะ ปัจจุบันผมยอมรับว่าระบบ 4 จังหว่ะดีขึ้นเพราะมีหัวฉีดเข้ามาช่วย แต่ก็ยังแรงไม่พอถ้าไปจ่ายตลาดพอได้ออกตัวอึดไป 2 จังหว่ะไวกว่าเยอะ(แข่งรถทางตรงในไทยยังใช้รถ 2จังหว่ะอยู่แม้ว่าเลิกผลิตไปแล้วดูหนังสือแต่งรถก็ได้) แต่เอามาวิ่งไกลๆต้องเพิ่มสูบหรือ cc ให้เยอะกว่านี้ ขอตอบคนที่สงสัยเรื่องจุดระเบิด ในรอบการทำงานเท่ากัน ของรอบเฟืองเกียร์ 4 จังหว่ะดูดอัดระเบิดคลายจะทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุน 2 รอบต่การจุดระเบิดของลูกสูบ 1 ครั้ง คือลูกสูบขึ้นครั้งแรกเป็นการจุดระเบิด ขึ้นครั้งที่ 2 จะเป็นการไล่ไอเสียไม่มีการระเบิด ส่วน 2 จังหว่ะจะระเบิดทุกครั้งเมื่อลูกสูบขึ้น จริงๆแล้วมันควรจะเป็นแบบนี้ สมมุติการระเบิด 1 ครั้ง= พลังงาน 100% 4 จังหว่ะเมื่อเพลาข้อเหวี่ยงหมุน 2 รอบ = ระเบิด 1 ครั้งx 100% = 100% 2จังหว่ะเมื่อเพลาหมุน 2 รอบ = ระเบิด 2 ครั้งx 100% = 200% สมมุติประสิทธิภาพการเผาใหม้ของ 2 จังหว่ะ = 60% ของ 4 จังหว่ะ(จริงๆรถใหม่ๆเยอะกว่า ถ้า60%จริงนั่นมันรถเก่าควันเต็มถนน) =200%x60% = 120% ของ 4 จังหว่ะ แรงกว่าอยู่ดี ส่วนใหญ่อยู่ 150% ขึ้น คือใครไม่เชื่อผมต้องเอาNsr 150 spโปรอาร์ม 150cc 39.5HP ไปเปลี่ยนเสื้อสูบลูกสูบใหม่ตรวจสอบสภาพให้ดี มาวัดกับ CBR 150cc แรงม้าน่าจะแค่ 17 Hp ก็ได้คำตอบแล้ว คุณจะรู้ว่าใครแรงกว่าใคร ( เอาเครื่องใหม่นะพี่เครื่องเก่ามันหลวมแล้วแรงบิดตกถ้าหลวมให้เปลี่ยนเสื้อสูบลูกสูบห้ามควานใหม่นะไม่ค่อยดีเพราะตัวเคลือบแข็งหาย) ขอบอกอีกอย่างนะรถคันไหนแรงและเร็ว เบื้องต้นให้ดูที่ยางเขาจะออกแบบมาให้เหมาะสมกับความเร็วรถ ยาง CBR ยางหลังหน้ากว้าง 90 เท่ากับ LSR 125 แรงม้าที่ 24 hp (หาดูใน google ได้รถรุ่นเก่าจะบอกหมดรถรุ่นใหม่จะปิดไว้กลัวคนรู้) ยาง NSR หน้ากว้าง 120 ถ้าเปรียบรถยนต์ civic ยางหลัง 185 ยาง ferrari ก็ 325+ แค่แน่ก็รูแล้วว่าใครแรงคงไม่มีใครอยากพัฒนาลงหรอก เพียงแต่มันทำได้แค่นี้ ผมหวังไว้ว่าสักวันวงการมอร์เตอร์ไซด์ไทยจะพัฒนาเอา 4 จังหว่ะ 2-4 สูบมาใช้จะได้ทดแทนระบบ 2 จังหว่ะเดิมได้อย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 49

manit peuksakondh
12 ม.ค. 2553 11:18
  1. ขออนุญาตแถมให้นิดนะครับ 1.เครื่องยนต์ 2จังหวะ แบบที่ไม่ต้องผสมน้ำมันเบ็นซินกับน้ำมันเครื่อง ก็มีนะ ครับผม มีที่เติมน้ำมันเครื่องแยกจากที่เติมน้ำมันเบ็นซิน ครับผม2.เนื่องจากประสิทธิภาพของการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ 2จังหวะต่ำกว่าเครื่องยนต์ 4จังหวะ ดังนั้นเมื่อต้องการกำลังแรงม้าเท่ากัน จึงต้องเร่งเครื่องมากว่าคือ ทำให้รอบสูงกว่า ครับผม3.ระบบไอดีเริ่มจากการที่อากาศไหลเข้ามาทางท่ออากาศ (inlet manifold) เข้ามาผ่านระบบเชื้อเพลงคือคาบิว ฯ ถ้าเป้นรถแบบเก่า แต่ถ้าเป้นรถแบบใหม่ก้เข้าผสม กับนำมันจากหัวฉีด แล้วเข้าสู่กระบอกสูบทางวาวล์ไอดี ครับผม4.ระบบไอเสียคือ เมือการเผาไหม้ในกระบอกสูบเสร็จ แล้วไอเสีย ที่เกิดขึ้นก็จะออกมาทางวาวล์ไอเสีย ไปยังท่านไอเสียออก(exaust manifold )ไปยังตัวแคตาลีติด แล้วผ่านหม้อเก็บเสียง ออกไปทางปลายท่อท้ายรถครับผม


ความคิดเห็นที่ 48

12 ม.ค. 2553 05:22
  1. เครื่อง 2 จังหวะ เขาบอกว่ามะนจุดระเบิดสองครั้ง อยากทราบว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ไม่เข้าใจเพราะดู ๆ แล้วยังไงมันก็ต้องอัดก่อนระเบิด หรือว่าระเบิดสองครั้งพร้อมกัน จะเป็นไปได้ไง เพราะระเบิดแล้วเชื้อเพลงก็ต้องหมดนี่


ความคิดเห็นที่ 47

12 ม.ค. 2553 05:14
  1. เครื่อง 2 จังหวะ เขาบอกว่ามะนจุดระเบิดสองครั้ง อยากทราบว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ไม่เข้าใจเพราะดู ๆ แล้วยังไงมันก็ต้องอัดก่อนระเบิด หรือว่าระเบิดสองครั้งพร้อมกัน จะเป็นไปได้ไง เพราะระเบิดแล้วเชื้อเพลงก็ต้องหมดนี่


ความคิดเห็นที่ 46

12 ม.ค. 2553 05:13
  1. เครื่อง 2 จังหวะ เขาบอกว่ามะนจุดระเบิดสองครั้ง อยากทราบว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ไม่เข้าใจเพราะดู ๆ แล้วยังไงมันก็ต้องอัดก่อนระเบิด หรือว่าระเบิดสองครั้งพร้อมกัน จะเป็นไปได้ไง เพราะระเบิดแล้วเชื้อเพลงก็ต้องหมดนี่


ความคิดเห็นที่ 45

12 ม.ค. 2553 05:13
  1. เครื่อง 2 จังหวะ เขาบอกว่ามะนจุดระเบิดสองครั้ง อยากทราบว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ไม่เข้าใจเพราะดู ๆ แล้วยังไงมันก็ต้องอัดก่อนระเบิด หรือว่าระเบิดสองครั้งพร้อมกัน จะเป็นไปได้ไง เพราะระเบิดแล้วเชื้อเพลงก็ต้องหมดนี่

ความคิดเห็นที่ 44

12 ม.ค. 2553 05:11
  1. เครื่อง 2 จังหวะ เขาบอกว่ามะนจุดระเบิดสองครั้ง อยากทราบว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ไม่เข้าใจเพราะดู ๆ แล้วยังไงมันก็ต้องอัดก่อนระเบิด หรือว่าระเบิดสองครั้งพร้อมกัน จะเป็นไปได้ไง เพราะระเบิดแล้วเชื้อเพลงก็ต้องหมดนี่

ความคิดเห็นที่ 43

นกแสก
9 ม.ค. 2553 17:13
  1.           เครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กเป็นเครื่องจักรกลต้นกำลังที่มีการนำไปใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เช่น เครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลการเกษตร และงานสนามอื่น ๆ เครื่องยนต์เล็กมีทั้งเครื่องยนต์แก๊สโซลีนและเครื่องยนต์ดีเซล          เครื่องยนต์สันดาปภายในใช้เชื้อเพลิงที่มีส่วนประกอบของไฮโดรคาร์บอน  (น้ำมันดิบที่นำมากลั่นเป็นน้ำมันเบนซิน  น้ำมันก๊าด  น้ำมันดีเซล)  เป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้  ถูกสร้างเป็นผลสำเร็จได้โดย  ดร. ออตโต  (Dr. Otto)  ชาวเยอรมันในปี  พ.ศ. 2419          เครื่องยนต์ที่  ดร. ออตโตคิดขึ้นมีวัฏจักรการทำงาน  4  ครั้งครบรอบการทำงานคือ  1  จังหวะดูด  2  จังหวะอัด  3  จังหวะระเบิดหรือกำลัง  4  จังหวะคาย  และเป็นเครื่องยนต์ที่จะเกิดการเผาไหม้ได้ก็โดยการจุดประกายไฟ  เชื้อเพลิงที่ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเบา  ได้แก่  น้ำมันเบนซิน  เราเรียกเครื่องยนต์ประเภทนี้ว่าเครื่องยนต์แก๊สโซลีน          หลังจากนั้นปี  พ.ศ. 2435  ดร. รูดอล์ฟ  ดีเซล  (Dr. Rudolf  Diesel)  ชาวเยอรมันได้ใช้หลักการทำงานของ  ดร. ออตโตสร้างเครื่องยนต์ที่มีวัฏจักรการทำงาน  4  ครั้งครบรอบการทำงาน  สร้างเครื่องยนต์ที่ใช้การอัดอากาศเพียงอย่างเดียวให้มีปริมาตรเล็กลงมาก  จนมีผลให้เกิดอุณหภูมิสูงขึ้นมากจนจุดระเบิดเชื้อเพลิงได้  เมื่อฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปกระทบกับอากาศก็จะเกิดการเผาไหม้  เราเรียกเครื่องยนต์ประเภทนี้ว่า  เครื่องยนต์ดีเซล         


ความคิดเห็นที่ 40

kom2005s
24 ธ.ค. 2552 13:48
  1. จริงๆแล้วมันก็เปรียบแรงบิดกันไม่ได้อยู่ดี ตรงที่รอบการทำงาน ถ้าเกิดเปรียบที่รอบต่ำ 4 จังหว่ะก็จะได้เปรียบ เนื่องจากม้าของ 4จังหว่ะอยู่ที่รอบต่ำ ถ้าไปเปรียบที่รอบสูง 2 จังหว่ะจะได้เปรียบ มันอยู่ที่ตัวแปรตามสมการข้างต้นมาเกี่ยวข้อง คือแรงม้า และ รอบเครื่อง มันก็อยู่ที่เราจะเลือกเครื่องยนต์มาใช้กับงานประเภทไหนตามที่คุณกล่าวมาถูกแล้ว ส่วนเครื่องยนต์ปัจจุบันจะใช้ 4 จังหว่ะมาทดแทนก็เป็นเรื่องที่ดีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม�เพียงแต่รถมอเตอร์ไซด์ปัจจุบันเน้นรถไปจ่ายตลาดเกินไป�จนลืมนึกไปว่าการเดินทางในต่างจังหวัดจะไปไหนมาไหนมันเป็นระยะทางไกล การเอารถจ่ายตลาดมาวิ่งคงไม่ดีต่อเครื่องยนต์แน่�(ใช้งานผิดประเภท)�เปรียบเอารถไถนามาวิ่งทางไฮเวย์�อีกอย่างรถยนต์ปัจจุบันวิ่งได้ไวมาก�และอันตรายซึ่งเอารถที่มีประสิทธิภาพต่ำมาใช้คงได้ถูกทับตายเป็นแน่ ไม่ว่าจะการเลี้ยวการข้ามที่ทำได้ช้า�จริงแล้วผมก็เป็นคนหนึ่งตอนสมัยวัยรุ่นที่ขี่มอเตอร์ไซด์ไวมากผมขี่ LS125 ไปเรียนหนังสือในเมือง 150-170 กม./ซม. ตลอดผมคิดว่าปลอดภัยเสียอีกเนื่องจากต้องระวังหน้าอย่างเดียว ( ไม่มีรถคันไหนแชงมาเลย) การออกตัวการเบรคการทรงตัวของรถดีมากผมว่าพวกที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการดัดแปลงรถไปทางลบ และ การขับขี่ไม่เหมาะสมมากกว่า เช่นพวกไปลงล้อเล็กให้รถเบาลง(ทำให้การยึดเกราะถนนน้อยลง ความเร็วที่เห็นบนไมล์รถจะเร็วกว่าความเป็นจริงเพราะเส้นรอบวงล้อน้อยลง เห็นวิ่ง 150 จริงๆแล้ว 130 ประมาณนี้หลอกตัวเอง)การย่นอามหลังลดระยะเวลาการส่งพลังงานของเพลา (ทำให้การทรงตัวต่ำ ช่วงล้อยาวจะทรงตัวดี ) และการดัดแปลงอื่นๆที่ทำให้รถน้ำหนักเบา ( แต่อย่าลืมไปยิ่งรถน้ำหนักเบาจะเสี่ยงต่อ 1 การประทะของอากาศ หรือลมที่มาจากรถบรรทุกที่เข้ามาประทะซึ่งอันตรายมาก 2 การลดหนักของรถ จะทำให้แรงเสียดทานระหว่างล้อรถกับผิวจราจร ลดลงตามสมการแรงเสียดทานทำให้การยืดเกาะในขณะเข้าโค้งไม่ดี ) ซึ่งสมัยก่อนผมจะสวนทางกับพวกนี้หมด ผมจะใส่ยากโตของ NSR เพราะการยืดเกราะขนาดยางรั่วยังไม่รู้สึกว่ารั่วเลย ทำให้วิ่งไวขึ้นเหมือนทดเฟืองเพราะวงรอบล้อหลังมากขึ้น การขับขี่ก็ให้วิ่งไวเฉพาะทางระหว่างเมืองให้ใช้ความเร็วพอกับรถยนต์คันหน้าเขาวิ่ง 120 ก็วิ่ง 120 เขาวิ่ง 140 ก็ไปตามเขา คือพูดง่ายๆใช้ความเร็วตามรถโดยส่วนมากมันก็ไม่เสียงที่จะต้องถูกเฉี่ยวชนหรือถ้าเทพก็ใช้บิดแซงตลอดทางแต่ให้ระวังรถสวนให้ดี�( รถปัจจุบันทำไม่ได้ครับอย่างมาก 100 ซื้อมา3 เดือนแรกบิด100 กว่าหลังจากนั้นไม่ถึง) ส่วนในเมืองก็ให้วิ่งกินลมชมวิวล์ปกติ แค่นี้ก็อยู่รอดปลอดภัยถ้าจะแข่งกันก็ให้ไปวิ่งถนนใหญ่เลย (เดี๋ยวนี้ไม่ปลอดภัยพวกวีโก้มันวิ่งตั้ง 150-180 โน่นก็ฝากทุกคนไว้ด้วยนะครับจะเป็นรถ2 จังหว่ะ หรือ 4 จังหว่ะก็ให้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ส่วนพวกชอบซิ่งก็ควรแต่งรถให้ไปทางบวกจะดีกว่าทางลบนะครับ ผมเห็นสนามแข่งระดับโลกมันยังทำในทางบวกเลย�การแข่งน่าจะเน้นทางฝีมือมากกว่า�และจดจำไว้อย่างการแต่งเครื่องมากลูกสูบท่านจะทะลุเพราะมันออกแบบมาให้รับแรงอัดและ ระเบิดได้เท่านั้น เพื่อนผมเป็นบ่อย*_*�


ความคิดเห็นที่ 39

21 ธ.ค. 2552 21:36
  1. เครื่องสองจังหวะ 1 รอบการทำงานจุดระเบิดสองรอบจริงครับแต่ว่าต้องเอาอากาศดีส่วนหนึ่งไปไล่อากาศเสียอกจากลูกสูบทำให้การสันดาปไม่ดีครับ


ความคิดเห็นที่ 36

24 ต.ค. 2552 09:06
  1. เสริมอีกนิดหนึ่งพอดีไปเจออีกอันหนึ่งนินจา 250r 33 แรงม้า ที่ 10,500 รอบ/นาที แรงบิดแรงบิดสูงสุด 2.24 กิโลกรัม/เมตร ที่ 8,200 รอบ/นาทีน้ำหนักรถเปล่า 154 กิโล นินจา 250 cc คันตั้งแสนสามหมื่น ทั้งแรงบิดแรงม้าน้ำหนักรถที่มากเกินยังเทียบไม่ได้กับ NSR ที่ราคา แค่ แปดหมื่นกว่าๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่ผมแค่อยากให้ทุกคนเห็นว่า1 เทคโนโลยี 2 จังหวะมีราคาถูกกว่า 4 จังหวะ2 แรงบิดที่ทุกคนเคยเรียนมาบอกว่า 4 จังหวะเยอะกว่าเมื่อเทียบกับรถตลาดจริงปัจจุบันไม่เป็นความจริงเลย 2 จังหวะเยอะกว่ามากขนาดรุ่น 250ccยังเทียบไม่ติด3 เทคโนโลยี 2 จังหวะเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดเครื่องที่เล็กและเบากว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบบไม่ต้องซับซ้อนเท่าแต่ให้กำลังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด4 สาเหตุที่เครื่องยนต์ 2 จังหวะกินมากกว่า 4 จังหวะก็คือใน 1 รอบการทำงานมีการจุดระเบิด 2 ครั้งทำให้น้ำมันเยอะกว่าอีกทั้งต้องเอาไอดีไปไล่ไอเสียบางส่วนใน แต่ผลที่ได้จากการระเบิด 2 ครั้งคือกำลังที่มากกว่า 4 จังหว่ะไงล่ะเราแก้ไขให้ 4 จังหว่ะแรงได้ ก็คือเพิ่มจำนวนลูกสูบหรือ cc เช่น จะสู้กับ NSR ต้องทำเครื่องยนต์สูบเดียว 300 cc หรือถ้าจะทำ cc เท่ากัน ก็ให้ทำ 2 สูบ 75 cc�2 อันซึ่งอาจจะแรงกว่า 2 จังหว่ะด้วยช้ำเนื่องจากเผาไหม้ที่สมบรูณ์กว่า แต่รถตลาดไทยมันทำที่ไหนกันเล่าไอ้ที่ว่ามีแต่ทำสูบเดียวแล้วสเป็กค์ไม่ระบุ แรงม้าแรงบิด ผมให้เหตุผลว่ากะแสของ 2 จังหวะยังมีอยู่ แถมของใหม่แรงม้ายังน้อยกว่าเดิมซึ่งต้องรอจนกว่ากระแสของ 2 จังหว่ะหายแล้วมาก้าวใหม่เทคโนโลยี 4 จังหวะ แต่จะเอามาแทนทั้งทีให้มันดีกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้เหมือนโดนแหกตา 5 ราคารถ 4 จังหวะแพงหูฉีกชนิดชื้อทีขนหน้าแข้งร่วงยกตัวอย่างนิดจา ราคาแสนสามนะครับ แรงยังสู้ NSR ไม่ได้เลยแต่ราคาไปโน่นแล้ว6 ข้อเสียของ 2 จังหว่ะคือมลพิษเยอะ เอาเงินมาพัฒนาในส่วนการกำจัดมลพิษเสียจากราคา 8000 เป็น 150,000 ก็ยังดีกว่าขี่นินจาที่ 250 cc เครื่องใหญ่กว่ามากหนัก ที่ราคาตั้งแสนสาม ราคาขนาดนี้ชื้อ 4 สูบมือ 2 ยังดีกว่าเลยแรงกว่ามากเสยตรงอะไหล่แพงซ่อมบ่อยเพราะเครืองเก่า


ความคิดเห็นที่ 35

23 ต.ค. 2552 16:51
  1. เสริมเรื่องแรงบิดนะครับเป็นความรู้ที่ทุกคนต้องรู้ อยู่ในวิชากลศาสตร์ของแข็ง(ภาควิชาวิศวกรรม )ผมไม่ได้เรียนสายเครื่องกลหรอกนะ ผมเรียนสายโยธาแต่ก็เรียนมาเหมือนกัน เรารู้ม้ารถรู้รอบรถผมจะคำนวนให้ดูนะครับ สูตร T=p/(2x(พาย 3.14)xf(ความเร็วรอบ รอบต่อวินาที)) NSR 150 SP 39.5 แรงม้าที่ 10500 รอบต่อนาทีจะได้ T(แรงบิด)= 39.5x746x60/(2x3.14x10500x9.81)=2.73 ประมาณ 2.75 กก.-ม. ตามเขาระระบุ LS 125 แรงม้า 24 แรงที่ 8500 รอบต่อนาทีจะได้ T(แรงบิด)= 24x746x60/(2x3.14x8500x9.81)=2.05 ประมาณ 2.00กก.-ม. ตามที่เขาระบุ CBR 150 แรงม้า ที่ รอบ 7000-8000 ข้อมูลตามเวป บริษัท honda ไม่ระบุ ผมเลือก 7000 ค่าน้อยมันเป็นตัวหารยิ่งน้อยยิ่งดี T(แรงบิด)= 17x746x60/(2x3.14x7000x9.81)=1.76 กก.-ม. นี่หรือที่คิดว่าแรงบิดพี่เยอะผมรู้ว่าแรงบิดเยอะเพราะตัวหารมันน้อยคือรอบเครื่อง 4 จังหวะมันจะน้อยกว่า แต่ถ้าทำม้ามากก็ชดเชยได้เหมือนกันมันสัมพันธ์กันผมคำนวนให้แล้วนะใครอย่าเถียงผมอีกล่ะไม่ได้พูดลอยๆ รีบไปหารถ NSR 150 sp เอาไปเก็บสะสมไว้เสียไม่มีอีกแล้วขั้นเทพผมก็กำลังหาอยู่เหมือน

ความคิดเห็นที่ 34

23 ต.ค. 2552 15:25
  1. นี่คือข้อมูลทางเทคนิคของรถที่ผมกล่วถึงนะครับ ข้อมูลทางเทคนิค Honda CBR 150 R รุ่น / รหัส CBR 150 R / NCB 150 (C) เครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบตั้ง แบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 149.4 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 63.5 x 47.2 มม. อัตราส่วนแรงอัด 11:1 ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ สตาร์ทมือ (สตาร์ทไฟฟ้า) ระบบจุดระเบิด CDI กระแสไฟตรง หัวเทียนมาตรฐาน CR8E (NGK) หรือ U24ESR - N (DENSO) ระบบเกียร์ 6 เกียร์ ระบบคลัทช์ แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน อัตรากดเกียร์ขั้นต้น / ขั้นสุดท้าย 3.260 / 2.933 ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง ) 652 x 1,910 x 1,065 มม. ระยะห่างช่วงล้อ 1,286 มม. ระยะห่างจากพื้น 172 มม. ความสูงเบาะ 776 มม. มุมคาสเตอร์ / ระยะเทรล 25 องศา / 88 มม. น้ำหนักสุทธิ 115 กก. ระบบกันสะเทือน หน้า หลัง เทเลสโคปิค โมโนโช้ค ระบบห้ามล้อ หน้า หลัง ดิกส์เบรก จานดิสก์ขนาด 276 มม. ดิสก์เบรก จานดิสก์ขนาด 220 มม. ขนาดยาง หน้า 80/90 - 17 M/C 44 P (TUBELESS) หลัง 100/80 - 17 M/C 52P (TUBELESS) แบตเตอรี่ MF ขนาด 12 V. - 5 Ah ความจุน้ำมันเครื่อง 10 ลิตร น้ำมันเชื้อเพลิง เบนซินไร้สารตะกั่ว ค่าออกเทน 91 ขึ้นไป หรือน้ำมันแก๊สโซฮอลออกเทน 95 หรือ ออกเทน 91 ที่มีส่วนผสมของเอทิลแอลกอฮอล์ไม่เกิน 10% Honda Ls 125 เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบตั้ง แบบแคล้งค์เคสรีด วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.5 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 55.50 x 52.0 มม. อัตราส่วนแรงอัด 7.0:1 แรงม้าสูงสุด 24 แรงม้าที่ 8500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 2.0 กก-ม. ที่ 8500 รอบต่อนาที คาร์บูเรเตอร์ KEIHIN PE 24 ระบบเกียร์ 6 เกียร์ ระบบคลัทช์ แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง ) 642 x 1,869x 975มม. ระยะห่างช่วงล้อ 1,264 มม. น้ำหนักสุทธิ 99.8 กก. หน้า 70/90 - 17 หลัง 80/90 - 17 น้ำมันเชื้อเพลิง เบนซินไร้สารตะกั่ว ค่าออกเทน 91 ขึ้นไป Honda NSR เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบตั้ง แบบแคล้งค์เคสรีด วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 149.0 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก 59.x 54.5มม. อัตราส่วนแรงอัด 6.8:1 แรงม้าสูงสุด 39.5แรงม้าที่ 10500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 2.75 กก-ม. ที่ 10500 รอบต่อนาที ระบบเกียร์ 6 เกียร์ ระบบคลัทช์ แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง ) 685 x 1,970x 1060มม. ระยะห่างช่วงล้อ 1,335 มม. น้ำหนักสุทธิ 122.4 กก. หน้า 90/80- 17 หลัง 120/80 - 17 น้ำมันเชื้อเพลิง เบนซินไร้สารตะกั่ว ค่าออกเทน 91 ขึ้นไป CBR แรงม้าต้องหาจากทางเวปนะครับบริษัทไม่ยอมระบุ น่าจะอายที่จะระบุเพราะเอาเครื่องแรงม้าน้อยมาขายให้ รถที่มีขายทุกรุ่นระบุหมด ดูจากขนาดยางก้ได้ NSR กินขาดในเรื่องขนาดยาง ความเร็วเท่าที่ดูแล้วก็น้อยมากแต่งแล้วได้ 190 ยังไวเท่ากับ NSR สภาพเดิมไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 33

23 ต.ค. 2552 13:42
  1. ขอเพิ่มหลักการณ์อีกนิดหนึ่งในเรื่องแรงบิด หน่วยมันคือ N-m ก็คือโมเมนต์ดีๆนี่เองแต่อยู๋ในรอบของการหมุน โดยมากเพลาจะใช้สำหรับส่งกำลัง (Power) จากต้นกำลัง ถ้าหากมอเตอร์หรือเครื่องยนต์มีโมเมนต์บิด T หมุนด้วย ( แรงบิดอันเดียวกัน) ความเร็วเชิงมุม (Angular speed) w (Omega) จะได้กำลัง p ของมอเตอร์หรือเครื่องยนต์ ดังนี้ p=Tw ความเร็วเชิงมุม w มีหน่วยเป็นเรเดียนต่อหนึ่งหน่วยเวลา (Radians per unit time) ดังนั้น ถ้าเพลา หมุนด้วยความถี่ (Frequency) f รอบต่อหนึ่งหน่วยเวลา (Revolutions per unit time) จะได้ แรงบิดเท่ากับ T= P / ( 2 x พาย(3.14)x f ) (3.3) สมการ (3.3) เมื่อ p มีหน่วยเป็นวัตต์ (Watt) W โดยที่ 1 วัตต์ = 1 นิวตัน. เมตร/วินาที ( 1 แรงม้า P = 746 w ) = 1 N.m/s ) และ f หน่วยเป็นรอบ/วินาที ( r/s ) จะได้ T มีหน่วยเป็นนิวตัน.เพราะฉนั้นไอ้คำว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะแรงบิดมากกว่า 2 จังหวะ ไม่เกี่ยวข้องกันเลยมันอยู่ที่แรงม้าและความเร็วรอบที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มั่วไปจำคนอื่นเขาพูดกันอ่ะดิ ต้องพยายามศึกษากันบ้างนะครับ หัดคิดให้เป็นเชิงหลักการณ์ กันบ้างไม่ได้เรียนมาแค่จำคนอื่นมาอย่างเดียว Google มีให้ศึกษากันเพียบ ผมยกตัวอย่างว่าผมมีลูกระเบิด 3 ลูก สีแดง 2 ดำ 1 ลูก แต่ลูกแดง 2 ลูกแรงน้อยกว่าลูกดำอยู่ 80% ถามว่าผม ขว้างระเบิดลูกแดงไป 2 ลูกในเวลาไล่เลี่ยกันแล้วมันระเบิด กับอีกอันความขว้างระเบิดลูกดำไปลูกเดียว อันไหนจะเสียหายมากกว่ากัน ก็เปรียบเทียบกับการจุดระเบิดของลูกสูบนั่นแหล่ะการที่จะได้พลังงานมานั้นมันเกิดจากการระเบิดของเชื้อเพลิงในกระบอกลูกสูบ เครื่องยนต์ 2 จังหวะใน 1 รอบการทำงานมีการระเบิด 2 ครั้ง แต่ 4จังหว่ะมีการระเบิดแค่ครั้งเดียว มันไม่มีวันที่ 4 จังหวะจะมีพลังงานมากกว่า 2 จังหวะได้เลยใน 1 รอบการทำงานยกเว้นจะเพิ่มสูบมาอีก 1 สูบมันก็จะทำให้ใน 1 รอบการทำงานมีการจุดระเบิด 2 ครั้งเท่ากัน แต่ประสิทธิภาพของ 4 จังหว่ะจะดีกว่าในเรื่องการเผาไหม้ที่ดีกว่า ปัญหาจะเอาเปรียบไปหรือเปล่าต้องทำถึง 2 สูบแต่กูมีแค่สูบเดียว พยายามเข้าใจใหม่นะครับอย่าหัดแต่จำ และอย่าไปสนเลยว่ามันจะดูดอัดระเบิดคลาย ยังไงมันอยู่ที่หลักการณ์เกิดพลังงานใน 1 รอบเวลามากกว่า เครื่องยนต์ที่ให้พลังงานมากกว่ากระบอกสูบ คือห้องเผาไหม้ได้แก่พวกเครื่องเจ็ต และไอพ่นนั่นเราไม่ขอพูดถึง และมีเรื่องอีกอย่างที่พวกชอบบอกว่าขึ้นเขา 4 จังหวะดีกว่าแรงกว่าไม่เป็นความจริงครับความจริงคือเราขี่รถไม่เป็นต่างหาก เครื่องยนต์จะทำงานได้ดีเต็มประสิทธิภาพจะต้องอยู่ที่แรงม้าสูงสุดเท่านั้น พูดงี้งงใช่ป่ะ เครื่องยนต์ 4 จังหว่ะมันจะให้แรงม้าสูงสุดที่รอบต่ำเช่น 4000-6000 รอบต่อนาทีซึ่งเราขี่ปกติก็บิดประมาณนี้อยู่แล้ว ก็เลยบิดขึ้นเขาได้ปกติเหมือนมีแรงเพราะมันใช้รอบตามม้าสูงสุด แต่เครื่องยนต์ 2 จังหวะรอบเครื่องม้าอยู่ที่ 8000- 12000 รอบต่อนาทีถึงจะได้ม้าสูงสุด การขี่ที่ถูกต้องคือเราต้องบิดให้ถึงรอบม้าสูงสุดที่เขากำหนดไว้ให้เลยไปนิดถึงจะเปลี่ยนเกียร์ เท่านี้ก็เทพแล้วไม่มีอืด ผมเคยใช้ honda Ls 125 บิดขึ้นดอยสุดเทพต้องสมัยวัยรุ่นความเร็วใช้ตั้งแต่ 100-140 สบายเลย ออกตัวไฟแดงทีทิ้งหากพวกรถยนต์ชนิดว่าไม่เห็นตูดเลย ลากเกียร์ 2 ล้อหน้าลอยกดแทบไม่ทันมันมาก ผมก็ใช้รถเก่ง honda civic ออกไฟแดงทียังนึกถึงอารมณ์ แซงขาดเหมือนขี่มอไซด์ไม่ได้เลย ออกตัวช้ากว่าเยอะ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่ผมก็แค่อยากให้ทุกคนไปลองศึกษากันบ้างไม่ได้แต่จำมาอย่างเดียวลองศึกษามาด้วย ทำไมรถเวบ 100 กูถึงมีแต่ 7.5 แล้วทำไมไอ้เทน่ารุ่นเก่ามากมันถึงมีม้าตั้ง 17.5 ต่างกันแค่ 10 cc ตกลงไอ้เครื่องยนต์ 4 จังหว่ะเทพของพวกพี่ที่ว่าแรงนักแรงหนาที่ใช้ปัจจุบัน มันพัฒนาลงใช่ป่ะถึงได้ม้าน้อยขนาดนี้ ทีไอ้วีโก้แม่งแรงเอาแรงเอาจะโดนมันเหยียบตาย เพราะรถมอไซด์เดี๋ยวนี้เต่าดีๆนี่เอง และขอฝากไว้อย่าง เครื่องยนต์เล็กพวกรถตัดหญ้า2 จังหว่ะที่พี่ใช้อยู่นี้แหล่ะคือเครื่องยนต์เทพ ถ้าพัฒนาสู้กันแล้วไม่มีวันที่ 4 จังหว่ะจะชนะได้เลย

ความคิดเห็นที่ 32

22 ต.ค. 2552 20:01
  1. รถมอเตอร์ไซด์ honda NSR 150 sp รุ่นสุดท้ายที่ยกเลิกไปเป็นเครื่องยนต์ 2 จังหว่ะ แรงม้าที่ 39.5 แรงม้าเขาเอา CBR 150 มาแทนแรงม้าแค่ 17 แรงม้าโดย cc เท่ากันแถม LS 125cc รุ่นเก่าแรงม้าอยู่ที่ 24 แรงCBR 150 ยังสู้ไม่ไหวเลย สรุป NSR 150sp แรงม้า 39.5 แรงม้า CBR 150 แรงม้า 17 แรงม้า LS 125 แรงม้า 24 แรงม้า ก็กำลังม้าเบรกของ LS 125 CC มากกว่า CBR 150 CC นี่ครับ แปลก มี CC มากกว่า แต่ได้กำลังม้าน้อยกว่า.. ขอผมไปตีความก่อนนะครับ อีกอย่าง ที่ว่าเครื่อง 4 จังหวะให้แรงบิดมากกว่าเครื่อง 2 จังหวะ "เป็นเรื่องจริงครับ" เพราะ แรงบิด กำลังม้าเบรก และ ซีซี เป็นความสัมพันธ์กันโดยตรงครับ ขอทบทวนข้อมูลก่อน แล้วจะมาตอบให้เคลียร์ครับ

ความคิดเห็นที่ 31

kom2005s
22 ต.ค. 2552 18:42
  1. ผมว่ามันเพี้ยนกันอยู่นะที่พูดทั้งหมดน่ะ เท่าที่รู้มาเครื่องยนต์ 2 จังหว่ะมันจะสูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนเพื่อไปไล่ไอเสีย แต่ไอ้ที่ว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะให้กำลังเยอะกว่า 2 จังหว่ะผมขอค้าน ถึงจะมีการสูญเสียจากระบบเผาไหม้ที่ไม่สมบรูณ์ แต่เครื่องยนต์ใน 1 รอบการทำงานเครื่องยนต์ 2 จังหวะจะจุดระเบิด 2 ครั้งแต่ 4 จังหว่ะจุดแค่ 1 ครั้งนั่นเป็นเหตุที่ทำให้ 2 จังหว่ะมีรอบที่จัดกว่า และให้พลังงานมากกว่า 4 จังหว่ะอย่างเด่นชัด ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ รถมอเตอร์ไซด์ honda NSR 150 sp รุ่นสุดท้ายที่ยกเลิกไปเป็นเครื่องยนต์ 2 จังหว่ะ แรงม้าที่ 39.5 แรงม้า เขาเอา CBR 150 มาแทนแรงม้าแค่ 17 แรงม้าโดย cc เท่ากัน แถม LS 125cc รุ่นเก่าแรงม้าอยู่ที่ 24 แรง CBR 150 ยังสู้ไม่ไหวเลย เคยเห็นที่แข่งมอไซด์ชิงแช่มโลกไหม 500 cc 2 จังหว่ะแรงม้าไม่ต่ำกว่า 200แรง เขายกเลิกไปต้องเอารุ่น 900cc มาแทนเลยลองหัดสงสัยกันบ้างนะครับ ตามหลักการณ์พลังงานแล้วเครื่องยนต์เมื่อ cc และจำนวนสูบเท่ากันแล้วไม่มีทางที่เครื่องยนต์ 4 จังหว่ะสู้เครื่องยนต์ 2จังหว่ะได้ ไอ้คำว่าแรงบิดที่ว่าจริงๆแล้วมันเกิดจากการคำนวนพลังงานนี้เหมือนกัน แต่ที่เขายกเลิกการพัฒนาไปอันเนื่องมาจากมลพิษจาก 2 จังหว่ะมันมาก ผมยังเสียดายอยู่เลย ข้อดีของมันราคาถูกให้กำลังเยอะ น้ำหนักเบาและตอบสนองความแรงได้ดี ถ้าจะขับขี่ 4 จังหว่ะให้มันอารมณ์นี้ก็ต้องเลือกเครื่องที่ cc สูงหรือจำนวนลูกสูบเยอะเช่น 4 สูบราคาแพงมาก สุดท้ายผมขอฝากให้ทุกที่มีใจรักมอเตอร์ไซด์ เมื่อก่อนเราเคยเหาะ ได้ แต่ปัจจุบันเรากลับมาเดินดิน เอาเครื่องยนต์รถที่เดิมทีเขามีไว้แค่ไปตลาดมาใช้อยู่ แล้วคุณคิดว่าไง

ความคิดเห็นที่ 30

ธาไนย
27 ส.ค. 2552 21:02
  1. ขออนุญาติอธิบายเพิ่มเติมข้อมูล ความเห็นที่ 10ข้อ 4. จังหวะคาย ที่ว่า จนกระทั่งลูกสูบเลื่อนผ่านศูนย์ตายบนไปเล็กน้อย 

     ความจริงลูกสูบจะไม่เลื่อนผ่านศูนย์ตายบน (TDC) เหนือขึ้นไป เนื่องจากเป็นตำแหน่งสูงสุดที่ลูกสูบจะเลื่อนขึ้นมาได้ คำว่า "เลื่อนผ่านศูนย์ตายบนไปเล็กน้อย" ก็คือ การที่ลูกสูบกำลังเลื่อนลงไปเล็กน้อย หลังจากสิ้นสุดจังหวะ "อัด" ลิ้นไอเสียจึงจะเริ่มเปิด นั่นเองครับ


ความคิดเห็นที่ 29

นกแสก
27 ส.ค. 2552 00:13
  1. เครื่องยนต์ 2 จังหวะ


ความคิดเห็นที่ 28

25 ส.ค. 2552 13:00
  1. ใช้ไม่ได้เรื่องเลย


ความคิดเห็นที่ 27

ศานติ
6 ส.ค. 2552 22:01
  1. อยางรู้การแยงเครื่อง 2จังหวะ อ่านแล้วงงครับ

ความคิดเห็นที่ 26

perfectman11
6 ส.ค. 2552 14:18
  1. อยางรู้การแยงเครื่อง 2จังหวะ

ความคิดเห็นที่ 25

3 เม.ย. 2552 11:40
  1. เครื่องยนต์ดีเซล4จังหวะ

    มีการทำงานของลูกสูบ4จังหวะคือ

    จังหวะดูด เมื่อลูกสูบลงฝาไอดีจะเปิดแหละดูดไอดีเข้ามาจังหวะอัด เมื่อลูกสูบขึ้นลูกขึ้นฝาไอดีจะปิดแหละอัดอากาศอย่างรวดเร็วทำไห้อากาศร้อนจัด

    จังหวะระเบิด เกิดพร้อมๆกันตอนที่อากาศอัดตัวจนร้อนหัวฉีดจะฉีดน้ำมันเป็นละอองเกิดการระเบิดดันไห้ลูกสูบลงเป็นพลังงานจังหวะคาย เมือลูกสูบดันขึ้นฝาไอ้เสียก็เปิดเพื่อที่จะคายไอเสียออก

     

    ทำมัยเครื่องยนต์ดีเซลถึงควันดำเกิดจากหัวฉีดทำงานไม่สมบูรณ์

    เป็นเพราะหัวฉีดฉีดเป็นละอองเม็นใหญ่ทำไห้การเผาไหม่ไม่สมบูรณ์

     


ความคิดเห็นที่ 24

6 ก.ค. 2551 08:59
  1. ชอบมากๆๆๆเลยค่ะ...อิอิ


ความคิดเห็นที่ 23

27 มิ.ย. 2551 14:22
  1. แสดง555555555555555555555555555555555555555


ความคิดเห็นที่ 22

27 พ.ค. 2551 15:01
  1. <P>มันเป็นอย่างไรคับ&nbsp; <STRONG>อยากรู้วิธีการทำงาน</STRONG></P> <P>&nbsp;</P>

ความคิดเห็นที่ 21

25 พ.ค. 2551 14:46
  1. <P>เท่าที่คิดออก&nbsp;&nbsp;&nbsp; </P> <P>ไอดีคือการนำน้ำมันกับอากาศเข้าเข้าผสมด้วยกันอยู่ในช่วงจังหวะดูด</P> <P>ไอเสียคือการได้มาจากการเผ่าไหม้ อย่างสมบูรณ์&nbsp; ใน 1 วัฒจักรหรือ&nbsp; ดูด&nbsp; อัด&nbsp; ระเบิด&nbsp; คาย&nbsp; 4 จังหวะนะ</P>

ความคิดเห็นที่ 20

15 ก.พ. 2551 09:10
  1. <P><FONT face="courier new, courier, mono">ใครคือผู้คิดสร้างเครื่องยนต์ 2 จังหวะครับ</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 4

4 ก.ค. 2549 19:07
  1. 2 จังหวะ เป็นพิษมากกว่า 4 จังหวะ

ความคิดเห็นที่ 3

3 ก.ค. 2549 14:04
  1. ข้อดีข้อเสียของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ กับ2จังหวะต่างกันอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 2

8 มิ.ย. 2549 10:19
  1. 2จังหวะใช้ก๊าสngvไม่ได้แต่ใช้ดีเซลได้คับ

ความคิดเห็นที่ 1

ยุทธศาสตร์
27 พ.ค. 2549 15:17
  1. อยากรู้เหมือนกันอ่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น