ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 30 พ.ค. 2549 (12:57) ฝันมะริกัน เป็นประเด็นใหญ่ของโลก ครือว่าโลกต้องเสียสละไม่รู้เท่าไร เพื่อให้ชาตินี้ฝันดี
เราจะค่อยๆ ปอกหัวหอมไปทีละกลีบ ฮิฮิ......จนไม่เหลืออะไร มีแต่แสบตาฟรีๆ
ผมชอบไอ้หนูพลีมัธที่แกแหกปากได้เต็มอารมณ์ดีจริงๆ แต่ปกกอลิเย่นี่ ยังไงโตขึ้น เธอก็เป็นอีฟอยู่ดี สังคมจอเงินนั้น เขากินคนเป็นอาหาร แล้วอะไรจะอิ่มเร็วเท่าสวาปามผู้มีพระคุณเล่า...
ขอบคุณแม่เฟื่อง ช่วยแปลคู่มือบริโภคศิลปะฉบับโมม่ามาฝาก ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ผม มาแซว....เอ หรือแซวไปแล้วนะ
ตกลงกันอย่างนี้นะครับ ท่านผู้มีเกียรติ
ผมอยากให้อ่านวิธีการของโมม่า เพื่อจะบอกว่า นี่ไม่ใช่วิธีที่ผมแนะนำ ในการ"เตลิด"เข้าในโลกของศิลปกรรม
เราต้องการมัคคุเทศน์ที่มีรสนิยมมากกว่านี้ เวลาเราอยู่ต่อหน้าโลกของคริสติน่า หรือแม้แต่โลกของลุงนอร์ม จะมาวางเกณฑ์เป็นข้อๆ เปรียบเทียบซ้ายขวา หาดูว่าเจออะไรไม้ มันอยู่ตรงใหนซักแห่ง....อย่างนี้ผมเรียกว่าคู่มือใช้เครื่องซักผ้าครับ
ความจริงโมม่าต้องปิดตัวเองลง ตั้งแต่ซื้องานของเฮียไวแล้วละครับ
ไม่ก็ต้องเปลี่ยนชื่อ ไม่ก็เปลี่ยนผู้บริหาร ไม่ก็ไล่พ่อ Barr ผู้อำนวยการหนุ่มฟ้อ (ตอนนั้น) ออก
ทำไมพูดยังงั้นละพี่
ก็มันตอแหลซีครับพี่ ตั้งชื่อว่า Museum of Modern Art แล้วเที่ยวกร่าง อวดชาวโลกว่า นี่แหนะเฮ้ย เรามะริกันชน เป็นชาติแรก ที่ทำมิวเซียมให้โมเดิ้นอาร์ต ไม่มีใครก้าวหน้ากว่าเราอีกแล้ว
(คือเจ๊ทั้งสี่ ที่ควักกระเป๋าตั้งโมม่า เธออายกระมัง ที่ศุลกากรสหรัฐ ไปเก็บภาษีศิลปะชิ้นหนึ่ง ตอนเชิญเข้ามาในงาน armory show 1919 ทั้งๆ ที่ตกลงกันแล้ว ว่าจะไม่เก็บภาษี ก็ไอ้ศิลปะท่อนนั้น มันดูไม่เป็นสัปรสเลย -แหง๋ซี ใครเขาเอาสัปรสแสดงศิลปะ มันเป็นประติมากรรมล้ำยุค ชื่อนกในที่ว่าง ของอีตาบรันคูชี่ เจ้าหน้าที่เลยตีตราเป็นวัตถุดิบ ยังไม่แปรรูป ต้องจ่ายภาษี ฮา...ดังๆด้วย)
ในปีตั้ง 1929 เจ๊แกเห็นว่า ศิลปะสมัยใหม่ คือยอดสุดของภูมิปัญญามนุษย์แล้ว ถึงได้เริ่มการสะสมและจัดแสดง ที่อิมเปรสชั่นนิสม์ แล้วยังเน้นเซซาน เป็นหัวใจ เพราะจากเซซาน มันจะแตกเป็นสี่เหลี่ยมนิยม มาเป็นการนิรรูปนิยมแบบแอ๊ปสะแตรก แล้วมาที่อะเมริกันเอ๊กเปรสชั่นนิสม์ มาจบที่ป๊อบ ซึ่งเป็นมะริกันจ๋า และยกย่องว่าเป็นเพชรยอดมงกุฏของศิลปะสมัยใหม่......
ปี 1948 น่ะ มันยุคของมงเดรียงแก (ตาย 1944) เท่ระเบิดเล็ย ตีเส้น 5-6 เส้น ฟาดเงินเป็นล้าน ใครดูไม่รู้เรื่อง จะตกข้อหาเป็นบาบาเลี่ยน เป็นยุคของกุมาระสวามี และซูสุกี้ ถกปรัชญาตะวันออก ไฮโซปัญญาเลิศ ต้องไปฟังเล็คเชอ่ร์ เข้าคอร์ส ต้องรู้ว่า วิกฤติโลก มันเป็นไปเพราะนาฏะราชาเริ่งร่ายลีลาศ .....ต้องรู้ทฤษฎความว่างของซามูไร....ของเซ็น โอ๊ย เล่าแล้วเหนื่อย
สรุปง่ายๆ ว่า งานของเฮียไว เฮียฮ็อป พวกนี้ ถือเป็นจัณฑาละศิลปะ มิมีชนชั้นจะขึ้นมาเผยอหน้าบนเวทีโลกได้
ผมลองสอบดู พบข้อมูลเด็ด ว่า ห้าสหาย(สี่สาวหนึ่งหนุ่ม) สร้างมรดกศิลปะให้แก่สหรัฐแบบนี้ครับ (ตัวเลข คงหมายถึงงานที่อยู่ในคลังสะสมของ โมม่า)
Willem de Kooning 201
picasso 121
Max Ernst 91
Robert Motherwell 64
Robert Rauschenberg 64
Jackson Pollock 34
Cézanne 27
duchamp 25
Braque 22
kandinsky 20
Piet Mondrien 19
Brancusi 16
Mark Rothko 13
warhol 13
---------------------
hopper 4
Wyeth 1
Norman Rockwell 0
ในทัศนะผม ถ้าไม่เป็นเพราะรสนิยมเบี่ยงเบน ก็เป็นเพราะการเก็งกำไร เพราะใครสักคนจำเป็นต้องดันกระทู้...เอ๊ย ผิดอีกแล่ว
ต้องดันราคาศิลปะที่ตุนไว้ผิด ฮิฮิ...ให้กลายเป็นสิ่งเลอค่า ปล่อยออกไม่ขาดทุน
ที่บั๊กกิ้งแฮมนะครับ ที่ปรึกษาซื้องานศิลปะ ชื่อ Kenneth MacKenzie Clark (Lord Clark of Saltwood 19031983)
ถึงได้เก็บดรออิงของเลนาร์โดไว้เกือบหมดโลก
เป็นคอลเล็คชั่นศิลปะกรรมที่สูงค่าที่สุด เทียบชิ้นต่อชิ้น
ผมว่าเจ๊เบ็ธ เธอคงตาไม่ถึงเท่าไหร่ในเรื่องนี้ (เรื่องอื่นก็ด้วยแหละ) แต่ทำไมแกซื้องานเก่งจัง หนูเฟื่องคงรู้ฟามลับแล้วละ วันนี้
เอาเป็นว่าแปลต่อไปนะจ๊ะ ขอบคุณล่วงหน้า เดี๋ยวจะมาต่อเรื่องฟามเห่ยของมาม่า...เรื่องภาพถ่าย
พอดีคลิ๊กตามลูกศรต่อออกไปอีกสองสามรูป เจอแล้วมึนตึ้บ
ทำไมมันไร้สติและฟามเข้าอกเข้าใจถึงเพียงนี้วะ ไอ้องค์กรครอบโลกแห่งนี้
pipat
ร่วมแบ่งปัน874 ครั้ง - ดาว 155 ดวง