วิธีตรวจสอบ "สารแทนนิน"

ผมกำลังทำโครงงาน อ่ะครับ เลยอยากทราบว่า "สารแทนนิน"เนี๊ย ที่เรารู้จักกันว่ามันช่วยในการขับถ่าย ช่วยระบบทางเดินอาหารหรืออ่ะเนี๊ย เราสามารถตรวจสอบว่ามันมีอยู่จริงได้ไงครับ



คือผมทราบว่ามันมีอยู่ในใบ และเปลือกของผลฝรั่ง แล้ววิธีการตรวจสอบว่า "สารแทนนิน" มันมีอยู่เนี๊ย เราสามารถใช้วิธีใดได้บ้างครับ



ขอรบกวนผู้มีความสามารถ ช่วยตอบทีน่ะครับ


ความคิดเห็นที่ 33 

NATTY (Guest)
20 พ.ย. 2551 19:09
  1. อยากซาบว่าวิธีการสกัดแทนนินทำอย่างไรค่ะ  คือตอนนี้หนูทำโครงงานเรื่องแทนนินในธรรมชาติสามารถชะลอการเน่าเสียของน้ำผลไม้ค่ะ  และต้องนำโครงงานนี้ไปอภิบายให้น้องๆๆๆๆๆที่เรียนสายวิทย์  -  คณิตได้ฟังอย่างถูกต้องค่ะ




ความคิดเห็นที่ 39

coffeemate>>bigbangcoffee@hotmail.com (Guest)
23 เม.ย. 2552 20:39
  1. อยากทราบว่า


    ทามมายเราต้องใช้  NACL ในการสกัดด้วยอะ???


     


     


    ใช้อย่างอื่นไม่ได้หรอนอกจากเนี้ยอะ??


    คระ




ความคิดเห็นที่ 36

amalia603@hotmail.com
19 ธ.ค. 2551 22:37
  1. หลักการสกัดสารส่วนใหญ่จะใส่ Solvent มากเกินพอคับก็คือต้องท่วมผงพืชส่วนใหญ่จะต้องดูใน Paper และเวลาตีพิม Paper ต้องบอกด้วยว่าอัตราส่วนของผงพืช : ตัวทำละลาย เท่ากับเท่าไร แต่ที่เคยทำมาก็ใช้ผงพืช : ตัวทำละลาย 1:5
    แต่ถ้าเป็นการควบคุมคุณภาพต้องไปดูปริมาณของพวก Solvent ต่างๆใน USP,BP หรือ THP

    บางทีก็จะเจอคำถามว่าทำไมต้องใส่เกลือแกงแล้วถ้าเป็นสารตัวอื่นหละ เช่น น้ำตาลทราย จะได้เหรอป่าว




ความคิดเห็นที่ 32

amalia603@hotmail.com
9 พ.ย. 2551 15:00
  1. Hydrolysable tannins
    - ทำปฏิกิริยากับ FeCl3 ได้สีน้ำเงิน
    - สารกลุ่มนี้อาจเรียกว่า gallotannins หรือ pyrogallol tannins
    - แทนนินที่มีโครงสร้างเป็นพวก Polyphenol ที่ซับซ้อน ซึ่งจะสลายตัวได้เมื่อทำการแยกสลายด้วยน้ำ
    - เกิดจาก Gallic acid, Ellagic acid หรืออนุพันธ์ จับกันเป็นโมเลกุลใหญ่โดยมีการ esterified อยู่กับ glucose
    - สามารถถูก hydrolysed ด้วยกรดหรือเอนไซม์ tannase ได้เป็น acid กับ glucose
    - มีลักษณะเป็น Amorphous สีเหลืองหรือสีน้ำตาล
    - ละลายในน้ำร้อนได้เป็น Colloidal dispersion

    การทดสอบเบื้องต้น
    - การทดสอบกับน้ำยา FeCl3 ได้ตะกอนสีน้ำเงิน สีน้ำเงินคล้ำ สีน้ำเงินม่วง
    - การทดสอบกับน้ำปูนใส (lime water) จะได้ตะกอนเกิดขึ้น และตะกอนที่เกิดขึ้นอาจมีสีเทาแกมน้ำเงิน
    - การทดสอบกับน้ำยาทดสอบโบรมีนให้ผลการทดสอบเป็นลบ

    Condense tannins
    - แทนนินที่มีโครงสร้างเป็นพวกสาร Polyphenol ที่ซับซ้อน แตกตัวหรือสลายด้วยน้ำได้ยากกว่าแทนนินชนิดสลายตัวได้ เพราะในโครงสร้างโมเลกุลไม่มีน้ำตาลอยู่ด้วยจึงสลายตัวได้ยากและละลายน้ำได้น้อย
    - ได้จากการ condensation ของ flavan-3, 4 diols เช่น leucocyanindin
    - เมื่อถูกกรด tannins ชนิดนี้การเกิด Polymerization ได้สารสีแดงที่ไม่ละลายน้ำ เรียกว่า Phlobaphenes หรือ tannin red
    - เมื่อนำมากลั่นแบบแห้งหรือผ่านความร้อนจะได้สารประกอบ Catechols จึงเรียกแทนนินกลุ่มนี้ว่า Catechol tannins หรือ Cathechin tannins หรือ Phobatannins
    - กรดร้อนสามารถทำให้พันธะ carbon ของสารกลุ่มนี้แตกออกได้ anthocyanidin จึงเรียกสารกลุ่มนี้ว่า proanthocyanindin

    การทดสอบ
    - การทดสอบกับน้ำยา FeCl3 ได้ตะกอนสีเขียวหรือสีเขียวแกมน้ำตาล
    - การทดสอบกับน้ำยาโบรมีน จะให้ตะกอนเกิดขึ้นและตะกอนที่เกิดขึ้นจะมีสีเหลืองอ่อน
    - การทดสอบกับน้ำยา Vanillin-HCl การทดสอบจะให้สีชมพูหรือสีแดง (crimson color)
    - การทดสอบการน้ำยา Formaldehyde-HCl จะได้ตะกอนสีแดงหรือสีชมพูเกิดขึ้น และตะกอนนี้จะไม่ละลายในน้ำร้อน แอลกอฮอล์ หรือ 5% KOH

    ส่วนรายละเอียดในเชิงลึกจะมีในหนังสือ เภสัชเวท ของอาจารวันดี คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล คับ 




ความคิดเห็นที่ 34

amalia603@hotmail.com
23 พ.ย. 2551 16:18
  1. 1.นำพืชต้มกับน้ำ
    2.กรอง
    3.เติม NaCl เพื่อให้เกิดการตกตะกอน
    4.สกัดด้วย Acetone
    5.จะได้ชั้นน้ำและชั้น Acetone ให้เอาชั้นน้ำทิ้งไป เอาแต่ชั้น Acetone
    6.นำชั้นของ Acetone มาสกัดด้วย Ether จะได้ชั้นของ Ether และ Acetone เก็บเอาเฉพาะชั้น Acetone
    7.เติม NaCl จะได้ตะกอนของ Tannin




ความคิดเห็นที่ 3

เด็กควอนตัมaom_aink@yahoo.com (Guest)
2 มิ.ย. 2549 10:31
  1. มันมีอยู่ในต้นครามด้วย



ความคิดเห็นที่ 30

parameth_boss@hotmail.com (Guest)
11 มิ.ย. 2551 13:39
  1. ขอข้อมูลว่าสารแทนนินพบในใบพืชอะไรบ้างส่งทีครับ



ความคิดเห็นที่ 38

meaw_twin@hotmail.com (Guest)
11 ก.พ. 2552 20:51
  1. 1.นำพืชต้มกับน้ำ
    2.กรอง
    3.เติม NaCl เพื่อให้เกิดการตกตะกอน
    4.สกัดด้วย Acetone
    5.จะได้ชั้นน้ำและชั้น Acetone ให้เอาชั้นน้ำทิ้งไป เอาแต่ชั้น Acetone
    6.นำชั้นของ Acetone มาสกัดด้วย Ether จะได้ชั้นของ Ether และ Acetone เก็บเอาเฉพาะชั้น Acetone
    7.เติม NaCl จะได้ตะกอนของ Tannin


    คือตอนนี้กำลังทำโครงงานเรื่องนี้อยู่ค่ะ แต่อยากทราบว่าควรใช้สารแต่ละชนิดอย่างละเท่าไหร่อ่ะค่ะ ช่วยบอกอย่างละเอียดด้วยนะค่ะหรือพอจะแนะนำหนังสือที่พอหาได้ก็ได้ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ




ความคิดเห็นที่ 40

kaaam ,, -->> kc.bg_14@hotmail.com (Guest)
28 เม.ย. 2552 19:00
  1. อยากรุวิธีทดสอบอ่า ว่าผลไม่อ่ารายมีสารแทนนินมั่ง ?? คัยรุบ้างอ่า  พลีสส !!




ความคิดเห็นที่ 57

doraemondorame@hotmail.com (Guest)
13 ธ.ค. 2553 19:18
  1. ในการทดสอบพืชด้วยสารเคมีนอกจาก NaCl และ FeCl3 แล้วสามารถใช้สารเคมีใดอีกได้บ้างใน

    การตรวจสอบว่าพืชชนิดนั้นมีแทนนิน >> ขอคำตอบภายในพุธนี้ได้ไม๊ค่ะ ขอบพระคุนล่วงหน้าค่ะ



ความคิดเห็นที่ 37

lost-love-69@hotmail.com (Guest)
15 ม.ค. 2552 14:59
  1. อยากรู้วิธีการทำน้ำหมึกปากกาไวท์บอร์ดจากพืชธรรมชาติ เพื่อใช้ในการทำโครงงาน กับเรื่องการทำน้ำหมึกจากสนิมเหล็กและใบชา




ความคิดเห็นที่ 4

puyyun@hotmail.com (Guest)
21 มิ.ย. 2549 21:23
  1. สารแทนนินนะมีในใบไม้ทั่วไปยะในใบหูกวางก็มีการที่เราจะสกัดเอาสารแทนนินในใบไม้นั้นยุ่งยากนะ เพราะในใบไม้มันมีสารครอโรฟิวมากสารเคมีอีกเป็นการอยากที่เราจะเอามันออกมาเอาไปแช้นำก็ได้ตอนใบแห้งๆๆนะ



ความคิดเห็นที่ 1

navyblue (Guest)
31 พ.ค. 2549 00:28
  1. โหยยย~



    ไม่มีใครรู้เลยเหรอครับ



    ช่วยตอบให้หน่อยน๊าครับ อยากทราบมากๆ



    ต้องเอาไปทำโครงงานแล้วอ่ะครับ



ความคิดเห็นที่ 2

navyblue (Guest)
1 มิ.ย. 2549 21:26
  1. ตอบทีคร๊าบบบบ



    ผมติดงานนี้อยู่อ่ะคับ



ความคิดเห็นที่ 35

NATTY (Guest)
10 ธ.ค. 2551 17:20
  1. อยากทราบลายละเอียดมากกว่านี้อะค่ะ  เช่น  ต้องใช้สาร NaCl กี่กรัมอะไรแบบนี้อะค่ะ 




ความคิดเห็นที่ 41

Leetuang_139@hotmail.com (Guest)
27 พ.ค. 2552 15:53
  1. อยากทราบว่าสารเทนนินพบในพืชชนิดใดบ้าง?
    เพราะเราจะทำโครงงานประกวดระดับมัธยมน่ะ
    ช่วยบอกทีนะ..

    เเล้วซื้อสนิมเหล้กได้ที่ไหนอ่ะค่ะ?
    (สนิมผง)
    ขอบคุณค่ะ!!




ความคิดเห็นที่ 31

NF (Guest)
30 มิ.ย. 2551 16:25
  1. อยากทราบว่าสารอะไรที่ทำให้แอปเปิ้นมีสีดำคเช่วยบอกที



ความคิดเห็นที่ 42

aurairat
12 ก.ค. 2552 15:03
  1. ตอนนี้เราก็กำลังทำโครงงานเกี่ยวกับน้ำมึกธรรมชาติ

    ในขั้นตอนการสกัดเทนนินเราไม่รู้ว่าชั้นไหนเปนอีเทอชั้นไหนเปนเทนนินอ่ะ

    แล้วพอลองเอาผงสนิมมาผสมกับน้ำเปล่ามันก็ได้น้ำเข้มๆเหมือนกัน

    แต่ถ้าลองเอาผงสนิมมาผสมกับน้ำชามันก็ได้ผลคล้ายกับที่ทำกับน้ำเปล่าแต่ตัวผงสนิมจะเข้มขึ้นแต่พอกรองด้วยผ้าขาวบาง(กระดาษกรองไม่ผ่าน) น้ำที่ได้มันอ่อนมากๆ

    เลยรู้สึกว่ามันจะล้มเหลวอ่ะ..



ความคิดเห็นที่ 44

por_chan@hotmail.com (Guest)
9 ก.ย. 2552 22:27
  1. อยากทราบปริมาณสารต่างๆที่ใช้ในการสกัดสารแทนนินอ่ะค่ะว่าต้องใช้อย่างละเท่าไรบ้าง? รบกวนตอบด่วนค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ^^




ความคิดเห็นที่ 45

fair104
22 ก.ย. 2552 12:49
  1. แทนนิน(Tannin) เป็นสารที่ทำ ให้เกิดรสฝาดในพืชที่เป็นอาหารสัตว์บางชนิด ความเป็นพิษของแทนนิน คือ จะยับยั้งการเกิดเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารในกระเพาะสัตว์แทนนิน มี 2 ชนิด คือ condensed tannins พบได้ในส่วนเปลือกต้น และแก่นไม้เป็นส่วนใหญ่ และ hydrolysable tannins พบมากในส่วนใบ ฝัก และส่วนที่ปูดออกมาจากปกติ เมื่อต้นไม้ได้รับอันตราย(gall) แทนนิน มีคุณสมบัติตกตะกอนโปรตีน ทำ ให้หนังสัตว์ไม่เน่าเปื่อย แทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมานจึงใช้เป็นยารักษาโรคท้องเสียได้ แทนนินมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ ตัวอย่างแทนนินได้แก่ theogallin, gallic acid, ellagic acidพืชอาหารสัตว์ที่พบสารแทนนิน ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเดสโมเดียม หรือส่วนเปลือกของลำ ต้นพืชยืนต้น เป็นต้นอาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษแทนนิน สัตว์ที่กินอาหารที่มีแทนนินเข้าไปปริมาณมากพอที่จะเกิดพิษได้ จะแสดงอาการท้องอืด และมีคอเลสเตอรอล (Cholesteral) ในกระแสเลือดสูงขึ้นเพราะกรดแทนนินที่สะสมในร่างกายจะลดลงและมีพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง


    แทนนิน จัดเป็นสารประกอบโพลีฟีนีลซึ่งพบในส่วนต่างๆ ของพืช แทนนินสามารถละลายได้ในนํ้า โดยมีนํ้าหนักโมเลกุลอยู่ระหว่าง 500 ถึง 5,000 โดยทั่วๆ ไปแล้วสารประกอบแทนนินจัดเป็น 2 ประเภท คือ ไฮโดรไลเซเบิลแทนนิน (hydrolyzable tannin) และคอนเดนซ์แทนนิน (condensed tannin, CT) ในพืชหลายชนิด พบว่าแทนนินมีความสามารถ ในการป้องกันการทำ ลายของแบคทีเรีย เชื้อราและแมลงกัดกินเป็นอาหาร ในระดับที่สูงของแทนนิน (5 -9 % ของอาหาร) พบว่าทำ ให้ความสามารถในการย่อยอาหารได้ของสัตว์เคี้ยวเอื้องลดลง เนื่องจากแทนนินไปขัดขวางการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน และยังทำ ให้การกินได้ของสัตว์ลดลง ความเป็นไปได้ในการใช้แทนนินจึงควรอยู่ระหว่าง 2 - 4% ของนํ้าหนักแห้งอาหาร เนื่องจากแทนนินจะเกาะกันอยู่กับโปรตีนที่ระดับนี้สามารถป้องกันการย่อยได้ของโปรตีนในกระเพาะรูเมน และเป็นระดับที่ไม่มีผลกระทบต่อการกินได้ของสัตว์ เมื่อแทนนินรวมตัวโปรตีนในนํ้าลาย สารประกอบโปรตีน-แทนนินผ่านกระเพาะรูเมนไปถึงลำ ไส้เล็กโปรตีนและแทนนินจะถูกแยกพันธะ จากนั้นโปรตีนถูกย่อยและดูดซึมไปใช้ประโยชน์สารประกอบแทนนินกับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรท สามารถทำ ให้ลดการย่อยได้ของอาหารในกระเพาะรูเมนโดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากสารประกอบโพลีฟีโนลิคไปมีผลต่อการทำ งานของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนแทนนินมีผลต่อการลดการย่อยได้ของสารประกอบโปรตีนรวมทั้งสารประกอบต่างๆ ที่รวมอยู่กับโปรตีน สารประกอบแทนนินเป็นสารต่อต้านการย่อยได้ในสัตว์กระเพาะเดี่ยว โดยเฉพาะในระดับที่สูงจะมีผลทำ ให้การย่อยได้ และการดูดซึมของโปรตีนในลำ ไส้เล็กลดลง


    สารประกอบระหว่างแทนนินและโปรตีนมีพันธะค่อนข้างคงที่ในสภาพตามธรรมชาติ และเมื่อเปลี่ยนสภาพไปไม่สามารถผันกลับได้ พันธะระหว่างแทนนินและโปรตีนสามารถลดได้หลายวิธี เช่น ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนํ้านมจะมีโพรลินในนํ้าลายสูง โดยโพรลินจะทำ หน้าที่ในการคลายพันธะก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของโพรลินจากนํ้าลายผลยังไม่ชัดเจน ปัจจัยที่มีผลมากกว่า ได้แก่ สภาพความเป็นกรด-ด่างมากกว่าในสภาพในกระเพาะรูเมนมีสภาพค่อนข้างเป็นกลางซึ่งสารประกอบแทนนินกับโปรตีนยังไม่มีการสลายพันธะ แต่เมื่อผ่านไปที่กระเพาะจริงและลำ ไส้เล็กจะมีสภาพเป็นกรดจากกรดนํ้าดี ทำ ให้พันธะถูกทำ ลายได้และ แสดงให้เห็นว่าพันธะระหว่างคอนเดนซ์แทนนิน สามารถถูก ทำ ลายที่ pHน้อยกว่า 3.5กลไกของแทนนินต่อจุลินทรีย์ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของแทนนิน โดยหากมีแทนนินเพียงจำ นวนน้อยอาจจะไม่มีผลใดๆ ต่อการทำ งานของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน และจุลินทรีย์บางชนิดในกระเพาะรูเมน มีความทนทานต่อแทนนินในระดับที่สูง และโดยปกติจุลินทรีย์ในรูเมนมีความสามารถในการลดความเป็นพิษของสารต่อต้านโภชนะต่างๆไม่เพียงเฉพาะสารประกอบแทนนิน โดยปกติแล้วจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนส่วนใหญ่จะย่อยอาหารคาร์โบไฮเดรทเป็นหลักก่อน และจุลินทรีย์จะเลือกใช้โปรตีนที่สามารถย่อยง่ายจากแหล่งอื่นก่อน เช่น จากยูเรีย ส่วนโปรตีนจากพืชอาหารสัตว์จะถูกย่อยได้เพียงจำ นวนน้อยเท่านั้น ในพืชหลายชนิดโดยเฉพาะพืชในเขตร้อนจะมีองค์ประกอบของแทนนินสูงกว่าประเทศในเขตหนาว ประโยชน์และความคุ้มค่าของแทนนินอยู่ที่ความสามารถในการป้องกันการย่อยได้ของอาหารโปรตีนในกระเพาะรูเมน ซึ่งโดยปกติการให้อาหารสำ หรับสัตว์เคี้ยวเอื้องจะมีการคำ นวณโปรตีนในส่วนในส่วนนี้ให้เพียงพออยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นโปรตีนคุณภาพดีและมีราคาแพง เช่น โปรตีนจากกากถั่วเหลือง กากเมล็ดฝ้าย กากเบียร์แห้ง เป็นต้น หากสามารถทดแทนโปรตีนจากโปรตีนพืชอาหารสัตว์จะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก สามารถปลูกไว้ใช้เองหรือสามารถ ส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วไป ใช้ได้อย่างกว้างขวาง


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น