วิธีตรวจสอบ "สารแทนนิน"

ผมกำลังทำโครงงาน อ่ะครับ เลยอยากทราบว่า "สารแทนนิน"เนี๊ย ที่เรารู้จักกันว่ามันช่วยในการขับถ่าย ช่วยระบบทางเดินอาหารหรืออ่ะเนี๊ย เราสามารถตรวจสอบว่ามันมีอยู่จริงได้ไงครับ



คือผมทราบว่ามันมีอยู่ในใบ และเปลือกของผลฝรั่ง แล้ววิธีการตรวจสอบว่า "สารแทนนิน" มันมีอยู่เนี๊ย เราสามารถใช้วิธีใดได้บ้างครับ



ขอรบกวนผู้มีความสามารถ ช่วยตอบทีน่ะครับ
29 พ.ค. 2549 22:03
58 ความเห็น
141840 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  navyblue (Guest)

โหยยย~



ไม่มีใครรู้เลยเหรอครับ



ช่วยตอบให้หน่อยน๊าครับ อยากทราบมากๆ



ต้องเอาไปทำโครงงานแล้วอ่ะครับ
31 พ.ค. 2549 00:28


ความคิดเห็นที่ 2 navyblue (Guest)

ตอบทีคร๊าบบบบ



ผมติดงานนี้อยู่อ่ะคับ
1 มิ.ย. 2549 21:26


ความคิดเห็นที่ 3 เด็กควอนตัมaom_aink@yahoo.com (Guest)

มันมีอยู่ในต้นครามด้วย
2 มิ.ย. 2549 10:31


ความคิดเห็นที่ 4 puyyun@hotmail.com (Guest)

สารแทนนินนะมีในใบไม้ทั่วไปยะในใบหูกวางก็มีการที่เราจะสกัดเอาสารแทนนินในใบไม้นั้นยุ่งยากนะ เพราะในใบไม้มันมีสารครอโรฟิวมากสารเคมีอีกเป็นการอยากที่เราจะเอามันออกมาเอาไปแช้นำก็ได้ตอนใบแห้งๆๆนะ
21 มิ.ย. 2549 21:23


ความคิดเห็นที่ 30 parameth_boss@hotmail.com (Guest)

ขอข้อมูลว่าสารแทนนินพบในใบพืชอะไรบ้างส่งทีครับ
11 มิ.ย. 2551 13:39


ความคิดเห็นที่ 31 NF (Guest)

อยากทราบว่าสารอะไรที่ทำให้แอปเปิ้นมีสีดำคเช่วยบอกที
30 มิ.ย. 2551 16:25


ความคิดเห็นที่ 32 โดย amalia603@hotmail.com

Hydrolysable tannins
- ทำปฏิกิริยากับ FeCl3 ได้สีน้ำเงิน
- สารกลุ่มนี้อาจเรียกว่า gallotannins หรือ pyrogallol tannins
- แทนนินที่มีโครงสร้างเป็นพวก Polyphenol ที่ซับซ้อน ซึ่งจะสลายตัวได้เมื่อทำการแยกสลายด้วยน้ำ
- เกิดจาก Gallic acid, Ellagic acid หรืออนุพันธ์ จับกันเป็นโมเลกุลใหญ่โดยมีการ esterified อยู่กับ glucose
- สามารถถูก hydrolysed ด้วยกรดหรือเอนไซม์ tannase ได้เป็น acid กับ glucose
- มีลักษณะเป็น Amorphous สีเหลืองหรือสีน้ำตาล
- ละลายในน้ำร้อนได้เป็น Colloidal dispersion

การทดสอบเบื้องต้น
- การทดสอบกับน้ำยา FeCl3 ได้ตะกอนสีน้ำเงิน สีน้ำเงินคล้ำ สีน้ำเงินม่วง
- การทดสอบกับน้ำปูนใส (lime water) จะได้ตะกอนเกิดขึ้น และตะกอนที่เกิดขึ้นอาจมีสีเทาแกมน้ำเงิน
- การทดสอบกับน้ำยาทดสอบโบรมีนให้ผลการทดสอบเป็นลบ

Condense tannins
- แทนนินที่มีโครงสร้างเป็นพวกสาร Polyphenol ที่ซับซ้อน แตกตัวหรือสลายด้วยน้ำได้ยากกว่าแทนนินชนิดสลายตัวได้ เพราะในโครงสร้างโมเลกุลไม่มีน้ำตาลอยู่ด้วยจึงสลายตัวได้ยากและละลายน้ำได้น้อย
- ได้จากการ condensation ของ flavan-3, 4 diols เช่น leucocyanindin
- เมื่อถูกกรด tannins ชนิดนี้การเกิด Polymerization ได้สารสีแดงที่ไม่ละลายน้ำ เรียกว่า Phlobaphenes หรือ tannin red
- เมื่อนำมากลั่นแบบแห้งหรือผ่านความร้อนจะได้สารประกอบ Catechols จึงเรียกแทนนินกลุ่มนี้ว่า Catechol tannins หรือ Cathechin tannins หรือ Phobatannins
- กรดร้อนสามารถทำให้พันธะ carbon ของสารกลุ่มนี้แตกออกได้ anthocyanidin จึงเรียกสารกลุ่มนี้ว่า proanthocyanindin

การทดสอบ
- การทดสอบกับน้ำยา FeCl3 ได้ตะกอนสีเขียวหรือสีเขียวแกมน้ำตาล
- การทดสอบกับน้ำยาโบรมีน จะให้ตะกอนเกิดขึ้นและตะกอนที่เกิดขึ้นจะมีสีเหลืองอ่อน
- การทดสอบกับน้ำยา Vanillin-HCl การทดสอบจะให้สีชมพูหรือสีแดง (crimson color)
- การทดสอบการน้ำยา Formaldehyde-HCl จะได้ตะกอนสีแดงหรือสีชมพูเกิดขึ้น และตะกอนนี้จะไม่ละลายในน้ำร้อน แอลกอฮอล์ หรือ 5% KOH

ส่วนรายละเอียดในเชิงลึกจะมีในหนังสือ เภสัชเวท ของอาจารวันดี คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล คับ 

9 พ.ย. 2551 15:00


ความคิดเห็นที่ 33 NATTY (Guest)

อยากซาบว่าวิธีการสกัดแทนนินทำอย่างไรค่ะ  คือตอนนี้หนูทำโครงงานเรื่องแทนนินในธรรมชาติสามารถชะลอการเน่าเสียของน้ำผลไม้ค่ะ  และต้องนำโครงงานนี้ไปอภิบายให้น้องๆๆๆๆๆที่เรียนสายวิทย์  -  คณิตได้ฟังอย่างถูกต้องค่ะ

20 พ.ย. 2551 19:09


ความคิดเห็นที่ 34 โดย amalia603@hotmail.com

1.นำพืชต้มกับน้ำ
2.กรอง
3.เติม NaCl เพื่อให้เกิดการตกตะกอน
4.สกัดด้วย Acetone
5.จะได้ชั้นน้ำและชั้น Acetone ให้เอาชั้นน้ำทิ้งไป เอาแต่ชั้น Acetone
6.นำชั้นของ Acetone มาสกัดด้วย Ether จะได้ชั้นของ Ether และ Acetone เก็บเอาเฉพาะชั้น Acetone
7.เติม NaCl จะได้ตะกอนของ Tannin

23 พ.ย. 2551 16:18


ความคิดเห็นที่ 35 NATTY (Guest)

อยากทราบลายละเอียดมากกว่านี้อะค่ะ  เช่น  ต้องใช้สาร NaCl กี่กรัมอะไรแบบนี้อะค่ะ 

10 ธ.ค. 2551 17:20


ความคิดเห็นที่ 36 โดย amalia603@hotmail.com

หลักการสกัดสารส่วนใหญ่จะใส่ Solvent มากเกินพอคับก็คือต้องท่วมผงพืชส่วนใหญ่จะต้องดูใน Paper และเวลาตีพิม Paper ต้องบอกด้วยว่าอัตราส่วนของผงพืช : ตัวทำละลาย เท่ากับเท่าไร แต่ที่เคยทำมาก็ใช้ผงพืช : ตัวทำละลาย 1:5
แต่ถ้าเป็นการควบคุมคุณภาพต้องไปดูปริมาณของพวก Solvent ต่างๆใน USP,BP หรือ THP

บางทีก็จะเจอคำถามว่าทำไมต้องใส่เกลือแกงแล้วถ้าเป็นสารตัวอื่นหละ เช่น น้ำตาลทราย จะได้เหรอป่าว

19 ธ.ค. 2551 22:37


ความคิดเห็นที่ 37 lost-love-69@hotmail.com (Guest)

อยากรู้วิธีการทำน้ำหมึกปากกาไวท์บอร์ดจากพืชธรรมชาติ เพื่อใช้ในการทำโครงงาน กับเรื่องการทำน้ำหมึกจากสนิมเหล็กและใบชา

15 ม.ค. 2552 14:59


ความคิดเห็นที่ 38 meaw_twin@hotmail.com (Guest)

1.นำพืชต้มกับน้ำ
2.กรอง
3.เติม NaCl เพื่อให้เกิดการตกตะกอน
4.สกัดด้วย Acetone
5.จะได้ชั้นน้ำและชั้น Acetone ให้เอาชั้นน้ำทิ้งไป เอาแต่ชั้น Acetone
6.นำชั้นของ Acetone มาสกัดด้วย Ether จะได้ชั้นของ Ether และ Acetone เก็บเอาเฉพาะชั้น Acetone
7.เติม NaCl จะได้ตะกอนของ Tannin


คือตอนนี้กำลังทำโครงงานเรื่องนี้อยู่ค่ะ แต่อยากทราบว่าควรใช้สารแต่ละชนิดอย่างละเท่าไหร่อ่ะค่ะ ช่วยบอกอย่างละเอียดด้วยนะค่ะหรือพอจะแนะนำหนังสือที่พอหาได้ก็ได้ค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ

11 ก.พ. 2552 20:51


ความคิดเห็นที่ 39 coffeemate>>bigbangcoffee@hotmail.com (Guest)

อยากทราบว่า


ทามมายเราต้องใช้  NACL ในการสกัดด้วยอะ???


 


 


ใช้อย่างอื่นไม่ได้หรอนอกจากเนี้ยอะ??


คระ

23 เม.ย. 2552 20:39


ความคิดเห็นที่ 40 kaaam ,, -->> kc.bg_14@hotmail.com (Guest)

> kc.bg_14@hotmail.com (Guest) -->

อยากรุวิธีทดสอบอ่า ว่าผลไม่อ่ารายมีสารแทนนินมั่ง ?? คัยรุบ้างอ่า  พลีสส !!

28 เม.ย. 2552 19:00


ความคิดเห็นที่ 41 Leetuang_139@hotmail.com (Guest)

อยากทราบว่าสารเทนนินพบในพืชชนิดใดบ้าง?
เพราะเราจะทำโครงงานประกวดระดับมัธยมน่ะ
ช่วยบอกทีนะ..

เเล้วซื้อสนิมเหล้กได้ที่ไหนอ่ะค่ะ?
(สนิมผง)
ขอบคุณค่ะ!!

27 พ.ค. 2552 15:53


ความคิดเห็นที่ 42 โดย aurairat

ตอนนี้เราก็กำลังทำโครงงานเกี่ยวกับน้ำมึกธรรมชาติ

ในขั้นตอนการสกัดเทนนินเราไม่รู้ว่าชั้นไหนเปนอีเทอชั้นไหนเปนเทนนินอ่ะ

แล้วพอลองเอาผงสนิมมาผสมกับน้ำเปล่ามันก็ได้น้ำเข้มๆเหมือนกัน

แต่ถ้าลองเอาผงสนิมมาผสมกับน้ำชามันก็ได้ผลคล้ายกับที่ทำกับน้ำเปล่าแต่ตัวผงสนิมจะเข้มขึ้นแต่พอกรองด้วยผ้าขาวบาง(กระดาษกรองไม่ผ่าน) น้ำที่ได้มันอ่อนมากๆ

เลยรู้สึกว่ามันจะล้มเหลวอ่ะ..
12 ก.ค. 2552 15:03


ความคิดเห็นที่ 44 por_chan@hotmail.com (Guest)

อยากทราบปริมาณสารต่างๆที่ใช้ในการสกัดสารแทนนินอ่ะค่ะว่าต้องใช้อย่างละเท่าไรบ้าง? รบกวนตอบด่วนค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ^^

9 ก.ย. 2552 22:27


ความคิดเห็นที่ 45 โดย fair104

แทนนิน(Tannin) เป็นสารที่ทำ ให้เกิดรสฝาดในพืชที่เป็นอาหารสัตว์บางชนิด ความเป็นพิษของแทนนิน คือ จะยับยั้งการเกิดเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารในกระเพาะสัตว์แทนนิน มี 2 ชนิด คือ condensed tannins พบได้ในส่วนเปลือกต้น และแก่นไม้เป็นส่วนใหญ่ และ hydrolysable tannins พบมากในส่วนใบ ฝัก และส่วนที่ปูดออกมาจากปกติ เมื่อต้นไม้ได้รับอันตราย(gall) แทนนิน มีคุณสมบัติตกตะกอนโปรตีน ทำ ให้หนังสัตว์ไม่เน่าเปื่อย แทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมานจึงใช้เป็นยารักษาโรคท้องเสียได้ แทนนินมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ ตัวอย่างแทนนินได้แก่ theogallin, gallic acid, ellagic acidพืชอาหารสัตว์ที่พบสารแทนนิน ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเดสโมเดียม หรือส่วนเปลือกของลำ ต้นพืชยืนต้น เป็นต้นอาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษแทนนิน สัตว์ที่กินอาหารที่มีแทนนินเข้าไปปริมาณมากพอที่จะเกิดพิษได้ จะแสดงอาการท้องอืด และมีคอเลสเตอรอล (Cholesteral) ในกระแสเลือดสูงขึ้นเพราะกรดแทนนินที่สะสมในร่างกายจะลดลงและมีพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง


แทนนิน จัดเป็นสารประกอบโพลีฟีนีลซึ่งพบในส่วนต่างๆ ของพืช แทนนินสามารถละลายได้ในนํ้า โดยมีนํ้าหนักโมเลกุลอยู่ระหว่าง 500 ถึง 5,000 โดยทั่วๆ ไปแล้วสารประกอบแทนนินจัดเป็น 2 ประเภท คือ ไฮโดรไลเซเบิลแทนนิน (hydrolyzable tannin) และคอนเดนซ์แทนนิน (condensed tannin, CT) ในพืชหลายชนิด พบว่าแทนนินมีความสามารถ ในการป้องกันการทำ ลายของแบคทีเรีย เชื้อราและแมลงกัดกินเป็นอาหาร ในระดับที่สูงของแทนนิน (5 -9 % ของอาหาร) พบว่าทำ ให้ความสามารถในการย่อยอาหารได้ของสัตว์เคี้ยวเอื้องลดลง เนื่องจากแทนนินไปขัดขวางการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน และยังทำ ให้การกินได้ของสัตว์ลดลง ความเป็นไปได้ในการใช้แทนนินจึงควรอยู่ระหว่าง 2 - 4% ของนํ้าหนักแห้งอาหาร เนื่องจากแทนนินจะเกาะกันอยู่กับโปรตีนที่ระดับนี้สามารถป้องกันการย่อยได้ของโปรตีนในกระเพาะรูเมน และเป็นระดับที่ไม่มีผลกระทบต่อการกินได้ของสัตว์ เมื่อแทนนินรวมตัวโปรตีนในนํ้าลาย สารประกอบโปรตีน-แทนนินผ่านกระเพาะรูเมนไปถึงลำ ไส้เล็กโปรตีนและแทนนินจะถูกแยกพันธะ จากนั้นโปรตีนถูกย่อยและดูดซึมไปใช้ประโยชน์สารประกอบแทนนินกับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรท สามารถทำ ให้ลดการย่อยได้ของอาหารในกระเพาะรูเมนโดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากสารประกอบโพลีฟีโนลิคไปมีผลต่อการทำ งานของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนแทนนินมีผลต่อการลดการย่อยได้ของสารประกอบโปรตีนรวมทั้งสารประกอบต่างๆ ที่รวมอยู่กับโปรตีน สารประกอบแทนนินเป็นสารต่อต้านการย่อยได้ในสัตว์กระเพาะเดี่ยว โดยเฉพาะในระดับที่สูงจะมีผลทำ ให้การย่อยได้ และการดูดซึมของโปรตีนในลำ ไส้เล็กลดลง


สารประกอบระหว่างแทนนินและโปรตีนมีพันธะค่อนข้างคงที่ในสภาพตามธรรมชาติ และเมื่อเปลี่ยนสภาพไปไม่สามารถผันกลับได้ พันธะระหว่างแทนนินและโปรตีนสามารถลดได้หลายวิธี เช่น ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนํ้านมจะมีโพรลินในนํ้าลายสูง โดยโพรลินจะทำ หน้าที่ในการคลายพันธะก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของโพรลินจากนํ้าลายผลยังไม่ชัดเจน ปัจจัยที่มีผลมากกว่า ได้แก่ สภาพความเป็นกรด-ด่างมากกว่าในสภาพในกระเพาะรูเมนมีสภาพค่อนข้างเป็นกลางซึ่งสารประกอบแทนนินกับโปรตีนยังไม่มีการสลายพันธะ แต่เมื่อผ่านไปที่กระเพาะจริงและลำ ไส้เล็กจะมีสภาพเป็นกรดจากกรดนํ้าดี ทำ ให้พันธะถูกทำ ลายได้และ แสดงให้เห็นว่าพันธะระหว่างคอนเดนซ์แทนนิน สามารถถูก ทำ ลายที่ pHน้อยกว่า 3.5กลไกของแทนนินต่อจุลินทรีย์ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของแทนนิน โดยหากมีแทนนินเพียงจำ นวนน้อยอาจจะไม่มีผลใดๆ ต่อการทำ งานของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน และจุลินทรีย์บางชนิดในกระเพาะรูเมน มีความทนทานต่อแทนนินในระดับที่สูง และโดยปกติจุลินทรีย์ในรูเมนมีความสามารถในการลดความเป็นพิษของสารต่อต้านโภชนะต่างๆไม่เพียงเฉพาะสารประกอบแทนนิน โดยปกติแล้วจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนส่วนใหญ่จะย่อยอาหารคาร์โบไฮเดรทเป็นหลักก่อน และจุลินทรีย์จะเลือกใช้โปรตีนที่สามารถย่อยง่ายจากแหล่งอื่นก่อน เช่น จากยูเรีย ส่วนโปรตีนจากพืชอาหารสัตว์จะถูกย่อยได้เพียงจำ นวนน้อยเท่านั้น ในพืชหลายชนิดโดยเฉพาะพืชในเขตร้อนจะมีองค์ประกอบของแทนนินสูงกว่าประเทศในเขตหนาว ประโยชน์และความคุ้มค่าของแทนนินอยู่ที่ความสามารถในการป้องกันการย่อยได้ของอาหารโปรตีนในกระเพาะรูเมน ซึ่งโดยปกติการให้อาหารสำ หรับสัตว์เคี้ยวเอื้องจะมีการคำ นวณโปรตีนในส่วนในส่วนนี้ให้เพียงพออยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นโปรตีนคุณภาพดีและมีราคาแพง เช่น โปรตีนจากกากถั่วเหลือง กากเมล็ดฝ้าย กากเบียร์แห้ง เป็นต้น หากสามารถทดแทนโปรตีนจากโปรตีนพืชอาหารสัตว์จะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก สามารถปลูกไว้ใช้เองหรือสามารถ ส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วไป ใช้ได้อย่างกว้างขวาง

22 ก.ย. 2552 12:49


ความคิดเห็นที่ 46 โดย fair104

แทนนิน(Tannin) เป็นสารที่ทำ ให้เกิดรสฝาดในพืชที่เป็นอาหารสัตว์บางชนิด ความเป็นพิษของแทนนิน คือ จะยับยั้งการเกิดเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารในกระเพาะสัตว์แทนนิน มี 2 ชนิด คือ condensed tannins พบได้ในส่วนเปลือกต้น และแก่นไม้เป็นส่วนใหญ่ และ hydrolysable tannins พบมากในส่วนใบ ฝัก และส่วนที่ปูดออกมาจากปกติ เมื่อต้นไม้ได้รับอันตราย(gall) แทนนิน มีคุณสมบัติตกตะกอนโปรตีน ทำ ให้หนังสัตว์ไม่เน่าเปื่อย แทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมานจึงใช้เป็นยารักษาโรคท้องเสียได้ แทนนินมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ ตัวอย่างแทนนินได้แก่ theogallin, gallic acid, ellagic acidพืชอาหารสัตว์ที่พบสารแทนนิน ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเดสโมเดียม หรือส่วนเปลือกของลำ ต้นพืชยืนต้น เป็นต้นอาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษแทนนิน สัตว์ที่กินอาหารที่มีแทนนินเข้าไปปริมาณมากพอที่จะเกิดพิษได้ จะแสดงอาการท้องอืด และมีคอเลสเตอรอล (Cholesteral) ในกระแสเลือดสูงขึ้นเพราะกรดแทนนินที่สะสมในร่างกายจะลดลงและมีพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง


แทนนิน จัดเป็นสารประกอบโพลีฟีนีลซึ่งพบในส่วนต่างๆ ของพืช แทนนินสามารถละลายได้ในนํ้า โดยมีนํ้าหนักโมเลกุลอยู่ระหว่าง 500 ถึง 5,000 โดยทั่วๆ ไปแล้วสารประกอบแทนนินจัดเป็น 2 ประเภท คือ ไฮโดรไลเซเบิลแทนนิน (hydrolyzable tannin) และคอนเดนซ์แทนนิน (condensed tannin, CT) ในพืชหลายชนิด พบว่าแทนนินมีความสามารถ ในการป้องกันการทำ ลายของแบคทีเรีย เชื้อราและแมลงกัดกินเป็นอาหาร ในระดับที่สูงของแทนนิน (5 -9 % ของอาหาร) พบว่าทำ ให้ความสามารถในการย่อยอาหารได้ของสัตว์เคี้ยวเอื้องลดลง เนื่องจากแทนนินไปขัดขวางการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน และยังทำ ให้การกินได้ของสัตว์ลดลง ความเป็นไปได้ในการใช้แทนนินจึงควรอยู่ระหว่าง 2 - 4% ของนํ้าหนักแห้งอาหาร เนื่องจากแทนนินจะเกาะกันอยู่กับโปรตีนที่ระดับนี้สามารถป้องกันการย่อยได้ของโปรตีนในกระเพาะรูเมน และเป็นระดับที่ไม่มีผลกระทบต่อการกินได้ของสัตว์ เมื่อแทนนินรวมตัวโปรตีนในนํ้าลาย สารประกอบโปรตีน-แทนนินผ่านกระเพาะรูเมนไปถึงลำ ไส้เล็กโปรตีนและแทนนินจะถูกแยกพันธะ จากนั้นโปรตีนถูกย่อยและดูดซึมไปใช้ประโยชน์สารประกอบแทนนินกับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรท สามารถทำ ให้ลดการย่อยได้ของอาหารในกระเพาะรูเมนโดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากสารประกอบโพลีฟีโนลิคไปมีผลต่อการทำ งานของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนแทนนินมีผลต่อการลดการย่อยได้ของสารประกอบโปรตีนรวมทั้งสารประกอบต่างๆ ที่รวมอยู่กับโปรตีน สารประกอบแทนนินเป็นสารต่อต้านการย่อยได้ในสัตว์กระเพาะเดี่ยว โดยเฉพาะในระดับที่สูงจะมีผลทำ ให้การย่อยได้ และการดูดซึมของโปรตีนในลำ ไส้เล็กลดลง


สารประกอบระหว่างแทนนินและโปรตีนมีพันธะค่อนข้างคงที่ในสภาพตามธรรมชาติ และเมื่อเปลี่ยนสภาพไปไม่สามารถผันกลับได้ พันธะระหว่างแทนนินและโปรตีนสามารถลดได้หลายวิธี เช่น ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนํ้านมจะมีโพรลินในนํ้าลายสูง โดยโพรลินจะทำ หน้าที่ในการคลายพันธะก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของโพรลินจากนํ้าลายผลยังไม่ชัดเจน ปัจจัยที่มีผลมากกว่า ได้แก่ สภาพความเป็นกรด-ด่างมากกว่าในสภาพในกระเพาะรูเมนมีสภาพค่อนข้างเป็นกลางซึ่งสารประกอบแทนนินกับโปรตีนยังไม่มีการสลายพันธะ แต่เมื่อผ่านไปที่กระเพาะจริงและลำ ไส้เล็กจะมีสภาพเป็นกรดจากกรดนํ้าดี ทำ ให้พันธะถูกทำ ลายได้และ แสดงให้เห็นว่าพันธะระหว่างคอนเดนซ์แทนนิน สามารถถูก ทำ ลายที่ pHน้อยกว่า 3.5กลไกของแทนนินต่อจุลินทรีย์ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของแทนนิน โดยหากมีแทนนินเพียงจำ นวนน้อยอาจจะไม่มีผลใดๆ ต่อการทำ งานของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน และจุลินทรีย์บางชนิดในกระเพาะรูเมน มีความทนทานต่อแทนนินในระดับที่สูง และโดยปกติจุลินทรีย์ในรูเมนมีความสามารถในการลดความเป็นพิษของสารต่อต้านโภชนะต่างๆไม่เพียงเฉพาะสารประกอบแทนนิน โดยปกติแล้วจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนส่วนใหญ่จะย่อยอาหารคาร์โบไฮเดรทเป็นหลักก่อน และจุลินทรีย์จะเลือกใช้โปรตีนที่สามารถย่อยง่ายจากแหล่งอื่นก่อน เช่น จากยูเรีย ส่วนโปรตีนจากพืชอาหารสัตว์จะถูกย่อยได้เพียงจำ นวนน้อยเท่านั้น ในพืชหลายชนิดโดยเฉพาะพืชในเขตร้อนจะมีองค์ประกอบของแทนนินสูงกว่าประเทศในเขตหนาว ประโยชน์และความคุ้มค่าของแทนนินอยู่ที่ความสามารถในการป้องกันการย่อยได้ของอาหารโปรตีนในกระเพาะรูเมน ซึ่งโดยปกติการให้อาหารสำ หรับสัตว์เคี้ยวเอื้องจะมีการคำ นวณโปรตีนในส่วนในส่วนนี้ให้เพียงพออยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นโปรตีนคุณภาพดีและมีราคาแพง เช่น โปรตีนจากกากถั่วเหลือง กากเมล็ดฝ้าย กากเบียร์แห้ง เป็นต้น หากสามารถทดแทนโปรตีนจากโปรตีนพืชอาหารสัตว์จะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มาก สามารถปลูกไว้ใช้เองหรือสามารถ ส่งเสริมให้เกษตรกรทั่วไป ใช้ได้อย่างกว้างขวาง

22 ก.ย. 2552 12:52

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น