วิชาการดอทคอม ptt logo

โอลิมปิควิชาการ.. การหลอกลวงระดับนานาชาติ

โพสต์เมื่อ: 19:57 วันที่ 26 มิ.ย. 2549         ชมแล้ว: 12,199 ตอบแล้ว: 26
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ผมทราบข่าวการรับสมัครนักเรียนเข้าแข่งขันโอลิมปิควิชาการ แล้วรู้สึกสับสนกับการแข่งขันแบบนี้ (ปิดรับสมัครไปแล้วตั้งแต่ 5 มิย. ดูข้อมูลเพิ่มที่ http://www.ipst.ac.th) นักเรียนไทยได้เหรียญก็พลอยดีใจตามประสาคนแก่ในวงการศึกษา แต่อีกด้านก็ไม่ค่อยภูมิใจอะไรมากนัก นักเรียนหัวไวไม่กี่คนได้รับการคัดเลือกจากโรงเรียน ไปให้อาจารย์มหาวิทยาลัยระดับปริญญาเอกเป็นติวเตอร์ (โคช) ส่งไปแข่ง ถึงจะได้เหรียญก็ไม่ได้เป็นตัวชี้ว่าเด็กไทยทั้งประเทศเก่งๆ กันไปหมด ข้อสอบโอลิมปิคแต่ละข้อก็เป็นความรู้ระดับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่มัธยม มีครูสักกี่คนที่ทำข้อสอบแบบนี้ได้ และอธิบายนักเรียนได้แจ่มแจ้ง แล้วเราจะภูมิใจไปทำไม


ครูบ้านนอก(203.113.71.168,,)





จำนวน 25 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 มิ.ย. 2549 (23:28)
-*-

บ่อยจริงๆ



เนยสด (V) Horrible Monster

[IP: Want to know my IP?] neizod.spaces.msn.com
เนยสด
ร่วมแบ่งปัน1976 ครั้ง - ดาว 2 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 มิ.ย. 2549 (10:08)
ถ้าคิดในมุมมองอย่างครูบ้านนอก

การแข่งมวยโอลิมปิกหรือกีฬาโอลิมปิก

ก็เป็นการแข่งขันลวงโลกเช่นกันนะสิคะ

เพราะนักกีฬาเก่ง ๆ ไม่กี่คนได้รับการคัดเลือก

ไปให้โค้ชเก่ง ๆ ที่ไม่ได้มีทั่วไปในโรงเรียนกีฬาฝึกให้

ถึงจะได้เหรียญก็ไม่ได้เป็นตัวชี้ว่าเด็กไทยทั้งประเทศเก่งกีฬา กันไปหมด

ความสามารถในกีฬาระดับโอลิมปิกก็มีสักกี่คนในเมืองไทย

ที่ทำได้ แล้วเราจะภูมิใจไปทำไม .... ใช่ไหม

(หลงประเด็นหรือเปล่า)



:)



ใช่แล้วผลโอลิมปิกวิชาการ

ไม่สามารถนำไปใช้อ้างได้ว่า

เด็กไทยเก่งทุกคน

แต่ถ้ารัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งใจจริง

จะใช้แนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กไทย

ตามแนวทางของโอลิมปิกวิชาการ

ไปตามจังหวัดต่าง ๆ ก็จะช่วยเพิ่มเจตคติและความสามารถ

ของเด็ก ๆ ให้กระจายวงกว้างขึ้นได้



วัตถุประสงค์หลักของการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ

เป็นสนามประลองศักยภาพของเด็กเก่ง

เป็นที่ทางให้เด็กเก่ง ๆ ได้ตื่นตัว ได้ฝึกฝน

และแสดงออกอย่างเต็มที่ทางวิชาการ

เป็นบันไดขั้นแรกให้เขาก้าวผ่าน เพื่อที่จะพัฒนาตัวเอง

ในทางวิชาการไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ

ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ



ดิฉันภูมิใจที่ เด็กไทยบางกลุ่มมีความสามารถในเวทีโลก

แม้จะลงจากเวทีโอลิมปิกวิชาการไปแล้ว

ก็ยังมีความคิดที่ดีและต่อยอดความรู้ของเขาไปเรื่อย ๆ

อย่างเช่น น้องวิทวัชร์ ที่เพิ่งให้สัมภาษณ์วิชาการ.คอมไป



ในส่วนของเด็กเก่ง

ก็ควรจะพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ของเขาให้ต่อยอดไปเรื่อย ๆ

มีเวทีให้เขาแสดงออกทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก

ในขณะที่เด็กเรียนปานกลาง และเด็กเรียนอ่อน

ก็ไม่ควรถูกทอดทิ้ง มีสื่อ มีการจัดการเรียนรู้ที่ดีให้

ไม่ใช่ ฤ
sineenart (IP:202.29.77.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 มิ.ย. 2549 (10:09)
จุดประสงค์หลักของโอลิมปิควิชาการ คือการสนับสนุนคนเก่ง ให้เป็นเลิศ



ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ในระยะเวลาอันสั้น



อย่างน้อยให้เห็นว่า เรามีคนเก่ง ไม่แพ้ใคร เราสามารถแข่งขันกับเขาได้





ส่วนเรื่องความสามารถของคนส่วนใหญ่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง เป็นเรื่องของระบบใหญ่ ที่ต้องช่วยๆกัน เพราะพัฒนาได้ แต่ต้องใช้เวลานาน





คนเก่งๆที่เราฝึกเขา สนับสนุนเขา ก็เพื่อที่ว่า จะมีจำนวนหนึ่งที่รักในด้านวิชาการวิชาต่างๆจริงๆ ซึ่งเราก็จะสนับสนุนให้ทุนเรียนจนจบชั้นสูงสุด (ดอกเตอร์) เพื่อกลับมาทำคุณประโยชน์ให้ประเทศ



จึงจัดว่าเป็นโครงการที่ดีมากๆ



( ผมเองก็เคยเข้าใจผิด รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ... แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจมากขึ้น ... และก็อยากมีส่วนร่วมมากขึ้น ในการเป็นพี่เลี้ยงของนักเรียนต่างจังหวัด )
MG (IP:202.12.97.118,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 27 มิ.ย. 2549 (12:15)
เด็กฉลาด..ชาติเจริญ
นายกฎมรรค (IP:61.19.51.104,127.0.0.1,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 27 มิ.ย. 2549 (14:16)
การที่เด็กไทยได้เหรียญโอลิมปิกหรือเกียรติบัตรในการแข่งขันต่างๆคารส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ข่าวประเภทนี้ให้มากๆเพราะปัจจุบันคุณภาพของคนในสังคมแย่ลงทุกวัน หากมีข่าวไหนดีๆทีจะช่วยส่งเสริมเยาวชนให้เอาเป็นแบบอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ดนตรี หรือกีฬา ต้องช่วยกันให้มากนะครับ ไม่งั้นก็จะมีแต่ข่าวเด็กตบตีกันในโรงเรียน หรือข่าวครูขืนใจนักเรียน เราไม่สามารถทำให้คนในสังคมมีคุณภาพเหมือนกันทุกคนได้ แต่ต้องพยายามทำให้คนด้อยคุณภาพมีน้อยๆ
ทิดกร่าง (IP:61.19.227.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 2 ม.ค. 2550 (23:31)
ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจกับเด็ก ๆ ไทยที่มีความสามารถระดับโลกทุก ๆ ด้านค่ะ และได้ทราบว่าคณาจารย์ทุก ๆ ท่านทุมเทและมีความพยายามอย่างยิ่งที่ส่งเสริมเด็กไทยเหล่านั้น และอยากให้ท่านผู้ตั้งกระทู้ได้ทราบว่าคณาจารย์ทุกท่านไม่ได้หลงลืมเด็กไทยส่วนใหญ่ ดิฉันเคยได้เข้ารับการอบรมเรื่องแนวคิดและวิธีการสอนคณิตศาสตร์จากอาจารย์ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานโอลิมปิกวิชาการ ตลอดการอบรมนอกจากท่านจะให้ความรู้แล้ว ท่านยังให้กำลังใจ เพื่อให้ทุกคนได้นำความรู้กลับไปพัฒนาการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็ก เพราะท่านและทีมงานได้พิสูจน์แล้วว่าเด็กไทยไม่ได้โง่ค่ะ เพียงแต่ศักยภาพของเด็กไม่ได้รับพัฒนาเท่านี้นเอง ซึ่งครูต้องพัฒนาตัวเองและเด็กไปพร้อม ๆ กันค่ะ



ขอฝากไว้อีกนิดนะคะว่า เราให้คุณค่าความรู้ความสามารถทางวิชาการจนลืมความรู้ความสามารถที่เป็นภูมิปัญญาที่เด็กได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่หรือเปล่า เช่น ความสามารถในการทำไร่ทำนา จับกบจับเขึยด หรือแม้แต่การทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน รีดผ้า ทำกับข้าว ทำอย่างไรเด็ก ๆ จะเห็นคุณค่าของความสามารถที่มีอยู่ในครอบครัวและตัวเขา ให้เขารักษาความสามารถนี้นไว้ ส่วนความสามารถทางวิชการเป็นการทำให้เขามีความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อให้ชีวิตเขามีทางเลิอก เด็กอ่านหนังสือไม่ออก คิดเลขไม่ได้ ไม่ใช่เด็กโง่นะคะ เพียงแต่เขาจะมีทางเลือกน้อยลงเท่านี้นเอง
pakun2k1d@yahoo.com (IP:58.8.158.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 4 ม.ค. 2550 (17:07)
คุณครูบ้านนอก....



อยากทำความเข้าใจว่า ...



การจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กต้องมีความหลากหลาย และตอบสนองศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน..



ดังนั้นเด็กที่เก่ง มีความเป็นเลิศ จะมาจับยัดวิชาการระดับง่าย และระดับกลางให้เขา เขาก็คงเบื่อแย่...



เมื่อเด็กมีศักยภาพ ก็ต้องพัฒนาให้เต็มศักยภาพที่เด็กมี..





เรื่องของการจัดการเรียนรู้ให้เต็มศักยภาพของเด็กแต่ละคนเป็นประเด็นสำคัญ ที่นำมาวิเคราะห์การจัดการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ



ผมวิเคราะห์แบบนี้ แต่อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดก็ได้ครับ
Peck
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 ม.ค. 2550 (17:40)
ได้มีการสำรวจทำสถิติไว้หรือไม่ว่า

เด็กที่ได้รับการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศเหนือคนอื่นนั้น

ได้กลับมารับใช้ประเทศชาติ คุ้มค่ากับการเสียงบประมาณไปหรือไม่



เช่นเดียวกับการที่รัฐสนับสนุนงบประมาณให้มหาวิทยาลัยของรัฐ

บัณฑิตที่จบมา อยู่เหนือสังคม ได้ตอบแทนชาติคุ้มค่าหรือไม่



ผมมีความเห็นว่า

การที่รัฐฯจะใช้งบประมาณพัฒนาคนนั้น

ควรคัดเลือกคนที่สามารถตอบแทนให้กับสังคมด้วย
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26629 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ม.ค. 2550 (18:02)
ความสามารถอย่างเอกอุแบบนี้เฉลี่ยไปถึงเด็กดอยเด็กด้อยโอกาสหรือเปล่าครับ ผมว่าเรากระจายความสามารถจะดีกว่า เหมือนการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง กระจายความสุขให้ทั่วถ้วน
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 7 ก.พ. 2550 (12:59)
นี่ล่ะน๊าเมืองไทยของจริง
pp (IP:61.7.139.224)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 7 ก.พ. 2550 (23:15)
ข้าพเจ้ามีมุมมองว่า การให้อาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยปริญญาเอกเป็นโค้ชให้ แล้วไปแข่ง => ได้เหรียญ เป็นการพิสูจน์อย่างดีเลยว่า การเรียนที่ได้ผลจริง ๆ คือการเรียนการสอนแบบ โค้ช (coaching) และใช้หลักการแบบ tailormate คือ การรู้ถึงจุดอ่อนของนักเรียน ถ้ารู้จุดอ่อนก้จะทำให้ทำการสอนเน้นที่จุดอ่อนให้มีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น จนไม่มีจุดอ่อนอีกต่อไป จึงจะสามารถแข่งขันในเวทีระดับประเทศ และเวทีโลกได้อย่างแท้จริง สำหรับระบบการเรียนแบบบ้านเราถามว่าทำได้มั๊ย ตอบว่า ทำได้!! แต่...ทำไมไม่ทำกันสักที รออะไรกันอยู่ คนไทยรู้ว่าดี แต่ไม่ทำ อยากเก่งแต่ไม่อ่าน อยากรวยแต่ไม่ทำงาน วงจรอุบาทก์ในระบบ[tex]การศึกษาไทยที่ผลิตคนไม่มีคุณภาพออกมาสอนเด็กให้ไม่มีคุณภาพจึงยังดำเนินอยู่อย่างไม่จบสิ้น สรุปว่า ทุก ๆ ท่านในบอร์ดนี้ มาสร้างคุณภาพ สร้างมาตรฐานกันเถอะครับ ข้าพเจ้ากำลังหาแนวร่วมที่มีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อทำให้การศึกษาดีขึ้น
Lucky (IP:124.120.95.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 10 ก.พ. 2550 (00:50)
การสอนแบบโค้ชไม่ใช่ว่าจะได้ผลดีเสมอไป การรู้จุดอ่อนของนักเรียนไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ

เด็กไทยเอ็นท์ติดเพราะติวเตอร์ไม่ใช่หรือ แล้วมีคุณภาพกันแค่ไหนล่ะ ทำไมรีไทร์กันเยอะจัง



ติวเตอร์ในเมืองไทยสอนให้เด็กท่องจำจนลืมไปว่าแก่นแท้ของเนื้อหามันอยู่ที่ความเข้าใจและการใช้เหตุผล ที่จะทำให้เราต่อยอดความคิดไปได้เรื่อยๆ บนความจริงที่รับรู้

แต่ระยะเวลาสั้นๆ ไม่มีทางรู้จุดอ่อนทั้งหมดของเด็กได้ และการเรียนแบบโค้ช ไม่มีทางทำให้เด็กเข้าใจอะไรได้ ถ้าเด็กไม่มีพื้นฐานความรู้มาก่อน และถ้าไม่เข้าใจ ไม่มีทางจำได้เยอะขนาดนั้นในเวลาอันรวดเร็ว

อยากจะบอกว่า เด็กโอลิมปิกส่วนใหญ่ ทำการบ้านมาดี ไม่งั้นมาไม่ถึงขั้นนี้หรอก



แต่ที่ไม่รู้คือ คือ มีเด็กกี่คนที่ทำความเข้าใจแก่นแท้ของชีววิทยา ไม่ใช่แค่รู้ให้มากแต่ขาดจินตนาการ เรารู้ว่ามีน่ะ แต่ไม่รู้ว่าพวกที่ไปแข่งจะมีกันทุกคนหรือเปล่า

ข้อสอบโอลิมปิกวิชาการระดับโลก วัดจินตนาการบนแก่นสารและพื้นฐานความรู้ของเด็กมากแค่ไหน เราไม่รู้เพราะไม่เคยไปสอบกะเค้า

แต่ที่แน่ๆ หลังจากที่เค้าต้องเข้าไปเรียนปริญญาตรี โท เอก ตามสถาบันชั้นนำ(ย้ำ..ชั้นนำ) ทั้งหลายทั้งในและนอกประเทศ เค้าจะต้องผ่านบททดสอบความเข้าใจและทฤษฎีต่างๆ ซึ่งแค่ท่องจำและรู้มาก ไม่มีทางผ่านได้ ซึ่งน่าจะนำไปสู่ความเข้าใจในแก่นแท้ในด้านนั้นๆ นำไปสู่การต่อยอดความคิดที่สร้างสรรค์และกว้างไกล

และบนเส้นทางที่ถูกขับเคี่ยวหนักขึ้นนั้น เค้าน่าจะกลับมาเป็นนักวิชาการที่มีคุณภาพ (ถ้าเรียนจบนะ)



อย่างไรก็ตาม การสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ มิใช่ใช้เพียงแค่ความเก่งอย่างเดียว IQ ไม่มีความหมาย ถ้าไม่มี EQ รองรับ.. บนโลกนี้ หลายคนดับก่อนที่จะเด่น เป็นอนิจจัง



อยากบอก ครูบ้านนอก

ให้หาวิธี สอนเด็กให้รู้จักคิด ไปพร้อมๆกับ การให้ความรู้บนพื้นฐานความเข้าใจ ให้ได้

เพื่อสร้างคนดีมีคุณภาพ ดีกว่ามานั่งเซ็งกับโอลิมปิกฯลฯอะไรเนี่ย

ถึงแม้เค้าจะไม่มีโอกาสไปโอลิมปิกวิชาการอะไร แต่เค้าก็เก่งได้ไม่แพ้กันหรอกถ้าสอนมาดี วันนึง คุณอาจจะมีโอกาสภูมิใจในตัวลูกศิษย์ที่ถึงแม้ตอนเรียนไม่เคยสร้างชื่อเสียง แต่สุดท้ายเค้ากลับเป็นผู้โดดเด่นในทางวิชาการขึ้นมา ก็ได้



จาก

อดีต คนถูกสอนแบบโค้ช คนเป็นโค้ช และคนที่ผ่านระบบเหล่านั้น
email (IP:58.8.103.141)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 10 ก.พ. 2550 (21:10)
มันยากนะครับถ้าจะหาขอยุติของระบบการเรียนการสอนให้เด็กไทย เชื่อได้เลยว่า ต่อให้ระบบการเรียนการสอนจะดีซักแค่ไหน ถ้าในสังคมไทยปัจจุบันนี้ยังมีแต่กิเลสตัณหา สอนให้เด็กไทยเน้นวัตถุนิยม เลียนแบบต่างประเทศ ไม่สนใจการเรียน สนใจหลงใหลในสิ่งอื่นที่ไร้สาระ เช่น นักร้องญี่ปุ่น เกาหลี ไม่รู้ว่าประเทศญี่ปุ่น หรือเกาหลีนี่จะหัวเราะเยาะประเทศเราขนาดไหนน้อ ... ส่งหนังอะไร ส่งนักร้องอะไรมา ขอให้หน้าตาดีไว้ก่อน แล้วเพลงจะเพราะตามมาเอง หุหุ แบบนี้ ผมถึงบอกไงครับ ต่อให้หาระบบการเรียนการสอนสุดยอดขนาดไหน ถ้าเด็กไทย สังคมไทย ยังขาดความสำนึก ในความรักชาติ ความสำนึกในหน้าที่ของตน มัวลุ่มหลงกับสิ่งที่ยั่วยุกิเลสตัณหาแบบนี้ ชาตินี้ก็ไม่มีทางที่เด็กไทยในอุดมคติจะเกิดหรอกครับ....
McZanWa
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 28 ก.พ. 2550 (14:22)
วันนี้ตอนขับรถออกมาทำงาน

ผ่านปากซอย มีป้ายที่ทางเข้าว่า ไปงานฌาปนกิจศพของ ......

มีคำนำหน้าบ่งบอกว่า ผู้ที่ล่วงลับไปเป็นคนที่มียศมีตำแหน่ง

(น่าจะ)ประสบผลสำเร็จในชีวิตการงาน



ก็ให้ฉุกใจคิดขึ้นมาว่า "โลกธรรม" ที่เราหามาได้(จะแบบไหนก็ช่างเถอะนะ)

สุดท้ายมันก็จบลงวันสุดท้ายของเรานี้



จะมีใครจดจำชื่นชมมันไปอีกสักเพียงไหน



สิ่งที่หลงเหลือจริงๆ โดยไม่ต้องเป่าประกาศบอก จึงน่าจะเป็นความดี สิ่งที่ดีงาม

ที่เราเคยทำไว้ ซึ่งจะงอกงามต่อไป อย่างอ่อนน้อม สงบเย็น





ผมว่า เราต่าง ถูกกรอบด้วยเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ

สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นก็เช่นกัน

เราจึงเห็นสิ่งที่ทั้ง ชอบ และ ไม่ชอบ หรือ เฉยๆ

เพราะจริงๆแล้ว เราก็เข้าไปเปลี่ยนแปลงโดยตรง ทันที ได้น้อยมาก

ยิ่งถ้าเราเป็นเพียงผู้ดู ผู้สังเกตการณ์อยู่ภายนอก



เราต่าง ปรารถนา ให้ทุกคนต่างๆ ต่างช่วยกัน คนละมือ คนละไม้ ทำในสิ่งที่ถูก ที่ควร



แต่เราก็พบกับ ภาวะ ต่างคนต่างทำ ต่างๆ ทิศทาง

ตรงบ้าง ออ้มๆค้อมๆบ้าง หรือดูเหมือนจะผิดหรือหลงทางบ้าง



จึงคิดว่า ... เราควรจะดู ความต่าง ในจุดที่ดี ที่สร้างสรรค์ กันก่อน

แล้วค่อยๆ ช่วยกันวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ เป็นกระบอกเสียง

ในส่วนที่ควรจะปรับปรุงแก้ไข พัฒนา



แต่จู่ๆเราจะไปบอกให้เลิก ให้เปลี่ยนทิศเลย ก็คงไม่เข้าที

เพราะก็จะกระทบกับกรอบ กับชีวิตของคนอื่นๆ อีกหลายคนเช่นกัน



สุดท้ายเราคงอยากให้ช่วยกันเดินไปในทิศทางที่ดี ด้วยกัน

ไม่ใช่แบบทางใครทางมัน หรือเอาตัวรอด (แบบไม่สง่างาม)เพียงลำพังเราเท่านั้น



ทุกอย่าง ล้วนมีที่ที่มันควรจะอยู่ และอาจจะมาอยู่ด้วยกันแบบทื่อๆไม่ได้

แต่ก็สามารถ แยกกันอยู่ อยู่กันคนละที่ อย่างสร้างสรรค์ได้
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 8 พ.ค. 2550 (23:25)
พูดถึงเรื่องการศึกษาเป็นปัญหาที่โลกแตก กี่รัฐบาลมาแล้วที่พยายามจะแก้หลักสูตรบ้าง พระราชบัญญัติทางการศึกษาบ้าง ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งเหมือนลิงแก้แห หาจุดยืนที่เป็นของตนเองไม่ได้สักที หนำซ้ำยังปลูกฝังอะไรให้เด็กก็ไม่รู้ ยิ่งเน้นวัตถุนิยมเข้าไปทุกที ตอนนี้เรายังอยู่ในห้องแคบ ๆ มืด ๆ ที่พยายามจะหาทางออกโดยการคลำทางแบบผิด ๆ ถูก ๆ ไปเรื่อย ๆคิดดูเองนะครับว่าเมื่อไรจะเจอทางออก ทั้ง ๆที่มันอยู่ใกล้แค่เอื้อมเอง
อินทรชิต
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 9 พ.ค. 2550 (18:37)
คนที่จะเจอทางออก คือ ตัวเราเองครับ



และเมื่อเรา ค้นหาทางออกได้แล้ว



ก็จะสามารถเชิญชวนให้คนอื่นมาดู



และแบ่งปัน ทำการให้ สิ่งที่เราได้พบเห็นกับผู้อื่นได้
MathGuy
ร่วมแบ่งปัน2308 ครั้ง - ดาว 382 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 28 มิ.ย. 2550 (19:33)
ขอความเหงบ้าง เราก้อต้องทามอ่ะ
nawa
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 160 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 29 มิ.ย. 2550 (16:24)
ถ้าอย่างนั้น การแข่งคณิตศาสตร์ระดับจังหวัดก็หลอกลวงด้วย

เพราะวัดไม่ได้ว่าเด็กจะเก่งทุกอำเภอ

แข่งระดับอำเภอก็หลอกลวงเพราะ วัดไม่ได้เช่นกันว่าจะเก่งทุกตำบล

แม้กระทั่งแข่งในโรงเรียนก็หลอกลวงเช่นกันเพราะวัดไม่ได้ว่าเด็กจะเก่งทุกคน

........โธ่ คิดมากไปรึเปล่าครับคุณครูบ้านนอก
Cparticle
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 149 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 29 มิ.ย. 2550 (16:53)
ความต้องการของมนุษย์ไม่หยุดนิ่ง สรรพสิ่งแปรเปลียนและเวียนผัน

ความคิดตกผลึกระลึกกัน มินานพลันขุ่นพุ่งฟุ้งกระจาย

ท่านทั้งหลายทำถูกที่มาถก .....(แต่งต่อให้ทีครับ ต้องไปแล้ว - -. )...
XboonX
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 148 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 9 ก.ค. 2550 (21:51)
...ข้อสอบโอลิมปิคเป็นอะไรที่...



พูดไม่ออกคับ -_-



มีกันไม่ได้คะแนนกะกันผ่าน เซ็งคับ -_- อยากได้เฉลยขั้นรุนแรง
เด็กโอลิมปิค (IP:124.157.197.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 9 ก.ค. 2550 (21:53)
ผมลืมบอก..รร.ผมใครอยากแข่งก็แข่ง อยากติวก็ไปติวไม่มีห้าม แต่เปอร์เซ็นคนที่สอบเข้ได้ของ รร. ผม กว่าครึ่งที่ไม่ได้ติวสอบได้ -_- T^T
เด็กโอลิมปิค (IP:124.157.197.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 16 เม.ย. 2552 (13:26)

{#emotions_dlg.q1}


Pampooh
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 43 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 3 ก.ค. 2552 (22:42)

เราเข้าใจว่าเด็กโอลิมปิกนะมีความรู้เยอะขยันเเต่มันไม่ได้เเปลว่าเด็กคนนั้น จะมีหัวคิดนิไม่ได้เเปลว่าจะมีความคิดก้าวไกลกว่าคนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ครูสอนเด็กโอลิมปิกเรื่อง เลขบวก 1,2,3,4,5,6,7,8,9.....เด็กโอลิมปิกจะคิดถึงเลขลบไหมเพราะการศึกษาไทยมันสอนให้เด็กไทยเก่งเเบบคิดเองไม่เป็น  สอนเเค่ไหนก็ได้เเค่นั้นเพราะเราเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ใช้อัจฉริยะเเล้วเราจะยกยอกันทำไมในเมื่อ นักวิทยาศาสตร์หรือนักคณิตศาสตร์เขาไม่ได้วัดกันที่ความรู้เเต่เขาวัดกันที่  ความคิดนอกกรอบ ความคิดหลุดพ้น ทำไมจึงออกข้อสอบเกินเขาก็จะบอกว่าเด็กที่สอบได้จะเป็นคนเก่งจะเก่งได้อย่างไรในเมื่อเด็กพวกนั้นเรียนมาก่อนเช่น ข้อสอบเข้า  เด็กร.ร หนึ่งอ่านหนังสือเรื่องการบวกเลขมา อีก ร.ร อ่าน 2 เรื่องคือการบวกกับการลบเลขเเล้วข้อสอบออกการลบเลขเเล้วเด็กร.ร เเรกทำไม่ได้เเต่เด็กร.ร หลังทำได้มันเเปลว่าเด็กร.รหลังเก่งกว่างั้นหรือมันก็เหมือนกับ ข้อสอบโอลิมปิกนั้นเเหละดีเเต่ออกเกิน เเล้วเด็กโอลิมปิกนะเคยมีผลงานอะไรไหมเคยคิดอะไรออกไหมเก่งเเต่การทำข้อสอบ ไม่มีความคิด คนไทยไม่เห็นเคยได้โนเบลเลย ในเมื่อพอไปเเข่งโอลิมปิกเด็กไทยได้รางวัลทุกปี  หยุดยกยอปอปั้นกันได้เเล้วหาคนที่มันเก่งจริงสิไม่ใช้เด็กเรียนมาก่อน


ta /tana.yong@hotmail.com (IP:203.118.84.193)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 4 ก.ค. 2552 (06:50)


ธรรมชาติของสมอง ของมนุษย์ทุกคนสามารถพัฒนาได้ทั้ง IQ และ EQ 


แต่การอยู่รวมกันเป็น "สังคม" ครอบครัว ชุมชน ประเทศ และโลก ต้องการสมองที่พัฒนาแล้วในด้านของ EQ มากกว่า IQ 


นั่นหมายถึง EQ น่าจะมีความจำเป็นมากกว่า IQ 


เคยแต่เห็นการแข่งขันโอลิมปิค IQ แต่ยังไม่เคยเห็นการแข่งขันโอลิมปิค EQ เลย


สมองมี 2 ด้าน ซ้าย (IQ) และขวา (EQ) ทำงานประสานกันอย่างมีระบบโดยธรรมชาติ แต่มนุษย์นี่แหละพยายามแบ่งแยกมันออกจากกัน...


เหลือง...แดง, ขาว...ดำ .....


ทำไมไม่เป็น ส้ม หรือ เทา



myschool
ร่วมแบ่งปัน942 ครั้ง - ดาว 62 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 3 ธ.ค. 2552 (10:32)

เด็กเก่งไปสอบโอลิมปิควิชาการ ได้เหรียญกลับมาก็ดีใจด้วย อย่างน้อยก็ได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติ เคยเห็น เคยลองทำ ข้อสอบโอลิมปิควิชาการ แน่นอนที่สุด ต่อให้โค้ชเก่งแค่ไหน ถ้าเด็กไม่เข้าใจ เอาแต่ท่องจำไป ก็ทำไม่ได้ถึงที่สุดหรอก เด็กที่สอบได้ ต้องเข้าใจและเก่งจริงๆ แต่ก็จะดีกว่านั้นอีก ถ้าได้นำความเก่ง มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง ไม่ได้แปลว่าเด็กเก่งจะไม่มี EQ และเด็กไม่เก่งจะไม่มี IQ ทุกอย่างควรจะสมดุล และผู้ใหญ่เราก็น่าจะร่วมด้วยช่วยกันส่งเสริมให้กับเด็กๆ ในส่วนที่เขามีน้อย ไม่ว่าจะเป็น EQ หรือ IQ


Apinya (IP:58.9.147.25)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม