วิชาการดอทคอม ptt logo

ขอรายละเอียดเวียง วัง คลัง นาค่ะ

โพสต์เมื่อ: 20:05 วันที่ 3 ก.ค. 2549         ชมแล้ว: 94,136 ตอบแล้ว: 58
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพ
ดิฉันกำลังเรียนระดับปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่หาข้อมูลของความหมายหรือคำอธิบายเกี่ยวกับการปกครองแบบ จตุสดมภ์ ไม่ได้เลยค่ะ อยากทราบว่า เวียง วัง คลัง นา คืออะไร มีหน้าที่อย่างไรในอดีต หากอาจารย์ท่านใดทราบขอความกรุณาอนุเคราะห์ความรูด้วยนะคะ ต้องนำไปทำรายงานส่งค่ะ ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ


interbeau
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 152 ดวง





จำนวน 50 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 ก.ค. 2549 (10:41)
เวียง คือ นครบาล (ดูแลความสงบภายในพระนคร)



วัง(ไม่แน่ใจ)



คลัง คือ โกษาธิบดี(ดูแลพระคลัง)



นา คือ เกษตราธิการ (ดูแลการเกษตร)
เด็ก ป.6 (IP:58.9.5.182,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 20 มี.ค. 2550 (21:52)
ดูเว็บกรมสรรพากร
นชน (IP:203.185.131.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 มิ.ย. 2550 (20:19)
แล้วตกลงวังคือไรอ่ะ
ปูจ๋า (IP:124.120.127.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 10 ก.ค. 2550 (16:53)
คือว่า ไม่รู้ว่าหาได้รึยังนะค่ะแต่ วังคือ มีหน้าที่ว่าราชการศาลหลวง และว่าราชการอรรถคดีในพระราชสำนัก น่ะค่ะ
............ (IP:222.123.47.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ก.ค. 2550 (20:45)
เวียง วัง คลัง นา เป็นการปกครองแบบอย่างหนึ่งของไทยตั้งแต่สมัยอธยุธยาตอนปลายในสมัยสมเด้จพระบรมไตรโลกนาถ เรียกว่าการปกครองแบบจตุสดมภ์ เป็นการปกครองส่วนกลางซึ่งประกอบด้วย

1.กรมเวียง มีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ตัดสินคดีความในเขตราชธานี

2.กรมวัง มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับพระราชมณเทียร พระราชวัง พระราชพิธีต่างๆและตัดสินคดีความภายในเขตพระราชวัง

3.กรมคลัง มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเรี่องเงิน รายรับรายจ่ายของแผ่นดิน พระราชทรัพย์ติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ

4.กรมนา มีหน้าที่ดูแลรักษานาหลวง เก็บภาษีหางข้าว ค่านาจากราษฎร

ผู้ปกครองดูแลมีตำแหน่งเป็นเสนาบดี

การปกครองแบบนี้ใช้มาจนกระทั่งสมัยรัตนโกสินทรืตอนต้น

หาค้นคว้าได้จากหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทยสมัยต่างๆและหนังสือประวัติศาสตร์ไทยสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ในเรื่องการเมืองการปกครอง
ตา (IP:125.26.107.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 20 พ.ย. 2550 (18:53)
ขอบคุณมากๆๆคะ
นันทพร (IP:125.27.238.215)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 13 ธ.ค. 2550 (17:47)
พี่ได้ข้อมูลนี้มาจากไหน
kete p. 5 (IP:203.113.77.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 19 ธ.ค. 2550 (20:34)
หามันในหนังสือเป็นช.ม.ละลอยกลับบ้านมาดุเวบโชดดีจังครับลอดตายละ
คุงครับ (IP:125.27.112.94)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 ม.ค. 2551 (14:37)
ทำไมพม่า ถึงไม่รุกรา นไทยในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
PRANG.50@HOTMAIL.COM (IP:118.172.10.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 14 ม.ค. 2551 (14:40)
ทำไมพม่ ถึงไม่รุกรา นไทยในยุคกรุงรัตนโกสินทรืตอนต้น
PRANG.50@HOTMAIL.COM (IP:118.172.10.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 17 ม.ค. 2551 (12:51)
อยากทราบว่า กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง กรมนา ปัจจุบันทำหน้าที่คค้ายกระทรวงใด
?????????? (IP:203.113.81.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 31 ม.ค. 2551 (14:20)
ไปตายแล้วเกิดใหม่สิ แล้วจะบอก
ออม (IP:61.19.149.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 31 ม.ค. 2551 (14:25)
[tex][/tex]ดีนะ
ออม (IP:61.19.149.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 31 ม.ค. 2551 (19:24)
ความเจิรญด้านต่างๆสมัยอยุธยา

ด้านการปกครอง

อยุธยามีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชคือกษัตริย์มีอำนาจสูงสุดผู้เดียวแบ่งเป็นสมัยต่างๆดังนี้

1. สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ( อู่ทอง ) แบ่งเป็น

- การปกครองส่วนกลางเรียกว่า จตุสดมภ์ ประกอบด้วย

1. กรมเวียง มีหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองหลวง

2. กรมวัง มีหน้าที่พิพากษาตัดสินคดีความ

3. กรมคลัง มีหน้าที่ดูแลเงินทองของแผ่นดิน

4. กรมนา มีหน้าที่ดูแลการทำไร่ทำนาและเสบียง

- การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งเป็น

- หัวเมืองหน้าด่าน คือ เมืองที่อยู่รอบๆเมืองหลวง เช่น ลพบุรี นครนายก ฯลฯ

- หัวเมืองชั้นใน คือ เมืองที่อยู่รอบๆเมืองหน้าด่านออกไป เช่น ราชบุรี เพชรบุรี ฯลฯ

- หัวเมืองชั้นนอก คือ เมืองที่อยู่ไกลเมืองชั้นในออกไป เช่น จันทบุรี สงขลา

- หัวเมืองประเทศราช คือ เมืองที่เป็นเมืองขึ้นของไทย เช่น มะละกา ยะโฮร์

2. สมัยพระบรมไตรโลกนาถมีการปกครองดังนี้

- ส่วนกลางแยกฝ่ายทหารออกจากฝ่ายพลเรือน ให้ทหารขึ้นกับสมุหกลาโหม พลเรือนขึ้นกับ สมุหนายก เปลี่ยนชื่อหน่วยราชการส่วนกลางดังนี้

กรมเวียง เปลี่ยนเป็น นครบาล

กรมวัง เปลี่ยนเป็น ธรรมาธิกรณ์

กรมคลัง เปลี่ยนเป็น โกษาธิบดี

กรมนา เปลี่ยนเป็น เกษตราธิการ

- ส่วนภูมิภาคทรงยกเลิกหัวเมืองหน้าด่านเหลือไว้เพียง หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และหัวเมืองประเทศราช

ความเจริญด้านเศรษฐกิจการค้า

1. ด้านเศรษฐกิจมีการติดต่อค้าขายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ชาวเอเชียที่เข้ามาค้าขายคือ จีน ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาค้าขาย คือ โปรตุเกส นอกจากนี้มีชนชาติฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ สินค้าออกที่สำคัญ คือ ข้าว พริกไทย ดีบุก รังนก ฯลฯ ทำให้มีรายได้จากการเก็บภาษีมากมาย ได้แก่

- จังกอบ คือ ภาษีที่เก็บจากพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายตามขนาดของพาหนะที่ขนสินค้า

- อากร คือ ภาษีที่เก็บจากการทำผลประโยชน์ของราษฎรภายในประเทศ

- ฤชา คือ ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากราษฎรในการที่รัฐทำผลประโยชน์ให้ราษฎร

- ส่วย คือ สิ่งของเงินทองที่ราษฎรส่งมาให้รัฐแทนการใช้แรงงาน
สายยางคั๊ฟ (IP:117.47.130.180)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 มี.ค. 2551 (21:28)
ทำไมพี่ถึงไม่รู้กันหละโตแล้วนะผมป.6ยังรู้เลย แต่ข้อมูลที่พี่เค้าบอกมาตรงกับความรู้ผมเดะเลย ในหนังสือป.6ก็มีนะครับหาได้
เดียร์ ป.6 (IP:125.27.217.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 10 มี.ค. 2551 (08:17)

ตอบค่ะ ไม่รู้ช้าไปหรือเปล่า เพิ่งเห็น



 '' ทำไมพม่าถึงไม่รุกรานไทยในยุคกรุงรัตนโกสินทรืตอนต้น ''



      ที่จริงแล้วนะค่ะพม่ายังมารุกรานไทยอยู่ค่ะ ความสัมพันะกันอ่ะค่ะตอนต้นเนี่ยยังรบสงครามกันอยู่ค่ะ สงครามที่สำคัญในรัชกาลที่ 1 คือ สงครามเก้าทัพ (เปนสงครามที่เกิดขึ้นหลังสถาปนารัตนโกสินทร์ได้ 3 ปี ครั้งนี้ยกกำลังพลมาถึง 144000 คน เพื่อพิชิตไทยให้ได้ ถ้าเราแพ้ยากที่จะฟื้นตัวไม่แน่ถ้าเราแพ้ตอนนี้อาจจะไม่มีรัตนโกสินทร์ก็ได้ ดังนันสงครามเนี่ยสำคัญต่อนาคตชาติมากเลยนะค่ะ หาอ่านเพิ่มเติมเองนะค่ะจำไม่ค่อยได้ สนุกมากค่ะ )  พม่าได้ส่งกองทัพมาโจมตีเราหลายๆ ด้าน แต่ไทยเราฉลาดกว่าใช้กลยุทธิ์ตั้งรับแล้วโจมตีตอบโต้ จึงสามารถไล่พม่าไปได้ค่ะ นี่คือ ร.1



     สมัย ร.2-3 นี่แม้จะเป็นศัตรูกันอยู่แต่สงครามก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงแล้วค่ะ เหลือแค่เป็นเพียงรบตามแนวชายแดนของกันแลกันค่ะ ทัง้นี้เนื่องจากพม่าต้องหันไปรับมือกับการคุคามลัทธิจักรรรดินิยม คืออังกฤษ จะล่าพม่าเป็นอนานิคมไทยเลยไม่ค่อยทำแค่นั้นเองค่ะ



 



 


mamakazemi
ร่วมแบ่งปัน74 ครั้ง - ดาว 177 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 9 ก.ค. 2551 (19:52)
แม่น้ำสามสายที่ล้อมรอบกรุงศรีอยุธยามีแม่น้ำอะไรบ้าง
น้องโอปอ (IP:118.174.83.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 5 ต.ค. 2551 (11:59)
เกิดขึ้น...ตั้งอยู่ ....และก็ดับไป
สัจธรรม (IP:119.42.83.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 7 ธ.ค. 2551 (12:10)

ปัจจุบันเขาเปลียนเป็นอะไรครับ?
กรมเวียง = ?
กรมวัง = ?
กรมคลัง = ?


ตอบให้หน่อยงับ (IP:124.120.216.219)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 8 ธ.ค. 2551 (14:12)

ขอบคุณคุณ ตา มากเลยค๊า


pla_an@hotmail.com (IP:118.172.104.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 13 ธ.ค. 2551 (16:35)

แม่น้ำสามสายที่ล้อมรอบกรุงศรีอยุธยามีแม่น้ำอะไรบ้าง


แม่น้ำลพบุรี
แม่น้ำเจ้าพระยา
แม่น้ำป่าสัก


ลาลาลา (IP:118.172.52.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 20 ธ.ค. 2551 (11:30)
ขอบคุนคุนตาด้วยคะ

ทำให้การบ้านเลร็จเลย
เดกดี (IP:117.47.207.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 13 ม.ค. 2552 (21:28)

ค่ะ


ตา (IP:58.8.31.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 19 ม.ค. 2552 (23:06)

เก่งจังที่ตอบอะ


lawyer_pooh@hotmail.com (IP:58.147.38.145)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 4 ก.พ. 2552 (20:11)

กรมเวียงทำหน้าที่คล้ายหน่วยงานใดในปัจจุบันงิ ขอบคุงล่วงหน้า


dog / mic@hotmail.com (IP:118.172.34.90)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 16 ก.ค. 2552 (09:32)

เวียง� วัง� คลัง� นา
ซึ่งปัจจุบันคือกระทรวงใดบ้าง
หรือเปรียบเทียบได้กับกระทรวงใด
คัยรู้ ช่วยบอกที่ สิ
ด่วนด้วย


nis_0786@...... (IP:118.173.204.110)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 20 ก.ค. 2552 (13:44)

เวียง : ตำรวจ
วัง : ผู้พิพากษา ..ศาล ไรงี้มั้ง
คลัง : การเงินการคลัง
นา : กระทรวงเกษตร ดูแล พืชผลการผลิต ...มั้ง
55555
ไม่แน่ใจนะคะ


IMM (IP:202.90.117.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 18 ก.ย. 2552 (20:09)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ


aui (IP:124.120.73.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 21 ก.ย. 2552 (14:30)

ขอรายละเอียดของ เวียง วัง คลัง นา หน่อยค่ะเพื่อนๆๆๆๆๆๆๆๆ


momay_25@hotmail.com (IP:203.172.162.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 24 ก.ย. 2552 (06:44)
เวียง วัง คลัง นา ทำหน้าที่คล้ายกระทรวงใดในปัจจุบันคะ
lada51@hotmail.com (IP:202.149.25.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 13 ก.ค. 2553 (13:15)
ขอบคุณ ตา มากๆๆๆเลยครับ
partlnw@hotmail.co.th (IP:125.24.217.28)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 31 ส.ค. 2553 (17:33)
กรมเวียง
กรมวัง
กรมคลัง
กรมนา
ใช้ตราอะไรกันบ้างอ๊ค๊ร
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 31 ส.ค. 2553 (17:36)
ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เปลี่ยนแปลงสัมยรัชกาลที่4ได้แก่ อะไรบ้างคร๊
1.............
2.............
3.............
ช่วยหน่อยน๊คร๊ TT
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 31 ส.ค. 2553 (17:37)
ยุคทองแห่งศิลปะปละวรรณกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คือสมัยไหนคร๊
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 31 ส.ค. 2553 (17:39)
บทบาทของชาวจีนในประเทศไทยช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นคือ
อะไรค๊รช่วยหน่อยน๊คร๊มั่ยดั้ยเยอะแยะเลย
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 31 ส.ค. 2553 (17:40)
นโยบายต่างประเทศ
รัชกาลที่ 4 และ 5
มุ้งเน้นในด้านอะไรอะคร๊
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 31 ส.ค. 2553 (17:42)
ปัญหาที่พบในด้านความเป็นอยู่ของประชาชนหลังสถาปนากรุงธนบุรี
คืออะไรคร๊
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 31 ส.ค. 2553 (17:43)
ชาติมหาอำนาจอันดับ1ของโลกคืออะไรคร๊
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 31 ส.ค. 2553 (17:44)
หัวหน้าคณะราษฏร์ชื่ออะไรคร๊
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 31 ส.ค. 2553 (17:46)
ถ้านักโบราณคดีขุดค้นพบหัวธนูที่ทำด้วยโลหะ
นักโบราณคดีท่านนั้นควรมีชื่อสันนิษว่าอย่างไร
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 31 ส.ค. 2553 (17:48)
พระราชกรณียกิจของพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้แก่
อะไรบ้างค๊มี5ข้ออ๊ค๊
1.
2.
3.
4.
5.
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 31 ส.ค. 2553 (17:50)
สาเหตุที่กรุงธนบุรีไม่มีสถาปัตยกรรมหรืวังอันวิจิตรเนื่องจาก
อะไรค๊













ทุกข้อที่ถามว่าที่ชื่อ Help ต้องขอรบกวนด้วยน๊ค๊
พอดีทำไม่ได้จิงๆคะ
ช่วยหนูหน่อยน๊ค๊ก่อนวันที่2ด้วยน๊ค๊
ขอรบกวนด้วยค๊ขอบคุนล่วงหน้าคะ
^^
Help (IP:58.64.93.197)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 10 พ.ย. 2553 (19:54)
วัง คือ ธรรมาธิกรณ์ จ้ะ
^ ^
..... (IP:223.207.168.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 10 ธ.ค. 2553 (14:09)
...ไม่รู้เหมือนกัน เวียง วัง คลัง นา...
L (IP:118.173.122.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 20 ธ.ค. 2553 (09:45)
ไม่รู้
love_noonkoon@hotmail.com (IP:61.19.30.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 10 ม.ค. 2554 (16:38)
คิดเอาเองระกันคับผมอยุ่ม.2แต่บอกให้อย่าง1ไปหาในหนังสือประวัตศาสตร์การเมืองการปกครองของอยุธยาน่ะ
คาสโนว่า (IP:182.53.167.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 31 ม.ค. 2556 (02:05)
แรกเริ่มตั้งแต่กรุงศีอยุธยาตอนปลายถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น การปกครองส่วนกลางแบ่งออกเป็น 6 ส่วน

1. กรมในสมุหนายก - ดูแลหัวเมืองทางเหนือทั้งด้านพลเรือน+ทหาร
2. กรมในสมุหกลาโหม - ดูแลหัวเมืองทางใต้ทั้งด้านพลเรือน+ทหาร
3. กรมเวียง - ดูแลเรื่องทั่วไปในพระนคร (เมืองหลวง)
4. กรมวัง - ดูแลเรื่องทั่วไปในพระราชวัง + ศาล
5. กรมคลัง - ดูแลการเงิน + การต่างประเทศ + หัวเมืองทางตะวันออกที่ติดทะเล(เกี่ยวข้องกับการค้าขาย)
6. กรมนา - ดูแลเกี่ยวกับการเกษตร เช่น เก็บภาษี ออกตรวจที่นา

ต่อมาในรัชสมัยของรัชกาลที่5 ได้มีการจัดตั้งเป็นกระทรวงใหม่อีก 6 กระทรวงรวมเป็น 12 กระทรวง

1. สมุหนายก --> กระทรวงมหาดไทย - ดูแลกิจการทางพลเรือนทั้งหมด
2. สมุหกลาโหม --> กระทรวงกลาโหม - ดูแลกิจการทางทหารทั้งหมด
โดยทั้ง 2 กระทรวงไม่ได้ดูแลเฉพาะหัวเมืองที่ตนเองเคยดูแล แต่แบ่งกิจการทางพลเรือนกับทหารออกจากกัน

3. กรมเวียง --> กระทรวงนครบาล - ดูแลเรื่องทั่วไปในพระนครเหมือนเดิม
4. กรมวัง --> กระทรวงวัง - ดูแลเรื่องทั่วไปในพระราชวัง (เรื่องเกี่ยวกับศาลไปขึ้นกับกระทรวงยุติธรรมแทน)
5. กรมคลัง --> กระทรวงพระคลังสมบัติ - เหลือแต่ดูแลเรื่องการเงิน (เรื่องการต่างประเทศไปขึ้นกับกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนเรื่องหัวเมืองให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมแทน)
6. กรมนา --> กระทรวงเกษตราธิการ - ดูแลเกี่ยวกับการเกษตรเหมือนเดิม

7. กระทรวงยุติธรรม - ดูแลเกียวกับเรื่องศาลทั้งหมด โดยรวมหน่วยงานที่กระจายตามกระทรวงอื่นมารวมกัน (ก่อนหน้านี้แต่ละหน่วยงานตัดสินความกันเองในหน่วยงาน)
8. กระทรวงการต่างประเทศ - เดิมคือกรมท่าในกรมคลัง ดูแลเกี่ยวกับการต่างประเทศ
9. กระทรวงธรรมการ - ดูแลเกี่ยวกับการศึกษา ศาสนาและเรื่องทั่วๆไปอื่นๆ
10. กระทรวงโยธาธิการ - ดูแลเกี่ยวกับการก่อสร้างต่างๆ การผังเมือง

11. กระทรวงยุทธนาธิการ - ดูแลเกี่ยวกับการทหารแบบสมัยใหม่ตามทหารยุโรป
12. กระทรวงมรุธาธร - ดูแลเรื่องทั่วไปของพระมหากษัตริย์
โดย 2 กระทรวงหลังถูกยุบลงเหลือเป็น "กรม" เนื่องขอบเขตงานทับซ้อนกับกะทรวงอื่นๆ

โดยถ้าเทียบกับหน่วยงานในปัจจุบันน่าจะได้ประมาณนี้
1. กระทรวงมหาดไทย ---> กระทรวงมหาดไทย
2. กระทรวงกลาโหม ---> กระทรวงกลาโหม
3. กระทรวงนครบาล ---> กรุงเทพมหานคร (เขตการปกครองพิเศษ)
4. กระทรวงวัง ---> สำนักพระราชวัง - ดูแลเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับพระราชวัง
5. กระทรวงพระคลังสมบัติ ---> กระทรวงการคลัง
6. กระทรวงเกษตราธิการ ---> กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ + กระทรวงพาณิชย์ *สมัยก่อนสินค้าที่จะค้าขายโดยมากก็คือสินค้าทางการเกษตร
7. กระทรวงยุติธรรม ---> กระทรวงยุติธรรม
8. กระทรวงการต่างประเทศ ---> กระทรวงการต่างประเทศ
9. กระทรวงธรรมการ ---> กระทรวงศึกษาธิการ โดยหน่วยงานย่อยๆอื่นอาจไปขึ้นตามกระทรวงต่างๆ
10. กระทรวงโยธาธิการ ---> กรมโยธาธิการและผังเมือง ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย
11. กรมยุทธนาธิการ ---> กองบัญชาการกองทัพไทย
12. กรมมรุธาธร ---> สำนักราชเลขาธิการ
ดลบันดาล (IP:202.28.180.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 24 ก.พ. 2556 (21:06)
ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ
neenny22@yahoo.com (IP:1.1.252.200)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 27 ก.พ. 2556 (09:58)


ลองสืบค้น การปกครองสมัยอยุธยา การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทยจนถึงรัตนโกสินทร์ มีอัครมหาเสนาบดี 2 ฝ่าย 1. สมุหกลาโหม 2. สมุหนายก ดูแล จตุสดมภ์ (เวียง วัง คลัง นา) เทียบได้ปัจจุบัน สมุหนายก ก็คือ นายกรัฐมนตรี จตุสดมภ์ ก็คือ คณะรัฐมนตรี  เวียง วัง คลัง นา ก็คือ กระทรวง  มี เสนาบดี ดูแล เทียบกับปัจจุบัน ก็คือ รัฐมนตรี ดังนั้น ข้อมูลบางส่วนศึกษาจากตำราเรียนของมัธยมศึกษาตอนปลายก็ได้ครับ หรือใช้ระบบการสืบค้นในหัวข้อดังกล่าวครับ


ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2900 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 3 มี.ค. 2556 (15:26)
ความเจิรญด้านต่างๆสมัยอยุธยา

ด้านการปกครอง

อยุธยามีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชคือกษัตริย์มีอำนาจสูงสุดผู้เดียวแบ่งเป็นสมัยต่างๆดังนี้

1. สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ( อู่ทอง ) แบ่งเป็น

- การปกครองส่วนกลางเรียกว่า จตุสดมภ์ ประกอบด้วย

1. กรมเวียง มีหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองหลวง

2. กรมวัง มีหน้าที่พิพากษาตัดสินคดีความ

3. กรมคลัง มีหน้าที่ดูแลเงินทองของแผ่นดิน

4. กรมนา มีหน้าที่ดูแลการทำไร่ทำนาและเสบียง

- การปกครองส่วนภูมิภาค แบ่งเป็น

- หัวเมืองหน้าด่าน คือ เมืองที่อยู่รอบๆเมืองหลวง เช่น ลพบุรี นครนายก ฯลฯ

- หัวเมืองชั้นใน คือ เมืองที่อยู่รอบๆเมืองหน้าด่านออกไป เช่น ราชบุรี เพชรบุรี ฯลฯ

- หัวเมืองชั้นนอก คือ เมืองที่อยู่ไกลเมืองชั้นในออกไป เช่น จันทบุรี สงขลา

- หัวเมืองประเทศราช คือ เมืองที่เป็นเมืองขึ้นของไทย เช่น มะละกา ยะโฮร์

2. สมัยพระบรมไตรโลกนาถมีการปกครองดังนี้

- ส่วนกลางแยกฝ่ายทหารออกจากฝ่ายพลเรือน ให้ทหารขึ้นกับสมุหกลาโหม พลเรือนขึ้นกับ สมุหนายก เปลี่ยนชื่อหน่วยราชการส่วนกลางดังนี้

กรมเวียง เปลี่ยนเป็น นครบาล

กรมวัง เปลี่ยนเป็น ธรรมาธิกรณ์

กรมคลัง เปลี่ยนเป็น โกษาธิบดี

กรมนา เปลี่ยนเป็น เกษตราธิการ

- ส่วนภูมิภาคทรงยกเลิกหัวเมืองหน้าด่านเหลือไว้เพียง หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และหัวเมืองประเทศราช

ความเจริญด้านเศรษฐกิจการค้า

1. ด้านเศรษฐกิจมีการติดต่อค้าขายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ชาวเอเชียที่เข้ามาค้าขายคือ จีน ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาค้าขาย คือ โปรตุเกส นอกจากนี้มีชนชาติฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ สินค้าออกที่สำคัญ คือ ข้าว พริกไทย ดีบุก รังนก ฯลฯ ทำให้มีรายได้จากการเก็บภาษีมากมาย ได้แก่

- จังกอบ คือ ภาษีที่เก็บจากพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายตามขนาดของพาหนะที่ขนสินค้า

- อากร คือ ภาษีที่เก็บจากการทำผลประโยชน์ของราษฎรภายในประเทศ

- ฤชา คือ ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากราษฎรในการที่รัฐทำผลประโยชน์ให้ราษฎร

- ส่วย คือ สิ่งของเงินทองที่ราษฎรส่งมาให้รัฐแทนการใช้แรงงาน
เด็กรักเรียน (IP:171.96.57.56)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม