วิถีชีวิตแบบไทยๆ...ริมสายน้ำ

กระทู้นี้พาท่านสัมผัสชีวิตแบบไทย ริมฝั่งน้ำ ในสมัยก่อน ตั้งแต่การประกอบอาชีพ จนถึงสุดท้ายที่เชิงตะกอน
เพราะได้รับแฟ้มภาพเป็นต้นฉบับที่ชัดเจนมาก จนนึกแปลกใจว่าทำไมตากล้องถึงถ่ายภาพเมืองไทยเมื่อ
100 กว่า ปีก่อนได้ชัดเจนขนาดนี้ ถึงบางอ้อ เพราะบังเอิญว่าท่านผู้นี้เป็นศาสตราจารย์สอนที่
มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เกี่ยวกับวิชาการถ่ายภาพและการพิมพ์ภาพโดยเฉพาะ ท่านอาจารย์ผู้นี้
เดินทางมาท่องสยามและเขียนหนังสือเล่มหนึ่งน่าอ่านมากทีเดียว ว่างๆจะนำมาลงให้ชาวเรือนไทย
ได้อ่านกัน (ภาพที่ท่านจะเห็นอาจไม่ชัด เพราะฝีมือการบีบไฟล์ของ จขกท ยังระดับอนุบาล!!)

ถึงวัดตองปุเข้า..........ขอพร
เห็นแต่เรือหมู่มอญ.....แม่ค้า
พังพาคณาโยง..........ยังป่า ไปฤา
เรียมคำนึงนุชหน้า......หนึ่งช้าง คนึงโขลง

(โคลงโบราณ)
.
7 ก.ค. 2549 04:30
124 ความเห็น
44000 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย Japonica


.
นางสาวสยามโพสต์ท่าถ่ายรูป มองไม่ออกว่า กลมๆมีจีบคืออะไร พัดหรือร่ม??

หน้า......น้องวางแว่นแม้น........ เมียงฉาย
ใย........ธุลีลอบกราย...............เกลื่อนกล้ำ
ไข่........มุกมาศเรือนสลาย........ลอดเนตร เรียมเอย
ปอก.....กลีบบัวเคียงก้ำ............กึ่งแก้มนางหมอง

(โคลงโบราณ)
7 ก.ค. 2549 04:39


ความคิดเห็นที่ 2 โดย Japonica


.
ภาพนี้คำบรรยายเขียนว่า Klong San จะอ่านว่าคลองสาน หรือคลองแสน (แสบ) ดี?
มีความรู้สึกว่าคลองสานน่าจะกว้างกว่านี้ น้ำมากและใสกว่านี้อ่ะ หรือว่าเป็นช่วงน้ำลง น้ำลง เห็นคลองแห้ง??
7 ก.ค. 2549 04:54


ความคิดเห็นที่ 3 โดย Japonica


.
ระยะไม่ห่างไกลกันนัก แต่ภาพนี้และภาพบนคนละอารมณ์และความรู้สึก

อาจารย์ฝรั่งตากล้องพักที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ดังนั้นคลองข้างบนน่าจะเป็นคลองสาน เพราะผู้แต่งบรรยายว่า
ได้นั่งเรือแจวไปเที่ยวในคลอง ออกจากคลองสู่แม่น้ำใหญ่ก็มองเห็นโรงแรมตั้งตระหง่านริมแม่น้ำ

ขวามือในรูปคือเรือนปั้นหยา (บางท้องที่เรือนปั้นหยา หน้าตาไม่เหมือนภาพนี้) ภาษาชาวบ้านเรียกว่าจั่วล้ม
โชว์สันเข้สี่ด้าน สันเข้มักจะไม่ค่อยรั่ว ต่างจากรางเข้ที่น้ำรั้วได้หากใบไม้เข้าไปติดกลางราง
7 ก.ค. 2549 05:15


ความคิดเห็นที่ 4 โดย หมูน้อยในกะลา

ภาพเก่าๆเหล่านี้ สามารถบอกเล่าเรื่องราวอดีตได้เป็นอย่างดี ยินดีที่คุณ Japonica นำมาแบ่งปันให้ชื่นชมครับ



หากเพียงแต่ มีข้อมูลที่แน่นอีกหน่อยจะดีอีกไม่น้อย(ที่มีอยู่ไม่ใช่จะไม่ดีนะครับ)

อย่างภาพในคหพต.ที่2 นั้นเชื่อว่ามีหลายท่านในเรือนไทยน่าจะทราบดีว่าเป็นคลองอะไร ถ่ายแถวไหน บางท่านอาจ

ทราบลึกไปถึงว่า ถ่ายไว้ปีไหน ใครเป็นคนถ่ายเสียด้วยซ้ำ







ผมเองก็เคยเห็นรูปถ่ายของคลองนี้ แต่เป็นคนละภาพ ถ่ายคนล่ะปี แม้องค์ประกอบ รายละเอียดปลีกย่อยจะต่างกัน

แต่องค์ประกอบหลักยังมีครบถ้วน



ผู้รู้ท่านหนึ่ง กรุณาเล่าให้ฟังว่า มุมมองของภาพนี้ เป็นมุมยอดนิยมในสมัยนั้น ที่ช่างถ่ายรูปมักจะมาถ่ายกันตรงมุมนี้เสมอๆครับ
7 ก.ค. 2549 10:25


ความคิดเห็นที่ 5 โดย โพธิ์ประทับช้าง


เอามาฝากครับ เผื่อคุณ Japonica จะใช้ประโยชน์ได้บ้าง
7 ก.ค. 2549 11:07


ความคิดเห็นที่ 6 โดย โพธิ์ประทับช้าง


ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายเอง ขโมยมา
ดูแล้วสงบเย็นสุขใจ เอามาฝากครับ
7 ก.ค. 2549 11:09


ความคิดเห็นที่ 7 โดย โพธิ์ประทับช้าง

ขอบคุณ คุณ Japonica ที่หามาฝาก

เอามาฝากกันอีกเรื่อยๆ นะครับ
7 ก.ค. 2549 11:13


ความคิดเห็นที่ 8 โดย Japonica


.
นางเทพทองเหลียวหน้าคว้าลูกชาย.....พลิกคว่ำพลิกหงายอยู่ตัวสั่น
ทุดลูกบัดสีเหมือนผีปั้น......................หัวล้านในครรภ์ดังดวงเดือน
เสียแรงอุ้มท้องประคองมา..................ชกโคตรอ้ายหมาขี้เรื้อนเปื้อน
เลี้ยงมันไว้ไยอายเพื่อนเรือน...............หัวเหมือนโคตรข้างไหนให้เกิดมา
ด่าแล้วจึงเข้าไปนอนไฟ.....................แม่นมข้าไทให้รักษา
อาบน้ำป้อนข้าวทุกเวลา....................ไกวเปลเห่ช้ามาทุกวัน

(กำเนิดขุนช้าง)
8 ก.ค. 2549 05:55


ความคิดเห็นที่ 9 โดย Japonica


.
เช้าวันนี้คึกคัก ผู้คนขวักไขว่ด้วยมีเทศน์มหาชาติ
(ขอตัวช่วยหน่อย)
8 ก.ค. 2549 06:00


ความคิดเห็นที่ 10 โดย Japonica


.
ดวงจันทร์กระจ่างแสงพราย..มลเมฆกลับกลาย...รัศมีก็มัวมลทิน
กษัตรีย์เฉกโฉมกินริน..........แปมปนมลทิน.......เทียรย่อมจะเศร้าอัปรา
คชสารแม้ม้วยมีงา..............โคกระบือมรณา......เขาหนังก็เป็นสำคัญ
บุคคลถึงการอาสัญ.............สูญสิ้นสารพัน........คงแต่ความชั่วกับดี
ปรากฎในพื้นปัถพี...............กฤษดิศัพท์จักมี.....ติดปากสรรเสริญนินทา

(กฤษณาสอนน้องคำฉันท์: สำนวนพระยาราชสุภา-พระภิกษุอิน)
8 ก.ค. 2549 06:02


ความคิดเห็นที่ 11 โดย Japonica


.
มาจะกล่าวบทไป...................ถึงขุนศรีวิไชยคนขยัน
เป็นนายกรมช้างกองนอกนั้น....บ้านอยู่สุพรรณพารา
เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นับร้อย........บ่าวไพร่ใหญ่น้อยก็หนักหนา
ได้นางเทพทองเป็นภรรยา.......อยู่ท่าสิบเบี้ยเมืองสุพรรณฯ
8 ก.ค. 2549 06:10


ความคิดเห็นที่ 12 โดย Japonica


.
ขุนไกรลืมตาว่าอะไรเจ้า……………...นางจึงเล่าเนื้อความนิมิตฝัน
ทั้งสองลุกมาล้างหน้าพลัน…………..หาหมากพลูสู่กันแล้วทำนาย
ฝันว่าได้ธำมรงค์วงวิเศษ……………..ของโกสีย์ตรีเนตรอันเฉิดฉาย
เพชรรัตน์อร่ามงามเพริศพราย……….บรรยายว่าเป็นสิ่งมิ่งมงคล
จะมีครรภ์ลูกนั้นจะเป็นชาย……………ดังทหารพระนารายณ์มาปฏิสนธิ์
กล้าหาญการณรงค์คงทน……………..ฤทธิรณปราบทั่วทั้งแดนไตร
ซึ่งว่าเพชรรัศมีสีกล้า……………………ภายหน้าจะเป็นทหารใหญ่
มียศศักดิ์เป็นพระยาข้าใช้……………..ร่วมพระทัยทรงธรรม์พระพันปี

(กำเนิดพลายแก้ว)
8 ก.ค. 2549 06:24


ความคิดเห็นที่ 13 โดย Japonica


.
พันศรโยธาผู้ผัวแก้ว..................ฟังเมียเล่าแล้วหัวเราะร่า
จึงทำนายฝันไปไม่ได้ช้า............ว่าเจ้าฝันนั้นหนาจะมีครรภ์
ได้แหวนประดับลูกจะเป็นหญิง......รูปร่างงามจริงตะละแกล้งสรร
ด้วยเป็นแหวนของพระพิษณุกรรม์ จะเป็นใครช่างนั้นไม่ทันเลย
ศรีประจันทร์รับพรหัวเราะร่า.........ให้ได้เหมือนปากว่าเถิดพ่อเอ๋ย
ถ้าฉันมีลูกนี้ได้ชมเชย................ไม่อุ้มลูกใครเลยให้นินทา

(กำเนิดนางพิม)
8 ก.ค. 2549 06:35


ความคิดเห็นที่ 14 โดย Japonica


.
ถือธูปเทียนแพใส่พาน จะไปไหนกันพ่อ
8 ก.ค. 2549 06:41


ความคิดเห็นที่ 15 โดย Japonica


.
ชิงช้าเคลื่อนที่
8 ก.ค. 2549 06:46


ความคิดเห็นที่ 16 โดย Japonica


.
ครกกระเดื่อง และเครื่องสีมืออย่างหมุน
8 ก.ค. 2549 06:52


ความคิดเห็นที่ 17 โดย Japonica


.

หุงข้าวต้มแกงบนอั้งโล่ เอ..แต่โบราณเขาห้ามชิมแกงด้วยกระจ่าไม่ใช่รึ
ใช้ช้อนสิพ่อคุณ
8 ก.ค. 2549 06:56


ความคิดเห็นที่ 18 โดย Japonica


.
กำไลเงินใส่เท้าก้าวขากาง ปะวะหล่ำสองข้างแขนหลานยา

กุมารน้อยท่าทางจะเป็นลูกผู้มีอันจะกิน เฟอร์นิเจอร์ครบครัน
สีหน้ารำคาญเล็ก ระหว่างพิงหลังให้คนเก้าจุกให้
8 ก.ค. 2549 07:10


ความคิดเห็นที่ 19 โดย Japonica


.
บ้างก็หาบ บ้างกระเดียด
8 ก.ค. 2549 07:14


ความคิดเห็นที่ 20 โดย Japonica


.
เสาชิงช้าดั้งเดิม

ตอนนี้ กทม. หาเสาไม้สักทองต้นใหม่ได้แล้วเพื่อทดแทนสาเดิมที่เก่าแล้วผุ
ที่จริงใช้ไม้ตะเคียนทอง อาจจะทนกว่าไม้สักอีกนะ
8 ก.ค. 2549 07:21

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น