คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
"เยาวราช" คือใคร
โพสต์เมื่อ: 10:36 วันที่ 23 ก.ค. 2545         ชมแล้ว: 5,798 ตอบแล้ว: 44
ขอความรู้ครับ
มีกระทู้ถามถึงย่านเยาวราช ไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ ในสโมสรมองอดีต อ่านแล้วผมเลยสงสัยขึ้นมาว่า ถนนชื่อ เยาวราช ที่ต่อมาเป็นชื่อเรียกย่านนี้ด้วยนั้น ทำไมจึงชื่อ "เยาวราช"

ตามศัพท์ เยาวราช แปลว่าเจ้านายที่ทรงพระเยาว์ หรือว่า ยุพราช ก็ได้ ผมเดาว่าน่าจะมุ่งถึงเจ้านายที่มีพระองค์จริงองค์ใดองค์หนึ่ง และเดาต่อว่า น่าจะเป็นเจ้านายในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง ผมไม่ทราบว่าถนนเยาวราชตัดเสร็จเมื่อไหร่ แต่เดาว่าในสมัย ร.5 ซึ่งเมืองไทยและกรุงเทพฯ กำลังพัฒนาตัดถนนกันหลายสาย
ถนนสายแรกในกรุงเทพฯ ที่เป็นถนนทางรถวิ่ง ไม่ใช่ทางเดินหรือทางเกวียนนั้น คือถนนเจริญกรุง ตัดในปลายรัชสมัย ร.4 ฝรั่งสมัยนั้นเรียกว่า New Road ต่อมาก็มีถนนบำรุงเมือง และถนนเฟื่องนคร ตามมาเป็นชุด เจริญกรุง -บำรุงเมือง-เฟื่องนคร แต่ถนนเยาวราชผมไม่ทราบว่าตัดกันครั้งไหน และทำไมจึงได้ชื่อนี้

ยังมีท่าน้ำราชวงศ์อยู่แถวๆ นั้นด้วย น่าจะมีประวัติของชื่อเกี่ยวเนื่องกันกับเยาวราช มีใครทราบบ้างครับ ขอบคุณครับ

นิลกังขา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 936 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 44 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 16 ก.ค. 2545 (17:49)
ขออภัยที่พักนี้ผมจะอ้างเจ้าคุณอนุมานราชธน หรือเสฐียรโกเศศ บ่อยหน่อย เพราะตอนนี้ที่นี่เผอิญมีหนังสืออยู่

ท่านเจ้าคุณมีจดหมายกราบทูลสมเด็จฯ ครู คือสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ว่า เคยถามคนจีนเรื่องสำเพ็ง คนจีนบอกว่าคือ สันติ 3 ประการ สำ- 3 ส่วน -เพ็ง นั้นแต้จิ๋วเป็นเผ่ง และว่าแปลว่าสันติ แต่ไล่ถามต่อว่าแล้วสันติสามประการมีอะไรบ้างก็ตอบไม่ได้ ท่านเจ้าคุณสงสัยว่าเดิมจะไม่ได้แปลว่ายังงั้นจริงแต่เป็นเสียงคำอื่น

ถ้าสำเพ็งคือซำเผ่ง จีนกลางก็คือ ซานผิง และผมนึกว่าผิง ผิงอัน เหอผิง ในภาษาจีนแปลว่าสันติก็ได้อย่างที่มีคนเรียนท่านเจ้าคุณอนุมานฯ ชื่อเมืองหลวงจีนเดิมว่าเป่ยผิงสมัยก่อนสงครามโลกครั้งแรก (ไทยสมัยนั้นเรียกว่า กรุงไปปิง) ก็แปลว่าสันติภาพทางเหนือ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นเป่ยจิงหรือมหานครทางเหนือ อันเป็นชื่อกรุงปักกิ่งเดี๋ยวนี้ แต่ผิงดูเหมือนจะแปลว่าสงบราบเรียบ ราบคาบ ก็ได้ ความหมายยังไม่ไกลจากสันติภาพนัก แล้วก็ดูเหมือนผิงจะแปล ในทางภูมิศาสตร์ ว่าที่ราบก็ได้ด้วย
ถ้ายังงั้นซานผิงจะเป็นทุ่งราบสามทุ่ง ไหวไหมครับ?

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเดา บางทีสำเพ็งอาจจะเป็นภาษาไทยก็ได้ (เช่นคำว่า สามแพร่ง) ที่คนจีนพยายามถอดเสียงเป็นภาษาเขา แล้วไทยถอดกลับมาอีกที เป็นสำเพ็ง เลยความหมายเดิมเลยหายไป

วัดเกาะ ใช่วัดเดียวกับที่เคยมีโรงพิมพ์หนังสือ จักรๆ วงศ์ๆ ขายสมัยสัก 100 ปีมาแล้วหรือเปล่าครับ "เล่มสลึงพึงรู้ท่านผู้ซื้อ แบบหนังสือวัดเกาะเพราะนักหนา ราษฎร์เจริญโรงพิมพ์ริมมรคา เชิญท่านมาเลือกซื้อดูคงรู้ดี..."
นิลกังขา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 936 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 16 ก.ค. 2545 (18:50)
ในหนังสือ องค์ประกอบทางกายภาพของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำขึ้น แบ่งการศึกษาออกเป็นหลายสมัย

ได้กล่าวถึงถนนสามเพ็ง ว่ามีขึ้นตั้งแต่ ช่วงสมัย รัชกาลที่ 1-3 แต่ถนในสมัยนั้นเป็นแค่แนวทางเดินเล็กๆ
และได้กล่าวว่า ถนนเยาวราช หรือถนน ยุพราช สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นถนนที่สร้างเคียงมากับถนนสามเพ็งเดิม แต่ถนนเดิมขยายลำบาก ถนนยุพราชช่วงแรก เริ่มต้รที่ถนนมหาไชยหน้าวังบูรพา ไปสิ้นสุดที่ถนนราชวงศ์
และยังเล่าถึง สะพานแบบใหม่ที่สร้างตามรูปแบบตะวันตก ในสมัย รัชกาลที่ 4-5 มี สะพานหก สะพานหัน และสะพานโครงเหล็กรูปโค้ง
สะพานหก มีดังนี้
สะพานหกหน้ากระทรวงมหาดไทย ข้ามคูเมืองเดิม
สะพานหกหลังกระทรวงกลาโหม ข้ามคูเมืองเดิม
สะพานหก ริมวังพระองค์เจ้าสายปัญญา
สะพานหกข้ามคลองบางกอกใหญ่
สะพานข้ามคลองมอญ

ขอกลับไปท่าน้ำราชวงศ์ หน่อยค่ะ คิดถึงในหนังสือสมัยก่อน เวลาเดินางไปหัวเมืองชายทะเล เป็นต้องไปขึ้นเรือที่ท่าราชวงศ์ นึกถึงปริศนา ของท่านชายพจน์ ตอนไปรับ-ส่งแม่และพี่สาวที่ท่าน้ำราชวงศ์นะคะ

ฝอยฝน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 104 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 16 ก.ค. 2545 (19:41)
สะพานหกใกล้ที่ทำงานเก่าผม ที่ว่าสร้างใหม่เป็นรูปสะพานหกตามเดิม นั้น น่าจะเป็นสะพานหกหน้ากระทรวงมหาดไทยข้ามคลองคูเมืองเดิมครับ ส่วนสะพานข้ามคูเมืองหลังกระทรวงกลาโหม เข้าใจว่า ตอนนี้กลายเป็นสะพานคนเดินธรรมดาไปแล้วครับ หกไม่ได้แล้ว

นึกเล่นๆ สำเพ็ง - 3 ผิง ถ้าคือ สามราบ จริง ก็จะไปใกล้กับเสียมราบ เสียมเรียบ (ไทยเขียนเสียมราฐ) อีกชื่อหนึ่ง นี่นึกเล่นสนุกๆ นะครับ อย่าฟังเอาเป็นหลักฐาน

นึกเล่นต่ออีก คำว่าเพื่อน แต้จิ๋วว่าเผ่งอิ้ว จีนกลางว่าเผิงโหย่ว (เผิง หนังสือคนละตัวกับผิงที่แปลว่าสงบสันติ) เพื่อนสามคนหรือสามสหาย เรียก ซำเผ่งอิ้วได้ไหม? เพราะว่าตรงแถวนั้นมีวัดเก่าชื่อเดิมชื่อ วัดสามจีน อยู่ และเดี๋ยวนี้ได้ชื่อว่า วัดไตรมิตร... แต่ข้อที่คิดเล่นข้อนี้คงจะตกไป เพราะผมเข้าใจว่าภาษาจีนเรียกสำเพ็งว่าซำเผ่ง เป็นเผ่ง สันติ ไม่ใช่เผ่งอิ้วหรือสหาย
นิลกังขา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 936 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 16 ก.ค. 2545 (20:07)
งานนี้ท่าจะยุ่งแล้วสิครับ

ตัวผิงที่แปลว่าสันตินั้น คนแต้จิ๋วออกเสียงว่าเพ้งครับ ไม่ใช่เผ่ง ถ้าจะออกเป็นเผ่งก็เป็นเพราะการผันเสียงตามตัวอื่น เช่นกับคำ อัง (อัน ในสำเนียงจีนกลาง) เพ้ง+อัง ออกเสียงว่า เผ่งอัง
กรณีซำเผ่งนั้น ไม่ใช่ตัวผิงตัวนี้แน่ๆ เพราะถ้าใช่ก็คงเรียกเป็น ซำเพ้ง ไปแล้ว

กรณีซำเผ่งอิ้ว ดูเป็นไอเดียพิสดารดีครับ แต่ก็คงไม่ใช่อีก เพราะคนจีนไม่นิยมเรียกย่อลักษณะนี้

ยิ่งไปเป็นสามปลื้มนั้น ผมยิ่งว่าไม่น่าใช่ไปกันใหญ่ เพราะลิ้น+หูคนจีนไม่น่าเพี้ยนมาออกแนวนี้ น่าจะออกไปทาง ซำป๋อลิ้ม อะไรเทือกนั้น

จนแล้วจนรอดผมก็ยังนึกไม่ออก เพราะดูแล้วคำนี้คนจีนน่าจะเรียกทับศัพท์คำว่าสำเพ็งในภาษาไทย(???)มากกว่านะครับ

จะถามแม่ดู
CrazyHOrse เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 567 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 109 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 17 ก.ค. 2545 (05:01)
สะพานหันได้ที่เวนิซนี่คุ้นๆว่าจะเคยเห็น แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอันเดียวกับที่คุณเทาชมพูพูดถึงหรือเปล่า
คิดว่าอาจจะเป็นสะพานที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือหรืออะไรซักอย่างที่เกี่ยวกับกองทัพเรือของเวนิซ (ต้องขอไปค้นก่อน)
ส่วนที่ฟอเรนส์นี่ไม่เห็นครับ

แต่สะพานที่ทั้งเวนิซและฟอเรนส์มีเหมือนกันแน่ๆ คือสะพานที่มีร้านขายของอยู่ข้างบน
ที่เวนิซมี Rialto ส่วนที่ฟอเรนส์มีสะพาน Ponte Vecchio มีชื่อเสียงทั้งสองแห่งครับ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
Rialto ลองดูภาพที่เว็ปนี้ครับ
http://www.danheller.com/venice-rialto.html
ส่วน Ponte Vecchio ดูที่นี่
http://www.florence.ala.it/ing/foto/htm/pt_vecc.htm
เห็นคุณฝอยฝนบอกว่าให้ผมแน่นำร้านอาหารแถวกิ่งเพชร แนะนำพอได้ครับ แต่ผมถ้ามีคนเลี้ยงข้าวนี่ จะแนะนำได้สะดวกขึ้นครับ ฮี่ๆๆๆ
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1407 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 239 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 17 ก.ค. 2545 (05:17)
ยินดีค่ะ ดร.จ้อ
ฝนจะพาดร. จ้อไปเลี้ยงฉลองความสำเร็จทันทีที่สะดวกนะคะ ส่วนเรื่องสะพานพรุ่งนี้ค่อยคุยนะคะ วันนี้ขอไปทำงานต่อก่อน
ฝอยฝน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 104 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 17 ก.ค. 2545 (05:24)
ตืิ่นไปทำงานตั้งแต่ตีห้าเลยหรือครับ ผมอยู่ที่นี่ไม่เคยไปทำงานก่อนสิบโมงเช้าเลย
เนื่องจากว่ากว่าจะตื่นก็เที่ยงแล้ว แหะๆๆ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเรียนจบได้ยังไง ยังงงอยู่ หึๆๆๆ
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1407 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 239 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 17 ก.ค. 2545 (05:31)
อิ อิ ...งานไม่เสร็จ ต้องเร่งทำให้ทันวันศุกร์ แบบพอกหางหมูไงคะ นอนไม่หลับ ตื่นมาตั้งแต่ก่อน ตี 4 แล้วค่ะ
ฝอยฝน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 104 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 17 ก.ค. 2545 (14:17)
ขอเข้าคลาสวิชาเดาชั่นอีกคนครับ
สำเพ็ง มีวัดชื่อวัดสำเพ็งอยู่ที่ถนนสำเพ็งใต้ ไม่รู้ว่ามีมาก่อนสร้างเมืองหลวงหรือเปล่า ในพงศาวดารบอกว่าตอนสร้างพระบรมมหาราชวัง ร.๑ โปรดให้ชาวจีนย้ายไปอยู่ท้องที่วัดสำเพ็ง
ถ้าวัดมีมาก่อน สำเพ็งก็น่าจะเป็นชื่อเฉพาะของวัด แต่จะมาจากชื่อ สามเพ็ง คือนายหรือนางเพ็งสามคนช่วยกันสร้างวัด ก็ไม่มีหลักฐาน
ผมมาคิดเอาว่าเมื่อท่านทั้งหลายที่รู้ภาษาจีนยังงงๆว่าไม่น่าจะเป็นจีน ก็อาจจะไม่ใช่จีน เรื่องเป็นภาษาแขกตัดไปได้ เสียงมันไม่น่าจะบวชมาจากบาลี ภาษาอังกฤษยิ่งอิมพอสสิเบิ้ล
งั้นผมเดาเอาดื้อๆว่าเหลือภาษาไทย สำเพ็ง อาจจะมาจาก สามเพ็ง ภาษาไทยดีๆนี่แหละ เพราะเมื่อใครสร้างวัดเขาก็มักจะตั้งชื่อไว้เป็นอนุสรณ์ คนไทยชื่อเพ็งกันถมไป แล้วชื่อกันทั้งชายหญิง ถ้าจะมีมิสเตอร์และมิสซิสเพ็ง หรือมิสเพ็งอีกซักคนช่วยกันสร้างวัด เลยชื่อสามเพ็ง นานๆหดเป็นสำเพ็งก็น่าจะเดาได้ไม่ถูกตีมือนะครับ

แถวนั้นมีวัดชื่อสามอยู่อีก ๒ คือวัดสามปลื้ม วัดสามจีนที่ต่อมาคือวัดไตรมิตร ตั้งข้อสังเกตเฉยๆครับ อาจเป็นความนิยม

ย้อนมาถึงวัดเกาะ ชื่อเดิมของวัดสัมพันธวงศ์คือวัดเกาะแก้วลังกา เรียกกันสั้นๆว่าวัดเกาะครับ มาเปลี่ยนชื่อสมัยร. ๔
เรื่องจักรๆวงศ์ๆ พิมพ์ขายในโรงพิมพ์หน้าวัดเกาะ เล่มละสลึง เมื่อ๑๐๐ปีก่อนคงแพงเหมือนกันนะ

วัดเกาะมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ว่าเป็นแหล่งที่มิชชันนารีฝรั่งสมัยรัชกาลที่ ๓ ลงจากเรือมาเผยแพร่ศาสนา ที่บ้านใกล้วัดเกาะก่อนอื่น พ.ศ. ๒๓๗๑

วัดเกาะเนี่ยอีกเหมือนกัน ไม่กี่ปีต่อมา ฝรั่งซ่าชื่อกัปตันเวลเลอร์เข้าไปยิงนกพิราบ จะยิงเล่นหรือยิงไปกินก็ไม่รู้ แต่นกตาย ผลคือถูกพระสงฆ์ไทยเข้ามารุมสกรัมซะสะบักสะบอม
และผลข้างเคียงคือมิชชันนารีซึ่งเป็นฝรั่งเหมือนกันถูกไล่ที่ จนต้องย้ายไปอยู่แถวกุฎีจีน ฝั่งธนบุรี ใกล้ร.ร.ซานตาครูสในปัจจุบัน

เผลอเล่าเรื่องวัดอีกแล้ว ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจเลย คุณเรไรจะหาว่าผมเป็นสมีอีกมะล่ะเนี่ย
bookaholic เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 66 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 18 ก.ค. 2545 (12:00)
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ครูBookครับ จ้องจะทักตั้งแต่เรื่องมิลินทปัญหาแล้ว ติดขัดแต่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก กว่าจะสมัครได้ก็ไม่มีใครเข้าไปต่อความอยู่หลายเพลาแล้ว เลยยังไม่ได้ทักจนบัดนี้

พูดถึงเยาวราชระยะนี้ผมนึกได้แต่ของบำรุงพุง เพราะมีมิตรท่านหนึ่งคอยฉุดกระชากลากถูไปนั่งหม่ำตอนดึกๆสัปดาห์ละ2-3ครั้ง จนชักจะเหมือนแป๊ะยิ้มเข้าไปทุกทีแล้ว มีหวังตรุษจีนหน้า หาพัดมาควงก็คงเข้าขบวนเต้นสิงโตได้โดยไม่ต้องสวมหัว
ถาวภักดิ์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 240 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 19 ก.ค. 2545 (09:08)
ยังหาที่มาของ "สำเพ็ง" ลงตัวไม่ได้จนแล้วจนรอด

เลยขอย้อนกลับไปริมฝั่งเจ้าพระยา ข้ามสะพานพระราม ๘ ที่เพิ่งเสร็จหมาดๆ เส้นทางเลียบผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบ๊งค์ชาติ
มองเห็นวังบางขุนพรหมเด่นอยู่ตรงนั้น

ย้อนหลังก่อนที่จะมีวังบางขุนพรหมในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต สร้างเมื่อรัชกาลที่ ๕
ละแวกนี้เรียกว่า "บางขุนพรหม"
น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าท่านขุนพรหมที่ว่านี้นามสกุลอะไร รู้แต่ว่าท่านเป็นหนึ่งในขุนนางที่ได้รับพระบรมราชโองการในรัชกาลที่ ๑ ไปเป็นนายช่างสร้างพระพุทธบาทที่สระบุรี
แล้วท่านก็ป่วยเป็นไข้ป่า ถึงแก่กรรม
พี่ชายของท่านจึงสร้างวัดในบริเวณบ้านเดิมที่อยู่อาศัยให้เป็นที่ระลึกเรียกว่าวัดบางขุนพรหม
ละแวกนั้นชาวบ้านก็เรียกกันว่าบางขุนพรหม แทนชื่อเดิมว่าบ้านลาน

ต่อมาวัดได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่โดยหลานชายของขุนพรหม ๓ คน เป็นพระยาทั้งสามคน
วัดจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดสามพระยา"
เทาชมพู เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5218 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 177 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 22 ก.ค. 2545 (09:56)
กลับมาใหม่กับสำเพ็ง
เป็นอันแน่นอนแล้วว่าชื่อสำเพ็งนั้นไม่ใช่ชื่อจีน คำ"เผ่ง" ใน "ซำเผ่ง" นั้น เป็นตัวเดียวกับคำว่า "เผี่ย" (เสียงออกจมูก) ที่แปลว่า หมั้น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ใช้ในความหมายอย่างนั้นแต่อย่างใด

แต่คำว่าสำเพ็งนั้น ก็ยังเป็นคำที่ไม่รู้ที่มาอยู่ดี แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมได้สอบถาม ก็ให้ข้อมูลที่แตกต่างกันจากที่เคยเสนอกันไว้ที่นี้อีก 2 อย่างคือ
1.คำสำเพ็งมาจากชื่อวัดที่ชื่อ สามเพ็ง แล้วกร่อนเสียงเป็นสำเพ็ง
2.แต่เดิมบริเวณนั้นเป็นสามแพร่ง คนจีนเรียกไม่ชัดว่าซำเผ่ง คนไทยมาเรียกตามคนจีน(ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในละแวกนั้น) ว่าสำเพ็ง ในภายหลังครับ

ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าสำเพ็งมาจากไหน
CrazyHOrse เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 567 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 109 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 22 ก.ค. 2545 (11:06)
ชักจะคล้อยตามว่าน่าจะมาจากวัดสามเพ็ง
ส่วนสามแพร่ง คงเป็นคำไทยที่คิดว่าคล้ายสำเพ็งมากที่สุด
แต่ยังไม่เคยเจอหลักฐานว่าแถวนั้นเป็นทางสามแพร่งมาก่อน
การติดต่อกันในกรุงเทพและธนบุรีใช้ทางน้ำไม่ใช่ทางบก ทางสามแพร่งถ้ามีก็เป็นทางเดินแคบๆ ไม่ค่อยมีบ้านคนอยู่อาศัยกัน
บ้านจะอยู่ริมน้ำมากกว่า
ทางสามแพร่งถือว่าเป็นที่ไม่เป็นมงคล ตุ๊กตาเสียกบาลก็ไปทิ้งไว้ที่ทางสามแพร่ง
บางแห่งว่านักโทษก็ประหาร หรือเสียบกระจานไว้ที่ทางสามแพร่ง
ถ้าสำเพ็งมีทางสามแพร่งจริง น่าจะมีบันทึกไว้บ้างนะคะ
เทาชมพู เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5218 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 177 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 22 ก.ค. 2545 (21:08)
ค่อนข้างเชื่อครู Book ด้วยคนว่าเป็นชื่อวัดสำเพ็ง หรือสามเพ็งมาก่อน ก่อนจะเป็นชื่อย่านครับ โดยเฉพาะถ้าวัดมีมาก่อนที่คนจีนจะย้ายมาอยู่แถวนี้

แต่ก่อน สำเพ็งเป็นคำด่ากันด้วยครับ ใครถูกด่าว่าเป็นผู้หญิงสำเพ็งก็คือว่าว่าเป็นโสเภณี เดี๋ยวนี้ความหมายนี้หายไปแล้วมั้ง เพราะเป็นที่น่าเศร้าใจว่าธุรกิจขายกามแพร่สะพัดไปทั่วกรุงเทพฯ ไปหมดแล้ว
นิลกังขา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 936 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 23 ก.ค. 2545 (01:32)
เสฐียรโกเศศ ท่านเล่าไว้ว่า ในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง พระองค์ท่านเสด็จไปทรงทอดผ้ากฐินหลวง ณ.วัด ประทุมคงคา เสด็จพระราชดำเนินเป็นขบวนพยุหยาตราน้อยทางสถลมารคไปตามถนนในท้องสำเพ็ง เริ่มตั้งแต่สะพานหัน ไปสุดทางที่วัด ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่เพราะไม่มีบ่อยๆ ว่ากันว่า 3 ปีมีครั้ง โดยเฉพาะในขบวนพยุหยาตรา จะมีวอพระประเทีบยหลายวอ ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยจะได้เห็นกัน เด็กๆก็จะตื่นเต้น

สมัยก่อนลูกสาวชาวไทย ชาวจีน ที่มีอันจะกินต้องเก็บเนื้อเก็บตัว จะออกมาหน้าบ้าน ก็เวลามีงานพระกฐินหลวงนี่แหละ ชาวสำเพ็งจะตื่นเต้น ดีใจออกมาตั้งโตะบูชาประกวดประชันกัน หนุ่มๆก็จะได้ยลโฉมสาวๆสวยๆ
ฝอยฝน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 104 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 23 ก.ค. 2545 (10:23)
คุณหลวงนิลฯ พูดได้ตรงใจ
คนโบราณท่านตายาวนัก ท่านเห็นความสำคัญของการขนส่งมวลชนมาตั้งแต่ร้อยปีก่อน อุตส่าห์วางแผนกันที่ดินเอาไว้เป็นเครือข่ายใยแมงมุมทั้งกรุงเทพฯ พอมาถึงยุคตาสั้น เอาออกมาหาผลประโยชน์กันหมด ที่น่ากุดหัวพวกตาสั้นมากที่ีสุดก็ตรงที่ปล่อยมาให้เป็นอัครสถานค้ากาม

ซึ่งไม่ใช่แต่เท่านี้นะครับ แม้อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่รัฐบาลสั่งปิด ก็เอามาให้เป็นแหล่งอบาย ดูเอาเถิด คนที่รับผิดชอบปล่อยออกมาเป็นสถานที่แบบนั้น เขาไม่นึกบ้างเลยหรือว่านี่เท่ากับบอกกับประชาชนและคนทั้งโลกว่า รัฐบาลประเทศนี้ไม่รังเกียจอบายเลย สักแต่ขอให้ได้เงินมาเถิด
ถาวภักดิ์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 240 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 23 ก.ค. 2545 (17:58)
กรุณาอย่าเรียกผมว่าครูเลยครับคุณถาวภักดิ์และคุณหลวงนิล
ผมเขิลลล
ผมพวกครูพักลักจำ ใครชมก็หมดภูมิพอดีทุกทีหละครับ
bookaholic เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 66 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 24 ก.ค. 2545 (10:36)
รึจะให้เรียกสมีก็ได้นะครับ

ครูBook ยังดีต้องรอให้มีคนชมถึงจะหมดภูมิ ผมหมดตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว สงสัยต้องไปหากินกับไสยศาสตร์

ว่าแล้วก็ใช้ซะเลย ที่ว่าว่าสำเพ็งเป็นถิ่นที่เคยมีทางสามแพร่งนั้น หมอผีขอค้านครับท่านประธาน ด้วยเหตุว่าทางสามแพร่งนั้นเป็นแดนอาถรรพณ์ เป็นที่สิงสถิย์ของสัมภเวสี วิญญาณเร่ร่อน ดวงจิตที่ดำมืดด้วยวิบาก และมิจฉาทิฐิ เป็นจำนวนมาก เป็นดังซ่องโจร หรือ ืืno man\'s land ในโลกทิพย์ จึงเป็นที่ที่ไม่อาจเจริญรุ่งเรืองเป็นถิ่นทำมาค้าขายได้ สำเพ็งเป็นที่อันสมบูรณ์ด้วยฮวงจุ้ยอันเกื้อต่อการค้าขายอย่างยิ่ง ว่ากันว่าแม้ห้องแถวเล็กๆคูหาเดียวจะขอซื้อสักห้าสิบล้าน เจ้าของก็ไม่ยอมขาย ด้วยเป็นดังปากประตูเงินประตูทอง สามารถดึงดูดการค้าให้สะพัดสร้างรายได้นับล้านต่อวัน จึงเป็นไปไม่ได้ว่าสำเพ็งเคยเป็นถิ่นทางสามแพร่งมาก่อนด้วยประการฉะนี้
ถาวภักดิ์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 240 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 10 ก.ค. 2549 (12:13)
เข้ามาจะค้นกระทู้เก่าว่าด้วย ยุพราช มาเจอกระทู้เรื่องถนนเยาวราช เลยขออนุญาตร่วมสนุกขุดกรุของเก่ามาเล่าต่อ

ชื่อภนนเยาวราชนั้น คิดว่าในหลวงรัชกาลที่ ๕ คงจะทรงตั้งให้หมายถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

ที่ผมว่าเช่นนั้น ก๋เพราะในรัชกาลที่ ๕ นั้น ได้โปรดพระราชทานพระนามพระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้ามาตั้งเป็นชื่อถนนหรือสถานที่สำคัญเกือบทุกพระองค์ ลองลำดับดูเท่าที่จำได้นะครับ

ถนนพาหุรัด - สมเด็จฯ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์
ถนนบริพัตร - สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
ถนนจักรพงษ์ - สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประนาถ
ถนนอัษฎางค์ - สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
ถนนยุคล - สมเด็จฯ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์

พระนามชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าฯ ที่นึกออกคงมีเท่านี้ แต่แปลกไม่ยักมีชื่อ ถนนวชิรุณหิศ หรือถนนวชิราวุธ หรือจะเป็นเพราะได้พระราชทานาม ถนนเยาวราช และราชวงศ์ไว้แล้ว

ถนนเยาวราช นั้นตรงกับพระอิสริยยศ พระเยาวราช คือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร นามนี้คงชัดเจน ส่วนถนนราชวงศ์นั้น ในความคิดของผมไม่ทราบจะถูกผิดประการใด น่าจะมาจกคำว่า Prince Royal ในภาษาอังกฤษ ซึ่งจะแปลว่า พระยุพราชก็ดี หรือพระเยาวราชน้อยซึ่งเทียบได้กับกรมพระราชวังหลังก็ได้ และน่าจะหมายถึงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ซึ่งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นลำดับที่ ๒ รองจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
V_Mee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 225 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 10 ก.ค. 2549 (12:20)
มาต่อเรื่องพระนามเจ้านายที่เป็นชื่อถนนอีกนะครับ

ในรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงดำเนินตามพระบรมราชวิเทโศบายในสมเด็จพระบรมชนกนาถ ได้โปรดพระราชทานพระนามกรมในพระราชโอรส พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ มาขนานนามถนนอีกหลายสาย เช่น
ถนนศรีอยุธยา - สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนเทพทวาราวดี (กรุงเทพทวาราวดีศรีอยุธยา)
ถนนพิษณุโลก - สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ
ถนนราชสีมา - สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนครราชสีมา
ถนนนครสวรรค์ - สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
ถนนอู่ทอง - สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนอู่ทองเขตรขัตติยนารี
ถนนเพชรบุรี - สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
ถนนนครไชยศรี - กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
V_Mee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 225 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.