|
ลาก่อน- โรงแรมสยามอินเตอร์คอนฯ
โพสต์เมื่อ:
15:57 วันที่ 13 พ.ย. 2545 ชมแล้ว:
2,606
ตอบแล้ว:
20
อ่านคอลัมน์เหะหะพาทีของคุณ ซูม แห่งไทยรัฐ วันนี้แล้วเพิ่งทราบว่าเขากำลังจะทุบโรงแรมสยามที่ข้างๆ สยามดิสคัฟเวอรี่ ตรงข้ามสยามสแควร์ ทำเป็นอภิมหาศูนย์การค้าชื่อ สยามพารากอน
การรื้อตึกโรงแรมคงจะมีขึ้นเร็วๆ นี้แหละครับ ผมฟังแล้วก็ออกจะใจหายอยู่นิดหน่อย แม้จะต้องยอมรับความจริงว่ามีแต่ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์ ที่ใจหายเพราะผมเห็นโรงแรมนี้มาตั้งแต่ยังเด็กมากๆ เข้าใจว่าโรงแรมสยามแห่งนี้มีประวัติมาตั้งแต่สามสี่สิบปีที่แล้ว เป็นโรงแรมเครืออินเตอร์คอนติเนนตัลแห่งแรกของเมืองไทยละมัง สมัยโน้น ถือว่าหรูหราทันสมัยใหญ่โตมาก แล้วสมัยโน้นก็สง่าจริงๆ ด้วย ยังไม่มีตึกสยามเซ็นเตอร์และสถานีรถไฟฟ้าบังหน้าอย่างสมัยนี้ จำได้อีกอย่างหนึ่งว่า สถาปนิกคนที่สร้างโรงแรม (ซึ่งเป็นใครก็ไม่ทราบ) ตั้งใจออกแบบให้ตึกโรงแรมมีความเป็นไทยๆ แต่เป็นไทยสมัยใหม่ และการตกแต่งภายในก็ให้เป็นไทยๆ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของฝรั่งนักท่องเที่ยวยุคโน้น รูปทรงของตึกโรงแรมสยามนั้นใครเคยบอกผมว่าได้รับอิทธิพล หรือแรงบันดาลใจมาจากงอบครับ หมวกงอบที่ชาวนาไทยหรือแม่ค้าตลาดน้ำใส่กันนั่นแหละ อีกหน่อยหมวกงอบยักษ์ใบนี้ก็จะถูกทุบทิ้งไป และตึกสยามพารากอนจะขึ้นมาแทน หน้าตาจะเป็นอย่างไรก็ต้องคอยดูครับ โรงแรมอีกแห่งที่แต่ก่อนรัฐบาลเป็นเจ้าของ และมีตึกทรงไทยประยุกต์คือโรงแรมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ แต่ตึกโรงแรมเอราวัณเดิมถูกรื้อทิ้งไปนานแล้ว ตึกปัจจุบันของโรงแรมเอราวัณก็ดูเหมือนได้พยายามจะคงลักษณะสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ไว้บ้างเหมือนกัน แต่ผมยังรู้สึกว่าชอบตึกหลังเก่ามากกว่า จำนวน 20 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ส.ค. 2545 (21:09) สถาปนิกที่ออกแบบอาคารโรงแรมสยามอินเตอร์คอนนิเนนตัล ชื่อโจเซฟ ซาเลอร์โน สร้างเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ 2509 อายุโรงแรมก็ประมาณน่าจะไล่เลี่ยกะคนตั้งกระทู้มั้งคะ????
ในช่วงหลังสงครามโลกอาคารในกรุงเทพฯเริ่มสูงขึ้น โรงแรมที่เริ่มสร้างตึกสูงประมาณกว่า 10 ชั้นน่าจะเป็นโรงแรมโอเรียนเต็ล สร้างประมาณปี พ.ศ.2501 ในช่วงที่โรงแรมต่างๆเริ่มสร้างขึ้นในกรุงเทพฯนั้น ตรงกับยุคเศรษฐกิจฟูเฟื่องเทียบได้ประมาณสมัยสงครามเวียดนามพอดี ส่วนโครงการศูนย์การค้าต่างๆ เพิ่งมาเริ่มในช่วง ยุค หลัง ปี 2515 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 ส.ค. 2545 (13:36) เคยอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเดือนที่แล้วเหมือนกันค่ะแต่ตอนนั้นยังเค้ายังไม่สรุปว่าจะรื้อจริงหรือเปล่า ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ส.ค. 2545 (00:14) เวลาผ่านสถานีรถไฟฟ้าสยามทุกครั้ง ก็จะมองเห็นหลังคาลักษณะโดดเด่นเหมือนเรือนไทย ชอบมองค่ะ มีคนที่เข้าไปบอกว่าบรรยากาศร่มรื่นมาก แทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใจกลางศูนย์การค้าเลย เพราะมีต้นไม้ใหญ่เยอะ เสียดายสถาปัตยกรรมจังเลยค่ะ ขอบคุณคุณฝอยฝนค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 พ.ย. 2545 (17:00) วันนี้ตอนนั้งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีสยาม มองไปทางโรงแรมสยาม ปรากฎว่าได้หายไปแล้วครับ นึกแล้วก็เสียดาย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 พ.ย. 2545 (15:57) ก่อนรื้อโรงแรมนี้ก็ยังคงหรูหราเชิดหน้าชูตาประเทศไทยได้จนถูกทุบนั่นแหละครับ เข้าใจว่าถูกทุบเพราะทำกำไรได้น้อยไปเนื่องจากไม่มีหลายชั้นเหมือนอาคารทันสมัย อาคารใหม่ที่สร้างขึ้นคงช่วยให้รถติดหนักกว่าเดิมอีกโขละครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 ธ.ค. 2548 (19:45)
อาจารย์เทาชมพูครับ ผมทายไว้ไม่ผิดปาก เดี๋ยวนี้ รถติดหนัก ๆ จนต้องมีการจัดการจราจรใหม่ ถ้าจะมา ก็มีอะไรให้ดูมาก ผมก็ดูผ่านแว้บ ๆ เท่านั้น แนะนำให้มารถไฟฟ้านะครับ จะได้ไม่เสียสติ อ้อ ระวังกระเป๋าให้ดีด้วย คนแยะมาก ๆ เหมือนกัน เวลาขึ้นลิฟท์ ก็อย่าชะโงกมาก เดี๋ยวตกลงไป ผมยังไม่รู้ว่าเด็กตกลงไปได้ยังไงเหมือนกันครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 18 ธ.ค. 2548 (03:22)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 18 ธ.ค. 2548 (11:31) เเหล่งท่องเที่ยวย่านสยามสเเควร์ สำหรับผมเเล้วไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจเท่าไร เพราะของที่นำมาขายก็หาซื้อได้ทั่วไป ที่เป็นที่นิยมน่าจะมาจากเป็นเเหล่งที่รวมเด็กวัยรุ่นที่ไปเรียนพิเศษกัน สยามพารากอนเป็นการร่วมลงทุนกันระหว่างกลุ่มเจ้าของ ดิสคัฟเวอร์รี่กับเจ้าของเดอะมอลล์กรุ้ป เพราะฉะนั้นไม่น่าเเปลกใจว่าทำไมบรรยากาศถึงคล้ายกับ เดอะมอลล์เเละเอ็มโพเรี่ยม เป็นห้างที่เน้น Mass มากกว่า กลุ่มเซ็นทรัลมาเดินคงเเอบขำในใจ โอ้โห อาจารย์เทาชมพู ตื่นเช้ามาก ๆ เลย ราวกับว่าไม่ได้ยิงมาจากเมืองไทย ฟอร์ทไออ้อน เซนเทอร์รา อยู่ที่ไหนครับอาจารย์ฯ ที่ดึงดูดความสนใจผมก็คือ Ocean Word เคยไปดูที่ Australia เราสามารถเดินท่ามกลางฝูงปลาใหญ่ น้อยได้ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยจะน่าดูเท่าหรือเปล่า จะได้เก็บตังพาเด็ก ๆ ไปดู ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 19 ธ.ค. 2548 (12:26)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 19 ธ.ค. 2548 (23:32)
คุณ Nuchan ก็ดูนาน ๆ สิครับ คิดเสียว่า ดูหนังสัก 5 เรื่อง ก็ 500 เหมือนกัน ค่าใช้จ่ายในการดูแล aquarium ขนาดมหึมาให้ระบบมันเอื้อต่อมวลชีวิตได้ ต้องมีค่าใช้จ่ายแยะมาก เขาจึงต้องเก็บแพง ไม่ยั้งก็คงไม่พอ แล้วระยะเริ่มแรก คนยังเห่อก็เก็บแพงได้ เวลาคนเริ่มซาลง ผมว่าเขาคงลดราคาลงบ้าง ผมกะจะรอดูสักปีหน้าหรืออีก 2 ปี ถ้ามันไม่พังเสียก่อนก็คงไม่สายเกินไป เพราะเวลาพาครอบครับไปดู มันรวม ๆ กันแล้วก็หลายพันบาทเหมือนกัน อย่างการแสดง สายน้ำของแผ่นดิน ค่าดูก็แพงมาก สองสามปี ผมก็จะกัดฟันไปดูสักครั้งเหมือนกัน คิดเสียว่าเป็นค่าบุหรี่ ค่าเหล้า ค่าล็อตเตอรี่ที่ผมไม่เคยเสียเลย แต่คนอื่นเขาเสียกัน ก็เอามาเป็นค่าดูของแปลกตาบ้าง ก็พอทำใจได้ เหมือนเวลาไปเที่ยวเราก็ต้องจ่ายค่าโรงแรมที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหารแพงกว่าปกติ ก็พยายามเก็บเงินทั้งปีเพื่อเที่ยวไม่กี่วัน ก็ยังทำกัน ก็ไม่ได้เชียร์ว่าต้องไปดูหรอกครับ แต่ถ้าว่าแพง ผมว่าไม่แพงเท่าไร เมื่อเทียบกับของฟุ่มเฟือยอย่างอื่นครับ อาจารย์เทาชมพูครับ ไปแวะดูกระทู้ winter wonderland มาแล้วครับ เห็นชื่อเป็นภาษาอังกฤษ นึกว่าไม่มีปัญญาอ่านก็เลยไม่ได้คลิ้กเข้าไปดูครับ ![]() ข้างในเป็นภาษาไทย ค่อยยังชั่วหน่อย เห็นหิมะแล้วน่ากลัวหนาวจังเลยนะครับ เมืองไทย สิบกว่าองศาก็หนาวกันกระดูกร่อนแล้ว อาจารย์ไปอยู่เมืองที่มีหิมะ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 20 ธ.ค. 2548 (20:01)
หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |