ด่วน!ช่วยสรุปเคมีม.4อย่างง่ายหน่อยคับ(พรุ่งนี้สอบเเล้ว)(ช่วยเด็กคนนี้หน่อยนะ)

เอาเคมีม.4ถ้าใครมีหนังสือก้อคือ บทที่ 1กับ2ก้อคือเรื่อง อะตอม เเละตารางธาต ที่เกี่ยวกับพวก เลขต่างๆ การจัดอิเลกตรอน ไอโซโทป สเปกตรัม และก้อแบบจำลอง

เเล้วก้อมี ตารางธาต ก้อคือสมบัตต่างๆ ของธาตตามหมู่,คาบ

(ขนาดอะตอม-รัศมีไอออน-ไอออไนเซชัน-อิเลกโทรเนกาติวิตี-สัมพรรคภาพอิเลกตรอน เลขออกซิเดชัน )เเล้วก้อบทที่2 พันธะเคมีทั้ง 3อย่าง

ขอรบกวนหน่อยนะคับ....เป็นสรุปแบบง่ายๆ แต่อาจจะละเอียดหน่อยก้อได้ ...จิงๆเเล้วผมอ่านมาบ้างแล้วเเหละแต่ในหนังสือมันไม่ค่อยรุเรื่อง...............ช่วยหน่อยนะคับ



................................ขอบคุณมากครับ...



ความคิดเห็นที่ 50 

01 (Guest)
13 เม.ย. 2552 19:07
  1. adj & adv ครับ




ความคิดเห็นที่ 51

supamongkol
29 พ.ค. 2552 22:30
  1. ขอคุณครับใกล้สอบพอดี




ความคิดเห็นที่ 49

เด็กวิทย์ คณิต (Guest)
26 ก.พ. 2552 16:07
  1. วันนี้อาจเป็นดินที่ไร้ค่า  
    วันหน้าอาจเป็นฟ้าที่ไร้ดิน?




ความคิดเห็นที่ 7

xx
16 ก.ค. 2549 17:51

  1. โครงสร้างอะตอม





    จอห์น ดอลตัน เป็นคนแรกที่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับอะตอม สรุปว่า
    1. สารประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็ก เรียกว่า อะตอม แบ่งแยกไม่ได้ และสร้างขึ้นหรือทำลายให้สูญหายไปไม่ได้
    2. อะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน จะมีมวลเท่ากัน มีสมบัติเหมือนกัน แต่จะแตกต่างจากอะตอมของธาตุอื่น ๆ

    3. อะตอมของธาตุสองชนิดอาจรวมตัวกันด้วยอัตราส่วนต่าง ๆ กัน เกิดเป็นสารประกอบได้หลายชนิด
    2. ทอมสัน ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าของก๊าซในหลอดรังสีแคโทด พบว่าไม่ว่าจะใช้ก๊าซใดบรรจุในหลอด
    หรือใช้โลหะใดเป็นแคโทด จะได้รังสีที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบ พุ่งมาที่ฉากเรืองแสงเหมือนเดิม เมื่อคำนวณหาอัตราส่วนของประจุต่อมวล (e/m)
    ของอนุภาค จะได้ค่าคงที่ทุกครั้งเท่ากับ 1.76 x 108 คูลอมบ์ต่อกรัม สรุปว่า อะตอมทุกชนิดมีอนุภาคที่มีประจุลบเป็นองค์ประกอบ เรียกว่า
    อิเล็กตรอน

    รูป 2.3 หลอดรังสีแคโทดที่มีขั้วไฟฟ้าในหลอดเพิ่มอีกสองขั้วเพื่อทำให้เกิดสนามไฟฟ้า 3. โกลดชไตน์ ดัดแปลงหลอดรังสีแคโทด เมื่อเปลี่ยนชนิดของก๊าซ พบว่า อนุภาคที่มีประจะบวกมีอัตราส่วนของประจุ
    ต่อมวลไม่คงที่ ถ้าใช้ก๊าซไฮโดรเจน จะได้อนุภาคบวกมีประจุเท่ากับประจุของอิเล็กตรอนจึงเรียกอนุภาคบวกว่า โปรตอน
    4. มิลลิแกน ทำการทดลองหาค่าประจุของอิเล็กตรอน เท่ากับ 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ และเมื่อนำไปคำนวณหามวล ของอิเล็กตรอน จะได้เท่ากับ 9.11 x 10-28 กรัม
    5. รัทเทอร์ฟอร์ด, ไกเกอร์ และมาร์สเดน ยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคำบาง ๆ พบว่า อนุภาคส่วนใหญ่จะวิ่งเป็น
    เส้นตรงผ่านแผ่นทองคำ นาน ๆ ครั้งจะเบนไปจากแนวเส้นตรง และน้อยครั้งมากที่อนุภาคจะสะท้อนกลับมากระทบ
    ฉากบริเวณหน้าแผ่นทองคำ
    6. เลขอะตอม คือ ตัวเลขที่แสดงจำนวนโปรตอน
    7. เลขมวล คือ ผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอน
    8. ไอโซโทป คือ อะตอมต่าง ๆ ของธาตุเดียวกันที่มีเลขมวลต่าง ๆ เช่น 11H, 21H และ 31H
    9. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ วิธีเขียน เลขอะตอมไว้มุมล่างซ้าย และเลขมวลไว้มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ เช่น 23 11 Na
    10. การจัดอิเล็กตรอนในอะตอม
    วิธีการใช้ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส คือ การศึกษาสเปกตรัมของสารหรือธาตุแสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แสงที่มองเห็นได้มีความยาวคลื่น 400 - 700 นาโนเมตร แสงสีต่าง ๆ ในแถบสเปกตรัมของแสงได้แก่ ม่วง น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง

    แสงสีม่วง มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด แต่มีความถี่สูงที่สุด และมีพลังงานสูงสุด

    แสงสีแดง มีความยาวคลื่นมากที่สุด แต่มีความถี่ต่ำที่สุด และมีพลังงานต่ำสุด

    มักซ์ พลังค์ สรุปว่า พลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความถี่ของคลื่นนั้น

    E = พลังงาน จูล (J)

    h = ค่าคงที่ของพลังค์ มีค่า 6.625 x 10-34 จูลวินาที (Js)

    = ความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Hz)

    C = ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสูญญากาศ = 3.0 x 108 m/s

    = ความยาวคลื่น (m) (1 นาโนเมตร เท่ากับ 10-9 เมตร)


    สเปกโตสโคป เป็นเครื่องมือสำหรับแยกสเปกตรัมของแสงขาว และตรวจเส้นสเปกตรัมของธาตุที่ถูกเผา การทดลองใช้ลวดนิโครมจุ่มลงในกรดไฮโดรลอริกเข้มข้น (HCI) แตะสารประกอบที่ต้องการทดสอบ นำไปเผาบนเปลวไฟ สังเกตสีของเปลวไฟ และใช้สเปกโตสโคปสังเกตสีของเส้นสเปกตรัม

    1. สีของเปลวไฟ หรือเส้นสเปกตรัม เกิดจากส่วนที่เป็นโลหะ (ion +) ในสารประกอบชนิดนั้น ๆ

    2. ธาตุแต่ละชนิด มีเส้นสเปกตรัมเป็นลักษณะเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน ลักษณะของเส้นสเปกตรัมจึงเป็นสมบัติเฉพาะตัว

    ประการหนึ่งของธาตุ เส้นสีเขียวที่เห็นจากแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ เกิดจาก ไอปรอท 11. การศึกษาเรื่องสเปกตรัมของสารหรือของธาตุ สรุปได้ว่า

    1. เมื่ออิเล็กตรอนได้รับพลังงาน จึงขึ้นไปอยู่ในระดับพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้อะตอมไม่เสถียร อิเล็กตรอนจึงคาย พลังงานเท่ากับพลังงานที่ได้รับเข้าไป พลังงานส่วนใหญ่ที่คายออกอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ปรากฎเป็นเส้น สเปกตรัม

    2. การเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน อาจมีการเปลี่ยนข้ามขั้นได้

    3. อิเล็กตรอนในระดับพลังงานต่ำจะอยู่ใกล้นิวเคลียส

    4. ระดับพลังงานต่ำอยู่ห่างกันมากกว่าระดับพลังงานสูง ระดับพลังงานยิ่งสูงขึ้นจะยิ่งอยู่ชิดกันมากขึ้น
    12. นีลส์ โบร์ สร้างแบบจำลองว่า อิเล็กตรอนในอะตอมวิ่งอยู่รอบนิวเคลียสเป็นชั้น ๆ หรือเป็นระดับพลังงานมีค่า

    พลังงานเฉพาะคล้าย ๆ กับวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งแบบจำลองนี้ใช้ได้ดีกับอะตอมขนาดเล็กที่มี
    อิเล็กตรอนเดียว เช่น ไฮโดรเจนเท่านั้น

    13. พลังงานไอออไนเซชัน (IE) คือ พลังงานปริมาณน้อยที่สุดที่ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมในสถานะก๊าซ

    Mg(g) + IE1 Mg+(g) + e-

    Mg+(g) + IE2 Mg2(g) + e-

    พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นของธาตุใดก็ตาม ล้วนมีค่าต่ำสุดเมื่อเทียบกับพลังงานไอออไนเซชัน ลำดับอื่น ๆ ของธาตุเดียวกัน เพราะอิเล็กตรอนที่หลุดออกไปตัวแรกได้รับแรงดึงดูดจากนิวเคลียสน้อยที่สุด

    ค่าพลังงานไอออไนเซชันใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่มอิเล็กตรอนได้
    คำถาม กำหนดปฏิกิริยาต่อไปนี้

    ก. Zn(s) Zn(g) ดูดพลังงาน 130 kj/mol

    ข. Zn(s) Zn2+(aq) + 2e- ดูดพลังงาน 737 kj/mol

    ค. Zn2+(g) Zn2+(aq) ดูดพลังงาน 2046 kj/mol

    ผลรวมของค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่หนึ่ง และที่สองของสังกะสีเป็นเท่าใดในหน่วย kj/mol
    1) 607 2) 1179 3) 1439 *4) 2653
    14. จำนวนอิเล็กตรอนที่มีได้มากที่สุดในแต่ละระดับพลังงาน = 2n2

    อิเล็กตรอนในระดับพลังงานสูงที่สุดของแต่ละธาตุ เรียกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน

    3919K มีการจัดอิเล็กตรอน เป็น 2, 8, 8, 1 (หมู่ 1 A คาบ 4)
    15. แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก สรุปได้ว่า

    1. การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนไม่มีทิศทางแน่นอน บอกได้เพียงโอกาสที่จะพบอิเล็กตรอน ณ ตำแหน่งต่าง ๆ เท่านั้น

    2. โอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานไม่เหมือนกัน ขึ้นกับจำนวนอิเล็กตรอนและระดับพลังงานของ อิเล็กตรอนนั้น

    3. อิเล็กตรอนที่มีพลังงานต่ำอยู่ในบริเวณใกล้นิวเคลียสมากกว่าอิเล็กตรอนที่มีพลังงานสูง



ความคิดเห็นที่ 8

xx
16 ก.ค. 2549 17:53



  1. model



ความคิดเห็นที่ 9

xx
16 ก.ค. 2549 17:53



  1. cathod ray tube



ความคิดเห็นที่ 10

xx
16 ก.ค. 2549 17:54

  1. ส่งไหม่



ความคิดเห็นที่ 11

xx
16 ก.ค. 2549 17:55

  1. อีกอัน



ความคิดเห็นที่ 12

xx
16 ก.ค. 2549 18:05
  1. เอา web ไปดีกว่า
    http://www.school.net.th/library/snet5/index.html



ความคิดเห็นที่ 42

supakdee3@hotmail.com (Guest)
4 ก.ค. 2551 18:36
  1. อ่านแล้วเด้อโหดมากๆกว่าจะอ่านจบ<มีความรู้แน่นเลยครับ>




ความคิดเห็นที่ 14

โคนัน (Guest)
1 ก.ย. 2549 16:47
  1. อ่านแล้วได้ความรู้มากๆๆๆ

    ขอบคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 59

gluy-narak@hotmail.com (Guest)
13 ก.ย. 2554 08:33
  1. ประจุของอิเล็กตรอนต่างจากประจุของโปรตอนอย่างไร
    การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในหลอดรังสีแคโทดเกิดจากแรงนิวเคลียร์หรือไม่



ความคิดเห็นที่ 47

Maprang_lovefriend@msn.com (Guest)
4 ม.ค. 2552 19:08
  1. พันธะเคมีคือเเรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของธาตุเพื่อเกิดเป็นสารประกอบ  ธาตุแบ่งออกเป็น โลหะ  อโลหะ และกึ่งโลหะ




ความคิดเห็นที่ 48

Maprang_lovefriend@msn.com (Guest)
4 ม.ค. 2552 19:16
  1. พลังงานพันธะคือพลังงานที่ใช้สลายหรือสร้างพันธะชนิดเดียวกัน (สร้าง-คาย-สลาย-ดูด)
    -โมเลกุลหรืออะตอมต้องอยู่ในสถานะก๊าซ
    -มีหน่วยเป็นกิโลจูลต่อโมล
    -บอกความแข็งแรงของพันธะได้




ความคิดเห็นที่ 44

love_kp@hotmail.com (Guest)
17 ส.ค. 2551 09:29
  1. พี่ๆครับ ผ๋มยุ่ ม.2 แต่ได้เรียนเรื่องการหาหมวดหมู่ของธาตุอ่า หานังไงหรอ
    แบบว่า นับวงอ่ะ? 2 8 16 32 อะไรไม่รู้ เกี่ยวกับ เลขอาตมิกนับเบอร์ด้วยอ่ะ

       ถ้ารู้ช่วยหน่อยนะครับ ส่งมาที่เมลล์ผมเลย   ขอบคุณงับบ


    ชมาชิก Audition fam-~L๏v€_St๏rry~




ความคิดเห็นที่ 2

เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ
16 ก.ค. 2549 16:11
  1. ดีค่ะ..มาติวด้วยกันนะ จาได้สอบเหมือนกันอะค่ะ



    ก้อสรุปๆคร่าวๆนะค่ะ

    -อะตอม คืออนุภาคที่เล็กที่สุดของสารทุกชนิดไม่สามารถแบ่งแยกหรือทำมห้สูญหายไปได้

    -แบบจำลอง คือ สิ่งที่คนสร้างขึ้นเพื่อจำลองสิ่งหนึ่งตามความคิดในการศึกษา

    -ทฤษฏีอะตอม คือข้อความจริงที่สามารถพิสูจน์หรืออธิบายได้



    แบบจำลองอะตอม

    มีผู้เสนอไว้ทั้งหมด 4คน

    1.ดอลตันได้เสนอไว้ว่า อะตอมเป็นทรงกลม มีขนาดเล็กไม่สามารถแบ่งแยกหรือทำให้สูญหายได้



    2.ทอมสันได้ศึกษาการนำไฟฟ้าของหลอดรังสีแคโทด

    ได้เสนอไว้ว่า อะตอมประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน(+) และอิเล็กตรอน(-) อนุภาคทั้งสองกระจายอยู่ทั่วอะตอม

    *อะตอมทุกชนิดมีอิเล็กตรอนเป็นองค์ประกอบ

    *มิลลิแกนได้ทดลอง/คำนวนหาค่าประจุของอิเล็กตรอนพบว่ามีประจุเท่ากับ 1.60*10^-19C และมีมวล 9.11*10^-28g

    *โกลด์ชไตน์เป็นผู้ค้นพบโปรตอน(+)โดยศึกษาการนำไฟฟ้าของหลอดรังสีแคโทดและเปลี่ยนชนิดของก๊าซที่บรรจุในหลอด..



    3.รัทเทอร์ฟอร์ดได้ศึกษาโดยการยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นคำบางๆได้ข้อสรุปว่า บริเวณตรงกลางอะตอมน่าจะมีอนุภาคที่มีประจุบวก(+)และมีมวลสูงกว่าอนุภาคแอลฟา

    ได้เสนอไว้ว่าอะตอมประกิบด้วยนิวเคลียสอยู่ตรงกลางมีประจุไฟฟ้าบวกและมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบๆ

    *เซอร์ เจมส์ แชดวิกได้ค้นพบ อนุภาคนิวตรอน



    4.โบร์ได้ศึกษาการสเปกตรัมของธาตุ

    ได้เสนอไว้ว่า อะตอมเป็นวงกลมมีนิวเคลียส ประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอนตรงกลางมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบๆคล้ายกับวงโคจรดาวเคราะห์แต่ละวงมีระดับพลังงานเฉพาะตัว..



    **เด่วจะสรุปเรื่องอนุภาคมูลฐานของอะตอมอีกทีนะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 3

เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ
16 ก.ค. 2549 16:20
  1. อนุภาคมูลฐานของอะตอม



    *อะตอมประกอบด้วย อิเล็กตรอน โปรตอน นิวตรอนโดยมีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับโปรตอน



    -เลขอะตอม เป็นตัวเลขที่แสดงจำนวนโปรตอน (p=e)

    -เลขมวล เป็นตัวเลขที่แสดงผลรวมของโปรตอนและนิวตรอน (p+n)



    -ไอโซโทป คือ อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขมวลต่างกัน

    -ไอโซบาร์ คือ อะตอมของธาตุชนิดต่างกันที่มีเลขมวลเท่ากันแต่มีเลขอะตอมไม่เท่ากัน

    -ไอโซโทน คือ อะตอมของธาตุชนิดต่างกันที่มีจำนวนนิวตรอนเท่ากันแต่มีจำนวนโปรตอนต่างกัน



    **ต่อไปเป็นเรื่องสเปกตรัมของธาตุนะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 4

เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ
16 ก.ค. 2549 16:45
  1. สเปกตรัม เอาแบบคร่าวๆนะค่ะ..



    *สเปกตรัม คือ แสงที่ให้รังสีที่มีความถี่เฉพาะ สเปกตรัมเมื่อผ่านไปยังสเปกโทรสโคปจะถูกแยกออกเป็นแสงสีรุ้งหรือแสงขาว

    -สเปกตรัมแสงขาวมีทั้งหมด7แถบ ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง

    **แสงสีม่วงมีความยาวคลื่นสั้นที่สุด ความถี่และพลังงานสูงสุด

    **แสงสีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด ความถี่และพลังงานต่ำสุด

    -แสงที่คนเราสามารถมองเห็นได้จะอยู่ในช่วง 400-700นาโนเมตร



    ต่อมาเป็นเรื่อง..การคำนวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า



    *มักซ์ พลังค์ได้สรุปไว้ว่า พลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความถี่ของคลื่น

    สูตรการคำนวนมี3สูตรนะค่ะ

    1. E = hV

    2. V = c/l(แลมดา) หรือ c = l(แลมดา)*V

    3. E = hc/l(แลมดา)



    เมื่อ..

    E คือพลังงาน (J)

    h คือค่าคงที่ของพลังค์ มีค่า 6.626*10^-37 (Js)

    V คือความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีหน่วยเป็น(Hz) หรือ (s^-1)

    c คือความเร็วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีค่า 3.0*10^8 m/s

    l คือความยาวคลื่น (m) นิยมแต่นาโนเมตร ( 10^-9 m)





    **การจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็นเรื่องต่อไปค่ะ



ความคิดเห็นที่ 5

เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ
16 ก.ค. 2549 17:11
  1. การจัดอิเล็กตรอนในอะตอม

    สรุปมาจากที่เรียนพิเศษอะค่ะ..



    1.พิจารณาค่า IE เป็นเกณฑ์อิเล็กตรอนที่มีค่า IEใกล้เคียงกันเป็นระดับพลังงานเดียวกัน ถ้าค่าIEต่างกันมากแสดงว่าระดับพลังงานก็จะต่างกันด้วย

    2.จำนวนอิเล็กตรอนแต่ละระดับพลังงานมีได้ไม่เกิน 2n^2 ใช้ได้กับระดับพลังงานที่1-4เท่านั้น ตั้งแต่ระดับพลังงานที่5-7อิเล็กตรอนมีได้มากสุดเท่ากับ 32 ใช้สูตร 2n^2ไม่ได้

    3.จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานชั้นนอกสุดมีได้ไม่เกิน8อิเล็กตรอน

    4.จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานถัดจากชั้นนอกสุดเข้ามามีอิเล็กตรอนไม่เกิน18 ถ้าเกินต้องนำส่วนที่เกินบรรจุในระดับพลังงานชั้นถัดไป



    ส่วนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อย( sub shell)

    ใช้หลักการ3ข้อคือ



    1.หลักการกีดกันของเพาลี

    -อิเล็กตรอนคู่หนึ่งคู่ใดในออร์บิทัลเดียวกันต้องมีสมบัติไม่เหมือนกันเช่นลักษณะการหมุนรอบตัวเองของอิเล็กตรอน

    -บรรจุอิเล็กตรอนลวในออร์บิทัลได้สูงสุด2อิเล็กตรอนเท่านั้น

    2.หลักของเอาฟบาว

    -การบรรจุอิเล็กตรอนต้องบรรจุในออร์บิทัลที่มีพลังงานต่ำสุดและว่างอยู่ก่อนเสมอจะทำให้พลังงานรวมมีค่าต่ำสุดและอะตอมเสถียรมากที่สุด

    -กฏของฮุนด์ ถ้ามีหลายออร์บิทัลและแต่ละออร์บิทัลมีพลังงานเท่ากันในบรรจุอิเล็กตรอนในลักษณะที่ทำให้มีอิเล็กตรอนเดียวมากที่สุดเมื่ออิเล็กตรอนเหลือจึงบรรจุเป็นคู่เต็มออร์บิทัล

    3.การบรรจุเต็มหรือบรรจุครึ่งจะทำให้อะตอมมีความเสถียรมากกว่าการบรรจุแบบอื่นๆ



ความคิดเห็นที่ 6

เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ
16 ก.ค. 2549 17:21
  1. โห....เนื้อหาเยอะเหมือนกันนะเนี่ย..ตอนอ่านว่าไม่เยอะนะค่ะ แต่ตอนพิมเนี่ยจิ เยอะๆๆตาลายหมดแย้ว

    **เด่วขอตัวไปทำธุระส่วนตัวก่อนนะค่ะแล้วจะมาสรุปเรื่องต่อไปให้ค่ะ

    ปล.พิมพ์เร็ว พิมผิดพิมถูกยังไงขอโทษด้วยนะค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น