ด่วน!ช่วยสรุปเคมีม.4อย่างง่ายหน่อยคับ(พรุ่งนี้สอบเเล้ว)(ช่วยเด็กคนนี้หน่อยนะ)

เอาเคมีม.4ถ้าใครมีหนังสือก้อคือ บทที่ 1กับ2ก้อคือเรื่อง อะตอม เเละตารางธาต ที่เกี่ยวกับพวก เลขต่างๆ การจัดอิเลกตรอน ไอโซโทป สเปกตรัม และก้อแบบจำลอง

เเล้วก้อมี ตารางธาต ก้อคือสมบัตต่างๆ ของธาตตามหมู่,คาบ

(ขนาดอะตอม-รัศมีไอออน-ไอออไนเซชัน-อิเลกโทรเนกาติวิตี-สัมพรรคภาพอิเลกตรอน เลขออกซิเดชัน )เเล้วก้อบทที่2 พันธะเคมีทั้ง 3อย่าง

ขอรบกวนหน่อยนะคับ....เป็นสรุปแบบง่ายๆ แต่อาจจะละเอียดหน่อยก้อได้ ...จิงๆเเล้วผมอ่านมาบ้างแล้วเเหละแต่ในหนังสือมันไม่ค่อยรุเรื่อง...............ช่วยหน่อยนะคับ



................................ขอบคุณมากครับ...
16 ก.ค. 2549 14:39
59 ความเห็น
77699 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  วิงวอน (Guest)

ช่วยหน่อยคร้าบ...บ..บ.. ช่วยๆกันหน่อยคับ

ขอร้อง................................

.......ด้วยความนับถือ

.......ขอบคุณคับ
16 ก.ค. 2549 16:01


ความคิดเห็นที่ 2 โดย เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ

ดีค่ะ..มาติวด้วยกันนะ จาได้สอบเหมือนกันอะค่ะ



ก้อสรุปๆคร่าวๆนะค่ะ

-อะตอม คืออนุภาคที่เล็กที่สุดของสารทุกชนิดไม่สามารถแบ่งแยกหรือทำมห้สูญหายไปได้

-แบบจำลอง คือ สิ่งที่คนสร้างขึ้นเพื่อจำลองสิ่งหนึ่งตามความคิดในการศึกษา

-ทฤษฏีอะตอม คือข้อความจริงที่สามารถพิสูจน์หรืออธิบายได้



แบบจำลองอะตอม

มีผู้เสนอไว้ทั้งหมด 4คน

1.ดอลตันได้เสนอไว้ว่า อะตอมเป็นทรงกลม มีขนาดเล็กไม่สามารถแบ่งแยกหรือทำให้สูญหายได้



2.ทอมสันได้ศึกษาการนำไฟฟ้าของหลอดรังสีแคโทด

ได้เสนอไว้ว่า อะตอมประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน(+) และอิเล็กตรอน(-) อนุภาคทั้งสองกระจายอยู่ทั่วอะตอม

*อะตอมทุกชนิดมีอิเล็กตรอนเป็นองค์ประกอบ

*มิลลิแกนได้ทดลอง/คำนวนหาค่าประจุของอิเล็กตรอนพบว่ามีประจุเท่ากับ 1.60*10^-19C และมีมวล 9.11*10^-28g

*โกลด์ชไตน์เป็นผู้ค้นพบโปรตอน(+)โดยศึกษาการนำไฟฟ้าของหลอดรังสีแคโทดและเปลี่ยนชนิดของก๊าซที่บรรจุในหลอด..



3.รัทเทอร์ฟอร์ดได้ศึกษาโดยการยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นคำบางๆได้ข้อสรุปว่า บริเวณตรงกลางอะตอมน่าจะมีอนุภาคที่มีประจุบวก(+)และมีมวลสูงกว่าอนุภาคแอลฟา

ได้เสนอไว้ว่าอะตอมประกิบด้วยนิวเคลียสอยู่ตรงกลางมีประจุไฟฟ้าบวกและมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบๆ

*เซอร์ เจมส์ แชดวิกได้ค้นพบ อนุภาคนิวตรอน



4.โบร์ได้ศึกษาการสเปกตรัมของธาตุ

ได้เสนอไว้ว่า อะตอมเป็นวงกลมมีนิวเคลียส ประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอนตรงกลางมีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบๆคล้ายกับวงโคจรดาวเคราะห์แต่ละวงมีระดับพลังงานเฉพาะตัว..



**เด่วจะสรุปเรื่องอนุภาคมูลฐานของอะตอมอีกทีนะค่ะ
16 ก.ค. 2549 16:11


ความคิดเห็นที่ 3 โดย เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ

อนุภาคมูลฐานของอะตอม



*อะตอมประกอบด้วย อิเล็กตรอน โปรตอน นิวตรอนโดยมีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากับโปรตอน



-เลขอะตอม เป็นตัวเลขที่แสดงจำนวนโปรตอน (p=e)

-เลขมวล เป็นตัวเลขที่แสดงผลรวมของโปรตอนและนิวตรอน (p+n)



-ไอโซโทป คือ อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขมวลต่างกัน

-ไอโซบาร์ คือ อะตอมของธาตุชนิดต่างกันที่มีเลขมวลเท่ากันแต่มีเลขอะตอมไม่เท่ากัน

-ไอโซโทน คือ อะตอมของธาตุชนิดต่างกันที่มีจำนวนนิวตรอนเท่ากันแต่มีจำนวนโปรตอนต่างกัน



**ต่อไปเป็นเรื่องสเปกตรัมของธาตุนะค่ะ
16 ก.ค. 2549 16:20


ความคิดเห็นที่ 4 โดย เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ

สเปกตรัม เอาแบบคร่าวๆนะค่ะ..



*สเปกตรัม คือ แสงที่ให้รังสีที่มีความถี่เฉพาะ สเปกตรัมเมื่อผ่านไปยังสเปกโทรสโคปจะถูกแยกออกเป็นแสงสีรุ้งหรือแสงขาว

-สเปกตรัมแสงขาวมีทั้งหมด7แถบ ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง

**แสงสีม่วงมีความยาวคลื่นสั้นที่สุด ความถี่และพลังงานสูงสุด

**แสงสีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด ความถี่และพลังงานต่ำสุด

-แสงที่คนเราสามารถมองเห็นได้จะอยู่ในช่วง 400-700นาโนเมตร



ต่อมาเป็นเรื่อง..การคำนวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า



*มักซ์ พลังค์ได้สรุปไว้ว่า พลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความถี่ของคลื่น

สูตรการคำนวนมี3สูตรนะค่ะ

1. E = hV

2. V = c/l(แลมดา) หรือ c = l(แลมดา)*V

3. E = hc/l(แลมดา)



เมื่อ..

E คือพลังงาน (J)

h คือค่าคงที่ของพลังค์ มีค่า 6.626*10^-37 (Js)

V คือความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีหน่วยเป็น(Hz) หรือ (s^-1)

c คือความเร็วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีค่า 3.0*10^8 m/s

l คือความยาวคลื่น (m) นิยมแต่นาโนเมตร ( 10^-9 m)





**การจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็นเรื่องต่อไปค่ะ
16 ก.ค. 2549 16:45


ความคิดเห็นที่ 5 โดย เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ

การจัดอิเล็กตรอนในอะตอม

สรุปมาจากที่เรียนพิเศษอะค่ะ..



1.พิจารณาค่า IE เป็นเกณฑ์อิเล็กตรอนที่มีค่า IEใกล้เคียงกันเป็นระดับพลังงานเดียวกัน ถ้าค่าIEต่างกันมากแสดงว่าระดับพลังงานก็จะต่างกันด้วย

2.จำนวนอิเล็กตรอนแต่ละระดับพลังงานมีได้ไม่เกิน 2n^2 ใช้ได้กับระดับพลังงานที่1-4เท่านั้น ตั้งแต่ระดับพลังงานที่5-7อิเล็กตรอนมีได้มากสุดเท่ากับ 32 ใช้สูตร 2n^2ไม่ได้

3.จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานชั้นนอกสุดมีได้ไม่เกิน8อิเล็กตรอน

4.จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานถัดจากชั้นนอกสุดเข้ามามีอิเล็กตรอนไม่เกิน18 ถ้าเกินต้องนำส่วนที่เกินบรรจุในระดับพลังงานชั้นถัดไป



ส่วนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานย่อย( sub shell)

ใช้หลักการ3ข้อคือ



1.หลักการกีดกันของเพาลี

-อิเล็กตรอนคู่หนึ่งคู่ใดในออร์บิทัลเดียวกันต้องมีสมบัติไม่เหมือนกันเช่นลักษณะการหมุนรอบตัวเองของอิเล็กตรอน

-บรรจุอิเล็กตรอนลวในออร์บิทัลได้สูงสุด2อิเล็กตรอนเท่านั้น

2.หลักของเอาฟบาว

-การบรรจุอิเล็กตรอนต้องบรรจุในออร์บิทัลที่มีพลังงานต่ำสุดและว่างอยู่ก่อนเสมอจะทำให้พลังงานรวมมีค่าต่ำสุดและอะตอมเสถียรมากที่สุด

-กฏของฮุนด์ ถ้ามีหลายออร์บิทัลและแต่ละออร์บิทัลมีพลังงานเท่ากันในบรรจุอิเล็กตรอนในลักษณะที่ทำให้มีอิเล็กตรอนเดียวมากที่สุดเมื่ออิเล็กตรอนเหลือจึงบรรจุเป็นคู่เต็มออร์บิทัล

3.การบรรจุเต็มหรือบรรจุครึ่งจะทำให้อะตอมมีความเสถียรมากกว่าการบรรจุแบบอื่นๆ
16 ก.ค. 2549 17:11


ความคิดเห็นที่ 6 โดย เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ

โห....เนื้อหาเยอะเหมือนกันนะเนี่ย..ตอนอ่านว่าไม่เยอะนะค่ะ แต่ตอนพิมเนี่ยจิ เยอะๆๆตาลายหมดแย้ว

**เด่วขอตัวไปทำธุระส่วนตัวก่อนนะค่ะแล้วจะมาสรุปเรื่องต่อไปให้ค่ะ

ปล.พิมพ์เร็ว พิมผิดพิมถูกยังไงขอโทษด้วยนะค่ะ
16 ก.ค. 2549 17:21


ความคิดเห็นที่ 7 โดย xx


โครงสร้างอะตอม





จอห์น ดอลตัน เป็นคนแรกที่เสนอแนวคิดเกี่ยวกับอะตอม สรุปว่า
1. สารประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็ก เรียกว่า อะตอม แบ่งแยกไม่ได้ และสร้างขึ้นหรือทำลายให้สูญหายไปไม่ได้
2. อะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน จะมีมวลเท่ากัน มีสมบัติเหมือนกัน แต่จะแตกต่างจากอะตอมของธาตุอื่น ๆ

3. อะตอมของธาตุสองชนิดอาจรวมตัวกันด้วยอัตราส่วนต่าง ๆ กัน เกิดเป็นสารประกอบได้หลายชนิด
2. ทอมสัน ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าของก๊าซในหลอดรังสีแคโทด พบว่าไม่ว่าจะใช้ก๊าซใดบรรจุในหลอด
หรือใช้โลหะใดเป็นแคโทด จะได้รังสีที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบ พุ่งมาที่ฉากเรืองแสงเหมือนเดิม เมื่อคำนวณหาอัตราส่วนของประจุต่อมวล (e/m)
ของอนุภาค จะได้ค่าคงที่ทุกครั้งเท่ากับ 1.76 x 108 คูลอมบ์ต่อกรัม สรุปว่า อะตอมทุกชนิดมีอนุภาคที่มีประจุลบเป็นองค์ประกอบ เรียกว่า
อิเล็กตรอน

รูป 2.3 หลอดรังสีแคโทดที่มีขั้วไฟฟ้าในหลอดเพิ่มอีกสองขั้วเพื่อทำให้เกิดสนามไฟฟ้า 3. โกลดชไตน์ ดัดแปลงหลอดรังสีแคโทด เมื่อเปลี่ยนชนิดของก๊าซ พบว่า อนุภาคที่มีประจะบวกมีอัตราส่วนของประจุ
ต่อมวลไม่คงที่ ถ้าใช้ก๊าซไฮโดรเจน จะได้อนุภาคบวกมีประจุเท่ากับประจุของอิเล็กตรอนจึงเรียกอนุภาคบวกว่า โปรตอน
4. มิลลิแกน ทำการทดลองหาค่าประจุของอิเล็กตรอน เท่ากับ 1.60 x 10-19 คูลอมบ์ และเมื่อนำไปคำนวณหามวล ของอิเล็กตรอน จะได้เท่ากับ 9.11 x 10-28 กรัม
5. รัทเทอร์ฟอร์ด, ไกเกอร์ และมาร์สเดน ยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคำบาง ๆ พบว่า อนุภาคส่วนใหญ่จะวิ่งเป็น
เส้นตรงผ่านแผ่นทองคำ นาน ๆ ครั้งจะเบนไปจากแนวเส้นตรง และน้อยครั้งมากที่อนุภาคจะสะท้อนกลับมากระทบ
ฉากบริเวณหน้าแผ่นทองคำ
6. เลขอะตอม คือ ตัวเลขที่แสดงจำนวนโปรตอน
7. เลขมวล คือ ผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอน
8. ไอโซโทป คือ อะตอมต่าง ๆ ของธาตุเดียวกันที่มีเลขมวลต่าง ๆ เช่น 11H, 21H และ 31H
9. สัญลักษณ์นิวเคลียร์ วิธีเขียน เลขอะตอมไว้มุมล่างซ้าย และเลขมวลไว้มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ เช่น 23 11 Na
10. การจัดอิเล็กตรอนในอะตอม
วิธีการใช้ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส คือ การศึกษาสเปกตรัมของสารหรือธาตุแสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แสงที่มองเห็นได้มีความยาวคลื่น 400 - 700 นาโนเมตร แสงสีต่าง ๆ ในแถบสเปกตรัมของแสงได้แก่ ม่วง น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม แดง

แสงสีม่วง มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด แต่มีความถี่สูงที่สุด และมีพลังงานสูงสุด

แสงสีแดง มีความยาวคลื่นมากที่สุด แต่มีความถี่ต่ำที่สุด และมีพลังงานต่ำสุด

มักซ์ พลังค์ สรุปว่า พลังงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับความถี่ของคลื่นนั้น

E = พลังงาน จูล (J)

h = ค่าคงที่ของพลังค์ มีค่า 6.625 x 10-34 จูลวินาที (Js)

= ความถี่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Hz)

C = ความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสูญญากาศ = 3.0 x 108 m/s

= ความยาวคลื่น (m) (1 นาโนเมตร เท่ากับ 10-9 เมตร)


สเปกโตสโคป เป็นเครื่องมือสำหรับแยกสเปกตรัมของแสงขาว และตรวจเส้นสเปกตรัมของธาตุที่ถูกเผา การทดลองใช้ลวดนิโครมจุ่มลงในกรดไฮโดรลอริกเข้มข้น (HCI) แตะสารประกอบที่ต้องการทดสอบ นำไปเผาบนเปลวไฟ สังเกตสีของเปลวไฟ และใช้สเปกโตสโคปสังเกตสีของเส้นสเปกตรัม

1. สีของเปลวไฟ หรือเส้นสเปกตรัม เกิดจากส่วนที่เป็นโลหะ (ion +) ในสารประกอบชนิดนั้น ๆ

2. ธาตุแต่ละชนิด มีเส้นสเปกตรัมเป็นลักษณะเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน ลักษณะของเส้นสเปกตรัมจึงเป็นสมบัติเฉพาะตัว

ประการหนึ่งของธาตุ เส้นสีเขียวที่เห็นจากแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ เกิดจาก ไอปรอท 11. การศึกษาเรื่องสเปกตรัมของสารหรือของธาตุ สรุปได้ว่า

1. เมื่ออิเล็กตรอนได้รับพลังงาน จึงขึ้นไปอยู่ในระดับพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้อะตอมไม่เสถียร อิเล็กตรอนจึงคาย พลังงานเท่ากับพลังงานที่ได้รับเข้าไป พลังงานส่วนใหญ่ที่คายออกอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ปรากฎเป็นเส้น สเปกตรัม

2. การเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน อาจมีการเปลี่ยนข้ามขั้นได้

3. อิเล็กตรอนในระดับพลังงานต่ำจะอยู่ใกล้นิวเคลียส

4. ระดับพลังงานต่ำอยู่ห่างกันมากกว่าระดับพลังงานสูง ระดับพลังงานยิ่งสูงขึ้นจะยิ่งอยู่ชิดกันมากขึ้น
12. นีลส์ โบร์ สร้างแบบจำลองว่า อิเล็กตรอนในอะตอมวิ่งอยู่รอบนิวเคลียสเป็นชั้น ๆ หรือเป็นระดับพลังงานมีค่า

พลังงานเฉพาะคล้าย ๆ กับวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งแบบจำลองนี้ใช้ได้ดีกับอะตอมขนาดเล็กที่มี
อิเล็กตรอนเดียว เช่น ไฮโดรเจนเท่านั้น

13. พลังงานไอออไนเซชัน (IE) คือ พลังงานปริมาณน้อยที่สุดที่ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมในสถานะก๊าซ

Mg(g) + IE1 Mg+(g) + e-

Mg+(g) + IE2 Mg2(g) + e-

พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นของธาตุใดก็ตาม ล้วนมีค่าต่ำสุดเมื่อเทียบกับพลังงานไอออไนเซชัน ลำดับอื่น ๆ ของธาตุเดียวกัน เพราะอิเล็กตรอนที่หลุดออกไปตัวแรกได้รับแรงดึงดูดจากนิวเคลียสน้อยที่สุด

ค่าพลังงานไอออไนเซชันใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่มอิเล็กตรอนได้
คำถาม กำหนดปฏิกิริยาต่อไปนี้

ก. Zn(s) Zn(g) ดูดพลังงาน 130 kj/mol

ข. Zn(s) Zn2+(aq) + 2e- ดูดพลังงาน 737 kj/mol

ค. Zn2+(g) Zn2+(aq) ดูดพลังงาน 2046 kj/mol

ผลรวมของค่าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่หนึ่ง และที่สองของสังกะสีเป็นเท่าใดในหน่วย kj/mol
1) 607 2) 1179 3) 1439 *4) 2653
14. จำนวนอิเล็กตรอนที่มีได้มากที่สุดในแต่ละระดับพลังงาน = 2n2

อิเล็กตรอนในระดับพลังงานสูงที่สุดของแต่ละธาตุ เรียกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน

3919K มีการจัดอิเล็กตรอน เป็น 2, 8, 8, 1 (หมู่ 1 A คาบ 4)
15. แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก สรุปได้ว่า

1. การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนไม่มีทิศทางแน่นอน บอกได้เพียงโอกาสที่จะพบอิเล็กตรอน ณ ตำแหน่งต่าง ๆ เท่านั้น

2. โอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนในแต่ละระดับพลังงานไม่เหมือนกัน ขึ้นกับจำนวนอิเล็กตรอนและระดับพลังงานของ อิเล็กตรอนนั้น

3. อิเล็กตรอนที่มีพลังงานต่ำอยู่ในบริเวณใกล้นิวเคลียสมากกว่าอิเล็กตรอนที่มีพลังงานสูง
16 ก.ค. 2549 17:51


ความคิดเห็นที่ 8 โดย xx




model
16 ก.ค. 2549 17:53


ความคิดเห็นที่ 9 โดย xx




cathod ray tube
16 ก.ค. 2549 17:53


ความคิดเห็นที่ 10 โดย xx


ส่งไหม่
16 ก.ค. 2549 17:54


ความคิดเห็นที่ 11 โดย xx


อีกอัน
16 ก.ค. 2549 17:55


ความคิดเห็นที่ 12 โดย xx

เอา web ไปดีกว่า
http://www.school.net.th/library/snet5/index.html
16 ก.ค. 2549 18:05


ความคิดเห็นที่ 13 โดย เด็กวิทย์ อยากเรียนวิศวะเหอๆ

อืม...ค่ะ ลองไปดูในเวปก้อได้ค่ะสรุปคล้ายๆกันอะค่ะ แต่ของเราต้องนั่งสรุปเองอะ..ส่วนเรื่องขนาดอะตอม-รัศมีไอออน-ไอออไนเซชัน-อิเลกโทรเนกาติวิตี-สัมพรรคภาพอิเลกตรอน เรื่องพวกนี้ต้องจำแนวโน้มให้ได้ค่ะ ถ้าจำแนวโน้มได้ก็คงไม่ยาก และเรื่องออกซิเดชั่นก็ไปท่องเกณฑ์ให้ได้มีทั้งหมด 6ข้ออะค่ะ



ปล.ขอให้สอบได้นะ เราก้อจะสอบเหมือนเดิมกัน

มีไรแอดมาได้นะถ้าเป็นเรื่องเคมีอะ.. Nutjung_ny@hotmail.com
16 ก.ค. 2549 18:30


ความคิดเห็นที่ 14 โคนัน (Guest)

อ่านแล้วได้ความรู้มากๆๆๆ

ขอบคุณครับ
1 ก.ย. 2549 16:47


ความคิดเห็นที่ 15 1234 (Guest)

เนื้อหาพันธะเยอะมากเลย โดยเฉพาะโคเวเลนต์
1 ก.ย. 2549 18:38


ความคิดเห็นที่ 42 supakdee3@hotmail.com (Guest)

อ่านแล้วเด้อโหดมากๆกว่าจะอ่านจบ<มีความรู้แน่นเลยครับ>

4 ก.ค. 2551 18:36


ความคิดเห็นที่ 43 deeloed@hotmail.com (Guest)

ถ้ารู้ตัวว่าความรู้ไม่พอก็ ไปหาเพิ่มซะ  รู้ตัวตอนนี้น่ะดีแล้วครับเป็นกำลังใจให้นะ

4 ก.ค. 2551 19:21


ความคิดเห็นที่ 44 love_kp@hotmail.com (Guest)

พี่ๆครับ ผ๋มยุ่ ม.2 แต่ได้เรียนเรื่องการหาหมวดหมู่ของธาตุอ่า หานังไงหรอ
แบบว่า นับวงอ่ะ? 2 8 16 32 อะไรไม่รู้ เกี่ยวกับ เลขอาตมิกนับเบอร์ด้วยอ่ะ

   ถ้ารู้ช่วยหน่อยนะครับ ส่งมาที่เมลล์ผมเลย   ขอบคุณงับบ


ชมาชิก Audition fam-~L๏v€_St๏rry~

17 ส.ค. 2551 09:29


ความคิดเห็นที่ 47 Maprang_lovefriend@msn.com (Guest)

พันธะเคมีคือเเรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของธาตุเพื่อเกิดเป็นสารประกอบ  ธาตุแบ่งออกเป็น โลหะ  อโลหะ และกึ่งโลหะ

4 ม.ค. 2552 19:08


ความคิดเห็นที่ 48 Maprang_lovefriend@msn.com (Guest)

พลังงานพันธะคือพลังงานที่ใช้สลายหรือสร้างพันธะชนิดเดียวกัน (สร้าง-คาย-สลาย-ดูด)
-โมเลกุลหรืออะตอมต้องอยู่ในสถานะก๊าซ
-มีหน่วยเป็นกิโลจูลต่อโมล
-บอกความแข็งแรงของพันธะได้

4 ม.ค. 2552 19:16

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น