ขนมไทย

กระทู้นี้ตั้งให้คุณติบอ ปะเหมาะเคราะห์ดี ถูกใจ
พวกเรือนไทยอาจจะได้ขนมจากติบอเบเกอรี่มาแจกจ่ายกันทั่วถึง

รายชื่อหนังสือที่มาของกระทู้ จะบอกตอนท้ายกระทู้นะคะ
******************************
หลักฐานเกี่ยวกับขนมไทย เก่าที่สุดเท่าที่ดิฉันหาได้บนแหลมทองนี้ คือ ไตรภูมิพระร่วง ที่พญาลิไท โปรดให้รวบรวมขึ้นจากคัมภีร์พุทธสามสิบกว่าเรื่องของอินเดีย มาเรียบเรียงใหม่เป็นของสุโขทัย

ขนมที่ว่า นักปราชญ์สุโขทัยท่านเรียกว่า "เข้าหนมต้ม" ก็คือขนมต้มเรานี่ละค่ะ อยู่ในตอนพระเจ้าอโศกมหาราชถวายกัณฑ์

กาลวันหนึ่งพระองค์จิงให้หาเข้าหนมต้มได้ ๑๖,๐๐๐ ลูก พระองค์จิงถอดแหวนพระธำมรงค์วงหนึ่งออกจากพระกรแห่งพระองค์ พระองค์จิงใส่เข้าในเข้าหนมนั้น
.
.



ความคิดเห็นที่ 18

tuka007
26 ก.ค. 2549 13:17
  1. ขนมหม้อแกงเมืองเพชรที่ปัจจุบันมีขายโดยทั่วไปตามตลาดหรือร้านขนมหวานสองข้างทางในจังหวัดเพชรบุรีนั้น หากเปรียบเทียบกับรสชาดที่ตูก้าเคยลิ้มชิมรส(ข้างๆเตาอบ) เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ขอบอกเลยนะคะ ว่าคนละเรื่องกันทีเดียว

    เมื่อสมัยยังเป็นเด็กน้อย เวลามีงานบุญที่บ้าน จะเป็นเวลาที่พวกเราเด็กๆมีความสุขมาก เพราะงานครัวนั้นเป็นงานใหญ่มาก แม่ครัวใหญ่จะเป็นรุ่นยาย ย่า โดยเฉพาะงานของหวาน เป็นงานสนุกของเราเด็กๆ เพราะจะได้มีหน้าที่ตอกไข่เป็ดใส่กะละมังใบเขื่อง(นึกภาพกะละมังที่สามารถบรรจุไข่เป็ดนับพันใบเถอะค่ะ ว่าใหญ่ขนาดไหน) เแล้วพี่ๆที่โตหน่อยก็อาจได้รับอนุญาตให้ทำการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว ไข่แดงจะเอาไว้ทำขนมทองหยอด ขนมฝอยทอง ส่วนไข่ขาวนี่แหละค่ะที่เอาไปทำขนมหม้อแกง ส่วนผสมอีกอย่าง ของขนมหม้อแกงที่ตูก้าชอบมากคือเผือก เมื่อท่านผู้ใหญ่ต้มเผือกเสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ก็จะนำมาบี้ให้แหลก ขั้นตอนนี้ตูก้าก็จะไปเอาถ้วยเล็กๆใส่น้ำตาลปึกมาตั้งข้างๆ หยิบเผือกที่เนื้อร่วนๆใส่ปากแล้วกัดน้ำตาลปึกเคี้ยวตาม หยู..อร่อย อย่าบอกใครเชียวค่ะ(ใครเคยเห็นวิธีการทำน้ำตาลโตนดบ้างคะ..ไว้จะมาเล่าให้ฟังคราวหน้านะคะเพราะตูก้าเคยเกาะขอบกระทะขูดตังเมกินเล่นมาแล้ว..แหะ แหะ.. )

    เมื่อส่วนผสมเสร็จแล้ว ท่านแม่ครัวใหญ่ก็จะนำกระทะทองเหลืองใบมหึมา(ในสายตาตูก้าสมัยนั้น) ขึ้นตั้งไฟพร้อมตั้งน้ำเชื่อม พอเดือดจะเห็นบรรดายายๆ หยิบแป้งทองหยอดใส่น้ำเชื่อมที่เดือดๆ ใช้คำว่าหยิบจริงๆนะคะ แต่ไม่รู้ท่านมีวิธีหยิบอย่างไร เม็ดทองหยอดที่ได้จึงกลมสวยเป็นรูปหยดน้ำเท่ากันทุกลูก พอท่านเผลอ เราเด็กๆ ก็จะลองหยิบบ้างแต่แทนที่จะเป็นลูกรูปหยดน้ำ กลับได้ลูกทองหยอดรูปยาวๆเหมือนลอดช่องทุกทีเลยค่ะ ( )

    ส่วนขนมหม้อแกงนั้น ก็จะอบด้วยเตาอบ สมัยนั้นไม่มีหรอกนะคะเตาอบไฟฟ้าน่ะ เป็นเตาอบที่ใช้ถ่านคะ โดยเตาอบสี่เหลี่ยมยาวๆที่ด้านล่างจะเป็นที่ใส่ถ่านที่เผาไฟไว้ก่อนจนแดงแล้ว ตรงกลางจะเป็นตะแกรงสำหรับวางถาดขนม(ขนาดของถาดขนมประมาณ 60 * 60 ซม.) ซึ่งวางได้หลายถาด ส่วนด้านบนจะวางกาบมะพร้าวเผาไฟค่ะ ที่นี้พอขนมสุกทั่วทั้งงานก็จะอบอวลไปด้วยกลิ่นขนม พวกเราบรรดาเด็กๆซึ่งก็เป็นลูกหลานของแม่ครัวเอก ก็จะได้รับขนมหวานที่สุกใหม่ๆเป็นของรางวัลที่ช่วยงานผู้ใหญ่ อร่อยเหลือเกินค่ะ(โดยเฉพาะทองหยอดเส้นลอดช่องฝีมือของเราเอง อิอิ)...เฮ้อบรรยากาศ แบบนั้นสมัยนี้คงหาไม่ได้แล้วนะคะ...



ความคิดเห็นที่ 37

tuka007
7 ส.ค. 2549 23:41
  1. หลังธนาคารกรุงเทพสาขาเพชรบุรีจะเป็นตรอกเล็กๆสำหรับคนเดินซื้อของ ช่วงเช้ามืดจะมีแม่ค้านำขนมพื้นบ้านมาขายหลายสิบเจ้าค่ะ



ความคิดเห็นที่ 38

tuka007
8 ส.ค. 2549 00:18
  1. ข้าวเม่าคั่ว ของคุณ CrazyHOrse เป็นแบบเดียวกับที่ ตูก้า รู้จักหรือปล่าวคะ



    ข้าวเม่าแผ่นบางๆ คั่วไฟอ่อนๆจนกรอบ ทิ้งไว้ให้เย็น ขูดมะพร้าวทึนทึกเป็นเส้นบางๆแล้วโรยด้วยน้ำตาลทรายผสมเกลือนิดๆ พอเค็มประแล่มๆ เวลากินจะได้กลิ่นหอมของข้าวเม่ากรอบๆ ได้เคี้ยวมะพร้าวมันๆ ลิ้นรับรสหวาน มีรสเค็มพอติดปลายลิ้น ....เฮ้อ...แอบอิจฉาผู้ที่ยังมีมือแม่มาคอยทำของอร่อยๆให้ทานจังค่ะ



ความคิดเห็นที่ 39

tuka007
8 ส.ค. 2549 00:33

  1. ฟักทองเชื่อมนี้ ทุกจังหวัดคงหาทานกันได้ไม่ยาก

    ความสำคัญคงอยู่ที่ฟักทอง ต้องเนื้อมันๆ และน้ำตาลที่นำมาเชื่อมต้องเป็นน้ำตาลใหม่ เพราะจะทำให้หอมกลิ่นน้ำตาล ถ้าไม่มีน้ำตาลโตนด ใช้น้ำตาลมะพร้าวก้อได้ค่ะ เคี่ยวให้ เหนียว จนน้ำตาลซึมเข้าไปอยู่ในเนื้อฟักทอง จนใส อยากเพิ่มรสชาดก้อทานแบบเพชรบุรีที่มีมะพร้าวขูดโรยมาแบบนี้ก้อได้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 40

tuka007
8 ส.ค. 2549 00:44
  1. ไหนๆก็ไหนๆแล้วนะคะ

    ขนมที่ตูก้าชอบมาตั้งแต่เด็ก ก้อเห็นจะเป็น อันนี้แหละค่ะ

    ข้าวตู ที่เคี้ยวหนึบๆติดฟัน หวานๆมันๆ แล้วก็หอมกลิ่นเทียนอบ (ซึ่งบางคนเหม็น)



ความคิดเห็นที่ 41

tuka007
8 ส.ค. 2549 00:53
  1. ส่วนจานนี้ คนเพชร เรียก ขนมต้มแดง ค่ะ พอดี ขนมต้มขาวขายหมดแล้ว เลยอด ...((แหะ แหะ..แค่ไปมางวดนี้ เจอขนมหลายชนิดที่ตั้งใจซื้อมากิน.. เอ้ย....ซื้อมาถ่ายรูป ฝาก อ.เทาชมพูกับเพื่อนๆทุกท่าน โดยเฉพาะคุณติบอ ผู้ที่ อ. เทาชมพูเปิดกระทู้นี้ให้.. ตูก้าน้ำหนักขึ้นมาหลายโลเลย..อิอิ..))

    .



ความคิดเห็นที่ 4

tuka007
19 ก.ค. 2549 20:03
  1. มานั่งน้ำลายสอด้วยอีกคนค่ะ อาจเป็นความรู้สึกส่วนตัวนะคะแต่เท่าที่เคยกินมา ขนมต้มที่เมืองเพชร อร่อยสุด อาจเป็นเพราะคุ้นลิ้นเพราะได้กินมาตั้งแต่เด็กๆ แป้งที่เหนี่ยวนุ่ม ใส้ขนมทำจากถั่วดำกวนหยาบๆ หอมน้ำตาลโตนด มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้นยาวที่หุ้มข้างนอกอีก ยิ่งกินยิ่งมัน มีเท่าไหร่ก็หมด ที่กรุงเทพนี่หาอร่อย ยากเหลือเกินค่ะ



ความคิดเห็นที่ 72

tuka007
26 ส.ค. 2549 19:43
  1. ขนมที่คนมาเยือนเมืองเพชรมักซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากอีกชนิดหนึ่ง คือ ขนมบ้าบิ่น ส่วนใหญ่ทุกเจ้าก็จะอร่อยเหมือนๆกัน แต่ ตูก้า ชอบ ของสงวนโพธิ์พระที่สุด



    ขนมบ้าบิ่นนี่ ถ้าจะให้อร่อยเคล็ดลับอยู่ที่ มะพร้าวที่ใส่ต้องเป็นมะพร้าวอ่อนเกือบทึนทึก และน้ำใช้คลุกเคล้าส่วนผสมควรเป็น น้ำมะพร้าวน้ำหอมค่ะ แล้วเวลาอบใช้ไฟล่างอ่อนๆ ส่วนไฟบนเป็นไฟปานกลางเพื่อให้หน้าขนมสวยงาม



ความคิดเห็นที่ 73

tuka007
26 ส.ค. 2549 19:49
  1. "ขนมแม่เอ้ย" หนังสือรวบรวมสาระเรื่องราวขนม โดย ส.พลายน้อย อธิบายว่า ขนมนี้เมื่อในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยมีคนเขียนไปถาม ก.ศ.ร.กุหลาบ เอดิเตอร์หนังสือสยามสมัยประเภท ว่าทำไมจึงเรียกขนมชนิดนี้ว่าขนมบ้าบิ่น ก.ศ.ร.กุหลาบตอบว่าที่เรียกว่าอย่างนี้ เพราะเมื่อก่อนนั้น "ป้าบิ๋น" แกเป็นคนทำขึ้น เลยเรียกว่า "ขนมป้าบิ๋น" ต่อมาเลยเรียกเพี้ยนเป็น "ขนมบ้าบิ่น"



    ขณะหนังสือซองคำถามของสารคดี อธิบายความโดยนำคำสัมภาษณ์ คุณยายเป้า (ประสาทพร) มณีประสิทธิ์ ซึ่งเป็นชาวกุฎีจีน ชุมชนนานาชาติย่านฝั่งธนบุรี (คำว่า กุฎี หรือ กุฏิ หมายถึงเรือนที่อยู่อาศัยของนักบวช ส่วนที่คนทั่วไปเรียกกันว่า กุฎีจีน จริงแล้วคือวัดซางตาครู้ส เป็นชุมชนที่สืบเชื้อสายมาจากชาวโปรตุเกส) คุณยายเป้ายืนยันว่าบ้าบิ่นเป็นขนมที่คิดขึ้นในเมืองไทย เกิดมีขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ท่านว่าญาติผู้ใหญ่ของมารดาชื่อ "แม่บิ่น" เป็นผู้ประดิษฐ์คิดทำขนมนี้ขึ้น แต่เดิมคงเรียกว่า "ขนมป้าบิ่น" แต่แล้วอย่างไรกลายเป็นขนมบ้าบิ่นไปก็ไม่ทราบ อาจเป็นเพราะคนถนัดปากกับคำบ้าบิ่นมากกว่า



    ที่มาของชื่อ "บ้าบิ่น" อีกสายมาจาก ไพโรจน์ บุญผูก นักเขียนสารคดี ซึ่งให้ความเห็นแย้งว่า ขนมบ้าบิ่นที่เคยได้ยินคนพูดว่าชื่อมาจากคุณป้าบิ่นต้นตำรับ ฟังดูแล้วเป็นคำอธิบายที่ง่ายเกินไป ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เพราะดูจากลักษณะของขนมบ้าบิ่นแล้วน่าจะได้มาจากต่างประเทศ จึงค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต พบว่าที่โปรตุเกสมีขนมชื่อ "เกลชาดาซ เดอ กรูอิงบรา" (Queijadas de Coimbra) ซึ่งใช้เนยแข็ง ส่วนบ้านเราใช้มะพร้าวแทน



    ชื่อ บ้าบิ่น จึงน่าจะมาจากคำว่า bra อันเป็นคำท้ายสุดของ Queijadas de Coimbra ไทยคงจะเรียกสั้นๆ ว่า ขนมบ้า แล้วก็เติม บิ่น เข้าไป กลายเป็นชื่อขนมบ้าบิ่น มาจนทุกวันนี้



    และในงาน นิทรรศการขนมนานาชาติ จัดโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ.2541 ได้จำแนกกลุ่มขนมหวานของไทยที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมโปรตุเกส คือ ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอด บ้าบิ่น ลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน ขนมหม้อแกง ขนมไข่ กะหรี่ปั๊บ และมีหลักฐานพบว่าในโปรตุเกส ขนมที่ชื่อ ตรูซูช ดาช กัลดัช (Trouxos das caldas) คือต้นตำรับทองหยิบ ขนม Fios de Ovos คือฝอยทอง และขนม เกลชาดาซ เดอ กรูอิงบรา เป็นต้นตำรับขนมบ้าบิ่น



    ที่มา:รู้ไปโม้ด มติชน



ความคิดเห็นที่ 68

tuka007
22 ส.ค. 2549 20:50
  1. วันนี้ พี่สาวทำแตงไทย น้ำกระทิให้ทานค่ะ เลยนึกถึงขนมเก่าเมืองเพชรอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้ ไม่มีขายโดยทั่วไปแล้วค่ะ นอกจากจะทำกินกันเองที่บ้าน



    คิดว่าทุกท่านคงเคยกินกระยาสารท กันแล้ว หนึ่งในส่วนผสม คือข้าวตอก ชาวเมืองเพชรจะนำข้าวตอกนี้แหละค่ะ มาทำขนมหวาน เรียกกันว่า ข้าวตอกน้ำกระทิ บางที ตูก้าจะผสมข้าวโพด หรือไม่ก็เผือกด้วยค่ะ ผสมกับน้ำกระทิหอมหวาน มีน้ำแข็งป่นเกล็ดเล็กๆ โรยหน้า อร่อยอย่าบอกใครเลยเชียว



    วิธีทำข้าวตอกน้ำกระทิ จะใช้ข้าวเปลือกที่เป็นข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียวก็ได้ค่ะ แช่น้ำทิ้งไว้ ประมาณ 2 ชั่วโมง ล้างน้ำออกแล้วผึ่งให้แห้ง จากนั้นนำมาคั่วให้สุกในกระทะ (สมัยก่อนใช้คั่วในหม้อดินค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่มีแล้ว) พอข้าวปะทุ เมล็ดพองทั่วกัน เป็นข้าวตอก แล้ว นำมาเลือก กากข้าว(ข้าวเปลือกที่ประทุไม่หมด) ออกให้หมด ให้เหลือข้าวตอกที่เป็นสีขาวล้วน สำหรับไปกินกับน้ำกระทิ...



    น้ำกระทิที่ทำ ต้องใช้น้ำตาลใหม่ๆค่ะ น้ำกระทิจึงจะหอมน่ากิน



ความคิดเห็นที่ 60

tuka007
12 ส.ค. 2549 14:16
  1. คุณติบอ เจ้าขา นั่นน่ะ รองเท้านารีเหลืองกระบี่ หรือปล่าวคะ

    ขอเปลี่ยนเป็น ดอกนี้ได้มั้ยคะ

    .



ความคิดเห็นที่ 56

tuka007
11 ส.ค. 2549 10:14
  1. ขอเปลี่ยนเป็นดอกกล้วยไม้ได้มั้ยคะ คุณติบอ ท่าทางจะหาได้ง่ายกว่า แบบว่า ใช้ทานได้เหมือนกัน ถ้าได้จะยอมลงทุน ขนไปให้สัก คันรถหนึ่งน่ะค่ะ ...แหะ แหะ...

    .



ความคิดเห็นที่ 33

tuka007
7 ส.ค. 2549 11:31
  1. เสียดายไปซื้อขนมเปียกปูนไม่ทัน ขายหมดไปก่อนเลยไม่มีโอกาส นำภาพมาให้ดู ที่เมืองเพชรขนมเปียกปูนจะโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด แล้วตามด้วยงาดำคั่วแล้วป่นผสมเกลือพอเค็มนิดๆ เวลากินพร้อมๆกันจะมีความหวานหอมของขนมเปียกปูน มันๆจากมะพร้าวขูด เค็มนิดๆและหอมกลิ่นงาคั่วมากๆค่ะ ตูก้าไม่เคยเห็นที่ไหนขายขนมเปียกปูนแบบนี้เลยนอกจากที่เมืองเพชร



ความคิดเห็นที่ 50

tuka007
10 ส.ค. 2549 13:08
  1. คิดแล้ว คิดอีกว่าจะลองทำกุหลาบแก้วดูบ้าง แต่จนใจที่มือจับจอบ จับเสียมอย่าง ตูก้า คงไม่สามารถทำได้ เพราะคงต้องใช้ความมือเบาอย่างที่สุด ส่วนลูกกวาดไทย วิธีทำน่ากลัวมาก ตอนที่ทำนี่ สงสัยว่า ท่านเหล่านั้นคงต้องมือเบาและเร็วมาก ลูกกวาดที่ได้จึงมีหนามสวย อันนี้คิดเอาเองนะคะ



    วันเสาร์ อาทิตย์ต้นเดือนหน้า ตูก้าจะไปเมืองเพชรอีกเหมือนกัน เพราะพระน้องบวชอยู่ที่นั่น คุณกุรุกุลากับเพื่อน ไปพร้อมกันได้นะคะ ถ้าไม่รังเกียจไปเป็นเด็กวัดสักวันสองวัน



ความคิดเห็นที่ 52

tuka007
10 ส.ค. 2549 14:52
  1. สวัสดีค่ะ คุณนิรันดร์ ขอต้อนรับด้วย ขนมโสมนัส หอมๆจานนี้ค่ะ





ความคิดเห็นที่ 71

ทามะ
26 ส.ค. 2549 12:00
  1. โหน่ากินทุกอย่างเลยไม่เกรงใจน้ำหนักแล้วขอบอก(ของโปรดมากๆขนมหวานของไทยนี่



ความคิดเห็นที่ 67

tuka007
16 ส.ค. 2549 23:07
  1. โอเคค่ะ คุณนางมารน้อย เดี๋ยวตูก้าจัดไปทัวร์กินขนมเมืองเพชรกัน อิอิ..



    เสาร์ - อาทิตย์ ต้นเดือนหน้า ตูก้า จะลงไปเมืองเพชร มีใครสนใจจะเกาะล้อไปด้วยกันมั้ยคะ ((หาคนหารค่าน้ำมัน..ฮ่าๆๆ)) แล้วจะเอาขนมหม้อแกงมาฝากค่ะคุณนางมารน้อย



ความคิดเห็นที่ 43

tuka007
8 ส.ค. 2549 13:08
  1. ชอบขนมที่ทำมาจากข้าวเหนียวหลายอย่างเหมือนกันค่ะ เช่นข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว แล้วก็ตอนนี้ ข้าวเหนียวน้ำกระทิทุเรียน มีขายโดยทั่วไป แต่ของเมืองเพชรที่แตกต่างจากที่อื่นคือข้าวเหนียวน้ำกระทิทุเรียน ชาวเพชรจะไม่ใช้ข้าวเหนียวมูลแต่จะใช้ ข้าวเหนียวนึ่งธรรมดา อาจเป็นเพราะน้ำกระทิของเราทำหวานจัดมาก หากนำข้าวเหนียวมูลมาเข้าด้วยกันจะไม่อร่อยเท่า และที่นิยมใส่ถ้วยกินพร้อมกับข้าวเหนียวน้ำกระทิทุเรียนคือ ข้าวโพดขาวที่ปาดบางๆ เวลากินเข้ากันดีค่ะ



ความคิดเห็นที่ 44

tuka007
8 ส.ค. 2549 13:11

  1. .



ความคิดเห็นที่ 75

tuka007
27 ส.ค. 2549 21:47
  1. ขนมไทยที่ตูก้าพูดถึงวันนี้ เชื่อว่าทุกท่านคงต้องเคยกินค่ะ ตูก้าก็กินมาตั้งแต่เด็กๆ ชอบร้องขอให้คุณแม่ทำให้ทาน

    .

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น