ขณะนี้(มิ.ย. 2549)ประเทศไทยมีกี่จังหวัด 75 หรือ 76 ? มาดูค่ะ

ถ้าจั่วหัวข้างต้นเป็นข้อสอบ ก็อาจจะมีพวกเราบางคนสอบตก เพราะตอบผิด ทำไมจึงตอบผิด? ขอเชิญพวกเราอ่านคำเฉลยข้างล่างนี้ให้สิ้นสงสัยกันได้เลย

พวกเราบางคนคงจะเคยได้ยิน พิธีกร หรือผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์ หรือผู้อ่านข่าวทางวิทยุ หรือโฆษณาที่ลงในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารต่างๆ เมื่อมีการกล่าวอ้างถึงจำนวนจังหวัดในประเทศไทย ก็มักจะบอกว่า มี 76 จังหวัด น้อยรายที่จะบอกว่า 75 จังหวัด (ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง)

เหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะเกิดจากความเข้าใจผิด รู้ไม่จริง แล้วถ่ายทอด พูดคุยบอกกล่าวกันต่อๆไป โดยเข้าใจว่านั่นถูกต้องแล้ว อย่างนี้เห็นจะต้องโทษผู้บริหารของสื่อต่างๆ ที่ไม่กวดขัน เช่น ผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการได้ น่าจะต้องผ่านการทดสอบด้วยการตอบคำถามหลักๆให้ได้เสียก่อน เช่นคำถามที่ว่า ขณะนี้ ประเทศไทยมีกี่จังหวัด ถ้าตอบผิดก็เข้ามาเป็นผู้ดำเนินรายการไม่ได้ หรือโฆษณาที่จะนำมาลงในหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร ถ้าระบุบอกจำนวนจังหวัดผิดไป ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้องจึงจะลงโฆษณาได้ ซึ่งถ้ากวดขันกันแบบนี้ ก็เชื่อว่า คงจะไม่มีใครเข้าใจผิดบอกจำนวนจังหวัดผิดอีกต่อไป

เหตุที่ผู้เขียนหยิบยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน ก็เพราะเห็นว่า ถ้าขืนปล่อยเลยตามเลยไม่ทักท้วงชี้แจงให้หายเข้าใจผิดกันบ้าง การเข้าใจผิดมันจะขยายวงกว้างออกไป ก็เลยเอามาเขียนบอกกล่าวกัน เพื่อช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นการช่วยกันคนละไม้ละมือตามแบบไทยๆเราไงละ

เรื่องของเรื่องมีว่า เมื่อต้นเดือน พฤษภาคม 2548 ผู้เขียนได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง พบพาดหัวข่าวว่า “พ.ร.บ.ตั้งภูเวียงจังหวัดที่ 77 เข้าสู่สภาแล้ว” ในเนื้อหาของข่าวสรุปได้ว่า ประธานรัฐสภาให้บรรจุระเบียบวาระ ลงวันที่ 23 มีนาคม 2548 เพื่อที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ต่อไป โดยมีผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ 56,030 คน จะแยกเอา อ.ภูเวียง, อ.หนองเรือ, อ.ชุมแพ, อ.ภูผาม่าน และ อ.หนองนาคำ ออกจากจังหวัดขอนแก่น ไปตั้งเป็นจังหวัดภูเวียง เมื่อผู้เขียนเจอพาดหัวข่าวแบบนี้เข้าก็รู้สึกหงุดหงิด เพราะพาดหัวข่าวอย่างนี้เท่ากับว่า เป็นการตอกย้ำความเข้าใจผิดในเรื่องจำนวนจังหวัดให้แพร่กระจายออกไปอีก สงสารพวกนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนครูอาจารย์ จะพากันเชื่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีจังหวัดอยู่แล้ว 76 จังหวัดแน่ๆ เห็นไหม จังหวัดที่ 77 กำลังจะตั้งกันแล้ว



เอาล่ะ คราวนี้มาฟังคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมพวกเราบางคนจึงตอบผิด?

ที่ตอบผิดก็เพราะว่า เข้าใจผิด โดยเข้าใจไปว่า “กรุงเทพมหานคร” เป็นจังหวัด ซึ่งที่จริงในปัจจุบันนี้ “กรุงเทพมหานคร” ไม่ใช่จังหวัดแล้ว

อ้าว! เมื่อไม่ใช่จังหวัด แล้ว “กรุงเทพมหานคร” ในปัจจุบันนี้ เป็นอะไรล่ะ?

ตอบ “กรุงเทพมหานคร” ในปัจจุบันนี้ เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ ที่อยู่ในสังกัดที่เรียกว่า “ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด” โดยกฎหมายที่กำหนดให้เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น คือ “พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ”

ขอถามอีกว่า แล้วทำไมจึงเกิดความเข้าใจผิดว่า “กรุงเทพมหานคร” เป็นจังหวัด?

ตอบ คือ เมื่อ ปี พ.ศ. 2514 ได้มีการนำเอาจังหวัด “พระนคร” กับ จังหวัด “ธนบุรี” มารวมกัน แล้วจัดตั้งเป็น “นครหลวง” เรียกว่า “นครหลวงกรุงเทพธนบุรี” ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วก็ยังคงเป็นหน่วยงานอยู่ในสังกัด การบริหารราชการส่วนภูมิภาค คือยังเป็นจังหวัดอยู่เหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้เอามารวมกัน

เมื่อมาถึงตรงนี้ ผู้เขียนขอทบทวนพวกเราถึงเรื่องการปกครองนิดหน่อย เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจที่กระจ่างขึ้น คือ ประเทศเรามี “ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ”แก้ไขล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2545 ได้แบ่งการปกครองเอาไว้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. ส่วนกลาง ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี,กระทรวง,ทบวง และกรม 2. ส่วนภูมิภาค ได้แก่จังหวัด และอำเภอ 3. ส่วนท้องถิ่น ได้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เทศบาล, สุขาภิบาล และ ราชการส่วนบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด



ต่อมาปี พ.ศ. 2515 ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการปกครอง “นครหลวงกรุงเทพธนบุรี” ใหม่อีก และได้เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น “กรุงเทพมหานคร” แต่ก็ยังคงเป็นจังหวัดอยู่เช่นเดียวกับปี พ.ศ. 2514 (สำหรับชื่อที่เรียกใหม่นี้ ก็เอามาจากท่อนแรกของชื่อเต็มของกรุงเทพมหานคร ที่รัชกาลที่ 1 ตั้งไว้มาใช้เรียก ซึ่งชื่อเดิมเต็มๆมีดังนี้ “ กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศมหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกทัติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ ” ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงเปลี่ยนคำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” มาเป็น “ อมรรัตนโกสินทร์)



ต่อมาปี พ.ศ. 2518 ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการปกครอง “กรุงเทพมหานคร” อีก คราวนี้เปลี่ยนสังกัดจาก การบริหารราชการส่วนภูมิภาค(จังหวัด) ไปอยู่ในสังกัด การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น(ไม่ใช่จังหวัด) คือไปอยู่ในส่วนที่เรียกว่า ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด (ซึ่งมีการเปลี่ยน “อำเภอ” ไปเป็น “เขต” เปลี่ยน “ตำบล” ไปเป็น “แขวง”)



ต่อมาปี พ.ศ. 2528 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง “กรุงเทพมหานคร” อีก โดยเปลี่ยนแปลงรายละเอียดภายในมากขึ้น แต่รูปแบบส่วนใหญ่ยังคงเดิม สังกัดก็คงเดิม คือเป็นหน่วยงานใน การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น(ซึ่งไม่ใช่จังหวัด) อยู่ในส่วนที่เรียกว่า ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด เหมือนกับปี พ.ศ. 2518 และก็ใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้

ส่วนกฎหมายที่ออกมากำหนดให้เป็นก็คือ “ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ” ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งใน พ.ร.บ.ฉบับนี้มีข้อความกล่าวเอาไว้ชัดเจน ดังนี้

“ มาตรา 6 ให้กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีระเบียบการบริหารตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอาณาเขตท้องที่ตามที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาณาเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ ”



ดังนั้น จะเห็นว่า การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ถ้าใครไม่ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง คือไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้กันแล้วละก็ รับรองได้ว่า “ตกข่าว” และจะเข้าใจผิดในเรื่องฐานะของ “กรุงเทพมหานคร” โดยจะเข้าใจเอาว่า “กรุงเทพมหานคร” ยังคงเป็นจังหวัดอยู่ ทั้งๆที่ไม่มีฐานะเป็นจังหวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 แล้ว โดยได้แยกกันอยู่คนละส่วนราชการกับจังหวัด คือจังหวัดอยู่ในสังกัด ราชการส่วนภูมิภาค แต่ “กรุงเทพมหานคร” อยู่ในสังกัด ราชการส่วนท้องถิ่น

สำหรับการปกครองรูปแบบ การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด ไว้นั้น ใช่ว่าจะมีแต่ “กรุงเทพมหานคร” เพียงแห่งเดียว ยังมีที่ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อีกหนึ่งแห่ง มีชื่อเรียกว่า “เมืองพัทยา” กฎหมายที่ออกมากำหนดให้เป็น คือ “พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 ” และในอนาคต แว่วๆว่า “เกาะช้าง” ของจังหวัดตราด “เกาะสมุย” ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อาจจะถูกกำหนดให้เป็น การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ตามที่มีกฎหมายกำหนด ในทำนองเดียวกับ “เมืองพัทยา” และก็ไม่แน่ว่า ในเร็วๆนี้ “จังหวัดภูเก็ต” อาจจะถูกกำหนดให้มีรูปแบบการปกครองคล้ายๆกับ “กรุงเทพมหานคร” ด้วยก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นไปอย่างที่ว่ามา จำนวนจังหวัดในประเทศไทยก็จะลดหายไป 1 จังหวัดด้วยซ้ำไป จะเหลือเพียง 74 จังหวัด

ก็ขอสรุปว่า ในขณะนี้(มิ.ย. 2548)ประเทศไทยมีแค่ 75 จังหวัดเท่านั้น อย่าเผลอไปนับเอา “กรุงเทพมหานคร” เข้าไปรวมเป็นจังหวัดด้วยก็แล้วกัน เพราะมันจะเพิ่มเป็น 76 จังหวัดไป แต่ถ้าจะพูดให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ก็น่าจะใช้คำพูดว่า “ 75 จังหวัด และ กรุงเทพมหานคร ”

ลำดับต่อไปก็อยากจะให้พวกเราลองเอาชื่อเรื่องที่จั่วหัวไว้นี้ ไปทดสอบถามกันเล่นๆในเชิงสนุกสนานกับเพื่อนฝูง หรือญาติพี่น้องดูบ้าง ดูซิว่าจะมีคนสอบตกสักกี่คน แล้วอย่าลืมเฉลยคำตอบตามข้อมูลในเรื่องนี้ให้ผู้ถูกถามได้รับรู้ไว้ด้วยก็แล้วกัน

อ้อ! ได้แถมรายชื่อจังหวัดเรียงตามตัวอักษรไว้ท้ายเรื่องด้วยแล้ว เพื่อพวกเราจะได้ใช้ตรวจสอบว่า ผู้เขียนได้ทำรายชื่อจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งตกหล่นไปบ้างหรือเปล่า

1. กระบี่ 2. กาญจนบุรี 3. กาฬสินธุ์ 4. กำแพงเพชร 5. ขอนแก่น

6. จันทบุรี 7. ฉะเชิงเทรา 8. ชลบุรี 9. ชัยนาท 10. ชัยภูมิ

11. ชุมพร 12. เชียงราย 13. เชียงใหม่ 14. ตราด 15. ตรัง

16. ตาก 17. นครนายก 18. นครปฐม 19. นครพนม 20. นครราชสีมา

21. นครศรีธรรมราช 22. นครสวรรค์ 23. นนทบุรี 24. นราธิวาส 25. น่าน

26. บุรีรัมย์ 27. ปทุมธานี 28.ประจวบคีรีขันธ์29. ปราจีนบุรี 30. ปัตตานี

31. พระนครศรีอยุธยา 32. พะเยา 33. พิจิตร 34. พิษณุโลก 35. เพชรบูรณ์

36. เพชรบุรี 37. แพร่ 38. พังงา 39. พัทลุง 40. ภูเก็ต

41. มุกดาหาร 42. มหาสารคาม 43. แม่ฮ่องสอน 44. ยะลา 45. ยโสธร

46. ร้อยเอ็ด 47. ระนอง 48. ระยอง 49. ราชบุรี 50. ลพบุรี

51. ลำปาง 52. ลำพูน 53. เลย 54. ศรีสะเกษ 55. สกลนคร

56. สงขลา 57. สตูล 58. สมุทรสาคร 59. สมุทรสงคราม 60. สมุทรปราการ

61. สระแก้ว 62. สระบุรี 63. สิงห์บุรี 64. สุโขทัย 65. สุพรรณบุรี

66. สุราษฎร์ธานี 67. สุรินทร์ 68. หนองคาย 69. หนองบัวลำภู 70. อ่างทอง

71. อุบลราชธานี 72. อุทัยธานี 73. อุดรธานี 74. อุตรดิตถ์ 75. อำนาจเจริญ

--------------------------------------------


ความคิดเห็นที่ 1

BlueMT
22 ก.ค. 2549 20:11
  1. ขอบคุณมาก ครับ

ความคิดเห็นที่ 2

สุขุมวงศ์.
22 ก.ค. 2549 22:00
  1. ขอบพระคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3

กระต่ายปังตอ
25 ก.ค. 2549 11:24
  1. ไม่เป็นไรค่ะ แบ่งปันความรู้กัน

ความคิดเห็นที่ 4

ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว
5 ส.ค. 2549 08:01
  1. แล้ว "สุวรรณภูมิมหานคร" ที่ ท่านผู้นำ มีโครงการจะสร้างละครับก็คงเป็นการปกครองพิเศษแบบ ราชการการบริหริหารส่วนท้องถิ่นใช่ไหมครับ แต่โดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยอยากให้ตั้งเท่าไหร่ โดยเฉพาะการใช้คำว่า "มหานคร" ต่อท้ายชื่อ "สุวรรณภูมิ" ผมดูว่าไม่ค่อยเหมาะ เหมือนกับว่าจะสถาปนาพระมหานครแห่งใหม่ ขึ้นเทียม"กรุงเทพมหานคร" ทั้งๆที่กรุงเทพมหานครยังมั่งคงดำรงสุขแสนสนุกยิ่งล้ำแดนสวรรค์ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเล็กน้อย เพราะผมเองก็ยอมรับว่าเป็นพวกหัวเก่าคร่ำครึ

ความคิดเห็นที่ 6

กระต่ายปังตอ
14 ส.ค. 2549 17:21
  1. จากที่กล่าวมา ก็คือ สภาพของเศรษฐกิจ (มั่งค่ะ)

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น