วิชาการดอทคอม ptt logo

สีของสายสะพาย

โพสต์เมื่อ: 14:13 วันที่ 25 ก.ค. 2549         ชมแล้ว: 3,555 ตอบแล้ว: 24
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
13308
ขอเรียนถามผู้มีความรู้ทุกท่านว่า สีของสายสะพายแต่ละสี มีความหมายอย่างไร ( มีความหมายหรือไม่ )


ศิษย์มารบูรพา
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง





จำนวน 24 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 25 ก.ค. 2549 (16:35)
สายสะพายราชมิตราภรณ์ พื้นเหลืองริ้วขาว สีเหลืองน่าจะหมายถึงพระบรมราชจักรีวงศ์ ส่วนริ้วขาวคือสีประจำวันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน พระผู้สถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้



สายสะพายมหาจักรีบรมราชวงศ์ สีเหลืองทอง คือ สีของพระบรมราชวงศ์จักรี



สายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์ สีเหลืองขอบเขียว สีเหลืองน่าจะหมายถึงพระพุทธศาสนา ส่วนสีเขียวน่าจะหมายถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ที่มีพระบรมราชสมภพในวันพุธ



สายสะพายจุลจอมเกล้า สีชมพู คือสีประจำวันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้สถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้



สายสะพายรามาธิบดี พื้นดำขอบแดง สีดำคือสีประจำวันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้สถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ ส่วนสีแดงเปรียบได้กับโลหิตของทหารที่พร้อมจะสละเป็นชาติพลี ดังคำปรารภของพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ที่ว่า ราชการทหารเป็นการอันสำคัญที่ผู้ปฏิบัติจะต้องใช้สติปัญญาอย่างอุกฤษฐ์



เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก สีแดงขอบเขียว ไม่ทราบที่มา ที่แน่ชัด



เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎไทย พื้นน้ำเงินขอบสี...... ไม่ทราบที่มาเหมือนกันครับ แต่ชั้นสูงสุด คือ มหาวชิรมงกุฎ ที่พื้นสีน้ำเงินแก่มีริ้วขาวแดงที่ริมขอบเป็นสีธงไตรรงค์นั้น สีน้ำเงินคือสีประจำพระองค์รัชกาลที่ ๖ ดังความหมายของธงไตรรงค์ ที่ว่า แดงหมายถึงชาติ ขาวคือศาสนา และน้ำเงินคือสีโสภาอันจอมประชา ธ โปรดเป็นของส่วนองค์ จอมประชาในที่นี้คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาวชิรมงกุฎนี้อาจกล่าวได้ว่าได้รับอิทธิพลมาจากสายสะพาย The Royal Victorian Order ชั้นสูงสุด ของประเทศอังกฤษ ต่างกันแต่ของอังกฤษนั้นเป็นริ้วแดงขาวแดง ใช้สะพายเฉียงบ่าขวา ซึ่งเมื่อแรกสถาปนานั้มหาวชิรมงกุฎก็ใช้สะพายเฉียงบ่าขวาเหมือนกัน มาเปลี่ยนเป็นสะพายเฉียงบ่าซ้ายตามมหาปรมาภรณ์ช้างเผือกในตอนปลายรัชกาลที่ ๖
V_Mee
ร่วมแบ่งปัน225 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 25 ก.ค. 2549 (18:34)
ได้อ่านบทความเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระราชวงศ์และพระราชอาคันตุกะทรง ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ จาก นสพ. ขอนำมาเผยแพร่ต่อค่ะ



"ในวันที่ 12 มิถุนายน อันเป็นพิธีถวายพระพรชัยมงคล และเสด็จออกรับพระราชอาคันตุกะ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม และงานถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแก่พระราชอาคันตุกะ ในวันที่ 13 มิถุนายน เป็นอีกวาระหนึ่งซึ่ง “เจ้านาย” ทั้งของไทยและต่างประเทศทุกพระองค์ทรงเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพายมากันครบ เรียกได้ว่าเป็นภาพอันยิ่งใหญ่ของการรวมเครื่องราชฯ หลายตระกูลทีเดียว



โดยหมายกำหนดการให้แต่งกายเต็มยศ “จักรี” หรือ “ช้างเผือก” ในวันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เป็นสายสะพายสีเหลืองสด ประกอบด้วยดวงตรา ดารา และสร้อยมหาจักรีฯ เนื่องจากเป็นพิธีที่นับเนื่องในพระราชวงศ์ หรือหากพูดกันอย่างสามัญ คือ ทรงเป็นเจ้าของงาน



ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีที่เป็นพระราชอาคันตุกะเสด็จฯมาร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งทรง “เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ ” มีถึง 3 พระองค์ คือสมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโต แห่งญี่ปุ่น, สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน และสมเด็จพระราชาธิบดี คาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน



นับเป็นครั้งแรกที่มีสมเด็จพระราชาธิบดีถึงสามพระองค์ทรงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชมิตราภรณ์ในคราวเดียวกัน
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 25 ก.ค. 2549 (18:35)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ (สายสะพายสีเหลืองขลิบแถบขาวทั้ง 2 ด้าน) เป็นเครื่องราชฯ ที่สถาปนาขึ้นในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน เมื่อปี 2505 อันเนื่องจากในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศอย่างกว้างขวาง เครื่องราชตระกูลนี้มีไว้สำหรับพระราชทานแก่พระประมุขของรัฐต่างประเทศ ที่เสด็จฯมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะหรือ เมื่อเสด็จฯไปเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ อีกนัยหนึ่งคือ พระราชทานแก่ราชมิตรผู้สนิทสนมยิ่ง



จนถึงปี 2535 ได้พระราชทานแก่ประมุขของรัฐต่างประเทศไปแล้ว 27 สำรับ โดยโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ ชั้นนี้ครั้งแรกแด่ สมเด็จพระราชาธิบดี ซยิด ปุตรา อิบนิอัล มาริฮุม ชยิด ฮัสซัน จามา ดุลลี ยังดี เปอร์ตวนอากง แห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 25 ก.ค. 2549 (18:37)
สำหรับสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตนั้น เคยเสด็จฯมาเยือนประเทศไทยหลายครั้งด้วยกันและทรงสนิทสนมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก ในการเสด็จฯอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 15 ธันวาคม 2507 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทาน “เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ” หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 2534 สมเด็จพระจักรพรรดิฯ ได้เสด็จฯเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่คราวนี้ในฐานะองค์พระประมุขแห่งประเทศญี่ปุ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทาน “เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์”
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 25 ก.ค. 2549 (18:37)
สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนนั้น ได้รับการยกย่องเป็นราชมิตรที่ทรงสนิทกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกพระองค์หนึ่งเช่นเดียวกัน พระองค์เสด็จฯเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะถึง 2 ครั้งเช่นกัน คือครั้งแรกเมื่อปี 2533 ซึ่งทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ราชมิตราภรณ์ และเสด็จฯครั้งที่ 2 เมื่อปี 2545 นอกจากนั้น พระองค์ยังเสด็จอย่างเป็นทางการในฐานะผู้นำรัฐบาลเพื่อการประชุมระดับนานาชาติที่เมืองไทยหลายครั้ง



ในพิธีถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม นั้น สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนทรงชุดสง่างามพร้อมประดับสายสะพาย “ราชมิตราภรณ์” ของไทยบนฉลองพระองค์เครื่องแบบจอมทัพ
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 ก.ค. 2549 (18:38)
ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน เสด็จฯเยือนเมืองไทยตั้งแต่ปี 2523เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันรวม 15 ครั้งแล้ว ทั้งที่เป็นทางการและส่วนพระองค์ และนับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมาได้เสด็จมาเมืองไทยทุกปี ในวันเข้าเฝ้าถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟทรงเครื่องราชฯ ราชมิตราภรณ์ เสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีซิลเวีย ซึ่งทรงสายสะพายสีชมพูหรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้า
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 ก.ค. 2549 (18:39)
ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมในวันนั้นมีพระราชอาคันตุกะฝ่ายใน หรือ “เจ้านายสตรีจากต่างประเทศ” ที่ทรงสายสะพายสีเหลืองหรือเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ถึง 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และ สมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งสเปน ซึ่งทรงเป็นเจ้านายในราชวงศ์ยุโรปที่ทรงใกล้ชิดกับราชวงศ์ไทยมากพระองค์หนึ่ง ทั้งนี้ สมเด็จพระราชินีโซเฟียเคยเสด็จฯพร้อมสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ที่ 1 แห่งสเปน มาเมืองไทยหลายครั้ง ทั้งที่เป็นการส่วนพระองค์ถึง 2 ครั้ง และอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะ 2 ครั้ง เมื่อปี 2530 และเมื่อต้นปี 2549 นี้
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 25 ก.ค. 2549 (18:39)
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ฯ มหาจักรีบรมราชวงศ์ นั้น นับเป็นเครื่องราชฯ ลำดับสูงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่เจ้านายฝ่ายหน้าหรือฝ่ายใน เป็นการยกย่องว่าองค์ผู้รับพระราชทานทรงอยู่ใน “ครอบครัวเดียวกัน” ดังที่พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 มีรับสั่งเมื่อคราวได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ นี้ในปีรัชดาภิเษกรัชกาลปัจจุบันว่า ทรง “ดีใจที่สุดในชีวิต” ที่ได้ตราแห่งการเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์จักรี
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 25 ก.ค. 2549 (18:40)
“ เจ้านายต่างประเทศ” ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ก็ถือว่ามีความแน่นแฟ้นเหมือน “ญาติมิตรผู้ใกล้ชิด” เช่นกัน เครื่องราชฯ ตระกูล “จุลจอมเกล้า” สถาปนาขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลต่อๆ มา จึงพระราชทานเครื่องราชฯ ตระกูลนี้แก่บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ตามที่ “ทรงพระราชดำริเห็นสมควร”



เท่าที่ผ่านมาเจ้านายต่างประเทศที่จะได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ จุลจอมเกล้านั้น ส่วนใหญ่เป็นพระราชินี พระมเหสี พระราชสวามี หรือมกุฏราชกุมาร ที่โดยเสด็จสมเด็จพระราชาธิบดี หรือ สมเด็จพระราชินีนาถ มาเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการ
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 25 ก.ค. 2549 (18:40)
เจ้าชายเฮนริก พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ทรงคุ้น เคยกับราชวงศ์ไทยอย่างดีเช่นกัน เพราะเสด็จฯเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะเมื่อปี 2544 ในฐานะพระราชสวามีแห่งสมเด็จพระราชินีนาถแห่งเดนมาร์กจึงทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ส่วนในวันที่เข้าเฝ้าฯ นั้น เจ้าชายวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมาร แห่งเนเธอร์แลนด์ ก็ทรงสายสะพายสีชมพูหรือปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษเช่นกัน ด้วยทรงได้รับพระราชทานตรานี้เมื่อครั้งโดยเสด็จสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์มาประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2547



นอกจากสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดนแล้ว สมเด็จพระราชินีซาเลฮา แห่งบรูไนก็ทรงประดับสายสะพายปฐมจุลจอมเกล้าเช่นกัน
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 25 ก.ค. 2549 (18:41)
ยังมีพระราชอาคันตุกะชั้นพระราชวงศ์อีกพระองค์หนึ่งที่ทรงเครื่องราชฯ ไทย คือ เชคคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัลคอลิฟะห์ แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน โดยทรงเครื่องราชฯ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก เนื่องจากพระองค์เคยเสด็จฯมาเป็นแขกของรัฐบาลและได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้รับพระราชทานสายสะพาย “อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก” ด้วยเป็นบำเหน็จความชอบและความสัมพันธ์ทางราชการแผ่นดิน
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 25 ก.ค. 2549 (18:41)
ส่วนพระบรมวงศ์ที่ทรง “เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์” คือ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ส่วนสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงสายสะพายสีแดง หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นในรัชกาลที่ 4 นับเป็นเครื่องราชฯ ชั้นสายสะพายตระกูลแรกของราชอาณาจักรไทย
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 25 ก.ค. 2549 (18:42)
เจ้านายฝ่ายในที่ทรงสายสะพายสีชมพูหรือสายปฐมจุลจอมเกล้านั้น คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์



เป็นที่สังเกตว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงสายสะพายสีน้ำเงินเข้มขลิบแดงขาว ซึ่งคือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมหาวชิรมงกุฏ อันสถาปนาขึ้นในรัชกาลที่ 6 โดยอยู่ในตระกูลกลุ่มเครื่องราชฯ มงกุฎไทย หรือที่รู้กันอย่างสามัญว่าเป็นสายข้าราชการ ทั้งนี้ เป็นที่ประจักษ์ว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงปฏิบัติราชกิจแทนองค์ “สมเด็จยาย” หรือ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาในรัชกาลที่ 6 อยู่เสมอ
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 25 ก.ค. 2549 (18:42)
สมาชิกฝ่ายในอีก 2 ท่าน คือ คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และ คุณสิริกิติยา เจนเซ่น พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ นั้น อยู่ในชุดไทยบรมพิมานอันสง่างาม ประดับเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 9 ชั้นที่หนึ่ง ซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พระราชวงศ์หรือข้าราชบริพารเท่านั้น
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 25 ก.ค. 2549 (18:44)
เรื่องโดย : ปาณี ชีวาภาคย์

ข้อมูล : ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฏ์




http://www.ihtthaiday.com/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9490000085835
Bharni
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 ก.ค. 2549 (21:25)
แล้วในงานนี้

ทำไม

พระพี่นาง .. เจ้าฟ้าเพ็ชรรัตน์

พระองค์เจ้าอาทิต .. พระองค์เจ้าทีปังกร

ถึงไม่เสด็จออกทรงงานหล่ะครับ ?

แล้วก็เอ่อ ..

ขอถามนอกเรื่องนิดนะครับ ..

เมื่อ ราชสกุล มหิดล ขึ้นครองราชย์ แล้ว

จะเกิด ราชสกุล ใหม่ ๆ อีกได้หรือเปล่าครับ ?



คำถามพวกนี้ถ้าไม่สมควร ก็ขอโทษด้วยนะคับ
-AnToiNetty-
ร่วมแบ่งปัน14 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 26 ก.ค. 2549 (11:14)
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดร ประชวรด้วยโรคชรามาหลายปีแล้วครับ พระอนามัยไม่แข็งแรงพอที่จะเสด็จออกประทับนานๆ ไค้ครับ



เครื่องราชอสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์นั้น ถ้าสังเกตให้ดีในรัชกาลปัจจุบันจะถวายแด่เฉพาะประมุขของประเทศที่เป็นพระมหากษัตริย์เท่านั้น และโดยที่ตรามหาจักรีนั้นได้ชื่อว่าเป็นตราที่งามมากที่สุดในโลกตราหนึ่ง บรรดาประมุขต่างประเทศจึงอยากจะได้กันมากเพราะประดับด้วยเพชรทั้งองค์ ส่วนราชมิตราภรณ์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดชั้นไว้สูงกว่ามหาจักรีบรมราชวงศ์นั้น โปรดพระราชทานแก่ประมุขที่มิใช่พระมหากษัตริย์ เช่น ประธานาธิบดีของประเทศต่างๆ แต่ก็มีพระมหากษัตริย์บางพระองค์ที่ได้รับราชมิตราภรณ์ด้วย เช่น จักรพรรดิญี่ปุ่น ซึ่งได้รับทั้งราชมิตราภรณ์ และตราจักรี



ตราจักรีนั้นปกติจะพระราชทานพระบรมวงศ์ซึ่งทรงดำรงพระอิสริยยศชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป แต่ในรัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานให้ พระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าประเทศราชนครเชียงใหม่ซึ่งเป็นบิดาของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี เป็นกรณีพิเศษด้วย ในการศพพระเจ้าเชียงใหม่นี้โปรดพระราชทานเกียรติยศเสมอพระองค์เจ้าต่างกรมในพระบรมมหาราชวังเป็นพิเศษด้วย
V_Mee
ร่วมแบ่งปัน225 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 26 ก.ค. 2549 (11:19)
สำหรับตรานพรัตนราชวราภรณ์นั้น มีข้อกำหนดบังคับไว้ว่า ผู้ที่จะได้รับตรานี้จะต้องเป็นพุทธศาสนิกชน ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกับ The Garter ของอังกฤษ (สายสะพายสีน้ำเงินที่ Duke of York) ทรงประดับมาในงาน ที่กำหนดให้ผู้ที่จะได้รับตรานี้ต้องเป็นผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายอังกฤษ (Church of England) เท่านั้น
V_Mee
ร่วมแบ่งปัน225 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 26 ก.ค. 2549 (14:20)
ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นครับ
ศิษย์มารบูรพา
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 26 ก.ค. 2549 (16:41)
ได้รับความรู้มากจริงๆค่ะ คุณ -AnToiNetty นี่ก็ถามแปลกพระองค์ทีท่านยังทรงพระเยาว์มากนะคะ จะเอาท่านมาลำบากลำบนออกงานก็ใช่ที่นะคะ
นางมารน้อย
ร่วมแบ่งปัน50 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ก.ค. 2549 (20:08)
ขอโทษ ครับที่ถาม ออกจะแปลก ๆ ไปหน่อย

แต่ดูโทรทัศน์ ช่องหนึ่ง

ผู้ดำเนินรายการ เขาบอกว่า

นี่ เปนการออกงาน ของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

อ่าครับ ก็เลยสงสัย ..

แค่นั้นแหล่ะครับ ..

อย่างที่บอก .. ถ้าถามอะไรไม่สมควร

ก็ขอโทษด้วยครับ
-AnToiNetty-
ร่วมแบ่งปัน14 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 ก.ค. 2549 (10:00)
ตอบคุณ An ToiNetty ในความคิดเห็นส่วนตัวนะคับ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ ฯ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทั้งสองพระองค์ทรงพระชันษามากแล้ว คงไม่เหมาะกับงานพระราชพิธีที่ใช้เวลายาวนาน ส่วนพระองค์ที และพระองค์เจ้าอาทิตยาทรกิตติคุณ คงจะเป็นที่ทราบ ๆ กัน

ส่วนเรื่อง ราชสกุล นั้นไม่ค่อยแน่ใจนะคับ แต่เคยอ่านเจอมาบ้าง ว่ามี "วิวัชรวงศ์" ที่พระราชทานแด่ คุณสุจาริณี และ หม่อมเจ้าชาย ของสมเด็จพระบรม ฯ

ผิดผลาดประการใดขออภัยไว้ด้วยนะครับ
ศิษย์มารบูรพา
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 27 ก.ค. 2549 (20:03)
ขอบคุณครับ
-AnToiNetty-
ร่วมแบ่งปัน14 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 28 ก.ค. 2549 (14:28)
ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีการสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งใช้ประดับกับเสื้อเป็นครั้งแรกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2400

ซึ่งเป็นการแทนแสดงเกียรติยศ ก่อนหน้านี้ใช้สิ่งของเป็นตัวบ่งบอกสถานะของเกียรติยศ เช่น พานหมาก กาน้ำ แหวน ฉัตรเครื่องสูง ดาบฝักทอง หรือแม้แต่พาหนะ
ศิษย์มารบูรพา
ร่วมแบ่งปัน19 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม