นักเรียน ม ปลาย ชนะรางวัลโครงงานดาราศาสตร์ระดับชาติของสหรัฐ

นักเรียน ม ปลาย ชนะรางวัลโครงงานดาราศาสตร์ระดับชาติของสหรัฐ


ตีพิมพ์ผลงานเคียงบ่านักวิทยาศาสตร์มืออาชีพ




นักเรียนมัธยมปลายสามคน จากโรงเรียน the North Carolina School for Science and Mathematics ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐที่เปิดสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจ


และทำคะแนนได้สูงในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่ในรัฐแคโรไลน่าเหนือ


คือ Charles Olbert, อายุ 18 ปี, Christopher Clearfield, อายุ 18, and Nikolas Williams, อายุ 16 โดยอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชุดนี้คือ Dr. Jonathan Keohane ซึ่งเคยทำงานกับ ศูนย์นาซ่า Goddard Space Flight Center ซึ่งเป็นผ่ายบริหารยาน จันดรา มาก่อน อาจารย์คีโอเฮน ก็สมัครขอใช้เวลาดูดาว จากหน่วยงานบริหารยาน จันดรา


"พวกนักเรียนเขาได้ข้อมูลมาแล้ว ก็ทำการวิเคราะห์กันเองตลอดทั้งกระบวนการ


ถึงขนาดที่ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันตลอดฤดูร้อน เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาทำงานวิจัยให้ได้เต็มที่" อาจารย์คีโอเฮนเล่าให้ฟังถึงการทำงานของลูกศิษย์




พวกเขาได้ศึกษา ภาพเศษซากซุปเป้อร์โนวา IC443 แล้ววิเคราะห์ว่า ดวงดาวที่เห็นที่ส่วนกลางของภาพนั้น คือดาวนิวตรอน โดยใช้ข้อมูลทั้งภาพเอ็กส์เรย์จากกล้องจันดรา และจากกล้องดูดาวในคลื่นวิทยุ


VLA จึงสรุปและพิสูจน์จากข้อมูลได้ว่า ดาวนิวตรอน ตรงกลาง ยังมีอายุน้อย และหมุนด้วยอัตราเร็วสูง ดาวชนิดนี้ เรียกว่า ดาวพัลส่าร์ (pulsar) เพราะมันจะแผ่รังสีเป็นลำแสง ที่มีความเข้มสูงออกจากขั้วหัวใต้


จากการหมุนรอบตัวเอง ทำให้ผู้สังเกตุการณ์ เช่นเราๆที่อยู่บนโลก จะมองเห็นด้วยอุปกรณ์รับพลังงานนั้น หรือสามารถวัดการแผ่รังสี ฉายวาบกราดไป เหมือนลำแสงจากไฟประภาคาร




นักเรียนทั้งสามได้เขียนบทความทางวิทยาศาสตร์สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ และได้ลงตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical journal ซึ่งเป็นวารสารระดับโลก ที่นักวิทยาศาสตร์มืออาชีพระดับด้อกเต้อร์


จากสถาบันมีชื่อต่างๆ ต้องมุมานะทำการวิจัยกันเป็นเดือนหรือกระทั่งเป็นปี


หว่าจะได้มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนี้ แต่นี่เป็นเพียงผลงานของนักเรียน ม ปลาย !!!





"นี่เป็นงานวิจัยที่มีหลักญานหนักแน่นสามเป็นงานวิทยาศาสตร์ระดับมืออาชีพทีเดียว" Dr. Bryan Gaensler แห่ง MIT หรือ Massachusetts Institutute of Technology ที่เรารู้จักกันกล่าว


"นักเรียนทั้งสามคนควรมีความภาคภูมิใจในผลงานของพวกเขาได้มาก"




เศษซากซุปเป้อร์โนวา IC443 เป็นเทหวัตถุที่นักดาราศาสตร์สนใจกันมานานแล้ว


อยู่ห่างประมาณ ห้าพันปีแสงจากโลก เพราะนักดาราศาตร์พยายามค้นหา ดาวนิวตรอน


ที่เป็นต้นเหตุก่อการระเบิดให้เกิดเศษซากหลงเหลือ จากการระเบิดนี้มานานแล้ว


จากขนาดและหลักฐานของระดับพลังงานที่เกิดเป็นเศษซาก แต่ก็ยังไม่มีใครค้นพบ จนกระทั่งนักเรียนกลุ่มนี้ ได้ขอล็อคเวลาสำรวจของ กล้องจันดรา ได้สำเร็จ และถ่ายภาพดังที่เห็นมาเป็นเครื่องยืนยัน พร้อมกับได้ไปขอข้อมูลเสริม จากกลุ่มกล้องดูดาวในคลื่นวิทยุ Very Large Array Telescope (ดู ตระกูลกล้องส่องดาวจากอวกาศ ในนิตยสารวิชาการ ฉบับที่ ๓ ได้) จึงสามารถหาจุดที่เป็นแหล่งพลังงานของ


เศษซากซุปเป้อร์โนวา ที่เคลื่อนตัวออกจากใจกลาง ได้เป็นผลสำเร็จ




น้องๆที่อ่านข่าวนี้ ลองสมัครประกวดการทดลองลูกโป่งไอน์สไตน์ ดูซีคะ


เผื่อจะเป็นจุดเริ่มให้สร้างสมประสบการณ์มาค้นคว้างานระดับโลกกับเค้าได้บ้าง



ความคิดเห็นที่ 1

vmaster vcharkarn vmaster
13 ธ.ค. 2543 01:00
  1. อ้างอิง
    http://spaceflightnow.com/news/n0012/12chandrakids/


    http://www1.msfc.nasa.gov/NEWSROOM/news/photos/2000/photos00-332.htm



ความคิดเห็นที่ 2

พวงร้อย vcharkarn veditor
13 ธ.ค. 2543 01:00
  1. รูปประกอบค่ะ
    ขออภัยนะคะ ที่ไม่ได้ลงรูปมาให้แต่แรก นี่เป็นภาพจากกล้องจันดราค่ะ



ความคิดเห็นที่ 3

milkyway (Guest)
13 ธ.ค. 2543 01:00
  1. อ่านแล้วรู้สึก 2 อย่าง
    อย่างแรก รู้สึกดีใจกับเยาวชนของเขาที่เอาใจใส่


    การศึกษาอย่างจริงๆจังๆ จนประสบผลสำเร็จ


    ตั้งแต่อยู่มัธยม


    อย่างที่ 2 รู้สึกเศร้าใจกับเยาวชนบ้านเรา


    โดยเฉพาะ นักศึกษาระดับอุดมศึกษายังหน่อมแน้ม


    กันอยู่เลย ไม่ใช่ทั้งหมดก็จริง แต่ก็เป็นส่วนใหญ่



ความคิดเห็นที่ 4

Por (Guest)
29 มิ.ย. 2544 19:14
  1. ชาติไทยเป็นอย่างไร ก็คงดูได้จากกึ่นของนักบริหารเองนั่นแหละครับ อุปกรณ์ทดลองระดับโรงเรียนมัน ห่วยแตกเป็นส่วนใหญ่ นักเรียนไม่ได้ศึกษาตามจนพบข้อเท็จจริงอะไรเลย หนักไปทางจำลูกเดียว

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น