กิ้งก่าและจิ้งจกสร้างส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างไร?(ขออณุญาตินำมาเผยแพร่ครับ) ^_^ โพสต์เมื่อ:
10:36 วันที่ 6 ส.ค. 2549 ชมแล้ว:
3,885 ตอบแล้ว:
19
จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ส.ค. 2549 (10:39)
ยังมีสัตว์มากมายที่สามารถสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ตลอดชีวิตของมัน ในพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ความสามารถในการสร้างส่วนต่างๆ เช่น ขา หรือตัวมันเป็นเรื่องปกติ พลานาเรีย (planaria) ซึ่งเป็นหนอนตัวแบนสามารถเจริญเป็นตัวใหม่ที่มีขนาดเล็กได้เมื่อถูกตัดออกเป็น 20-30 ชิ้น (ทุกชิ้นที่ถูกตัดสามารถเจริญได้หมด) ในดาวทะเล ถ้าแขนของมันถูกตัดออก ส่วนที่ถูกตัดออกจะเปลี่ยนแปลงเป็นดาวทะเลตัวใหม่ ในจิ้งหรีด มันสามารถสร้างขาขึ้นมาใหม่ได้ จากรายงานต่างๆ ที่ผมศึกษาพบว่า ความสามารถดังกล่าวเราสามารถพบได้ในสัตว์พวกกุ้งปู (Crustaceans) พวกไฮดราและแมงกะพรุน (Cninarians) พวกหมึกและหอย (Molluscs) พวกแมงมุม (spiders) และพวกแมลงต่างๆ (insects)
พลานาเรียเมื่อถูกตัดเป็นสองท่อน ทั้งสองท่อนสามารถเจริญเป็นตัวใหม่ได้
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ส.ค. 2549 (10:39)
ยังมีสัตว์มากมายที่สามารถสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ตลอดชีวิตของมัน ในพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ความสามารถในการสร้างส่วนต่างๆ เช่น ขา หรือตัวมันเป็นเรื่องปกติ พลานาเรีย (planaria) ซึ่งเป็นหนอนตัวแบนสามารถเจริญเป็นตัวใหม่ที่มีขนาดเล็กได้เมื่อถูกตัดออกเป็น 20-30 ชิ้น (ทุกชิ้นที่ถูกตัดสามารถเจริญได้หมด) ในดาวทะเล ถ้าแขนของมันถูกตัดออก ส่วนที่ถูกตัดออกจะเปลี่ยนแปลงเป็นดาวทะเลตัวใหม่ ในจิ้งหรีด มันสามารถสร้างขาขึ้นมาใหม่ได้ จากรายงานต่างๆ ที่ผมศึกษาพบว่า ความสามารถดังกล่าวเราสามารถพบได้ในสัตว์พวกกุ้งปู (Crustaceans) พวกไฮดราและแมงกะพรุน (Cninarians) พวกหมึกและหอย (Molluscs) พวกแมงมุม (spiders) และพวกแมลงต่างๆ (insects)
พลานาเรียเมื่อถูกตัดเป็นสองท่อน ทั้งสองท่อนสามารถเจริญเป็นตัวใหม่ได้
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 6 ส.ค. 2549 (10:42)
อย่างไรก็ตาม ในสัตว์มีกระดูกสันหลังกลับตรงกันข้าม จะมีสัตว์มีกระดูกสันหลังเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่สามารถสร้างโครงสร้างที่ซับซ้อนขึ้นมาใหม่ได้เช่น ขา (limb) กราม (jaw) หาง (tail) ไขสันหลัง (spinal cord) หรือดวงตา (eyes) ขึ้นได้ตลอดชีวิต ซึ่งก็คือสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกในอันดับอูโรเดลา (Urudela) สัตว์ในอันดับนี้ประกอบไปด้วย ซาลาแมนเดอร์ (salamander) นิวท์ (newt; Notophthalmus viridescens) ซึ่งใช้ในการทดลอง และอะซอลอทเทิล (axolotl; Ambystoma mexicanum) แม้ว่าหลายคนคิดว่า สัตว์พวกจิ้งจก และงูสามารถสร้างส่วนต่างๆ ขึ้นใหม่ได้ แต่เราไม่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับสัตว์พวกซาลาแมนเดอร์ จิ้งจกมักสลัดหางทิ้งเพื่อหนีศัตรูของมัน หางจะเจริญขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนของเดิม และถ้าจิ้งจกสลัดขา หรือส่วนอื่นๆ ออกไป ส่วนนั้นจะไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ ในขณะที่กบสามารถงอกหางมันได้ตอนที่ยังเป็นลูกอ๊อด (tadpole) แต่มันจะสูญเสียความสามารถนี้ไปเมื่อมันโตเต็มที่แล้ว ปลาส่วนใหญ่จะสามารถสร้างครีบขึ้นมาใหม่ได้
ตัวนิวท์สีแดง
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 6 ส.ค. 2549 (10:44)
 ตัวอะซอลอทเทิล (axolotl)
อย่างไรก็ตาม สัตว์จำพวกซาลาแมนเดอร์มีความสามารถในการสร้างเนื้อเยื่อที่สลับซับซ้อนได้อย่างดีเยี่ยมตลอดเวลา และแต่ละครั้งเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นจะเหมือนกับของเดิมที่ขาดไปทั้งรูปร่างและหน้าที่ กลไลที่ทำให้สัตว์เหล่านี้สามารถสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกายเช่นนี้ยังไม่มีทราบแน่ชัดในปัจจุบัน หนึ่งในกลไกที่โดดเด่นของการงอกใหม่ของส่วนต่างๆ ในสัตว์พวกซาลาแมนเดอร์ก็คือ เซลล์ที่ทำหน้าที่หนึ่งๆ สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นเซลล์ธรรมดาที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่หนึ่งๆ แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถจำแนกเซลล์ต้นกำเนิดได้ สิ่งนี้อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการศึกษาการงอกใหม่ในสัตว์เหล่านี้ เพราะว่าเซลล์เหล่านี้มีวิธีการที่แตกต่างอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อจากเซลล์ต้นกำเนิด อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า เซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) ไม่มีความจำเป็นในกระบวนการดังกล่าวเพราะว่า กระบวนการที่เซลล์เปลี่ยนกลับไปเป็นเซลล์ต้นกำเนิด (cellular dedifferentiation) ในสัตว์พวกซาลาแมนเดอร์มักจะแสดงให้เห็นถึงการสร้างเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อต่างๆ (pluripotent cell) ซึ่งอาจจะเป็นเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell) หรือเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายกันก็ได้ จำนวนเส้นประสาทที่พบก็ถือว่ามีความสำคัญสำหรับกระบวนการงอกใหม่พอกับการสร้างเซลล์ผิวหนังปิดรอยแผลเหนือบริเวณบาดแผล ถ้าส่วนรยางค์ (limb) ไม่มีเส้นประสาทบริเวณที่เกิดการงอก มันจะไม่สามารถเกิดการงอกใหม่ได้เลย เส้นประสาทอาจจะมีหน้าที่ในการสร้างปัจจัยในการเจริญ หรือสารเคมีบางตัว (chemotactic agents) ที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการงอกใหม่
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ส.ค. 2549 (10:45) ในส่วนสัตว์พวกจิ้งจก ตุ๊กแก และจิ้งเหลนเราพบว่า สัตว์พวกนี้ส่วนใหญ่ (13 วงศ์จาก 20 วงศ์) ใช้วิธีการสลัดหาง (caudal autotomy) เพื่อหลบหนีจากศัตรู แต่ผลที่ตามมาจากการสลัดหางทิ้งนี้คือ อัตราการเจริญจะลดลง การสืบพันธุ์จะลดลง และความสามารถในการป้องกันตัวและหลีกหนีจะน้อยลง การสลัดหางในสัตว์พวกนี้จะทำหลังจากทำวิธีอื่นไม่สำเร็จ สัตว์เหล่านี้สามารถสลัดหางได้มากกว่า 1 ครั้ง แต่ครั้งที่สองจะเกิดขึ้นได้ยาก ก่อนจะพูดกลไกดังกล่าว เราควรรู้ก่อนว่าหางของสัตว์พวกนี้มีประโยชน์อย่างไร
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 ส.ค. 2549 (10:49)
หางของสัตว์เหล่านี้ทำหน้าที่หลายอย่างทีเดียว หางช่วยในการเคลื่อนที่และทำให้ร่างกายมันสมดุล มีฐานะทางสังคม และเป็นส่วนที่เก็บไขมันและโปรตีนเพื่อใช้เป็นอาหารและแหล่งพลังงานในช่วงขาดอาหาร หรือช่วงสืบพันธุ์ สัตว์พวกนี้ที่หางขาดอาจจะสูญเสียสถานะในสังคมของมันเช่น ตัวผู้ที่หางขาดจะหาคู่ผสมพันธุ์ไม่ได้ หรือในตัวที่เป็นวัยรุ่นที่ไม่มีหางจะหาอาณาเขตของตัวเองยากมาก การขาดหางอาจจะทำให้สัตว์พวกนี้ถูกคุกคาม หรือถูกจับเป็นอาหารได้
พัฒนาการของการเกิดหางใหม่
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 ส.ค. 2549 (10:51)
สัตว์พวกจิ้งจกจะสลัดหางออกเพื่อหันเหความสนใจของศัตรู การสลัดหางของจิ้งจกอาจจะกระทำเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้ (ไม่โดนหางมัน) หรือศัตรูจับหางแล้ว หางของมันจะมีวิธีการให้กระดูกและกล้ามเนื้อขาดโดยเสียเลือดเสียงเล็กน้อย ตรงบริเวณโคนหางจะมีกระดูก ซึ่งตรงกลางจะเป็นส่วนที่แตกหักง่าย (ไม่ใช่ช่องว่างระหว่างกระดูกนะครับ) เมื่อมันหดกล้ามเนื้อหูรูดและ/หรือมีแรงภายนอกที่กระทำต่อหางมัน หางจะขาดแล้วดิ้นไปมาประมาณ 2-3 นาที เนื่องจากกระแสประสาทและเซลล์กล้ามเนื้อยังไม่ตาย จึงมีการส่งสัญญาณให้เซลล์กล้ามเนื้อหดตัว ซึ่งการหดตัวของกล้ามเนื้อนี่เองเป็นตัวปิดเส้นเลือดทำให้เลือดไม่ไหลออกมา หลังจากที่หางหลุดแล้ว หางใหม่จะถูกสร้างขึ้นในเวลาต่อมา (ในบางชนิดจะใช้เวลาแค่ 2-3 อาทิตย์ แต่ในบางชนิดอาจนานเป็นเดือน) หางที่สร้างขึ้นมาใหม่จะไม่เหมือนกับหางเดิม เนื่องจากหางใหม่จะเป็นเอ็นที่สานกันเป็นแท่ง มีขนาดเล็กและทู่กว่า ยืดหยุ่นน้อยกว่า กล้ามเนื้อจะไม่แบ่งเป็นส่วนๆ เกล็ด(ในบางชนิดมี)จะมีขนาดและรูปร่างต่างจากเดิม และสีของหางจะคล้ำลง
เป็นยังไงบ้างครับ มึนกันไหมครับ? แต่สำหรับผม มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งมากครับจริงไหม?
|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 6 ส.ค. 2549 (10:55) Last Update : 31 ตุลาคม 2548 13:19:55 น.
ขอบคุณพี่ Due_n มากครับ  ที่สร้างบทความนี้ขึ้นมา
ปล.หวังว่าน้อง atom คงมีคำตอบให้กัับคำถามในใจแล้วนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 6 ส.ค. 2549 (10:55) Last Update : 31 ตุลาคม 2548 13:19:55 น.
ขอบคุณพี่ Due_n มากครับ  ที่สร้างบทความนี้ขึ้นมา
ปล.หวังว่าน้อง atom คงมีคำตอบให้กัับคำถามในใจแล้วนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 11 ส.ค. 2549 (19:56)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 11 ส.ค. 2549 (20:24) เอามาลงกันยังงี้เลยหรอ? -_-"
ไปอ่านบทความอันใหม่อ่ะยัง .. เรื่องฝึกการจำตามวิธีของคนกรีกและโรมัน (ฮี่ๆๆ โปรโมทซะเลยย)
Due_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 516 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 204 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 11 ส.ค. 2549 (21:49) พี่ Tanname ข้อมูลเยอะดีนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 12 ส.ค. 2549 (16:14) ขอบคุณพี่ Tanname มากๆหนูเพิ่งได้อ่านเพราะไม่มีเวลาเลย
( เหนื่อย )
myelin sheath ขอส่งพลังจิตให้พี่
26 สค. นี้
ซีแอนนีโมนี ให้พี่คนเดียว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 12 ส.ค. 2549 (23:06) ครับน้อง ขอบคุณครับ หวังว่าเดนไดรต์พี่จะไม่เจ๊งไปเสียก่อน ช่วงนี้มัน overloaded ครับ
Best of luck.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 13 ส.ค. 2549 (23:03) ตัวที่มีจุดๆนั่นตัวรัยอะ น่ารักดีนะเหมือน..หนอนฝรั่งเลย อิอิ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 14 ส.ค. 2549 (00:41) ตัวอะซอลอทเทิล น่ารักดีง่ะ ... อยากด๊ายยย
คุณ Due_n กับ พี่ Tanname สุดยอดๆๆ ... สาธุๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 3 ก.ย. 2550 (15:59) ไม่เห็นจะมี จิ้งจกเลย
|