คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ดังแส้เพลิงพรายพลุ่งรุ้งตะวัน
โพสต์เมื่อ: 16:27 วันที่ 7 พ.ค. 2544         ชมแล้ว: 30,142 ตอบแล้ว: 36
11560

หลังจากที่ซบเซาเหงาหงอยมาร่วมสี่เดือน ดวงอาทิตย์ ก็กลับตื่นขึ้นมาด้วยพลังรุนแรงหนักหน่วงกว่าที่เคย ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ทะเลเพลิงบนพื้นผิวดวงอาทิตย์เกิดความรุนแรงฮึกโหม สนามแม่เหล็กปั่นป่วน เกิดมีจุด Sunspots มากมาย ทั้งที่ขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 13 เท่า ผลที่ตามมาก็คือ มี เปลวสุริยะ(Solar Flare) ขนาดมหึมากว่าครั้งใดในรอบสิบปีที่ผ่านมา จึงคาดว่า จะเกิดการปะทุระเบิดมวลสารเป็นฟองพลาสม่าขนาดยักษ์ ที่เรียกว่า Corona Mass Ejection(ชื่อย่อว่า CME) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา และการปะทุยังมีต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนทำให้เกิดพายุสุริยะกระหนำ่โลกหนักหน่วงกว่าที่เคย อาจกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติการของดาวเทียมต่างๆ ที่สำคัญคือดาวเทียมสื่อสารคมนาคม และบนโลก จะเกิดปรากฏการณ์แสงเหนือ-แสงใต้ อันวิจิตรตระการตา ดังแพรพริ้วสะบัดสีโบกพัดไกวไปทั่วท้องฟ้า

รายงานล่าสุดมีว่า เกิดการปะทุเปลวสุริยะที่มีกำลังรังสีเอ๊กส์เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยวัดมาได้ ในวงจรสุริยะครั้งล่าสุดนี้ (ภายในเวลา 11 ปี) ในวันที่ 2 เมษายน นี้ เวลา 22:15 ตามเวลาสากล UTC จัดในระดับชั้น X17 ระดับชั้น X นี้ เป็นระดับสูงสุดของพายุสุริยะ ซึ่งจะแยกตามตัวเลขที่สูงไปตามกำลัง ครั้งสุดท้ายที่มีพายุสุริยะกำลังขนาดนี้ ก็เมื่อสิบปีมาแล้ว

Sunspot คือบริเวณพื้นผิวบนดวงอาทิตย์ ที่ดูมีสีคลำ้กว่าปกติ อันเกิดจากการบิดตัวของสนามแม่เหล็ก จนมีกำลังรวมศูนย์เข้มข้นกว้าบริเวณข้างเคียง เป็นปรากฏการณ์ซับซ้อนที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สู้จะเข้าใจได้ดีนัก สนามแม่เหล็กกำลังเข้มข้นนี้จะสกัดการแผ่ความร้อนจากภายในดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นผิวบริเวณนั้นมีอุณหภูมิตำ่กว่าบริเวณข้างเคียง จึงปรากฏมีสีคลำ้ลง นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า เมื่อสนามแม่เหล็กเข้มข้นกดดันภาวะภายในใต้พื้นผิวส่วนนั้นไปได้ระยะหนึ่ง พลังงานจากแหล่งกำเนิดมหาศาลภายใน ที่อัดอั้นสั่งสมกันมาจากการสกัดกั้นนั้น ก็ทะลักทลายทำลายสนามแม่เหล็กนั้นลงได้ เกิดการระเบิดปะทุของพลังงานมหาศาลที่ทะลักตัวออกมาเป็น เปลวสุริยะ และ/หรือ เกิดการปะทุเป็นฟองพลาสม่ายักที่เรียกว่า CME นั่นเอง จากการสังเกตการณ์ที่ผ่านมาว่า เมื่อใดที่มี sunspot มากขึ้น หรือมีจุดใหญ่ๆ ก็มักจะเกิด พายุสุริยะกระหนำ่มาให้หลังทุกครั้งไป

เปลวสุริยะ (Solar Flare) ที่เป็นการปะทุระเบิดในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ส่งพลังงานมหาศาลทะลักออกมาเป็นเปลวไฟโชติช่วง ครั้งละ เท่ากับระเบิดทีเอ็นทีจำนวนพันๆล้านเมกกะตัน ภายในเวลาไม่กี่วินาที จะส่งพลังงานโยนสาดมวลสารนับพันล้านตันจากพื้นผิวดวงอาทิตย์ ด้วยความเร็วสูงมาก และเผาไหม้ให้มวลเหล่านี้มีความร้อนนับสิบล้านองศา(เคลวิน แต่ขนาดนี้แล้วจะใช้หน่วยองศาอะไรก็ไม่ต่างกันนักค่ะ)

CME คือกลุ่มก้อนพลาสม่านับพันๆล้านตัน ที่มีกำลังแม่เหล็กสูง ถูกโยนสาดออกมาเป็นฟองขนาดยักษ์ ด้วยความเร็วถึง 12-1,250 ไมล์ต่อ วินาที แล้วแต่กำลังระเบิดที่ต่างกันไป สามารถทำให้เกิดพายุแม่เหล็ก (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CME ในลิ้งค์อ่านเพิ่มเติมข้างล่างได้ค่ะ)

ทั้ง เปลวสุริยะ และ CME สามารถทำให้เกิดพายุของอนุภาคไฟฟ้ากำลังสูงที่มีความเร็วมหาศาล แต่ CME จะก่อพายุแม่เหล็กได้นานกว่า เปลวสุริยะ ซึ่งบางครั้งยืดเยื้อได้หลายวันเมื่อมันกระหนำ่ใส่ ลมสุริยะลูกที่ออกมาก่อนด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แรงปะทะทำให้เกิด ช้อคเวฟ ที่เสริมกำลังอนุภาคที่มีกำลังสูงอยู่แล้ว จึงทำให้มีอันตรายมากกว่า ด้วยความเร็วที่สูงกว่านี้

อ่านเพิ่มเติมในภาษาไทยได้ที่

"ดาราศาสตร์ : เพลิงพายุสุริยะ"
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=23&Pid=5687

"ดาราศาสตร์: ด่วน ภาพถ่ายน้ำพุเพลิงของดวงอาทิตย์"
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=23&Pid=5668

กระทู้หว้ากอ:
"ปรากฏการณ์ Aurora Borealis และ Aurora Australis"
http://pantip.inet.co.th/cafe/wahkor/topicstock/X852192.html

"อันเนื่องมาจากจากกระทู้ภาพดวงอาทิตย"
http://pantip.inet.co.th/cafe/wahkor/topicstock/X641307.html

และแหล่งอ้างอิงภาษาอังกฤษ
http://sohowww.nascom.nasa.gov/

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 34 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 4 เม.ย. 2544 (10:21)
ขอขอบคุณคุณพวงร้อยมากค่ะที่
กรุณามาให้ความรู้

na(ฉันรักดวงอาทิตย์) (IP:202.28.18.19)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 4 เม.ย. 2544 (14:55)
ขอบคุณมากค่ะ คุณ na สำหรับน้ำใจ มีคนอ่านก็ดีใจมากแล้วค่ะ

ข่าวล่ามาอีกค่ะ ว่าเกิดระเบิด Corona Mass Ejection (CME) ลูกใหญ่ระดับ X20 เมื่อเวลา ตีสี่กว่าๆ ของวันอังคารที่ ๓ นี้เอง คือเท่ากับความรุนแรงเมื่อเดือน สิงหาคม คศ ๑๙๘๙ ที่ทำให้โรงไฟฟ้าในแคนาดาเดี้ยงไปน่ะค่ะ ดีว่าคราวนี้มันระเบิดไปทางอื่น ไม่ตรงมายังโลก เราเลยรอดตัวไป ไม่ต้องถูกหวยเหมือนคราวโน้น การระเบิดปะทุตัวครั้งนี้ ซึ่งมีขนาดเท่ากับในปี คศ ๑๙๘๙ นั้น นับว่าเป็นลูกใหญ่ที่สุดในรอบ ๒๕ ปีทีเดียว

นี่ถ้าหากมันหะทุออกมาเร็วกว่านี้สักวันสองวัน คงจะเป็นช่วงที่มันพุ่งตรงมายังโลกได้พอดี ก็คงมีความเสียหายให้ได้ฟังกันแน่ แต่ความเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์คงจะยังไม่หมดลง ยังต้องจะบตาดูต่อไป ปกติแล้ว อนุภาคกำลังสูงที่จะเกิดอันตรายเช่นนี้ คืออนุภาคโปรตอน จากการระเบิด CME จะใช้เวลา ๒-๕ วัน กว่าจะเดินทางมาถึงโลก หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถบอกได้ว่า จะส่งผลกระทบมายังโลกมากน้อยเพียงไร จากการที่เรามียานอวกาศหลายดวง ไปทำการสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง เราจึงมีเวลาเตรียมตัวทัน

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 4 เม.ย. 2544 (18:39)
ชอบครับ เพิ่งรู้จักเวบ แล้วจะเข้ามาบ่อยๆ
แต่ ข้อมูลเยอะ กว่าจะเข้ามาได้ก็งงๆ ว่าเรา้เริ่มมาจากตรงไหน

ChaoYun (IP:203.147.49.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 เม.ย. 2544 (20:53)
ตระการตามากเลยคะ คุณพวงร้อย เมื่อไหร่วิชาการแมกจะออกฉบับที่ 6 ละคะ

rook (IP:203.146.64.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 4 เม.ย. 2544 (22:53)
ยานsohoนี่ของจีนหรือเปล่าคับ ฺฺฺฺชื่อแปลก

met (IP:203.146.64.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 5 เม.ย. 2544 (02:49)
ไม่ใช่ชื่อจีนหรอกค่ะ อาจจะไปพ้องกับชื่อที่ชาวอังกฤษใช้เรียกถิ่นคนจีนในลอนดอนกระมัง(คนที่อยู่อังกฤษช่วยยืนยันด้วยค่ะ ไม่ทราบว่ามาจากคำจีนหรือเปล่า) แต่ชื่อ ยานอวกาศโซโห (มีคนบอกให้ดิฉันเขียนว่า โซโฮ จะได้ "ไม่เป็นจีน" แต่เจ้าของภาษาเค้าก็เรียกอย่างนี้น่ะค่ะ เลยไม่อยากไปตะแบงเขียนให้เป็นอื่น) นี้ มาจากอักษรย่อ (acronym) ของชื่อเต็มๆว่า The SOlar and Heliospheric Observatory อักษรตัวใหญ่ในชื่อเป็นที่มาของ SOHO ค่ะ มันกลายเป็นธรรมเนียมที่เค้าตั้งชื่อยานอวกาศ หรืออุปกรณ์ใหญ่ๆ แล้วหาวิธีจับเอาอักษรย่อมาตั้งเป็นชื่อเล่นของยาน เช่น

Upper Atmosphere Research Satellite - UARS อ่านว่า ยู-อ่าร์ส
Mars Polar Lander - MPL

เป็นต้น แล้วก็มียานอวกาศจำนวนหนึ่ง ที่ตั้งชื่อให้เกียรติแก่บุคคลในประวัติศาสตร์ เช่น แม้กเจลัน กาลิเลโอ คาซีนี่ หรือตั้งชื่อเท่ๆเช่น
Voyager ผู้ท่องเที่ยวไปในแดนอันไกลโพ้น เพราะยานทั้งสองจะเดินทางออกไปไกลมาก
Pioneer นักบุกเบิก เพราะเป็นยานแรกที่จะเดินทางออกไป ในดินแดนที่ where no man has gone before
Mars 2001 Odyssey ตั้งชื่อตามเรื่อง 2001 Odyssey ของ Arther C. Clarke

โครงการสำรวจดวงอาทิตย์ โซโห นี้ เป็นการร่วมมือระหว่าง องการอวกาศยนุโรป(ESA อีซ่า) และสหรัฐ(NASA นาซ่า) ตัวยานอวกาศสร้างโดยบริษัท Matra ใน ทูลูส ของฝรั่งเศส ส่วนอุปกรณ์ต่างๆนั้น ซึ่งแต่ละเครื่องก็มีทีมงานวิทยาศาสตร์เป็นอิสระของตัวเอง ก็มีทั้งของ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สหรัฐ ฟินแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ค่ะ แล้วยังมีทีมงานวิทยาศาสตร์ของสถาบันที่ทำด้านข้อมูลอีก มีประเทศเพิ่มมาก็คือ อิตาลี สเปญ นอร์เวย์ และเบลเยี่ยม ค่ะ นับว่าเป็นโครงการนานาชาติจรองๆ

ภาพของยานขณะปฏิบัติการค่ะ
15898
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 5 เม.ย. 2544 (03:03)
เอาพล็อตวงจร 11 ปี ของการเกิด Sunspots มาให้ดูอีก (ดิฉันไม่ชอบใช้คำว่า จุดดับ ค่ะ เพราะมันทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่า ตรงนั้น"ไฟ"มันดับไปแล้วหรือไร) ที่เป็นจุดๆสีฟ้า คือค่าเฉลี่ยของตัวเลขจริงของจำนวน sunspots ในแต่ละเดือน เส้นหนักสีฟ้า คือเส้นกราฟที่เขา smooth หรือใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ มาปรับให้มันลดความยึกยักลง จะได้ดูแนวโน้มของมันได้ง่ายหน่อย เส้นประสีแดง คือค่า smoothed ของค่าเฉลี่ยต่อเดือน ที่ได้จากการประเมิน โดยมีเส้นประสีดำล้อมบนล่าง เป็นค่าตำ่และสูง ของจำนวนที่ประเมินไว้นั้น

จะเห็นได้ว่า แม้จะคาดว่า การเกิด sunspot จะไม่มากกว่าที่ผ่านมา หรือคงตัวไปอีกระยะหนึ่ง แต่ดูจากเส้นประสีดำด้านบน ก็ยังชะล่าใจไม่ได้ว่า คงบรรเทาลงแล้ว เพราะยังมีความเป็นไปได้ว่า อาจมีการเกิด sunspots มากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ผลที่ตามมาก็คือ ยังมีโอกาสที่เราจะรับผลกระทบจากพายุสุริยะระดับรุนแรงได้จนถึงสิ้นปีนี้ค่ะ แต่สำหรับคนบนพื้นโลกแล้ว จะไม่มีผลต่อสุขภาพเท่าไหร เพราะชั้นบรรยากาศของเราช่วยป้องกันไว้ได้ค่ะ
15899
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 5 เม.ย. 2544 (08:52)
พี่พวงร้อยขาขอบคุณมากค่ะ จากที่little เคยสงสัยอะไรเยอะแยะตอนนี้ก็กระจ่างขึ้นมาแล้วเพราะได้พี่มาช่วยให้ความรู้

little sun (IP:202.28.18.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 5 เม.ย. 2544 (19:36)
ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด อยากให้ทางที่มีข้อมูลได้อธิบายเพิ่มเติม เมลล์มาก้อได้นะคะ พร้อมรูปที่ปรากฏบนสุริยะก้อดีค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

kukkik (IP:203.155.35.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 5 เม.ย. 2544 (22:57)
คุณ kukkik ก็ถามให้แจ่มชัดหน่อยซีคะ จะได้ตอบถูก ไม่งั้นนั่งพิมพ์ได้ทั้งวันก็ยังไม่รู้ว่าคุณยังอยากรู้อะไรอยู่ และดิฉันไม่ตอบเมล์ส่วนตัวนะคะ ขออภัยค่ะ เพราะวันๆแม้แต่ทีวีก็ยังไม่เคยดู เวลาจะนอนก็ยังไม่พอแล้ว ขอเวลาที่จะบริการใครเป็นการส่วนตัว มาค้นคว้าหาความรู้เพื่อเขียนลงบนเว็บให้ คนทั่วๆไปได้ความรู้ไปด้วยก็แล้วกันนะคะ อยากรู้อะไรอีกก็กรุณาไปนึกคำถามให้ดีแล้วมาถามที่นี่ ก็ยินดีจะไปค้นมาตอบให้ค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 11 เม.ย. 2544 (04:42)
ผมลูกค้าขาประจำ(เงียบ)ครับ..

ยลม (IP:212.34.162.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 14 เม.ย. 2544 (20:07)
1. ชื่อกระทู้ แต่งเอง หรือว่า เอามาจากกลอนที่ไหนครับ
2. นอกจากดาวเทียมแล้ว ยานอวกาศอื่นๆ เช่น ยานสำรวจดาวอังคาร จะได้รับความเสียหายหรือไม่

drlek (IP:203.146.64.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 16 เม.ย. 2544 (23:08)
๑ ตั้งเองค่ะ
๒ ยังไม่มีรายงายนความเสียหายค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 19 เม.ย. 2544 (20:50)
เพิ่งเข้ามาจ่ธ คุณพวงร้อย อยู่ส่วนไหนของโลก นะนายจ๋า

Free-Me (IP:202.57.151.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 21 เม.ย. 2544 (00:37)
ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้ขอรบกวนถามเพิ่มเติม
1ความหนาของแถบแวนแอลเลนระมาณเท่าใหร่ค่ะ
2.แถบแวนแอลเลนห่างจากผิวโลกประมาณไหน
3.ถ้ามีพายุสุริยะจะมีการเปลี่ยนแปลงของแถบนี้มากน้อยแค่ไหนค่ะ

ผัก (IP:202.183.228.67)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 24 เม.ย. 2544 (02:06)
เขาว่านักดาราศาสตร์ ต้องมีจินตนาการที่สูงมาก
อ่านคำประพันธ์ของคุณพวงร้อยแล้ว
เชื่อสนิทใจเลย
Imagination

พล (IP:203.149.1.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 24 เม.ย. 2544 (05:28)
ขอบคุณที่มาอ่านกันนะคะ

ตอบคุณผัก

1ความหนาของแถบแวนแอลเลนระมาณเท่าใหร่ค่ะ
2.แถบแวนแอลเลนห่างจากผิวโลกประมาณไหน

Radiation Belts มีสองแถบ คือแถบนอก และแถบใน แถบในนั้น ค้นพบโดยอุปกรณ์ของ ดร แวนแอลเลน คือเครื่องมือ Geiger Counter ที่ติดไปกับยานอวกาศ Explorer 3 แถบในนั้นมีศูนย์กลางอยูเหนือแถบศูนย์สูตร 1.1-3.3 เท่าของรัศมีโลก (6371 กม) และมีความหนาแน่นได้ถึง ประมาณ 5000 กม ตัวเลขที่วัดด้วยระยะทางมันไม่แน่นอน เพราะขนาดของแถบรังสีผันแปรไปกับระดับพลังงาน (คืออนุภาคกำลังสูง จะประกอบด้วย โปรตอน เป็นส่วนใหญ่ ที่มีพลังงานระหว่าง 10-50 MeV (บางตำราก็ว่าพลังงานสูงได้ถึง 100 MeV ค่ะ) มันจึงไม่ตรงตัวกับการวัดด้วยมิติความยาวเท่านั้นค่ะ

ส่วนแถบนอก ประกอบด้วยอนุภาคที่มีกำลังอ่อนลง เช่น ไออ้อนในพลาสม่าที่มีพลังงานประมาณ 1 MeV แต่ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยอนุภาคกำลังต่ำกว่านั้น จึงเรียกว่า วงแหวนกระแสไฟฟ้า(Ring Current) ซึ่งทำให้เกิดพายุแม่เหล็ก พวกหลังนี้มีพลังงานประมาณ 0.05 MeV ขนาดของแถบนอกนี้ยืดหยุ่นไปมาก จนไม่อาจกำหนดแน่นอนลงไปได้ เพราะมันไม่หนาแน่นและไม่เสถียรอย่างแถบในเลยค่ะ เอาเป็นเขตโดยประมาณว่า มีศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 กมเหนือพื้นโลก และมีความหนาประมาณ 6,000-10,000 กม (ขอยำ้ว่าตัวเลขนี้เป็นการประเมินคร่าวๆเท่านั้นนะคะ) และเมือ่เกิดพายุสุริยะ ตำแหน่งของแถบนี้ก็เปลี่ยนไปได้อย่างมากด้วยค่ะ

3.ถ้ามีพายุสุริยะจะมีการเปลี่ยนแปลงของแถบนี้มากน้อยแค่ไหนค่ะ
มีค่ะ ผลที่กระทบกับแถบรังสีมากที่สุดจากพายุสุริยะคือ พายุแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ ที่กระทำต่อสนามแม่เหล็กโลก เรื่องนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจกันดีนักค่ะ เพราะสังเกตการณ์ได้ยาก หนึ่งมองจากโลกไม่เห็น สองส่งยานไปวัดตรงๆก็ยาก เพราะยานอวกาศที่ทำงานท่ามกลางรังสีกำลังสูงก็มีหวังจะเดี้ยงไปได้ง่ายๆ เลยยังไม่มีการศึกษาด้วยการวัดความเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลกโดยตรงค่ะ

ขออภัยที่ยังไม่อาจเรียบเรียงเป็นภาษาง่ายๆได้ดีนัก เพราะเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจดีนัก งานวิจัยด้านนี้ก็เพิ่งจะเริ่มทำกันอย่างจริงจังไม่นานมานี้เองค่ะ
15900
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 7 พ.ค. 2544 (14:24)
ขอบคุณคะ ว่าแต่สีน้ำเงิน กับสีแดงที่ให้มีความหมายอย่างอื่นอีกหรือเปล่าค่ะ

ผัก (IP:203.155.35.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 8 พ.ค. 2544 (04:27)
คงไม่มีความหมายอะไรหรอกมังคะ คงใส่สีให้เห็นความแตกต่างกันเท่านั้นเองค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 20 เม.ย. 2549 (10:09)
ดีมากทำผมมีความรู้เพิ่มเติม
Pakorn_j@hotmall.com (IP:203.114.117.239,,)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.