คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
นาซ่าจะส่ง ยาน 2001 Mars Odyssey ไปสำรวจดาวอังคารวันเสาร์ที่ ๗ นี้
โพสต์เมื่อ: 23:37 วันที่ 5 ส.ค. 2545         ชมแล้ว: 29,637 ตอบแล้ว: 37
11561

หลังจากความล้มเหลวติดๆกันสองครั้ง ในการส่งยานไปสำรวจดาวอังคาร ร่วมสองปีมาแล้ว นาซ่าก็ไม่ย่นย่อต่อการกลับไปสำรวจดาวอังคารอีก โดยจะส่งยาน 2001 Mars Odyssey ซึ่งตั้งชื่อตามนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องดังของ Arthur C. Clarke (2001 Odyseey) เพื่อไปโคจรสำรวจดาวอังคาร กำหนดส่ง จากแหลม คานาเวอรัล รัฐฟลอริด้า ในวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน เวลาท้องถิ่นภาคตะวันออกสหรัฐ ๑๑.๐๒ น. ตามโอกาสแรก ซึ่งตรงกับ ๒๒.๐๒ น. ในประเทศไทย

และจะมีโอกาสที่สองในอีกครึ่งชั่วโมงต่อไป ในเวลา ๑๑.๓๒ หากมีปัญหาในโอกาสแรก และช่วงจังหวะที่จะส่งยานไปดาวอังคารได้ จะมีทุกวันๆละสองเวลาดังกล่าว จนไปถึงวันที่ ๒๗ เมษายน แต่ช่วงที่ดีที่สุดจะเป็นระหว่างวันที่ ๗ ถึง ๑๘ หากพลาดช่วงแรกไป ยังส่งได้ในช่วงวันที่ ๑๘ ถึงวันที่ ๒๗ แต่จะทำให้ความเร็วเมื่อยานถึงดาวอังคารสูงเกินไป ต้องเบรคกันนาน ทำให้มีเวลาปฏิบัติการน้อยลง

หากส่งได้ตามกำหนด ยานจะเดินทางไปถึงดาวอังคารในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ปลายปีนี้ จากแรงส่งที่กำหนดมาอย่างแม่นยำจากโลก จะเข้าโคจรในระนาบที่ทำมุม ๙๓.๑ องศากับระนาบศูนย์สูตรของดาว แล้วยังต้องใช้เวลาอีกถึง ๗๖ วัน อาศัยแรงเสียดทานอันน้อยนิด จากบรรยากาศอันเบาบางของดาวอังคาร มาชะลอลดความเร็ว เพื่อปรับวงโคจรจากเมื่อแรกประชิดในวงรี ให้เป็นวงกลมที่เล็กลงมา จากวงโคจรรอบละ ๑๓.๔ ชั่วโมง มาเป็น รอบละ ๑.๙ ชั่วโมง เรียกว่าวิธี aerobreaking ซึ่งเป็นพลังงานฟรีๆที่ได้มาจากชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร หากไม่ใช้วิธีนี้แล้ว ก็ต้องหอบเอาเชื้อเพลิงเพิ่มไปอีก จากระวางบรรทุกที่จำกัดจำเขี่ยเต็มที จะทำให้ต้องใช้จรวดใหญ่ขึ้น ค่าส่งที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้งบประมาณของโครงการสูงไปจนไม่ได้เกิด

หลังจากนั้น ยาน 2001 Mars Odyssey ก็จะโคจรรอบดาวอังคารถึง ๑ ปีดาวอังคาร ซึ่งเกือบเท่ากับเวลาสองปีบนโลก โดยจะวัดแร่ธาตุ และส่วนประกอบทางเคมี ของเปลือกดาวอังคาร ด้วยเครื่องมือ spectrometer สองชนิดที่จะอ่านพลังงานความร้อน และพลังงานจากสารประกอบบนพื้นผิว ที่แตกตัวสะท้อนเมื่อถูกกระทบด้วยรังสีคอสมิกที่พุ่งเข้ามาบนดาวอังคารอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถวิเคราะห์ถึงส่วนประกอบทางเคมีได้จากค่าพลังงานที่วัดได้นี้ โดยมีจุดประสงค์ที่จะหาแหล่งนำ้ และแหล่งกำเนิดพลังงาน โดยจะวัดดูว่า มีที่ใดที่มีความร้อนมากกว่าปกติหรือไม่ เพื่อนำมาวิเคราะห์หาพื้นที่ที่พอจะเป็นไปได้ว่า จุลชีวิตชั้นตำ่ จะพอมีปัจจัยประทังชีวิตอยู่ได้ และจะได้เป็นเครื่องช่วยการตัดสินใจ หาที่ลงของยานสำรวจโดยละเอียดในอนาคต

นอกจากนี้แล้ว ยานก็ยังมีเครื่องมือวัดว่า พื้นผิวดาวอังคารได้รับรังสีกำลังสูงๆมากน้อยเพียงใด หากในอนาคต เราจะส่งมนุษย์อวกาศไปสำรวจดาวอังคารแล้ว ก็ต้องมีความเข้าใจในสภาพแสดล้อมบนดาวอังคารก่อน เพื่อจะได้หาทางเตรียมตัวได้ถูก

แรงผลักดันที่ทำให้เราต้องการไปสำรวจดาวอังคาร ก็มาจากความต้องการที่จะเข้าใจการคลี่คลายขยายตัวของโลกเราเอง ยังมีสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจอะไรบนโลกอยู่อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาที่ว่า สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาบนโลกได้อย่างไร ปัจจัยพื้นฐานที่สุด ต่อการดำรงชีวิต ก็คือ นำ้ อินทรีย์วัตถุ และแหล่งพลังงานเพื่อเอามาสังเคราะห์โมเลกุลที่ซับซ้อน แต่เราแทบจะยังไม่มีความรู้อะไรเลยว่า สารเคมีที่ไร้ชีวิต พัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างไรได้ ถึงกลายมาเป็นสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมา ในช่วงเวลาไม่ถึงยี่สิบปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมีการศึกษาค้นคว้า หาจุลินทรีย์หัวแข็ง ที่สามารถยังชีวิตอยู่ในที่ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนได้ เช่นในท่อนำ้ร้อนใต้สมุทรที่ได้รับพลังงานจากแมกม่าใต้โลก หรือใต้นำ้แข็งในขั้วโลกที่หนาวจัดชั่วตาปีตาชาติ หรือใต้พื้นโลกนับร้อยๆฟิตที่ไม่มีอ็อกซิเจนแต่อย่างใด หรือกลางทะเลทรายร้อนระอุแห้งผาก แทบจะหานำ้สักหยดก็เป็นไปไม่ได้ ก็ยังค้นพบ เชื้อบักเตรีทรหดบางพวก มีชีวิตอยู่ได้ (ดูข่าววิชาการ) นักวิทยาศาสตร์จึงต้องการไปหาตัวอย่างหินจากดาวอังคาร ในที่ๆคิดว่า พอจะมีปัจจัยให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ประทังชีวิตอยู่ได้ คือ นำ้ และที่มีอุณหภูมิอุ่นกว่าที่อื่นบนดาวอังคาร เพื่อเอากลับมาศึกษาวิเคราะห์บนโลก การสำรวจของยาน 2001 Mars Odyssey ก็จะเป็นก้าวแรกในการหาข้อมูลนั้น ด้วยการไปหาแหล่งนำ้ และแหล่งพลังงานบนดาวอังคารนั่นเอง

และเราก็ยังไม่เข้าใจดีนักว่า กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา และอุตุนิยมวิทยา ในอดีตที่ผ่านมาแสนนาน หรือที่จะเกิดขึ้นอนาคตอันยาวไกล จะเป็นไปอย่างไรได้ เนื่องจาก ความเปลี่ยนแปลงบนโลกเป็นไปอย่างหนักหน่วงด้วยอำนาจ ดิน นำ้ ลม ไฟ ที่ได้ทำลายกลบกลืนสภาพตั้งเดิมอย่างไม่เหลือซาก ทำให้เราไม่มีอะไรให้เอามาวิเคราะห์หาคำตอบได้เลย เราจะเข้าใจโลกมากขึ้น ก็ด้วยการศึกษาจากดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะ ซึ่งยังคงสภาพดั้งเดิมแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ไว้ได้ เนื่องจากความที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย

ในช่วงสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ ทั้งโซเวียต และสหรัฐ (ญี่ปุ่นส่งไปหนึ่งครั้ง ในปี คศ ๑๙๙๘ แต่ป่านนี้ก็ยังไปไม่ถึง เพราะไปติดโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิค) ได้มีพยายามส่งยานไปสำรวจดาวอังคารมาหลายครั้ง แต่ก็ประสบความล้มเหลวมามากกว่าความสำเร็จ จำนวนยานอวกาศที่เหลือรอดไปปฏิบัติการตามเป้าหมายที่ดาวอังคารได้ ก็มีไม่ถึง ๑ ใน ๓ ของที่ส่งไปทั้งหมด ดังรายการต่อไปนี้

ชื่อยาน ประเทศเจ้าของ วันส่ง(วัน เดือน ปี คศ) เป้าหมายปฏิบัติการ ผล

ไม่มีชื่อ โซเวียต ๑๐ ตค ๖๐ บินผ่าน ไต่ไม่ถึงวงโคจรโลก
ไม่มีชื่อ โซเวียต ๑๔ ตค ๖๐ บินผ่าน ไต่ไม่ถึงวงโคจรโลก
ไม่มีชื่อ โซเวียต ๒๔ ตค ๖๒ บินผ่าน ขึ้นถึงวงโคจร แต่ไปไม่พ้นโลก
Mars 1 โซเวียต ๑ พย ๖๒ บินผ่าน ไปถึง ๑๐๖ ล้านกมแล้ววิทยุเสีย ติดต่อไม่ได้ ยานสูญไปเพราะบังคับไม่ได้
ไม่มีชื่อ โซเวียต ๔ พย ๖๒ บินผ่าน ขึ้นถึงวงโคจรแต่ไปไม่พ้นโลก
Mariner 3 สหรัฐ ๕ พย ๖๔ บินผ่าน เกราะหุ้มยานเปิดไม่ออก ยานสูญไป
Mariner 4 สหรัฐ ๒๘ พย ๖๔ ความสำเร็จครั้งแรก ไปถึงดาวอังคารเมื่อวันที่ ๑๔ กค ๖๕ ส่งภาพกลับมา ๒๑ ภาพ
Zond 2 โซเวียต ๓๐ พย ๖๔ บินผ่าน ไปถึงแต่วิทยุเสียเลยไม่ได้ส่งภาพอะไรกลับมา
Mariner 6 สหรัฐ ๒๔ กพ ๖๙ บินผ่านดาวอังคารวันที่ ๓๑ กค ๖๙ ส่งภาพกลับมา ๗๕ ภาพ
Mariner 7 สหรัฐ ๒๗ มีค ๖๙ บินผ่านดาวอังคารวันที่ ๕ สค ๖๙ ส่งภาพกลับมา ๑๒๖ ภาพ
Mariner 8 สหรัฐ ๘ พค ๗๑ ยานโคจร แต่ล้มเหลวตอนส่งขึ้น สูญยานไป
Kosmos 419 โซเวียต ๑๐ พค ๗๑ ยานจอด แต่ขึ้นถึงวงโคจรโลกเท่านั้น
Mars 2 โซเวียต ๑๙ พค ๗๑ ยานโคจรและยานจอด ไปถึงแต่ไม่มีข้อมูลกลับมา
ยานจอดถูกทำลาย
Mars 3 โซเวียต ๒๘ พค ๗๑ ยานโคจรและยานจอด ไปถึงมีข้อมูลกลับมาน้อยมาก
ส่งภาพมาเพียงสองสามภาพ
Mariner 9 สหรัฐ ๓๐ พค ๗๑ ยานโคจร โคจร ๑๓ พย ๗๑ ถึง ๒๗ ตค ๗๒ ส่งภาพกลับมา ๗,๓๒๙ ภาพ
Mars 4 โซเวียต ๒๑ สค ๗๓ ยานโคจร แต่เข้าวงโคจรไม่ได้ บินเลยไปวันที่ ๑๐ กพ ๗๔
Mars 5 โซเวียต ๒๕ สค ๗๓ ยานโคจร ไปถึงวันที่ ๑๒ กพ ๗๔ รอดอยู่ได้สองสามวัน
Mars 6 โซเวียต ๕ สค ๗๓ ยานโคจรและยานจอด ไปถึง ๑๒ มีค ๗๔ ส่งข้อมูลกลับมาน้อยมาก
Mars 7 โซเวียต ๙ สค ๗๓ ยานโคจรและยานจอด ไปถึง ๙ มีค ๗๔ ส่งข้อมูลกลับมาน้อยมาก
Viking 1 สหรัฐ ๒๐ สค ๗๓ ยานโคจรและยานจอด โคจร ๑๘ มิย ๗๖ ถึง ปี ๑๙๘๐
ยานจอดลงปฏิบัติการวันที่ ๒๐ สค ๗๖ ถึงปี ๑๙๘๒
Viking 2 สหรัฐ ๙ กย ๗๕ ยานโคจรและยานจอด โคจร ๗ กค ๗๖ ถึง ปี ๑๙๘๗
ยานจอดลงปฏิบัติการวันที่ ๓ กย ๗๖ ถึงปี ๑๙๘๐ ทั้งสองส่งภาพกลับมารวมกันกว่า ห้าหมื่นภาพ
Phobos 1 โซเวียต ๗ กค ๘๘ ยานโคจรและยานจอด สูญไปเมื่อเดือน สค ๘๙ ระหว่างทาง
Phobos 2 โซเวียต ๑๒ กค ๘๘ ยานโคจรและยานจอด สูญไปเมื่อเดือน มีค ๘๙ แถว โฟโบส
ดาวบริวารของดาวอังคาร
Mars Observer สหรัฐ ๒๕ กย ๙๒ สูญไปตอนกำลังจะเข้าโคจรรอบดาวอังคารเมื่อวันที่ ๒๑ สค ๙๓
Mars Global Surveyor สหรัฐ ๗ พย ๙๖ ยานโคจร ไปถึงวันที่ ๑๒ กย ๙๗ ถ่ายภาพรายละเอียดสูง
ทำแผนที่อย่างละเอียด และทำหน้าที่สื่อสารคมนาคม ปัจจุบันยังปฏิบัติการอยู่
Mars 96 โซเวียต ๑๖ พย ๙๖ ยานโคจรและยานจอด จรวดส่งไม่ทำงาน ตกมหาสมุทร
Mars Pathfinder ๔ ธค ๙๖ ยานจอดและรถสำรวจคันจิ๋ว จอดวันที่ ๔ กค ๙๗ ปฏิบัติการจนดึงวันที่ ๒๗
กย ๙๗
Nozomi (Planet B) ญี่ปุ่น ๔ สค ๙๘ ยานโคจร พลัดหลุดไปโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ในขณะนี้
กำลังหาทางกลับไปดาวอังคาร คาดว่าจะไปถึงได้ในเดือน ธค ๒๐๐๓
Mars Climate Orbiter สหรัฐ ๑๑ ธค ๙๘ ยานโคจร ถึงแล้วสาบสูญไปวันที่ ๒๓ กย ๙๙
Mars Polar Lander สหรัฐ ๓ มก ๙๙ ยานจอดและ probe ถึงแล้วสาบสูญไปวันที่ ๓ ธค ๙๙
(ข้อมูลจาก Jet Propulsion Lab, NASA)

โฮมเพจของโครงการ
http://mars.jpl.nasa.gov/odyssey/index.html

ติดตามการถ่ายทอดสดได้ที่
http://www.jpl.nasa.gov/video/marslaunch/
ในวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน ศกนี้ เวลา ๖.๓๐ น. (ตามเวลาในภาคตะวันตกของสหรัฐ หรือ ๒๐.๓๐ น.
ของวันเดียวกันตามเวลาไทย)

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ทรหด และการสร้างไบโอสเฟียร์บนดาวอังคารได้ที่
"ชีวะแห่งจักรวาล: วิธีทำปุ๋ยต่างดาว - ก่อนจะได้ไปปลูกถั่วปลูกงาบนดาวอังคาร"
http://vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn10&number=114

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 33 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 7 เม.ย. 2544 (09:52)
แล้วยานก็สลัดตัวหลุดออกจากจรวดตัวสุดท้าย เมื่อเวลา 36 นาทีหลังจากส่งขึ้นจากฐาน เป็นอันสิ้นสุดภาระหน้าที่ของฝ่ายส่งยาน หลังจากนี้ ยานก็จะเข้าสู่การเดินทางระหว่างดวงดาว (Interplanetary Cruise) ด้วยแรงขับดันจากจรวดนั้น เพื่อไปให้ ดาวอังคาร ในวันที่ 24 ตุลาคม ปลายปีนี้
15912
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 เม.ย. 2544 (09:56)
ภาพขณะเจ้าหน้าที่กำลังประกอบยานเข้ากับจรวดตั้งที่สาม และ ประกบเปลือกหุ้ม (farings) ที่ด้านในบุนวมพิเศษกันกระแทกและกันพลังทำลายของคลื่นเสียงกัมปนาทจากจรวดส่ง
15913
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 เม.ย. 2544 (09:57)
ภาพสรุปการส่งจรวดขั้นแรก จนถึงเมื่อดับจรวดตั้งที่สอง
15914
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 7 เม.ย. 2544 (09:58)
และสรุปการส่งช่วงสุดท้าย
15915
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 7 เม.ย. 2544 (11:17)
คุณพวงร้อยคะคุณขยันมากเลยค่ะlittleนั่งอ่านอย่างเดียวยังเมื่อยเลย แต่ยังไงต้องขอขอบคุณพี่มากๆเลยที่มาให้ความรู้แทบทุกวันพักผ่อนบ้างนะคะ

little sun (IP:202.28.18.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 7 เม.ย. 2544 (17:31)
ขอบคุณมากเลยนะครับ คุณพวงร้อย ผมชอบเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มากเลย จะหาอ่านก็ไม่รู้จะหาจากไหน ได้อ่านจากพี่ ( หรือเปล่า ) พวงร้อยนี่แหล่ะครับ ว่างๆๆ หามาให้อ่านอีกนะครับ จริงๆ แล้วอยากเรียนด้านนี้มากเลย ด้านยานอวกาศ เสียดายที่ในเมืองไทยไม่มี

CrazygolfZ (IP:158.108.34.16)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 7 เม.ย. 2544 (23:43)
ยาน 2001 Mars Odyssey ได้ถูกส่งขึ้นด้วยความสำเร็จด้วยดี โดยส่งขึ้นได้ในครั้งแรกตามเวลาที่ตั้งไว้ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้เวลาที่จะเข้าโคจรดาวอังคาร เพราะเมื่อไปถึง จะมีความเร็วเกินกว่าที่สนามแรงดึงดูดของดาวอังคารจะจับยานไว้ได้ จึงต้องจุดจรวดชะลอความเร็ว ถ้าไปถึงด้วยความเร็วมาก ก็ต้องใช้เชื้อเพลิงมากมาจุดชะลอยาน ถ้าการส่งเลื่อนออกไป การเรียงตัวของโลกและดาวอังคาร จะทำให้แรงเหวี่ยงจากโลกมีมากเกินไปหากเลื่อนออกไปนานๆ หรือออกไปในมุมที่ตำ่เกินไป ก็ต้องปรับมุมระนาบโคจรด้วยจรวดมากขึ้น เมื่อได้ส่งไปครั้งแรกแบบนี้ ก็มีผลดีที่จะประหยัดเชื้อเพลิงได้มากหน่อยค่ะ

ภาพจากกล้องวีดีโอ Rocketcam(tm) ซึ่งติดอยู่กับตัวจรวด Delta 2 ได้ถ่ายวีดีโอมา นี่เป็นภาพเมื่อจุดจรวดหลักครั้งแรกค่ะ ทางเวฺบต่างๆว่าจะนำวีดีโอการส่งมาออกอากาศอีกในครึ่งวันนี้ค่ะ เค้าลงกันเมื่อไหร่แล้วจะมาบอก ตอนนี้ดูแต่ภาพไปก่อนนะคะ
15916
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 8 เม.ย. 2544 (03:18)
มาแล้วค่ะ หนังจากจรวดส่งของจริง สดๆ ซิงๆ เลยค่ะ จ้าวแรกมาก่อนใครดูได้ที่นี่ค่ะ
http://www.msnbc.com/news/556161.asp
คลิกไปกลางๆหน้านะคะ ไม่ใช่อันบน ตรงกลางหน้าที่มีเขียนว่า Mars Odyssey Liftoff น่ะค่ะ

เป็นวีดีโอถ่ายทอดมาจากตัวจรวด เขาติดกล้องสองตัวไว้กับจรวดตั้งที่สอง(เพราะมันอยู่นอกเปลือกหุ้ม และสูงพอ) ในวีดีโอ จะจับตั้งแต่ที่จรวดอยู่บนฐานยิงกำลังเตรียมพร้อมที่จะนับถอยหลัง แล้วจุดจรวดเครื่องหลักพร้อมกับจรวดเชื้อเพลิงแข็ง ๖ ใน ๙ ตัว จะเป็นการสลัดจรวดแท่งออกสองชุด ในจอจะเห็นแค่สองในสามของแต่ละชุด แล้วจรวดแท่ง ๓ ตัวสุดท้ายจะจุดรับช่วงต่อพร้อมกับตัวจรวดหลัก ขับดันยานไปอีกสองนาที แล้วจรวดหลักตั้งแรกจะแยกตัวออก ในภาพจะเห็นมันค่อยๆแยกจากกัน จนกรวยเครื่องยนต์จรวดจากตั้งที่สองโผล่ออกมา แล้วจรวดหลัก และจรวดแท่งก็สลัดออก เป็นภาพที่น่าตื่นตาต่ืนใจมากเลยค่ะ หาที่เค้าถ่ายทอดให้เห็นชัดๆอย่างนี้ไม่ม่มาก่อน เพราะกล้อง Rocketcam(tm) ( (tm) คือเครื่องหมายจดทะเบียนการค้าของบริษัทผู้ผลิตค่ะ) นั้นเป็นของใหม่เพิ่งจะมีใช้ไม่นานมานี้เอง

หลังจากนั้น ภาพจะตัดไปยังกล้องตัวที่สองที่หันไปทางหัว จะเห็นยาน Mars Odyssey เผยตัวออกมาแล้วน่ะค่ะ
15917
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 8 เม.ย. 2544 (03:50)
มาอีกชุดค่ะ ที่ http://spaceflightnow.com/ วีดีโอชุดสุดท้ายของที่นี่มีที่โชว์การ spinup คือการปั่นให้ยานหมุนด้วยค่ะ โฮย น่าดูจริงๆเลยค่ะ เสียดายที่คลื่นวิทยุที่ส่งภาพมานั้น ขาดหายไป หลังจากโต๊ะปั่นจรวด ที่ติดกับจรวดตั้งที่สาม แยกตัวออกจากยานแล้ว ภาพสุดท้ายจะเห็นยานกำลังหมุนติ้ว ลับตาไปสู่ห้วงอวกาศ ก่อนที่ภาพจะถูกตัดไปน่ะค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 8 เม.ย. 2544 (18:31)
ดิชั้นว่าการจะทำอะไรซักอย่างแล้วต้องตัดงบประมาณในการตรวจสอบหรือการผลิต แบบไม่ต้องเอาชัวร์มาก คุณภาพดีพอใช้ สู้ให้เต็มที่ทุ่นลงไปเลย ส่วนที่ล้มเหลวไปก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากงบประมาณที่จำกัด ตั้งแต่เรื่องการทำแผนที่อย่างละเอียดบนดาวอังคาร ไม่งั้นคงไม่ตกลงไปในเหวหรอกคะ ความสูญเสียจากยาน 2 ลำก่อนหน้านี้ก็หลายอยู่ โครงการถูกกว่า เร็วกว่า เนี่ย ทำดีก็เสมอตัวคะ ทำไม่ดีก็โดนด่า แต่ก็ยังสนับสนุนการวิจัยและสำรวจทางอวกาศต่อไป

rook (IP:203.146.64.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 9 เม.ย. 2544 (21:44)
อ่านแล้วครับ

รักสนุก ทุกข์ถนัด (IP:203.146.64.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 12 เม.ย. 2544 (16:47)
ฟลอยสีทองๆ ที่หุ้มยานอวกาศนั้นคืออะไรครับ

Xolar (IP:203.146.64.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 13 เม.ย. 2544 (00:19)
เย้ ดูได้แล้ว

เมื่อวานเข้ามาดู
ปรากฎว่า error นึกว่าคุณพวงร้อย
จะเลิกเขียนซะแล้ว ใจหายหมด

รักสนุก ทุกข์ถนัด (IP:202.183.137.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 14 เม.ย. 2544 (20:43)
ดูVDOแล้วครับ เยี่ยมมากๆเลย
แล้วกล้องRocketmanจะถูกใช้ปฏิบัตภารกิจอะไรอีกมั้ยครับ

drlek (IP:203.146.64.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 15 เม.ย. 2544 (10:40)
ถ้าเขาสำรวจได้แล้ว เขาจะวิเคราะห์อะไรคะ หมายถึง อยากถามหาเป้าหมายที่ทำการสำรวจครั้งนี้น่ะค่ะ

Prae (IP:202.183.137.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 16 เม.ย. 2544 (22:51)
ฟอยล์สีทอง เป็นส่วนของระบบ Thermal Blanket ที่ทำจาก ไมลาร์สีทอง นอกจาะช่วยระกษาความร้อนแล้ว ก็จะช่วยป้องกันอันตรายจากการแผ่รังสีเมื่อยานผ่าน แถบรังสีแวนเอลเลน ด้วยค่ะ (กรุณาอ่านข่าว "ดังแส้เพลิงพรายพลุ่งรุ้งตะวัน" เกี่ยวกับ แถบรังสีแวนเอลเลน นะคะ)

พวกยานอวกาศนี่เค้ามีระบบป้องกันจากสิ่งแวดล้อม เรียกว่า Environmetal Subsystems ซึ่งยังแยกเป็นระบบย่อยอีกคือ
1 Passive Cooling
2 Active Heating
3 Micro-meteoroid Protection
4 Jovian Radiation

Passive Cooling คือระบบการถ่ายเทความร้อนโดยไม่ใช้เครื่องอะไร คืออาศัยคุณสมบัติทางกายภาพของวัตถุปกคลุมให้เป็นประโยชน์ ทีนี้คุณต้องคำนึงว่ายานจะไปทำงานที่ไหน เพราะที่ต่างๆมันก็มีสภาพแวดล้อมต่างกัน วนรอบโลก หรือไม่ไกลจากโบกมากนัก มันก็ต้องโดนแดด และต้องเข้าไปหนาวหลังเงาของโลกด้วย มันเลยต้องมีทั้งข้อหนึ่งและข้อสอง ถ้ายานเข้าไปทำงานใกล้ดวงอาทิตย์เข้าไปอีก อย่างไปดาวศุกร์ ดาวพุทธ ก็ยิ่งต้องพยายามสะท้องรังสีอินฟราเรด ซึ่งเป็นตัวทำให้มันร้อน จึงมักใช้ผ้าห่มสีเงิน เพื่อสะท้อนความร้อนออกได้มากขึ้น เมื่อออกห่างจากดวงอาทิตย์ไปมากขึ้น อย่างไปดาวพฤหัส ดาวเสาร์ หรือเลยออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องคำนึงว่าเครื่องมันจะหนาวตาย จึงมักใช้ผ้าห่มสีดำ เพ่ือดูดซับความร้อนได้มากขึ้น หน้าที่ของผ้าห่มพวกนี้มันจึงต้องต่างกัน

หลักที่เค้ามามาใช้ง่ายๆก็คือ ถ้าไปวงใน(หมายถึงใกล้ดวงอาทิตย์หน่อย) ผ้าห่มก็ต้องเป็นสีขาว ถ้าไปวงนอกผ้าห่มก็ต้องเป็นสีดำ ถ้าเป็นพวกครึ่งๆกลางอย่างยานที่วนรอบโลก หรือไปดาวอังคาร ก็ใช้สีทอง

Active Heating ก็มีเครื่องทำความร้อน อุปกรณ์หลายๆอย่าง พวกเครื่องอีเลคทรอนิคส์ส่วนที่บัดกรีติดเอา ถ้ามันหนาวลบศูนย์ไปมากๆ บัดกรีมันจะหลุด เป็นกาลอวสานของเครื่องไปเลย จึงต้องมีที่ตรวจวัดอุณหภูมิถ้าหนาวก็ต้องติดเครื่องทำความร้อน

Micro-meteoroid Protection ฝุ่นเล็กๆน้อย เมื่อยานเดินทางด้วยความเร็วเป็นหมื่นไมล์ต่อชั่วโมง พอปะทะกับฝุ่นที่แม้จะมีขนาดน้อยนิด ก็จะทำให้เครื่องอุปกรณ์หรือแม้แต่ตัวยานเสียหายได้

Jovian Radiation ดาวพฤหัสมีรังสีที่เป็นอันตรายมาก ยานที่ไปเฉียดเพื่อขโมยพลังงานของดาวพฤหัสมาทำ gravity assist หรือจะไปศึกษาดาวพฤหัสโดยตรง ก็ต้องมีระบบป้องกันรังสี อุปกรณ์เครื่องมือ รวมทั้งตัวยานก็ต้องดีไซน์ให้เหมาะสม

ผ้าห่มที่เค้าเรียกว่า Thermal Blanket เป็นส่วนหนึ่งของ Environmental Subsystems ที่จะทำหน้าที่ของ ข้อ 1 และ ข้อ 3 ชั้นนอกสุดทำด้วย mylar เคลือบวัสดุต่างๆตามที่กล่าวมา จะเอาสีขาวก็เคลือบอลุมินั่ม สีดำเค้าเคลือบด้วยอะไรไม่รู้ สีทองนี่ สมัยก่อนเค้าใช้ทองแผ่นบางๆ เดี๋ยวนี้ใช้สารไมลาร์สีทอง เค้าจะเอาแผ่นไมลาร์ซึ่งเป็นเหมือนพลาสติกใสๆไปเข้าห้องสุญญากาศ (vacuum chamber) แล้วก็ฉีดพ่นอะตอมของโลหะที่ว่า จะเคลือบหนาแค่สองสามไมครอน (คือความหนาของอะตอม) เท่านั้น ถึงจะใช้ทองก็ใช้ไม่มากเท่าไหร่ ประมาณว่าไม่เกินจำนวนทองในแหวนทองวงหนึ่งเท่านั้น มีเรื่องเล่าว่า Von Braun ซึ่งเป็นศาสดาของการสร้างจรวด
มันแพงอย่างนี้เป็นการสิ้นเปลืองแท้ๆ ท่านก็ตอบว่า "ถ้าใช้ทองทำทั้งหมด เจ้าจรวดนี้ (จรวด Saturn 5
ซึ่งเป็นจรวดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา) ก็คงยกไม่ขึ้นแน่ๆ"

ส่วนไส้ในผ้าห่มก็เอาตาข่ายอลูมินั่นหลายๆชั้นคั่นด้วย Kevlar ซึ่งเป็นใยสังเคราะห์ที่เค้าเอามาเย็บเกราะกันกระสุนนั่นแหละค่ะ เอามาบุระหว่างตาข่ายอลูมินั่มอีกที เพื่อให้มันดูดซับพลังงานจากพวกขึ้ฝุ่นอวกาศ เมื่อมาปะทะด้วยความเร็วสูง จะได้ไม่เหลือแรงงานไปทำลายอุปกรณ์

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 16 เม.ย. 2544 (23:04)
ตอบคุณ drlek กล้อง Rocketcam เพิ่งมีใช้เป็นครั้งแรก ในปี คศ 1997 เค้าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ เพราะมีประโยชน์มาก นอกจากได้ดูอย่างน่าตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังช่วยในการวิเคราะห์ปรับหรุงระบบการส่งยานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกค่ะ

ตอบคุณ Prae ตอบคำถามของคุณไว้แล้วในตัวข่าวค่ะ ลองกลับไปอ่านดูย่อหน้าที่ ๔ ลงมานะคะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 24 ต.ค. 2544 (16:07)
เพิ่งงัวเงียตื่นขึ้นมา จากการเดินไกล
สถานีหน้าถึงดาวอังคาร แล้วหรือเนี่ย?

...กำลังหลับฝันดีอยู่เลย เดินทางในอว
กาศ หลับฝันดีนะ

รักสนุก ทุกข์ถนัด (IP:202.183.137.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 11 พ.ย. 2547 (09:52)
อยากให้มียานไปสำรวดดานอังคารอีกครั้ง
นักเรียน (IP:203.150.217.119,203.113.57.101,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 25 มี.ค. 2549 (11:14)
คุณพวงร้อยค่ะอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมของเชื้อเพลิงที่ใช้ในยานอวกาศ( HTPB) นะค่ะ หาได้จากไหนบ้างค่ะ
เด็กน้อย (IP:125.24.68.230,,)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.