คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ชีวะแห่งจักรวาล: มาคิดถึงปัญหา ว่าชีวิตเกิดมาได้อย่างไร
โพสต์เมื่อ: 22:02 วันที่ 12 ก.ย. 2544         ชมแล้ว: 39,224 ตอบแล้ว: 39
11565

ในปี คศ 1953 นักเคมีจากมหาวิทยาลัยชิคาโกสองท่าน คือ สแตนลี่ย์ มิลเล่อร์(Stanley Miller) และ แฮรอล อูรี่(Harold Urey) ได้จำลองการทดลอง เพื่อแสดงว่า สารอินทรีย์ จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไรบนโลกดึกดำบรรพ์เมื่อ 3.9 พันล้านปีมาก่อน โดยนำสารอนินทรีย์พื้นๆมาใส่รวมกัน มิลเล่อร์ และ อูรี่ ใส่น้ำในหลอดทดลอง แล้วอัด ก๊าซ ที่ "เชื่อว่า" เป็นส่วนประกอบของบรรยากาศโลกในสมัยนั้น ที่มีก๊าซที่ประกอบด้วยไฮโดรเจนมากๆ คือ เม็ธเธน(methane) แอมโมเนีย ก๊าซไข่เน่า(hydrogen sulfide) และไอนำ้ แล้วปล่อยประกายไฟแลบแปลบปลาบ เลียนแบบการเกิดฟ้าผ่า หรือความร้อนจากแสงแดดเข้มข้น ที่ทะลุช่องโหว่บนเมฆ ก่อกำเนิดเกิดเป็นสารอินทรีย์ที่สลับซับซ้อนขึ้น อันเป็นส่วนประกอบเบื้องต้นของสิ่งมีชีวิตบนโลก อยู่เป็นเวลาสองวัน จึงนำของเหลวที่ได้มาทำการวิเคระาห์ ปรากฏว่า เกิดสารประกอบอินทรีย์มากมายหลายอย่าง ที่สำคัญคือ กรดอะมิโน(amino acids) ที่เมื่อมาต่อกันเข้า จะก่อตัวเป็นโปรตีนชึ้นมา การทดลองง่ายๆนี้ ดูจะยืนยันสมมติฐานที่ ชารลส์ ดาร์วิน ได้อธิบายไว้ร้อยกว่าปีมาแล้วว่า สิ่งมีชีวิตดูจะถือกำเนิดเกิดมาใน "บึงนำ้อุ่นน้อยๆ ที่ประกอบไปด้วยสารประกอบสารพัดของ แอมโมเนีย เกลือฟอสฟอริค แสงสว่าง ความร้อน และกระแสไฟฟ้า" ความที่การเกิดสารอินทรย์ดูง่ายอย่างไม่น่าเชื่อนี้ ทำให้เชื่อกันว่า อีกไม่กี่สิบปี เราก็คงรู้เข้าใจได้หมดว่า ชีวิตเกิดขึ้นมาบนโลกได้อย่างไร

อูรี่ ได้ตั้งสมมติฐานการจำลองแบบบรรยากาศโลกยุคดึกดำบรรพ์นี้ ด้วยข้อมูลสดๆร้อนๆที่เพิ่งได้จากการวิเคราะห์สเปคตรัมของดาวเคราะห์ยักษ์ คือ ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ยูเรนัส และเนปจูน ว่าอุดมไปด้วยก๊าซเม็ธเธน และแอมโมเนีย ซึ่งเชื่อกันว่า หลงเหลือมาจากการก่อตัวเมื่อแรกเริ่มระบบสุริยะ และนักวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น ยังเข้าใจว่า ดาวเคราะห์ทั้งหมด มีส่วนประกอบคล้ายๆกันในระยะแรกเกิด เนื่องจากดาวเคราะห์ยักษ์มีแรงโน้มถ่วงมากกว่า จึงสามารถยึดเหนี่ยวก๊าซเหล่านี้ไว้ได้ ในขณะที่ บนดาวเคราะห์เล็กๆ อย่าง โลก และดาวอังคาร ก๊าซที่มีนำ้หนักเบา เช่น ไฮโดรเจน หรือก๊าซที่เป็นส่วนประกอบของไฮโดรเจน ก็หลุดลอยสูญหายไปในอวกาศเป็นส่วนใหญ่ อูรี่ จึงสันนิษฐานว่า บรรยากาศบนโลกในยุคแรกๆนั้น ก่อนที่จะสูญพวกส่วนไฮโดรเจนไปในอวกาศ และถูกแทนที่ด้วยอ๊อกซิเจน จากการสังเคราะห์แสงของพืช คงจะมีส่วนประกอบคล้ายๆกับบรรยาการของดาวเคราะห์ยักษ์เหล่านี้

หลังจากที่มิลเล่อร์และ อูรี่ ตีพิมพ์ผลงานการทดลองชิ้นนี้ได้ไม่นาน นักธรณีวิทยาได้เริ่มทำการสำรวจส่วนประกอบของก๊าซ ที่ภูเขาไฟพ่นออกมาอย่างจริงจัง แต่ข้อมูลที่ได้กลายเป็นว่า พลิกพื้นฐานการให้เหตุผลอย่างกลับตาลปัตรไปเลย คือปรากฏว่า ก๊าซที่พ่นออกมาจากภูเขาไฟ ไม่ใช่เม็ธเธนหรือแอมโมเนีย แต่เป็นไอนำ้เป็นส่วนใหญ่ ถึง 80% อีก 15-20% เป็นก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และคาร์บอนมอน๊อกไซด์ กับโมเลกุลของไฮโดรเจนอีกเล็กน้อย James C.G. Walker แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน เอาข้อมูลใหม่ของก๊าซจากภูเขาไฟนี้ มาคำนวนส่วนประกอบหลักของบรรยากาศโลกในยุคนั้น โดยคำนวณการสูญเสียไฮโดรเจนไปจากความที่มันหลุดไปจากแรงดึงดูดของโลกแล้ว ปรากฏว่า ได้ผลที่ต่างออกไปมาก คือ บรรยากาศของโลกในสมัยแรกๆนั้น มีก๊าซทีี่มีส่วนประกอบของอ๊อกซิเจนอยู่เป็นหลัก คือ คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ไนโตรเจน และไอนำ้

ปัญหาก็คือ แม้ว่าอ๊อกซิเจนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่เกิดขึ้นมาบนโลกในภายหลัง แต่มันกลับเป็นพิษต่อการสังเคราะห์สารอินทรีย์ขั้นแรกเริ่ม หากทำการทดลองของ มิลเล่อร-อูรี่ ในส่วนผสมของก๊าซเช่นนี้แล้ว จะไม่มีทางได้กรดอะมิโนเลย มันมีอะตอมของอ๊อกซิเจนอยู่มากเกินไป ดังนั้น ทฤษฎีบึงอุ่นน้อยๆก็ค่อยๆเสื่อมความน่าเชื่อถือไปตามกาลเวลา

มีทฤษฎีใหม่ๆ 2 ทฤษฎีเริ่มก่อตัวขึ้นมาแทนที่ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนลงไปว่า ทฤษฎีไหนถูกต้องน่าเชื่อถือกว่ากัน

ทฤษฎีแรกก็คือ จากการที่เพ่ิงมีการค้นพบจุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่อาศัยอยู่ในแหล่งนำ้พุร้อนใต้ทะเล (hydrothermal vent) ที่เดือดปุดผุดออกมาจากภายในเปลือกโลกใต้ทะเลลึก ทำให้โน้มน้าวให้เกิดความคิดที่ว่า สิ่งมีชีวิต อาจจะถือกำเนิดมาจากใต้ทะเลลึก ความแตกต่างอย่างมากของอุณหภูมิและความเข้มข้นของอ๊อกซิเจนตามขอบนอกของปล่องนำ้พุร้อนนี้ อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นมาได้ แต่จุดอ่อนของข้อสมมติฐานนี้มีอยู่ว่า สารอินทรีย์ที่เกิดขึ้นมา จะไม่สามารถคงตัวอยู่ได้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงขนาดนี้ แทนที่กรดอะมิโนจะมาต่อรวมกัน มันกลับจะแตกแยกตัวสลายไปด้วยความร้อน

อีกทฤษฎีหนึ่งตั้งอยู่บนข้อสันนิษฐานว่า สารอินทรีย์ประกอบตัวขึ้นท่ามกลางความหนาวเย็นในอวกาศ สารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลสลับซับซ้อนและยืดยาว อาจจะก่อตัวขึ้นมาจากการแผ่รังสี จนเกิดปฏิกิริยาระหว่างพลาสม่าและโมเลกุลในบริเวณนั้น อุณหภูมิอันหนาวเย็น ก็จะช่วยสร้างความเสถียรให้สารอินทรีย์เหล่านี้คงอยู่ได้ไม่สลายไป ในทฤษฎี "เมล็ดพันธุ์จากอวกาศ" นี้ อธิบายว่า สารอินทรีย์เหล่านี้เกาะติดมากับอุกกาบาตหรือดาวหาง ที่ถล่มโลกในยุคแรกๆ แต่สมมติฐานนี้ มีจุดอ่อนตรงที่ สารอินทรีย์ จะรอดพ้นจากการเผาไหม้ในบรรยากาศมาได้อย่างไร เมื่อเทหวัตถุเหล่านี้ตกใส่โลก

จิม แค้สติ้ง (Jim Kasting) แห่ง Penn State Astrobiology Research Center ยังไม่จำนนต่อการล้มล้างทฤษฎี "บึงน้อยของดาร์วิน" ไปง่ายๆนัก เขากลับหันไปจำลองแบบด้วยคอมพิวเต้อร์ เพื่อหาผลลัพท์ของกระบวนการเคมีที่กระตุ้นด้วยแสง โดยกำหนดเงื่อนไขขึ้นใหม่ ให้เข้ากับข้อมูลใหม่ที่ว่า บรรยากาศโลกยุคนั้น มีสารประกอบของอ๊อกซิเจนอยู่มาก

"ความคิดของผมก็คือ หากบรรยากาศมีเมธเธนสักเล็กน้อย ก็พอจะทำให้ก่อเป็น โมเลกุลของไฮโดรเจนไซยาไนด์ อันเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่จะไขประตูไปสู่การสร้าง ทั้งกรดอะมิโนและนิวเคลอิคได้

สิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน ประกอบด้วยส่วนสำคัญ อันมีโมเลกุลสามอย่างคือ DNA เพื่อเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม RNA เพื่อถ่ายทอดข้อมูลพันธุกรรม และโปรตีนที่เป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมาก กระนั้นก็ดี ในปี คศ 1989 Thomas Cech แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด และ Sidney Altman แห่งเยล ได้รับรางวัลโนเบล จากการแสดงให้เห็นว่า ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง RNA ไม่เพียงแต่ขยายพันธุ์ได้เอง แต่ยังสามารถเก็บสะสมข้อมูลทางพันธุกรรมได้เองอีกด้วย

พูดง่ายๆก็คือว่า RNA ทำได้ทุกอย่าง จึงเป็นที่เชื่อกันแล้วว่า สิ่งมีชีวิตชั้นตำ่มากๆในยุคแรกๆ เริ่มพัฒนามาจากช่วงที่มีแต่ RNA เท่านั้น

ถ้าจะนับเช่นนั้น ก็เลยเหลือว่า ส่วนประกอบหลักของสิ่งมีชีวิต นอกจากกรดอะมิโนแล้ว ก็คือสารประกอบที่สร้าง RNA ขึ้นมา คือ ribose ซึ่งเป็นนำ้ตาลอย่างหนึ่ง เกลือฟอสเฟต และด่างอีก 4 ชนิด adenine, cytosine, guanine และ uracil (ตัวสุดท้ายนี้แทนที่ thymine ใน DNA) ปัญหาก็อยู่ที่่ว่า เราจะหาส่วนประกอบสารอินทรีย์พวกนี้ ในบรรยากาศที่มีอ๊อกซิเจนอยู่ด้วย ได้หรือไม่ แค้สติ้งตอบว่า "ได้ หากเรามีก๊าซเม็ธเธนสักเล็กน้อยในบรรยากาศ"

แค้สติ้งอธิบายเพิ่มเติมว่า ribose นั้น ก็เป็นเพียง ฟอร์มาลดีไฮด์(นำ้ยาดองศพ) 5 โมเลกุลร้อยเรียงต่อกันเท่านั้นเอง เราจะสร้างฟอร์มาลดีไฮด์ได้ง่ายมาก หากมีคาร์บอนไดอ๊อกไซด์และแสงสว่าง เกลือฟอสเฟตก็มีอยู่แล้ว จากการผุพังของหินตามธรรมชาติ ส่วนด่างทั้งสี่ตัวนั้น ก็สังเคราะห์ได้จาก ไฮโดรเจนไซยาไนด์ ส่วนประกอบที่เราต้องการในที่นี้คือ ก๊าซเม็ธเธนเท่านั้น เพราะอย่างอื่นก็มีอยู่แล้ว

กุญแจสำคัญที่จะไขความสว่างให้ทฤษฎีบึงน้อยของดาร์วินก็คือ เราต้องหาให้ได้ว่า แหล่งของก๊าซเม็ธเธนจะได้มาจากไหน

แหล่งก๊าซเม็ธเธนนั้น มาจากใต้ทะเล ตามข้อสันนิษฐานของแค้สติ้ง จากภูเขาไฟใต้ทะเลที่พ่นก๊าซร้อนออกมาจากปล่องใต้ทะเลเหล่านี้ ในปัจจุบัน ข้อมูลจากปล่องไฟใต้ทะเลบอกให้เราทราบว่า ก๊าซที่ถูกพ่นออกมา ประกอบด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ถึง 99% และเป็นก๊าซเม็ธเธนอีก 1% ต่างจากส่วนประกอบของก๊าซจากภูเขาไฟบนดินอยู่เล็กน้อย และมันก็มีความเป็นไปได้ทางธรณีฟิสิกส์ว่า สมัยก่อนในยุคที่โลกเพิ่งเกิด ยังร้อนๆอยู่นั้น เปลือกโลกยังบางกว่าปัจจุบันนี้มาก ก็น่าเชื่อได้ว่า อาจจะพ่นก๊าซเม็ธเธนออกมามากกว่าข้อมูลที่ได้ในปัจจุบัน มากพอที่จะทำให้เกิดสารอินทรีย์ขึ้นมาได้

นี่ก็ไม่ใช่ข้อสรุปแน่นอนอะไรนัก เป็นเพียง "ความเป็นไปได้" เท่านั้น แต่ถ้ามันเกิดขึ้นได้จริงๆ เราก็ต้องมาหาคำตอบกันอีกว่า แล้วทำไมสิ่งมีชีวิตถึงเกิดขึ้นบนโลกเท่านั้น หากมันจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆอย่างนี้

อ้างอิง
Reflections From a Warm Little Pond By David Pacchioli, Penn State University
http://nai.arc.nasa.gov/index.cfm?page=warm_pond

(คนเขียนขอลาไปเกาหัวต่อค่ะ เพราะว่าอ่อนทั้งเคมีและชีวะ)


พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 37 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 18 พ.ค. 2544 (18:33)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำอิ๊กซี เพราะจะนำไปประกอบการทำรายงานค่ะ

บิว (IP:203.151.39.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 18 พ.ค. 2544 (20:39)
ดิฉันไม่ทราบด้วยซำ้ว่า "อิ๊กซี" คืออะไร ลองไปถามดูที่ห้องเด็กวิทยดูซีคะคงมีคนช่วยได้ค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 20 พ.ค. 2544 (19:16)
อยากรู้เรื่อง อิ๊กซี่ ลองไปหาอ่านดูที่นิตยสาร Update น่ะคับ :)

Hexose (IP:203.150.6.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 21 พ.ค. 2544 (21:33)
พระเจ้า เป็นผู้สร้างโลก อยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล หน้าแรกเลยค่ะ

หนุ่ย (IP:203.147.49.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 22 พ.ค. 2544 (02:32)
พึ่งดูสารคดีเมื่อกี้นี้เกี่ยวกับทะเลสาบที่ขั้วโลกใต้อยู่ใกล้สถานีตรวจอากาศของรัสเซีย
ที่เรียกว่าสถานีวอสตอร์ก (Vostok) ความย่อๆได้ดังนี้....

ทะเลสาปวอสตอร์ก (Lake Vostok) นี้เป็นทะเลสาปที่ฝังอยู่ใต้น้ำแข็งลึกถึง 4 กิโลเมตร
นักธรณีวิทยาคาดว่า Lake Vostok ถูกฝังอยู่ใต้น้ำแข็งมาเป็นล้านๆ ปีแล้ว
ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จึงน่าสนใจว่าจะเป็นไปได้หรือไม่
ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในทะเลสาปนี้

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน่าจะมี ถึงแม้ว่าน้ำในทะเลสาปนั้นจะไม่มีพลังงานจากแสงแดดก็ตาม
เนื่องจากบริเวณน้ันยังพอมีสัญญานการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ( ยัง Geological Active อยู่ )
นาซ่าวางแผนว่าจะส่งหุ่นยนต์เจาะลงไปสำรวจหาสิ่งมีชีวิต

การส่งหุ่นยนต์ลงไปนั้นไม่ยาก เพราะธรรมดาก็มีการเจาะน้ำแข็งในบริเวณนั้นอยู่แล้ว
แต่ที่สำคัญคือต้องเจาะลงไปโดยไม่ทำให้น้ำในทะเลสาปบนเปื้อน เพราะต้องการตัวอย่าง
ของสิ่งมีชิวิตในนั้น

ที่สำคัญอีกอย่างนึ่งคือ มีสภาพแวดล้อมคล้ายๆกันนี้ที่ดวงจันทร์ยูโรป้าของดาวพฤหัส
จึงน่าสนใจว่าถ้าสิ่งมีชีวิตสามารถอยู่ได้ในทะเลสาปวอสตอร์ก ก็อาจจะมีโอกาสที่จะพบ
สิ่งมีชีวิตบนโยโรปาก็ได้

อ่านต่อได้ที่นี่ครับ
http://www.bbc.co.uk/science/horizon/vostok.shtml

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1411 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 239 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 22 พ.ค. 2544 (19:04)
ขอรายละเอียดเี่กี่ยวกับหน้งสือ molecula bio
ด้วยคะ เป็นไปได้ขอ ชื่อหนังสือและสำนักพิมพ์ ด้วยนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

gibb (IP:202.183.144.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 15 มิ.ย. 2544 (07:25)
จากการที่ได้อ่านถึงการทดลองนั้น ทำให้เกิดความคิดที่ว่า หากมองย้อนกลับไปมากกว่า 4 พันล้านปีนั้น สิ่งมีชีวิตเกิดจากการที่ก๊าซชีวภาพหลายชนิดรวมตัวกันหลังจากการที่โลกเย็นตัวลง โดยอาศัยออกซิเจนจากนำ้้ เมื่อถึงสภาพที่สมบูรณ์พร้อมจึงได้พัฒนาการชีวิตขึ้นมาบนบก

Ts. (IP:202.28.61.34)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 13 ก.ย. 2544 (10:02)
ในพวกยูคาริโอตนั้น กระบวนการTranscription เกิดขึ้นในนิวเคลียส แต่กระบวนการTranslation เกิดขึ้นใน Cytoplasm ค่ะ

mimt (IP:202.28.61.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 12 มิ.ย. 2547 (13:25)
อยากรู้เกี่ยวกับเกลือฟอสเฟตมาก ๆ ค่ะ เพราะหาข้อมูลส่งอาจารย์อยู่ค่ะ
...PAM... (IP:203.156.43.251,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 13 มิ.ย. 2547 (18:09)
www.thai.net/myth/

เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ ความเป็นมา อธิบายอย่างมีเหตุผล
UFO วิทยาศาสย์สมัยโบราณ ฟิสิกเกี่ยวกับผี!! X_file ฯลฯ
เข้าไปดูเองล่ะกัน
บุญหลาย ~(\'_\' ~) (IP:203.150.193.201,192.168.2.11,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 มิ.ย. 2547 (22:48)
อยากบอกบุญหลายว่า web ที่ให้มานั้นเป็นนิยายอ่านสนุก ๆ เล่น ๆ แต่ www.vcharkarn.com เป็นวารสารวิชาการวิทยาศาสตร์ มันคนละประเภทกัน
บุญเหลือ (IP:203.113.34.61,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 15 มิ.ย. 2547 (12:57)
การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เหลือเชื่อ! บนพื้นฐานของความบังเอิญอย่างที่สุดภายใต้เงื่อนไขของStandly Miller & Harold Urey ไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไร แต่ถ้ายังไม่มีสมมุติฐานที่ดีกว่าก็เชื่อไปก่อนล่ะครับ
someone (IP:202.28.169.165,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 29 ก.ย. 2547 (17:50)
ถ้าข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์บงบอกว่า เกิดจากธรรมชาติเอง..แล้วพระเจ้า ล่ะ ไม่ได้สร้างหรือ หรือว่าใครสร้างพระเจ้าให้เราเชื่อว่าสร้างโลก....แล้วจะเชื่อวิทยาศาสตร์หรือว่าพระเจ้า...
ร่วมคิดด้วยคน (IP:202.44.32.9,,23.32.44.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 29 ก.ย. 2547 (20:08)
เราสามารถอธิบายทุกอย่างด้วยจำนวนและเวลา ถ้าสามารถหาจำนวนที่มากที่สุด และน้อยที่สุดได้เราก็จะรู้จุดเริ่มต้นและสิ้นสุด และไขปัญหาทุกอย่างได้โดยคำตอบของเวลา เพราะอาณาจักรเวลากว้างใหญ่ที่สุด รองมาคืออาณาจักรอะตอม
son in law of Einestine (IP:203.150.217.116,203.113.61.106,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 20 พ.ย. 2548 (16:22)
ไม่เห็นรู้เรื่องเลย งง !!
คนโง่ (IP:58.11.72.119,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 23 พ.ย. 2548 (17:53)
ต้องการแนวความคิดของโอปาลินมีมั้ยค่ะพี่ สาธุมีเถอะ
นุ่ม (IP:203.156.52.20,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 26 มี.ค. 2549 (18:27)
จะหาเรื่องเกี่ยวกับ physical chemistry ในชีวิตประจำวันอ้ะค่ะ พอ จะแนะนำได้ไหมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จะนำมาทำรายงาน
angle_air19@hotmail.com (IP:124.121.137.151,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 16 เม.ย. 2549 (23:00)
เรื่องProkaryotdyกับยูคาริโอตที่อธิบายข้างต้นก็ถูกแล้วครับ
แต่ยังมีไวรัสที่จะมีเฉพาะ DNA or RNA อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นเล็กกว่าไวรัส (โปรตีน + กรดนิวคลีอิก) ก็เป็นไวรอยด์มีเฉพาะ RNA เท่านั้นยังไม่พบที่เป็น DNA และก็พบเฉพาะในพืชครับเป็นเชื้อโรคซึ่งพวกนี้จะเพิ่มปริมาณในสิ่งมีชีวิตเท่านั้นครับ
หนังสือ Molecular Bio อธิบายเกียวเรื่องพื้นฐานทางด้านจีน การดัดแปลงจีนโดยรวมอ่านจบแล้วก็สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันได้นั่นแหละครับไม่ได้อธิบายเกี่ยวกับวิวัฒนาการครับที่ศูณย์หนังต่างๆน่าจะมีครับไม่งั้นก็แวะไปที่ห้องสมุดมหาลัยทีไหนก็ได้มีแน่นอนครับ
Tree (IP:202.12.97.118,10.210.7.24,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 30 พ.ค. 2549 (20:17)
สรุปก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเรานั้นมีความเป็นมาอย่างไร
งงงงงงงงงงง............งงงงงงงง
สิ่งมีชีวิต (IP:203.156.61.202,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 26 ส.ค. 2549 (12:44)
ไอ้ อาร์เอนเอ นี่คงจะทำหน้าที่ครบทุกอย่างสำหรับการดำรงชีวิต ก่อนที่จะมี ดีเอนเอ แต่พอมีดีเอนเอ ไอ้ตัวอาร์เอนเอก็ลดบทบาทลงเป็นแค่เด็กส่งกาแฟ เอ๊ย ตัวนำสารรหัสพันธุกรรม ข้อยเว้าแม่นบ่
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.