คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ชีวะแห่งจักรวาล: มาคิดถึงปัญหา ว่าชีวิตเกิดมาได้อย่างไร
โพสต์เมื่อ: 22:02 วันที่ 12 ก.ย. 2544         ชมแล้ว: 39,353 ตอบแล้ว: 39
11565

ในปี คศ 1953 นักเคมีจากมหาวิทยาลัยชิคาโกสองท่าน คือ สแตนลี่ย์ มิลเล่อร์(Stanley Miller) และ แฮรอล อูรี่(Harold Urey) ได้จำลองการทดลอง เพื่อแสดงว่า สารอินทรีย์ จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไรบนโลกดึกดำบรรพ์เมื่อ 3.9 พันล้านปีมาก่อน โดยนำสารอนินทรีย์พื้นๆมาใส่รวมกัน มิลเล่อร์ และ อูรี่ ใส่น้ำในหลอดทดลอง แล้วอัด ก๊าซ ที่ "เชื่อว่า" เป็นส่วนประกอบของบรรยากาศโลกในสมัยนั้น ที่มีก๊าซที่ประกอบด้วยไฮโดรเจนมากๆ คือ เม็ธเธน(methane) แอมโมเนีย ก๊าซไข่เน่า(hydrogen sulfide) และไอนำ้ แล้วปล่อยประกายไฟแลบแปลบปลาบ เลียนแบบการเกิดฟ้าผ่า หรือความร้อนจากแสงแดดเข้มข้น ที่ทะลุช่องโหว่บนเมฆ ก่อกำเนิดเกิดเป็นสารอินทรีย์ที่สลับซับซ้อนขึ้น อันเป็นส่วนประกอบเบื้องต้นของสิ่งมีชีวิตบนโลก อยู่เป็นเวลาสองวัน จึงนำของเหลวที่ได้มาทำการวิเคระาห์ ปรากฏว่า เกิดสารประกอบอินทรีย์มากมายหลายอย่าง ที่สำคัญคือ กรดอะมิโน(amino acids) ที่เมื่อมาต่อกันเข้า จะก่อตัวเป็นโปรตีนชึ้นมา การทดลองง่ายๆนี้ ดูจะยืนยันสมมติฐานที่ ชารลส์ ดาร์วิน ได้อธิบายไว้ร้อยกว่าปีมาแล้วว่า สิ่งมีชีวิตดูจะถือกำเนิดเกิดมาใน "บึงนำ้อุ่นน้อยๆ ที่ประกอบไปด้วยสารประกอบสารพัดของ แอมโมเนีย เกลือฟอสฟอริค แสงสว่าง ความร้อน และกระแสไฟฟ้า" ความที่การเกิดสารอินทรย์ดูง่ายอย่างไม่น่าเชื่อนี้ ทำให้เชื่อกันว่า อีกไม่กี่สิบปี เราก็คงรู้เข้าใจได้หมดว่า ชีวิตเกิดขึ้นมาบนโลกได้อย่างไร

อูรี่ ได้ตั้งสมมติฐานการจำลองแบบบรรยากาศโลกยุคดึกดำบรรพ์นี้ ด้วยข้อมูลสดๆร้อนๆที่เพิ่งได้จากการวิเคราะห์สเปคตรัมของดาวเคราะห์ยักษ์ คือ ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ยูเรนัส และเนปจูน ว่าอุดมไปด้วยก๊าซเม็ธเธน และแอมโมเนีย ซึ่งเชื่อกันว่า หลงเหลือมาจากการก่อตัวเมื่อแรกเริ่มระบบสุริยะ และนักวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น ยังเข้าใจว่า ดาวเคราะห์ทั้งหมด มีส่วนประกอบคล้ายๆกันในระยะแรกเกิด เนื่องจากดาวเคราะห์ยักษ์มีแรงโน้มถ่วงมากกว่า จึงสามารถยึดเหนี่ยวก๊าซเหล่านี้ไว้ได้ ในขณะที่ บนดาวเคราะห์เล็กๆ อย่าง โลก และดาวอังคาร ก๊าซที่มีนำ้หนักเบา เช่น ไฮโดรเจน หรือก๊าซที่เป็นส่วนประกอบของไฮโดรเจน ก็หลุดลอยสูญหายไปในอวกาศเป็นส่วนใหญ่ อูรี่ จึงสันนิษฐานว่า บรรยากาศบนโลกในยุคแรกๆนั้น ก่อนที่จะสูญพวกส่วนไฮโดรเจนไปในอวกาศ และถูกแทนที่ด้วยอ๊อกซิเจน จากการสังเคราะห์แสงของพืช คงจะมีส่วนประกอบคล้ายๆกับบรรยาการของดาวเคราะห์ยักษ์เหล่านี้

หลังจากที่มิลเล่อร์และ อูรี่ ตีพิมพ์ผลงานการทดลองชิ้นนี้ได้ไม่นาน นักธรณีวิทยาได้เริ่มทำการสำรวจส่วนประกอบของก๊าซ ที่ภูเขาไฟพ่นออกมาอย่างจริงจัง แต่ข้อมูลที่ได้กลายเป็นว่า พลิกพื้นฐานการให้เหตุผลอย่างกลับตาลปัตรไปเลย คือปรากฏว่า ก๊าซที่พ่นออกมาจากภูเขาไฟ ไม่ใช่เม็ธเธนหรือแอมโมเนีย แต่เป็นไอนำ้เป็นส่วนใหญ่ ถึง 80% อีก 15-20% เป็นก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และคาร์บอนมอน๊อกไซด์ กับโมเลกุลของไฮโดรเจนอีกเล็กน้อย James C.G. Walker แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน เอาข้อมูลใหม่ของก๊าซจากภูเขาไฟนี้ มาคำนวนส่วนประกอบหลักของบรรยากาศโลกในยุคนั้น โดยคำนวณการสูญเสียไฮโดรเจนไปจากความที่มันหลุดไปจากแรงดึงดูดของโลกแล้ว ปรากฏว่า ได้ผลที่ต่างออกไปมาก คือ บรรยากาศของโลกในสมัยแรกๆนั้น มีก๊าซทีี่มีส่วนประกอบของอ๊อกซิเจนอยู่เป็นหลัก คือ คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ไนโตรเจน และไอนำ้

ปัญหาก็คือ แม้ว่าอ๊อกซิเจนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่เกิดขึ้นมาบนโลกในภายหลัง แต่มันกลับเป็นพิษต่อการสังเคราะห์สารอินทรีย์ขั้นแรกเริ่ม หากทำการทดลองของ มิลเล่อร-อูรี่ ในส่วนผสมของก๊าซเช่นนี้แล้ว จะไม่มีทางได้กรดอะมิโนเลย มันมีอะตอมของอ๊อกซิเจนอยู่มากเกินไป ดังนั้น ทฤษฎีบึงอุ่นน้อยๆก็ค่อยๆเสื่อมความน่าเชื่อถือไปตามกาลเวลา

มีทฤษฎีใหม่ๆ 2 ทฤษฎีเริ่มก่อตัวขึ้นมาแทนที่ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนลงไปว่า ทฤษฎีไหนถูกต้องน่าเชื่อถือกว่ากัน

ทฤษฎีแรกก็คือ จากการที่เพ่ิงมีการค้นพบจุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วที่อาศัยอยู่ในแหล่งนำ้พุร้อนใต้ทะเล (hydrothermal vent) ที่เดือดปุดผุดออกมาจากภายในเปลือกโลกใต้ทะเลลึก ทำให้โน้มน้าวให้เกิดความคิดที่ว่า สิ่งมีชีวิต อาจจะถือกำเนิดมาจากใต้ทะเลลึก ความแตกต่างอย่างมากของอุณหภูมิและความเข้มข้นของอ๊อกซิเจนตามขอบนอกของปล่องนำ้พุร้อนนี้ อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นมาได้ แต่จุดอ่อนของข้อสมมติฐานนี้มีอยู่ว่า สารอินทรีย์ที่เกิดขึ้นมา จะไม่สามารถคงตัวอยู่ได้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงขนาดนี้ แทนที่กรดอะมิโนจะมาต่อรวมกัน มันกลับจะแตกแยกตัวสลายไปด้วยความร้อน

อีกทฤษฎีหนึ่งตั้งอยู่บนข้อสันนิษฐานว่า สารอินทรีย์ประกอบตัวขึ้นท่ามกลางความหนาวเย็นในอวกาศ สารอินทรีย์ที่มีโมเลกุลสลับซับซ้อนและยืดยาว อาจจะก่อตัวขึ้นมาจากการแผ่รังสี จนเกิดปฏิกิริยาระหว่างพลาสม่าและโมเลกุลในบริเวณนั้น อุณหภูมิอันหนาวเย็น ก็จะช่วยสร้างความเสถียรให้สารอินทรีย์เหล่านี้คงอยู่ได้ไม่สลายไป ในทฤษฎี "เมล็ดพันธุ์จากอวกาศ" นี้ อธิบายว่า สารอินทรีย์เหล่านี้เกาะติดมากับอุกกาบาตหรือดาวหาง ที่ถล่มโลกในยุคแรกๆ แต่สมมติฐานนี้ มีจุดอ่อนตรงที่ สารอินทรีย์ จะรอดพ้นจากการเผาไหม้ในบรรยากาศมาได้อย่างไร เมื่อเทหวัตถุเหล่านี้ตกใส่โลก

จิม แค้สติ้ง (Jim Kasting) แห่ง Penn State Astrobiology Research Center ยังไม่จำนนต่อการล้มล้างทฤษฎี "บึงน้อยของดาร์วิน" ไปง่ายๆนัก เขากลับหันไปจำลองแบบด้วยคอมพิวเต้อร์ เพื่อหาผลลัพท์ของกระบวนการเคมีที่กระตุ้นด้วยแสง โดยกำหนดเงื่อนไขขึ้นใหม่ ให้เข้ากับข้อมูลใหม่ที่ว่า บรรยากาศโลกยุคนั้น มีสารประกอบของอ๊อกซิเจนอยู่มาก

"ความคิดของผมก็คือ หากบรรยากาศมีเมธเธนสักเล็กน้อย ก็พอจะทำให้ก่อเป็น โมเลกุลของไฮโดรเจนไซยาไนด์ อันเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่จะไขประตูไปสู่การสร้าง ทั้งกรดอะมิโนและนิวเคลอิคได้

สิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน ประกอบด้วยส่วนสำคัญ อันมีโมเลกุลสามอย่างคือ DNA เพื่อเก็บข้อมูลทางพันธุกรรม RNA เพื่อถ่ายทอดข้อมูลพันธุกรรม และโปรตีนที่เป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อนมาก กระนั้นก็ดี ในปี คศ 1989 Thomas Cech แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด และ Sidney Altman แห่งเยล ได้รับรางวัลโนเบล จากการแสดงให้เห็นว่า ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง RNA ไม่เพียงแต่ขยายพันธุ์ได้เอง แต่ยังสามารถเก็บสะสมข้อมูลทางพันธุกรรมได้เองอีกด้วย

พูดง่ายๆก็คือว่า RNA ทำได้ทุกอย่าง จึงเป็นที่เชื่อกันแล้วว่า สิ่งมีชีวิตชั้นตำ่มากๆในยุคแรกๆ เริ่มพัฒนามาจากช่วงที่มีแต่ RNA เท่านั้น

ถ้าจะนับเช่นนั้น ก็เลยเหลือว่า ส่วนประกอบหลักของสิ่งมีชีวิต นอกจากกรดอะมิโนแล้ว ก็คือสารประกอบที่สร้าง RNA ขึ้นมา คือ ribose ซึ่งเป็นนำ้ตาลอย่างหนึ่ง เกลือฟอสเฟต และด่างอีก 4 ชนิด adenine, cytosine, guanine และ uracil (ตัวสุดท้ายนี้แทนที่ thymine ใน DNA) ปัญหาก็อยู่ที่่ว่า เราจะหาส่วนประกอบสารอินทรีย์พวกนี้ ในบรรยากาศที่มีอ๊อกซิเจนอยู่ด้วย ได้หรือไม่ แค้สติ้งตอบว่า "ได้ หากเรามีก๊าซเม็ธเธนสักเล็กน้อยในบรรยากาศ"

แค้สติ้งอธิบายเพิ่มเติมว่า ribose นั้น ก็เป็นเพียง ฟอร์มาลดีไฮด์(นำ้ยาดองศพ) 5 โมเลกุลร้อยเรียงต่อกันเท่านั้นเอง เราจะสร้างฟอร์มาลดีไฮด์ได้ง่ายมาก หากมีคาร์บอนไดอ๊อกไซด์และแสงสว่าง เกลือฟอสเฟตก็มีอยู่แล้ว จากการผุพังของหินตามธรรมชาติ ส่วนด่างทั้งสี่ตัวนั้น ก็สังเคราะห์ได้จาก ไฮโดรเจนไซยาไนด์ ส่วนประกอบที่เราต้องการในที่นี้คือ ก๊าซเม็ธเธนเท่านั้น เพราะอย่างอื่นก็มีอยู่แล้ว

กุญแจสำคัญที่จะไขความสว่างให้ทฤษฎีบึงน้อยของดาร์วินก็คือ เราต้องหาให้ได้ว่า แหล่งของก๊าซเม็ธเธนจะได้มาจากไหน

แหล่งก๊าซเม็ธเธนนั้น มาจากใต้ทะเล ตามข้อสันนิษฐานของแค้สติ้ง จากภูเขาไฟใต้ทะเลที่พ่นก๊าซร้อนออกมาจากปล่องใต้ทะเลเหล่านี้ ในปัจจุบัน ข้อมูลจากปล่องไฟใต้ทะเลบอกให้เราทราบว่า ก๊าซที่ถูกพ่นออกมา ประกอบด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ถึง 99% และเป็นก๊าซเม็ธเธนอีก 1% ต่างจากส่วนประกอบของก๊าซจากภูเขาไฟบนดินอยู่เล็กน้อย และมันก็มีความเป็นไปได้ทางธรณีฟิสิกส์ว่า สมัยก่อนในยุคที่โลกเพิ่งเกิด ยังร้อนๆอยู่นั้น เปลือกโลกยังบางกว่าปัจจุบันนี้มาก ก็น่าเชื่อได้ว่า อาจจะพ่นก๊าซเม็ธเธนออกมามากกว่าข้อมูลที่ได้ในปัจจุบัน มากพอที่จะทำให้เกิดสารอินทรีย์ขึ้นมาได้

นี่ก็ไม่ใช่ข้อสรุปแน่นอนอะไรนัก เป็นเพียง "ความเป็นไปได้" เท่านั้น แต่ถ้ามันเกิดขึ้นได้จริงๆ เราก็ต้องมาหาคำตอบกันอีกว่า แล้วทำไมสิ่งมีชีวิตถึงเกิดขึ้นบนโลกเท่านั้น หากมันจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆอย่างนี้

อ้างอิง
Reflections From a Warm Little Pond By David Pacchioli, Penn State University
http://nai.arc.nasa.gov/index.cfm?page=warm_pond

(คนเขียนขอลาไปเกาหัวต่อค่ะ เพราะว่าอ่อนทั้งเคมีและชีวะ)


พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 37 ความเห็น, หน้า่ | -1- 2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 พ.ค. 2544 (10:48)
การทดลองของ มิลเล่อร์ และ อูรี่
15922
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 พ.ค. 2544 (10:49)
ภาพปล่องภูกเขาไฟใต้ทะเลที่พ่นก๊าซร้อนๆออกมาจากเปลือกโลก
15923
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 8 พ.ค. 2544 (10:51)
เปรียบเทียบ RNA กับ DNA
15924
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 พ.ค. 2544 (10:53)
RNA ส่งผ่านข้อมูลพันธุกรรมใน cytoplasm ของเซลล (นักชีวะกรุณาช่วยยืนยันให้หน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ)
15925
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 พ.ค. 2544 (10:55)
ผังโครงสร้างทางเคมี ถึงตรงนี้ตัวใครตัวมันแล้วค่ะ ดิฉันอ่อนเคมีกับชีวะ แหะๆ
15926
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 พ.ค. 2544 (10:56)
ด่าง adenine ค่ะ เรื่อง organic chem นี่ดิฉันใบ้นะคะ
15927
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 8 พ.ค. 2544 (18:28)
รูปที่ 2 เนี่ยก็ black smoking แหละคะ แปลออกมาแล้วยาวมากกก มีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยพลังงานจากแหล่งนี้ เรื่องมีเก็บไว้ เด๋วจะหาลิงค์ให้คะ
http://science.nasa.gov/headlines/y2001/ast13apr_1.html
กรณีของ RNA ในเซลสิ่งมีชีวิตอย่างคนเนี่ยมี 3 ประเภทคือ massanger ,ribosomal และก็ transfer RNA ในไวรัสหรือไวรอยด์บางชนิดจะมี RNA เป็นสารพันธุกรรมแทนที่จะเป็น DNA
ส่วนน้ำตาลที่รู้ๆจักกันอยู่ก็แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ น้ำตาลคีโตส(ketose)มีหมู่ที่แสดงคุณสมบัติของสารประเภทคีโตนกับน้ำตาลอัลโดส(aldose)แสดงคุณสมบัติของอัลดีไฮด์ ไรโบสก็เป็นอัลโดสอย่างหนึ่งคะ
คุณพวงร้อยคะ บางทีก็เรียกทับศัพท์ไปเถอะคะ adenine(A) C G U ก็เรียกรวมๆว่า nitrogenous base

rook (IP:203.146.64.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 พ.ค. 2544 (20:58)
ขอบคุณมากค่ะ คุณ rook ดิฉันแปลเรื่องนี้แล้วเหงื่อตกเลยค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 พ.ค. 2544 (22:35)
เอ๋อไปเลย +_+

Z-1 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 440 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 166 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 9 พ.ค. 2544 (06:08)
ทำไมเปิดลิงค์ของคุณ rook ไม่ได้ละครับ เดี๋ยววันหลังลองใหม่แล้วกัน

เรื่องสมมุติฐานที่ว่าชีวิตมาจากอวกาศนั้น
ผมเห็นมีข่าวที่ว่าสปอร์แบคทีเรียบางชนิดสามารถมีชีวิตอยู่ในอวกาศ
ได้เป็นเวลานาน หลายสิบปี หรืออาจจะเป็นร้อยปีหรือมากกว่าก็ได้
ในเมื่อมันทนต่อรังสีต่างในอวกาศก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะสามารถหลุดเขามาใน
บรรยากาศโลกได้ ผมรู้สึกว่า ที่บรรยากาศชั้นสูงๆของโลกก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
จะเป็นไปได้มั้ยครับว่า สมมุติมีอุกกาบาตที่บังเอิญมีเชื้อแบคทีเรียอยู่
พอกระทบบรรยากาศโลกแล้วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ระหว่างนั้นชิ้นเล็กๆบางชิ้น
ที่เล็กมากๆ ขนาดฝุ่นละอองทำนองนั้น อาจจะล่องลอยอยู่ในบรรยากาศชั้นสูง
แทนที่จะตกลงมาเผาใหม้ไปจากการเสียดสี แล้วเจ้าพวกแบคทีเรียเหล่านั้น
ก็เจริญเติบโตต่อไป หรือค่อยๆลดระดับลงมาเรื่อยๆ ทำนองนั้น
สมมุติฐานอันนี้มั่วเล่นๆ นะครับ

จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1412 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 241 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 พ.ค. 2544 (06:41)
เรื่อง hypothermal vent และ การทดลองที่เกิด amino acid ในสภาพจำลองของ hypothermal vent อ่านได้ที่นี่ค่ะ
http://nai.arc.nasa.gov/index.cfm?page=pyruvic

ส่วนเรื่องชีวิตจากอวกาศ จะรอดจากการเผาไหม้จนตกลงมาบนพื้นโลกได้อย่างไร เค้าก็เริ่มทำการทดลอง โดยนักวิทยาศาสตรเอาหินที่คล้ายอุกกาบาต ไปแปะติดไว้กับ heat shield ที่ส่งยานของรัสเซียกลับมายังพื้นโลก เพราะรัสเซียส่งยานกลับมาบ่อยจากสถานีอวกาศ โดยแปะไว้ทั้งด้านหน้าของ heat shield ที่จะได้รับความร้อนมากที่สุด และด้านหลัง ที่จะได้รับความร้อนจากบรรยากาศน้อยหน่อย เพื่อจะศึกษาการหลอมละลาย และสภาพอุณหภูมิว่า จะเกิดผลกับหินพวกนี้อย่างไร ขั้นต่อไป ก็จะทดลองเอาเชื้อจุลินทรีย์ประเภทอึดๆ ไปอัดใส่หินอุกกาบาตจำลอง แล้วไปแปะกับ heat shield เข้ามาอีก แต่คงยังอีกหลายปีกว่าจะได้ข่าวกันน่ะค่ะ การทดลองศึกษาเรื่อง astrobiology นี่เป็นสาขาวิชา หรือสหวิชา ใหม่ๆสดๆซิงๆ ยังไม่มีข้อสรุปมากนัก ข่าวที่ได้จัเป็นในทาง debate หาไอเดียดีๆมากกว่าค่ะ อ่านข่าวพวกนี้แล้ว เซลสมองพองโต มึนดีค่ะ หึหึ

รูปปล่องภูเขาไฟใต้ทะเลอีกรูปหนึ่งค่ะ
15928
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 พ.ค. 2544 (06:44)
อ้อ เรื่อง black smokers ดูได้ที่นี่ค่ะ
http://www.oceansonline.com/hydrothe.htm

เดี๋ยวว่างแล้วจะมาขยายความต่อนะคะ วันนี้ปวดหัวตึ๊บเลยค่ะ ขออภัยด้วย

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 11 พ.ค. 2544 (11:40)
RNA ส่งผ่านข้อมูลพันธุกรรมใน cytoplasm ของเซลล (นักชีวะกรุณาช่วยยืนยันให้หน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ)


คุณพวงร้อยเข้าใจถูกต้องแล้วละคะ
prokaryotes ( bacteria or ecoli ) เนื่องจากเซลล์ไม่ซับซ้อน
ไม่มีนิวเคลียส กระบวนการ transcription (DNA--> RNA) and translation (RNA --> Proteins)are occured in cytosol
BUT for eukaryotes ( สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือมนุษย์ ) transcription เกิดในนิวเคลียส
ส่วนกระบวนการ translation เกิดใน cytosol or cytoplasm ค่ะ

ตอบหน่อย (IP:129.22.7.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 11 พ.ค. 2544 (11:46)
คุณพวงร้อยถ้าอยากทราบข้อมูลแนะนำให้ไปอ่านหนังสือ
Biochemistry and Molecular Biology (Cells, Genes, and Genetics)ดูค่ะ
หนังสือ Molecular Bio เขียนอ่านไม่ยากนักเนื้อหาละเอียดมากๆ แถมมีรูปภาพประกอบ
อีกต่างหาก

คงช่วยให้หายสงสัยได้นิดหน่อยเอง เนื้อหาของ MOLECULAR BIO ตรงนี้ใช้เคมีน้อยมาก
จะเป็นพวกชีวะเสียมากกว่า เคมีก็พวก็ไม่ค่อยระดับลึกมากค่ะ รับรอง
คุณพวงร้อยถ้าได้ไปหาหนังสือมาอ่านแล้วจะสนุกกับมัน

ตอบต่อ (IP:129.22.7.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 12 พ.ค. 2544 (01:00)
ขอบคุณมากค่ะ ที่ช่วยมาให้ความกระจ่าง

แต่เรื่องให้ไปอ่านต่อนี่ ขอผ่านค่ะ หึหึ ชื่อพวกนี้อ่านยากยิ่งกว่าในหนังสือกำลังภายในอีก ดิฉันชอบชีวะเกี่ยวกับสัตว์ที่โตๆหน่อย แบบไม่ต้องส่องกล้องก็มองเห็นได้น่ะค่ะ พวกตัวเล็กๆแบบนี้อ่านแล้วง่วงนอนค่ะ ไม่มีหัวทางนี้เอาซะเลย ยิ่งพวก organic chem (ถ้าเป็น physical chem ยังพอกัดฟันไหว) นี่ โหย ใจมันไม่รักเอาเลยค่ะ แต่ขอบคุณที่แนะนำให้นะคะ คงมีคนอ่านอื่นๆที่ได้ประโยชน์มากกว่าดิฉันแน่เลย อิอิ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 12 พ.ค. 2544 (04:00)
อันที่จริงคุณพวงร้อยพูดมาก็มีส่วนถูกค่ะ การศึกษาในระดับเซลล์นั้น
เนื้อหาละเอียดมากๆ ยอมรับค่ะ ว่าวิชา Biochem & Molecular Bio
จำเยอะมากๆ ทรมานกว่า organic chem เสียอีก จนเคมีเป็นน้องไปเลย
เพราะจำไม่ไหว แต่ว่า ให้ทิปนิดเวลาอ่านมัน ก็อ่าน concept หลักๆ
ให้ได้แล้วเข้าไป details ค่ะ วิชานี้ยังมีเนื้อหาจำเยอะมากซึ่งต่างจาก
เคมี ORGANIC CHEM เนี่ยบางคนบอกจำเยอะแต่จริงๆมันเป็นวิชา
ความเข้าใจมากกว่า ความจำก็ใช่ แต่ถ้าเข้าใจแล้วไม่ต้องท่อง REACTION
เท่าไหร่เลย โอยเริ่มนอกเรื่อง เห็นคุณพวงร้อยพูดเรื่องวิชาเราก็เลยเอาบ้าง

คนเขียนก็ชอบ PHYSICAL CHEM :) ค่ะ แล้วพอมารวมกับ
BIO ( เล็กๆไม่เท่ากับไปเรียนสาขา ชีวเคมีโดยตรงเพราะชีวเยอะมากรายละเอียด อ่านจนอ้วกเวลาสอบที :)
มันจะน่าสนใจมากๆเลยค่ะ ศึกษาวิชาชีวระดับเซลล์และโปรตีนโดยใช้หลักการทาง
เคมี (physical chem ) เอาเป็นว่าคุณพวงร้อยไม่อยากอ่านต่อก้ไม่เป็นไรค่ะ
แต่เดี๋ยวนี้คนที่ชอบทาง พีเค็มหันมาทำ ไบโอฟิสิกส์หรือ ไบโอเค็มกันเยอะนะคะ
มันก็ลิงส์ๆกันไปหมดแหละค่ะ แยกค่อนข้างยากแต่ขึ้นอยู่กับว่า
งานวิจัยของเรา จะเน้นตรงไหนมากกว่ากัน

ตอบสุดท้าย (IP:129.22.7.147)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 17 พ.ค. 2544 (21:51)
ดิชั้นกลับชอบ biochem มากกว่า เรื่อง procaryote กับ eucaryote ความแตกต่างอย่างง่ายๆที่เช้าใจกันก็คือ อย่างแรกจะไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส เพราะฉะนั้นโครโมโซมจะอยู่กระจัดกระจายใน cytoplasm การถอดรหัส(transcription) เลยทำได้ในไซโตพลาซึม

rook (IP:203.146.64.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 18 พ.ค. 2544 (18:33)
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำอิ๊กซี เพราะจะนำไปประกอบการทำรายงานค่ะ

บิว (IP:203.151.39.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 18 พ.ค. 2544 (20:39)
ดิฉันไม่ทราบด้วยซำ้ว่า "อิ๊กซี" คืออะไร ลองไปถามดูที่ห้องเด็กวิทยดูซีคะคงมีคนช่วยได้ค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 20 พ.ค. 2544 (19:16)
อยากรู้เรื่อง อิ๊กซี่ ลองไปหาอ่านดูที่นิตยสาร Update น่ะคับ :)

Hexose (IP:203.150.6.25)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.