"ไฮโดรโปนิกส์" (Hydroponics)

ไฮโดรโปนิกส์" (Hydroponics)


การปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน..จากโรงเรือนสู่โครงการอาหารกลางวัน




ปัจจุบันกระแสการหันมาใสใจในสุขภาพของคนไทยมีมากขึ้นเป็นลำดับ ผักปลอดสารพิษ ผักกางมุ้ง และผักไฮโดรโปนิกส์ จึงเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างแล้ว สีสันยังดูน่ารับประทาน และรสชาติดีอีกด้วย


ณ วันนี้ ผักไฮโดรโปนิกส์ นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสุขภาพคนไทยแล้ว ยังจะเป็นหนึ่งในโครงการอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในชุมชนใกล้เคียงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) ที่อาจารย์อารักษ์ ธีระอำพน อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ได้วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ลงไปสู่โรงเรียน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการศึกษาของชุมชน และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เทคโนโลยีและการจัดการที่ใช้ปลูกยังจะช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้ รวมถึงกระตุ้นความสนใจในวิทยาศาสตร์อีกด้วย








"ไฮโดรโปนิกส์" (Hydroponics) คือการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน โดยหลักการแล้ว มี 2 แบบ คือ การปลูกในน้ำ ซึ่งบริเวณรอบๆ รากของพืชเป็นของเหลว และการปลูกในวัสดุแข็ง เช่น แกลบ ทราย ขุยมะพร้าว หินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นวัสดุปลูกที่ไม่ได้ให้ธาตุอาหารกับพืชแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นวัสดุที่ช่วยค้ำและพยุงรากนั่นเอง






ในอดีต กระแสความนิยมของการปลูกพืชแบบนี้เป็นไปเนื่องเพราะความพยายามของบริษัทนำเข้าอุปกรณ์การปลูกมากกว่าจะเป็นกระแสบริโภคนิยมอย่างแท้จริง ทำให้ผักไฮโดรโปนิกส์ซบเซาไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ด้วยคนไทยหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น กระแสการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจากผู้บริโภค เกิดตลาดรองรับ และแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็เล็งเห็นความสำคัญของการขยายตัว จึงให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการลงทุนด้านนี้ ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาทำมากขึ้น ก่อให้เกิดรูปแบบ เทคนิค และเทคโนโลยีในการผลิตที่หลากหลายขึ้น กลายเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคตามมา






อาจารย์ อารักษ์กล่าวว่า พืชที่นิยมปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ กว่า 90 % เป็นประเภทพืชผักที่ใช้รับประทานในชีวิตประจำวัน อาทิ ผักสลัดหรือผักกาดหอมต่างประเทศ ในอดีตที่ต้องนำเข้ากิโลกรัมละหลายร้อยบาท แต่ปัจจุบันสามารถลดการนำเข้าได้เกือบ 100 % นอกจากนี้ยังเป็นพืชผักประเภทกลุ่มผักตะวันออก เช่น คะน้า กว้างตุ้ง คะน้าฮ่องกง ผักกาดขาว เป็นต้น ซึ่งปรากฏว่ามีคนสนใจเริ่มมาทำตรงนี้มากขึ้น และมีผลตอบรับค่อนข้างดี พืชผักกลุ่มนี้ก็ตอบสนองต่อระบบนี้ได้ดี ตลาดกว้างขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผักต่างประเทศกลุ่มเดียวเท่านั้น พืชผักที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง เช่น แตงเทศหรือแตงแคนตาลูป ที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยกำลังผลิตอยู่ ซึ่งหากปลูกในสภาพแวดล้อมปกติจะต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก มีสารพิษตกค้าง ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่หากปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ รวมทั้งสามารถควบคุมคุณภาพได้ด้วย และแม้แต่พืชผักและพืชสมุนไพร เช่น สะระแหน่ วอเตอร์เครส หญ้าปักกิ่งหรือหญ้าเทวดา ก็สามารถตอบสนองต่อระบบไฮโดรโปนิกส์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหญ้าเทวดา พบว่าให้ผลผลิตสูงมากเมื่อเทียบต่อตารางพื้นที่ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา"






ส่วนวิธีการจัดการการดูแลผักไฮโดรโปนิกส์ ต้นทุนส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงเรือนและวัสดุปลุกซึ่งค่อนข้างสูง นอกจากนี้สภาพแวดล้อมของเมืองไทยยังไม่เหมาะสม และงานวิจัยทางด้านนี้ยังมีน้อย "…การจะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ พืชบางชนิดจำเป็นต้องปลูกในโรงเรือน เช่น แคนตาลูป ซึ่งมีแมลงศัตรูมาก การปลูกในโรงเรือนช่วยกันแมลง กันฝน กันสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงสามารถลดการใช้สารเคมีได้เกือบ 100 % ขณะเดียวกันการปลูกสลัดก็ไม่จำเป็นต้องใช้โรงเรือน เพราะเป็นพืชที่แทบจะไม่มีแมลงศัตรู เป็นต้น ดังนั้นผมคิดว่าจะใช้โรงเรือนหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชมากกว่า เพราะการจัดการโรงเรือนและวัสดุปลูกเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูง โดยฝ่ายวิเคราะห์ต้นทุนของธนาคารกสิกรไทย พบว่า การจัดการโรงเรือนเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณที่ลงไป แต่ถือว่าเป็นงบลงทุนซึ่งมีผลในระยะยาว ในระดับมหาวิทยาลัยเราเน้นว่าการจัดการควรเป็นเทคโนโลยีแบบง่ายๆ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด และพัฒนาระบบและเทคโนโลยีของเราเองขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ประเพณีหรือวัฒนธรรมของเรา พยายามลดต้นทุนในด้านต่างๆ เช่น หาวัสดุปลูกในประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าจุดคุ้มทุนเป็นอย่างไรในการลงทุน การลงทุนในครั้งแรกอาจจะแพงกว่าการปลูกในดินแต่ในระยะยาวหรือภายใน 1 ปี ก็สามารถคืนทุนได้ ฉะนั้นจึงไม่เป็นปัญหาว่าจะเกิดการล้มเหลว แต่มีข้อแนะนำคือหากจะเริ่มก็ไม่ควรเริ่มต้นจากโครงการใหญ่ๆ ต้องลองจากขนาดเล็กๆ ก่อน เพื่อให้รู้จักวิธีการจัดการ เทคโนโลยี รวมถึงมีความเชี่ยวชาญก่อน เมื่อมั่นใจแล้วจึงขยายออกไป"






ท่ามกลางกระแสบริโภคนิยม สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงได้ยากก็คือกระแสของการคัดค้าน ซึ่งเหมือนสองด้านของเหรียญอันเดียวกันที่มองต่างมุม "…มีข้อมูลเชิงลึกที่ถกเถียงกันในระดับนานาชาติ ก็คือ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าไฮโดรโปนิกส์ใช้ปุ๋ยเคมี ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ออกมาบอกว่าน่าจะมีสารตกค้างในพืช โดยเฉพาะสิ่งที่กลัวกันที่สุดคือปุ๋ยเคมีที่เป็นพวกไนโตรเจนไนเตรท ว่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพคนโดยตรง แต่ทางไฮโดรโปนิกส์ ก็แย้งว่าถ้าคุณมีความรู้ทางด้านวิชาการ จะรู้ว่าการตกค้างของสารไนโตรเจนไนเตรทแทบจะไม่มีเลย หรือมีก็ไม่อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เราใช้ปุ๋ยเคมีจริง แต่คนที่กินผักไม่ได้กินสารเคมีโดยตรง เพราะว่ามันต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน เปลี่ยนสภาพมาเป็นเนื้อเยื่อเป็นอะไรต่างๆ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าเราสามารถตอบคำถามตรงนี้ได้ และในฐานะนักวิชาการที่คลุกคลีอยู่ ผมยืนยันได้ว่าปลอดภัยแน่นอน ไม่ต้องกลัวเรื่องสารพิษตกค้าง ไม่มีแน่นอนคน เพราะฉะนั้นคนที่ทำไฮโดรโปนิกส์จึงไม่กังวลกันมากนักถ้าต้องสู้กันด้วยหลักฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าเป็นเรื่องของกระแสการบลั๊พกันก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสภาพความเป็นจริง ก็ต้องให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินว่าจะเชื่อฝ่ายไหน"






การปรับแปลง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ชุมมชนถือเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่สำคัญของมหาวิทยาลัย โดยอาจารย์อารักษ์ได้เริ่มเข้าไปมีบทบาทในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาการวิจัยไปสู่ชมชนโดยรอบ ด้วยการเข้าไปส่งเสริมให้โรงเรียนได้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เพื่อเป็นโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน "…โครงการนี้เกิดจากการที่เราทำวิจัยได้ระดับหนึ่ง โดยเริ่มจากการทำวิจัยที่เน้นเป็นเชิงธุรกิจขนาดเล็กที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจขนาดเล็กและเกษตรกรผู้สนใจ เป็นการหาคำตอบในทุกๆ ด้าน เช่น ต้นทุน เทคโนโลยี ซึ่งมีผู้สนใจมาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้โรงเรียนต่างๆ ก็สนใจจะทำผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ยังขาดความรู้และเทคโนโลยี จึงมีการประสานงานและศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น ปรากฏว่า โรงเรียนต่างๆ ให้ความสนใจ เบื้องต้นในภาคการศึกษาที่ 1/2544 เราเข้าไปส่งเสริมจำนวน 20 โรงเรียนในเขตอำเภอด่านขุนทดก่อน โดยการสำรวจ รับทราบปัญหาและอุปสรรค อบรมครูและผู้บริหารเพื่อถ่ายทอดต่อให้นักเรียน ผลิตวีดีทัศน์เพื่อให้สามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ ผลิตชุดปลูกเริ่มต้นแจกฟรี หลังจากนั้นจะติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ ว่าสิ่งที่ได้อบรมถ่ายทอดไป เมื่อโรงเรียนไปทำเองผลเป็นอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยได้รับการสนับสนุนจาก สวทช.






"โครงการนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมโครงการอาหารกลางวันแล้ว ยังเป็นการให้เด็กได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปด้วยอีกทางหนึ่ง ที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้จริง ได้เรียนรู้ ทดลองทำ ได้ประสบการณ์ สนุกที่จะเรียนรู้ และเกิดความสนใจในวิทยาศาสตร์ในที่สุด นอกจากนี้ ยังจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน มีการเชื่อมโยงกับชุมชน นอกจากนี้ผลพลอยของโครงการนี้ ต่อไปหากโรงเรียนอื่นๆ สนใจก็อาจไปศึกษาจากโรงเรียนในโครงการได้ รวมถึงโรงเรียนเองอาจทำหน้าที่เป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร โดยที่มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเท่านั้น ก็จะเป็นประโยชน์หลายต่อ สำหรับหน่วยงานหรือผู้สนใจข้อมูลทางด้านไฮโดรโปนิกส์เรายินดีให้คำปรึกษาเต็มที่" อาจารย์อารักษ์กล่าวในที่สุด






ในยุคของการพึ่งพาเทคโนโลยี เราคงปฏิเสธไม่ได้ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไฮโดรโปนิกส์ก็เช่นเดียวกัน อาจดูใหม่และไกลเกินเอื้อมสำหรับบางคน แต่ ณ วันนี้ เทคโนโลยีนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมันกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการบ่มเพาะและพัฒนาเยาวชนของชาติให้เข้าสู่ขั้นตอนของการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริง รวมถึงการเชื่อมโยงชุมชนและโรงเรียนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป…


ความคิดเห็นที่ 1 

winzip (Guest)
4 ก.ค. 2544 13:58
  1. พี่ๆขยันอีกแล้ว วิธีนี้เคยทำตอนเรียนLapชีวะแล้วครั้งนึงน่าสนใจตรงที่ไม่ต้องใช้ดิน



ความคิดเห็นที่ 2

การ์ตูน (Guest)
17 ก.ค. 2544 13:13
  1. ขอเสริมเรื่องชื่อ hydroponics หน่อยครับ ศัพท์คำนี้ถูกใช้เป็นครั้งแรกในการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคการปลูกอื่นๆ ขึ้นมาอีกหลายเทคนิค การปลูกพืชไม่ใช้ดิน ควรใช้คำว่า soilless culture ซึ่งแบ่งย่อยเป็น 3 เทคนิคใหญ่ๆ คือ


    1. hydroponics


    2. aeroponics


    3. aggregate culture




    ดังนั้น hydroponics จึงเป็นเพียงการปลูกพืชไม่ใช้ดิบแบบหนึ่งเท่านั้น



ความคิดเห็นที่ 3

aris.r@chaiyo.com (Guest)
25 มิ.ย. 2545 14:34
  1. การปลูกพืชไม่ใช้ดินเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยนะคะ แต่อยากทราบแหล่งข้อมูลที่เป็นหนังสือที่ใช้ในการอ้างอิง เพื่อทำงานสัมมนา เป็นวิชาเรียนของนักศึกษาปี 4 พอจะหาได้ที่ไหนบ้างคะ



ความคิดเห็นที่ 5

carrot_sk@yahoo.com (Guest)
19 ก.พ. 2546 16:00
  1. อยากได้ข้อมูลการปลูกผัก แบบนี้เพิ่มเติมนะค่ะ คุณพ่อสนใจนะค่ะ ใครให้ข้อมูลได้ขอบคุณนะค่ะ ทั้งวิธีการปลูก วัสดุที่ใช้ ราบละเอียด ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ต้องขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าค่ะ



ความคิดเห็นที่ 6

การ์ตูน (Guest)
25 มี.ค. 2546 12:19
  1. ระบบการปลูกแบบ ไฮโดรโปนิคนี้เหมือนกับวิธี Floating Hydroponic Systemหรือไม่ช่วยบอกหน่อย



ความคิดเห็นที่ 7

pornchai.janr@chaiyo.com (Guest)
25 มี.ค. 2546 12:49
  1. ผมได้รับความรู้ใหม่มาว่าแถวภาคตะว้นออกเฉียงเหนือ

    มีการปลูกพืชชนิดหนึ่งชื่อสบู่ดำซึ่งเราสามารถนำมา

    สกัดเป็นน้ำมันที่สามารถนำไปใช้ในรถยนต์ได้ถึงแม้จะ

    ไม่ใช่พืชที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินก็ตามแต่ผมก็เชื่อว่าคงจะ

    สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แน่ถ้านักวิชาการไทยสนใจ

    จริงๆผมว่าเราคงจะประหยัดน้ำมันได้เยอะวิธีง่ายๆคือ

    พืชชนิดนี้สามารถปลูกได้โดยไม่ใช้ดินเช่นในประเทศ

    เวเนซูเอลาปรับปรุงปลูกโดยไม่ใช้ดินและสามารถนำ

    มาสกัดเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้



ความคิดเห็นที่ 8

sale@puithai.com (Guest)
25 พ.ค. 2546 18:05
  1. แนะนำweb ;

    http://www.puithai.com



ความคิดเห็นที่ 9

savan_11@thaimail.com (Guest)
25 พ.ค. 2546 21:37
  1. ก็น่าสนใจมากๆ สำหรับคนรักสุขภาพ และว่างงาน



ความคิดเห็นที่ 10

kahumi@thaimail.com (Guest)
27 พ.ค. 2546 23:57
  1. แม้ว่า Hydroponics จะเป็นโครงงานที่น่าสนใจก็ตามแต่พวกคุณจะสะดุดกับคำถามของอาจารย์ที่คุณจะสเนอโครงงานนี้ คือ คุณจะหาวสารละลายแร่ธาตุได้จากไหนเพียงแค่นี้พวกคุณก็ล้มเหลวแล้วตามปกติสารละลายแร่ธาตุจะเป็นอะไรที่ผลิตขึ้นมาเองโดยเป็นการลงทุนที่ใ้ชต้นทุนสูงมาก แบบว่าเราใช่แค่นิดเดียวแต่ต้องซื้อมาทั้งหมดอืมใครรู้วิธีหาสารละลายแร่ธาตุแบบง่ายๆๆบอกด้วยน่ะ แต่อย่าคิดซื้อที่จตุจักรหล่ะรับรองล้มเหลวแน่เพราะมีคนเคยทำมาแล้ว make data สุดฤทธิ์เพราะมันไม่ได้ผล



ความคิดเห็นที่ 11

webmaster@bangsaiagro.com (Guest)
3 มิ.ย. 2546 14:51
  1. แปลงสาธิตจริง การใช้เทคโนโลยีการเกษตร

    ไฮโดรโปนิกส์มาช่วยในการปลูกผักปลอดสารพิษ



    ดูข้อมูล และภาพได้ที่



    http://www.bangsaiagro.com



ความคิดเห็นที่ 12

bangsaiagro.com (Guest)
3 มิ.ย. 2546 14:53
  1. แปลงสาธิตจริง การใช้เทคโนโลยีการเกษตร

    ไฮโดรโปนิกส์มาช่วยในการปลูกผักปลอดสารพิษ



    ดูข้อมูล และภาพได้ที่



    http://www.bangsaiagro.com



ความคิดเห็นที่ 13

junjiko (Guest)
1 ส.ค. 2546 21:02
  1. อยากติดต่ออาจารย์อารักษ์ เพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ท่ไหนคะ



ความคิดเห็นที่ 14

g4628098@cm.edu (Guest)
18 ส.ค. 2546 15:31
  1. อยากทราบว่ามีการใช้ไฮโดรโปนิกส์กับไม้ผลที่ไม่ใช่พืชผักอย่างมะเขือเทศบ้างไหมคะ ต้องการข้อมูลโดยละเอียดมากค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้าเป็นอย่างยิ่ง



ความคิดเห็นที่ 15

tcthipyuth@yahoo.com (Guest)
20 ส.ค. 2546 07:46
  1. ผมพอมีรายละเอียดอยู่บ้าง ไปอบรมกับอาจารย์อารักษ์มา

    พอแนะนำได้ 09 1305411 ทิพ



ความคิดเห็นที่ 16

aob@thaimail.com (Guest)
29 ม.ค. 2547 17:17
  1. อยากทราบว่าการปลูกพืชแบบไฮโดโปรนิกจะไม่มีแมลงรบกวนเลยเพราะว่าอะไรเหรอครับ



ความคิดเห็นที่ 17

tcthipyuth@yahoo.com (Guest)
5 ก.พ. 2547 09:59
  1. ที่ผมปลูกอยู่ก็มีแมลรบกวนบ้างครับ แต่น้อยส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มาทางอากาศครับ ( บินมา ) เราป้องกันได้โดยกางมุ้ง แต่สำหรับผมใช้กาวเหนียวดักแมลงครับ และถามผู้รู้ทราบว่าศัตรูพืช มากกว่าร้อยละ 80 มาทางดินครับ



ความคิดเห็นที่ 18

ppppppp (Guest)
4 มี.ค. 2547 19:11
  1. ถ้าใช้ดินแทนวัสดุปลูก ให้น้ำและปุ๋ยโดยใช้ระบบน้ำหยด ผลที่ได้ผักมีการเจริญเติบโตมากกว่า ใช้วัสดุปลูกต่าง ๆ



ความคิดเห็นที่ 19

bangsaiagro.com (Guest)
18 มี.ค. 2547 20:52
  1. เว็บเผยแพร่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรยุคใหม่





    ความภูมิใจของคนไทย - การปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินเป็นวิทยาการทางวิทยาศาสตร์และศิลปะผสมกันที่สามารถใช้ปลูกพืชได้ในทุกสถานที่โดยไม่มีขอบเขตจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกจำนวนน้อยเพื่อบริโภคในครัวเรือนหรือการผลิตเชิงธุรกิจ

    เป็นวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการสำหรับผู้ปลูกที่มีพื้นที่ปลูกน้อย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัทศูนย์เกษตรกรรมบางไทร จำกัด โทร 02 9466056 - 7, แฟกซ์ 02 9466058



    ท่านสามารถแวะชมตัวอย่างภาพแปลงปลูกจริงในไทยได้ที่



    http://www.bangsaiagro.com/



ความคิดเห็นที่ 20

sakjeerat@yahoo.com (Guest)
23 มี.ค. 2547 12:45
  1. การปลูกพืชในสารสารละลายโดยไม่ใช้ดินแบบอินทรีย์มีทางเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด มีข้อจำกัดในเรื่องธาตุอาหารที่พืชต้องการใช้ในการเจริญเติบโตไหม (พืชจะโตหรือเปล่า)



ความคิดเห็นที่ 21

อยากรู้ (Guest)
10 มิ.ย. 2547 15:49
  1. ไม้ดอกที่ทำไฮโดรโปนิกส์ ที่ทำให้มีรายได้ดีดีต่อเสษรฐกิจในปัจจุบันนี้มีอะไรบ้างค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น