|
การเพาะพันธุ์ปลาบึกในบ่อเลี้ยง แห่งแรกของโลก
โพสต์เมื่อ:
11:37 วันที่ 23 พ.ค. 2545 ชมแล้ว:
34,504
ตอบแล้ว:
4
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ก.ค. นายธำมรงค์ ประกอบบุญ อธิบดีกรมประมง ได้เปิดแถลงข่าวถึงความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาบึกว่า การเพาะพันธุ์ปลาบึกจากพ่อแม่พันธุ์ ในบ่อเลี้ยงที่นักวิชาการกรมประมงทำได้สำเร็จครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของโลก ที่ยังไม่เคยมีประเทศไหนทำได้มาก่อน เป็นความสำคัญ ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของโลก เนื่องจากปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และใกล้จะสูญพันธุ์ ลงแล้ว โดยในปีที่ผ่านมาไม่สามารถจับปลาบึกจากแม่น้ำโขงได้เลย ซึ่งเป็นที่คาดว่าปลาบึกลดจำนวนน้อยลงเต็มที และอาจจะสูญพันธุ์ได้ ความสำเร็จครั้งนี้นอกจาก เป็นการดำรงความหลากหลายทางธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการสร้างแหล่งอาหารของโลก เพราะปลาบึกเป็นปลาขนาดใหญ่ที่คนนิยมบริโภค ให้ปริมาณเนื้อมาก ในแง่เศรษฐกิจประเทศไทยจะได้สัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ เพราะเป็นปลาที่เจริญเติบโตเร็ว สามารถนำไปส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงได้ในอนาคต
นายเสน่ห์ ผลประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรประมง และเป็นผู้ที่ได้ร่วมกับทีมงานเพาะพันธุ์ปลาบึกจนประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ ปลาบึกจากพ่อแม่พันธุ์ธรรมชาติเป็นครั้งแรกของโลก เปิดเผยว่า ปลาบึกที่นำมาเพาะพันธุ์ในครั้งนี้เป็นปลาบึกรุ่นลูก ที่ได้จากการเพาะพันธุ์ปลาบึกธรรมชาติที่จับได้จากแม่น้ำโขงเมื่อ 17 ปีที่แล้ว โดยนำมาเลี้ยงไว้ในบ่อดินที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาตั้งแต่ปี 2526 หลังจากเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว จึงนำมาเพาะพันธุ์เพื่อให้ได้ปลาบึกรุ่นหลาน ซึ่งนักวิชาการกรมประมงได้นำปลาบึก ตัวดังกล่าวมาเริ่มทำการเพาะพันธุ์ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 44 โดยได้ฉีดฮอร์โมนผสมเทียมกับปลาบึก 3 ครั้ง แต่มาประสบความสำเร็จในครั้งที่ 3 โดยสามารถรีดไข่ได้น้ำหนัก 1,200 กรัม เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 44 และนำมาผสมกับน้ำเชื้อก่อนนำไปเพาะฟักจนติดถึงร้อยละ 85 ได้ลูกปลาฟักเป็นตัวถึง 350,000 ตัว นายเสน่ห์กล่าวอีกว่า นอกจากสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาจะประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ ปลาบึกแล้ว ที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่ก็ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาบึกเช่นกัน แต่ได้ลูกปลาบึกแค่ 5,000 ตัว สาเหตุที่ได้ลูกปลาบึกน้อยกว่าที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยานั้น เนื่องจากที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีน้ำเชื้อของพ่อปลา จึงต้องนำน้ำเชื้อจากสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาไป ทำให้ประสิทธิภาพของน้ำเชื้อที่นำมาผสมลดลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ลูกปลาบึกซึ่งถือเป็นรุ่นหลานมีอัตราการรอดชีวิตเฉลี่ยประมาณ 35% มีสุขภาพแข็งแรงดี ลูกปลามีความยาวประมาณ 2 ซม. อธิบดีกรมประมงกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการจดสิทธิบัตรอยู่ และจะได้รายงานให้ทาง "ไซเตส" ซึ่งเป็นอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศ ที่ห้ามทำการค้าขายสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และปลาบึกก็อยู่ในบัญชีรายชื่อนั้นด้วย โดยจะรายงานให้ไซเตสได้ทราบว่า ขณะนี้ประเทศไทยสามารถ เพาะพันธุ์ปลาบึกรุ่นหลานได้แล้ว ดังนั้น ในอนาคตประเทศไทยก็สามารถ ที่จะส่งออกปลาบึกไปขายยังต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งนิยมบริโภคปลาบึกกันมาก และต่อไปจะส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงเป็น สัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ได้ เพราะเป็นปลาโตเร็ว มีเนื้อมาก ขายได้ราคาดี ราคาที่ขายอยู่ในท้องตลาดภายในประเทศขณะนี้ กิโลกรัมละประมาณ 300-400 บาท ส่วนไขมันของปลาก็สามารถนำมาทำเครื่องสำอางได้ จำนวน 4 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 4 ก.ค. 2544 (15:13) กรมประมง สุดเจ๋ง! เพาะพันธุ์ปลาบึกรุ่นหลานในบ่อดินสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ได้ลูกปลาบึกวัยอ่อนเกือบครึ่งแสนตัว อธิบดีกรมประมง "ธำมรงค์ ประกอบบุญ " ยิ้มแก้มบานนำลูกปลาออกโชว์ วาดฝันปลาบึกจะเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญฯ เผยขั้นตอนการเพาะพันธุ์แบบหมดเปลือก. จากกรณีนายเสน่ห์ ผลประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรประมง กรมประมง ได้นำลูกปลาบึก เกิดจากพ่อแม่พันธุ์ที่จะจับได้ในแม่น้ำโขง มาเลี้ยงไว้ในบ่อดินจนมีอายุครบ 17 ปี จึงนำมาเพาะพันธุ์เพื่อให้ได้ลูกปลาบึกรุ่นหลาน ทั้งนี้หากประสบผลสำเร็จถือว่า เป็นความสำเร็จจากการเพาะเลี้ยง และเป็นการอนุรักษ์อย่างถาวร รวมทั้งยังเป็นหลักประกันได้ว่า ปลาบึกจะไม่สูญพันธุ์ไปจากโลก อย่างไรก็ตามแม้ว่าปลาบึกเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎอนุสัญญาว่า ด้วยการค้าระหว่างประเทศ ชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) แต่เมื่อสามารถเพาะพันธุ์ถึงรุ่นหลานได้ จะสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้อีกด้วย ที่กรมประมง เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 ก.ค.นายธำมรงค์ ประกอบบุญ อธิบดีกรมประมง แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการเพาะพันธุ์ปลาบึกรุ่นหลายว่า กรมประมง ได้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาบึก จากพ่อแม่พันธุ์ในบ่อเลี้ยงเป็นครั้งแรกของโลก และเป็นความสำเร็จที่สำคัญ ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของโลก เนื่องจากปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกและใกล้จะสูญพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างแหล่งอาหารของโลกอีกด้วย เพราะปลาบึกเป็นปลาขนาดใหญ่ที่บริโภคได้และให้ปริมาณเนื้อมาก จึงเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ปลาบึก จะเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทยของแน่นอน "สำหรับปลาบึกที่เพาะพันธุ์ได้ในครั้งนี้ เป็นปลาบึกที่เลี้ยงไว้ในบ่อดินที่สถานีประมงน้ำจืด จ.พะเยา โดยนายยงยุทธ อุนากรสวัสดิ์ หัวหน้าสถานีฯ และทีมงาน ทำการรีดไข่จากแม่พันธุ์ปลาบึกจำนวน 1 ตัวได้ไข่หนัก 1,200 กรัม นับเป็นไข่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด และเมื่อนำมาผสมกับน้ำเชื้อ ได้ลูกปลาวัยอ่อน ยาว 2 เซ็นติเมตร จำนวน 350,000 ตัว ในขณะเดียวกันที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืด จ.เชียงใหม่ ได้ประสบผลสำเร็จเช่นกัน โดยได้ลูกปลาบึกวัยอ่อนจำนวน 5,000 ตัว สำหรับสาเหตุที่ได้ลูกปลาน้อยนั้น เนื่องจากมาที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืด จ.เชียงใหม่ ไม่มีน้ำเชื้อของพ่อปลา จึงต้องนำน้ำเชื้อจากสถานีประมงน้ำจืด จ.พะเยา มาใช้จึงทำให้ประสิทธิภาพลดลง" อธิบดีกรมประมง กล่าว ด้านนายเสน่ห์ ผลประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากรประมง ผู้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาบึกจากพ่อแม่ธรรมชาติครั้งแรกของโลก เมื่อปี 2526 เปิดเผยว่า การเพาะพันธุ์ปลาบึกในครั้งนี้ เริ่มทดลองครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.โดยนำปลาบึก 1 คู่มาฉีดฮอร์โมนและเก็บน้ำเชื้อตัวผู้ไว้ ครั้งที่ 2 ทดลองกับแม่พันธุ์ได้ไข่เล็กน้อย จนกระทั่งวันที่ 18 มิ.ย.นำแม่ปลาบึกที่มีความพร้อม 2 ตัวขนาด 54 และ 48 กิโลกรัม มาฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ ผลปรากฏว่าแม่ปลาตัวแรกสามารถรีดไข่ได้ถึง 1,200 กรัมจากนั้นำไปผสมกับน้ำเชื้อและนำไปเพาะฟัก โดยมีอัตราการผสมติดประมาณรอ้ยละ 85 จึงได้ลูกปลารวม 350,000 ตัวดังกล่าว. Dailynews. Thailand (IP:131.111.8.68) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 4 ก.ค. 2544 (15:26) น่าสนใจๆ ปลาบึกนี่อายุขัยเฉลี่ยสักเท่าไหร่ครับ ? ถ้าโตเต็มที่แล้วจะหนักสักกี่กิโลครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 พ.ค. 2545 (23:37) ไม่ทราบว่าอัตราการเจริญเติบโตของปลาบึกในบ่อดิเปรียบเทียบกับธรรมชาติ(ในแม่นำโขงต่อปีของอายุปลา)มีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร shine_th@thaimail.com (IP:202.12.97.44) เรามีอาหารถูกปากรับประทานแล้ว ปลาบึกจะทำลาบทำต้ม ผัด หรืออะไรก็อร่อย หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |