คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
สืบจากศพ(ดึกดำบรรพ์) - ใครฆ่าลุงไอ๊ซ์
โพสต์เมื่อ: 11:10 วันที่ 28 ส.ค. 2545         ชมแล้ว: 22,332 ตอบแล้ว: 19
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน คศ ๑๙๙๑ นักไต่เขาชาวออสเตรียนสองคน ได้พบศพชายโผล่ขึ้นมาจากธารน้ำแข็ง บนยอดเขา ออซตาล ในเทืิอกเขาแอลป์ช่วงพรมแดนระหว่างประเทศออสเตรียกับประเทศอิตาลี เมื่อหน่วยกู้ภัยและฝ่ายนิติเวชวิทยามาสำรวจอย่างละเอียด หลังจากศพได้ละลายออกมาจากธารนำ้แข็งบ้างแล้ว จึงได้ทราบว่า เป็นซากมัมมี่ของมนุษย์ยุคหินที่เก่าแก่ที่สุด ที่เคยพบมาในสภาพสมบูรณ์เช่นนี้ ในช่วงแรก นักวิทยาศาตร์เรียกมัมมี่ชายนี้ว่า Iceman และมหาวิทยาลัยอินสบรุ๊คแห่งประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้เก็บรักษาและทำการวิจัย ซากมัมมี่แรกที่ค้นพบโดยมีอุปกรณ์เครื่องใช้ และเสื้อผ้าอย่างสมบูรณ์ เป็นครั้งแรกที่ช่วยให้เราได้เห็นตัวอย่างของเครื่องมือทำมาหากิน และเสื้อผ้าของมนุษย์ยุคนั้นเป็นครั้งแรก

แต่ทางการอิตาลีได้ประท้วงว่า ซากมัมมี่ของ ไอซ์แมน ตกอยู่ในพรมแดนของตน หลังจากต่อรองยืดเยื้อกันหลายปี ในที่สุด ทางการออสเตรียก็ยอมจำนนรับว่า ที่ที่พบไอ๊ซ์แมนตกอยู่ในพรมแดนของประเทศอิตาลี แต่กว่าจะตกลงกันได้ การวิจัยก็ต้องหยุดชะงักลงเป็นเวลาร่วมห้าปี

ปัจจุบัน ทางการอิตาลีได้สร้างที่เก็บซากมัมมี่ของ ไอ๊ซ์แมน ในพิพิธภัณฑ์ Bolzano ในเมือง Tyrol ประเทศอิตาลี แต่การศึกษาวิจัย ไอ๊ซ์แมน ที่ทางอิตาลีขนานนามว่า Otzi หรือ Tzi ก็อยู่ในความรับผิดชอบของนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ เพราะนี่เป็นหลักฐานของวัฒนธรรมมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุด และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา การจะทำวิจัยศึกษาส่วนใด ที่จะมีผลทางกายภาพต่อ อ๊อตซี่ ก็ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนานาชาติเสียก่อน ผลความคืบหน้าในการศึกษา จึงออกมาช้ามาก เพราะนักวิทยาศาสตร์ต้องแน่ใจว่า ไม่ทำให้ซากมัมมี่ต้องชำรุดเสียหายไปโดยไม่จำเป็น ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ก่อนหน้านี้ ก็มีข้อสมมติฐานมากมายเกี่ยวกับ อ๊อตซี่ และมีการศึกษาค้นคว้ารายละเอียดต่างๆมากมาย (ดูบทความเรื่อง http://www.vcharkarn.com/reurnthai/worldwindow/iceman.php ) โดยเฉพาะสาเหตุการตายของ อ๊อตซี่ คำอธิบายที่ดีที่สุดที่มีมาก่อนหน้านี้ก็คือ อ๊อตซี่ คงขึ้นภูเขามาแล้วติดพายุหิมะจนหนาวตายไปบนเทือกเขาอันหนาวเย็น กว่า ๕,๓๐๐ ปีมาแล้ว

แต่ การณ์กลับปรากฏว่า อ๊อตซี่ ไม่ได้่ตายจากหิมะถล่มใส่ หรือหลงทางกลางป่าเขา หากว่า อ๊อตซี่ ตายเพราะถูกยิงจากข้างหลังด้วย ลูกธนู

Paul Gotsner หัวหน้าทีมรังสีวิทยาที่ศึกษา อ๊อตซี่ ได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาในอิตาลีว่า ผลจากการฉายรังสีเอ๊กซ์ และจาก Computerised Tomography (CT) Scan พบว่า ในหัวไหล่ข้างซ้ายด้านหลังของ อ๊อตซี่ มีลูกธนูที่ทำด้วยหินเหล็กไฟ(flint) ฝังอยู่ และคงเป็นสาเหตุการตายของ อ๊อตซี่ เนื่องจากหัวธนูคงไปตัดเส้นเลือดสำคัญๆแถวนั้น จนทำให้ตายเพราะเสียเลือดมาก

หลังจากกรณีพิพาทระหว่างออสเตรียและอิตาลี ว่าใครควรเป็นผู้รักษา อ๊อตซี่ ตกลงกันได้แล้ว การศึกษาวิจัยจึงได้เริ่มรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ก็ตกลงให้ละลาย อ๊อตซี่ ลงมาชั่วครู่ เพื่อให้ทำการตรวจสอบได้ ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา Paul Gotsner ก็ได้ทำการถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์ CT scanner แต่ก็ไม่พบอะไร จนในที่สุด ก็ทำการถ่ายภาพด้วยรังสีเอ๊กส์ในช่องอก เมื่อสามสี่อาทิตย์ที่ผ่้านมานี่เอง จึงได้พบหัวธนูดังกล่าว ฝังตัวอยู่ในกระดูกไหล่(shoulder blade) ด้านซ้าย Gotsner จึงได้ขอความร่วมมือจากนักนิติเวชวิทยา Eduard Egarter ให้ช่วยทำการชัณสูตรหาร่องรอยบาดแผล บนผิวหนัง ที่แห้งเหี่ยวจนมีสีคล้ำมาก ในที่สุดก็หารอยทะลุผิวหนังพบ ที่สอดคล้องกับแนวตัดที่มาจากทิศที่ถูกต้องของหัวธนูนั้นได้ โดยมีรอยเปิดของผิวหนังยาวประมาณ ๒ เซ็นติเมตร

Konrad Spindler แห่งมหาวิทยาลัยอินสบรุ๊ค ประเทศออสเตรีย ที่ได้ทำการศึกษา อ๊อตซี่ อย่างละเอียดมาก่อน สมัยที่ออสเตรียยังเป็นผู้ดูแลรักษา ก็แทบจะไม่เชื่อว่าหลุดรอดสายตาของเขาไปได้อย่างไร แต่ก็ให้ข้อสังเกตว่า ที่ไม่ได้สังเกตหัวธนูนี้มาก่อน เพราะว่า มันฝังอยู่ระหว่างกระดูกไหล่และกระดูกซี่โครง จนโดนบังไปหมด หากไม่มองจากมุมที่ถูก แต่ก่อนหน้านี้ เขาสแกนลุงไอ๊ซ์จากด้านหน้าและด้านหลังโดยตรงเท่านั้น หัวธนูนี้ จะเห็นได้ก็แต่จากด้านข้างเท่านั้น "โอกาสที่จะได้เห็นก็มีอยู่ในวงแคบๆเท่านั้น" เขาแก้เขิน

แล้วใครเป็นคนฆ่า ลุงไอ๊ซ์ หรือ อ๊อตซี่ ของเราเล่า ???

"อาจเป็นไปได้ว่า อ๊อตซี่ ถูกฆ่าในการรบ หรืออาจโดนลูกหลงโดยบังเอิญก็เป็นได้" พอล ก๊อตสเน่อร์กล่าว

Peter Vanezis ศาสตราจารย์วิชานิติเวชวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ผู้ได้สำรวจวิจัย เมื่อ อ๊อตซี่ ได้รับการปล่อยให้ละลายช่วงสั้นๆ เชื่อว่า "ผลจากการถ่ายภาพด้วย X-ray และ CT scan บอกได้ว่า อ๊อตซี่ เป็นโรคไขข้อ และมีอาการเส้นเลือดแข็งตัวจากการอุดตันอยู่บ้าง แสดงว่า อ๊อตซี่ คงไม่ใช่หนุ่มๆแล้่ว คงอายุเกินสี่สิบ ซึ่งก็คงนับได้ว่า เป็นคนชราในสมัยนั้นได้แล้ว คนในวัยนี้ คงจะไม่ขึ้นเขามาคนเดียวแน่ๆ"

"เราตรวจร่างกายอย่างละเอียด ก็ไม่พบเลยว่า มีร่องรอยว่าศพถูกสัตว์ป่าแทะกินแต่อย่างใด" และจากการที่มีเครื่องแต่งตัว และอุปกรณ์เครื่องใช้ครบครัน ทำให้นักวิทยาศาตร์สันนิษฐานว่า อ๊อตซี่ คงได้รับการฝังหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ศจ Vanezis ได้เอาเนื้อเยื่อตัวอย่างจากมัมมี่ ทั้งด้านบนและด้านหลังไปตรวจสอบ "หากศพนอนหงายหลัง หลังจากที่เสียชีัวิตไปแล้ว เลือดก็คงไหลไปขังอยู่ด้านนั้น ทำให้เนื้อเยื่อมีธาตุเหล็กจากเลือดเข้มข้นกว่าปกติ" ศจ Vanezis กล่าว

และในขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ Mark Thomas แห่งศูนย์วิจัยทางโบราณคดีพันธุกรรม แห่ง University College London ก็ศึกษายีนส์ของ อ๊อตซี่ โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่า โครโมโซม Y ของ อ๊อตซี่ อาจบ่งบอกให้ได้ว่า เกี่ยวโยงสัมพันธ์กับคนยุโรปปัจจุบันที่ไหน "เพราะว่า mitochondrail DNA ซึ่งได้รับจากทางฝ่ายแม่นั้น เพียงแต่บอกว่า อ๊อตซี่มีเชื้อสายเดียวกับคนยุโรปในปัจจุบัน แต่ก็บอกอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ เพราะตั้งแต่สมัยโบราณกาลมา ฝ่ายหญิงจะโยกย้ายถิ่นฐานมากกว่า เมื่อแต่งงานออกเรือนไปอยู่กับครอบครัวทางฝ่ายชาย ในขณะที่ฝ่ายชายนั้น ไม่สู้จะเปลี่ยนที่อยู่บ่อยนัก"

Wolfgang Muller แห่ง Federal Institute of Technology ใน ซูริค ได้รับตัวอย่างเคลือบฟัน(enamel)จอง อ๊อตซี่ไปศึกษา Enamel นี้ร่างกายสร้างขึ้นมาแต่วัยเด็ก และจะมีอัตราส่วนของธาตุ สตรอนเทียม, รูบีเดียม และตะกั่ว ในอัตราเดียวกับ ชั้นหินในท้องถิ่นที่คนเราเติบโตขึ้นมา Muller จะนำข้อมูลอัตราส่วนประกอบจากการศึกษา อีนาเมล นี้ ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลส่วนประกอบของชั้นหิน ตากท้องถิ่นต่างๆในบริเวณนั้น เพื่อพยายามสืบหาว่าที่เกิดและที่ที่ อ๊อตซี่ เติบโตขึ้นมานั้น อยู่ที่ไหนกันแน่

แหล่้งข้อมูล
http://news.excite.com/news/ap/010725/15/iceman-mystery

http://www.archaeologiemuseum.it/index_ice.html



ภาพแสดงตำแหน่งรอยหัวธนูทะลุเข้าร่างกายของ อ๊อตซี่
11588

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 19 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 28 ก.ค. 2544 (15:30)
ปัจจุบัน ทางการอิตาลีได้สร้างพิพิธภัณฑ์พิเศษเพื่อเก็บรักษา อ๊อตซี่ โดยเก็บในห้องเย็นที่รักษาอุณหภูมิไว้ที่ -6 องศาเซลเซียส และปรับความชื้นสัมพัทธ์ไว้ที่ 96-98% โดยเลียนสภาพให้เหมือนกับเมื่ออยู่ในธารน้ำแข็งที่พบซากของ อ๊อตซี่ ให้มากที่สุด การนำร่างมาศึกษาก็จำกัดให้นำออกมาครั้งละไม่เกิน ๑๑ นาที เท่านั้น

นี่เป็นโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่เราจะได้ศึกษามนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ก่อนที่เราจะมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ เสื้อผ้า อาวุธ อุปกรณ์ต่างๆที่ อ๊อตซี่ติดตัวมา ก็ช่วยให้เงื่อนงำความรู้เกี่ยวกับชีวิต และสังคมของมนุษย์ในสมัยนั้นได้มาก

ที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่งก็คือ ตามผิวหนังของ อ๊อตซี่ มีรอยสักอยู่ถึง ๔๗ แห่ง และที่น่าประหลาดที่สุดก็คือ รอยสักเหล่านี้อยู่ตรงตำแหน่งตามตำราการรักษาด้วยการฝังเข็มกดจุด

ปัญหาน่าสงสัยก็คือ เราเชื่อกันว่า การรักษาด้วยการฝังเข็มนั้น ชาวจีนเป็นผู้คิดค้นขึ้ินเป็นครั้งแรกเมื่อ สองสามพันปีก่อนนี้ แต่ อ๊อตซี่ มีชีวิตอยู่เมื่อกว่าห้าพันปีมาแล้ว แถมเป็นชาวยุโรป จากสังคมที่ไม่มีทีท่าว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีความสัมพันธ์กับชุมชนในประเทศจีน นี่เป็นเรื่องพ้องกันโดยบังเอิญที่ไม่เกี่ยวข้องกัน หรือจะเป็นไปได้หรือไม่ว่า การรักษาด้วยการหาจุดบนร่างกาย แล้วใช้การกดหรือการแทงเข็ม เช่นการสัก หรือการแทงเข็มตามปัจจุบันนั้น ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีหยูกยาใช้แพร่หลาย จะเป็นความรู้ในการรักษาทั่วๆไป ที่สังคมมนุษย์รับรู้และถ่ายทอดกันไปทั่วโลก นี่ก็เป็นเรื่องสุดจะคาดเดากันอยู่

ภาพวาดแสดงตำแหน่งรอยสัก โดยเฉพาะช่วงบั้นเอวช่วงล่างด้านหลัง อาจเป็นไปได้ว่า อ๊อตซี่ ได้รับความทรมานจากโรคไขข้อ เรื่องปวดหลังนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของผู้สูงอายุในปัจจุบันเช่นกัน แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ยังต้องหาหลักฐานมายืนยันกันมากกว่านี้

(แล้วจะมาเล่าต่อนะคะ)
16044
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 28 ก.ค. 2544 (16:32)
It is very useful. Thank you ka Dr. Bhornthip...oops! P' Puangroi.

B (IP:134.173.10.61)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 ก.ค. 2544 (00:05)
เป็นเรื่องที่ดีมากครับ ทำให้คนมองเห้นภาพในการศึกษาโบราณคดีเพิ่มมากขึ้น

แกวน้อย (IP:203.144.226.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 29 ก.ค. 2544 (17:36)
เขาเป็น cromagnon รึเปล่าคะ

rook (IP:203.146.64.177)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 30 ก.ค. 2544 (00:06)
ขอบคุณท่านที่ให้ความสนใจค่ะ

ยังไม่เคยเห็นข้อมูลค่ะ คุณ rook ว่าเป็นอะไร ถ้าเจอแล้วจะมาบอกนะคะ

รูปแสดงรอยสักบนผิวหนังจอง อ๊อตซี่ นะคะ
16045
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 1 ส.ค. 2544 (23:43)
เคยอ่านข่าวนี้เหมือนกันค่ะ..ดีใจที่คุณพวงร้อยค้นมาให้อ่านเพิ่มเติม...ขอบคุณมากค่ะ

บังเอิญสวย(ช่วยไม่ได้) (IP:217.226.155.102)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 2 ส.ค. 2544 (00:27)
The Otztal Alps
16046
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 ส.ค. 2544 (19:04)
เค้าเป็นโครมันยองหรือ นิแอนเดอร์ธัลคะ อ้อ แล้วเมื่อไหร่จะมีวีแมก-7 ซะที หรือ บอกอ แกยังฉลองวันเกิดไม่เสร็จซะที

rook (IP:203.146.91.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 18 ส.ค. 2544 (16:09)
ดีมาก ผมแนะนำให้ เด็กๆ เขามาอ่านกันครับ

uthit konganuwat (IP:203.185.80.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 ส.ค. 2544 (16:11)
ดีมาก ผมแนะนำให้ เด็กๆ เขามาอ่านกันครับ

uthit konganuwat (IP:203.185.80.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 ส.ค. 2544 (16:11)
ดีมาก ผมแนะนำให้ เด็กๆ เขามาอ่านกันครับ

uthit konganuwat (IP:203.185.80.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 ส.ค. 2544 (21:38)
ติดตามอ่านเรื่องที่คุณพวงร้อยเขียนมาหลายเรื่อง..สนุกๆทั้งนั้นครับ
เพิ่มเติมข้อแตกต่างนิดนึง
..คนที่พบ"เอิ๊ตซี่"เป็นสามีภรรยาชาวเยอรมันครับไม่ใช่นักไต่เขาชาวออสเตรีย
วันนั้นอากาศอุ่นๆ..เขาไปเดินเล่นแล้วเห็นส่วนของร่างกายโผล่ออกมา..ฯลฯ..
ที่ผมทราบเรื่องเพราะเขาโวยวายในหนังสือพิมพ์ประจำเมืองว่า..

"ถ้าเอา เอิ๊ตซี่ออกมาทำเป็นการค้า(เก็บค่าผ่านประตูเข้าดู) เราทั้งสอง
ก็ควรจะมีส่วนแบ่งอันนี้ด้วย"

ยัน (IP:212.34.162.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 3 ก.ย. 2544 (12:30)
ขอบคุณมากค่ะที่กรุณามาอ่าน โดยเฉพาะคุณยันที่กรุณาแก้ไขข้อมูลให้ ดิฉันเห็นเค้าบอกว่าเป็นชาวออสเตรียนมาตั้งแต่ออกข่าวทีแรกเมื่อเกิบสิบปีมาแล้วน่ะค่ะ เลยเชื่อมาเรื่อยว่าเป็นดังนั้น สงสัยนักข่าวคงลงผิิดมาแต่แรก นี่ถ้าเค้าไม่ออกมาโวยคงไม่มีใครรู้ แต่เรื่องส่วนแบ่งอะไรนั้น โน คอมเม้นต์ ค่ะ หึหึ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 7 พ.ย. 2544 (15:48)
เทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกใช่ปะครับ

โอ๋จ้ง (IP:203.121.130.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 7 พ.ย. 2544 (15:53)
เทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกใช่ปะครับ

โอ๋จ้ง (IP:203.121.130.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 8 พ.ย. 2544 (04:22)
น่าจะเป็นเทือกเขาหิมาลัยนะครับที่สูงที่สุด

โป้ง (IP:194.82.103.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 8 พ.ย. 2544 (12:15)
ดิฉันก็ว่าน่าจะเป็นยอดเขา เอฟเวอร์เรสต์ ในเทือกเขาหิมาลัยที่สูงที่สุดในโลกนะคะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 29 ส.ค. 2545 (11:10)
น่าจะมีรูปมากกว่านี้นะคะ จะได้ตื่นเต้น
aiwhot@hotmail.com (IP:203.146.37.4,192.168.0.224,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 22 ก.ย. 2548 (18:22)
อยากดูรูปมากมากกว่านี้
รึก (IP:203.113.89.186,,)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.