สำรวจอวกาศ: ยาน Deep Space 1 จะเข้าหาดาวหางโบเรลลี่ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

สำรวจอวกาศ: ยาน Deep Space 1 จะเข้าหาดาวหางโบเรลลี่

โพสต์เมื่อ: 20:57 วันที่ 10 ต.ค. 2544         ชมแล้ว: 45,849 ตอบแล้ว: 52
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ภาพวาดยาน Deep Space 1 เมื่อเข้าประชิดดาวหางโบเรลลี่ โดย NASA/JPL
11601

ยานอวกาศ Deep Space 1 ที่ถูกส่งขึ้นไปเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม คศ ๑๙๙๘ โดยจรวดเดลต้าจากแหลมคานาเวอรัล เพื่อเป็นหนูตะเภาทดสอบเทคโนโลยีอวกาศใหม่ๆที่ยังไม่มีใครกล้าใช้ และได้ประสบความสำเร็จทะลุเป้ามาแล้วอย่างงดงาม โดยเฉพาะการทดสอบเครื่องยนตร์อวกาศชนิดใหม่ ที่ใช้ไออ้อนที่สร้างด้วยพลังงานไฟฟ้า มาเป็นกำลังหลักในการขับดันยานในอวกาศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ยานลำนี้มีอายุยาวนานเกิดกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึงสามเท่า ก็นับว่าชราภาพน่าจะปลดเกษียรไปนานแล้ว แต่ด้วยความมุมานะพยายามแก้ไขปัญหาสุขภาพต่างๆตามประสายานในวัยชรา โดยทีมงานเล็กๆที่นำโดย ดร มาร์ค เรมั่น(Marc Rayman) แห่ง Jet Propulsion Laboratory แห่งเมืองพาซาดีน่า ในรัฐคาลิฟอร์เนีย ยาน Deep Space 1 ยังจะพยายามหาความรู้เกี่ยวกับดาวหางมาเป็นโบนัสกำไรให้กับวิทยาการในด้านความรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะของเรา

ยานอวกาศโดยมาก ต้องเลือกใช้แต่เทคโนโลยีที่ทดสอบแล้วทดสอบอีก ให้ผ่านมาตรฐานรักษาความปลอดภัยในอวกาศ กว่าจะเอาเทคโนโลยีอะไรมาใช้ได้ ก็ทดสอบกันเสียจนเทคโนโลยี่นั้นเก่าอย่างน้อยๆเป็นสิบปี ตัวอย่างเช่น ในยานอวกาศโดยเฉพาะที่ไปสำรวจอวกาศไกลๆ อย่างยานกาลิเลโอหรือยานคาซีนี่ นั้น เครื่องคอมพิวเต้อร์ที่บังคับยานก็รุ่นเก่าเก๋ากึ๊ก มีหน่วยความจำน้อยมากตามประสาเครื่องสมัยรุ่นคุณพ่อ ไม่มีใครกล้าเสี่ยงเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ เพราะเกิดเคราะห์ร้ายเดี้ยงไปในอวกาศ ส่งช่างตามไปซ่อมไม่ได้ โครงการราคานับเป็นร้อยๆล้าน ก็ต้องพับฐานม้วนเสื่อ ส่งวิศวกรกลับไปนอน(กินแกลบ)เล่นที่บ้านไป

นาซ่าจึงตั้งโครงการพิเศษขึ้นมาในปลายทศวรรษที่แล้ว เพื่อสร้างยานอวกาศราคาไม่สูง ใช้ระบบใหม่ๆทั้งหมด เพียงเพื่อเอาไปทดลองว่า ทนกับสภาพการเดินทางในอวกาศได้ ไม่เช่นนั้น เทคโนโลยีด้านการสร้างยานอวกาศก็จะอยู่กับที่เพราะไม่มีใครยอมทดลองใช้ของใหม่ ยาน Deep Space 1 จึงถูกสร้างขึ้นมาเป็นยานแรก มีการทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆถึง ๑๑ ชนิด ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คือเครื่องยนตร์พลังไฟฟ้า Ion Propulsion Engine

"Deep Space 1 ไปทดลองเทคโนโลยี่ใหม่ๆที่ยังไม่มีใครมาใช้มาก่อน เพื่อรับความเสี่ยงไปเต็มประตู โครงการอื่นๆที่มีเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ จะได้ไม่ต้องมารับความเสี่ยงเหล่านี้ แล้วเราก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม" มาร์ค เรมั่น กล่าว

ดร เรมั่น นำทีมวิศวกรใจถึงทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำมาแต่ต้น และก็ได้มองล่วงหน้าถึงโอกาสที่จะได้ค้นพบสิ่งที่มีประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ไปด้วย แม้ว่า จุดประสงค์ของโครงการจะไม่ได้รวมไว้ด้วย แต่ ดร เรมั่น แม้จะทำหน้าที่ที่ต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมยานอวกาศเป็นอย่างมาก ก็เรียนจบฟิสิกส์ และหาความรู้ด้านดาราศาสตร์ด้วยตัวเอง จนมีความเข้าใจในด้านดาราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง "เราต้องการที่จะหาโอกาสบินผ่านดาวหางมาตั้งแต่ต้นแล้ว" ยังไม่มียานอวกาศมากนักที่ได้มีโอกาสเช่นนี้ การสำรวจไปหาสิ่งที่ยังไม่มีใครค้นพบ ดูจะถูกกำหนดให้เป็นธรรมชาติของยานลำนี้ไปแล้ว

ดร เรมั่น กล่าวต่อว่า "ตอนที่เราจุดเครื่องไออ้อนตั้งแต่ปี ๙๘ และ ๙๙ นั้น เราก็มองหาโอกาสให้การเดินเครื่อง อำนวยให้เราแล่นไปหาดาวหางดวงใดดวงหนึ่งในวันข้างหน้าได้ โดยพยายามให้การเดินเครื่องสอดคล้องกับเส้นทางโคจรของดาวหางพวกนี้ โดยไม่ให้เสียเป้าหมายหลัก แต่เมื่อทำงานหลักเสร็จสิ้นลงแล้ว ที่เหลือก็เป็นโบนัสเท่านั้นเอง"

ดาวหาง 19P/Borrelly ดูจะเหมาะที่สุด ดาวหางดวงนี้ เพิ่งเข้ามาหาดวงอาทิตย์ในศตวรรษที่ ๑๙ นี่เอง พอเข้ามาใกล้สักหน่อย ก็ถูกสนามแรงดึงดูดอันมหาศาลของดาวพฤหัส บิดเบนหันเหวงโคจรให้กลายมาเป็นดาวหางใกล้ดวงอาทิตย์ ที่มีโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ ๖.๙ ปี ไป ดาวหางโบเรลลี่จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ในวันที่ ๑๔ กย ๒๐๐๑ จึงเหมาะที่จะเดินยานไปหา

ในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ เราเพิ่งเคยเข้าไปใกล้ดาวหางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือในปี คศ ๑๙๘๖ ยานอวกาศ Giotto (จีอ๊อตโต้) ขององการอวกาศแห่งยุโรป(ESA) ได้เข้าไปใกล้ดาวหางเฮลี่ย์ (Halley) ถึง ๕๙๖ กิโลเมตร และได้ถ่ายภาพนิวเคลียสซึ่งนับได้ว่าเป็น วัตถุที่ดำมืดที่สุดอย่างหนึ่ง ในระบบสุริยะ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมาก แต่น่าเสียดายว่า กล้องถ่ายภาพบนยานจีอ๊อตโต้ก็ถูกซัดด้วยสะเก็ดดาวหางจนเสียหายใช้การไม่ได้ หลังจากเพิ่งถ่ายภาพมาได้ไม่เท่าไหร่ เพราะความเร็วสูงมากๆของยานและสะเก็ดดาวที่เดินหน้ามาปะทะกัน ด้วยความเร็วถึง ๗๖ ไมล์ต่อวินาที ทำให้กำลังปะทะจากสะเก็ดขนาดเมล็ดข้าว แรงพอๆกับระเบิดมือทีเดียว

ยาน Deep Space 1 อาจจะเข้าใกล้ดาวหางโบเรลลี่ประมา ๒๐๐๐ กิโลเมตร เราก็จะได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นบ้าง "ดาวหางก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองเหมือนคนนั่นแหละครับ เราไม่สามารถเข้าใจมนุษยชาติทั้งโลกได้ด้วยการศึกษาจากคนเพียงคนเดียว ข้อมูลที่ยานจีอ๊อตโต้ได้จากดาวหางเฮลี่ย์ ก็นับว่าน้อยมากเช่นกัน" ดร เรมั่นกล่าว

ในขณะนี้มีโครงการอื่นๆอีก ๔ โครงการที่จะไปสำรวจศึกษาดาวหาง ทั้งที่กำลังจะไป และที่ไปแล้ว ข้อมูลที่ได้จาก Deep Space 1 ก็จะช่วยประหยัดงบให้โครงการรุ่นหลัง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน

นาซ่าอนุมัติให้ทีมงานของโครงการเดินเครื่องส่งยานไปเข้าทางโคจรของดาวหางโบเรลลี่ในปี คศ ๑๙๙๙ แต่ก็เกิดเคราะห์ไม่ดี ระบบนำ้ร่อง ที่ใช้กล้องดูดาวขนาดเล็กมาเทียบกับเส้นทางบิน ที่เรียกว่า ระบบ Star tracker เกิดเสียหายใช้การไม่ได้ ก็เหมือนยานตาบอด จะเดินทางไปไหนได้อย่างไร

แต่ด้วยความทรหดของทีมงาน ก็เอาอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่ง คือเครื่อง spectrometer ที่วิเคราะห์รังสีอินฟราเรดและรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตมาใช้งานแทน ด้วยการเขียนเปลี่ยนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ใหม่หมด ซึ่งไม่ใช่ของง่ายๆ เพราะตัวยานอยู่ห่างจากโลกถึง ๓๐๐ ล้านกิโลเมตร กว่าจะเขียนกว่าจะเทสต์กันได้ก็หืดขึ้นกันไปทั้งทีม หากเครื่องนี้เกิดมีปัญหาขลุกขลักขึ้นมาอีก ซึ่ง ดร เรมั่น ก็รับว่ามีโอกาสเป็นไปได้มาก โอกาสที่จะได้บินผ่านดาวหางโบเรลลี่ก็คงจะหายไปในอวกาศนั่นเอง

"Deep Space 1 ไม่ได้สร้างมาให้ไปบินผ่านดาวหางเหมือนยานจีอ๊อตโต้ ยานจึงไม่ได้มีที่ป้องกันการซัดสาดของอนุภาคกำลังสูงเลย" ดร เรมั่น ก็ไม่สู้จะมั่นใจนัก เรียกว่าลุยกันตัวเปล่าๆเป็นสีดาลุยไฟเลย

ในเดือนนี้เราสามารถมองเห็นดาวหางโบเรลลี่จากโลกได้ก็ด้วยกล้องดูดาวขนาดสิบนิ้วขึ้นไป มีความสว่างเพียงแมกนีจูด ๙ อยู่ในกลุ่มดาว Gemini

โอกาสก็มีเพียงน้อยนิด "เป้าหมายของเราคือ เข้าไปใกล้สัก ๘๐๐๐ กม แล้วก็ถ่ายภาพขาวดำของนิวเคลียสดาวหางมาเท่านั้นเองครับ" พอจะเริ่มถ่ายรูป อุปกรณ์ MICAS ที่ถูกใช้มาเป็นกล้องนำร่องจำเป็น ก็ต้องหยุดภาระการนำร่องแล้วหันกลับมาเป็นกล้องถ่ายภาพดาราตามเดิม แต่จะออกหัวออกหางอย่างไรก็มิอาจคาดได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่านิวเคลียสของมันอยู่ตรงไหน ในก้อนวัตถุร้อนๆที่มีขนาดถึง ๕๐๐๐๐ กม จะแพนกล้องมากก็ไม่ได้ ต้องเก็งเอาว่าอยู่ตรงไปนแล้วก็หลับหูหลับตาถ่ายเอา แล้วเป้าที่จะถ่ายจะขาวหรือดำอย่างไรก็ไม่ทราบ ซึ่งก็ทำให้ปรับกล้องยาก ในระหว่างที่กำลังถ่ายภาพ เครื่องไจโรที่แสนชราภาพ ก็ต้องยึดยานให้มั่นไม่ไหวติง ให้กล้องถ่ายภาพได้ ในขณะเดียวกัน เศษสะเก็ดดาวหางก็เริ่มซัดมาเป็นห่าฝน จะออกหัวออกก้อยอย่างไรก็คงได้ลุ้นกันหนัก

แต่ถ้าโชคดีถ่ายภาพมาได้ ด้วยการเปิดหน้ากล้องได้ถูกสเป๊ค นอกจากจะได้ภาพมาดูแล้ว กล้อง MICAS ก็ยังสามารถวิเคราะห์สเปคตรัมให้ทราบว่า นิวเคลียสของดาวหางมีส่วนประกอบทางเคมีอะไรบ้าง ซึ่งข้อมูลอย่างนี้ แม้ยานที่สร้างไปศึกษาดาวหางโดยเฉพาะอย่างจีอ๊อตโต้ ก็ยังไม่มีเลย

ก็น่าลุ้นอยู่หรอกนะคะ

"การเดินทางครั้งนี้ เต็มไปด้วยการผจญภัย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เราจะหวังรางวัลใหญ่ได้อย่างไร ถ้าไม่กล้าเสี่ยงภัยใหญ่หลวงไปชิงเอามา" ดร เรมั่นกล่าวปิดท้าย





แหล่งอ้างอิง

๑ เว็บไซต์ของโครงการ Deep Space 1 (ลองไปอ่าน Mission log ดูนะคะ ดร เรมั่นเป็นแฟน Star Trek ระดับเซียนทีเดียว ใครที่คอสตาร์เทร็คจะอ่านได้สนุกมากเลยค่ะ)
http://nmp.jpl.nasa.gov/ds1/

๒ แถลงข่าวของนาซ่า
http://science.nasa.gov/headlines/y2001/ast19sep_1.htm


พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง





จำนวน 35 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ก.ย. 2544 (14:45)
ภาพแสดงวงโคจรปัจจุบันของดาวหางโบเรลลี่ค่ะ
16112
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 19 ก.ย. 2544 (14:46)
ภาพแสดงเส้นทางการเดินทางของยาน DS 1 ค่ะ
16113
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 19 ก.ย. 2544 (14:54)
เครื่อง Ion Propulsion Engine ที่ติดไปกับยาน DS1 สร้างโดยบริษัท Hughes ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นของโบอิ้งไปแล้วค่ะ




Ion propulsion engine เป็นเครื่องยนต์ที่แปลงพลังงานไฟฟ้ามาเป็นพลังงานขับดัน บางครั้งจะเรียกว่า Electrostatic engine ซึ่งก็บอกอย่างชัดเจนถึงที่มาของพลังงานเดินเครื่อง




พลังงานไฟฟ้าที่ได้อาจจะเอามาจากแผงรับแสงแดดที่แปลงพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้า หรือจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ก็ได้ แต่เครื่องนิวเคลียร์นี่ไม่เป็นที่นิยมใช้กัน เพราะคนกลัวมาก ยานอวกาศลำไหนใช้เครื่องนิวเคลียร์ละก็จะมีเรื่องถูกฟ้องร้องกันถึงโรงถึงศาล เพราะกลุ่มคนที่กลัวพวกนิวเคลียร์นี่เค้าเอาจริงมาก ยานกาลิเลโอกับยานคาซีนี่เกือบไม่ได้ไปมาแล้ว (สองยานนี้ไม่ได้ใช้เครื่อง ion propulsion หรอกนะคะ แต่ใช้เครื่องพลังงานนิวเคลียร์)




เครื่องนี้ส่วนมากจะใช้แก็สเฉื่อยเช่น argon, xenon, krypton สมัยแรกๆนั่นก็ใช้ไอปรอทหรือ cesium 3 แต่เลิกใช้ไป เพราะปรอทเป็นสารพิษ ส่วนซีเซี่ยมก็ปล่อยซากออกมาเกาะอุปกรณ์ในอุโมงค์ลมที่ใช้ทดลองเครื่อง ให้ต้องมาล้างทำความสะอาดกันวุ่นวายมาก จึงเลิกใช้ไป




เครื่องที่ทำมาได้ออกอวกาศไปแล้ว จึงมีแต่เครื่องที่ใช้ xenon เป็นเชื้อเพลิง เค้าจะให้ซีนอนฉีดเข้าวงแหวนแม่เหล็ก แล้วจะมีหลอด cathode ที่ยิงอีเลคตรอนไปยังอะตอมซีนอน ทำให้อีเลคตรอนของซีนอนหลุดออกไปตัวหนึ่ง มันจึงกลายเป็นไออ้อน ซึ่งมีประจุบวก ด้านท้ายของเครื่องจะมีตะแกรงโลหะ(บ้างใช้โมลิบดีนั่ม) ซึ่งถูกช้าร์จ(ด้วยพลังงานไปฟ้าจากแหล่งกำเนิดเช่นแผงรับแสงแดด)ให้มีกำลังสูงๆ เป็นพันกว่าโว้ลท์ขึ้นไป ตะแกรงนี้ก็จะดูดไออ้อนซีนอนที่มีประจุบวกให้มันวิ่งผ่านรูตะแกรง เนื่องจากตะแกรงมีประจุลบกำลังสูง ไออ้อนซีนอนจึงถูกดูดผ่านและพ่นออกจากตะแกรงด้วยความเร็วสูงมาก ประมาณแสนกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเค้าจะมีเครื่องฉายบีมอีเลคตรอนไปยังไออ้อนซีนอนพวกนี้เพื่อทำให้มันเป็นกลางก่อนที่จะออกจากยาน ไม่งั้้นมันจะไปสป๊าร์คกับตัวยานจะยุ่งกันใหญ่




แม้ความเร็วของอะตอมที่ถีบตัวออกจากเครื่องจะสูงมาก แต่มวลของมันน้อยมากเมื่อเทียบกับนำ้ำหนักของยาน จึงกล่าวได้ว่าแรงขับมันน้อย แต่พูดถึงประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงแล้วก็มีสูงมาก ประมาณว่า แรงขับของยานจะเท่ากับแรงกดดันของกระดาษแผ่นหนึ่งที่เราวางบนฝ่ามือ โดยกำลังขับจะน้อยกว่าเครื่องเผาสารเคมี(เช่น เครื่องที่ใช้ไฮดราซีน) ประมาณหนึ่งหมื่นเท่า แต่ความได้เปรียบของมันอยู่ที่ความอึด เครื่องมันมีอายุยืนกว่าเครื่องเคมีหลายเท่า คือตราบใดที่ยังมีพลังงานไฟฟ้ามาใช้ และยังมีก๊าซซีนอนหรือก๊าซเชื้อเพลิงอย่างอื่น(ไม่ต้องขนก๊าซไปใช้มากเพราะใช้ทีละน้อยๆๆมาก เรียกว่านับอะตอมกันเลย) ตราบนั้นมันก็ยังทำงานอยู่ได้ เครื่องนี้จึงจำกัดใช้ได้กับยานที่ไม่ได้เดินทางไกลจากดวงอาทิตย์มากเกินไปเท่านั้นค่ะ ไปไกลเกินไปแสงอาทิตย์จะมีพลังไม่พอที่จะช้าร์จตะแกรงพ่นก๊าซขับดันยานค่ะ
16114
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 19 ก.ย. 2544 (15:46)
I have heard about Ion Proplusion Engine since I studied in primary class, nearly 30 years ago. I think that it is just imagine in Sci-Fi until now it become reality.

Mr. SJ (pantip) (IP:203.166.38.137)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.ย. 2544 (16:21)
อ่านชื่อยานครั้งแรกก็นึกถึง Star Trek เลย ไม่น่าสงสัยว่าชื่อได้มาได้อย่างไร แล้วจะมีถึง Deep Space 9 ไหมคะ้เนี่ย

Lacto (IP:129.94.6.29)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 19 ก.ย. 2544 (19:23)
Thank you. Very interesting.

webmaster@atriumtech.com (IP:203.146.182.15)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 19 ก.ย. 2544 (19:46)
คุณ "webmaster@atriumtech.com" ถ้าว่างๆ น่าจะมาช่วยตอบคำถามที่กระทู้เด็กวิทย์ ( http://vcharkarn.com/vcafe/dekvit/index.php?subc=&order_of_post=1&go_btn=GO )บ้างนะครับ... ;-)

(@^_^@) (IP:203.147.25.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 19 ก.ย. 2544 (20:49)
คุณพวงร้อยพิมพ์ชื่อตกหรือเปล่าค่ะ ปีที่พบปีไหนไม่เห็นมีเลย

rook (IP:203.146.223.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 19 ก.ย. 2544 (22:54)
thank you คุณพวงร้อย ขอรูปภาพอีกนะคะ สนใจมากเลย ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ

fon (IP:203.146.223.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 ก.ย. 2544 (03:01)
เมื่อดาวหางโบเรลลี่เดินทางมาถึงจุดที่ใกล้ที่สุดกับดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่า จุด perihelion เป็นระยะทาง 1.34 AU(เท่ากับประมาณ ๒๐๐.๕ ล้าน กม) จากดวงอาทิตย์ในวันที่ ๑๕ นี้ แต่ปฏิบัติการของยาน DS1 จะทำในวันเสาร์ที่ ๒๒ นี้ค่ะ




ดาวหางดวงนี้ถูกค้นพบในปี คศ ๑๙๐๔ (ข้างบนนั้นดิฉันบอกเป็นตัวเลข ศตวรรษ ค่ะ เมื่อคืนเขียนถึงตีหนึ่ง ง่วงแล้วไม่ได้ค้นละเอียดค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ) เป็นดาวหางที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื่องจากว่า ไม่ได้เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์มากนัก จึงไม่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างมากมายไปละลายน้ำแข็ง และก๊าซแข็ง เกิดเป็นพายุฟู่ฟ่าซัดสาดเศษสะเก็ดเนื้อของตัวเอง อย่างดาวหางดังๆดวงอื่นเช่น เฮลี่ย์ หรือ เฮลบ๊อพ น่ะค่ะ




แต่ขนาดไม่ใช่ดาวซู่ซ่าอะไร เมื่อยาน DS 1 เข้าใกล้ในรัศมีขนาดนั้น สะเก็ดที่พุ่งเข้าหายาน ก็ยังมีความเร็วถึงอย่างน้อยๆ ๑๗ กมต่อวินาที กำลังปะทะของเศษสะเก็ดขนาดเส้นผม ก็จะมีแรงเท่ากับที่ลูกโลว์ลิ่งวิ่งชนพินในรางเลยเทียวค่ะ แถมยานลำนี้ ไม่มีเกราะกำบังอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่ได้มีเป้าหมายให้ไปทำการเสี่ยงตายแบบนี้ แต่ ถ้าเทียบกับชีวิตคนที่อายุขัยได้ซัก ๘๐ ปี ดร เรมั่นกล่าวว่า ยาน DS1 ตอนนี้ก็มีอายุประมาณ ๒๕๐ ปีแล้วค่ะ อีกไม่นานก็จะหมดเชื้อเพลิงไฮดราซีนในเครื่องยังชีพแล้ว ก็ไม่เสียหลายค่ะ




หมายเหตุ เครื่องยนต์ในยานอวกาศมีส่วนหลักคือเครื่องขับดันยาน แต่ก็ยังมีเครื่องรองอีกหลายๆตัว เพื่อทำหน้าที่หันเหยานในการปฏิบัติการต่างๆ ทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิให้อุปกรณ์ต่างๆทำงานได้ ฯลฯ เครื่องยนต์รองหมดลมแล้ว ก็เหมือนยานไร้วิญญาณ แต่ยังล่องลอยไปได้ในอวกาศ ด้วยพลังจากเครื่องไออ้อนอยู่ค่ะ แต่ก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้อีกแล้ว เพราะได้แต่ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย บังคับอะไรไม่ได้ เครื่องคอมพ์ก็ไม่ทำงานแล้วค่ะ




ภาพดาวหาง 19P/Borrelly โดย Tim Puckett เพิ่งถ่ายมาสดๆวันนี้เองค่ะ
16115
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 20 ก.ย. 2544 (03:03)
ภาพวาดสวยๆของยาน Deep Space 1 โดย Don Foley ค่ะ
16116
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 20 ก.ย. 2544 (03:25)
โครงการสำรวจอวกาศก็แบ่งหยาบๆได้เป็นสองกลุ่มค่ะ กลุ่มแรกก็เป็นยานอวกาศที่โคจรรอบโลก ไม่ว่าจะเพื่อศึกษาความเป็นไปธรรมชาติของโลก เช่น ยาน Topex/Poseidon ที่ศึกษาสภาพท้องทะเลที่เพี่ยวโยงกับภูมิอากาศ หรือเพียงแต่วนรอบโลกเพื่อศึกษาจักรวาล อย่างพวกกล้องดูดาวจากอวกาศเช่น กล้องฮับเบิล หรือจันดรา พวกอย่างนี้ก็เรียกว่า Earth orbitting mission ค่ะ




แต่อีกกลุ่มที่เหลือคือพวกที่ออกนอกโลกไปเลยไม่กลับมาน่ะค่ะ โดยเฉพาะพวกที่ไปสำรวจดาวรอบนอกเลยโลกออกไปอย่างดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ พวกนี้เรียกว่า Deep Space Mission ค่ะ ไม่รู้เอามาจาก Star Trek หรือเปล่าก็ไม่ทราบค่ะ




ประมาณปี ๙๕, ๙๖ ศูนย์ JPL ก็มีวิศวกรกลุ่มหนึ่งที่ทำงานในโครงการสำรวจอวกาศมานาน เกิดนึกมาว่า ถ้าเราไม่ลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ วงการก็จะย่ำอยู่กับที่ แต่เสนอไป โน้มน้าวไปเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครกล้าเอาไปใช้ ใครๆก็เกี่ยงว่า จะเอาไปใช้ ถ้าเทคโนโลยี่พวกนี้ flight proof มาก่อน คือจะเอาก็ต่อเมื่อมีคนอื่นไปใช้ได้ผลสำเร็จมาแล้วน่ะค่ะ เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาอย่างนี้ เพราะแต่ละโครงการมันใหญ่ ได้มาด้วยความยากลำบาก ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยง อย่างยาน Voyager ที่ดังๆน่ะนะคะ คอมพ์บนยานรุ่นโบราณขนาดมีความจำน้อยกว่านาฬิกาคว็อทซ์บนข้อมือของคุณเสียอีก เรียกว่ามาเหนื่อยที่โปรแกรมเม่อร์ค่ะ ว่าจะเค้นสมองเล็กๆพวกนี้ให้ทำงานฉลาดๆได้ยังไง




วิศวกรกลุ่มนี้ก็เลยเสนอโครงการ แต่กว่าจะไปถึงนาซ่าได้ ก็ต้องผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ใน JPL เองเสียก่อน เค้าก็คิดโครงการต่อเนื่องกันหลายๆชุด มีทั้ง arth orbitting mission และพวก deep space mission ผู้ใหญ่ที่ว่า คือ Charles Elashi (เดี๋ยวนี้ได้เป็นผู้อำนวยการใหญ่ของศูนย์ JPL แล้วค่ะ) ที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจอวกาศก็ประท้วงในที่ประชุมขึ้นมาว่า มีโครงการย่อยเยอะเหลือเกิน ชักงงแล้ว คนที่เสนอในที่ประชุม ไม่ใช่ ดร เรมั่น นะคะ แต่ ดร เรมั่นก็เป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งมาแต่ต้น คนที่ว่าก็บอกว่า เอายังงี้ก็แล้วกัน อันนี้เรียก Deep Space 1 อันนี้เป็น 2, 3, ... ไปก็แล้วกัน ดร เรมั่น ก็ชอบใจเห็นด้วยค่ะ เลยตกลงว่าโครงการแรกจะไปทดลองอะไรก่อนเป็นยานทดลองทั้งลำไปเลย โครงการต่อมาก็เล็กหน่อย เรียกว่า Deep Space 2 ก็เป็น Probe ที่เค้าจะปล่อยพุ่งใส่พื้นดาวอังคารกับยาน Mars Polar Lander น่ะค่ะ พ่วงหลังไปกับเค้า แต่ทั้งยานทั้งโพรบก็เดี้ยงเกลี้ยงไปทั้งคู่ Deep Space 3 ก็จะไปดาวหางเหมือนกันค่ะ แต่จะไปถล่มเลยเรียกว่า Deep Impact หลังๆมาพอโครงการเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เค้าก็ไปตั้งชื่อใหม่กัน เหลือแต่ตัวแรกเท่านั้นแหละค่ะ ที่ยังคงชื่อเดิมไว้ ตัวโครงการแม่ที่แต่แรกชื่อว่า โครงการ Deep Space ก็เปลี่ยนชื่อไปเป็น โครงการ New Mellennium ค่ะ ไปดูหน้าหลักของเค้าได้ที่นี่ค่ะ




http://nmp.jpl.nasa.gov/index_flash.html



ภาพเครื่อง Ion Propulsion Engine ตอนเค้าเดินเครื่องทดลองระยะยาวในอุโมงค์ทดลองก่อนเอาไปติดกับตัวยานค่ะ
16117
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 20 ก.ย. 2544 (04:11)
แผนผังกลุ่มดาวเพื่อแสดงตำแหน่งของดาวหางโบเรลลี่ค่ะ
16118
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 20 ก.ย. 2544 (05:43)
เป็นเครื่องยนต์ที่น่าสนใจดีครับ เคยได้ยินแต่ชื่อ เพิ่งมาทราบว่ามันกินเชื้อเพลิงแบบนับอะตอมอย่างนี้นี่เอง

pawntep (IP:216.152.174.17)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 20 ก.ย. 2544 (11:46)
Ion Propulsion Engine เป็นเครื่องยนต์ที่มีศักยภาพที่สูงมาก แต่ก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เค้าก็แจกแจงความน่าใช้ว่า ควรจะใช้ได้ดีในโครงการสำรวจอวกาศแบบใด และไม่เหมาะที่จะใช้ในโครงการเช่นไร สรุปคร่าวๆได้ว่า




ถ้าจะใช้เป็นเครื่องยนต์หลักที่เป็นตัวผลักดันการขับเคลื่อนของยาน(Primary Propulsion System)แล้ว จะไม่เหมาะสำหรับโครงการที่ต้องการความเร่งของยานสูง คือต้องไปให้ถึงเร็ว เช่น การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ที่ต้องการไปให้ถึงเร็วเพื่อลดระยะการเดินทางให้สั้นที่สุด เพื่อลดอันตรายจากการถูกรังสีในอวกาศ และการเสื่อมสุขภาพในภาวะไร้น้ำหนักของมนัษย์ที่เดินทางไปกับยาน หรือการเดินทางที่ไม่ไกลนัก เช่น การไปดวงจันทร์ จึงจะไม่คุ้มที่จะใช้เครื่องยนต์แบบนี้ เครื่องที่ใช้เชื้อเพลิงเคมีที่เร่งเครื่องได้ทันใจจะเหมาะกว่า




ความได้เปรียบของเครื่องยนต์ชนิดนี้ อยู่ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำหนักน้อยกว่ามากๆๆเพื่อเดินทางในระยะทางเท่ากัน




ประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงจรวดหรือยานอวกาศ วิศวกรยานอวกาศ มักจะวัดกันด้วยค่าความเร็วที่ได้เพิ่มจากการจุดเครื่องยนต์ หรือที่เรียกว่า delta v (v = velocity)




ยาน Deep Space 1 บรรทุกเชื้อเพลิงก๊าซ xenon รวมน้ำหนัก ๘๑.๕ กิโลกรัม หลังจากเดินเครื่องไป ๒๐ เดือน จึงจะเร่งความเร็วถึงที่สุดได้ (รอจนหลับเลยค่ะ) แต่ก็ได้เดลต้าวีมา ๔.๕ กม/วินาที ถ้าเราใช้เครื่องยนต์เคมี เช่นเครื่องยนต์ที่ใช้ไฮดราซีนเป็นเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงแค่นี้ จุดหมดแล้วก็ได้ความเร็วเพิ่มมาแค่หนึ่งในสิบของจำนวนดังกล่าว คงจะเห็นได้ว่า ความได้เปรียบของเครื่องยนต์นี้อยู่ที่ใช้ได้นานกว่ามากๆๆเลยค่ะ




เครื่องยนต์นี้ประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี คศ ๑๙๖๐ โดย ศูนย์วิจัยเกล็นของนาซ่าค่ะ และก็มีสถาบันทั้งหน่วยราชการ การศึกษาและพานิชย์โดดเข้ามาศึกษาวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์นี้ด้วยค่ะ




บริษัท Hughes สาขาที่สร้างยานอวกาศ(ยานไทยคมยานแรกก็ซื้อมาจากฮิวส์น่ะค่ะ) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นโบอิ้งไปแล้ว ก็สร้างเครื่องมาลองใช้ในยานสื่อสารคมนาคมด้วยเหมือนกัน หลังจากพัฒนามาเป็นเวลานาน แล้วนาซ่าซื้อเอาไปใส่ยาน DS 1 แล้ว ฮิวส์เองก็มีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง จนเอาไปใส่ในยานอวกาศรุ่นที่ใหญ่ที่สุดคือ HS702 แต่เดี๋ยวนี้เลยโดนเปลี่ยนชื่อไปเป็น Boeing 702 เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องยนต์หลักนะคะ เครื่องยนต์หลักยังใช้ไฮดราซีนอยู่ค่ะ แต่ใช้เป็นเครื่องยนต์รองที่ทำหน้าที่หันเหรักษาระดับโคจรของยาน เรียกหน้าที่นี้ว่า station-keeping ค่ะ




ถ้าสนใจค้นคว้าเรื่องเครื่องยนต์นี้เพิ่มเติม ก็ขอเชิญไปดูที่ลิ้งค์นี้นะคะ เป็นของมหาวิทยาลัยมิชิแกน เค้ารวมลิ้งค์ของสถาบันที่ศึกษาวิจัยเครื่องยนต์ Ion Propulsion engine ไว้ได้สมบูรณ์มากทีเดียวค่ะ




http://www-personal.engin.umich.edu/~dickbob/electric_propulsion.html



ภาพยาน 702 ของ Hughes เอ๊ย Boeing ค่ะ
16119
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 ก.ย. 2544 (00:12)
ยาน Deep Space 1 ผ่านเข้าไปถ่ายรูปดาวหาง Borrelly ใกล้ที่สุด ๒๒๐๐ ไมล์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้อย่างปลอดภัยแล้วค่ะ




ยานเฉียดดาวหางใกล้ที่สุดในเวลา ๒๒.๓๐ (GMT) ของวันเสาร์ที่ ๒๒ นี้ค่ะ ทางโครงการฯยืนยันมาแล้วว่า อุปกรณ์ทั้งสี่ชนิดที่ทำการตรวจวัดข้อมูลต่างของดาวหางดวงนี้ ได้ปฏิบิติการครบถ้วน รวมทั้งได้ถ่ายภาพขาวดำของดาวหางไว้ด้วย




ยานจะใช้เวลาอีกสองสามวัน เพื่อถ่ายทอดข้อมูลต่างๆที่เก็บไว้ในระบบดิจิตอลมายังโลกค่ะ ข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไปนะคะ




ตำแหน่งล่าสุดของยานค่ะ อีกไม่นานเชื้อเพลิงไฮดราซีนบนยานก็จะหมดไป แม้เครื่องยนต์หลักคือเครื่องไออ้อนยังทำงานอยู่ แต่กานสื่อสารและการทำงานด้านอื่นๆที่ต้องอาศัยเครื่องเชื้อเพลิงเคมี ก็จะหยุดไป




โครงการก็จะจบลงด้วยผลสำเร็จอย่างงดงามเกินความคาดหมายใดๆค่ะ
16120
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 26 ก.ย. 2544 (14:11)
วันนี้ นาซ่าแถลงข่าวผลสำเร็จอย่างงดงามของการปฏิบัติการบินผ่านเข้าใกล้ ดาวหาง โบเรลลี่ โดยยาน Deep Space 1 แล้วค่ะ




Dr. Larry Soderblom นักธรณีวิทยาดาวเคราะห์ กล่าวถึงภาพที่ถ่ายมากได้ว่า "มันน่าทึ่งจริงๆครับ นิวเคลียสของดาวหางนี้ สลับซับซ้อนกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก มีทั้งที่ขรุขระ ทั้งที่เป็นเนินราบ รอยแยกแตกลึก และดูเหมือนเป็นวัตถุที่มืดมากๆเลย"




ภาพที่ชัดที่สุดของดาวหางโบเรลลี่ ซึ่งเป็นหินและน้ำแข็ง ขนาดยาวประมาณ ๘ กม มีรูปร่างคล้ายพินโบว์ลิ่ง ภาพนี้ถ่ายเมื่อยาน DS1 อยู่ห่างจากดาวหางประมาณ ๓๔๑๗ กม
16121
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 26 ก.ย. 2544 (14:23)
แต่ที่น่าพิศวงงงงวยเป็นยิ่งนักก็คือ เจ๊ทของดาวหาง เมื่อดาวหางที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ ทุกสิ่งทุกอย่างบนดาวก็หนาวจัดจนจับแข็งหมด ดาวหางนี้ประกอบด้วย ฝุ่น หิน น้ำ และก๊าซ จับแข็งรวมตัวกัน แต่เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ พลังงานจากลมสุริยะ ก็ทำให้น้ำและก๊าซระเหิดออกมา ฝุ่นต่างๆที่ไม่มีอะไรยึดตัวให้เกาะกัน ก็ปลิวสาดออกมาด้วย แสดงสะท้อนบนเม็ดฝุ่น ทำให้เรามองเห็นดาวหางเป็นปื้นๆขาวๆ




แต่แรกนักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า ลำเจ๊ทออกจากนิวเคลียสของดาวหางก็คงไปในแนวตรงกันข้ามกับทิศทางของลมสุริยะ แต่เมื่อได้เห็นภาพของดาวหางนี้จากยาน DS1 ก็ให้ฉงนใจเป็นยิ่งนัก เพราะลำเจ๊ทที่ใหญ่ที่สุด คือส่วนที่อยู่ด้านล่างในภาพ ทำมุมกับเส้นตรงที่ลากจากดวงอาทิตย์ มายังดาวหาง ถึง ๓๕ องศา แล้วรอบๆดาวหางส่วนอื่น ลำเจ๊ทก็ไม่เท่ากัน




ยังมีงานให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์กันอีกนานกว่าจะได้ผลสรุปที่ละเอียดกว่านี้ออกมา ข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไปค่ะ




ในภาพขอบเงากลางคืนจะอยู่ด้านบนขวา ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นวงแหวนเล็กๆเลือนๆ เข้าใจว่า คงเป็นขอบหลุมอุกกาบาต รูปนี้เขาตั้งกล้องนานกว่าปกติ เพื่อจับภาพของลำเจ๊ท ส่วนนิวเคลียสเองจึงดูขาวมาก ด้วยความที่เป็นการ overexposture
16122
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 26 ก.ย. 2544 (14:25)
สำหรับท่านที่ชอบรูปนะคะ เอามาฝากค่ะ




นี่เป็นโลโก้ของโครงการค่ะ เวลามีโครงการถูกส่งไปสำรวจอวกาศเค้าก็มีโลโก้ ทำสติ๊กเก้อร์แจกมั่ง เอาไว้แปะบนตับยานหรือจรวดมั่งน่ะค่ะ
16123
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 26 ก.ย. 2544 (14:25)
กับโปสเต้อร์ของโครงการ
16124
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ก.ย. 2544 (14:28)
นี่คือการประกอบยานอวกาศ สายไฟพันกันนัวเนียเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวเลยค่ะ พอเสร็จแล้ว เค้าจะพันสายไฟเป็นมัดๆ จะได้ไม่เกะกะค่ะ

พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 26 ก.ย. 2544 (14:32)
เอ ทำไมรูปไม่ติดก็ไม่ทราบค่ะ ขนาดก็ ๕๐ เค พอดีนี่นา




ดูรูปยานจากด้านท้ายจะเห็นเครื่องยนต์ไออ้อนชัดเลยค่ะ
16125
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 26 ก.ย. 2544 (14:34)
พอประกอบยานเสร็จก็จะส่งไปที่ฐานจรวด ที่นั่นเค้าจะบรรจุยานเข้าในหัวจรวด โดยทำเป็นเปลือกหุ้มสองชิ้นที่เค้าเรียกว่า fairings ค่ะ
16126
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 26 ก.ย. 2544 (14:35)
หัวจรวดบรรจุ payload เสร็จแล้ว พร้อมที่จะไปติดตั้งบนตัวจรวดที่ฐานยิงค่ะ
16127
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 26 ก.ย. 2544 (14:37)
นี่คือจรวด Delta 2 ค่ะ




Liftoff!
16128
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 26 ก.ย. 2544 (14:38)
ไปสู่อวกาศ
16129
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 27 ก.ย. 2544 (20:29)
ต่อไปก็ giotto,stardust ,rosetta,deep impact แล้วก็ contour

rook (IP:203.146.87.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 11 ต.ค. 2544 (08:57)
ขออภัยนะคะ ไม่ทันเห็นคำถามสุดท้ายของ น้องปฐมพงศ์ จะหาภาพถ่ายอะไรล่ะคะ ในหน้าหลักของข่าววิชาการ http://vcharkarn.com/vnews/ ก็มีข่าวเกี่ยวกับ ดาราศาสตร์ และการสำรวจอวกาศ พร้อมรูปประกอบมากมายอยู่หลายหัวข้อข่าวเชียวค่ะ ลองไล่หาดูนะคะ และอย่าลืมคลิกไปดูหน้าหลังๆด้วยนะคะ ข่าวพวกนี้แม้จะโพสต์เป็นเดือนมาแล้ว แต่หลายๆอย่างก็เป็นความรู้ล่าสุดๆเกี่ยวกับด้านนั้นอยู่ค่ะ คงยังไม่ล้าสมัยไปอีกนาน




แล้วก็ลองคลิกไปดูหน้านิตยสารนะคะ http://vcharkarn.com/magazine/ ก็มีบทความในทุกฉบับ (จะเป็นลิ้งค์ของตั้งแต่ฉบับสุดท้าย คือฉบับที่ ๖ จนถึงฉบับแรกค่ะ) จะมีบทความด้านดาราศาสตร์และอวกาศ ชื่อ "สำรวจจักรวาล" และเรื่องวิวัฒนาการของดวงดาว และอุปกรณ์ที่เราใช้ดูดาว ในคอลัมน์พิเศษ "ตระกูลกล้องส่องดาวจากอวกาศ"




และยังมีบทความเรื่องสถานีอวกาศของพี่โจ ในคอลัมน์วิศวกรรม(ขออภัยถ้าจำผิดไปนะคะ) และเรื่องเกี่ยวกับจักรวาลเช่นหลุมดำของพี่จ้อ และเรื่องที่เป็นพื้นฐานของจักรวาล คืออนุภาคต่างๆของพี่หนุงหนิง ฯลฯ มีให้อ่านตาลายเลยค่ะ ลองคลิกไปหลายๆที่ในเว็บวิชาการตามที่บอกนี่นะคะ จะมีรูปเยอะแยะไปหมดค่ะ และที่สำคัญ เรื่องที่อธิบายเกี่ยวกับรูปนั้นๆด้วยค่ะ จะได้เข้าใจไปด้วยว่า รูปนั้นเกี่ยวกับอะไร แทนที่จะได้แต่ชื่นชมความสวยงามของรูปไปเปล่าๆเท่านั้นนะคะ

พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 9 มี.ค. 2547 (23:15)
Can you translate this page into English.
JConaryOCS@MiddleMaine.org (IP:169.244.70.148,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 11 มี.ค. 2547 (07:22)
You can simply go to the provided URL's, the references are all in English. If I'm able to type more news, which I'm not these days, I'll only want to do so for Thai kids to have access to information they otherwise cannot get in Thai media.
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 8 ก.ค. 2548 (13:54)
โห ขอบคุณค่ะที่ช่วยขุดออกมาให้ เขียนไว้นานจนลืมไปเลย ถ้าเปิดมาแล้วไม่เห็นความเห็นแรกๆ ให้ดูช่องแสดงกระทู้ default ด้านบนสุดนะคะ แล้วกดให้ "แสดงทุกความเห็นเรียงจาก..." ค้นมาเขียนไว้เยอะมากๆเรื่อง Ion Propulsion กับดาวหางดวงนี้น่ะค่ะ ช่วงนี้ฮิตกันเรื่องสำรวจดาวหาง โบเรลลี่นี่ก็เป็นดาวหางหนึ่งในสามดวงเท่านั้นที่เราถ่ายรูปนิวเคลียสมาศึกษากันได้
พวงร้อย
ร่วมแบ่งปัน1144 ครั้ง - ดาว 243 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 28 ธ.ค. 2548 (14:05)
หายากจังครับ
jirasak_1234@yahoo.com (IP:58.147.16.24,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 29 ธ.ค. 2548 (06:26)
ชอบข่าวนี้มากๆครับ
เด็กแรพ (IP:84.141.249.153,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 25 ม.ค. 2549 (17:35)
หยังกับใน superยูริเลยครับ เท่ๆ
ผมครับ (IP:203.113.51.7,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 28 ม.ค. 2549 (08:27)
ภาพสวยมากเลยค่ะ
น่ารัก (IP:58.10.132.14,,)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.2962 seconds !